(รีไรท์+จบ) Red Destiny ทำนายรักหนูน้อยหมวกแดงกับนายหมาป่า

ตอนที่ 16 : Red Destiny #14 ที่ทำนั้นรักกันหรือเปล่า? [ รีไรท์จ้า ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 ต.ค. 59

 #14

ที่ทำนั้นรักกันหรือเปล่า?


           

            โชคดีที่คืนนั้นไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น เพราะหลังจากนั้นการ์ดของริวที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยของสนามแข่งรถแห่งนี้ก็วิ่งมาบอกว่ามีบุคคลน่าสงสัยลักลอบเข้ามา และยังจับตัวไม่ได้ ริวเลยขับรถมาส่งฉันที่บ้านทันทีเพราะกลัวว่าฉันจะมีอันตราย และหลายวันมานี่ริวก็มารับมาส่งฉันตลอด พอถามก็บอกว่าแค่หาสาวนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถเฉยๆ แต่ฉันไม่ได้เพิ่งรู้จักกับผู้ชายคนนี้ซะหน่อย ทำไมจะไม่รู้ว่าคำไหนเขาพูดจริงและคำไหนที่อำเล่น

                “ เบบี๋ พกสเปรยพริกไทยแล้วก็มีดพกที่คุณตาให้เอาไว้ตลอดหรือเปล่า “ อยู่ดีๆ ริวก็ถามเรื่องนี้ขึ้นมา มีเรื่องอะไรหรือเปล่านะ

                “ อืม พกติดตัวไว้ตลอดแหละ “ ฉันบอกแล้วส่งยิ้มไปให้เขาเหมือนทุกทีก่อนจะลงจากรถแล้วโบกมือลาเขา เฮ้อ เห็นสีหน้ากังวลของเขาแล้วใจไม่ดีเลย คนอย่างริวไม่เคยเห็นเป็นแบบนี้ซักครั้ง เขามีเรื่องไม่สบายใจอะไรหรือเปล่านะ

                จะว่าไปนานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้เดินเล่นเอื้อยเฉื่อยตอนเย็นหลังเลิกเรียนแบบนี้หนะ ฉันเดินไปตามทางเท้าของหมู่บ้านจัดสรรที่ตัวเองอาศัยอยู่ บรรยากาศยามเย็นไม่ร้อนไม่หนาวทำให้ฉันฉันอารมณ์ดี ยิ่งพระอาทิตย์ที่ทอแสงสีส้มที่กำลังลับขอบฟ้านั่นดูสวยกว่าทุกทีเป็นเท่าตัว มันทำให้ฉันลืมเรื่องบางเรื่องที่คอยทำร้ายจิตใจของฉัน และลืมใครบางคนที่แสนใจร้าย

                “ เอ๊ะ “

ขาของฉันหยุดทำหน้าที่ของมันเมื่อเห็นว่า ทางแยกของหมู่บ้านจัดสรรที่ไม่สมควรมีรถจอดอยู่ ตอนนี้มันกลับมีรถสีดำคุ้นตาจอดนิ่งอยู่พร้อมกับร่างของเจ้าของมันที่กำลังนั่งยองๆ อยู่ที่ริมฟุตบาท หน้าที่เหวอรับประทานของเขาเมื่อหันมาเห็นฉันทำเอาฉันกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เขาเองก็คงนึกไม่ถึงว่าคนอย่างฉันจะเดินมาเจอกับเขาในที่แบบนี้สินะ

                “ หัวเราะอะไรของเธอ “ วูล์ฟยืนขึ้น พูดเสียงเหวี่ยงๆ แก้เก้อ แต่หน้าที่แดงเหมือนลูกเชอร์รี่นั่นมันก็น่ารักไม่น้อยเลยทีเดียว

