THE END l คืนที่ดาวพราวฟ้า [ สำนักพิมพ์ มายดรีม ]

ตอนที่ 2 : คืนที่ดาวพราวฟ้า ตอนที่ 2/รีรัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ก.ค. 57






ตอนที่ 2

 

ความขึ้งเครียดเรื่องงาน เรื่องความรัก ถูกเก็บเข้าไปยังบันทึกสมองในส่วนที่ไม่อยากคิด เพราะยามนี้เกิด ปัญหาใหม่ซึ่งก่อขึ้นสดๆร้อนๆ ต้องหาทางออกให้ทันก่อนวันพรุ่งนี้ ดังนั้นเมื่อเก็บสัมภาระส่วนตัว ที่เป็นของหล่อนทั้งหมดขึ้นวางบนรถ เป้าหมายของการขับรถกลับ จึงเบนจากเดิมที่คิดจะมุ่งตรงกลับบ้าน เปลี่ยนทิศไปยังเจ้าของชื่อ...อานนท์

          จอมพธูโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทคนนี้ และกำชับให้เขารออยู่ที่บ้าน เมื่อไปถึงก็จอดรถไว้ใต้ต้นชัยพฤกษ์ สีชมพูของดอกหล่นเกลื่อนกล่นไปทั่ว จนสีเขียวของหญ้าในยามตะวันโพล้เพล้ถูกสีอ่อนของชมพูสว่างทาบจนทั่ว

คำแรกที่อานนท์เอ่ยทัก หลังจากจอมพธูเลื่อนประตูรั้วเข้าด้านข้าง เป็นคำกระแนะกระแหนอย่างเคยฟังจนชินหู วันนี้หาเรื่องอะไรมาให้เพื่อนช่วยแก้ไขอีกล่ะ

            จอมพธูตวัดค้อนทีเล่นทีจริง พูดอย่างนี้ทุกทีเลย ไม่เคยได้ยินรึไงกัน ที่เขาบอกว่ามีเพื่อนไว้ปรับทุกข์ มีเพื่อนไว้ระบาย แล้วก็มีเพื่อนไว้ช่วยแก้ปัญหา

            ไม่วายยังถูกอานนท์เหน็บเข้าให้ รวมถึงมีเพื่อนเอาไว้ซับน้ำตาให้ด้วยใช่ไหมล่ะ

            จอมพธูหัวเราะแทบไม่ออก ก็เพราะวันก่อน เรื่องราวรักสามเส้าระหว่างหล่อน นวีนาและธรรศสิต ก็ถูกระบายสู่เพื่อน หวังจะปรับทุกข์ เล่าไปเล่ามา จึงบ่อน้ำตาแตกอย่างช่วยไม่ได้

            ถ้าไม่ร้องไห้กับเพื่อน จะให้จอมไปร้องไห้กับใครกัน

            อานนท์เป็นเพื่อนชายใจหญิง ที่มีท่าทางเรียบร้อยกว่าผู้ชายปกติ ถึงแม้จะไม่ได้วี้ดว้ายกระตู้วู้ พูดเสียงอ่อนหวาน หรือมีกิริยาอ่อนช้อยกระเดียดไปทางผู้หญิงจนโจ่งแจ้ง แต่ถ้าใครมีโอกาสได้พูดจากับเขา ก็คงพอจะเดาออกว่าอานนท์นั้น ไม่ใช่ผู้ชายทั้งแท่ง

            โดยเฉพาะในยามที่อานนท์เกิดถูกตาต้องใจต่อบุรุษเพศรายใด บางครั้งถึงกับลืมตัว แสดงความพอใจจนออกนอกหน้า ขนาดว่าชายที่อานนท์หมายตาถึงกับทำตัวไม่ถูก ดังนั้นในวันนี้ เมื่อจอมพธูเผลอหลุดใช้ชื่อ อานนท์แอบอ้างไปเรียบร้อย เมื่อคิดสะระตะถี่ถ้วน จึงมองเห็นทางออก ว่าไหนๆก็ปล่อยเลยตามเลย ใช้อานนท์ตัวจริงนี่ล่ะ ไปเล่นละครเป็นนักออกแบบหนุ่ม อย่างที่ลูกค้าหนุ่มรายนั้นต้องการ

            ติดอยู่นิดเดียวตรงที่ว่า อานนท์จะเล่นเป็นชายแท้ได้สมบทบาทขนาดไหนกันเชียว!

