กามเทพ สั่งรัก

ตอนที่ 4 : ผู้หญิงปากร้าย ^^

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 พ.ย. 54

ตอนที่ 3

หนึ่งอาทิตย์ถัดมา เปรมก็หาเหตุจะไปพบหวานตาอีกครั้งจนได้ หลังจากเขาไปคุยกับฝ่ายของนายเกรียงไกรซึ่งเป็นเจ้าหนี้ให้แล้ว จึงขอนัดพบหญิงสาวเพื่อแจ้งความคืบหน้าของการเจรจาตกลง หวานตาระบุว่าสะดวกจะพบที่คอนโดฯที่พักของเธอในวันหยุด เท่านั้นเปรมก็ใจพองโตอย่างตื่นเต้น ที่จะได้รู้ว่าเธอพำนักอยู่ที่ไหน..กับใคร มีแฟนหรือยัง...ทั้งที่ไม่เคยจะไปอยากรู้เรื่องส่วนตัวของใครขนาดนี้ หากเจ้าตัวไม่เล่าให้ฟังด้วยตัวเอง

วันนี้เขาตื่นแต่เช้าตรู่เป็นพิเศษ ตื่นเต้นที่จะพบเธออีกครั้ง อะดีนาลีนในร่างกายไม่ได้หลั่งไหลกระตุ้นให้หัวใจกระชุ่มกระชวยมีชีวิตชีวาอย่างนี้มานานแล้ว...ทนายหนุ่มจึงกระตือรือร้นที่จะลุกขึ้นมาโกนหนวดเคราแต่เช้า เลือกชุดที่คิดว่าจะทำให้ดูดีและประทับใจหญิงสาวที่สุด...ทั้งที่ในชีวิต ไม่เคยพยายามเพื่อเพศตรงข้ามขนาดนี้

ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในคอฟฟี่ช็อฟที่นัดพบ ยังอดไม่ได้ที่จะก้มลงดมฟุดฟิดทดสอบกลิ่นน้ำหอมที่เสื้อ เมื่อแน่ใจว่าหอมกรุ่นดีแล้ว ก็ยกมือขึ้นมาอัง เป่าลมหายใจฟู่ๆทดสอบกลิ่น ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ก่อนจะก้าวเข้ามายังคอฟฟี่ชอฟภายใต้คอนโดฯหรูอันเป็นที่นัดหมายระหว่างเขากับสาวสวยที่รอจะได้พบหน้าเธอมาหลายวัน

หวานตามองท่าทางบ๊องๆของคุณทนายก่อนเดินเข้าไปในคอฟฟี่ชอฟแล้วก็กลั้นยิ้มขัน พร้อมส่ายหน้าเบาๆ เขาคงไม่รู้ว่าเธอเห็นภาพทั้งหมด หญิงสาวจึงยืนนิ่งประวิงเวลาไว้ชั่วครู่แล้วจึงเดินตามเข้าไป

เปรมที่นั่งลงบนเก้าอี้รอคอย หันมาเห็นหวานตาที่กำลังเดินยิ้มหวานเข้ามาสวยงามหวานตาเวลามองช่างสมชื่อของเจ้าตัวเหลือเกิน เขาพยายามทำตัวให้เป็นปกติ เมื่อหญิงสาวเดินมาถึงและนั่งลงบนเก้าอี้ตรงกันข้าม

สวัสดีครับคุณหวาน วันนี้คุณแต่งตัวน่ารักจัง เปิดฉากเอ่ยชมก่อน เผื่อเธอจะตอบกลับมาบ้าง

 เรื่องคดีของป้าฟองจันทร์คืบหน้าว่ายังไงคะ?หญิงสาวกลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านใดๆกับคำชมที่ดูเหมือนได้ฟังจนชาชิน แม้หัวใจออกจะพองโต แต่ต้องไว้มาด สะกดอารมณ์เปรมปรีด์ไว้ เสเข้าประเด็นของธุระเสีย

เล่นเอาคุณทนายเจื่อนยิ้มลงในทันที โธ่! คุณหวาน ผมเพิ่งมาถึง กาแฟก็ยังไม่ได้สั่งเลย ไม่คิดจะทักทายกันหน่อยหรือครับเขาพ้อ พร้อมตีซี้สนิทสนมด้วยการเรียกชื่อเล่นเธอทั้งที่เพิ่งเจอหน้ากันแค่ครั้งที่สาม...แต่เธอจะรู้อะไรว่าเขาเฝ้าคิดถึงเธอทุกวัน จนสนิทสนมกันในความคิดไปเสียแล้ว