                “ หน้านายแดงเหมือนลูกเชอร์รี่เลย “ ฉันบอกแล้วพยายามกลั้นหัวเราะ

                เป็นการพบกันครั้งแรกในรอบหนึ่งอาทิตย์ที่ไม่คาดฝันจริงๆ การพบกันด้วยเสียงหัวเราะ ราวกับว่าเราสองคนไม่ได้ทำเรื่องที่ทำร้ายจิตใจกันและกันมาก่อนอย่างงั้นแหละ เขาทำร้ายจิตใจฉันด้วยการไปจูบกับแฟนเก่า และฉันทำร้ายจิตใจเขาที่ไปควงกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าเขา แต่ทำไมพอเห็นแบบนี้แล้วโกรธเขาไม่ลงนะ ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ ฉันอยากจะเข้าไปกอดผู้ชายตรงหน้าให้หายคิดถึงซักที

                “ ว่าแต่นายมาทำอะไรที่นี่ “ ฉันถามเขาหลังจากที่หยุดขำแล้ว

                “ เรื่องของฉัน “ ดูเขาพูด

                “ ฉันถามดีๆ นะ ไม่กวนซักนาทีจะเป็นหมันหรือไง “

                “ ถ้าเป็นหมันก็น่ะสิ จะได้ไม่ต้องซื้อถุงยาง “

                “ ไอหมามักมาก ขอให้เป็นเอดส์ตาย “

                “ ฉันไม่ได้มั่วไม่เลือกนะ “

                “ ชิ ไม่คุยกับนายแล้ว เดี๋ยวติดเชื้อลามก “ ฉันทำเป็นหันหลังจะเดินไปแต่มือของเขาก็เอื้อมมารั้งฉันไว้ซะก่อน

                “ หิวข้าว ขอไปกินข้าวที่บ้านเธอได้มั้ย “ เขาบอกแล้วก้มหน้าเสมองไปทางอื่น คงกลัวฉันจะเห็นริ้วสีแดงที่แก้มของนายละสิ ไม่ทันแล้วล่ะ

                “ ฉันทำกับข้าวไม่เป็นหรอกนะ ถ้าอยากกินก็ต้องทำเอง “ ฉันบอกอย่างจริงจังและฉันคิดว่าเขาเองก็น่าจะรู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว

                “ ถึงเธอจะทำให้ฉันก็ไม่กล้ากินหรอก “ หนอย! ไอหมาป่าปากเสีย

                “ เชอะ แล้วรถนายจะจอดไว้ตรงนั้นเหรอ “

                “ อืม ไว้ตรงนั้นแหละ ก็เราลักลอบเป็นชู้กันนี่นา “ คำพูดของเขาเหมือนมีดที่พุ่งมาปักกลางหัวใจของฉัน

                “ เกมส์ต่างหาก ไม่ใช่ชู้ซะหน่อย “

ฉันบอกแล้วเดินนำเขาเข้าไปในบ้านแต่เขากลับรั้งข้อมือฉันไว้ ก่อนจะออกแรงดึงฉันเข้าหาอกแกร่งนั่น ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาสีน้ำตาลที่เปรียบเสมือนหลุมพลางขนาดใหญ่และนั่นทำให้ฉันไม่อาจประท้วงหรือขัดขืนการกระทำใดๆ ของเขาได้

                ริมฝีปากนุ่มนิ่มเหมือนเยลลี่ทาบทับลงมาที่ริมฝีปากเอิบอิ่มของฉันอย่างอ่อนโยน ก่อนที่เขาจะเอาลิ้นอุ่นชื้นของเขาสอดเข้ามาในปากของฉัน ควานหาทุกความหวานในนั้น จูบแล้วจูบอีกราวกับโหยหามานาน และฉันต้องจับคอเสื้อเขาไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองที่โดนเขาสูบเอาเรี่ยวแรงไปหมดลงไปกองอยู่ที่พื้น และเขาก็เริ่มได้ใจดันฉันเข้ากับผนัง ก่อนจะลากริมฝีปากนุ่มนิ่มนั่นไปที่ลำคอของฉัน  ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า แต่ฉันรู้สึกเหมือนกับว่ามือของเขากำลังลูบไล้เนื้อหนังของฉันที่อยู่ใต้เสื้อนักศึกษาตัวบางนี้ และทุกที่ที่เขาสัมผัส มันก็จะร้อนเหมือนถูกไฟเผาขึ้นมา ให้ตายสิ! ทำไมฉันไม่ขัดขืนไปนะ ยัยณณาคนใจง่าย!!

