(รีไรท์+จบ) Red Destiny ทำนายรักหนูน้อยหมวกแดงกับนายหมาป่า

ตอนที่ 20 : Red Destiny #18 ความตั้งใจของพรหมลิขิต [ รีไรท์จ้า ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,061
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ต.ค. 59

   #18

ความตั้งใจของพรหมลิขิต

   

วันนี้วูล์ฟมารับฉันจากห้องริวไปเรียนเหมือนปกติ แต่มีบางอย่างที่ผิดปกติไปจากทุกที ฮื่อๆ ก็ฉันคนนี้นี่แหละ!!!!


                มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันก็ไม่รู้ วันนี้ของใช้ประจำตัวที่เป็นสีแดงใช้ไม่ได้เลย กระเป๋าสีแดงที่เมื่อวานยังใช้ดีๆ วันนี้เกิดซิปแตกขึ้นมา รองเท้าสีแดงก็สายขาด กำไลข้อมือก็หายหาไม่เจอ เสื้อกันหนาวตัวโปรดก็เอาไปส่งซักแห้งอยู่ ก็อยากจะใส่ชุดชั้นในสีแดงมาหรอกนะ ถ้าฉันมี ฮื่อๆ


เวลาไม่มีของสีแดงติดตัวแล้วมันทำอะไรไม่ถูกเลย หรือมันจะเป็นลางบอกเหตุอะไรรึเปล่านะ บางทีวันนี้อาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับฉัน สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายเลยมาเตือนสาวสวยคนนี้ แต่วันนี้มันมีสอบย่อยนี่นา นั่นทำให้ฉันต้องจำใจไปเรียนแบบไม่เต็มใจอย่างมาก


ปกติฉันจะใส่สร้อยที่มีจี้เป็นทับทิมสีแดงที่คุณแม่ทำให้ติดตัวเสมอ แต่เพราะอาทิตย์ที่ผ่านมานี่เองฉันทำมันหายไปตอนไหนก็ไม่รู้ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะฉันยังมีกระเป๋า เสื้อผ้า ที่ใส่ติดตัวอยู่ แต่ตอนนี้ ตอนนี้ไม่มีเลย


อ๊ากกกกก ฉันกำลังจะคลั่ง!!!!!


“ เป็นอะไรของเธอ ดูแปลกๆ ไปนะวันนี้ “ นายหมาป่าถามขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันเอาแต่นั่งตัวสั่นไม่พูดไม่จาเหมือนเคย


“ สะสีดะแดง “ ฉันบอกเสียงสั่น


“ สีแดงทำไมจะว่าไปวันนี้เธอไม่ใส่อะไรที่มีสีแดงแบบทุกทีนี่นา “ เขาพูดอย่างอารมณ์ดีเพราะเขาเกลียดสีแดงไงแต่เขาไม่รู้หรอกว่าของสีแดงน่ะมีอิทธิพลต่อผู้หญิงข้างๆ แค่ไหน


“ เป็นคำเตือน บางสิ่งบางอย่างกำลังส่งสัญญาณเตือนให้ฉันระวัง “ เธอพูดแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง


“ บ้าน่า เรื่องแบบนั้นมีที่ไหนกัน “ เขาบอกอย่างไม่เชื่อ


“ จริงๆ นะ ฉันเกือบตายเพราะไม่เชื่อมาแล้วระวัง!!


“ เฮ้ย!! “ อยู่ดีๆ ก็มีลูกหมาที่ไหนไม่รู้วิ่งปาดหน้ารถทำให้เขาหักพวงมาลัยหลบและเหยียบเบรกไว้แทบไม่ทัน แต่พอหันไปมองอีกที ลูกหมาตัวนั้นก็หายไปราวกับมันไม่มีตัวตนอยู่ก่อนแล้ว


“ สัญญาณเตือนจริงๆ ด้วย “ ตัวที่สั่นเทิ้มยิ่งกว่าเก่าของเธอทำให้เขากระวนกระวายตามไปด้วย


เอี้ยด!!