ฉันไม่อยากรบกวนเวลาเป็นเงินเป็นทองของคุณหรอกค่าอ่านออกได้ไม่ยาก สำหรับผู้หญิงที่มีหนุ่มๆเข้ามาขายขนมจีบทุกวันไม่ซ้ำหน้า ว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังสนใจเธออยู่ หวานตาเลยเล่นตัวอย่างได้ใจ

แต่สำหรับคุณหวาน ผมยินดีเสมอนะครับ

ขอบคุณค่ะ ตอนนี้ฉันสนใจเรื่องประนีประนอมเจ้าหนี้ของป้าฟองตกลงเค้าว่ายังไง?

เปรมแอบถอนใจ ก่อนจะเข้าเรื่อง ทางฝ่ายนู้นขอให้จ่ายดอกไปก่อนซักเดือนหนึ่งก็ยังดี เพราะพี่ชายคุณเบี้ยวเค้ามาเกือบปีแล้วเขาถึงได้มาฟ้องให้บังคับคดีเอา

หัวคิ้วโก่งดังคันศรขยับเข้าหากัน  ดอกเบี้ยห้าพันบาทต่อเดือนนี่ มันออกจะขูดเลือดไปหน่อยนะคะ

อันนี้เป็นเรื่องลูกหนี้กับเจ้าหนี้เขาตกลงกันว่าอย่างนั้น ผมแค่คนกลางคอยไกล่เกลี่ย

หวานตาเป่าลมฟู่ออกมา นิ่วหน้า ไกล่เกลี่ยประสาอะไร จ่ายดอกตั้งห้าพันคนหน้าหวานบ่นอุบ

นี่ถือว่าดีแล้วนะคุณที่เขาเรียกดอกแค่เดือนเดียว เปรมยืดอก กะจะเอาความดีความชอบเมื่อเสียน้ำลายกล่อมนายเกรียงไกรอยู่นาน ให้เห็นใจป้าฟองจันทร์ที่ไม่ได้รู้เห็นเรื่องที่ถูกลูกชายหลอกเอาโฉนดบ้านมาจำนอง

หวานตากลอกตาไปมาพร้อมถอนใจยาวเหยียด...ถ้าดีจริง คือไม่ต้องจ่ายซักบาทเลยต่างหากเล่า

งั้นฉันขอเจรจากับเขาเองได้มั้ยคะเธอคิดว่าวาทะศิลป์ในการต่อรองต้องชนะคุณทนายตรงหน้านี่แน่ๆเมื่อรู้ว่าเจ้าหนี้เป็นผู้ชาย และในฐานะที่ทำอาชีพที่ต้องใช้คำพูดชักจูงหว่านล้อมเพื่อนำเสนอสินค้า จนทำยอดขายถล่มทลายมานักต่อนักแล้ว

ไม่ได้นะครับ เปรมรีบห้ามเสียงหลง เพราะถ้าเธอตัดตัวกลางอย่างเขาออกไป ก็เท่ากับเขาหมดข้ออ้างมาพบเธอได้อีก และอีกอย่างเขาไม่ไว้ใจเจ้าหนี้หนุ่มใหญ่ที่ชื่อนายเกรียงไกรนั่นเลยซักนิด

ผมว่าเขาดูท่าทางเพี้ยนๆ ไม่น่าไว้ใจยังไงก็ไม่รู้”

หวานตาย่นคิ้ว “ยังไงหรือคะ?”

