(รีไรท์+จบ) Red Destiny ทำนายรักหนูน้อยหมวกแดงกับนายหมาป่า

ตอนที่ 3 : Red Destiny #2 รอยจูบ [ รีไรท์จ้า ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1721
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ต.ค. 59


#2

รอยจูบ


 

แบบนี้มันต้องฉลอง!!!

วันนี้ฉันชวนแก๊งเพื่อนสาวมาฉลองกันที่ไนต์คลับเปิดใหม่ของลูกพี่ลูกน้องฉันเอง ฉลองที่ฉันมีแฟนคนแรก แล้วก็ฉลองที่ฉันจะไม่ต้องขึ้นคานแล้ว โฮะๆ ฉันมั่นใจยังไงเขาก็ต้องรักฉัน ไม่มีอะไรที่ณณาคนนี้ต้องการแล้วจะไม่ได้

ฉันกับปันปันเดินตรงไปที่โต๊ะที่ยัย มิกิ กับ จันทร์เจ้า นั่งรออยู่ก่อนแล้ว อันที่จริงฉันเพิ่งเคยมาที่นี่ครั้งแรก เพราะได้ยินมาว่าที่นี่คนเยอะแล้วก็จองโต๊ะยากมากแต่วันนี้ฉันก็จองโต๊ะได้ สวรรค์เองก็คงอยากแสดงความยินดีกับฉันด้วยสินะ โฮะๆ

“ ไฮ สาวๆ “ ฉันตรงไปทักทายเพื่อนสาวทั้งสองแล้วนั่งลงตรงที่ว่างอยู่ก่อนที่บริกรจะยกเครื่องดื่มสีฟ้าสดใสที่ฉันโปรดปรานมาเสิร์ฟตามที่ยัยมิกิสั่ง

“ ขอบคุณ “ ฉันขอบคุณบริกรหนุ่มก่อนจะยิ้มโปรยเสน่ห์แบบที่ชอบทำประจำแล้วยกน้ำสีฟ้าของโปรดขึ้นดื่ม

“ เรียนบริหารบัญชีนะยะ ไม่ใช่บริหารเสน่ห์ “ เสียงยัยจันทร์เจ้า สาวเปรี้ยวที่สุดในกลุ่มเอ่ยแซว เหมือนทุกครั้งที่ฉันทำแบบนี้

“ ก็มันมีเยอะนี่นา “ ฉันบอกแล้วยิ้มเซ็กซี่ไปให้เธอ

เชอะ ชอบมาว่าแต่ฉัน พวกเธอเองก็ใช่ย่อย แต่ละคนสวยปราดเปรียวเปรี้ยวจี๊ดกันทั้งนั้น

“ แดนซ์กันหน่อยมั้ยสาวๆ “ มิกิ สาวสวยทรงอึ้มเชื้อสายญี่ปุ่นร้อยเปอร์เซ็นต์เอ่ยชวนเมื่อได้ยินทำนองเพลงที่เธอโปรดปราน

“ เอาสิ “

ทั้งฉันและจันทร์เจ้าเดินตามมิกิขึ้นไปบนฟลอ ส่วนปันปัน สาวหมวยที่เรียบร้อยที่สุดในกลุ่มรับอาสาเฝ้าโต๊ะและทรัพย์สิน ก่อนที่เราทั้งสามคนจะร่ายท่วงท่าตามทำนองเพลงจนคนที่อยู่บนฟลอก่อนหน้าต้องยอมซูฮกกลับไปที่เดิมของพวกเขา เหลือแค่พวกเราสามคนเท่านั้นที่อยู่บนนั้น

ซักพักก็เริ่มมีผู้ชายขึ้นมาเต้นกับพวกเรา แต่ใครจะเข้ามาเต้นกับฉัน ฉันก็ไม่สนหรอก ฉันเต้นของฉันไปคนเดียวไม่สนใจใครก่อนจะแหวกทางคนเหล่านั้นลงมานั่งที่โต๊ะเพราะร้อนแล้วก็เหนื่อย ก่อนจะยกค็อกเทลตรงหน้าขึ้นดื่มหมดแก้วแก้กระหาย

“ หวัดดีครับคนสวย “ เสียงเจ้าชู้เอ่ยออกมาจากผู้ชายตรงหน้า ก่อนที่เขาจะนั่งลงข้างๆ ฉัน ก็หล่อนะ แต่ขอโทษ แฟนฉันหล่อกว่าเยอะ

