(รีไรท์+จบ) Red Destiny ทำนายรักหนูน้อยหมวกแดงกับนายหมาป่า

ตอนที่ 14 : Red Destiny #12 เธอทำให้ฉันเสียใจ [ รีไรท์จ้า ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    18 ต.ค. 59

 

 #12

เธอทำให้ฉันเสียใจ...ฉันทำให้เธอเสียใจ


อาการปวดข้อมือกลายเป็นนาฬิกาปลุกฉันในวันนี้ ก็สมควรอยู่หรอกเพราะฉันเมื่อคืนถูกไอหมาป่าใจร้ายนั่นใส่กุญแจมือลากไปมาอยู่ตั้งหลายชั่วโมง แต่ก่อนที่เขาจะมาส่งฉันที่บ้านเราสองคนก็ไปเอากุญแจที่ชมรมไขมันออกไป จะว่าไปก็ลืมไปว้ากใส่ยัยมิกิเลยที่เล่นอะไรพิเรนทร์ๆ แบบนี้

“โอ๊ะ” ดอกไม้ที่ปักอยู่ในแจกันบนโต๊ะหัวเตียงทำให้เลือดลมฉันเดินผิดปกติแต่เช้า ก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อเพราะเมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ เอาแต่คิดเรื่องบ้าบออะไรก็ไม่รู้ และเกือบจะสะดุ้งตกเตียงเมื่อโทรศัพท์กรีดร้องขึ้นมา

~Someone to have and hold  with all my heart and soul …I need to know before I fall in love~

“ มีอะไร “ ฉันทำเสียงแข็งเมื่อเห็นว่าใครโทรมาทั้งที่ใจนี่เต้นเร็วยังกับจะไปแข่งทีมโอลิมปิก ยัยณณาบ้า!

“ อีกยี่สิบนาทีจะไปรับ เตรียมตัวไว้ด้วย “ แล้วเขาก็วางไป

พอได้ยินดังนั้นฉันก็กุลีกุจอคว้าผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำออกมาแต่งเนื้อแต่งตัวแล้วลงไปนั่งรอเขาที่ชั้นล่าง วันนี้ฉันทำสถิติอาบน้ำแต่งตัวเร็วที่สุดในประวัติกาลเลยนะเนี่ย ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย บ้าจริง

“ จะออกไปไหนอีกล่ะแก “ ยัยจันทร์เจ้าถามขึ้นโดยที่ตาของมันยังจับจ้องไปที่นายแบบกล้ามโตในโทรทัศน์ห้าสิบนิ้ว

……….” ฉันกำลังอ้าปากจะตอบมันไปว่าไม่รู้เหมือนกัน หมาให้มารอ ยัยมิกิก็สวนขึ้นมาซะก่อน

“ จะไปไหนได้นอกจากไปจู๋จี๋กับนายวูล์ฟสุดหล่อน่าเจี๊ยะนั่น “ พูดแล้วเอาลิ้นออกมาเลียริมฝีปากตัวเอง นี่แกกำลังคิดอะไรเสื่อมๆ อยู่ใช่มั้ย แต่ฉันก็คิดไปด้วยนี่นา โอ้ไม่นะ

……….” ฉันกำลังจะอ้าปากบอกพวกมันทั้งสองคนว่าไปธุระเฉยๆ ทั้งที่ก็ไม่รู้นั่นแหละว่าวูล์ฟจะพาไปไหน แต่เสียงรถคุ้นหูก็แล่นมาจอดหน้าบ้านซะก่อน

ฉันเลยรีบเดินออกไปและยัยสองสาวตัวแสบก็ยังไม่วายส่งเสียงแซวติดเรทกลับมา นี่ฉันคิดผิดรึเปล่านะที่คบยัยพวกนั้นเป็นเพื่อนเนี่ย เมื่อก่อนพวกมันยังไม่ขนาดนี้เลยนะ ออกจะเรียบร้อยเป็นกุลสตรียิ่งกว่านางสาวไทย แต่พอเข้ามหาลัยเหมือนคนโดนของ สงสัยจะเก็บกด

“ หวัดดี วันนี้จะไปไหนเหรอ “ ฉันถามคนที่มารับแต่ก็ยังไม่วายหลบสายตาที่เขามองมา

“ ไปบ้านไอ้โจ “ เขาตอบกลับมาแค่นั้น ขอประทานโทษนะคะ ช่วยกรุณาบอกเหตุผลถึงการไปบ้านไอ้คุณโจหน่อยได้มั้ยคะ ไม่ใช่ถามแค่ไหนก็ตอบแค่นั้น

“ แล้วไปทำไมหละ “ เดี๋ยวก็วีนซะหรอก ความองความอายมลายหายไปหมดแล้ว

“ ประชุมเรื่องการไปแคมป์หนะ “ เขาบอกเสียงเรียบ แต่ไอ้ยิ้มมุมปากนี่มันหมายความว่าไง วางแผนชั่วร้ายอะไรไว้อีกหละ

“ แคมป์อะไร แล้วทำไมฉันต้องไปด้วยหละ “ ฉันถามอย่างสงสัย ฉันไม่เคยไปสมัครลงแคมป์ที่ไหนเลยนะแล้วทำไมต้องไปประชุมที่บ้านไอ้หัวสกินเฮดด้วย

“ แคมป์ดูดาวของชมรมไง เธอเองก็เป็นสมาชิกไม่ใช่เหรอ “

ฉึก!