เขาจอดรถที่หน้าร้านกิ๊ฟช็อปแห่งหนึ่งก่อนจะเปิดประตูรถลงไป ซักพักเขาก็กลับมาพร้อมกับสร้อยลูกปัดสีแดงสดที่สวมมันเข้ากับข้อมือของผู้หญิงที่แสนพิเศษของเขา


“ แค่นี้ก็ไม่มีปัญหาแล้วสินะ “ แม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องอะไรพวกนี้แต่พอเห็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาแคร์กลายเป็นแบบนี้เขาเองก็ทนดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้เหมือนกัน


………………


[ Wolf’s Part ]


                “ จงไปตามหารักแท้ของเจ้า ให้รักแท้ลบคำสาปที่ติดตัวเจ้ามาตั้งแต่ปางก่อน ก่อนปีหน้าจะเยื้องย่างเข้ามา มิเช่นนั้นคำสาปจะบันดาลความตายมาสู่ผู้เป็นนายของมัน “


                ผมตื่นขึ้นมากลางดึกเหมือนทุกครั้งที่ฝันประหลาดแบบนี้ อันที่จริงผมฝันแบบนี้มาซักพักหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะยังไงมันก็แค่ความฝัน แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนผมนึกถึงเรื่องวันนั้นที่ผมเจอกับยัยหนูน้อยหมวกแดงวันแรกได้ ก่อนหน้านั้นผมไปเจอกับผู้หญิงประหลาดคนหนึ่ง เธอพูดอะไรทำนองนั้นแบบในฝัน ทั้งเรื่องรักแท้และคำสาป  แต่ผมไม่ได้สนใจ จนพักหลังที่ใกล้จะถึงสิ้นปี ผมก็ฝันประหลาดแบบนี้ถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนบางครั้งมันเหมือนจริงราวกับไม่ใช่ความฝัน


แล้วยิ่งเหตุการณ์ในวันนี้ที่เกิดกับยัยหนูน้อยหมวกแดงของผม ผมเพิ่งรู้ไม่นานมานี้เองว่าทำไมเธอถึงชอบใส่ชุดหรือของใช้ก็เป็นสีแดงทั้งนั้น เพราะตอนเด็กๆ เธอป่วยง่าย สุขภาพก็ไม่แข็งแรง รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายซะที ในเมื่อการแพทย์ใช้ไม่ได้ คุณแม่ของเธอที่เชื่อเรื่องลี้ลับอยู่แล้วได้พาเธอไปที่สำนักแม่หมอขึ้นชื่อแห่งหนึ่ง ท่านบอกว่าเธอมีกรรมติดมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ให้พกของที่มีสีแดงติดตัวไว้เสมอ หลังจากนั้นมาเธอก็อาการดีขึ้นราวกับปาฏิหาริย์ จนเธอคิดว่าคงไม่ต้องใช้ของที่มีสีแดงอีกแล้ว


และวันนั้นคือวันที่เธอจะย้ายจากญี่ปุ่นกลับมาอยู่ที่เมืองไทยกับพ่อแม่ เครื่องบินที่เธอนั่งเจอเข้ากับพายุและทำให้เสียการควบคุม ระหว่างที่กำลังดิ่งลงสู่พื้นดิน เธอคิดว่าเพราะเธอไม่ยอมพกของสีแดง ความตายเลยวิ่งเข้ามาหา เธอเลยหยิบเอามีดพกที่คุณตาของเธอให้ไว้ขึ้นมากรีดลงที่ฝ่ามือของตัวเองเพื่อให้ตัวของเธอมีสีแดงขึ้นมา และราวกับปาฏิหาริย์อีกครั้ง เมื่อพายุก่อนหน้าสลายหายไปและเครื่องบินกลับมาทำงานตามปกติ ปันปันเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง ทั้งที่ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้แม้แต่น้อยแต่กลับขนลุกชันในขณะที่เธอเล่า


ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เคยมีวันไหนเลยที่เธอจะไม่มีของสีแดงติดตัว จึงไม่แปลกที่วันนี้เธอจะแสดงท่าทีแบบนั้นออกมา ท่าทีของคนที่กลัวความกลัวที่สุดในชีวิต แต่คำพูดของเธอก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวของผม


บางสิ่งบางอย่างกำลังส่งสัญญาณเตือน


ถ้าลองวางทิฐิเรื่องที่ไม่เชื่อเรื่องลี้ลับหรือโชคชะตาลง ความฝันประหลาดที่ผมฝันอยู่ทุกวันมานี้มันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนเหมือนที่ยัยหนูน้อยหมวกแดงของผมบอกก็เป็นได้