                “ ถ้าอยู่บนเตียง เธอไม่รอดแน่ “ วูล์ฟกระซิบบอกเสียงแหบพร่า และนั่นเรียกสีเลือดให้ขึ้นไปรวมกันที่หน้าของฉันได้ดี ถึงแม้มันจะแดงอยู่แล้วก็ตาม

ร่างที่เบียดชิดกันของเราทำให้ฉันรู้ว่าไม่ได้มีแต่ฉันคนเดียวที่ใจเต้นระรัวอยู่ตอนนี้ ก่อนที่วูล์ฟจะเป็นปล่อยฉันให้เป็นอิสระ แล้วเดินเข้าไปในครัว ทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวกับความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ รู้แต่ว่ามันมีความสุขมากซะจนอยากจะหยุดช่วงเวลานี้เอาไว้ให้มีแค่เราสองคนและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเหมือนเสียงกลอง

“ ข้าวเสร็จแล้ว มากินด้วยกันสิ “

“ วันนี้ทำอะไรกิน? “ ฉันพยายามทำตัวปกติทั้งที่ยังก้มหน้าไม่กล้าสบตาเขา โอ้ย มันปกติตรงไหนกัน

“ ข้าวห่อไข่ที่เธอชอบไง สมแล้วที่เป็นบ้านของผู้หญิง มีวัตถุดิบเยอะจริงๆ “ เขาพูดอะไรไม่รู้ ส่วนฉันก็กำลังยัดอาหารตรงหน้าเข้าปาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหิวหรืออายกันแน่

“ ไม่เห็นต้องอายขนาดนั้นเลย ไม่ได้เพิ่งทำกันครั้งแรกซะหน่อย “ กรี๊ด ไอหมาป่าหน้าด้าน ทำไมนายพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้หน้าตาเฉยทุกทีเลย

“ ฉันไม่ได้อายซะหน่อย “ ฉันแกล้งโวย แก้ตัวน้ำขุ่นๆ จริงๆ

“ น่าสงสัยจังเลยนะ คนอย่างรุ่นพี่ ไม่สิ ไม่ว่าผู้ชายคนไหนได้อยู่ใกล้เธอก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้หรอก แต่ทำไมเธอดูเหมือนกับไม่เคยกับเรื่องพรรค์นั้นเลย….

“ หือ นายว่าอะไรนะ ฉันไม่ค่อยได้ยิน “ ก็เล่นพึมพำอยู่คนเดียวใครจะไปตรัสรู้ได้ยะ แต่ถ้าบอกว่าฉันสวย ฉันก็จะให้อภัย โฮะๆ

“ อีก สองอาทิตย์ก็ไปแคมป์กันแล้วนะ “

“ จริงดิ อยากให้ถึงไวๆ จัง “ อยากไปจริงๆ นะเนี่ย เพราะตั้งแต่ม.ปลายก็ไม่ได้ไปแคมป์เลย ตื่นเต้นแฮะ

………………..


