โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 21 : ดินเนอร์สไตล์แอสการ์ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    1 พ.ค. 57

    สี่ชั่วโมงผ่านไป การรบจบลงพร้อมหัวของซอมบี้ตนสุดท้ายขาดจากร่าง ไม่มีเสียงครางของพวกผีดิบ นอกจากเสียงของผู้ที่บาดเจ็บใกล้จะตาย เลือดนองทั่วท้องทุ่ง ฟ้ายังเป็นสีแดงเลือด เสียงลมครางหวีดหวิว ร่างซอมบี้และศพนักรบที่เสียชีวิตนอนกองระเกะระกะ

   โอมแทบจะยืนไม่อยู่ จากบาดแผลที่เต็มไปทั้งตัว เขารู้สึกอ่อนแรงจากการเสียเลือด ข้างๆกันนั้น มินตรายืนอยู่โดยใช่โล่ยันพื้นไว้ หอกเล่มหนึ่งเสียบคาที่ไหล่ซ้ายของเธอ นักรบแห่งหอคอยเทวะที่ยังยืนอยู่ได้ ทั่วทั้งสมรภูมิเหลือเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

“ไหวไหม นายโอม”เสียงมินตราดูอ่อนแรง ทว่าโอมนั้นแทบไม่มีแรงตอบด้วยซ้ำ เขาพยาพยามพยักหน้ารับ ก่อนจะล้มลงไปบนพื้น

ภาพในสายตาพร่าเลือนทุกที

เสียงเป่าเขาดังกังวาน พร้อมกับท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีแดงเลือดกลับเป็นสีทองของฟ้ายามอาทิตย์อัสดง หมอกสีเงินก่อตัวกลางท้องฟ้าและโรยตัวสู่สมรภูมิเลือดบนพื้นดิน โอมหลับตาลง ก่อนรู้สึกว่าความเจ็บปวดค่อยๆหายไปพร้อมๆกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง

“เฮ้ย ตื่น”เสียงของปถวีร์ปลุกให้โอมตื่นขึ้น พื้นที่รอบข้างเขากลายเป็นทุ่งหญ้าแบบที่มันเป็น ไม่มีซากของซอมบี้หรือศพของใครแม้แต่คราบเลือดสักหยดก็ไม่ปรากฏ  ท้องฟ้าทางตะวันตกมีแสงสุดท้ายจับอยู่

“การฝึกภาคสนามวันแรกจบแล้ว”มินตราบอก ขณะที่โอมลุกขึ้นนั่งอย่างงงๆ”ฝีมือนายก็พอใช้ได้นะ นายโอม”เธอพูดต่อ

“นี่มันอะไรวะ วีร์”ชายหนุ่มงุนงงกับสิ่งที่เห็น”ทำไมไม่มีใครเป็นอะไรเลยล่ะ”

“การฝึกแบบเรียลไทม์แอสการ์ดสไตล์ไง”วาโยบอก ร่างของบุตรแห่งลมเหนือไม่มีร่องรอยบาดแผลหรือแม้แต่คราบเลือดใดๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ไม่ถึงชั่วโมง โอมเห็นหอกสี่เล่มปักติดหลังเพื่อนยังกับขนเม่น เลือดอาบยังกับราดน้ำแดง

“แอสการ์ดสไตล์”

“มันเป็นการรบแบบสมรภูมิจริง นองเลือดและเจ็บตายกันจริงๆ แต่พอหลังการรบจบลงแล้ว ทุกคนจะฟื้นคืนสภาพปกติ”วาโยขยายความ“แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่ากรณีแบบนี้จะเกิดเฉพาะในการฝึกที่ค่ายนี้เท่านั้น ถ้าเป็นสถานการณ์อื่น ไม่มีคำว่าฟื้น”

“แล้วทำไมถึงเรียก แอสการ์ดสไตล์”