เปรมนึกถึงบ้านของนายเกรียงไกรที่เขาไปเยือนมาเมื่อวันก่อน...บ้านไม้สักทองทั้งหลังใหญ่โตโอ่อ่ากลางสวนครึ้ม บรรยากาศดูวังเวงพิกลด้วยกลิ่นธูปและควันคละคลุ้ง แถมมีผู้ชายหน้าตาท่าทางเหมือนนักเลงยืนเฝ้าอยู่ที่มุมเสาทุกต้น มันน่าไว้วางใจอยู่หรือ? ที่จะปล่อยให้สาวสวยอย่างหวานตาเป็นคนไปเผชิญหน้าเจรจากับคนอย่างนี้ด้วยตัวเอง เขานึกเป็นห่วงเธอ เกิดตาลุงที่ดูท่าว่าจะหัวงูยื่นข้อเสนออะไรแปลกๆให้หญิงสาว อย่างที่เฒ่าหัวงูทั่วไปชอบทำ...แค่คิดไปเองล่วงหน้าว่าหวานตาจะไปเจออะไร จริงหรือไม่จริงก็ยังไม่รู้ เปรมก็ทนไม่ได้แล้ว

“เงินแค่ห้าพัน จ่ายๆเค้าไปเถอะนะคุณหวาน...ไม่ต้องไปต่อรองอะไรให้ยืดยาวมากความหรอก” เขาตัดบท

“นี่คุณ...ห้าพันมันไม่ใช่เงินน้อยๆนะ ป้าฟองทำขนมขายได้วันละกี่บาทเชียว แล้วมาไม่สบายเพราะป่วยใจเสียอย่างนี้ รายได้ที่มีวันล่ะไม่กี่บาท ก็พลอยหดหายไปด้วย...คุณไม่มีทางเจรจาประนีประนอมให้เขาเรียกน้อยกว่านี้หรือไงคะ”

“โอเค...ถ้าคุณไม่มี เดี๋ยวผมออกให้เองก็ได้” เปรมรีบเสนอตัดบท จนหวานตาเองแปลกใจ มองผู้ชายตรงหน้าอย่างอึ้งๆ

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ” ถามอย่างข้องใจว่าเขาจะหวังผลประโยชน์จากตรงไหนกัน

“ก็...” เขาพยายามหาเหตุผลที่มากกว่าว่า...เพราะเขาไม่อยากให้เธอไปเผชิญหน้ากับนายเกรียงไกรไม่ออก ในขณะที่หญิงสาวกำลังจับจ้องที่เขาอย่างจับผิด “ก็...ผม”

สายตาของหวานตาช่างคาดคั้นเหลือเกิน

“ผมอยากช่วยคุณป้าคุณ” เปรมโพล่งเหตุผลที่ช่วยชีวิตให้เขารอดตายหวุดหวิดได้

แต่คนฟังกลับทำหน้าตาไม่เชื่อ เพราะถ้าเป็นเช่นที่ว่าจริงๆ เค้าก็คงไม่ต้องมาเจรจากับเธอให้เสียเวลา น่าจะจ่ายๆให้เจ้าหนี้ไปเสียแต่แรก...ซึ่งถึงเป็นอย่างนั้นเธอไม่เห็นด้วย และไม่สบายใจ ที่นอกจากจะต้องเป็นหนี้เจ้าหนี้ที่ชื่อเกรียงไกร แล้วต้องมาเป็นหนี้บุญคุณของผู้ชายตรงหน้านี่อีก

หวานตาส่ายหน้า “อย่าดีกว่าค่ะ...เอาเบอร์โทรศัพท์เขามา เดี๋ยวฉันคุยเองดีกว่า”

นี่คุณไม่เชื่อฝีมือผมรึไง?เปรมทำเสียงติดรำคาญกับความดื้อรั้นของเธอ

 “ฉันไม่อยากรบกวนคุณต่างหาก...นี่มันเป็นหนี้ที่ป้าของฉันต้องจ่าย คุณไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับป้าฟองซักนิด แล้วอาชีพอย่างคุณ มีหรือที่จะทำงานให้ใครฟรีโดยไม่หวังอะไร?เพราะถ้าเขาทำงานเพื่อการกุศล เขาคงไม่สามารถเปิดสำนักงานทนายความใหญ่โตอย่างที่เธอเห็นได้

โอเค บอกเลยก็ได้ ผมหวังเปรมกล่าวในที่สุด เมื่อหมดทางงอนง้อเอาเจ้าล่อเจ้าเถิดให้เธอยอมรับความช่วยเหลือของเขา

