โอม อัครา กับศาสตราต้องคำสาป

ตอนที่ 11 : ที่พักเก่าในห้องใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 498
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    19 ก.ย. 57

โอมเดินเข้าไปนั่งลงในช่องๆหนึ่ง ในท่าขัดสมาธิและหลับตาลง ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกถึงสายลมเย็นยะเยือกที่พัดมาปะทะผิวกาย เสียงคล้ายน้ำตกจากยอดผาดังแว่วมา ความรู้สึกยามนั้นไม่ต่างอะไรกับกำลังนั่งอยู่บนหน้าผาสูง

และจิตของชายหนุ่มก็เข้าสู่ภวังค์ ภาพเหตุการณ์ในอดีตค่อยๆปรากฏขึ้น จากเมื่อชั่วโมงที่แล้ว ไปสู่เมื่อวาน สู่เมื่อสัปดาห์ก่อน เดือนก่อน ราวกับการฉายภาพยนตร์ถอยหลัง ภาพต่างๆเริ่มเร็วขึ้น ต่อเนื่องและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ...

  “เฮ้ย โอม เป็นไงบ้าง” เสียงเรียกของเพื่อนดังขึ้นที่ข้างหูทำให้เขาลืมตาขึ้นอีกครั้งและพบว่าตัวเองนอนอยู่บนยกพื้นโดยเพื่อนทั้งสองกับมินตรากำลังนั่งล้อมตัวเขาอยู่

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ”เขาถามขณะลุกขึ้นนั่ง

“เมื่อครู่ นายสั่นไปทั้งตัว จากนั้นก็กระเด็นกลิ้งออกมาจากที่นั่น”วาโยชี้ไปยังช่องที่ว่างเปล่า”พอฉันเข้ามาดู ก็เห็นนายตัวแข็งทื่ออย่างกับท่อนไม้ ทั้งเขย่า ทั้งตบ ทั้งเตะกว่านายจะยอมลืมตา”

 “นี่พวกนายเตะฉันเหรอ”

“มันจำเป็นว่ะ โทษที”ปถวีร์รีบบอกก่อนเปลี่ยนเรื่อง”แล้วตกลง เมื่อกี้นายเป็นอะไร ทำไม จู่ๆถึงกระเด็นออกมา”

“ ฉัน..เอ่อ..ไม่รู้สิ”

มินตราจ้องหน้าชายหนุ่ม“นายเห็นอะไรมั่ง ตอนนั่งสมาธิ”

โอมพยายามนึกถึงภาพที่เห็นตอนนั่งสมาธิแต่เขาก็จำได้เพียงภาพสุดท้ายซึ่งเป็นความทรงจำเมื่อตอนสามขวบและบอกอีกฝ่ายไปตามนั้น

หญิงสาวยังจ้องตาเขาอยู่คล้ายพยายามอ่านใจ ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอก็ละสายตาออกด้วยสีหน้าอ่อนแรง

“เธอใช้พลังมากเกินไปแล้วนะ มินตรา”วาโยเตือนเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย

“ฉันไม่เป็นไร...แต่ไม่เข้าใจว่า..”หญิงสาวพูดได้เท่านั้นก็หยุดก่อนเอ่ยตัดบทว่า”ช่างมันเถอะ...ฉันว่าเราไปกันดีกว่า ป่านนี้อาหารเย็นคงเสร็จแล้วล่ะ”

เมื่อได้ยินคำว่า อาหารเย็น โอมก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที“ตกลงจบการปฐมนิเทศก์แค่นี้ใช่ไหม”เขาถาม

“วันนี้พอแค่นี้ก่อน”มินตราตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆผิดไปจากเดิม

********************

โอมผิดหวังนิดหน่อย ที่โต๊ะอาหารเย็น เมื่อพบว่า ในโรงอาหารซึ่งประกอบด้วยโต๊ะและเก้าอี้เป็นชุดๆแบบเดียวกับในร้านอาหารทั่วไปนั้น ไม่มีร่องรอยของอำนาจวิเศษหรือมนตราใดๆปรากฏให้เห็นรวมทั้งไม่มีผีลอยไปลอยมาแบบในหนังแฟนตาซีชื่อดังที่เคยโหลดมาดูฟรีด้วย นอกจากเคาน์เตอร์ยาวที่ตั้งชุดอาหารแบบเดียวกับโต๊ะบุฟเฟ่ต์ในโรงแรมทั่วไป รอบเคาน์เตอร์นั้นมีคน(ที่จริงโอมก็ไม่แน่ใจนักว่า จะเรียกพวกนี้ว่าคนได้หรือเปล่า)หลายคนกำลังเลือกตักอาหาร ขณะที่ตามโต๊ะต่างๆก็มีคนกำลังนั่งกินอาหารและสนทนากันอยู่

“ไม่เห็นมีอะไรเลย”โอมออกปาก

วาโยมองหน้าเพื่อน“แล้วนายจะเอาอะไรวะ”

“ก็แบบจานวิเศษ พอนึกอยากกินอะไร ของที่นึกก็ปรากฏขึ้นบนจาน หรือไม่ก็มีอาหารลอยมาตั้งที่โต๊ะโดยไม่ต้องหยิบไง”โอมว่าพลางมองไปยังเคาน์เตอร์บุฟเฟ่ต์

“จะบอกอะไรให้อย่างนะ”มินตราเอ่ยแทรกขึ้น”หากเราได้ทุกอย่างดังใจมาง่ายๆ ชีวิตก็คงไม่มีคุณค่าอะไรอีกแล้ว”

โอมหันไปทางหญิงสาว...อืม...มีคำคมกับเขาเหมือนกันแฮะ ยัยนากกินปลานี่...ชายหนุ่มนึกในใจ แต่ก็แปลกที่คราวนี้มินตราไม่ได้แสดงอาการเลยว่าได้ยินความคิดของเขา..

“เฮ้ยไปดูกันดีกว่าว่า วันนี้ มีอะไรกินมั่ง”ปถวีร์เอ่ยชวนก่อนเดินนำเพื่อนฝูงไปยังเคาน์เตอร์บุฟเฟ่ต์

 ....หลังจากใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกับการกินมื้อเย็นแล้ว วาโยกับปถวีร์ก็พาโอมขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสี่ของตึก ขณะที่มินตราได้แยกกับทั้งสามและยังคงนั่งคุยกับเพื่อนๆของเธอที่ห้องอาหารอยู่

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก โอมก็ก้าวเข้ามาในห้องโถงขนาดใหญ่ที่คล้ายกับห้องนั่งเล่นผสมห้องรับแขก โดยมีโซฟารับแขกสี่ชุดตั้งเรียงกันทางด้านขวาส่วนทางซ้ายมือมีทีวีแอลซีดีขนาดหกสิบนิ้วติดกับผนัง และมีโต๊ะพูลอีกสองโต๊ะ กับตู้เกมส์อีกสามตู้ตั้งอยู่  

เพื่อนทั้งสองพาโอมเดินผ่านห้องโถงและเลื่อนประตูกระจกติดฟิล์มเข้าไปยังทางเดินซึ่งสองข้างขนาบด้วยห้องแบบเดียวกับในคอนโดทั่วไป

ปถวีร์กับวาโยพาโอมเดินมาหยุดที่หน้าห้องห้องหนึ่ง ก่อนที่ปถวีร์จะหยิบการ์ดสีเงินออกมาเสียบเข้าที่ช่องเสียบบัตร จากนั้นจึงเปิดประตูเข้าไปข้างใน

ห้องนั้นมีขนาดพอๆกับอพาร์ทเมนต์ที่โอมอยู่ตอนนี้ อันที่จริงไม่ใช่แค่ขนาดหรอก แต่ทั้งสีสันและสภาพของทุกอย่างในนั้น มันเหมือนห้องของเขาชนิดที่ว่าลอกแบบกันมาเป๊ะ ขนาดรอยถลอกที่ข้างฝาหรือกระป๋องน้ำอัดลมเปล่าที่เขาตั้งทิ้งไว้ในตู้เย็นก็ยังมีอยู่เลย

“ไง ถึงกับตะลึงล่ะสิ”วาโยยักคิ้วข้างขวาหลังเห็นโอมจ้องมองอย่างไม่เชื่อสายตัวเอง

ชายหนุ่มพึมพำ“นี่มันห้องของฉันนี่หว่า”