“คืองี้นะ แอสการ์ดคือสรวงสวรรค์ของชาวเหนือ ที่นั่นมีวังใหญ่เรียกวัลฮัลลา บรรดาวีรบุรุษที่ตายในสงครามหรือผู้ที่ตายด้วยความกล้าหาญเสียสละ จะได้ไปอยู่ที่นั่น ซึ่งภารกิจรายวันของเหล่าวีรบุรุษพวกนั้นคือการออกไปสู้รบกันในสมรภูมินอกวัลฮัลลาจนล้มตายกันหมด แล้วจากนั้นทุกคนก็จะฟื้นและกลับมากินเลี้ยงฉลองในตอนเย็น แล้วพอเช้าก็ไปรบกันอีกเรื่อยๆ”

“สวรรค์ซาดิสม์ชัดๆ”โอมค่อน”ว่าแต่ทำไม พวกวีรบุรุษในแอสการ์ดต้องสู้กันเองทุกวันด้วยวะ”

“เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรัคนาร็อคไง”

“เกี่ยวอะไรกะเกมส์ออนไลน์ตกยุคด้วย”

“นายทึ่มเอ๊ย”มินตราขัดขึ้น”ถามจริงเหอะ สามเดือนที่ผ่านมา นายจำอะไรเข้าหัวมั่งเนี่ย หรือว่ามันตันจนรับอะไรไม่ไหวเลย รัคนาร็อค คือสงครามวันสิ้นโลกของชาวเหนือ และที่พวกวีรบุรุษต้องฝึกรบกันทุกวัน ก็เพื่อเตรียมพร้อมในสงครามนั้นไง”

“ง้านเหรอ”โอมลากเสียง”ขอบจายนะสำหรับข้อมูล ทั้งๆที่ฉันไม่ได้ถามเธอซักนิด”

“นี่นายว่าฉัน ส.ใส่เกือก.เหรอ”

“เฮ้ย นั่นเธอคิดเอาเองนา”

“นายโอม!

“เรียกทำไมมิทราบ”

“นี่นาย!

“เฮ้ยๆๆ อย่าเพิ่งตีกัน”ปถวีร์รีบห้าม”ฉันว่า ตอนนี้ พวกเรารีบกลับบ้านไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่า ค่ำนี้ยังมีงานเลี้ยงฉลองการฝึกวันแรกอีกนะ”

มินตราสะบัดหน้าก่อนเดินปึงปังออกไป ขณะที่โอมยิ้มอย่างพออกพอใจ ที่คราวนี้เขายั่วโมโหยัยนั่นสำเร็จ อย่างไรก็ตาม จากสิ่งที่คุยกันเมื่อครู่ ชายหนุ่มก็เกิดความสงสัยอะไรบางอย่างขึ้นมา

“เมื่อกี้ได้ยินยัยงูเขียวนั่นพูดถึงวันสิ้นโลก ฉันชักสงสัยแฮะ”

“สงสัยอะไร”ปถวีร์มองหน้า

“ถ้าสมมติถึงวันสิ้นโลกตามความเชื่อของเทพเจ้าชาวเหนือขึ้นมา แล้วเทพเจ้าอื่นๆล่ะ จะเป็นไง”

คำถามนั้นทำเอาทั้งวาโยและปถวีร์มีสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนที่คนธรรพ์หนุ่มจะเอ่ยขึ้นว่า”เรื่องนั้นไม่มีใครบอกได้หรอก แต่พวกเราก็หวังว่า วันนั้นจะไม่มีวันมาถึง”

โอมพยักหน้า ดูเหมือนคำว่า วันสิ้นโลก จะเป็นอะไรที่น่าหวาดหวั่นไม่ใช่น้อย สำหรับเพื่อนๆของเขา หรืออาจจะ สำหรับทุกชีวิตในหอคอยเทวะก็เป็นได้...
*****************************

   ดินเนอร์สไตล์วัลฮัลลา นับเป็นมื้อค่ำที่อลังการที่สุด นับแต่โอมเหยียบเข้าหอคอยเทวะ เพียงแต่จะออกแนวปาร์ตี้มันส์สุดเหวี่ยงมากกว่าแนวหรูเลิศไฮโซ โดยงานจัดขึ้นในห้องประชุมใหญ่ที่แปลงสภาพเป็นห้องบอลรูมแต่งด้วยโทนสีขาวและน้ำเงิน มีเวทีการแสดงอยู่ด้านหน้า รอบๆประดับตกแต่งด้วยโล่และหมวกศึกทองคำ รวมทั้งหนังสัตว์และเขาสัตว์ โคมไฟแชนเดอเลียขนาดยักษ์แขวนห้อยลงกลางเพดานที่เขียนลวดลายเป็นภาพสรวงสวรรค์แบบชาวเหนือ

