I Remember ปลดล็อกหัวใจ ไขความทรงจำ [ สนพ. แจ่มใส ธันวาคม ]

ตอนที่ 5 : Chapter 3 [ 100% ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,250
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ก.ย. 58

3

 

            ฉันได้แต่ยืนอึ้งในขณะที่ผู้ชายตรงหน้าเอียงคอมองกลับมาด้วยสีหน้าตั้งคำถาม ใบหน้ามึนๆ ที่ฉันเคยเห็นเมื่อวานก็ยังคงดูมึนงงไม่แปรเปลี่ยน เพียงแต่...คราวนี้บวกใบหน้าแดงๆ และดวงตาที่ดูเหม่อลอยเข้าไปด้วย ทำให้ฉันพอจะดูออกว่า เขาน่าจะกำลังเมา อันที่จริงไม่ต้องเดาเลยด้วยซ้ำ เพราะกลิ่นแอลกอฮอล์ที่คละคลุ้งออกมาจากตัวเขามันชัดเจนมากซะจนฉันแอบย่นจมูก

ว่าแต่...เขามาทำอะไรที่ห้องฉันล่ะเนี่ย?

                สวัสดีครับ (-A-)” พอเห็นว่าฉันไม่พูดอะไร หมอนี่ก็ทักทายอีกครั้งพร้อมกับยกมือไหว้ฉันเหมือนเมื่อกี้นี้เด๊ะ จนฉันแทบจะปล่อยมือออกจากลูกบิดเพื่อรับไหว้เขาไม่ทัน

                หวัดดี เอ่อ...นาย...?ฉันไม่รู้จะพูดอะไรดี เพราะสถานการณ์มันน่างุนงงไปหมด แล้วเขาก็ทำให้มันงงมากขึ้น ด้วยการ  

                “ผมชื่อรันโซ

                โอเค ขอยืนยันอีกครั้งว่าหมอนี่ต้องเมาแน่ๆ เมาหนักมากด้วย

                อ่าฮะ ฉันจำได้ แต่ที่ฉันกำลังจะถามคือ นายมีธุระอะไร...

                “สวัสดีครับ (-A-)”

                พระเจ้า! หมอนี่เป็นบ้าอะไรเนี่ย!? เขายกมือไหว้ฉันแถมยังพูดสวัสดีเป็นครั้งที่สามแล้วนะ ฉันได้แต่มองร่างสูงอย่างไม่ไว้วางใจพลางถอยหลังสองสามก้าว

                “(‘///’)”

                “=_=;”

                “(. .)”

                ถ้านายไม่พูดอะไร ฉันจะปิดประตูแล้วนะ พูดจบฉันก็ถอยหลังอีกก้าวพร้อมกับดันประตูปิดทันที แต่...

                โอ๊ย!”

                เฮ้ย! นายเป็นอะไรมั้ย O_O!” ฉันเปิดประตูออกอีกครั้งด้วยความตื่นตระหนก คิดไม่ถึงว่าเขาจะยื่นมือมาขวางทำให้ฉันปิดประตูทับมือเขาเต็มๆ

                เจ็บเขากุมมือตัวเองไว้แล้วเงยหน้าขึ้นมาบอก

                เจ็บจริงมั้ยเนี่ย ทำไมเสียงโมโนโทนขนาดนั้น แถมหน้าซื่อๆ นั่นมันอะไรกัน

เอ่อ...ขอโทษทีนะ แต่ว่านาย ไปทำแผลที่อื่นเถอะ เดี๋ยวฉันจะเอาเงินค่ารักษาให้... กรี๊ด!” ฉันกรีดร้องออกมาเสียงดัง เมื่ออยู่ๆ คนตรงหน้าก็ผลักบานประตูเข้ามาจนเกือบจะกระแทกหน้าฉัน ดวงตาสีนิลมองฉันงงๆ ก่อนจะแทรกตัวเข้ามาในห้องหน้าตาเฉย

                ให้ตายเถอะ! นี่เขาต้องการอะไรจากฉันเนี่ย      

                ในขณะที่ฉันได้แต่ถอยห่างออกจากเขาด้วยความหวาดกลัว รันโซก็มองซ้ายมองขวาไปรอบห้อง ก่อนจะเดินตรงไปยัง...

