โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 20 : ไวกิ้งปะทะซอมบี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 เม.ย. 57

  “เฮ้ย โอม เป็นอะไรป่าว”เสียงของเพื่อนปลุกให้ชายหนุ่มลืมตาขึ้นและเห็นวาโย ปถวีร์และมินตราอยู่กันครบ”ทำไมถึงมากองอยู่ตรงนี้วะ”วาโยถาม

มินตรามองเขาก่อนพูดขึ้นบ้าง”เป็นไงมั่งล่ะ เมื่อคืน ถึงกับสลบเลยหรือ”

“เมื่อคืน”วาโยทวนคำก่อนมองไปที่หน้าต่าง จากนั้นจึงแสดงสีหน้าว่าเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น”นายไม่ได้กดปุ่มพรางก่อนนอนสินะ”

“ปุ่มพราง”

“กรอบที่สามของหน้าต่างไง”ปถวีร์รับหน้าที่ขยายความ”ปุ่มสีเงินด้านล่างซ้ายน่ะ ถ้านายไม่กด มันจะทำให้นายเห็นภาพที่เกิดขึ้นจริงและทำให้วิญญาณพวกนั้นเห็นนายด้วย”

“วิญญาณ”

“ที่นี่เป็นจุดรวมของดวงวิญญาณที่ทุกข์ทรมาน วิญญาณผู้พ่ายแพ้ ผู้อาฆาตและกระหายการล้างแค้น พวกนั้นจะปรากฏตัวเกือบทุกคืนหลังห้าทุ่มและหายไปก่อนฟ้าสาง”คนธรรพ์หนุ่มอธิบาย”ที่จริงวิญญาณพวกนี้ไม่มีอันตรายอะไรหรอก ขอเพียงอย่าออกไปเจอพวกมันจังๆข้างนอกก็พอ”

“เพราะแบบนี้ฉันถึงล็อคประตูด้านนอกของนายไว้ไงล่ะ”มินตราเอ่ยแทรก“และดูเหมือนฉันจะคิดไม่ผิดด้วย”

โอมจ้องนาคสาวอย่างโกรธๆ“แล้วทำไมถึงไม่บอกฉันเรื่องปุ่มพราง”

“ก้อจะบอกแล้ว แต่นายรีบเข้าห้องไม่พูดไม่จา ฉันก็เลยไม่ทันบอกน่ะสิ”

“เธอนี่มัน”

“เอาล่ะ เลิกเถียงกันได้แล้ว” ปถวีร์ตัดบท”นายรีบไปแต่งตัวดีกว่าโอม วันนี้ หลังอาหารเช้าจะเริ่มการฝึกภาคสนามแล้วนะ”

“ฝึกภาคสนามวันแรกเหรอ”

“ใช่ และขอบอกเลยว่า งานนี้โน สตันท์ โน สลิง เจ็บจริงและ”น้ำเสียงธิดานาคาเย็นเยียบ”อาจตายจริง”

********************************

หลังอาหารเช้า โอมกับเหล่าอัศวินฝึกหัดอื่นๆรวมทั้งพวกที่เป็นผู้พิทักษ์แล้วก็มารวมกันที่โรงยิมซึ่งอยู่ติดกับสนามหญ้ากว้าง ทุกคนอยู่ในชุดเสื้อยืดสีเขียวคาดน้ำเงิน สวมกางเกงยีนส์หรือไม่ก็กางเกงผ้าเนื้อหนาสีดำ ใส่เกราะเกล็ดและสวมหมวกเหล็ก  มีเขาแบบชาวไวกิ้ง พร้อมทั้งถือโล่และอาวุธต่างๆกันทั้งดาบยาว ขวานศึก และหอก

“ทำไม ต้องแต่งตัวแบบนี้ด้วยวะ”โอมถามเพื่อน พลางขยับหมวกเหล็กให้เข้าที่ เข้ารู้สึกว่าเกราะและหมวกเหล็กพวกนี้เหมือนจะถ่วงน้ำหนักเพิ่มอีกสิบเท่า