  โต๊ะกลมตั้งกระจายทั่วห้อง กลางห้องมีโต๊ะยาว หัวโต๊ะเป็นรูปหมูป่า บนโต๊ะมีสารพัดเมนูตั้งแต่ สเต็ก บาบีคิว สตู และสารพัดรายการที่ส่งกลิ่นหอมอบอวล ส่วนเครื่องดื่มมีเหล่าวัลคีรี่ในชุดพริตตี้ ทำหน้าที่เสิร์ฟด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าบริกรใดๆในโลก

 แต่ที่ยอดเยี่ยมกว่านั้น คือการแสดงบนเวทีของเหล่าเอลฟ์สาวๆจากแดนเหนือ ซึ่งเหล่าเอลฟ์แดนเหนือนี้ต่างจากเอลฟ์แดนใต้ที่มีร่างเล็กใบหูแหลมเรียวและมีอิทธิฤทธิ์ในการจัดการข้าวของต่างๆได้ โดยเอลฟ์แดนเหนือแม้จะมีใบหูเรียวแหลมเหมือนกัน แต่มีรูปร่างแบบเดียวกับมนุษย์ทว่าทั้งชายและหญิงต่างงดงามกว่ามนุษย์หลายเท่านัก

 อย่างไรก็ตาม แม้เอลฟ์สาวๆเหล่านั้นจะสวยแค่ไหน แต่สำหรับโอมแล้ว เพ่ยเพ่ยก็ยังน่ารักกว่าเยอะ ยิ่งในงานเลี้ยงนี้ จิ้งจอกสาวแต่งกายแบบกึ่งโบราณยิ่งทำให้ดูน่ารักอ่อนหวานกว่าปกติหลายสิบเท่า

 เสียงดนตรีดังสนั่นในจังหวะสุดมันส์ แสงจากโคมแชนเดอเลียส่องประกายหลากสีระยิบระยับ ทุกคนกินดื่มกันอย่างเต็มที่ เสียงหัวเราะ สรวลเสเฮฮา รวมทั้งเสียงพวกปากเปราะที่หยอกล้อเหล่าวัลคีรี่ ดังไม่ขาดสาย

โอมเลือกตักสเต็กชิ้นหนึ่งและเขาก็ต้องประหลาดใจที่พบว่ามีเนื้ออีกชิ้นโผล่มาแทนทีที่ชิ้นที่เขาตักไปในทันที

“โต๊ะอาหารที่ไม่มีวันพร่องของวัลฮัลลาก็แบบนี้แหละ กินเท่าไหร่ก็ไม่หมด”เสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างของร็อค หนุ่มผมทองยืนอยู่ พร้อมจานอาหาร”จำฉันได้ไหมสหาย ฉัน ร็อค ที่เจอกันในสนามฝีกไง”

“จำได้สิ” โอมยิ้มให้อีกฝ่าย”ฉันชื่อ โอม ยินดีที่ได้รู้จัก”

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” ร็อคยิ้มอย่างเป็นมิตรก่อนถามว่า“นายเป็นมนุษย์ใช่ไหม ฉันเคยได้ยินคนอื่นๆเขาพูดกัน”

“เอ่อ ใช่”ตอนนี้ คำว่า มนุษย์ ดูเหมือนทำให้โอมรู้สึกเป็นปมด้อยยังไงชอบกล 

“ฉันเป็นเอลฟ์แดนเหนือ”ร็อคแนะนำตัว”วันนี้ นายเก่งมากนะ ที่รอดจนถึงเสร็จศึก ขนาดพวกผู้พิทักษ์บางคนยังอยู่ไม่ถึงเลย”เขาชม

“ไม่ขนาดนั้นหรอก”

“แล้วนี่นายมีที่นั่งหรือยัง ไปนั่งกับพวกฉันไหม”

“ขอบใจ แต่ฉันนั่งกับเพื่อนแล้ว”

“โอเค ไม่เป็นไร งั้นฉันไปก่อนนะ”