การเชื่อเรื่องอะไรพวกนี้มันไม่ผิดหรอกนะ มันก็คล้ายๆ กับการเชื่อในพระเจ้า มันเหมือนเป็นสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวให้เรายังดำเนินชีวิตต่อไปได้ แต่ความเชื่อนั้นต้องไม่ขัดกับบรรทัดฐานของความถูกต้อง ไม่เห็นผิดเป็นชอบด้วย


                บางทีมันอาจจะถึงเวลาที่ผมควรจะวางทิฐิลงแล้วเปิดใจลองฟังคำเตือนจากสิ่งที่วิทยาศาสตร์ก็อธิบายไม่ได้ดูบ้าง


[ End Wolf’s Part ]


…………………


วันที่ 31 ธันวาคม พ..25XX


เกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ คุณตาก็โทรมาเรียกตัวริวให้ไปญี่ปุ่นด่วน ทั้งที่วันนี้เป็นวันสิ้นปีแท้ๆ ฉันเลยต้องขนข้าวของกลับมาอยู่ที่บ้านน้อยแสนรักกับยัยสามสาวเหมือนเดิม แต่ทำไมนายคิมนั่นถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ มีเรื่องอะไรที่ฉันคนนี้พลาดไปอย่างงั้นหรอ แล้วยัยปันปันทำไมต้องทำหน้าแดงด้วย


                “ คือคิมเขามาช่วยปันปันติวหนังสือจ่ะ “ นี่คือคำตอบของยัยปันปัน แต่ฉันไม่เห็นว่าที่โต๊ะจะมีหนังสืออยู่เลย เห็นมีแต่ขนมกับน้ำชา และที่สำคัญ ว่าที่บัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่งอย่างเธอเนี่ยนะจะต้องให้ใครมาติวหนังสือให้


                “ เรากิ๊กกันอยู่น่ะ “ เป็นนายคิมใจกล้าที่ตอบฉันอย่างตรงไปตรงมา


                “ พ่อแม่นายทำอาชีพอะไร เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ มีแฟนมากี่คนแล้ว แล้วสาเหตุที่เลิกกันคืออะไร ทำไมถึงชอบปันปันของฉัน “ ฉันรัวคำถามใส่เขาไม่ยั้ง และนั่นยิ่งทำให้สาวหมวยที่นั่งข้างฉันหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกเข้าไปใหญ่


                “ เอ่อคำถามแรกว่ายังไงนะ “


                “ นานะ อย่าไปแกล้งเขาสิ “


                “ ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า ปันปันจะคบใครฉันก็ไม่ห้ามหรอก แต่ถ้านายทำให้เพื่อนฉันต้องร้องไห้ขึ้นมาล่ะก็….” ฉันไม่พูดต่อแต่ทำท่าเอามือปาดคอตัวเองไปให้เขาแทน


                “ เยสเซอร์ “ และเขาก็ทำมือวันทยาหัตกลับมา ชิ กวนบาทาจริงๆ


                “ ในที่สุดวันนี้ก็สิ้นปีแล้วนะ “ ปันปันเปิดหัวข้อการสนทนาครั้งใหม่


                “ นั่นสิ เวลาผ่านไปเร็วจังเลยเนอะ “ นายคิมพูดรับทันที เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะ หมั่นไส้


                “ แล้วเรื่องของวูล์ฟล่ะ เขาพูดออกมาหรือยัง “ ปันปันคงจะหมายถึงเรื่องที่เจ้าแม่บอกให้ฉันสาบานรักกับผู้ชายที่เกิดวันเดียวกับเขาตามสัญญาที่ตัวฉันในอดีตชาติเคยให้เขาไว้


                “ นานะอยากให้เรื่องนั้นมันเป็นไปตามความรู้สึกของเราสองคนน่ะ “


                หลังจากที่เราสองคนตัดสินใจคบกันจริงจัง ฉันก็คิดเรื่องนี้มาหลายต่อหลายรอบแล้ว ทั้งที่ตัวเองเชื่อเรื่องพวกนี้เอามากๆ และทำทุกอย่างตามคำทำนายตลอดมา แต่ครั้งนี้ มันต่างออกไป ฉันอยากให้เรื่องของเราเป็นไปตามที่ใจเรารู้สึก ไม่อยากเร่งรีบหรือบีบบังคับให้เขาพูดสิ่งที่เขาเองก็ยังไม่แน่ใจออกมา เพราะฉันเริ่มเข้าใจว่ามันไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบไปทุกอย่างหรอก เราอายุยังน้อย ยังมีเวลาออกไปเผชิญโลกกว้างและเจอผู้คนอีกมากมาย ไม่ว่าตอนจบของเรื่องจะเป็นยังไงฉันก็ไม่เสียใจกับสิ่งที่ตัวเองเป็นคนเลือก