หวานตาตาโตขึ้นมาเงยหน้าขวับมองอย่างอึ้งๆ

หวังว่าจะได้พบคุณ...เอ่อ...ช่วยคุณ...ไม่ใช่สิ ช่วยคุณป้าคุณต่างหาก” เขารีบแก้ตัว

“ผมเป็นคนขี้สงสาร เห็นคนแก่ต้องมาเดือดร้อนขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่มีใครชอบหรอกน่าเขาหาข้ออ้างเพื่อมนุษยธรรมจนได้ แต่หวานตาก็ยังคิดหนักเมื่อนึกถึงนิสัยของป้าฟองจันทร์ ถ้ารู้ว่าต้องมาเป็นหนี้ซ้ำซ้อน มีหวังโวยวายบ้านแตกแน่ๆ

“ยังไงป้าฟองก็ไม่รับเงินคุณแน่ๆ ถ้าเป็นเงินฉันก็ยังว่าไปอย่าง” หวานตาพึมพำ พร้อมกับนึกถึงสถานภาพของตัวเองตอนนี้ “ฉันเองก็เพิ่งเรียนจบ ยังหางานทำไม่ได้ ถึงอยากจะคุยกับเจ้าหนี้เพื่อขอผัดผ่อนหนี้ออกไปก่อน”

เปรมหูกระดิกทันทีที่ได้ยินอย่างนั้น “อ้าว...แล้วงานพริตตี้ของคุณล่ะ?”

คนฟังสะอึก เมื่อเขาท้วงเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นครั้งที่สอง เธอกวนหลอดดูดในมือไปมา ก่อนจะก้มลงดูดชาเขียวที่สั่งมาแก้อาการคอแห้ง ขณะที่เปรมกำลังจ้องจะเอาคำตอบ

“มันก็ไม่ได้มีงานทุกวันเสียหน่อย...ฉันเองก็มีรายจ่ายของตัวเอง...อย่างค่าคอนโดฯนี่ก็แชร์กันเช่ากับเพื่อนๆ อาชีพอย่างฉันรายได้แน่นอนเสียที่ไหน อายุมากไปกว่านี้ซักปีสองปี ก็คงไม่มีคนจ้าง ถ้าฉันหางานประจำที่รายได้แน่นอนได้ก็ว่าไปอย่าง” เธอทำท่าครุ่นคิด

“แล้วคุณเรียนจบทางด้านไหน?”

“ประชาสัมพันธ์ค่ะ” หวานตาตอบ ทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาถามไปทำไม

เปรมทำท่าครุ่นคิด “งั้นผมให้คุณยืมก่อนก็ได้ จนกว่าคุณจะหางานทำได้?” เขายื่นข้อเสนออย่างเห็นใจ แต่หวานตากลับทำตาโต สีหน้าไม่เชื่อ จนเขาต้องย้ำ

ผมให้ยืมจริงๆนะ ไม่คิดดอกเบี้ยด้วย คุณมีเมื่อไหร่ก็ค่อยเอามาใช้คืน หรือถ้าไม่มีจะไม่ใช้ก็ได้ยิ้มแป้นอย่างคนใจดีพร้อมดวงตาซื่อใสไม่เคลือบแคลงกล่าวอย่างจริงใจ

แล้วคุณจะได้อะไร?” ถามเพราะข้องใจ

ก็....ได้บุญไงตอบอย่างที่ใจคิดครึ่งหนึ่ง แต่หวานตากลับฟังดูไม่ชอบมาพากลซักนิด

แล้วทำไมไม่ไปเสนอป้าฟองเองล่ะคะ ทำไมต้องให้ฉันยืมเงินคุณแล้วไปให้ป้าฟองอีกที สายตาหวานคมขลับตอนนี้คาดคั้นเอา..คาดคั้นเอา ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นทนาย

เปรมยิ้มแหยๆ อย่างน้อยผมก็เชื่อว่าคุณจะไม่เบี้ยว

งั้นก็คิดว่าป้าฉันจะเบี้ยวคุณงั้นสิ

ตั้งแต่เลือกมาเรียนกฏหมายจบเป็นทนายจนสอบเนฯได้ ทำงานปิดคดีไปเป็นร้อยๆคดี ก็เพิ่งมีครั้งนี้ที่เปรมรู้สึกตัวเองถูกไล่เบี้ยเอาเสียจนมุมจากสาวสวยหน้าหวานสมชื่อที่ดูท่าจะแสบและเขี้ยวอยู่ไม่หยอก