เมื่อวานฉันเพิ่งถูกล่อลวงให้เซ็นชื่อเข้าชมรมไปนี่นา แล้ววันนี้ก็มีแคมป์เลย ฉันว่ามันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ ไอ้หมาป่าเจ้าเล่ห์นี่ต้องวางแผนเอาไว้ก่อนแล้วแน่เลย หนอย เจ้าเล่ห์นักนะ

“ แล้วถ้าฉันไม่ไปหละ “ ฉันถามหยั่งเชิง อยากรู้ว่าเขาจะทำยังไงต่อ

“ งั้นเธอต้องไปคุยกับเทียนเองเพราะยัยนั่นเป็นรองประธานชมรมดูแลเรื่องแคมป์ครั้งนี้ “ แล้วเขาก็ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าตอนแรก

ฮึย ไอหมอนี่มันรู้จุดอ่อนของฉันนี่นาว่าฉันแพ้ลูกอ้อนของคนแบบเทียน ไม่ว่ายังไงฉันก็ปฏิเสธยัยนั่นไม่ลง

“ นี่บ้านของนายหัวสกินเฮดเหรอ “ ฉันถามคนขับรถประจำตัวเมื่อเขาเลี้ยวรถเข้ามาในตัวบ้านสองชั้นขนาดใหญ่ ตกแต่งสไตล์ยุโรปทั้งหลัง ด้านหน้าเป็นสวนขนาดใหญ่ มีน้ำพุอยู่กึ่งกลางก่อนถึงตัวบ้าน

พอลงจากรถเขาก็จูงมือฉันเดินไปทางสวนขนาดใหญ่นั่น ตรงเข้าไปก็เจอกับห้องนั่งเล่นริมสระน้ำในสวนที่ล้อมรอบไปด้วยกระจกใสทำให้เห็นวิวภายนอกได้ชัดเจน

“ หวัดดี วูล์ฟ ณณา “ เสียงสดใสของเทียนไขทักเราสองคนก่อนที่คนทั้งห้องจะหันมาโบกมือทักทาย ยกเว้นยัยสองพี่น้องตัวพ.ที่ใช้แค่หางตามามองจิกฉันเท่านั้น แต่กับแฟนฉันนี่สิ ยิ้มซะปากแทบจะถึงหู เหอะ! แฟนเขายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ก็ยังฮึ่ย!

“ หวัดดีจ้ะ ทุกคน “ ฉันทักกลับแล้วดึงมือตัวเองออกจากการจับกุมของเขาก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับเทียนที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการทำอะไรไม่รู้กับแม็กบุคของเธอ

“ ทำอะไรอยู่เหรอ “ ฉันถามเมื่อความสงสัยมีมากขึ้น

“ กำลังเช็คสภาพอากาศ กลุ่มดาว กาแล็กซี่ที่จะสามารถมองเห็นได้ในระยะนี้แล้วก็วางโปรแกรมแคมป์หนะจ้ะ “ เธอบอกด้วยรอยยิ้มที่แสนจริงใจเหมือนทุกทีที่เธอส่งมา ทำไมคนแบบนี้เป็นเพื่อนกับยัยพายเน่าได้น้า โลกนี้ช่างลึกลับแท้

ฉันพยักหน้ารับแล้วเลิกกวนการทำงานของเธอ ก่อนจะหยิบเอาหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา

~Someone to have and hold  with all my heart and soul …I need to know before I fall in love~

เอ๊ะ! ทำไมโทรศัพท์ฉันดังบ่อยจัง ก็รู้หรอกนะว่าคนสวยนะสวยฮอตแต่เผอิญฉันเป็นพวกหวงเบอร์สุดใจด้วยสิ ใครกันน้าโทร.มาตอนนี้

“ หวัดดีค่ะ “ ฉันรับสายโดยไม่ได้มองว่าเป็นใครที่โทรมา

( ไงเบบี๋ ) เสียงทะเล้นปลายสายทำให้ฉันยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

“ ไฮดาร์ลิ่ง “

ปัง!

เสียงปิดประตูของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าแฟนดังลั่นพร้อมกับร่างสูงๆ ที่ก้าวออกไปจากห้องราวกับไม่อยากรับรู้เรื่องที่กำลังจะได้ยิน ก่อนที่ร่างสมส่วนของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าแฟนเก่าของแฟนฉันเองจะก้าวฉับๆ ตามออกไป และไม่ลืมส่งยิ้มของตัวอิจฉากลับมาหานางเอกแบบฉัน แหม ถ้านางเอกจะตบนางร้ายนี่คนดูรับได้ไหมคะ?

( เฮ้ ยังอยู่รึเปล่า ) เสียงปลายสายโวยกลับมาเมื่อไม่มีเสียงตอบกลับของฉัน

“ ว่าแต่โทรมามีอะไรรึเปล่า “ ฉันพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติ ริวน่ะช่างสังเกตจะตาย และฉันก็ยังไม่อยากถูกซักฟอกด้วย

( อย่าบอกนะว่าลืมว่าวันนี้วันที่เท่าไหร่ ) ริวพูดด้วยเสียงงอลๆ ไม่จริงจัง

“ ใครจะลืม เตรียมชุดสวยๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว “ ฉันบอกแล้วพยายามฝืนยิ้มให้น้ำเสียงยิ้มตามไปด้วย แม้ในใจมันจะรู้สึกเจ็บแปลกๆ ก็ตาม

( แล้วก็มาทวงคำสัญญาด้วยนะ ) หือ?