                “ พูดอะไรเหรอ “ คิมถามขึ้น


                “ ก็วันที่เจอกันครั้งแรกไง วันนั้นนานะหนะไปดูหมอมา ท่านบอกว่าต้องให้คนที่เกิดวันเดียวกับวูล์ฟบอกรักภายในปีนี้ ไม่อย่างงั้นนานะจะไร้คู่ เหมือนชาติที่แล้ว “ ปันปันอธิบาย


                “ จริงเหรอ บังเอิญจัง “ เขาพูดแล้วยกน้ำชาขึ้นดื่ม


                “ บังเอิญเรื่องอะไร “ ฉันถามบ้าง


                “ ก็วันนั้นก่อนที่ฉันกับไอวูล์ฟจะเจอพวกเธอ มีผู้หญิงประหลาดคนหนึ่งเดินเข้ามาหาไอวูล์ฟ แล้วก็พูดอะไรแปลกๆ ประมาณว่า….จงไปหารักแท้ ให้รักแท้ล้างคำสาป ก่อนถึงปีหน้า ไม่อย่างนั้นมันจะต้องตาย อะไรทำนองนี้นี่แหละ “


                “ นั่นสิ บังเอิญจัง “


                “ มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า “


                ฉันเริ่มสงสัยว่าทำไมเรื่องมันถึงบังเอิญลงล็อกกันขนาดนี้เหมือน เขาที่ต้องการรักแท้เพื่อล้างคำสาปก่อนจะถึงปีหน้าไม่อย่างนั้นจะต้องตายและฉันที่ต้องให้เขาบอกรักภายในปีนี้ไม่อย่างนั้นจะต้องอยู่คนเดียวอย่างไร้คู่ไปตลอดชีวิต


                “ แต่เดี๋ยวนะ….


                ถ้ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหละ ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างฉันกับเขามันถูกกำหนดเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ถ้าเรื่องเหล่านั้นคือคำใบ้ที่ใครบางคนส่งมาเตือน ถ้าเอาเรื่องของฉันกับเขามารวมกัน ถ้าฉันคือรักแท้ของเขาจริง เขาก็ต้องให้ฉันบอกรักเพื่อปลดคำสาปก่อนจะถึงปีหน้า และฉันที่ต้องสาบานรักกับเขาก่อนถึงปีหน้าไม่อย่างนั้นฉันจะอยู่อย่างไร้คู่….


                    ความหมายของคำว่าไร้คู่ก็คือ….


                กึก!


                สร้อยข้อมือลูกปัดสีแดงสดที่เขาซื้อให้ฉันอยู่ดีๆ สายก็ขาดลงทั้งที่เพิ่งซื้อมาแท้ๆ ลูกปักสีแดงเหมือนสีของเลือดนับสิบลูกร่วงหล่นลงพื้นพร้อมกับความรู้สึกกระวนกระวาย และลางสังหรณ์บางอย่างที่บอกว่ากำลังจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น


                “ นานะเป็นอะไรไป “


                “ ที่เจ้าแม่บอกว่าไร้คู่….ไม่ใช่ไม่มีคู่แต่เพราะ….” อยู่ดีๆ เสียงของสั่นก็สั่นขึ้นมาจนไม่กล้าจะพูดคำต่อไปที่กำลังคิดออกมา


                “ เพราะอะไร? “ ปันปันถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดเผือดของเพื่อนรัก


                “ เพราะคู่ของฉันจะตายต่างหาก “ ฉันรีบคว้ากุญแจไปที่รถทันที ไม่สนว่าริวจะบอกให้ฉันอยู่แต่บ้านหรือห้ามไปไหนมาไหนคนเดียวก็ตาม เพราะตอนนี้ฉันเป็นห่วงผู้ชายที่ฉันรักมากกว่า


                ฉันขับรถเข้าไปในมหาลัยที่แทบจะไม่มีคนเพราะเริ่มมืดแล้ว แต่เพราะวันนี้เขามีติวพิเศษจึงเลิกดึก ฉันลงจากรถจะเดินขึ้นตึกคณะฯ ก็ไม่รู้ว่าเขาเรียนห้องไหน โทรไปหาเขาก็แล้วแต่เขาไม่รับคงปิดเสียงไว้ ฉันจึงทำได้แค่นั่งรอเขาที่ลานหน้าคณะฯ ที่ไม่มีคน


                ก็อบ!