            อานนท์เดินไปหยิบน้ำเย็นชื่นใจส่งให้อีกฝ่าย ที่มีสีหน้าอิดโรย ดวงตาซึ่งรียาวอยู่ก่อนแล้ว บัดนี้เหมือนจะหรี่ปรือจนเกือบปิด ความแช่มชื่นในสีหน้านั้นปรากฏเพียงเสี้ยว แม้จะพยายามฝืนยิ้ม หากสังเกตให้ดี จึงเห็นว่าเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอารมณ์หม่นทุกข์โดยแท้

            ทำไมปั้นหน้าซังกะตายอย่างนั้นล่ะ วันนี้มีเรื่องอะไรทุกข์ใจหนักหนาสาหัสไปกว่าการที่ผู้ชาย ซึ่งดูผิวเผินว่าเป็นคนรัก ไปทำผู้หญิงอื่นท้องอีกเหรอ

            อานนท์พูดเข้าประเด็น ไม่อ้อมค้อม จอมพธูจึงเล่าสรุปถึงเหตุการณ์ในวันนี้ เกี่ยวกับเรื่องงานที่เกิดปัญหา และจบลงที่หล่อนเลือกการลาออกเป็นคำตอบ เสียงของอานนท์สูงปรี๊ดอุทานขึ้น

            ลาออก!! คิดดีแล้วเหรอ กว่าที่บริษัทนี้จะตัดสินใจรับเธอเข้าไปทำงาน ต้องแข่งขันกับคนอีกไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ งานสมัยนี้ก็ไม่ได้หากันง่ายๆนะ คนจบปริญญาตรียังตกงานอีกถมไป แถมตอนนี้งานของเธอกำลังเข้าที่ เงินเดือนก็สูงไม่ใช่เล่น อีกทั้งเจ้านายเธอ...ก็เอ็นดูเป็นพิเศษไม่ใช่เหรอ

            เมื่ออานนท์พูดเป็นชุด จอมพธูจึงให้คำตอบถึงสาเหตุอีกประการที่ฝ่ายชายยังไม่รู้ ก็เพราะคุณนำโชคเอ็นดูเป็นพิเศษน่ะสิ จอมจึงคิดว่าควรจะตัดไฟแต่ต้นลม ไม่อยากให้เรื่องราวมันถูกขยายความออกไปจนบานปลายมากกว่านี้ นนท์ลองคิดดูนะ ถ้าขืนจอมยังลอยหน้าทำงานต่อในบริษัท โดยที่ไม่มีบทลงโทษอะไรเลย แล้วอีกหน่อยพนักงานจะให้ความเคารพเชื่อถือเจ้านายได้ยังไงกัน

            อานนท์ส่งเสียงจิ๊จ๊ะ พลางเหน็บเพื่อนจนออกเสียงเกินชายแท้ ตายละ เดี๋ยวนี้เธอทำตัวเป็นแม่พระมากเลยนะ

            เป็นแม่พระแม่ชี ก็ยังดีกว่าเป็นนางมารในสายตาของเพื่อนร่วมงานไม่ใช่เหรอ...นนท์ก็น่าจะเดาออกนะ ว่าการที่คุณนำโชคเขาไม่เอาเรื่องจอม มันเป็นเพราะอะไร