ตกลงคุณจะเอายังไง ผมทำดีที่สุดแล้วนา เขาครวญเมื่อเริ่มจนตรอก

เอาเบอร์เจ้าหนี้มาดีกว่าค่ะ ฉันจะเจรจากับเขาเองหวานตายื่นคำขาด เชื่อมั่นในผลการเจรจาจากปากตัวเองมากกว่าผ่านใคร นั่นทำให้ทนายเปรมรู้สึกเสียหน้ามากทีเดียว

ใบหน้ายุ่งเหยิงมองเธออย่างขัดใจ ทั้งที่ปกติเป็นคนไม่เคยแสดงอารมณ์และความรู้สึกใดๆออกผ่านสีหน้าท่าทางนัก เขาไว้มาดและสุขุมเสมอ จะมาหลุดก็ตอนเจอผู้หญิงตรงหน้านี่แหละ

ผมบอกแล้วไงว่าเขา.... หวานตายื่นมือมาปิดปากทั้งๆที่เขายังพูดไม่จบ

เอาน่าคุณทนาย...ฉันรู้ว่าคุณหวังดี แต่ไม่ต้องลำบากหรอก วาทะศิลป์ระดับฉัน รับรองว่าต้องได้ผลแน่หวานตาย้ำหนักแน่นอย่างมั่นใจล้นเหลือ

เปรมดึงมือเธอออก มองผู้หญิงสวยดื้อดึงตรงหน้าอย่างอ่อนใจ “คุณจะเก่งกว่าทนายไปได้ไง” คำพูดนั้นลบเหลี่ยมคนสวยไม่เบา

ได้ไม่ได้ เดี๋ยวคุณก็รู้...ฉันก็มีวิธีของฉันน่า อย่าห่วงเลย แต่คำว่าอย่าห่วงเลย กับทำให้เขายิ่งห่วงเพิ่มขึ้นเป็นทวี เปรมได้แต่ถอนใจ พยักหน้าอย่างจำยอมในที่สุด

ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะมางอนง้อขอช่วยเหลือเธอทำไม ทั้งที่เจ้าตัวปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย หรือเขาจะกลายเป็นคนอย่างเจ้ากรัณย์เพื่อนซี้ ที่คบกันมากไป เลยติดนิสัยชอบเอาชนะคนอื่นของมันมาด้วย...

 

หวานตาเดินออกมาจากคอฟฟี่ช็อฟ หลังจากที่เปรมขอตัวกลับทั้งๆที่กาแฟซักแก้วก็ยังไม่ได้ดื่ม เมษากับลิลลี่ยืนยิ้มแอบมองสถานการณ์อยู่นาน รีบแว่บเข้าร้านมินิมาร์ทตรงข้าม ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เลือกของไปพลางๆ พอหวานตาเห็นเพื่อนสองคนก็สะดุ้งโหยง นึกฉุนที่ถูกสะกดรอย ไม่คิดว่านี่คือความบังเอิญ

ลิลลี่กับเมษาหันมาอมยิ้ม แหมพวกมีชะนักติดหลังก็อย่างนี้แหละนะ

แกว่าใคร? น้ำเสียงกระด้างถาม

ว่าคนที่บอกเพื่อนว่าจะมาคุยธุระ แต่แต่งตัวซะสวย แถมแต่งหน้าทาปาก คาดโบว์อันเท่าบ้านทำแอ๊บแบ๊วน่ะสิ”

“ช่ายๆ” ลิลลี่รับลูกคู่ ยิ้มอย่างรู้ทัน หวานตายิ่งหงุดหงิดที่เพื่อนทำเหมือนจับไต๋เธอได้

“ฉันคุยกับเขาเรื่องคดีของป้าฟองจันทร์จริงๆ” ย้ำหนักแน่น

“คุยเรื่องป้า...แต่ว่าที่ฉันเห็น” ลิลลี่หันไปสบตากับเมษาวิบวับแล้วยื่นมือไปแตะที่ปากของเมษา ซึ่งไวพอกันรีบคว้ามือของลิลลี่ขึ้นมากระหน่ำจูบ

หวานตาหน้าแดงวืด...เมื่อแน่ใจว่าทั้งสองคนเห็นถึงช็อตไหน แต่มันใช่อย่างนั้นเสียเมื่อไหร่ล่ะ เมษากับลิลลี่ กลับคิดไปเสียไกลใหญ่โต พร้อมหัวเราะคิกคัก ชี้หน้าแดงๆของเธอล้อเลียนไม่หยุด