                เสียงเหมือนคนเหยียบใบไม้แห้งทำให้ฉันจำต้องเงยหน้าขึ้น


                “ ใครน่ะ “ เพราะตรงนี้ค่อนข้างเป็นมุมอับ แสงไฟก็สลัวได้ใจ ทำให้ฉันมองไม่เห็นว่าใครที่กำลังเดินเข้ามาหา


                “ ไงฮะ สวอน “ เสียงเจ้าเล่ห์แบบนี้ฉันจำได้


                “ ไงลี ทำไมมาอยู่ที่คณะฯ ฉันได้ล่ะ “


                “ แล้วสวอนมาทำอะไรดึกๆ แบบนี้ล่ะฮะ “


                “ ฉันไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนาย “ ฉันไม่ชอบแววตาของนายคนนี้เลยให้ตายสิ


                “ นั่นสิฮะ งั้นสวอนคงไม่อยากรู้ใช่มั้ยว่าวูล์ฟเขาฝากผมมาบอกว่าอะไร “


                “ วูล์ฟเหรอ เขาอยู่ไหน “


                “ อยู่ที่ลาดจอดรถหลังคณะฯ นู้น “ ฉันรีบวิ่งไปทางที่เขาว่าคนที่ฉันรักอยู่ที่ไหนทันทีโดยไม่ได้เอ๊ะใจเลยว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย


                “ วูล์ฟ ” ทันทีที่ไปถึงฉันก็ไม่รีรอที่จะเรียกหาคนที่ตัวเองอยากเจอมากที่สุดตอนนี้ แต่ก็ไม่มีใครอยู่ที่นั่นตามที่นายลีบอกเลย


                “ หวัดดีคนสวย “ ในระหว่างที่ฉันหันหลังจะกลับก็มีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งโผล่มาดักหน้าฉัน เขาต้องการอะไร?


                “ นายเป็นอื้อๆๆ ” ไม่ทันจะได้เอ่ยปากถามจนจบ ใครอีกคนก็เอาผ้ามาปิดปากฉันจากทางด้านหลัง และนั่นคงไม่ใช่ผ้าธรรมดาเพราะอีกในไม่กี่วินาทีถัดมาสติของฉันก็ดับลง….




-----------------

จำลีกันได้มั้ยเอ่ย?????

ถ้าจำไม่ได้ต้องกลับไปอ่านตอนที่...13 น้า แหะๆ โฆษณาตลอด ^^

อีกสองตอนจ้าจะจบอีกครั้งแล้ว ไวจังเลย TOT

ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างกันมาค่ะ

รักรีดเดอร์นะคะทุกคนเลย


 UP : 17.08.13

REWRITE : 18.10.16

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

182 ความคิดเห็น

  1. #181 melody (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 20:23
    ไรท์จ้าไรท์หายไปไหนนนนนนน มาอัพต่อไวๆนะค่ะ
    #181
    0
  2. #119 beby (@kyuri13) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 11:55
    รอนะจ๊ะๆๆๆ
    #119
    0
  3. #91 ME_ONLY (@uranus00) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2555 / 12:24
    ลีแกเป็นคายยยยยยยยยยยยยยยยย
    อยากรู้จริงอยากโดนกระทืบจากริวและวูฟรึไงกานนนนนน
    =[]=
    #91
    0
  4. #43 *0* (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 เมษายน 2555 / 22:07
    -0-



    ลี นายคือไคร ฮู อา ยู
    #43
    0
  5. วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 09:28
    กร๊าซ ซ ><' เฮียวูฟน่ารักอ่า า ฟินเลย ย ย อัพต่ฟวๆน่ะค่ะไรท์
    #30
    0