“ หวัดดีค่ะ “ ฉันเอ่ยเสียงหวานด้วยรอยยิ้มที่ใครๆ ก็ยอมรับว่าเซ็กซี่

“ ผม เฟรม ครับ ไม่ทราบว่าคุณชื่อ….” น้ำเสียงเจ้าชู้ยังคงเอ่ยต่อไปพร้อมกับรอยยิ้มที่เท่ห์บาดใจนั่น

“ ณณา ค่ะ “ ฉันตอบเสียงหวานแล้วหันไปสั่งเครื่องดื่มจากบริกร

“ รู้ตัวมั้ยครับว่าคุณสวยมาก สวยจนผมนึกว่าตัวเองตายไปแล้วถึงได้เห็นนางฟ้าแบบคุณ “

รู้ตัวสิยะ นี่มันหน้าฉันนะ

“ ปากหวานจังเลยนะคะ อยากรู้จริงว่าพูดแบบนี้กับผู้หญิงมากี่คนแล้ว “ ฉันเอามือไปแตะที่ริมฝีปากของเขาเบาๆ อย่างยั่วยวน ก่อนจะส่งสายตาและรอยยิ้มชวนฝันไปให้

“ ถ้าผมบอกว่าคุณคือคนแรก คุณจะเชื่อมั้ยครับ “

มือเขาพยายามจะคว้ามือของฉันไปจับแต่ฉันก็หลบทัน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกนะที่เกิดอะไรแบบนี้ ฉันไม่มีทางหลงคารมหรือคำหวานของผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้นแหละ

“ ไม่เชื่อหรอกค่ะ หล่อแบบนี้ มีแฟนแล้วแน่ๆ “ ฉันบอกอย่างงอนๆ ก่อนจะยกน้ำสีฟ้าแก้วที่สองขึ้นจิบด้วยท่วงท่าเซ็กซี่ๆ

“ ไม่มีแน่นอน แต่ตอนนี้เหมือนจะเจอแล้ว “ เสียงเจ้าชู้ยังคงพร่ำคำหวานมาไม่ขาดหู

น่าเชื่อตายหละ คารมแบบนี้ คงไม่ได้มีแต่แฟนหรอก คงมีทั้งกิ๊กทั้งควิ๊กเป็นโขลง

“ คนบ้า “ ฉันทำเป็นอาย แล้วส่งยิ้มหวานไปให้เขา

“ เต้นกันซักเพลงมั้ยครับ “ เขาชวนอย่างสุภาพแต่ฉันยังเหนื่อยอยู่เลยแล้วก็ขี้เกียจแล้วด้วย

“ ไว้คราวหน้าดีกว่าค่ะ ถ้าคราวหน้ายังจำกันได้ มากกว่าเต้น ณณาก็ให้ได้ “ ฉันบอกปฏิเสธด้วยคำสุภาพที่แสนยั่วยอน ก่อนที่เขาจะลุกออกไป แต่ก็ยังไม่ลืมส่งยิ้มเจ้าชู้มาให้

“ ฉันไม่อยู่แปบเดียว แกคั่วผู้ชายอีกแล้วหรอ “

มีแต่ยัยจันทร์เจ้าคนเดียวเท่านั้นแหละที่ชอบแซวฉัน แต่ศัพท์แกมันกำกวมไปหน่อยนะยะ

“ แค่คุย ยังไม่ได้คั่วยะ “ ฉันหันไปแขวะเธอกลับ สงสัยจะเหนื่อยกันหละสิยัยสองสาวขาแดนซ์ถึงลงมานั่งพักกัน หรือไม่ก็คงเบื่อไอพวกหัวงูที่ชอบมาเกาะแกะ

พอนั่งฟังเพลงไปเพลินๆ ฉันก็อยากเข้าห้องน้ำขึ้นมา

“ เดี๋ยวมานะ ไปห้องน้ำแปบ “ ฉันบอกเพื่อนทั้งสามก่อนจะลุกขึ้น

“ ให้ปันปันไปเป็นเพื่อนมั้ย “ ยัยปันปัน ยังคงเป็นห่วงฉันเหมือนเคยมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