            คราวนี้อานนท์ขมวดคิ้วอย่างหนัก อย่าบอกนะว่า เจ้านายเขาชอบเธอ

            เมื่อจอมพธูพยักหน้ารับ อีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นป้องปาก ก่อนจะผสมโรงออกความเห็นเสียชุดใหญ่ ถึงว่าล่ะ เรื่องที่เธอมีปัญหากับคุณธรรศ ดูท่าเจ้านายเธอจะแสดงความพออกพอใจด้วยซ้ำ ที่จะได้ไม่ข้องเกี่ยวต่อกัน ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง

            เหมือนความเข้าใจทั้งสองคนจะเริ่มตรงกัน...เรื่องคนทั้งหมด ดูจะปะติดปะต่อเข้ารูปเข้ารอย ราวกับจิ๊กซอว์ตัวเล็กๆถูกสลับวางให้ถูกที่ ต่อจากนั้นจึงได้แต่ส่ายหัวทิ้ง หญิงสาวจึงพักดื่มน้ำจากแก้วให้พอคล่องคอ แล้วเริ่มปูทางถึงปัญหาใหม่ ที่หล่อนแวะมาหาเขาโดยตรง

            ทีนี้ก็เป็นแม่สาวสมบูรณ์แบบ กลับมาเป็นโสดอีกครั้งยังไม่พอ แถมจะได้ใช้ชีวิตอิสระอีกครั้งแล้วสิ

            เรื่องเป็นโสดน่ะ มันแน่นอนอยู่แล้ว แต่เรื่องอิสระ มันยังไม่แน่เท่าไหร่

            หัวคิ้วของอานนท์ต่อเข้าเป็นเส้นตรง พลางเหลือกตามองอย่างใคร่รู้ อย่าพูดกำกวมนะ พูดอย่างนี้แปลว่าสิ่งที่จะเล่าต่อจากนี้ ก็คือสิ่งที่เธอจะมาขอให้เราช่วย...ใช่ไหม

            ท้ายประโยคเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงคาดคั้น จอมพธูจึงพยักหน้าอีกรอบ จอมมีเรื่องจะขอให้นนท์ช่วย

            จอมพธูเล่าถึงการรับสายของลูกค้ารายใหม่โดยละเอียด และตบท้ายที่ว่าแผนการในวันพรุ่งนี้คืออะไร เมื่อฝ่ายชายฟังจบ ถึงกับออกอาการลมแทบจับ

            นี่เธอจะบ้าไปแล้วเหรอ จะให้เราเก๊กแมน เพื่อทำตัวเป็นชายหนุ่มร้อยเปอร์เซ็นต์

            จอมพธูยกมือขึ้นประกอบ ใช้นิ้วก้อยแตะปลายกับนิ้วโป้ง บ่งบอกว่าแค่นี้เป็นเรื่อง ขี้ผงทว่าอีกฝ่ายรีบสั่นศีรษะ

            ไม่ไหวหรอกมั้งจอม ให้เราไปจีบหญิงบังหน้ามันก็เลวร้ายพอๆกับให้เราเก๊กชง ทำตัวเป็นหนุ่มมาดแมนเลยนะ

            จอมพธูขยับตัวไปนั่งใกล้ฝ่ายชาย ส่งเสียงอ้อน ถ้านนท์ไม่ช่วย เราก็ต้องตกงาน แถมยังเสียคำพูดต่อลูกค้าคนนั้นอีก

            ไม่!”