เวลามักจะผ่านไปไวเสมอ เพราะตอนนี้ฉันกำลังนั่งรถตู้เพื่อเตรียมตัวไปแคมป์ที่รีสอร์ทบนเขา ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศของบ้านนายโจหัวสกินเฮด (ที่ฉันเองก็เพิ่งรู้)  นี่ตกลงเรามาตั้งแคมป์หรือมาเที่ยวกันแน่เนี่ย ดูลั้นล้ากันจังเลย แถมโปรแกรมดูดาวก็มีแค่คืนเดียว ทั้งที่มาตั้งสามวันสองคืน แล้วไอกิจกรรมปีนเขา จับคู่เดินทางไกล พิสูจน์ความกล้า พายเรือแคนู และอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่เกี่ยวกับการดูดาวเลย ตกลงเรามาเที่ยวกันใช่มั้ย เอาเหอะ นานๆ ทีมาเที่ยวสูดอากาศบริสุทธิ์นอกเมืองกรุงก็ไม่เลวเหมือนกัน

“ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผมขอเสนอบ้านพักตากอากาศที่มีวิวสวยที่สุดในละแวกนี้แท่น แท้น “ เสียงภาคภูมิของนายโจพูดขึ้นหลังจากที่เราทุกคนลงจากรถมาแล้ว ก่อนจะมีพี่แม่บ้านสามคนช่วยกันหอบสัมภาระของพวกเราไปไว้ในตัวบ้านเพราะยังแบ่งเรื่องห้องที่จะนอนกันไม่ลงตัว

หลังจากเอาคัทเตอร์จ่อไปที่คอของนายคิมเพื่อขอร้อง (?) ให้เขาเผยข้อมูลหลายๆ เรื่องออกมา ทำให้ฉันรู้ว่าเมื่อปีก่อนคุณแฟนของฉันพักห้องเดียวกับยัยพริกเน่านั่น และปีนี้ยัยนั่นก็ยืนยันนั่งยันว่ายังไงก็ต้องอยู่ห้องเดียวกับเขาให้ได้ แต่เพราะมีฉันที่อยู่ในฐานะแฟนของเขามาแคมป์ครั้งนี้ด้วย พวกเขาเลยแก้ปัญหาโดยการมาตายเอาดาบหน้า

“ ที่นี่มีสี่ห้องนอน แต่มีผู้ชายสามคนแล้วก็ผู้หญิงสี่คน รวมกันก็แค่เจ็ดคนเองนี่นา ไม่เห็นจะยากอะไรเลย นอนห้องละสองคนและมีคนหนึ่งนอนคนเดียวก็หมดเรื่องแล้ว “ ฉันพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องง่าย ก็มันง่ายจริงๆ นี่นา

“ แล้วใครจะนอนกับใครล่ะ “ คิมพูดขึ้นอย่างลอยๆ เหมือนเป็นการบ่นมากกว่าถามเอาคำตอบ

“ ก็เลือกกันเองสิ แค่จับคู่กับใครซักคน มันไม่ยากเกินความสามารถของนายหรอก “ ฉันแขวะกลับแล้วนั่นทำให้บทสนทนาครั้งนี้เริ่มมีเสียงหัวเราะขึ้น

“ งั้นถ้าฉันจะขอจับคู่กับวูล์ฟ เธอก็คงไม่มีปัญหาใช่มั้ย “ คงไม่ต้องบอกก็น่ารู้นะว่าคนที่พูดคือยัยพริกเน่า

“ ไม่มีปัญหาหรอก แต่ถามความต้องการของเขาหรือยังล่ะ ว่าเขาอยากอยู่กับเธอมั้ย “ ฉันตอบกลับคำถามของเธอด้วยรอยยิ้มอาบยาพิษที่ฉันภาคภูมิ โดยที่ยัยนั่นทำได้แค่ส่งสายตาอาฆาตกลับมา โฮะๆ ไม่ใช่แค่ปลาหมอที่ตายเพราะปาก ปลาแรดก็ตายได้เหมือนกัน ฮ่าๆ สะใจ

“ งั้นเทียนนอนกับณณา ได้มั้ย “ เสียงหวานๆ ของสาวหน้าหวานเอ่ยขึ้น

“ ได้สิ งั้นเราเอาของขึ้นไปเก็บกันเถอะ “

“ อ้าว เทียนไม่นอนกับโจเหรอ “ นายหัวสกินเฮดประท้วง และนั่นทำให้เทียนไขกลายเป็นเทียนหลอมละลายไปแล้ว