“แอบมาคุยหนุงหนิงกับหนุ่มก็บอกเหอะน่า...พวกฉันไม่ว่าหรอก...คนสวยๆอย่างพวกเรา ถ้าไม่มีผู้ชายมาจีบสิ ถึงจะว่าเป็นเรื่องแปลก”

“ช่าย” ลิลลี่พยักหน้าเห็นพ้อง “อีกอย่างคุณทนายของแกก็ไม่ได้ดูเลวร้ายเสียหน่อย ออกจากดูสูงใหญ่มาดแมนแฮนซั่ม ถึงจะไม่หล่อขนาดนายแบบ แต่ก็หล่อแบบClark Kent ตอนยังไม่ใส่กางเกงในแดงแปลงร่างเป็นซุปเปอร์แมน” สองสาวช่วยกันออกความเห็น โดยไม่สนใจใบหน้าร้อนวืดๆของหวานตาที่ตอนนี้หน้าดำสลับแดงทั้งเขินทั้งโกรธ...เธอไม่ได้ชอบเขาเสียหน่อย และก็ไม่อยากถูกล้อเลียนกับผู้ชายทึ่มๆอย่างหมอนั่นด้วย

ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย...ฉันกับเขามาคุยเรื่องป้าฟองจันทร์จริงๆ ไม่มีอะไรในกอไผ่ทั้งนั้น เข้าใจมั้ย? ย้ำเสียงแข็งอย่างหงุดหงิด ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้หัวเสียนัก ทั้งๆที่ลิลลี่และเมษาเคยล้อเธอกับผู้ชายตั้งหลายคน แต่เรื่องของทนายเปรมกลับทำให้หวานตาหงุดหงิดไม่มีเหตุผล

ว้าว...รักผู้หญิงต้องอิงผู้ใหญ่ เข้าใจทำ

หยุดเพ้อเจ้อได้แล้วไอ้ลี่ ฉันไม่มีวันชอบผู้ชายอย่างนายนั่นแน่ๆ หวานตาเอานิ้วชี้จิ้มหน้าผากลิลลี่ แล้วสะบัดหน้าผลักประตูเดินออกมาจากร้านมินิมาร์ท

แต่ทั้งลิลลี่ และเมษาก็ยังตามมาตอแยไม่เลิก “ไม่สนใจจริงอ่ะ”

หวานตาหมุนตัวหันขวับมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง “แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ ผู้ชายอย่างตาทนายแว่นกลมนั่น ไม่ใช่สเป็กฉันซักนิด...เขาไม่ได้จีบฉัน...และฉันก็ไม่มีวันชอบเขา...เข้าใจมั้ย?” ท้ายคำถามเสียงสูงนั่น ไม่แน่ใจว่าบอกให้เพื่อนฟัง หรือย้ำกับตัวเองกันแน่

แต่ก็ทำเอาสองสาวเพื่อนซี้ถึงกับหน้าเหวอ ตาค้าง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มแหยๆ แล้วรีบชิ่งกลับเข้าไปในมินิมาร์ทอย่างรวดเร็ว

หวานตานิ่วหน้า ถูนิ้วที่ปลายจมูกไปมา “ชิ...ต้องให้พูดย้ำๆซ้ำๆถึงจะเชื่อหรือไง...เรื่องของฉันกับหมอนั่นยังไงมันก็ไม่มีวันเป็นไปได้ย่ะ” พึมพำเบาๆตามหลังสองสาวไป แต่ยังไม่หายหงุดหงิด พอหันขวับกลับมาก็ตัวชาวาบเมื่อเห็นว่าตาทนายแว่นกลมที่เธอเพิ่งเอ่ยถึงเมื่อครู่นี้กำลังยืนอึ้งทำหน้าไม่ถูกอยู่

นี่เขายังไม่ได้ไปไหนหรอกหรือ...และก็คงจะได้ยินที่เธอพูดไปทั้งหมดแน่ๆ

โธ่!ที่พูดไปนั่นเพราะเธอโมโหที่ลิลลี่กับเมษาล้อเลียนหรอกนะ และก็เป็นไปเพราะความคะนองปาก ไม่ได้รู้สึกย่ำแย่กับเขาถึงขนาดนั้นเสียหน่อย