            อานนท์ยังยืนกรานเสียงแข็ง...จอมพธูจึงใช้อุบายหลอกล่อเพื่อนรัก ด้วยจุดอ่อนของผู้ชายที่เป็นเกย์ แล้วถ้าผู้ชายคนนั้นเขาถูกสเป็กนนท์ล่ะ จะโอเคไหม

            ฟังข้อเสนอของจอมพธู ทำให้อีกฝ่ายที่กำลังหน้าตึงให้ความสนใจขึ้นมา แต่ยังคงรักษาเชิงไว้ ด้วยการตะล่อมถาม เธอฟังแค่เสียงเขานะ จะรู้ได้ยังไงว่าหนุ่มหรือแก่...ถ้าแก่คราวพ่อ เราไม่เอาหรอกนะ เราชอบแบบที่ไม่หล่อมาก แต่ยิ้มเก่งๆ จะผิวขาวหรือผิวสี ก็ได้ทั้งนั้น

            ว่าแล้วอานนท์ก็พูดถึงบุคลิก ชายในฝันออกมาเป็นฉากๆ จนทำให้จอมพธูยังอดขำไม่ได้ จึงพูดขอร้องแกมบังคับกลายๆเป็นการตบท้าย

            แสดงว่านนท์รับปากจอมแล้วนะ

.........................................................

เมื่อปัญหาฉุกเฉินมีทางออก จอมพธูจึงขับรถกลับบ้าน ตลอดทางที่รถยนต์วิ่งบนถนน ความคิดเรื่องของการลาออกจากงาน ซึ่งพักเอาไว้ชั่วโมงก่อน กลับแวบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง มันทำให้ความกังวลใจซึ่งหายไปชั่วระยะ กลับมามีบทบาทในเวลานี้อีกครั้ง

          กฎของบ้าน ปัทมสรณ์คือทุกเรื่องที่เป็นความทุกข์ ความไม่สบายใจทั้งมวล ถ้าเกิดกับบุคคลใดในบ้านก็แล้วแต่ ขออย่าให้เข้าหูคุณญาดา

            ด้วยวัยของท่าน อายุห้าสิบตอนต้น เป็นช่วงที่ย่างเข้าสู่วัยชรา จึงเริ่มมีอาการที่เรียกว่า โรคคนแก่เกิดขึ้น ท่านจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบความทรงจำ จากอาการ ลืมในเรื่องเล็กๆ ไม่กระฉับกระเฉง เชื่องช้าลงกว่าเก่า ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ท่านเริ่มมีอาการมากขึ้นตามลำดับ

            อาการที่ทุกคนในบ้านรู้ว่ามันจะเกิดขึ้น นั่นก็คือท่านลืม แม้กระทั่งว่าสามีคู่ทุกข์คู่ยากชื่อว่าอะไร ลืมแม้กระทั่งหญิงสาวทั้งสองคน ซึ่งเคยเลี้ยงดูมาแต่เล็กแต่น้อยเป็นใคร มันเป็นความเจ็บปวดในหัวใจคนเป็นลูก จนไม่อาจอธิบายออกมาเป็นคำพูด ดังนั้นจอมพธูจึงค่อนข้างเคร่งครัดต่อกฎข้อนี้ร่วมกัน

            เรื่องการลาออกจากงานครั้งนี้ จอมพธูจึงตั้งใจจะปกปิดจนถึงที่สุด แม้กระทั่งจันทร์เจ้าผู้เป็นน้องสาว ซึ่งมีอายุห่างกันสองปี และสนิทสนมกันเป็นพิเศษ หล่อนก็คิดว่าไม่ควรจะบอกกล่าวเช่นกัน

            ดังนั้นเมื่อขับรถมาถึงบ้าน หลังจอดรถยนต์เก็บเข้าที่เรียบร้อย บุคคลแรกที่จอมพธูมองหาก็คือมารดา เมื่อมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ หล่อนจึงโล่งใจ เพราะช่วงสองทุ่ม มารดาน่าจะเข้านอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            จอมพธูถอดรองเท้าเข้าเก็บในตู้ด้านนอก เลื่อนบานประตูกระจกอย่างเบามือ ภายในชั้นล่างของตัวบ้านเปิดโคมดวงไว้ด้านข้างไม่กี่จุด หล่อนจึงค่อยย่องอย่างเงียบ หากเมื่อมาถึงส่วนโถงช่วงกลางบ้านสำหรับไว้รับแขก ปรากฏว่าโทรทัศน์ยังฉายละครเรื่องหนึ่งอยู่ และบุคคลที่หล่อนเข้าใจว่านอนแล้ว ยังเอกเขนกอยู่บนตั่งไม้

