โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 12 : ไปเช็คชื่อทัน ด้วยม้าแห่งทะเลสาป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    23 ส.ค. 57

คืนนั้น โอมต้องนอนในสถานที่ใหม่ซึ่งมีบรรยากาศเดิมๆ แต่ถึงสภาพภายในจะเหมือนกับห้องที่เขาคุ้นเคยยังไงก็ตาม แต่มันก็ยังทำให้เขายากจะข่มตาหลับอยู่ดี เมื่อนึกถึงสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า


ชายหนุ่มตอบตัวเองไม่ได้ว่า เขาโชคดีหรือโชคร้ายที่ต้องมาเจอกับเรื่องพิลึกมหัศจรรย์แบบนี้ แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้ ดูเหมือนเขาไม่มีทางหลีกหนีไปไหนได้อีกแล้ว นอกจากต้องยอมรับชะตากรรมใหม่ที่เกิดขึ้น

 
....ความที่สมองวนเวียนแต่กับเรื่องมหัศจรรย์สุดคาดคิดซึ่งเกิดกับตัวเอง ทำให้กว่าจะหลับตาลงได้ เวลาก็ล่วงเลยไปเกือบตีหนึ่ง และโอมก็ฝัน


  ....ท่ามกลางไอหมอกที่เย็นยะเยือกจับหัวใจ ชายหนุ่มก้าวไปบนพื้นหินที่ลื่นและเย็นชื้น ไอหมอกขาวที่อยู่รอบตัว ทำให้มองอะไรแทบไม่เห็น ยิ่งเดิน หมอกก็ยิ่งหนาทึบ ทว่าน่าแปลกที่โอมดูเหมือนไม่อาจบังคับขาของตัวเองให้หยุดเดินไปข้างหน้าได้ ไม่สิ ที่จริง เขารู้สึกว่า เขาไม่อาจบังคับตัวเองได้เลยจะถูกกว่า มีบางสิ่งทำให้เขาเดินไปเรื่อยๆ และเรื่อยๆ

โอมไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาไกลแค่ไหนและนานเพียงใด สิ่งเดียวที่เขาสัมผัสได้คือความหนาวเย็นจับขั้วหัวใจที่ไม่บรรเทาลงแม้แต่น้อย ทว่าทันใดนั้น หมอกหนารอบข้างก็เริ่มจางลง พร้อมกับภาพของบางสิ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า

    สิ่งที่ว่านั้นคือแท่นรูปห้าเหลี่ยมที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสายหมองบางเบา ประกายสีแดงเลือดส่องออกมาจากเหลี่ยมทั้งห้า ให้ความรู้สึกทั้งงดงามและน่าพรั่นพรึงในคราวเดียว

 ที่เบื้องหน้าของชายหนุ่มมีบันไดที่ทอดสูงขึ้นไปบนแท่น โอมก้าวขึ้นบันไดอย่างช้าๆจนถึงขั้นบนสุด และเห็นของสิ่งหนึ่งวางอยู่เบื้องหน้า

ยามนั้นเอง ก็มีเสียงหนึ่ง กังวานเยือกเย็น ดังขึ้นที่ข้างหู “เจ้านาย....ข้ารอท่านอยู่....”

.....แล้วทุกอย่างก็ดับมืดลง..


เสียงนาฬิกาปลุกของโทรศัพท์มือถือดังที่ข้างหู ปลุกให้โอมลืมตาขึ้นและมองเห็นเพดานเก่าๆของห้องพักตัวเองอยู่เบื้องหน้า ในห้องเย็นยะเยือกด้วยเครื่องปรับอากาศที่เปิดไว้


ชายหนุ่มลุกขึ้นจากที่นอนและบิดขี้เกียจพร้อมอ้าปากหาว ก่อนมองไปรอบๆ เขาเงยหน้าดูนาฬิกาติดผนังและเห็นเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเจ็ดโมงห้าสิบนาที


แม้จะรู้ว่าวันนี้มีเรียนเช้า ตอนแปดโมงครึ่งแถมยังมีการเช็คชื่อโดยอาจารย์สุดหินอีก แต่โอมก็ไม่เดือดร้อนอะไรนัก ในเมื่ออพาร์ทเมนต์ของเขาห่างจากมหา วิทยาลัยแค่สี่ป้ายรถเมล์ เดินไปยังทันด้วยซ้ำ