                หะ...ห้องนอน

                “เฮ้! เดี๋ยว นาย...!” ฉันกำลังจะร้องห้ามไม่ให้เขาเดินไปทางนั้น แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว มือหนาเอื้อมไปเปิดประตูห้องอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินเข้าไปในนั้น แล้วก็...

                ตุบ!

                ล้มลงนอนบนเตียงหน้าตาเฉย

นี่มัน...อะไรกัน??

                ฉันเดินตามเขาเข้าไปในห้องโดยไม่ลืมที่จะหยิบไม้กวาดที่วางอยู่แถวๆ นี้ติดไปด้วยเพื่อป้องกันตัว แต่คนที่นอนอยู่บนเตียงก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะทำร้ายอะไรฉันเลย เขาเพียงแค่ซุกหน้าลงกับหมอน และ

...หลับ  

                “เฮ้ ฉันเรียกพลางใช้ไม้กวาดเขี่ยๆ ตัวเขา

                “z…zZ” ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนอง

                “ถ้าไม่ลุกขึ้นมาฉันจะโทรแจ้งตำรวจนะ” ฉันขู่

                “Z…zZ” แต่เสียงกรนเบาๆ และหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอทำให้มั่นใจได้เลยว่า ผู้ชายตรงหน้าได้หลับสนิทไปแล้ว

ฉันยืนมองร่างสูงที่นอนพาดอยู่บนเตียงด้วยความอึ้งและมึนงงสุดขีด...เดี๋ยวนะ ขอฉันเรียบเรียงความคิดก่อน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ตั้งแต่เจอกันครั้งก่อนแล้ว หมอนี่ก็เอาแต่ทำท่าทางประหลาดๆ แถมครั้งนี้ยังถึงขั้นบุกเข้ามานอนบนเตียงฉันโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก สาบานเถอะว่าเขาไม่ได้กำลังถ่ายทำรายการทีวีอำกันเล่นอยู่จริงๆ น่ะ

นี่ฉันควรจะเอายังไงดี? ควรปลุกเขาแล้วไล่ไปไกลๆ เลยมั้ย เขาเป็นมิจฉาชีพหรือเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าอยู่ๆ เกิดตื่นขึ้นมาทำร้ายฉันล่ะ?

ฉันพยายามตั้งสติ ขณะที่พาตัวเองออกมาจากห้องนอนอย่ามึนๆ ก่อนจะจัดการล็อกกลอนจากด้านนอกและเอาด้ามไม้กวาดขัดกับบานประตูไว้อีกที เพื่อให้มั่นใจว่า ถ้าผู้ชายคนนั้นตื่นขึ้นมาแล้วจะไม่สามารถออกมาจากห้องนั้นได้แน่นอน

                โอเค... เอาล่ะ แล้วไงต่อ

                ฉันยกมือขึ้นเสยผมอย่างใช้ความคิด อา...ใช่แล้ว แจ้งตำรวจไง ว่าแล้วฉันก็เดินไปคว้าโทรศัพท์ที่อยู่ข้างโซฟาทันที แต่...

                ตำรวจเลยเหรอ?

                ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายจากการโทรแจ้ง 191 เป็นโทรหายามข้างล่างแทน

                แต่รอแล้วรอเล่า กดโทรย้ำเป็นรอบที่สอง ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีคนรับสายเลย ฉันถอนหายใจพลางยีผมของตัวเองจนอย่างคิดหนัก แล้วตัดสินใจเดินออกจากห้อง เพื่อไปบอกยามด้วยตัวเอง แต่เมื่อมาถึงหน้าเคาน์เตอร์ที่ควรจะมีพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่ กลับไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ ที่จะขอความช่วยเหลือได้เลย

                อะไรกัน ยามอพาร์ตเมนต์นี้

                ฉันได้แต่ถอนหายใจอย่างไม่รู้จะทำยังไง ก่อนจะเดินกลับห้องตัวเองอีกรอบ หลังจากลองเอาหูแนบกับประตูห้องนอนแล้วไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากความเงียบ จึงถอยออกมา และมองบานประตูอย่างครุ่นคิดอีกครั้ง

หรือฉัน...ควรจะปล่อยเขาไว้แบบนี้ดีล่ะ? อย่างน้อยผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะประทุษร้ายอะไรฉันนี่นา ...ถึงเขาจะดูประหลาดไปนิด แต่คนหน้าซื่อๆ แบบนั้นจะเป็นคนอันตรายได้ยังไง

ให้ตาย นี่มันไม่โอเคเลย ทำไมฉันถึงไว้ใจคนง่ายแบบนี้ล่ะเนี่ย

                ฉันทิ้งตัวลงที่โซฟาอย่างปลงตก ถึงแม้จะกังวล แต่ก็ไม่กล้าแจ้งตำรวจอยู่ดี เอาเป็นว่า ฉันจะรอจนกว่าเขาจะตื่นขึ้นมา แล้วค่อยถามอีกทีดีกว่าว่าเขาต้องการอะไร โอเค... ตกลงเอาตามนี้นะลีอา เธอต้องใจเย็นๆ รอจนกว่าหมอนั่นจะตื่นมา และถามที่มาที่ไปของเขาให้ชัดเจนเลย บางทีเขาอาจจะแค่เมา แล้วกลับห้องไม่ถูกก็ได้ จริงมั้ย?

                ...

                ...

                เฮ้...ใครก็ได้ช่วยยืนยันทีเถอะว่าความคิดของฉันมันดีแล้วจริงๆ ไม่งั้นฉันจะต้องกลายเป็นคนที่โง่มากแน่ๆ ถ้าหมอนั่นเกิดเป็นคนร้ายแล้วฆ่าฉันตายขึ้นมา -_-

 

                เวลาผ่านไป

                “อืม...” ฉันครางออกมาเบาๆ พร้อมกับพลิกตัวโดยลืมไปเสียสนิทเลยว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่บนเตียงเหมือนทุกวัน

                “อ๊ะ!” มันมีแต่ความว่างเปล่าที่รองรับร่างกายฉันอยู่ ฉันร้องอย่างตกใจเมื่อรู้ว่าอีกไม่กี่วินาทีหัวฉันคงจะกระแทกพื้นแน่ๆ

แต่ทว่า

                หมับ!

                ฉัน... ไม่เจ็บ อันที่จริงร่างของฉันมันยังไม่ตกถึงพื้นอย่างที่คิดเอาไว้ด้วยซ้ำ มันเหมือนกับ มีใครบางคน มารับเอาไว้?

                “โอ๊ะ”

                “O_O!

                “(‘ ‘)

                “กะ...กรี๊ดดด!!

                ตุ้บ!

                ฉันกรีดร้องออกมาเสียงดัง จนทำให้เจ้าของอ้อมแขนที่รองรับฉันอยู่ตกใจจนเผลอปล่อยมือโดยไม่ตั้งใจแล้วร่างของฉันก็หล่นลงมากระแทกพื้นในที่สุด

            “อ๊า! หลังฉัน”

                “เป็นไรมั้ย” ประโยคคำถามดังมาจากเจ้าของร่างสูงที่คุกเข่าลงมาพูดใกล้ๆ จนฉันสามารถเห็นใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน และนั่นทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าต้นเหตุที่ทำให้ฉันกรีดร้องเสียงหลงเมื่อกี้นี้มันคืออะไร

                “นะ...นาย!” ฉันถอยกรูดออกมาให้ห่างจากเขามากที่สุดพร้อมกับหาอาวุธมาป้องกันตัว แต่รอบตัวตอนนี้กลับไม่มีอะไรที่จะใช้เป็นอาวุธได้เลย นอกจากรีโมตทีวี

                “อย่าเข้ามานะ!” แต่ยังไงฉันก็จัดการลุกขึ้นไปคว้ามันมาถือขู่ไว้แก้ขัดอยู่ดี

                “ครับ?