            มารดาหล่อนหันมาทันที ที่เห็นร่างหล่อนผ่านโค้งประตูช่วงกลางบ้าน ดวงหน้าที่โรยราไปตามวัยยิ้มชื่น พร้อมคำทักทายที่หญิงสาวก็ไม่ได้ได้ยินมานานนับปีทีเดียว

            กลับมาแล้วเหรอลูก วันนี้กลับซะดึกเชียว งานจอมยุ่งเหรอลูก แล้วนี่ทานข้าวทานปลามารึยัง หิวบ้างไหม เดี๋ยวแม่จะให้น้าทิพย์ไปอุ่นกับข้าวกับปลาให้นะ

            “ไม่เป็นไรค่ะแม่...จอมทานมาแล้ว

            ผู้เป็นลูกปดออกไป ทั้งที่ตั้งแต่เย็น ยังไม่มีอาหารตกถึงท้องสักอย่าง นอกจากน้ำดื่มเพียงไม่กี่แก้ว...ไม่น่าเชื่อว่าอาการหลงลืมที่คุณญาดาเป็นบ่อยครั้ง ค่ำนี้กลับจำหล่อนได้ แถมยังเรียกชื่อหล่อนได้ถูกต้อง ไม่สลับตัวอย่างที่มักจะเรียกหล่อนเป็นน้องสาว และเรียกน้องสาวเป็นหล่อนเสมอ จนบางครั้งจันทร์เจ้า ยังแอบมาบ่นลับหลังถึงอาการนี้ของมารดาว่า

            ช่วงนี้แม่ชอบเรียกจันทร์เป็นพี่จอมแทบทุกครั้ง ทีกับพี่จอมเอง ยังเรียกถูกบ้างไม่ถูกบ้าง...สงสัยว่าในความทรงจำของแม่ จะมีชื่อพี่จอมมากกว่าจันทร์

            ‘คิดมากไปรึเปล่า ทีหลังจันทร์อย่าพูดแบบนี้นะ ถ้าแม่ได้ยินเข้า จะเสียใจ...จันทร์เองน่าจะรู้ดีกว่าใครไม่ใช่เหรอ ก่อนที่แม่จะเป็นอัลไซเมอร์ คนที่แม่รักและเป็นห่วงที่สุด ก็คือจันทร์ต่างหาก

            คำพูดนี้จากปากของจันทร์เจ้าผ่านมาเป็นปีแล้ว จอมพธูจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก ดังนั้นการที่มารดาจะเรียกหล่อนผิดๆถูกๆ ก็ยังดีกว่าจำชื่อหล่อนหรือน้องสาวไม่ได้เลย

            แล้ววันนี้ทำไมแม่ถึงยังไม่นอนล่ะคะ

            ลูกสาวทรุดกายลงนั่งข้างแม่อย่างเอาใจ น้าปองทิพย์ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆกัน เป็นฝ่ายตอบแทน เมื่อคนถูกถามหันหน้ามามอง น้าบอกให้ไปนอนก่อน แม่จอมก็ไม่ยอมท่าเดียว บอกอยากจะอยู่รอจอมกลับมาก่อน

            กินข้าวรึยังล่ะลูก...หิวไหม

            คุณญาดาถามย้ำประโยคเดิมขึ้นกลางป้อง อาการหลงลืมปรากฏขึ้นตลอดเวลา ทั้งการกระทำ ความคิดความอ่าน หรือแม้แต่คำพูด น้าปองทิพย์จึงถือโอกาสนี้ที่จอมพธูกลับมาถึงบ้านแล้ว รีบตัดบทเอ่ยชวนให้ คนป่วยเข้าห้องนอน