 “ก็ปีนี้ คณะเทพแอสการ์ดเป็นสปอนเซอร์ให้การฝึกสนาม ตีมมันก็เลยออกมาเป็นสไตล์ไวกิ้งไง”ปถวีร์ตอบ

“บอกตามตรงนะ หมวกกับเกราะพวกนี้หนักชะมัด” โอมบ่น”ใส่แล้ว เคลื่อนไหวไม่ถนัดเลย”

“เอาน่า แล้วสักพักก็จะชินไปเอง”

“แล้ววันนี้จะทำอะไรเหรอ”

“ฝึกรบแบบสมจริง”คนธรรพ์หนุ่มว่า“ได้เวลาแล้ว เดี๋ยวนายฟังเอาเองละกัน”ท้ายประโยค ปถวร์บุ้ยหน้าไปทางหน้าแถว ซึ่งตอนนี้มีชายหนุ่มผู้หนึ่งแต่งกายด้วยชุดเกราะแบบไวกิ้งแต่เป็นสีทอง ก้าวมาหยุดยืนอยู่ โดยมีเหล่าวัลคีรี่ยืนเป็นแผงด้านหลัง โอมจำได้ว่าชายคนนั้นคือคนธรรพ์ที่เป็นหนึ่งในวิทยากรเมื่อวานนี้ เสียแต่เขาจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร

“สวัสดี เหล่าผู้พิทักษ์และนักรบฝึกหัดทุกท่าน ขอต้อนรับสู่วันแรกของการฝึกภาคสนามประจำปีของหุบเขามฤตยู”คนธรรพ์ผู้นั้นกล่าวด้วยเสียงก้องกังวาน”ก่อนอื่น ข้าขอแนะนำตัวอีกครั้ง เผื่อบางคนอาจจะจำกันไม่ได้ ข้าชื่อ จิตรบรรณ รับหน้าที่ผู้ควบคุมการฝึกภาคสนามในวันแรก”

จิตรบรรณหยุดรอให้เหล่าผู้เข้ารับการฝึก เอาด้ามอาวุธกระทบโล่สามครั้งแทนการปรบมือรับ จากนั้น จึงกล่าวต่อว่า

“ สำหรับการฝึกในวันแรกนี้ จะเป็นการทดสอบการเอาตัวรอดในสนามรบจริง โดยในการฝึกนี้ นอกจากอาวุธที่ทุกคนได้รับแล้ว ห้ามผู้ใดใช้เวทมนต์หรืออิทธิฤทธิ์ใดทั้งสิ้น ผู้ฝ่าฝืนจะถูกงดอาหารค่ำและลงโทษตัดคะแนนพฤติกรรมสิบคะแนน”

ทำยังกะโรงเรียนประจำ มีอดข้าว ตัดคะแนนด้วย..โอมนึกนินทาในใจ

“ข้าจะให้เวลาพวกท่านสิบนาที ตรวจสอบชุดเกราะและอาวุธให้พร้อม จากนั้นให้จัดแถวเป็นสี่กลุ่ม กลุ่มละสามแถว โดยให้เหล่านักรบฝึกหัดอยู่สองกลุ่มตรงกลาง ส่วนพวกผู้พิทักษ์เป็นปีกซ้ายขวา”ทันทีที่จิตรบรรณกล่าวจบ เสียงขยับชุดเกราะและอาวุธก็ดังขึ้น เหล่าผุ้ฝึกวิ่งเข้าแถวตามกลุ่มของตน จนเมื่อสิบนาทีผ่านไป ทุกอย่างก็เข้าสู่ความเงียบสงบ