“ ไม่เป็นไรจ้า แค่นี้เอง “

ฉันบอกก่อนจะเดินฝ่าผู้คนตรงไปยังที่หมาย ทำไมมันไกลจังเลย จะทำใหญ่ไปไหนเนี่ย ฉูฉี่จะแตกแล้ว แต่พอใกล้จะถึงกลับมาร่างของผู้ชายตัวสูงมาขวางหน้าไว้ พอจะเดินไปอีกทาง เขาก็ตามมาขวางเหมือนเดิม ทำให้ฉันต้องเงยหน้ามองคนไม่มีมารยาทคนนั้น

“ ขอโทษนะคะ ช่วยหลีกทางหน่อยคะ “ ฉันพูดอย่างสุภาพ ประสบการณ์มากมายที่ผ่านทำให้ฉันรู้ว่าสถานที่ที่ไม่ควรมีเรื่องมากที่สุดคือสถานที่แบบนี้

“ หวัดดีณณา สุดสวย “ ผู้ชายคนนั้นพูดออกมาโดยมีกลิ่นของแอลกอฮอล์ฟุ้งทั่วตัว

“ เรารู้จักกันด้วยหรอคะ “ ฉันถามด้วยรอยยิ้ม จำไม่ได้ว่าเคยรู้จักกับเขา หรืออาจจะรู้จักนะ แต่ไม่คิดจะจำ

“ อ้าว ลืมกันแบบนี้ก็แย่สิครับ คุณเคยบอกว่าถ้าเจอกันอีกเราจะแลกเบอร์กัน “

อ่อ งั้นคงจะเคยหละมั้ง แต่มันก็แค่การปฏิเสธที่เลี่ยงจะให้เบอร์กับคนที่เจอกันครั้งแรก มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่คิดว่าฉันจะให้เบอร์จริงๆ

“ ขอโทษนะคะ ฉันจำไม่ได้ ขอตัว “ ฉันบอกอย่างสุภาพและตอนนี้ก็ไม่มีอารมณ์อยากจะหว่านเสน่ห์ใส่ใครด้วย ฉันอยากเข้าห้องน้ำจะแย่แล้ว

“ เดี๋ยวเซ่ คิดจะหนีหรอ “ ไอหมอนั้นคว้าข้อมือของฉันไว้ ฉันเจ็บนะยะ แรงยังกะแรงควาย ฉันเป็นเพศแม่แกนะเฟ้ย

“ ฉันว่าคุณเมามากแล้วหละค่ะ แล้วฉันก็ไม่อยากมีเรื่องกับคนเมาด้วย “ ฉันเริ่มจะฉุนแล้วนะ กล้าดียังไงมาจับมือของฉัน


“ อย่ามาทำเล่นตัวยังกับว่าตัวเองไม่เคยไปหน่อยเลย ไม่มีใครเขาเชื่อหรอก “

เพี๊ยะ!

ฉันฟาดฝ่ามือลงบนหน้าของคนไร้มารยาท พูดหยาบคายไม่เป็นไร จับมือฉันไม่ว่า แต่ถ้ามาดูถูกไม่ให้เกียรติกัน ฉันไม่ทน!!

“ นังตัวดี เธอกล้าตบฉันหรอ ไม่รู้หรือไงว่าพ่อฉันเป็นใคร “

นี่แหละสันดารที่แท้จริงของผู้ชาย ฉันถึงไม่เคยแล้วก็ไม่มีทางหลงคำหวานเยินยอที่พวกเขาเอาแต่พร่ำบอกฉันไง

“ พ่อของคุณก็สามีแม่ของคุณไงคะ หรือว่าแม่ของคุณมีสามีมากกว่านี้งั้นหรอ “ รู้ฤทธิ์แม่น้อยไปซะแล้ว ฉันมีอีกฉายาหนึ่งก็คือเจ้าแม่ขาวีน คิดว่าคนสวยแบบฉันโกรธใครไม่เป็นรึไง ฉันไม่ใช่รูปปั้นนะยะ

“ ปากดีนักนะ นังนี่ “ ไอบ้าตรงหน้าง้างมือขึ้นเหมือนจะตบฉัน ฉันเตรียมจะใช้วิชาคาราเต้ที่คุณตาสอนป้องกันตัวแต่มือของไอบ้านั่นก็หยุดลงไปพร้อมกับร่างของมันที่ลงไปคุกเข่ากับพื้นและก็ปล่อยมือของฉันให้เป็นอิสระแล้วด้วย

เกิดอะไรขึ้น?