            จอมทานข้าวมาเรียบร้อยแล้วจ้ะพี่ดา ทิพย์ว่าเราเข้าห้องนอนกันดีกว่า จอมกลับมาเหนื่อยๆ จะได้ไปอาบน้ำอาบท่า นะพี่ดานะ

            น้าปองทิพย์เข้ามาประคองร่างคนป่วย ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด ยอมลุกโดยว่าง่าย แต่ก่อนจะเดินจากไป ยังหันมากำชับประโยคหนึ่ง ซึ่งมักพูดเตือนหล่อนทุกครั้ง ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมด้วยซ้ำ มันทำให้หัวตาของหล่อน มีน้ำใสเอ่อคลอขึ้นมา

            แล้วอย่านอนยันเช้าอีกนะลูก การบ้านก็รีบทำให้เสร็จ พรุ่งนี้จะได้มีส่งครู...อย่าลืมไปดูน้องที่ห้องด้วยนะ ชงโอวัลติน ไม่ก็นมสดสักแก้วไปให้น้องทีนะลูก

            ร่างของหญิงสูงวัย พ้นทางเชื่อมห้องโถง เข้าสู่ห้องนอนชั้นล่างไปแล้ว แต่ไม่รู้ทำไม ในสายตาของจอมพธูยามนี้ จึงยังเห็นร่างของมารดา แม้เพียงรางๆ แต่ก็คลับคล้ายว่ายังอยู่ใกล้ตัวเช่นเคย โดยเฉพาะประโยคเช่นครู่นี้ มันทำให้หัวใจของหญิงสาวซึ่งอ่อนไหว รู้สึกได้ดีว่า ผู้เป็นแม่รักและเป็นห่วงตนกับน้องสาวเพียงใด

            แม้ในยามท่านป่วยแบบนี้...ในความทรงจำของท่าน ก็ยังทำหน้าที่ของ แม่เสมอ

........................................

            เมื่อมารดาเข้าห้องนอนไปแล้ว จอมพธูกำลังจะขึ้นชั้นบน ปรากฏว่าหน้าบ้านมีเสียงรถยนต์ขับมาจอด หล่อนจึงไปชะโงกดู ทันเห็นว่าเป็นจันทร์เจ้า กำลังลงมาจากรถ พร้อมกับร่างสูงของใครสักคน เดินอ้อมรถมาหยุดยืนเคียงข้างอีกฝ่าย แม้จะมองเห็นไม่ถนัดตาถึงรูปร่างของฝ่ายชายนัก แต่ท่วงท่าที่เขาคนนั้นแสดงออกต่อน้องสาวหล่อน บ่งว่าทั้งคู่คงไม่เพียงแค่รู้จักกันผิวเผินเท่านั้น

          ชายหนุ่มคนนั้นบรรจงหอมที่หน้าผาก ไล่เรื่อยมาจนถึงข้างแก้ม ต่อจากนั้นเขาเบี่ยงตัวรั้งเอวคอดกิ่วของจันทร์เจ้าแนบลำตัว ดันจนชิดกับข้างรถ จึงเห็นแต่แผ่นหลังกว้างของฝ่ายชาย ทว่าจอมพธูก็คาดเดาไปอย่างเดียว

            สองหนุ่มสาวคงกำลังจูบล่ำลากันอย่างอ้อยอิ่ง...