ประตูโรงยิมถูกเปิดออก จากนั้น จิตรบรรณก็สั่งให้เหล่าผู้เข้ารับการฝึกภาคสนามเดินขบวนเข้าสู่ทุ่งหญ้าด้านนอก โดยมีเหล่าวัลคีรี่ตั้งแถวขนาบตลอดสองข้างทาง

ทันทีที่ทั้งหมดเข้าสู่สนาม พวกวัลคีรี่ก็ขยายแถวเป็นหน้ากระดาน ยามนั้นเอง ชุดที่พวกเธอสวมอยู่ก็เปลี่ยนไป โดยปรากฏเสื้อเกราะ และหมวกเหล็กแบบไวกิ้งสวมทับชุดเดิม พร้อมสนับแข้งและปลอกแขนโลหะสีเงิน ส่วนไหล่นั้นมีผ้าคลุมสั้นสีเลือดคลุมอยู่

เหล่าวัลคีรี่ยกเขาสัตว์สีทองขึ้นมาและเป่าพร้อมกัน เสียงนั้นก้องกังวานทั่วท้องทุ่งและหุบเขา พร้อมกับเกิดแรงสั่นสะเทือนในอากาศจนสัมผัสได้

ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าก็เปลี่ยนสีจากสีฟ้าสดใสกลายเป็นแดงฉานดังเลือด ลมพายุพัดกรรโชกรุนแรง รุนแรงจนโอมรู้สึกเหมือนพื้นหญ้าที่เหยียบอยู่จะสั่นไหว และแรงขึ้นเรื่อยๆ

ห่างออกไปเบื้องหน้าขบวนนักรบผู้พิทักษ์ แผ่นดินแยกเป็นแนวยาวและเกิดกลุ่มควันสีดำทะมึนก่อตัวขึ้นเป็นแนวกำแพงทอดไปตามทิวทุ่ง จากนั้นผืนดินจึงประกบเข้ากันดังเดิม ขณะที่กำแพงควันเปลี่ยนรูปร่างเป็นนักรบจำนวนมาก ซึ่งดูไม่ต่างอะไรกับซอมบี้ในชุดเกราะไวกิ้ง ซึ่งโอมเห็นแล้วถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความสยอง ไม่ใช่เพราะรูปลักษณ์ที่จริงๆก็ไม่ได้สยองไปกว่าในหนังที่เคยดู แต่เพราะจำนวนที่มากมายมหาศาลนี่แหละ 

จะรอดไหมเนี่ยกู...ชายหนุ่มนึกในใจ พลางกระชับดาบและโล่ในมือมั่น

“ไง ไหวไหม สหาย”เสียงนั้นมาจากชายหนุ่มร่างสูงผมทองที่ยืนอยู่ข้างๆ“นี่ล่ะ อภินันทนาการจากนางพญาเฮลลา”

“เฮลลา”โอมทวนคำ”ใครเหรอ”

“นางพญาแห่งนรกน่ะสิ”หนุ่มผมทองตอบก่อนถาม”ว่าแต่ นายชื่ออะไรรึ ฉันว่าคุ้นๆหน้านายอยู่”

“ฉันชื่อ โอม แล้วนายล่ะ”

“ร็อค ยินดีที่ได้รู้จักนะสหาย เอาไว้ เสร็จจากวันนี้แล้ว เราค่อยคุยกันต่อ”หนุ่มผมทองบอกก่อนหันไปยังกองทัพซอมบี้ข้างหน้า”ได้เวลาละเลงเลือดแล้ว”

เลือดใครวะ..โอมสงสัย แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรนอกจากตั้งสมาธิเตรียมตัวเข้ารบ

ฝูงซอมบี้ส่งเสียงโห่ร้องหรือจะเรียกเสียงครางอืออา ก็คงได้ พวกมันเดินแข็งทื่อกวัดแกว่งดาบและโล่ในมือ ตรงเข้ามาหาเหล่าผู้พิทักษ์และนักรบฝึกหัด