“ใช่ และไม่ใช่” อีกฝ่ายพูด“เราใช้เวทมนต์จัดห้องพักที่นี่ให้เหมือนกับห้องเดิมของนายเปี๊ยบ เพื่อที่นายจะได้มีความคุ้นเคยกับการอยู่ที่นี่ไง”

“หมายความว่าไงที่ว่า อยู่ที่นี่”

“ก็หมายความว่า ต่อไปนี้ นายต้องมาอยู่ที่นี่น่ะสิ”

“ทำไม ฉันต้องมาอยู่ที่ด้วยวะ”

“ไม่งั้น นายก็เตรียมตัวไปอยู่ในท้องตัวประหลาดอะไรสักอย่างได้เลย” เสียงมินตราดังขึ้น ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาในห้องและมองไปรอบๆ

“อืม ที่จริงห้องนี่ก็ยังไม่เหมือนห้องนายเท่าไหร่น่ะ นายโอม”นาคสาวว่า”ฉันว่ามันสะอาดกว่าของจริงไปหน่อย”

โอมเลือกที่จะไม่ใส่ใจกับคำพูดกวนโมโหของยัยงูเขียว ซึ่งเป็นฉายาใหม่ที่เขาตั้งให้มินตราแบบสดๆร้อนๆ ชายหนุ่มพูดกับเพื่อนทั้งสองของเขาว่า

“ฉันขอกลับไปอยู่ที่เดิมไม่ได้เหรอ ที่นี่มันไกลจากมหาลัยเยอะเลยนะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เรามีรถบริการรับส่ง รวดเร็วทันใจ รับรองไม่มีทางสาย”วาโยบอก

“ไอ้รถแทกซี่กับพวกคนขับวิตถารทั้งหลายน่ะ ขอทีเหอะวะ ขืนให้นั่งอีก มีหวังหัวใจวายก่อนถึงที่หมายแหง”

“อะแฮ่ม..รบกวนฟังฉันนิสนึงนะ นายโอม อัครา”มินตราเอ่ยแทรกอีกรอบ”ตอนนี้ นายไม่มีสิทธิ์เลือกถ้านายยังอยากจะอยู่ในถึงวันพรุ่งนี้..”

“เออ ย้ำอยู่ได้ยัยนี่”โอมว่า ก่อนหันมาพูดกับเพื่อนทั้งสอง “ตกลงฉันต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ใช่ไหม”

ปถวีร์พยักหน้า“ใช่”

“แล้ว ฉันต้องแชร์ห้องกับใครหรือเปล่า”

“ไม่ต้อง”

“แล้ว พวกนายล่ะ พักห้องไหน”

“ทางซ้าย ห้องฉัน ส่วนทางขวาห้องไอ้โย”

“แล้ว ไอ้ห้องประตูเขียวที่อยู่ตรงข้ามห้องฉันเนี่ยล่ะ ของใคร”โอมถามเพราะรู้สึกเขม่นตาขวาชอบกล ตอนมองห้องตรงข้าม

“ห้องฉันเอง”มินตราตอบ”นายยังมีปัญหาอะไรอีกไหม”
 

“ถ้าจะมีปัญหา ก็คงตอนที่ฉันเผลอเข้าห้องผิดตอนดึกๆล่ะม้างง”ชายหนุ่มทำเสียงกวนประสาท

“ก็ลองดูซี่”คำว่า ซี่ ของมินตราฟังเหมือนกับเสียงขู่ของงูไม่มีผิด”ฉันสาบานกับทวยเทพเลยว่า ถ้านายทำแบบนั้นเมื่อไหร่ ฉันจะทำให้นายเจอกับฝันร้ายชนิดที่ชั่วชีวิตนี้ นายไม่มีวันลืมเชียวล่ะ”

**********************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

96 ความคิดเห็น

  1. #38 kimurakung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 17:57
    อิอิ เกือบจะได้รู้แระ ว่าโอมมีความเป็นมาไง..แต่ก็ปากดีเหมือนกันนะ ไปยั่วธิดานาคอย่างมินตรา แอบคิดไรป๊ะเนี่ยะ
    #38
    0