ชายหนุ่มบิดขี้เกียจอีกรอบก่อนลุกขึ้นคว้าผ้าเช็ดตัวที่แขวนไว้ปลายเท้า จากนั้นจึงเดินออกจากห้องนอนมายังห้องด้านนอกและเปิดตู้เย็นเพื่อหยิบน้ำเย็นออกมาดื่มแก้ง่วง

“เป็นไงคืนแรกที่นี่หลับสบายไหม”เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง

โอมหันมาและแทบหายง่วงในทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวในชุดเขียวที่กำลังนั่งไขว้ขาอยู่บนโซฟาที่อยู่ติดผนังทางด้านหลังเขา”นี่เธอเข้ามาได้ไง”

“ก็เมื่อคืน นายลืมล็อคประตู”มินตราว่า

“ถ่อมาหาฉันถึงนี่ แต่เช้า มีอะไรมิทราบ”

“ถ่อมาหาอะไรกัน ก็แค่มาจากห้องตรงข้ามนี่เอง”นาคสาวยิ้มดวงตาเป็นประกายขบขัน”นายลืมไปแล้วเหรอว่านายอยู่ที่หอคอยเทวะ ไม่ใช่อพาร์ทเมนต์ของนาย”

“หอคอยเทวะ”โอมทวนคำก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานเขาเข้านอนที่ไหน

มินตรายังคงยิ้มขณะพูดต่ออย่างรู้ความคิดของอีกฝ่ายว่า“และฉันก็จะบอกนายว่า จากที่นี่ไป ถ้าจะเดินทางแบบธรรมดาๆล่ะก้อ นายไปไม่ทันเช็คชื่อวันนี้แหงๆ”

“ตายโหง!”ชายหนุ่มอุทาน

*************


ที่มหาวิทยาลัย ตอนแปดโมงสิบนาที โอมเดิมโซซัดโซเซขึ้นบนอาคารเรียน สีหน้าของชายหนุ่มซีดอมเขียว ตาลอย คล้ายคนจะเป็นลม ชายเสื้อหลุดลุ่ย ผมเป็นกระเซิงยุ่งเหยิง  

“เฮ้ย โอม ทำไมหน้าตาเป็นแบบนั้นวะ”วาโยที่นั่งอยู่หน้าห้องบรรยายร้องทักด้วยความแปลกใจ

คนถูกถามพึมพำ“เคลพาย...”

อีกฝ่ายขมวดคิ้วเมื่อได้ยินชื่อดังกล่าว ขณะที่ปถวีร์ซึ่งเพิ่งเข้ามาสมทบก็ออกปากอุทานขึ้นว่า”ไปทำอะไรมาวะ ไอ้โอม ท่าทางยังกะถูกจิ๊กโก๋ไล่กระทืบมา”

“เคลพายน่ะ”วาโยตอบแทนเพื่อนที่ยามนี้ลากสังขารเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำแล้ว

“แล้วมันไปทำอะไรกับพวกเคลพายแต่เช้าล่ะ”

“ไม่รู้ แต่ให้เดา สงสัยงานนี้จะฝีมือมินตราแหงๆ”

ผ่านไปครู่ใหญ่ โอมก็เดินโซเซออกมาจากห้องน้ำ ก่อนจะมานั่งหมดสภาพข้างๆเพื่อน

“เกิดอะไรขึ้นวะ โอม ทำไมถึงหมดสภาพแบบนี้”ปถวีร์ถาม

“ยัยมินตราน่ะสิ”

“เธอทำอะไรกับนายเหรอ”

“ยัยงูเขียวนั่นบอกว่า จะมาส่งฉันให้เข้าทันเช็คชื่อ แล้วฉันก็บอกว่า จะไม่นั่งไอ้แท็กซี่อุบาทว์พวกนั้นเด็ดขาด”คนเล่าเว้นช่วงหอบหายใจ ก่อนพูดต่อ”แล้วพวกนายรู้ไหม ว่ายัยนั่นพาฉันมาส่งยังไง”

“เธอพานายขี่หลังเคลพายมาน่ะสิ”วาโยเดา

“เออ..”โอมทำเสียงแค้นๆเมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขามีสภาพแบบนี้.....