เหล่านักรบแห่งหอคอยเทวะต่างโห่ร้องและเคลื่อนขบวนเข้าหากองทัพผีดิบ จากนั้นการรบอันดุเดือดก็เริ่มขึ้น

โอมเหวี่ยงดาบตัดคอซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาขาดกระเด็น ก่อนใช้โล่รับดาบจากซอมบี้อีกตัว รอบข้างเขา เหตุการณ์เริ่มเข้าสู่สภาพละเลงเลือด ชนิดที่ไม่รู้เลือดใครเป็นเลือดใคร ท้องฟ้าสีแดงฉาน พอๆกับพื้นดินที่อาบด้วยเลือดและซากศพ หัวแขนขากระจายไปทั่ว เสียงโห่ร้อง เสียงสบถของเหล่านักรบดังปะปนกับเสียงครางและคำรามของซอมบี้ นักรบบางคนถูกฝูงซอมบี้เข้ารุมจนมองไม่เห็นอะไรนอกจากเลือดที่สาดพร้อมชิ้นส่วนเครื่องในที่ถูกฉีกกระจาย ขณะที่บางคนก็ถูกแทงฟันจนแทบไม่เหลือชิ้นดี

ซอมบี้ตัวหนึ่งพุ่งเข้างับแขนขวาของโอม ชายหนุ่มใช้โล่กระแทกจนมันหลุดออกไป เหลือแต่กรามทั้งอันที่ยังงับอยู่ สร้างความเจ็บปวดแบบสุดๆ ขณะนั้นเองซอมบี้อีกตัวก็พุ่งเข้ามาพร้อมขวานศึกเล่มโตที่เหวี่ยงลงมา

ฉับ..ประกายอาวุธแว่บผ่านหน้า ซอมบี้ตัวนั้นขาดเป็นสองท่อนและล้มลงกับพื้น พร้อมกับร่างของหนุ่มผมทองที่ยืนอยู่เบื้องหลัง

“เกือบไม่รอดแล้วสินะ สหาย”หนุ่มผมทองว่า

“ขอบคุณ”โอมกัดฟันข่มความเจ็บบอก ขณะอีกฝ่ายยิ้มรับก่อนหันไปรับมือซอมบี้อีกฝูงที่กรูกันเข้ามา ร่างนั้นฟาดฟันรวดเร็ว จนแขนขาหัวของพวกผีดิบกระจัดกระจาย แต่เพียงครู่เดียวก็ถูกรุมหายไป

“จะยืนบื้ออีกนานไหม ตาทึ่ม”เสียงตวาดแหววดังข้างหูก่อนจะมีมือกระชากเอากรามที่งับบนแขนขวาของโอมหลุดออกไป

โอมร้องจ๊าก ด้วยความเจ็บยิ่งกว่าเดิม เลือดอาบแขนขวาจนโชก เขาหันไปมองคนกระชากด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ

“จะฆ่ากันรึไง”

“เรื่องนั้น ฉันไม่ต้องลงมือเองหรอก นายทึ่ม”มินตราว่า ชุดเกราะและเนื้อตัวของเธออาบด้วยเลือดจนแดงฉาน”ที่นี่ มีตัวช่วยเยอะ”เธอยกดาบชี้ไปยังซอมบี้ฝูงหนึ่งที่กรูเข้ามาหา

เวรล่ะ..โอมพึมพำ เมื่อดูแล้วงานนี้ ท่าจะรอดยาก ชายหนุ่มกัดฟัมข่มความเจ็บแผลและวิ่งตามนาคสาวเข้าประจัญบานกับฝูงนักรบผีดิบจากนรกที่ตรงเข้ามา...

**********************. 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #72 narine545 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 กันยายน 2557 / 16:03
    วันแรก ก็เจอศึกหนักแล้ว
    #72
    0
  2. #58 sittra (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 10:12
    อย่างกับ resident evil แน่ะ
    #58
    0