                แต่อย่างกับหมอนี่จะกลัวนี่

                “กรี๊ด! บะ...บอกว่าอย่าเข้ามาไง” ฉันแหกปากเสียงหลงพร้อมกับกระโดดถอยหลังไปก้าวใหญ่ เมื่อคนตรงหน้าลุกขึ้นและเดินเข้ามา “ถ้านายก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉัน... ฉันจะปาไอ้นี่ใส่หัวนายจริงๆ นะ” ฉันขู่พร้อมกับทำท่าจะขว้างรีโมตออกไป ฉันรู้ มันเป็นการขู่ที่ไร้ซึ่งความน่ากลัวสุดๆ ไปเลย

แต่ใครจะไปคิดว่ามันจะได้ผล

                “...?” เขาชะงักและก้มลงมองเท้าตัว จากนั้นก็ค่อยๆ ถอยหลังไปสองก้าวเล็กๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองฉันอีกครั้งด้วยสีหน้าที่เหมือนกับจะถามว่า ถอยแบบนี้ถูกหรือเปล่า?

                ฉันอ้าปากค้างอย่างไปต่อไม่ถูก นี่ฉันกำลังคุยอยู่กับคนประเภทไหนกันเนี่ย ทำไมถึงได้ทำหน้าตาใสซื่อได้ทุกสถานการณ์แบบนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้ว หมอนี่ก็เอาแต่ทำหน้าตามึนฉัน แถมเมื่อคืน ยังบุกเข้ามานอนในห้องฉันอย่างสบายใจเฉิบอีกต่างหาก...

เดี๋ยวนะ... นอนในห้อง งั้นเหรอ? 

                ตายแล้ว ห้องนอนฉัน!

จำได้ใช่มั้ยว่าก่อนหน้านี้ตอนที่เขาเข้าไปหลับอุตุในห้องนอน ฉันก็จัดการขังเขาเอาไว้ในนั้น แถมยังเอาด้ามไม้กวาดขัดประตูไว้อีกต่างหาก เพราะฉะนั้นมันคงจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะออกมายืนตีหน้ามึนใส่ฉันแบบนี้ นอกซะจากเขาจะเป็นวิญญาณที่เดินทะลุประตูได้ และพนันได้เลยว่ามันคงไม่ใช่แบบนั้นแน่ๆ

พอหันกลับไปยังตำแหน่งของประตูห้องนอน ที่ควรจะล็อกไว้อย่างแน่นหนา ฉันก็กระจ่างแก่ใจทันที ว่าเกิดอะไรขึ้น

                “พระเจ้า... นายพังประตูงั้นเหรอ!?” ฉันโพล่งขึ้นมาเสียงดัง พร้อมกับความรู้สึกที่เหมือนกำลังจะเป็นลม มือของฉันไร้เรี่ยวแรงซะจนรีโมตที่ถืออยู่ร่วงลงไปอยู่ที่พื้นโดยไม่รู้ตัว แต่ใครจะไปสนล่ะ ในเมื่อภาพที่ฉันเห็น มันน่าช็อกมากกว่าเป็นร้อยเท่า

                ตอนนี้ตำแหน่งที่ควรจะมีประตูสีขาวกั้นอยู่ กลับว่างเปล่า เผยให้เห็นเตียงนอนขนาดควีนไซส์ และเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ภายในห้องที่ควรจะเป็นสถานที่ส่วนตัวของฉันได้อย่างถนัดตา ในขณะที่ประตูบานสีขาวนั่น กลับลงมานอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นหน้าห้องอย่างน่าเวทนา