“ สงสัยต้องหาคู่ใหม่แล้วสิ “

“ แต๊งกิ้ว ณณา “ นายหัวสกินเฮดเอามือมาไฮไฟว์กับฉัน คนกลางอย่างเทียนเลยหน้าแดงเป็นลุกตำลึงสุกไปเลย อะไรจะน่ารักขนาดนี้เนี่ย

“ ไม่เป็นไร แล้วฉันจะนอนกับใครดีเนี่ย “ ผู้หญิงที่เหลือก็มียัยพริกหยวกกับยัยพายไข่เน่า บึ้ย ไม่เอาทั้งสองคนนั้นแหละ

“ ฉันนอนคนเดียวดีกว่า “ ฉันบอกแล้วก็ลากกระเป๋าของตัวเองขึ้นบันไดไป ฉันเลือกห้องที่อยู่ริมขวาสุด เพราะห้องนั้นสามารถมองเห็นวิวของทุ่งดอกไม้และเห็นพระอาทิตย์ขึ้นได้ชัดที่สุด

แก็ก!

เสียงกดล็อกประตูทำให้ฉันสะดุ้ง พอหันกลับไปก็เจอกับร่างของมนุษย์หมาป่าส่งสายตาเจ้าเล่ห์กรุ้มกริ่มมาให้

“ เข้ามาทำไม นี่มันห้องฉันนะ “ ฉันถามแล้วตั้งการ์ดเตรียมสู้

“ ห้องเราต่างหาก “ เขาพูดแล้วพยายามจะลากกระเป๋าของเขาเข้ามา

“ อย่ามามั่ว ฉันนอนคนเดียว นายก็ไม่นอนกับคิมนู้น “ ฉันพูดไปก็ยันกระเป๋าของเขาไว้

“ ทำไมฉันต้องไปนอนเบียดกับผู้ชายด้วยกันด้วยล่ะ สยอง “ วูล์ฟทำท่าสยองขนลุกขนพอง หยึย ฉันยังสยองตามเลย ลองคิดดู ผู้ชายกับผู้ชายบนเตียงเดียวกัน อร๊ายยย ฟินนน

“ งั้นก็ไปขอนอนกับยัยชะนีสองพี่น้องนั่นสิ พวกนั้นคงดีใจจนเนื้อเต้น “ ฉันพูดไปงั้นแหละแต่ก็ไม่อยากให้เขาไปหรอก

“ แต่ฉันอยากนอนกับเธอมากกว่า “ ตึกๆ หัวใจฉันบอกว่ากำลังดีใจแต่จะบ้าหรอยัยณณา เธอกลายเป็นผู้หญิงใจง่ายไปตั้งแต่เมื่อไหร่

“ แต่ฉันไม่อยากนอนกับนาย “ ฉันบอกแล้วเชิดหน้าขึ้นราวกับพญาหงส์แต่หัวใจกลับเป็นแค่ลูกนกน้อยตัวหนึ่ง

“ ทำยังกับว่าเราไม่เคยนอนด้วยกัน “ ดูเขาพูดสิ ยิ่งนานวันก็ยิ่งส่อแววนิสัยลามกออกมา

“ พูดให้มันดีๆ นะ นายพูดแบบนี้ใครได้ยินเข้าจะคิดไปไกล ฉันเสียหายรู้ไว้ด้วย “

“ ฉันก็เสียเหมือนกันนั้นแหละ ยังไม่เห็นบ่นเลย “

“ นายเป็นผู้ชายจะมาเสียหายอะไรกัน ผู้หญิงสิต้องเสียหาย “ ใช่ ผู้ชายมันจะเสียหายอะไร มีแต่ได้กับได้ลูกเดียว

“ ฉันก็เสียนะ “ เขายังเถียงต่อ

“ เสียอะไร “

“ ติดเรทนะ อยากฟังเหรอ “ แล้วมันก็ยิ้มกริ่มแววตาส่อความเจ้าเล่ห์ ให้ตายสิ ไม่เข้าเรื่องลามกเขาจะเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไงนะ

“ ไม่แล้ว ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้เลย “ ฉันจินตนาการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“ ไม่ไป แล้วอีกอย่าง ต้องเรียกว่าห้องของเราถึงจะถูก “

“ ก็ได้ งั้นฉันไปเอง “ ฉันพูดแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้องไป

“ เฮ้ย แล้วเธอจะไปนอนกับใครล่ะ “ เขาตกใจรีบโดดมาขวางหน้าฉันไว้

“ ก็นายคิมไง เขานอนคนเดียวไม่ใช่เหรอ “

“ โอเคๆ ไปก็ได้ “

“ บ๊ายบาย “ รู้จักฤทธิ์ฉันน้อยไปซะแล้วลูกหมาน้อย

“ อย่าลืมล็อกห้องล่ะ “

เขาพูดจบก็เดินออกจากห้อง ส่วนฉันก็ตามไปล็อกประตูตามที่เขาบอกทันทีก่อนจะรื้อกระเป๋าจัดห้องให้เรียบร้อย ถึงจะอยู่แค่สามวันก็เถอะ พอรื้อกระเป๋าเสร็จฉันก็ลงไปด้านล่างก็เจอยัยสองศรีผีพี่น้องนั่งเฉิดฉายอยู่ที่โซฟา แล้วก็เทียนที่กำลังขะมักเขม้นกับการทำอาหารอยู่ในครัว แต่ไม่เห็นพวกบอยแบรนด์เลยแหะ ไปไหนกันหมดนะ

“ เทียนมีอะไรให้ณณาช่วยไหม “

“ ไม่เป็นไรจ่ะ ณณาไปนั่งพักให้สบายเถอะ นั่งรถมาก็เมื่อยแย่แล้ว “ ทำยังกับว่าเธอไม่ได้นั่งรถมากับพวกเรางั้นแหละ

“ แต่ณณาอยากช่วยนี่นา นะๆ “ ฉันใส่ลูกอ้อนบ้าง

“ ก็ได้จ้ะ งั้นณณาช่วยล้างผักให้หน่อยนะจะ “

“ เยสเซอร์ “ ฉันรับคำแบบทหารและนั่นทำให้เทียนหลุดขำออกมา

“ ณณาเนี่ยใจดีจังเลยนะ ถ้าไม่ได้รู้จักกันก็คงไม่รู้เลยเอ่อ...เทียนหมายความว่า

“ ไม่เป็นไร ณณาเข้าใจจ่ะ “ ก็อย่างที่เทียนพูดนั่นแหละ คนทั่วไปที่เห็นฉันก็มักจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสวย เริ่ด เชิด หยิ่ง และฉันก็ไม่คิดจะไปแก้ตัวอะไรหรอก ฉันไม่สนเรื่องขี้ปากอะไรพวกนั้นอยู่แล้ว

“ แล้วเทียนกับโจล่ะ คบกันนานหรือยัง “ ฉันเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะเห็นสีหน้าไม่สบายใจของผู้หญิงตัวเล็กข้างๆ

“ โจเหรอ ตั้งแต่ม.ปลายแล้วจ้ะ เขาเป็นคนใจดีแล้วก็สุภาพมากเลย แม้บางครั้งจะทะเล้นไปบ้างแต่ก็ไม่เคยเอาเปรียบเทียนเลย “ เธอพูดไปก็หน้าแดงไป น่ารักจริงๆ

“ ดูเทียนจะสนิทกับวูล์ฟมากเลยนะ “ ฉันลองถามเรื่องผู้ชายอีกคนที่พิเศษสำหรับฉัน

“ อืม เทียนรู้จักกับวูล์ฟมาตั้งแต่อนุบาลแล้ว เพราะเราบ้านใกล้กัน เมื่อก่อนน่ะวูล์ฟเขาร่าเริงแล้วก็ยิ้มง่ายกว่าตอนนี้เยอะเลยแต่พอเกิดเรื่องนั้น เขาก็เปลี่ยนไป….” เสียงของเธอขาดหายไปเหลือแค่แววตาและท่าทางเศร้าสร้อยของเจ้าของเสียง

“ ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ “ ถึงจะอยากรู้แต่ถ้าต้องบังคับฝืนใจกันแบบนั้นฉันไม่ต้องการหรอก

“ ไม่ใช่แบบนั้นหรอกจ่ะคือ..ณณารู้แล้วใช่ไหมว่าครอบครัวของวูล์ฟไปอยู่เมืองนอกกันหมดเหลือแค่วูล์ฟคนเดียวเท่านั้นที่ต้องอยู่เมืองไทยคนเดียว “

“ อืม แต่พอถามว่าทำไมไม่ไปอยู่กับครอบครัวเขาก็บอกว่าไม่อยากไป “ แต่ฉันรู้ว่ามันคือคำโกหก

“ ไม่ใช่ไม่อยากไปหรอก แต่ไปไม่ได้ต่างหาก “

“ เอ๊ะ “ ทำไมล่ะ?

“ คุณแม่ของวูล์ฟชอบดูดวงมากเลย ก่อนจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศกัน ท่านไปดูดวงแล้วหมอดูท่านบอกว่าดวงของวูล์ฟไปด้วยไม่ได้ วูล์ฟโกรธมาก ตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมาเขาก็แอนตี้เรื่องพวกนี้มากเลย “ เทียนไขเล่าไปก็ทำหน้าเศร้าไป ขนาดฉันเป็นคนฟังยังรู้สึกเศร้าตาม เรื่องแบบนี้ถึงจะไม่เชื่อแต่ก็อย่าลบหลู่เชียว สำหรับฉัน เรื่องแบบนี้ช่วยชีวิตฉันมาหลายต่อหล่ายครั้งแล้ว

“ เสร็จแล้ว จะทำอะไรทานกันเหรอ “ ฉันทำเสียงร่าเริงเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะรู้สึกว่าถ้าคุยเรื่องนี้ต่อไปมีหวังสาวน้อยข้างๆ ฉันตอนนี้ต้องบ่อน้ำตาแตกแน่ๆ เลย

“ อ่อ วันนี้เราจะย่างบาบีคิวกินกันที่ลานกว้างหน้าบ้านน่ะจะ เพราะคืนนี้มีโปรแกรมดูดาว “

“ น่าอร่อยจัง “

 แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็ช่วยกันยกอาหารไปที่โต๊ะหน้าบ้าน ส่วนพวกผู้ชายก็กำลังจุดไฟที่เตาย่างกลางแจ้ง พวกเราย่างบาบีคิวกินกันไป ดริ้งแอลกอฮอล์ไป ดูดาวไปซึ่งนานๆ จะดูซักครั้ง ฉันว่านะเปลี่ยนจากชื่อโปรแกรมดูดาวไปเป็นปาร์ตี้บาบีคิวกลางแจ้งยังจะเหมาะกว่า กว่าจะเลิกก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน โชคดีที่ทุกคนช่วยกันเก็บกวาดและทำความสะอาดกัน ทุกอย่างเลยเสร็จเร็ว

“ โอ้ย เหนื่อยจังเลย “ ฉันล้มตัวลงบนเตียงด้วยความเมื่อยล้าเพราะว่าวันนี้ต้องนั่งรถติดกันตั้งห้าชั่วโมงแถมยังต้องแบกของไปมาแล้วก็ต่อด้วยปาร์ตี้บาบีคิวอีก ไม่ได้พักเลย คืนนี้ต้องนอนให้เต็มที่เพราะพรุ่งนี้มีเดินทางไกลไม่รู้ต้องเจอกับอะไรบ้าง

“ โอ้ย เหนื่อยจังเลย “ แล้วเตียงก็ยวบลงข้างๆ ฉัน หือ??!!