สายตาตัดพ้อน้อยใจของเปรมที่มองเธอยามนี้ช่างบีบหัวใจนัก หวานตาหน้าเสีย ยิ้มเจื่อนให้เขา

ผมแค่จะมาบอกว่า...ถ้าคุณจะไปพบนายเกรียงไกรเมื่อไหร่ก็กรุณาบอกผมด้วย ถึงต้องการจะเจรจาตกลงกันเอง แต่ถ้ามีผู้ชาย เอ้อ!มีทนายไปด้วยน่าจะดีกว่า คุณจะได้ไม่เสียเปรียบเขา พูดจบเปรมก็หมุนตัวกลับทันที เดินจ้ำอ้าวก้าวพรวดๆไปขึ้นรถที่จอดไว้ไม่ไกลนักขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หวานตามองตามตามปริบๆด้วยสายตาสำนึกผิด

ไอ้ลี่ไอ้เมย์ เพราะแกสองคนเชียว หวานตาบ่นพึมพำหน้ามุ่ย พาลนึกโกรธเพื่อน ที่ทำให้ตาทนายนั่นงอนเธอไปเสียแล้ว

 

เปรมพลิกตัวกลับไปกลับมาอยู่หลายตลบเพราะข่มนอนไม่หลับ

คำพูดร้ายๆของหวานตาที่หมิ่นแคลนเขา เฝ้าวนเวียนย้ำซ้ำๆกวนใจอยู่ในหัวของเขารอบแล้วรอบเล่า

ผู้ชายอย่างนายทนายแว่นกลมนั่น ไม่ใช่สเป็กฉันซักนิด...เขาไม่ได้จีบฉัน...และฉันก็ไม่มีวันชอบเขา แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์...ยังไงมันก็ไม่มีวันเป็นไปได้ย่ะ

คำพูดนั้น ตัดรอนกำลังใจเขาให้รู้สึกหดหู่ห่อเหี่ยวหัวใจฟอบแฟ่บลงไปมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ

เธอนึกว่าตัวเองเป็นใครกันฮะ...หวานตา

แค่ผู้หญิงสวย ปากจัด...นอกนั้นไม่เห็นมีคุณสมบัติอะไรให้สนใจซักนิด

รอบตัวเขาเองก็มีผู้หญิงสวยๆมากมาย ยังจะสาวๆที่ คุณหญิงอำไพรัตน์ ผู้เป็นย่าส่งมาให้เลือกสรร ซึ่งแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีโปรไฟล์เลิศหรูเพื่อให้เลือกคบ เลือกควง และเลือกเป็นเจ้าสาว

แต่นั่นแหละ เขาก็ไม่ถูกใจใครซักคน...หัวใจกลับไพล่ไปชอบผู้หญิงสวย แถมยังดุดัน ความมั่นใจล้นเหลืออย่างสาวตาหวานที่ชื่อหวานตานั่น

เธอยังเคยตบเขาต่อหน้าธารกำนัล...และเขาก็ดันนิ่งเฉยปล่อยเธอลอยนวลไปทั้งที่ไม่ใช่วิสัยของทนายที่ชื่อเปรม ปรัชญานันท์ซักนิด

การรู้สึกดีกับใครซักคน แต่กลับไร้คุณค่าและตัวตนในสายตาใครคนนั้น...แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรกัน

สู้หันมาสนใจผู้หญิงที่สนใจไยดีเขาไม่ดีกว่าเหรอ? อย่างน้อยก็ไม่เหนื่อยเปล่า...ไม่เสียเวลา และก็คงไม่รู้สึกผิดหวังเช่นตอนนี้ ที่รู้ว่าเธอมีดีแค่ความสวย แต่กลับเป็นคนที่ดูถูกหัวใจคนอื่น

พอกันทีหวานตา...นอกจากเรื่องป้าของเธอแล้ว เขาจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเธออีกทั้งนั้น...คอยดูสิ

เปรมอาฆาตหญิงสาวไว้ในใจ ก่อนจะพลิกตัวกอดก่ายหมอนข้าง พยายามข่มตาตัวเองให้หลับ ไล่เรื่องกวนใจและใบหน้าสวยๆของผู้หญิงคนนั้นออกไปให้พ้นจากความคิด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น