“ สัญญา? “ ฉันทวนคำอย่างสงสัย

( ก็สัญญาเรื่องปาร์ตี้ริมสระไง เพราะวันนี้ตรงกับวันเสาร์ เลยจัดปาร์ตี้ริมสระไปในตัวด้วย ยิงยาวถึงวันอาทิตย์เลย ) จริงด้วย ก็วันที่นายหมาป่าป่วยแล้วฉันเผลอไปรับปากเขาไว้ไงล่ะ

“ อืม แล้วเจอกัน เวลาเดิมใช่มั้ย “

( อืม แต่งตัวสวยๆ เลยนะ ได้ยินมาว่าไอ้วูล์ฟจะพาแฟนมันมาด้วย ) คำพูดของริวทำเอาฉันสะอึก หมายความว่าไง เขาไม่ได้ชวนฉันเลย

คิดมาถึงตรงนี้ฉันก็แทบจะทึ้งหัวตัวเอง ยัยณณาบ้า!!! เราเป็นแฟนกันแค่ในเกมส์นี่นา นี่ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย มัวหลงดีใจกับสิ่งที่เขามอบให้ ทั้งที่เรื่องของเราก็แค่การแสดง บทละครที่ซักวันก็ต้องมีตอนจบ!!

“ อืม แค่นี้นะดาร์ลิ่ง “

( แล้วเจอกันคืนนี้เบบี๋ )

ฉันวางสายพร้อมกับความรู้สึกขุ่นมัวเล็กๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ ทำไมผู้ชายคนนั้นมีอิทธิพลกับฉันมากขนาดนี้นะ!!

“ ไม่ตามวูล์ฟไปเหรอ “ เทียนไขถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

“ จะให้ณณาตามไปในสถานะอะไรล่ะ มือที่สามเหรอ “ ฉันพูดออกมาเสียงแข็งอย่าลืมตัวและนั่นทำให้เทียนไขทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ฉันเลยต้องหาข้ออ้างเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาครั้งนี้

“ เอ่อ….แล้วแคมป์นี้จะไปเมื่อไหร่ล่ะ “

“ ไปประมาณปลายเดือนนี้จ้ะ “ ได้ผล ใบหน้าเศร้าๆ นั่นหายวับไป เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มพร้อมกับโชว์รูปบนแม็กบุคมาให้ดูเหมือนเด็กอวดของเล่น

“ นี่คือที่ที่เราไปตั้งแคมป์ดูดาวกันทุกปี “

“ ทุกปีเลย “ ฉันย้ำอย่างสนใจ เพราะนี่พวกเราเพิ่งจะอยู่ปีสองเอง น่าจะใช้คำว่าปีที่แล้วมากกว่า แต่กลับใช้คำว่าทุกปี หมายความว่า?

“ อืม ตั้งแต่อยู่ ม.ปลายแล้วจ้ะ พวกเราชอบดาวกันมาก ทุกปิดเทอมก็จะไปตั้งแคมป์ดูดาวกันเสมอ “ เธออธิบายเมื่อเห็นเครื่องหมายคำถามอันเท่าช้างแมมมอธแปะอยู่กลางหน้าผากของฉัน

“ พวกเทียนเนี่ยรู้จักกันมาตั้งแต่ม.ปลายเลยเหรอ “

“ เทียนกับวูล์ฟรู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาลแล้ว เพราะเมื่อก่อนบ้านเราอยู่ใกล้กัน ส่วนคิม โจ แล้วก็พายกับพี่พริกมารู้จักกันตอนม.ปลายจ้า “

แบบนี้เองสินะ งั้นก็แปลว่ายัยชะนีพริกหยวกกับยัยพายเน่าก็คงตกหลุมรักหมาป่าใจร้ายนั่นมาตั้งแต่ตอนนั้นงั้นสิ แต่ทนนานยิ่งกว่าปูนตราช้างซะอีกนะเนี่ย ทั้งที่ไอหมาป่านั่นออกจะใจร้ายแล้วก็เย็นชาขนาดนั้นแต่ก็ยังไม่ยอมตัดใจ และยังรอให้เขาหันมารัก ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึงวันนั้น ไม่สิ จะมีวันนั้นหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย

โถๆ ผู้หญิงอย่างพวกเธอก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหล่อะไร แถมยังหุ่นดีเป็นทุนอีก จะหาผู้ชายซักคนที่รักพวกเธอจริงๆ ก็ไม่น่ายาก จะมาตามก้นเฝ้ารอผู้ชายแค่คนเดียวไปทำไมกันนะ ไม่หัดทำตัวให้เป็น คนเลือก งั้นก็เป็น ตัวเลือก ต่อไปเถอะ ซึ่งจะเป็นตัวเลือกที่เขาเลือกหรือเปล่าก็วัดดวงกันล่ะกัน นี่เตือนด้วยความหวังดีนะเนี่ย ถ้าเราไม่รู้จักเห็นคุณค่าของตัวเองก่อน แล้วจะหวังให้คนอื่นมาเห็นได้ยังไง

นั่นสิจะมาคาดหวังให้ผู้ชายคนเดียวมารักทำไมกันนะ ฉันเองก็อยากจะตอบคำถามนี้ของตัวเองเหมือนกัน อาจเป็นเพราะว่าพวกเรานั้นตกหลุมรักเขาคนนั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้นไปแล้ว