“อือ” โอมยิ้มให้เอลฟ์หนุ่ม สหายใหม่ของเขา อันที่จริงการได้รู้จักเพื่อนใหม่บ้าง มันก็ทำให้เขารู้สึกแปลกแยกน้อยลงเหมือนกัน

รอบข้างเขา งานเลี้ยงกำลังดำเนินไปสุดเหวี่ยง ทางขวามือ พวกลูกครึ่งเทพกรีกกำลังงัดข้อกับพวกคนธรรพ์ ส่วนอีกด้านหนึ่งพวกดาวฟ้าจุติของจีนกำลังนั่งจีบเอลฟ์สาวๆ ขณะที่พวกเชื้อสายพ่อมดกำลังแสดงกลอวดเหล่าธิดาจิ้งจอก ซึ่งดีที่ในกลุ่มธิดาจิ้งจอกนั้นไม่มีเพ่ยเพ่ยรวมอยู่ด้วย ไม่งั้นโอมคงนึกเขม่นไอ้พ่อมดหนุ่มพวกนั้นแน่

   หลังงานเลี้ยงดำเนินไปได้ชั่วโมงกว่า ก็มีเสียงเป่าเขาสัญญาณดังขึ้น พวกเอล์ฟสาวๆพากันลงจากเวที จากนั้น ผอ.เอช ก็ก้าวขึ้นมา โดยในคืนนี้ ผอ. แต่งชุดขนสัตว์สไตล์ไวกิ้งเพื่อให้เกียรติแด่เหล่าเทพแอสการ์ดผู้เป็นสปอนเซอร์

“ สวัสดี เหล่าสมาชิกแห่งหอคอยเทวะทุกคน”ผอ.เอช กล่าวด้วยเสียงกังวานนุ่มทุ้มประมาณเอลวิส เพรสลี่”สำหรับการฝึกในวันแรกนี้ ฉันขอชมว่าพวกเราทุกคนทำได้ดีมาก สมกับที่เหล่าเทพไว้วางใจให้รับภารกิจสำคัญ และจากนี้ไป จะเป็นการมอบของที่ระลึกให้แก่ผู้กล้าที่ทำคะแนนได้สูงสุดสิบอันดับแรกของการฝึกในวันนี้ โดยเราจะนับจากแต้มสังหารและการยืนหยัดในสนามรบ”

เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องรับดังกระหึ่ม ก่อนที่ ผอ.เอช จะกล่าวต่อไปว่า

“และในการมอบของที่ระลึกคืนนี้ พวกเราได้รับเกียรติจาก ท่านหญิงเฟรยาแห่งแอสการ์ดมาเป็นผู้มอบของที่ระลึกแก่ผู้กล้า”ผอ.เว้นจังหวะก่อนผายมือไปกลางเวทีและประกาศว่า”ขอเชิญท่านหญิงเฟรยา”

บรรยากาศของห้องเปลี่ยนไปในทันที แสงไฟกลายเป็นสีชมพูอ่อน อากาศเย็นลงและอบอวลด้วยกลิ่นหอมระรื่น ที่โอมบอกไม่ถูกว่ากลิ่นอะไร รู้แต่มันทำให้ทุกคนในห้องเงียบงันไปหมด สายตาทุกคู่จับไปยังเวทีที่ยามนี้มีไอหมอกสีเงินก่อตัวเป็นรูปของสตรีผู้หนึ่ง

และเมื่อไอหมอกจางหายไป โอมก็ถึงกับต้องกลั้นหายใจ เมื่อเห็นสตรีผู้นั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #59 สิตราณี (@sittra) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 10:19
    มีพ่อมดด้วย รีบมาลงต่อเร็วๆนะค้าาาา
    #59
    0
  2. #55 rinrana (@rinrana) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 13:54
    อยากเห็น ท่านหญิงเฟรยาอ่ะ
    #55
    0
  3. #54 พิพัฒน์ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2557 / 12:40
    ศึกซอมบี้ มันส์มากครับ มาต่อเร็วๆนะครับ
    #54
    0
  4. #53 วิวร (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 13:59
    เทพีแห่งความงามจะมาแล้ว อยากเห็นจัง
    #53
    0