พอฉันมองไปตรงหน้าก็เจอกับร่างสูงเพรียว หุ่นนายแบบ ของผู้ชายที่หล่อลากเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารเกาหลี และดูหมือนเขาเองก็ตกใจเหมือนกันที่เห็นหน้าฉัน

ทำไมยะ ตกใจความสวยรึไง แต่ว่าเท่ห์ชะมัด สมแล้วที่เป็นแฟนฉัน

“ ณณากลัวมากเลย ขอบคุณนะคะที่รัก “

ฉันเข้าไปเกาะแขนเขาพร้อมกับส่งสายตาและน้ำเสียงออดอ้อนแสร้งทำเป็นว่ากลัวเรื่องเมื่อกี้มากมายทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ก่อนที่ไอผู้ชายคนนั้นจะลุกขึ้นมาแล้วจะมาหาเรื่องคนที่ทำให้ตนต้องอับอายแต่พอเห็นหน้าเขา มันก็ชะงักไปก่อนจะวิ่งหนีหางจุกก้นไปเลย ทำไมนะ?

คนที่เห็นเหตุการณ์เริ่มหันไปซุบซิบนินทากัน แล้วทำไมเมื่อกี้ไม่เข้ามาช่วยฉันยะ แต่เขากลับทำท่าจะเดินหนีไป แต่ฉันรั้งแขนเขาไว้ก่อนจะทำตาน่าสงสาร

“ พาไปห้องน้ำหน่อยสิ ณณากลัวไม่กล้าไปคนเดียวแล้ว “ ฉันบอกอย่างออดอ้อน เกาะแขนเขาแน่นขึ้น ทำตาน่าสงสาร เหมือนกลัวมากมาย

“ ทำไมต้องเป็นฉันด้วย “ เขาถามมาเหมือนจะบอกว่าไม่เกี่ยวอะไรกัน แต่ฉันไม่ยอมหรอก

“ ก็เราเป็นแฟนกันนี่ “ คำตอบของฉันเหมือนลูกดอกที่พุ่งไปปักกลางหน้าผากเขา ก่อนที่เขาจะจำยอมพาฉันไปโดยมีฉันที่แอบยิ้มอยู่คนเดียวในใจ

พอมาถึงห้องน้ำ ฉันก็เข้าไปทำธุระส่วนตัวแล้วก็ส่งข้อความหายัยปันปันด้วย บอกว่าจะไปนั่งกับนายหมา(ป่า)บ้า ไม่ต้องเป็นห่วง ก่อนจะออกไปหาเขาที่รออยู่หน้าห้องน้ำ

น่ารักจัง นึกว่าจะแอบหนีไปแล้วซะอีก เขาเองก็เป็นห่วงฉันเหมือนกันนี่นา ก็บอกแล้วว่านายต้องรักฉัน เย้ ฉันจะไม่ขึ้นคานแล้ว

“ โต๊ะอยู่ไหนจะไปส่ง “ เขาถามด้วยเสียงเย็นชา สไตล์เขา เชอะ ใครจะบอก ถ้าบอกแล้วฉันจะมีโอกาสทำให้นายชอบฉันมั้ยหละ ฝันเถอะ

“ ไม่ได้จองไว้หนะ ไปนั่งโต๊ะนายดีกว่า “ ฉันบอกเสียงหวานโดยไม่ลืมส่งรอยยิ้มไปด้วย พอเขาได้ยินก็หันมามองที่ฉันเหมือนจะจับผิดแต่เจ้าแม่การแสดงอย่างฉันก็ทำหน้าเศร้า แล้วพยักหน้าขึ้นลงเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าจริงๆ นะ ไม่ได้โม้ ตอบกลับไปอย่างแนบเนียน

เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่ก็ยอมพาฉันไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนของเขาแต่โดยดี