ฉันรับเอกสารคู่มือการเข้าแคมป์ที่เทียนให้มาแล้วโทร.ให้ปันปันมารับ ไม่อยากนั่งรอเฉยๆ ให้เขากับผู้หญิงอีกคนกลับมาเย้ยหยัน และที่สำคัญฉันไม่อยากทำตัวน่าสมเพสให้ใครมาสงสารหรือเห็นใจ ฉันขอเป็นฝ่ายเดินจากมาเองดีกว่าให้ใครเดินจากไป แม้คนที่เจ็บจะเป็นคนที่เดินออกมาเองอย่างฉันคนนี้ก็ตาม

“ งั้นณณากลับก่อนนะเทียน บ๊ายบายทุกคน “ ฉันบอกทุกคนโดยไม่ลืมส่งยิ้มหวานกลบเกลื่อนความเศร้าไปให้หลังจากที่ยัยปันปันโทร.มาบอกว่ามาถึงหน้าบ้านของนายโจหัวสกินเฮดแล้ว

“ ไม่รอวูล์ฟกลับมาก่อนเหรอ “ เทียนไขรั้งฉันไว้ ใจดีจังน้า

“ ไม่มีความจำเป็นที่ต้องรอนี่นา อีกอย่างณณาก็มีเดทด้วย ฝากลาเขาสองคนด้วยละกันนะจ๊ะ “ ฉันบอกด้วยรอยยิ้มที่ต้องฝืนขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะโบกมือลาพวกเขาแล้วเดินออกมา

ก้าวแรกที่เดินผ่านประตูออกไป สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างคุ้นตาของชายหญิงคู่หนึ่งที่มุมทางเดินไม่ไกลซึ่งเอ่อกำลังแสดงฉากรักที่ต่างฝ่ายต่างมอบจุมพิตที่เร้าร้อนให้กันและกันโดยไม่อายสายตาใครหรือแม้จะเกรงใจผีบ้านผีเรือน แหม นี่ฉันก็เก่งนะที่ทนดูได้ เหอะ!

“ อ้าว จะกลับแล้วเหรอ…. “ เจ้าของบ้านเอ่ยทักขึ้นเมื่อเห็นฉันสะพายกระเป๋ายืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตู แต่คำพูดของเขาก็เลือนหายไปกับอากาศเมื่อหันไปตามสายตาของฉันที่กำลังมองอยู่

“ อืม ขอบคุณที่เชิญมา แล้วเจอกันนะ “ ฉันยิ้มให้เขาแล้วรีบเดินออกมาจากตรงนั้น ก่อนที่ฉันจะทำบางสิ่งบางอย่างที่ไม่เคยทำออกมา

“ ทำไมวันนี้ให้ปันปันมารับหละ…..

เสียงสดใสของผู้หญิงที่นั่งประจำคนขับถูกดูดกลืนลงกล่องเสียงของเธอในทันทีเมื่อเห็นว่าดวงตาเรียวสวยของผู้หญิงที่เพิ่งขึ้นมานั่งบนรถข้างๆ เธอมีน้ำใสๆ ไหนรินออกมา น้ำจากดวงตาที่เธอไม่เคยเห็นมันไหลรินมาก่อน ตั้งแต่ที่รู้จักกับผู้หญิงคนนี้มา

“ กะกลับบ้านเรากัน “ เสียงที่พยายามกลั้นสะอื้นเปล่งออกมาอย่างสั่นๆ จนคนที่ฟังแทบจะร้องไห้ตาม

ฉันบอกกับตัวเองเสมอมา ว่านี่มันเป็นเกมส์ว่าสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่เขาทำก็เพื่อชัยชนะในเกมส์เท่านั้น ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ ทั้งที่พยายามเตือนตัวเองเสมอมา  แต่พอมาเห็นกับตามันกลับทำใจไม่ได้ พอมาเห็นมารับรู้ด้วยตัวเอง มารับรู้กับสิ่งที่เขาทำให้กับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน หัวใจมันก็ประท้วงสิทธิ์ความเป็นแฟนขึ้นมา ทั้งที่ตัวฉันเองก็เป็นแค่แฟนกำมะลอที่ไม่มีความหมายอะไรกับเขาเลยด้วยซ้ำ

แปะ

ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา น้ำใสๆ ไหลที่ออกมาจากดวงตาหล่นลงที่หลังมือของฉัน

นี่มันอะไรกันน้ำที่ออกมาจากดวงตามันคืออะไร นี่เหรอสิ่งที่เขาเรียกกันว่าน้ำตาฮะๆ ในที่สุดณณาคนเก่ง เคยปรามาสผู้หญิงที่ร้องไห้ให้กับผู้ชายเลวๆ กลับต้องมาเจอชะตากรรมเดียวกัน สมน้ำหน้าแล้วไหม สมน้ำหน้าจริงๆ

ฉันก้มมองมือที่สั่นเทาของตัวเองด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก พยายามแล้วพยายามเล่าที่จะหยุดน้ำที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่นี้แต่ทำยังไงมันก็ไม่ยอมหยุดเลย นี่คือสัญญาณเตือนสินะ สัญญาณที่บ่งบอกว่าฉันคนนี้พ่ายแพ้ไม่มีชิ้นดี