                “นาย...พัง...ประตู” ฉันมองซากประตูบานใหญ่สลับกับใบหน้าซื่อๆ ของรันโซด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา

ฉันกำลังฝันอยู่ใช่มั้ย? นั่นมัน...ประตูทั้งบานเชียวนะเขาทำได้ยังไงกัน แถมที่สำคัญไปกว่านั้น ทำไมฉันถึงยังหลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทั้งๆ ที่ผู้ชายคนนี้ถล่มประตูห้องฉันขนาดนั้น

โอย นี่มันบ้าชัดๆ

                ฉันทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ก่อนจะยกมือขึ้นมากุมขมับพลางเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายเจ้าปัญหา ที่ยังคงยืนมองฉันด้วยสีหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราวเหมือนเคย

                “นาย...เป็นโจรใช่มั้ย” ฉันถามออกมาด้วยน้ำเสียงไร้เรี่ยวแรงถึงแม้มันจะเป็นคำถามที่งี่เง่าสิ้นดีก็เถอะ  จะมีโจรที่ไหน ยอมรับว่าตัวเองเป็นโจรกันล่ะ

                “...” ร่างสูงไม่ตอบอะไร

“ถ้านายเป็นโจรล่ะก็ อยากได้อะไรก็หยิบไปเลย ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่แจ้งตำรวจ” ฉันพูดต่อ เริ่มรู้สึกไม่ยินดียินร้ายอะไร 

ไม่ว่าเขาจะมาดีหรือมาร้าย แต่ถ้าถึงขนาดพังประตูได้ทั้งบานขนาดนั้น ฉันก็คงจะไม่สามารถสู้อะไรเขาได้แล้วล่ะ ฉันผิดเอง ที่เห็นแก่หน้าซื่อๆ ของหมอนี่ และไม่ยอมโทรแจ้งตำรวจตั้งแต่แรก ไม่งั้นฉันก็คงไม่ต้องเสียค่าโง่เป็นประตูหนึ่งบาน และของมีค่าอะไรก็ตามแต่ที่เขาอาจจะหยิบติดมือไป

                พรึ่บ~

                ...!?

ฉันสะดุ้งสุดตัวเมื่ออยู่ๆ รันโซก็ทรุดตัวนั่งลงตรงหน้า อันที่จริง ฉันแทบจะกรี๊ดออกมาด้วยซ้ำ แต่โชคดีที่ยกมือขึ้นปิดปากไว้ได้ทัน และเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้มีท่าทีจะเข้ามาทำร้าย จึงได้แต่มองกลับไปด้วยความสงสัย

“นะ...นาย จะทำอะไร” ฉันถามพลางขยับถอยหลังทีละนิด

                “...” อย่าเอาแต่เงียบได้มั้ย =_=;

สาบานเลยว่าถ้าเขาทำอะไรประหลาดๆ ออกมาอีก ฉันก็พร้อมที่จะวิ่งหนีแล้วจริงๆ

                “ผม...” ในที่สุดเขาก็พูดอะไรสักที หลังจากที่ปล่อยให้ฉันนั่งลุ้นอยู่พักใหญ่

                “?”

                “ขอโทษครับ (. .)

                “...”

นี่ฉันฟังอะไรผิดไปหรือเปล่า เมื่อกี้หมอนี่พูดว่าขอโทษเหรอ? ง่ายๆ งี้เลยอ่ะนะ?