“ สวัสดีค่ะ ฉัน ณณา ค่ะ เป็นแฟนของวูล์ฟ “

ฉันทักทายเพื่อนๆ ของเขาด้วยเสียงหวานๆ และรอยยิ้มตามแบบฉบับของตัวเอง แต่เพื่อนของเขากลับทำหน้ากึ่งงงกึ่งสงสัยกึ่งตกใจใส่ฉัน แต่หลังจากนั้นเพื่อนๆ ของเขาก็เริ่มทยอยแนะนำตัวกัน เพื่อนของเขามีสี่คนไม่รวมเขา ก็มี คิม ที่อยู่กับเขาเมื่อเที่ยงด้วย แล้วก็ โจ กับ เทียนไข แฟนของโจ แล้วก็ พายไข่ คนที่แสดงออกมาชัดเจนเลยว่าไม่ชอบหน้าฉัน

เรามันผู้หญิงด้วยกัน แค่มองตาเธอฉันก็รู้แล้วว่าเธอต้องแอบชอบแฟนของฉันแน่ๆ เธอเองก็น่ารักดีนะ แต่ถ้าเทียบกับฉัน มันยังห่างไกลกันอีกเยอะ และอย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมยกเขาให้เธอ อย่างน้อยก็รอไปจนกว่าจะถึงสิ้นปีละกัน หลังจากนั้นฉันก็จะเขี่ยเขาทิ้ง โฮะๆ

“ ณณา ดื่มอะไรดีครับ “ คิมถามขึ้น

“ โค้กล่ะกันค่ะ ณณาดื่มไม่ค่อยเก่ง “ สตรอเบอร์รี่ อย่าว่าแต่แก้วเดียวเลย เพรียวๆ ทั้งขวดฉันยังไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เป็นผู้หญิงร้ายมันต้องซ่อนเล็บไว้บ้าง โฮะๆ

ให้ตายสิ ทำไมแฟนฉันไม่สนใจฉันเลยนะ มีแต่เพื่อนๆ เขาเนี่ยแหละที่เอาแต่ถามนู้นนี่ฉัน ส่วนเขาก็นั่งเล่นเกมส์ไอโฟนเขาไปอย่างเคย ไอหมูสีเขียวนั่นมันน่าสนใจกว่าฉันตรงไหนยะ อีตาหมาบ้า

“ ซักเพลงมั้ย “ เสียงหวานๆ ของพายไข่ส่งมาพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนชั่วร้าย

“ ได้สิ “ ฉันเองก็ตอบเธอไปด้วยเสียงหวานและรอยยิ้มที่เหนือกว่าเช่นกัน

ฉันเดินตามเธอไป ก่อนจะหันไปขยิบตาให้ทั้งสามสาวเพื่อนซี้เมื่อเดินผ่าน แต่พอหันกลับมาก็เจอกับพายไข่ในร่างโคโยตี้สาว เหอะ สถานที่เขาออกจะไฮโซ แต่ดูเธอทำ เอาเหอะ ฉันจะสอนเธอเองว่าการเต้นที่แท้จริงมันเป็นยังไง โคโยตี้ข้างทางอย่างเธอจะได้เจียมตัวไว้

ฉันก้าวขึ้นไปบนฟลอ เริ่มร่ายท่วงท่าที่สง่างามราวกับนางพญาหงส์ขาว ที่กำลังสั่งสอนอีกาให้รู้ว่าตัวเองก็เป็นได้แค่อีกา คิดจะมาเทียบชั้นกับหงส์มันเร็วไปร้อยล้านปีแสง

“ ณณา เต้นเก่งจังเลย “ พอกลับมาที่โต๊ะ เสียงชมเชยจากเพื่อนๆ ของเขาก็ดังขึ้น ฉันยิ้มและขอบคุณ แต่ในใจกลับแอบสะใจใครอีกคนที่ไม่มีใครสนใจ

“ แต่เดี๋ยวนะ ณณา เนี่ย ใช่ คนเดียวกับ นานะ หรือเปล่า “ เสียงเป็นมิตรของ เทียนไข เอ่ยถาม ในขณะที่ฉันยกโค้กขึ้นดื่มเพราะเหนื่อย

“ อ๋อ ใช่จ้ะ เพื่อนๆ ชอบเรียกว่า นานะ บอกว่าเรียกง่ายดี “ เพราะหนังเรื่อง นานะ นั่นแหละ ที่ทำให้ใครๆ ต่างก็เรียกชื่อฉันผิดๆ ถึงแม้มันจะเป็นชื่อญี่ปุ่นของฉันจริงๆ แต่ฉันก็ไม่เคยบอกใครนอกจากเพื่อนสนิท