ทันทีที่รถจอดสนิท ฉันก็เดินขึ้นห้องตัวเอง ไม่พูดไม่ทักทายใครๆ เหมือนทุกที

ฉันนั่งลงที่ขอบเตียงด้วยความรู้สึกที่เรียกว่าเสียใจกับสิ่งที่เรียกว่าน้ำตา สิ่งพวกนี้เป็นอะไรที่แปลกใหม่สำหรับฉัน ฉันไม่เคยร้องไห้แบบนี้มาก่อน ไม่เคยร้องไห้จากความรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้มาก่อน แต่วันนี้มันเจ็บมากจริงๆ เจ็บที่หัวใจ รู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดเอาไว้ตอนที่เห็นพวกเขาสองคนอยู่ด้วยกัน

ทั้งที่เตือนตัวเองตลอดว่าทุกอย่างระหว่างฉันกับเขามันก็แค่เกมส์ ก็แค่การแสดงตามบทละครของเรา แต่หัวใจมันกลับไม่คิดแบบนั้น มันคิดว่าทุกอย่างที่เขาทำให้ทุกคำพูด ทุกการกระทำที่เกิดขึ้นระหว่างเราคือเรื่องจริง แม้ตัวฉันเองที่รู้ทุกอย่างอยู่แก่ใจแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเดินเข้าไปหาเขาผู้ชายที่ถือมีดเล่มเล็กๆ ไว้ในมือ รอวันให้เขาเอามันมาตัดขั้วหัวใจของฉันและดีใจด้วย เพราะเขาทำสำเร็จแล้ว!!!

…………………

“ ไฮ ดาร์ลิ่ง “ ฉันทักทายริว หลังขึ้นไปนั่งข้างคนขับเหมือนทุกที

                วันนี้วันที่ .. วันที่ผู้ชายที่นั่งข้างๆ จะมารับฉันไปทำหน้าที่เป็นคู่ควงเฉพาะกิจทุกครั้ง เมื่อสองชั่วโมงก่อนฉันยังร้องไห้ฟูมฟายอยู่เลยและก็มั่นใจว่าคนที่จะมากับหมาป่าใจร้ายนั่นต้องเป็นยัยพริกหยวกเน่าแน่ๆ แม้จะต้องเผชิญหน้ากันฉันก็จะไม่ร้องไห้แบบนั้นอีกแล้ว จะไม่ให้ใครเห็นน้ำตาที่แสนอ่อนแอนั่นอีกเป็นครั้งที่สอง อีกแค่สองเดือน ฉันกับเขาก็จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกันแล้ว และเมื่อวันนั้นมาถึงแล้ว  เรื่องของเราก็จะเป็นแค่อดีตที่ไม่มีความหมายอะไรสำหรับเขา แต่กับฉันมันจะเป็นความทรงจำที่ฉันอาจจะไม่มีวันลบมันออกจากใจได้

                “ เป็นอะไรไป ดูไม่ค่อยสดชื่นเลย “ คนข้างๆ พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้หญิงลั้ลล้าอย่างฉันสงบเสงี่ยมกว่าทุกที

                “ เปล่าซักหน่อยแค่คิดว่า ถ้าดาร์ลิ่งมีแฟนก็คงไม่มาหานานะอีกแล้ว “ ฉันบอกแล้วทำแก้มป่องอย่างงอลๆ พยายามกลบเกลื่อนความเศร้าที่มี

                “ ฮ่าๆ ถึงจะมีแฟนจริงแต่ยังไงเบบี๋ก็ต้องมาก่อนอยู่แล้ว “ ริวบอกแล้วเอามือมายีผมฉันเล่นเหมือนทุกที

“ ว่าแต่เบบี๋เถอะ เมื่อไหร่จะมีแฟนกับเขาซักที “ คำถามเขาเล่นเอารอยยิ้มที่มีตอนแรกของฉันหายไปทันที

                “ ….ถ้ามีแล้วดาร์ลิ่งไม่หึงเหรอ “ ฉันรีบปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็นปกติก่อนที่คนข้างๆ จะจับพิรุธได้

                “ หึงสิ ถ้าฉันรู้ว่าไอหมอนั่นเป็นใคร ฉันจะไปฆ่ามัน “ ตานายไม่ได้ยิ้มไปด้วยเลยนะ!

                “ ใจร้าย แล้วแบบนี้จะให้เบบี๋มีแฟนไปทำไม “ ฉันขึ้นเสียงสูงอย่างประชดประชัน แต่ในใจกลับรู้สึกกลัวแววตานั่นขึ้นมา

                “ ก็เห็นทำหน้าเศร้าๆ เหมือนคนถูกแฟนนอกใจ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง” น้ำเสียงที่จริงจังราวกับอ่านใจได้ของริวทำเอาฉันสะดุ้ง

                “ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง? “ แล้ว?

“ ฉันจะไปฆ่ามันตามที่พูดไว้ไง “ และถ้อยคำต่อมาทำให้ฉันหน้าซีด

                ฉันไม่เคยปิดบังหรือโกหกอะไรริวได้ซักอย่าง แม้จะกำชับเรื่องของฉันกับผู้ชายคนนั้นไม่ให้ยัยสามสาวบอกใครโดยเฉพาะผู้ชายเลือดเย็นที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่เรื่องข่าวที่แพร่ไปทั่วของฉันที่เป็นถึงดาวมหาลัยก็คงไม่เป็นความลับอีกต่อไป ถึงเขาจะไม่ถามว่าคนคนนั้นเป็นใคร หรือถามออกมาตรงๆ แต่ฟังจากน้ำเสียงและแววตาที่ไม่ได้ล้อเล่นนั่นแล้ว ฉันรู้สึกว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ

                เราสองคนนั่งเงียบไปตลอดทางตั้งแต่บ้านฉันจนถึงพาร์คแข่งรถของริว ใจฉันนี่ตุ้มๆ ต่อมๆ เสียววุ้ย!