“ นายเข้ามาได้ยังไงเนี่ย!!! “ ฉันเด้งขึ้นมาทันทีเมื่อลืมตาขึ้นแล้วพบเจอกับใบหน้าของหมาป่าวายร้ายห่างไปแค่คืบเดียว

“ ก็บอกให้ล็อกประตู เธอไม่ล็อกเองนะ แบบนี้เรียกว่าเชื้อเชิญสินะ “ ไม่จริง ฉันล็อกแล้วสาบานได้เลย

“ โกหก ฉันล็อกแล้วยะ นายเข้ามาได้ไงเนี่ย “

“ ฮ่าๆ ความแตกแล้วสิ ไม่ต้องรู้หรอกว่าฉันเข้ามาได้ไงรู้แต่ว่าเราจะทำอะไรกันดีก็พอ “

มะ

ตุบ!

                “ โอ้ย ยัยปีศาจหมวกแดง “ เสียงเหมือนของหนักกระแทกพื้นเสียงดังแล้วตามมาด้วยเสียงโอดครวญอย่างเคียดแค้น ฉันถีบเขาตกเตียงเองแหละ ฮ่าๆ สะใจ

                “ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย “ ฉันเปิดประตูให้คุณชายหมาป่าที่เกือกกลิ้งอยู่บนพื้นก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นยืนตั้งท่าเก็กกลับเป็นเหมือนเดิม

                “ ฉันนอนห้องเดียวกับไอคิมจริงๆ นะ “ เขาหันหลังมาบอกเสียงเบาแต่จริงจังหลังจากเดินออกจากห้องของฉันไปแล้ว

                “ แล้วไง “ ฉันถามด้วยความสงสัย

                “ ฉันไม่อยากเป็นผู้ชายที่เธอเกลียด ที่กลางวันอยู่กับเธอแล้วกลางคืนอยู่กับผู้หญิงอีกคน “ ถ้อยคำและแววตาจริงจังไร้การเสแสรงใดๆ ทำให้หัวใจที่ฉันคอยฝืนตัวเองมาทั้งวันหมดแรงจะต้านทานความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อนายหมาป่าตนนี้อย่างราบคาบเลย

                นี่ฉันควรจะทำยังไงดีนะ ฝืนหัวใจตัวเองต่อไปเพื่อปกป้องไม่ให้มันต้องเจ็บไปมากกว่านี้หรือ ปล่อยให้มันทำตามเสียงและความต้องการของตัวเองจนกว่าเกมส์นี้จะจบลงแม้จะรู้ดีแก่ใจว่าผลที่ตามมามันคือความเจ็บปวดที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี


................

ตอนนี้หน่วงเล็กๆ ทั้งรักทั้งสงสารวูล์ฟ T^T

รักค่ะ

<3

Re : 05-05-15

REWRITE : 18.10.16

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

182 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:38
    อัพต่อน้าาา อย่าทิ้งกันไปแบบนี้น้าาา T^T
    กำลังสนุกเลยย อยากรู้เรื่องต่อแล้วอ่าา
    สู้ๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ รีบมาต่อนะ^^"
    #173
    0
  2. #150 **Jang-Sinyuan** (@yodnam-namyod) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2556 / 20:01
    สนุกมากๆกำลังมันส์เลย >w<
    #150
    0
  3. #115 beby (@kyuri13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 11:52
    เรารออยู่นะะะะะะ
    #115
    0
  4. #87 ME_ONLY (@uranus00) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2555 / 11:17
    ปล่อยตามความรู้สึกดีแล้วลูก
    คิกๆ
    ยัยพลิกเน่านี่ไม่หายไปจากชีวิดวูฟกับนานะจริงๆนะเนี้ย
    ด้านยิ่งกว่าปูนอีก
    >O<
    #87
    0
  5. #36 *0* (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 10:36
    คิดถึงจังเรยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย





    TT' อัพต่อน้า สู้ ๆ >o
    #36
    0