“ จริงหรอ งั้นเธอก็คือ ดาวคณะฯ เราสินะ เพิ่งเคยเจอจริงๆ ก็คราวนี้แหละ น่ารักสมกับที่เขาร่ำลือเลย “ เทียนไขยังคงพูดไปยิ้มไปแบบนั้น เป็นน้ำเสียงและรอยยิ้มที่จริงใจจัง

“ ไม่หรอก แต่ละคนก็น่ารักไปคนละแบบ “ ฉันบอกเธอด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มจริงๆ ไม่ได้เสแสร้ง

ฉันรู้สึกถูกชะตากับเพื่อนๆ ของเขาจัง เราคุยกันถูกคอมากเลย เหมือนกำลังคุยอยู่กับพวกปันปันเลย แต่ขอเว้นไว้คนหนึ่งนะ ยัยนั่นคอยแต่จิกกัดฉันตลอด นึกว่าฉันไม่รู้รึไง เหอะ ต่อหน้าคนอื่นทำเป็นอินโนเซ็นต์ แอ๊บแบ้ว แต่จริงๆ เธอหนะมันนางมารร้ายชัดๆ

ฉันนั่งคุยกับเพื่อนๆ ของวูล์ฟโดยที่เขาไม่เปิดปากพูดอะไรเลยซักนิด สงสัยจะลืมกล่องเสียงไว้ในชักโครก จนกระทั่งไนต์คลับใกล้ปิด พวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

“ จะเดินตามฉันทำแบคทีเรียอะไรเนี่ย “

โอ๊ะ ไปเอากล่องเสียงกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

“ ก็ไม่ได้เอารถมานี่นา “ สตอเบอร์รี่ชีสเค้ก มินิคูเปอร์เอสสีแดงคาดดำลูกรักของฉันยังจอดนิ่งสนิทอยู่ข้างๆ นี่เอง

“ ก็ไปแท็กซี่สิ “ เขาตอบกลับมาโดยไม่คิด

ไอหมา (ป่า) บ้า จะให้คนสวยแบบฉันกลับบ้านคนเดียวดึกๆ ดื่นๆ ป่านนี้เนี่ยนะ นี่จิตใจเขาทำด้วยสมองหมูหรือไง

“ แต่มันดึกแล้วนะ จะให้แฟนกลับบ้านคนเดียวหรอ “ ฉันยังคงใส่หน้ากากแก้วตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จให้เขาฟัง

“ คนอื่นเขายังกลับกันได้เลย “ เขายังพ่นน้ำคำที่แสนใจร้ายออกมา

ฮึย อยากถอดหน้ากากแก้วแล้วแปรงร่างไปขย้ำคอ เอามีดกรีดหน้าหล่อๆ นั่นจริงๆ คนอะไรเนี่ยใจร้ายมากไปแล้วนะ

“ ก็ได้….ขอโทษที่รบกวนนายนะ “ ฉันใช้วิชาแอคติ้งขั้นสุดยอด ก่อนจะบีบน้ำตาสองหยดแล้วเดินผ่านเขาไป

“ บ้านอยู่ไหน “

ยิ้มที่แสนชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยๆ ของฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปตีหน้าเศร้าบอกเขา

ฉันว่าฉันจับจุดอ่อนของเขาได้แล้วล่ะ ผู้ชายที่ดูดุๆ โหดๆ ทำตัวเหมือนเย็นชามากมาย แถมยังปากคอเลาะร้ายอย่างเขาก็แพ้น้ำตาผู้หญิงนี่เอง แค่อ้อนนิดอ้อนหน่อยก็ใจอ่อนแล้ว โฮะๆ งานนี้เสร็จแม่นาง ณณา คนนี้ล่ะ

ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่บนรถโดยมีสารถีรูปหล่อไปส่งในขณะที่ฉันบอกทางให้

โครกกก

อุ้ย เสียงท้องร้องของฉันเอง หิวข้าวจัง ฉันยังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เที่ยงนี่นา เพราะมัวแต่คิดมากเรื่องคำทำนายนั่นแหละ เป็นความผิดของเขาทั้งนั้น แล้วแบบนี้โรคกระเพาะของฉันจะหายชาติไหนละเนี่ย