                “ อยากรู้จังว่าเบบี๋จะใส่ชุดว่ายน้ำแบบไหน “ ริวพูดขึ้นหลังจากที่อ้อมมาเปิดประตูรถให้ฉัน พร้อมกับยื่นมือมาให้ฉันควงเหมือนเคย พอได้ยินแบบนี้ฉันก็เผลอพรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นี่ฉันคิดมากไปเองเหรอเนี่ย งั้นก็ดีแล้วล่ะ ฉันยังไม่อยากให้ริวเป็นฆาตกร

“ ตายแล้ว ดันลืมเอาชุดว่ายน้ำมาซะได้ แย่จริงๆ เลยฉัน “

ฉันแสร้งตกใจ จริงๆ ฉันจงใจไม่เอามาเองแหละ เพราะฉันเป็นสาวธาตุไฟ แม่หมอท่านบอกว่าฉันไม่ถูกกับน้ำ ฉันเลยไม่ค่อยชอบเล่นน้ำอะไรเท่าไหร่ แต่ก็ว่ายน้ำเป็นนะ เพราะที่บ้านก็มีสระว่ายน้ำ แล้วตอนเรียนโรงเรียนมัธยมหญิงล้วนก็มีวิชาว่ายน้ำด้วย

“ ฮ่าๆ มุขเดิมอีกแล้ว ไม่ต้องห่วง คราวนี้ฉันไม่พลาด ซื้อมาให้เรียบร้อยแล้ว “

หว้า ฉันมักจะใช้มุขนี้ประจำเวลาที่เขาชวนไปว่ายน้ำ ดูเหมือนจะใช้บ่อยไปหน่อยเขาเลยรู้ทันเลย

“ แต่ฉันเป็น….

“ สาวธาตุไฟ เข้าใกล้น้ำไม่ได้ “ ฉันยังพูดไม่จบริวก็พูดขึ้นมาอย่างกับล่วงรู้ความคิดของฉัน

                “ นานะไม่เล่นน้ำไม่ได้เหรอ “ ฉันพยายามอ้อน แค่ใส่ชุดเฉยก็ได้อยู่หรอก แต่ไม่อยากลงน้ำเลยอ่ะ

                “ แต่สัญญาแล้วนะ “ คนข้างๆ หันมาทำแก้มป่อง เสียงงอนๆ ใส่ นี่เหรอผู้ชายที่สาวๆ ทั้งสนามกรี๊ด

“ นะๆ แล้วจะเล่นเกมส์เป็นเพื่อนถึงเช้าเลย “ ฉันเข้าไปเกาะแขนเขาอย่างออดอ้อน

“ ไม่ได้ ฉันจะลงทุนสร้างสวนน้ำไปเพื่ออะไรล่ะแบบนั้น “

คือตอนแรกที่สนามแข่งรถของเขาไม่มีหรอกไอสวนน้ำสไลด์เดอร์พวกนั้นน่ะ แต่เมื่อสองปีก่อนเขาก็สร้างมันขึ้นมาเพียงเพราะต้องการจะลากฉันลงน้ำไปเล่นกับเขา แค่นั้นแหละที่สมองไส้เดือนดินคิดได้

“ แล้วถ้าเกิดฉันจมน้ำตายขึ้นมาล่ะ “ อ้าวเวร จะแช่งตัวเองทำไมล่ะเนี่ย

“ ฉันไม่ปล่อยให้เธอตายหรอกน่า “ ริวบอกแล้วเอามือมายีผมฉัน อีกแล้วนะ ฉันไม่ได้เสียเวลาทำผมเพื่อให้เขาทำให้มันยุ่งนะ

“ แล้วไม่หึงหรือไงที่ฉันต้องใส่ชุดวาบหวิวเล่นน้ำท่ามกลางสายตาผู้ชายเป็นร้อยหนะ “ ฉันเริ่มยั่ว

โฮะๆ ก็ริวน่ะรักแล้วก็หวงฉันจะตายนี่นา เมื่อก่อนตอนอยู่ที่โรงฝึกคาราเต้ที่บ้านคุณตาที่ญี่ปุ่น เขาอาละวาดใส่ผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้ฉัน เพราะฉะนั้นฉันเลยมีเขาเป็นคู่ซ้อมแค่คนเดียว จนกลับมาที่เมืองไทยเขาก็ไปหว่านล้อมคุณแม่ของฉันให้ส่งฉันเข้าโรงเรียนหญิงล้วนอีก ฉันว่าถ้าเมืองไทยมีมหาลัยหญิงล้วนเขาคงจะหว่านล้อมคุณแม่ให้ส่งฉันไปเรียนที่นั่นอีกแน่ ร้ายกาจมากผู้ชายคนนี้