รู้สึกอยากได้ล่ามสำหรับสื่อสารกับคนคนนี้จริงๆ ตอนนี้ฉันไม่สามารถรู้ได้เลยว่า เขาเข้าใจที่ฉันพูดบ้างหรือเปล่า แต่เพราะท่าทางซื่อๆ บวกกับคำขอโทษที่เขาเพิ่งเอ่ยออกมาเมื่อครู่ ทำให้ฉันค่อนข้างมั่นใจขึ้นมานิดหน่อย ว่าเขาอาจจะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด

                ฉันถอนหายใจเบาๆ อย่างหนักใจ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเขา และถามออกมาตรงๆ

                “สรุปว่า นายไม่ได้คิดที่จะมาขโมยของในห้องฉันใช่มั้ย”

                “...” แต่เขากลับนิ่ง และทำหน้างง...อีกแล้ว

                “เฮ้ นี่นายสร่างเมาหรือยังเนี่ย”

                “ครับ”  

                ครับนี่คือสร่างแล้วใช่มั้ย -_-

                “โอเค... รันโซ ฉันขอถามนายอีกคำถามเดียว นายต้องการอะไรจากฉัน” ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นพิเศษ และหวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าคนตรงหน้าจะช่วยจริงจังกับฉันด้วย สักนิดหน่อยก็ยังดี

                “ครับ?”

                แต่ดูเหมือนจะไม่เลย

เขาทำหน้างง จนฉันงงตาม และไม่รู้จะทำยังไงให้สถานการณ์อันน่าสับสนนี่จบลงสักที ฉันรู้สึกอยากจะพุ่งเข้าไปจับตัวเขาเขย่าๆ ให้พูดอะไรออกมา หรือไม่ก็เปลี่ยนสีหน้าบ้างก็ได้ ไม่ใช่เอาแต่ทำหน้าซื่อ แถมมีเครื่องหมายคำถามแปะอยู่กลางหน้าผากอยู่ตลอดเวลาแบบนี้

                “อันที่จริง”

                ฉันเงยหน้าขึ้นจากความรันทดใจทันทีที่เขาเริ่มเอ่ยอะไรออกมา ขอบคุณพระเจ้า!

                “ผมหลงทาง (. .)

                “...”

                ฉัน... ขอเวลาอึ้งสามวินาที ไม่ๆ ขอสิบเลย ขอเวลาสิบวินาทีสำหรับการอึ้งกับประโยคบอกเล่าที่ดูเหมือนจะธรรมดามากกับผู้ชายหน้าซื่ออย่างเขา แต่มันน่าอัศจรรย์มาก สำหรับบุคคลธรรมดา ที่รับมือกับสถานการณ์ตอนนี้ไม่ทันเลยสักนิดอย่างฉัน ...หลงทางเนี่ยนะ? หมอนี่อายุกี่ขวบกัน? นี่มันอพาร์ตเมนต์นะ ไม่ใช่เขาวงกต จะมาหลงทงหลงทางอะไร บ้าไปแล้ว

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าฉันจะช่วยอะไรนายได้ แต่ที่แน่ๆ ที่นี่ไม่ใช่บ้านของนาย” ฉันลุกขึ้น ก่อนจะผายมือเชิญเขาไปที่ประตู “และฉันคิดว่านายควรจะออกไปจากห้องนี้ดีกว่า เผื่อว่ามันจะสามารถช่วยให้นายหาทางไปในที่ที่นายอยากจะไปได้ง่ายขึ้น” ฉันคิดว่าตัวเองออกปากไล่อย่างตรงไปตรงมาแล้วนะ แต่เขากลับ

?

ไม่เข้าใจที่ฉันพูดเลยสินะ -*-

ฉันไม่รู้ว่าควรจะขำหรือจะเครียดดี ที่มีผู้ชายประหลาดที่เข้าใจยากที่สุดในโลกคนนี้อยู่ในห้อง

“ถือว่าฉันขอร้องนะ ออกไปเถอะ ไม่งั้นฉันจะโทรแจ้งตำรวจ...”

“โอ๊ะ” ยังไม่ทันที่ฉันจะขู่เสร็จ เขาก็ร้องขึ้นมา ท่าทางเหมือนไม่ได้ฟังคำบ่นของฉันเลยด้วยซ้ำ ฉันชะงักคำพูดของตัวเองไว้แค่นั้น ในขณะที่เขาลุกขึ้นและเริ่มมองหาอะไรบางอย่างไปทั่ว

“อะ...อะไร หาอะไรอยู่น่ะ?”