            จอมพธูจึงละสายตาจากภาพเบื้องหน้า กลับมาเอนกายลงที่เก้าอี้นั่งเล่น ซึ่งตั้งอยู่มุมสุดของผนังบ้าน ครู่เดียวจันทร์เจ้าจึงเปิดประตูเข้ามา หน้าตาชื่นบานเต็มกำลัง ได้ยินเสียงฮึมฮัมในลำคอเป็นเพลง ท่าทางแช่มชื่นนั้น เป็นสิ่งแสดงออกถึงอารมณ์ได้ชัดเจน

            ใครมาส่งจันทร์น่ะ

            จันทร์เจ้าสะดุ้งเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่าจะเจอใครในห้องโถง พลางยักคิ้วเรียวโก่ง รับกับอาการไหวไหล่เหมือนมีคำถามบางอย่างเกิดขึ้น จอมพธูเห็นอาการแบบนี้ของน้องสาวจนเคยชิน แม้คนถูกถามจะยังไม่ตอบ หากหล่อนก็เป็นฝ่ายตักเตือนขึ้น

            “ไปไหนมาไหนกับผู้ชาย ก็ระมัดระวังตัวบ้างนะ อย่าเที่ยวไปทำอะไรประเจิดประเจ้อนัก อย่าลืมสิว่าบ้านเราไม่ได้ตั้งอยู่หลังเดียวซะเมื่อไหร่ เพื่อนบ้านก็มีทั้งติดกัน ทั้งฝั่งตรงข้ามเป็นสิบๆหลัง ไม่เคยได้ยินเหรอ ที่เขาบอกว่าหน้าต่างมีหู ประตูมีช่อง ระวังคนอื่นจะเก็บเอาไปนินทาได้นะ

            จันทร์เจ้าขยับมายืนใกล้ มือสองข้างกอดอก ยิ้มแบบแกนๆ พี่จอมพูดเป็นป้าแก่ๆคนนึงเลยนะ ตอนนี้มันยุคไหนสมัยไหนกันแล้ว ไม่มีใครเขาถือสากันหรอก ถ้าคนรักกันเขาจะหอม หรือว่าจะ...จูบกัน

            ท้ายประโยค จันทร์เจ้าโน้มตัวลงมาใกล้ผู้เป็นพี่ และตั้งตัวจะประกอบท่าทางตามที่พูด จอมพธูจึงเด้งตัวออก ยังทำเป็นพูดเล่นอีก อย่างน้อยจันทร์ก็น่าจะไปทำในที่มิดชิดกว่านี้นะ

            จันทร์ว่าไม่เห็นจะแปลกตรงไหน

            จอมพธูจ้องไปยังดวงตากลม ซึ่งประดับขนตาหนาเป็นแพของอีกฝ่าย หวังจะค้นลงไปถึงแก่นแท้ ว่าจันทร์เจ้าพูดจริงหรือเล่น แล้วถ้าแม่เห็น จันทร์จะว่ายังไง

            ป่านนี้แม่คงนอนไปแล้วล่ะ

            จอมพธูได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ด้วยรู้นิสัยของจันทร์เจ้าดี ถึงความเอาแต่ใจตน บางครั้งคิดอย่างไรก็พูดไปอย่างนั้น และแสดงออกอย่างที่ใจคิด โดยลืมคำนึงถึงความรู้สึกของผู้ฟังหรือผู้มองเห็นอยู่บ่อยครั้ง

            แล้วจันทร์ไปคบกับผู้ชายคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมถึงไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

            เมื่อพูดถึงฝ่ายชาย จันทร์เจ้าแสดงความกระตือรือร้น ขยับกายลงนั่งเก้าอี้อีกฝั่ง และ

หัวเราะอย่างอารมณ์ดี เพิ่งเจอกันเมื่อเช้านี้เอง

          เมื่อเช้า!”