“ นั่นสินะ แต่ละคนก็หัวงูกันทั้งนั้น “ ริวทำหน้าคิดหนัก

“ ใช่ม้าๆ เพราะงั้นนะให้นานะนั่งดูอยู่ริมสระล่ะกันนะ “ ฉันพยายามหว่านล้อมเขาต่อ

“ ไม่ “ อ้าว ทำไมไม่เคลิ้มตามวะ

“ แล้วจะให้นานะถูกผู้ชายพวกนั้นโลมเลียเหรอ “ ฉันเริ่มหว่านล้อมเขาอีกครั้ง

“ ไม่ “ อ้าว ตกลงจะเอายังไงกันแน่ไอมังกือหน้าหล่อ

“ จะเอายังไงกันแน่เนี่ย “ ฉันถามเมื่อเริ่มฉุนกับไอกิ้งกือลั้นล้าข้างๆ จะยิ้มไปถึงไหนเนี่ย ยิ้มได้ตลอดเวลาจริงๆ

แต่ริวก็ไม่ตอบ กลับพาฉันเดินควงไปทักทายเพื่อนๆ ของเขาเฉยเลย รอบๆ ก็มีสาวๆ ในชุดบีกีนี่หลากสีสันเล่นสาดน้ำล่อตะเข้หัวงูกันอย่างไม่แคร์สายตาใคร บางคนก็กำลังป้อนเครื่องดื่มแอลกอฮอร์จากปากสู่ปากให้กันและกัน บางคนก็กำลังโยกย้ายตามจังหวะเพลงที่ดีเจเปิด บางคนก็มุ่งมั่นเล่นสไลเดอร์อย่างเอาจริงเอาจัง ตกลงพวกเธอมาเล่นน้ำกันหรือมาดูการแข่งรถกันแน่เนี่ย

“ อยากเห็นสวอนในชุดว่ายน้ำเร็วๆ จังเลย “ ไบรอันพูดแล้วกวาดสายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า ฮึย ถึงผู้ชายแทบทุกคนจะชอบมองฉันแบบนั้นก็เถอะ แต่เห็นทีไรมันก็รับไม่ได้ทุกทีเลยนี่นา

“ ฉันก็อยากเห็นเหมือนกันว่าชุดว่ายน้ำที่ดาร์ลิ่งซื้อให้จะเป็นชุดแบบไหน “ ฉันเริ่มใช้คนตรงหน้าเป็นเครื่องมือปั่นหัวผู้ชายที่ฉันควงอยู่

“ ดราก้อนเหรอ สงสัยสวิมสูทแน่ๆ เลย ถ้าเป็นไอก็คงไม่อยากให้ใครเห็นส่วนวาวหวิวของแฟนตัวเองหรอก “ นั่นไง นายพูดได้ตามไดอาล็อกที่ฉันวางไว้เป๊ะๆ เลย

“ ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าคุณคู่หมั้นจะซื้อชุดแบบไหนให้ใส่ อยากจะใส่มาอวดเร็วๆ ซะแล้วสิ “

โฮะๆ และแล้วคนสวยก็ชนะเลิศ หลังจากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้นอีกเพราะเจ้ามังกือที่ฉันควงอยู่ลากฉันออกมาจากตรงนั้นเลยแถมยังบอกอีกว่าไม่ต้องใส่แล้วชุดว่ายน้ำ โฮะๆ ไม่ต้องใส่ชุดว่ายน้ำก็แปลว่าไม่ต้องเล่นน้ำสินะ คริคริ ลักกี้ตามแผน น้องมังกรเอ๋ยยังต้องพัฒนาอีกเยอะ โฮะๆ

“ เมื่อไหร่จะเลิกยีผมฉันเนี่ย “ คือแบบว่าฉันจะใช้คำว่า ฉัน แทนตัวเองเวลาวีน ส่วนเวลาอ้อนจะเอาสิ่งที่อยากได้จะแทนด้วยชื่อตัวเอง และตอนนี้ฉันอยากจะวีนใส่เขาที่เอาแต่ยีผมฉันเล่นตั้งแต่ที่เรามานั่งที่โซนวีไอพีชั้นบนของสเตเดี่ยมแล้ว

“ งั้นเลิกก็ได้แต่เปลี่ยนเป็นกอดแทน “ ว่าแล้วไอมังกือปัญญาอ่อนก็เอาแขนแข็งแรงนั่นมาโอบกอดฉันที่นั่งอยู่บนตักของเขาอย่างไม่ยอมให้ฉันได้ตั้งตัว ทำให้หน้าสวยๆ ของฉันกระแทกเข้ากับหน้าอกบึกบึนของเขาอย่างจัง งื้อ ดั้งช้านนน

“ ดาร์ลิ่งปล่อยนะ ไม่อายคนอื่นเขาบ้างหรือไง “ ฉันพยายามดันหน้าอกริวออกไปแต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้เลย แรงกระบือกันจริงๆ พวกผู้ชายเนี่ย

“ จะอายทำไม ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน “ ว่าแล้วก็กดฉันเข้ากับแผงอกที่แข็งแรงนั่นอีก แบบนี้มันจงใจแกล้งกันชัดๆ เลยนี่นา

“ อ่ะแฮม “ เสียงกระแอมจากคนมาใหม่ดังขึ้น

“ อ้าววูล์ฟมาแล้วเหรอ แล้วนั่นใช่แฟนที่บอกไว้หรือเปล่า “ เสียงทักทายของเจ้าของตักที่ฉันนั่นอยู่กับบทสนทนาที่บาดใจทำให้ฉันไม่อยากจะเงยหน้าขึ้นไปเผชิญกับสถานการณ์ในตอนนี้เลย