“เป้ผม” เขาหันมาตอบ สีหน้าเหมือนจะถามว่าฉันเห็นของของเขาหรือเปล่า ฉันจึงส่ายหัวกลับไปช้าๆ

“ไม่มีนี่ ตอนที่นายบุก เอ่อ...ฉันหมายถึง ตอนนายเข้ามาในห้อง ฉันก็ไม่เห็นว่านายจะมีกระเป๋าอะไรติดตัวมาเลย” พอฉันพูดจบ คนตรงหน้าก็อ้าปากค้าง เบิกตากว้าง พร้อมกับมีแววตาแปลกๆ ฉายออกมา

นี่คือสีหน้าตกใจเหรอ หรืออะไร? ใครเข้าใจช่วยแปลให้หน่อยสิ

“บางทีนายอาจจะลืมไว้...”

“ของผมหาย” เขาทำหน้าจ๋อยสนิทใส่ฉันที่ยังคงอ้าปากพูดไม่ทันจบประโยค

 “อะ...เอ่อ...“

(. .)

=_=;” อย่ามาทำหน้าตาน่าสงสารกดดันฉันนะ

(. .)lll

“เฮ้อ มีอะไรให้ฉันช่วยมั้ย?” ฉันถามออกมาในที่สุด เล่นทำหน้าจ๋อยขนาดนั้น จะให้ทนเฉยได้ยังไงล่ะ พอฉันพูดจบ หมอนี่ก็เงยหน้าขึ้นมาจ้องหน้าฉันนิ่ง แววตาเหมือนจะแสดงความดีใจออกมานิดๆ... มั้ง

“แต่ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้มากหรอกนะ เพราะฉันก็ไม่รู้จริงๆ ว่ากระเป๋าของนายมันอยู่ที่ไหน” ฉันบอกไว้ก่อน

“ถ้างั้น...” เขาเงียบไปหลายวินาทีก่อนจะพูดออกมาพร้อมกับทำท่าเหมือนครุ่นคิด แล้วเจ้าของดวงตาสีนิลก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาฉันด้วยใบหน้าใสซื่อนั่นอีกครั้ง

“...?”

“ผมขอกินข้าวก่อนได้มั้ย?”

                และสิ่งที่เข้าขอ มันก็ช่างเหนือความคาดหมายของฉันซะเหลือเกิน

...เอาเถอะ ลีอา อย่างน้อย เขาก็ไม่ได้ขออะไรที่มันยากเกินไปล่ะนะ


-- makok_num --

                                                

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

498 ความคิดเห็น

  1. #434 tynie chan > (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มีนาคม 2557 / 01:34
    จ๊วยยยยยยยยยยยยยย มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ไรต์!~


     สุโค่ยยยย!
    #434
    0
  2. #382 PHANTOM (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 23:39
    น่ารักดีค่ะ ><
    #382
    0
  3. #233 FreZinPrince (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2555 / 21:20
    โว้ววว มีแฟนอาร์ตด้วย งามๆ
    #233
    0
  4. #118 LuKtArN (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2555 / 19:28
    สวยค่า
    #118
    0
  5. #99 chococream (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 มีนาคม 2555 / 19:45
    =[]=!!! สวยม๊ากกก!!

    เห็นแล้วกลับมามองการวาดรูปของตัวเอง...มันช่างห่วยแตกสิ้นดี TT.TT

    สู้ๆค่าไรเตอร์
    #99
    0
  6. #48 Falim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:26
     5555555555555++++ >///////////<
    #48
    0
  7. #47 Pitch M'c (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 / 08:59
    ถ้าจะสวยอ่ะไรขนาดนี้  >_<
    #47
    0
  8. #46 B2UTY_KUNGKING (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 / 07:48
     งดงามมากกกกกกก><
    #46
    0
  9. #45 PanDonG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:46
     งดงามมม
    #45
    0