            จอมพธูอุทานเสียงดัง เพราะคาดไม่ถึงว่าคนเป็นน้องจะกล้าให้ฝ่ายชายถึงเนื้อถึงตัวขนาดนี้ เพียงแค่พบกัน ยังไม่ถึงหนึ่งวันเต็มเสียด้วยซ้ำ...และเหมือนว่าจันทร์เจ้าเอง ก็อ่านความคิดของพี่สาวออก เจ้าตัวจึงหัวเราะร่ากว่าเก่า

            นึกแล้วเชียว ว่าพี่จอมจะต้องนึกไปถึงไหนต่อไหน

            แล้วมันยังไงล่ะ เขาเป็นใครมาจากไหน ทำไมจันทร์ถึงได้... หล่อนอึกอักอยู่ที่ลำคอ

            ผู้ชายคนนั้นเหรอคะ...ก็แค่เพื่อนของเพื่อนจันทร์สมัยเรียน พี่จอมยังจำยุพากรได้ไหมล่ะ ที่เรียนมหาลัยเดียวกับจันทร์ คนที่อยู่เอกสื่อสารมวลชนน่ะ

            จอมพธูนิ่วหน้านิดหนึ่งขณะครุ่นคิด ครั้นนึกได้ว่ายุพากรที่น้องสาวพูด ก็คือเพื่อนของเพื่อนฝ่ายไหนสักทาง หล่อนจึงพยักหน้ารับ คนที่เหมือนทอมๆหน่อยรึเปล่า

            คนนั้นล่ะ เดี๋ยวนี้ก็ยังเหมือนเดิม แต่งตัวยังกับพวกผู้ชายห่ามๆ แถมยังพูด ครับไม่ต่างจากผู้ชาย...ถ้าช่วงบนของยุมันแฟบกว่านี้สักหน่อย จันทร์ยังคิดเลยว่า เหมือนผู้ชายเป๊ะ

            แล้วยุเขามาเกี่ยวยังไงกับผู้ชายคนนั้นล่ะ

            เมื่อจันทร์เจ้าลากยาวไปถึงยุพากร ซึ่งเหมือนจะนอกประเด็น จอมพธูจึงลากบทสนทนากลับมาถึงสิ่งที่ตนเองต้องการรู้แต่แรก

            เกี่ยวสิ ก็คุณโอมเป็นเพื่อนกับยุ สมัยที่ยุไปเรียนที่อังกฤษ แล้วตอนนี้ทางบ้านของคุณโอม ก็กำลังอยากให้คุณโอมมาทำธุรกิจเกี่ยวกับแบรนด์เสื้อผ้าที่เมืองไทย

            หมายความว่าคุณโอมอะไรนั่น จะมาชวนจันทร์ไปทำงานออกแบบเสื้อผ้าด้วยงั้นสิ

            คราวนี้จันทร์เจ้าไม่ตอบตรงๆ กลับยิ้มระรื่นขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว และตัดบทเสียดื้อๆ เมื่อบ่นว่าเหนียวเนื้อเหนียวตัว และอยากอาบน้ำ...ผู้เป็นน้องจึงลุกขึ้น และเดินจ้ำอย่างเร็วขึ้นชั้นบนกลับเข้าห้องส่วนตัว

            สุดท้ายแล้ว จอมพธูก็รู้เพียงแค่ผู้ชายคนนั้นชื่ออะไร และกำลังจะทำธุรกิจประเภทไหนข้อมูลอย่างอื่นก็ไม่ได้รับการบอกเล่าแต่อย่างใด แต่กระนั้นจอมพธูก็รับรู้ได้ ถึงหน่วยตาอันไหวระริกของผู้เป็นน้องสาว เพราะมันแสดงออกถึงความปลาบปลื้มในตัวชายคนนั้นอย่างออกนอกหน้า ทว่าในความถูกอกถูกใจชายคนนั้น จอมพธูก็รู้ความคิดของน้องสาวอีกหนึ่งประการ

            นั่นก็คือธุรกิจออกแบบเสื้อผ้าที่ฝ่ายชายกำลังจะเริ่มต้น...และอาชีพดีไซเนอร์เสื้อผ้า ก็เป็นความใฝ่ฝันของจันทร์เจ้ามานมนาน

            นานเสียจนหล่อนนึกว่าจันทร์เจ้าลืมมันไปเสียแล้ว...

..................................................................
อัพแค่ 15 ตอนเท่านั้น


49 ความคิดเห็น