“ ใช่

“ ไม่ใช่ฮะ “ เสียงผู้หญิงเอ่ยขึ้นในตอนแรกก่อนจะเป็นเสียงของผู้ชายที่ยังอยู่ในฐานะแฟนของฉันพูดขึ้นกลบเสียงของเธอก่อนหน้าจนหมดสิ้น

“ ไม่คิดจะแนะนำให้รู้จักหน่อยเหรอ “ ริวพูดขึ้นก่อนจะยอมปล่อยฉันออกจากอ้อมแขนแต่ก็ยังกอดคอของฉันให้นั่งอยู่บนตักของเขาต่อไป แต่เมื่อกี้หูฉันเพี้ยนไปเองหรือเปล่านะ ฉันรู้สึกว่าน้ำเสียงที่ริวใช้มันชวนน่าขนลุกเหมือนกับเขากำลังโกรธอยู่เลย

“ นี่พริกฮะ พริกนั่นรุ่นพี่ริว อยู่ปีเดียวกับเธอ “ เขาแนะนำผู้หญิงที่กำลังแอบอิงซบไหล่เขาอยู่อย่างแนบชิด

“ สวัสดีค่ะ ริว “ ยัยพริกชี้ฟ้าทำสียงเย้ายวนพร้อมกับส่งสายตาสื่อความนัยมาให้ริวแต่เขากลับไม่สนใจยัยนั่นเลยแม้แต่น้อย แอบสะใจเล็กๆ

“ งั้นขอแนะนำบ้างนะ นี่สวอน ผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวที่มีสิทธิ์ยืนอยู่เคียงข้างฉัน “ ฉันหันไปหาสองคนนั่นทันทีที่ริวพูดจบ และนั่นทำให้ยัยพริกหยวกเน่าตาโตเท่าไข่ห่าน ก่อนที่ฉันคนนี้จะเอนตัวลงไปซบผู้ชายที่ให้ฉันยืมตักมานั่ง

“ ดาร์ลิ่ง นานะเริ่มเบื่อแล้วสิ เราไปหาอะไรสนุกๆ ทำกันสองคนดีกว่านะ “ ฉันพูดด้วยน้ำเสียงยั่วยวนพร้อมกับเอานิ้วเรียวสวยของตัวเองลากไปมาที่บริเวณหน้าอกของริว พยายามเพิ่มระดับเสียงให้ดังพอที่จะให้สองคนนั้นได้ยิน

“ อะไรสนุกๆ งั้นเหรอ งั้นไปกันเถอะ “ ริวยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วอุ้มฉันขึ้นก่อนจะหันไปพูดอะไรบางอย่างกับหมาป่าเย็นชาที่อยู่ตรงข้าม

“ ฝากตรงนี้ด้วยนะวูล์ฟ แล้วเจอกันที่ปาร์ตี้ริมสระ “ ริวบอกแล้วก็อุ้มฉันเดินผ่านหน้าเขาไป ทิ้งไว้แต่ความกระวนกระวายใจที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งทิ้งไว้ให้ผู้ชายที่แสนเย็นชา ที่ตอนนี้ความเย็นชานั้นกำลังถูกไฟแห่งโทสะเข้าครอบงำ

ความสงสัย กระวนกระวาย และคำพูดที่ชวนให้คนฟังคิดไปไกล ทำให้เขาที่ยังได้ชื่อว่าเป็นแฟนของเธอ แทบจะควบคุมตัวเองไม่ให้เข้าไปกระชากเธอออกมาจากอ้อมแขนของผู้ชายคนอื่นไม่ไหว ทั้งที่ชีวิตนี้เขาไม่เคยรู้สึกหึงหวงหรือต้องการอะไรมากเท่านี้มาก่อน แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขาอยากจะครอบครองเธอไว้คนเดียว ไม่อยากให้ผู้ชายหน้าไหนสัมผัสเธอแม้แต่ปลายเส้นผม!

แต่ตอนนี้เธอกำลังเดินจากเขาไป ไปกับผู้ชายอีกคนโดยที่เขาทำได้แค่มองดู

 




เอาดราม่ามาทิ้งให้วูล์ฟแล้วก็จากไปเงียบๆ โฮ วูล์ฟของช้านนนนนนนนนนน
แหะๆ
รักทุกคนคร้า


Rewrite : 04-02-15

REWRITE : 18.10.16

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

182 ความคิดเห็น

  1. #113 beby (@kyuri13) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มีนาคม 2556 / 11:51
    อยากอ่านง้าาาาาาาาาาT^T
    #113
    0
  2. #85 ME_ONLY (@uranus00) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2555 / 10:56
    หู่ยย>///<วูฟหึงเค้าเหรอ(หึงนานะต่างหากย่ะ)
    อุ้ย
    คิกๆน่ารักอ๊า
    #85
    0
  3. #58 V.Devil (@sornkanok765) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2555 / 08:33
    สนุกๆๆๆ
    #58
    0
  4. #27 ann (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 / 06:34
    สนุกๆๆๆ อ่ะ



    อยากติดตามตอนต่อไปแล้วอ่ะ



    อัพเร็วๆๆ นะค่ะ

    #27
    0
  5. #26 *0* (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:22
    อ่า



    ค้างงงงง T^T



    สู้ ๆ สนุกมากกกค่า
    #26
    0