หลังยืนกรานว่า เป็นตายก็จะไม่ยอมนั่งรถที่ผีไม่มีหน้าหรือผีตายโหงขับเด็ดขาด มินตราจึงพาโอมเดินมาที่ข้างร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่หน้าอาคารหอคอยเทวะ เพื่อขึ้นพาหนะใหม่สำหรับเดินทางไปมหาวิทยาลัย

“ไม่ต้องห่วง”หญิงสาวธิดาพญานาคพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ”รับรองว่า วันนี้ไม่ใช่แท็กซี่แน่”

เมื่อได้ยินแบบนั้น โอมก็รู้สึกสบายใจขึ้นแม้ว่าจะยังข้องใจในรอยยิ้มแปลกของอีกฝ่ายอยู่บ้านก็ตาม

หญิงสาวหยิบจี้สีทองรูปร่างคล้ายหลอดสั้นๆที่คล้องอยู่ที่คอขึ้นมาและเป่ามันแบบเดียวกับเป่านกหวีด ทว่าไม่มีเสียงใดๆดังให้ได้ยินแม้แต่น้อย

โอมมองอย่างงงๆ แต่ไม่นานนัก  เขาก็ได้ยินเสียงม้าควบดังแว่วมาแต่ไกลและดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากนั้น

ที่เบื้องหน้าของทั้งสองคน ก็ปรากฏกลุ่มหมอกสีเขียวมรกตอมน้ำเงินเข้มแบบเดียวกับสีของห้วงน้ำลึก ก่อนที่หมอกดังกล่าวจะรวมตัวกันกลายเป็นรูปร่างของม้าที่มีนัยย์ตาสีแดงพร้อมอานสีทองติดอยู่บนหลัง

“นี่อะไรเนี่ย”ชายหนุ่มถามคนที่ยืนข้างๆ

“เคลพาย”มินตราตอบ“ม้าแห่งทะเลสาบ รับรองว่าถ้าขี่เจ้านี่ไป นายถึงทันเวลาแน่”


โอมมองเจ้าม้าแห่งทะเลสาบตรงหน้าอย่างไม่ไว้ใจ เจ้าตัวประหลาดนี้เหมือนกับภาพโฮโลแกรมที่เต็มไปด้วยหมอกควัน เขายังเห็นได้ชัดเจนว่าไอหมอกที่รวมเป็นตัวของมันยังไหลวนเวียนไปมาอยู่เลย

“แน่ใจเหรอว่า จะขี่มันได้”ชายหนุ่มยังสงสัย

มินตราพยักหน้า“ยิ่งกว่าแน่เสียอีก”

”แต่ฉันขี่ม้าไม่เป็นนะ”

“งั้นก็ซ้อนหลังฉันไปแล้วกัน”พูดจบนาคสาวก็เหวี่ยงตัวขึ้นบนหลังเจ้าเคลพายก่อนจะดึงร่างของโอมตามขึ้นมา

และยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะทันขยับตัง เขาก็รู้สึกว่าขาทั้งสองถูกตรึงกับเจ้าม้าหมอกควันแล้ว

“เกาะให้แน่นนะ”ทันทีที่สิ้นเสียงมินตรา เจ้าเคลพายก็ผงกขาหน้าส่งเสียงร้องคำรนและโผนทะยานไปข้างหน้า

สายลมปะทะหน้าจนโอมแทบลืมตาไม่ขึ้น เคลพายวิ่งลดเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางอย่างเร็วชนิดสายตามนุษย์มองไม่ทัน แต่นั่นไม่แย่เท่าแรงเหวี่ยงยามเจ้าม้าแห่งทะสาปควบตะบึง ทั้งเหวี่ยงซ้ายเหวี่ยงขวาและกระแทกขึ้นลง จนโอมรู้สึกว่าเครื่องในของเขาถูกปั่นรวมกันในท้องยังไงยังงั้น....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #39 kimurakung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 18:00
    เคลพาย คือม้าอะไร ไม่เคยอ่านเจอ
    #39
    0