“ นั่นไม่ใช่ทางไปบ้านฉันนะ “ ฉันบอกเขาที่เลี้ยวผิด มันต้องเลี้ยวอีกแยกหนึ่งนี่นา

“ หิวไม่ใช่หรอ “ เขาพูดเสียงเรียบเหมือนเคย นี่เขาได้ยินด้วยหรอ น่าอายจัง แต่เขาก็น่ารักนะเนี่ย แสดงว่าเขาต้องเริ่มชอบฉันขึ้นมาบ้างแล้วแน่ๆ เย้

เขาจอดลงที่ข้างทางก่อนจะเดินพาฉันไปนั่งที่ร้านข้าวต้มข้างทาง

“ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตรงนี้มีร้านข้าวต้มด้วย “ จริงๆ นะ ทั้งที่ผ่านแถวนี้บ่อยมาก ถ้ารู้นะจะมาทานหลังกลับจากเที่ยวกลางคืนทุกวันเลย เมื่อก่อนกลับบ้านไปทีไรหิวลากไส้ทุกทีแต่ก็ไม่มีอะไรกิน

“ ได้แล้วจ้า “ คุณป้ายกชามข้าวต้มปลามาให้ด้วยรอยยิ้ม

ฉันไม่รีรอเลยที่จะตักมันเข้าปาก อร่อยจัง ดึกๆ แบบนี้ได้ทานอะไรร้อนๆ มันมีความสุขจริงๆ

“ มาเที่ยวบ่อยหละสิ “ เขาที่ไม่ค่อยพูดถามฉันขึ้น

“ ไม่บ่อยหรอก “ ฉันบอกเขาแต่เขากลับเงยหน้าขึ้นมาเหมือนจะบอกว่าไม่เชื่อ 


“ ก็อาทิตย์ละไม่ต่ำว่าสี่ครั้งเอง “ ฉันตอบตามความจริงก่อนจะก้มลงทานข้ามต้มปลาแสนอร่อยตรงหน้าต่อ

พออิ่ม เขาก็พาฉันมาส่ง บ้านทาวเฮาส์สองชั้นธรรมดาๆ เป็นบ้านที่ฉันกับเพื่อนสนิททั้งสามรวมเงินกันซื้อเพราะไม่อยากอยู่หอพักเหมือนนักศึกษาคนอื่นๆ

“ ขอบคุณ เจอกันพรุ่งนี้ที่มหาลัยนะ จุ๊บ “ ฉันบอกขอบคุณเสียงหวาน ก่อนจะประทับจูบลงบนนิ้วชี้แล้วเอาไปแตะที่ปากของเขาเบาๆ แล้วก็เปิดประตูเข้าบ้านมาเลย ทิ้งเขาให้ทำหน้าเหวอสีเชอร์รี่รับประทานอยู่ตรงนั้น

โฮะๆ ฉันว่าฉันเห็นแววชนะเกมส์ครั้งนี้มาลางๆ แล้วสิ

 






 

อ่านกี่ทีก็หมั่นไส้ณณา ฮา ชีมั่นที่สุดในสามโลก

รักและคิดถึงคนอ่านเหมือนกันคร้า

<3



Delete : 02-08-13
Rewrite : 06-11-14
 REWRITE : 18.10.16

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

182 ความคิดเห็น

  1. #99 beby (@kyuri13) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2555 / 19:29
    นางเอกแบบว่ามั่นมากกชอบๆ-,-
    #99
    0
  2. #73 ME_ONLY (@uranus00) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2555 / 22:40
    นางเอกน่ารักจ้าคนนี้
    คิกๆไม่ว่าเธอจะร้ายแต่ถ้าเล่นคู่กับคนนี้ชอบ
    เวอร์
    อ๊ากกกกกกกกก
    ชอบคู่นี้มากๆแต่งคู่นี้เยอะๆนะเออ
    #73
    0
  3. #62 manaw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2555 / 14:35
    น่ารัก^^
    #62
    0
  4. #51 V.Devil (@sornkanok765) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2555 / 13:09
    น่ารักสุดๆๆ
    #51
    0
  5. #35 FreZinPrince (@0856900008) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 04:59
    ชอบบบนางเอกมว้ากอะ 5555
    #35
    0
  6. #9 *0* (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2555 / 20:05
    55555



    พายเน่า
    #9
    0