กามเทพ สั่งรัก

ตอนที่ 3 : ผู้ชาย หวังดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 พ.ย. 54

ตอนที่ 2

ผู้ชายหวังดี

 

คุณป้าคุณเป็นโรคหัวใจรึเปล่าครับ? คุณหมอหนุ่มหน้าเคร่งซักถามประวัติของคนไข้

หวานตาส่ายหน้าหลุกหลิก ฉันไม่รู้ค่ะ

“แล้วความดันล่ะ?”

ดวงหน้าสวยทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะส่ายเบาๆ “เอ่อ...ฉันไม่ทราบค่ะ”

“แล้วโรคลมชัก ลมบ้าหมูอะไร ก่อนหน้านี้เคยเป็นรึเปล่า”

เธอยิ้มแหยก่อนจะตอบเสียงอ่อย “ฉันก็ไม่แน่ใจค่ะ...ไม่เคยเห็นป้าเป็นอย่างนี้ซักที”

คำตอบ...ไม่รู้...ไม่ทราบ...ไม่แน่ใจ...ไม่เคยเห็น ของหญิงสาวข้างๆ ทำเอาทนายช่างซักอึดอัดเหลือเกิน ดวงหน้าเข้มคร้ามเหลียวไปมองเธออย่างข้องใจ

คุณเป็นหลานประสาอะไร ป้าเป็นโรคอะไรก็ยัไม่รู้ เปรมหันมาตำหนิหญิงสาวที่นั่งข้างๆอย่างไม่ไว้หน้า

หวานตาเหลียวขวับไปเผชิญ ชักสีหน้าไม่พอใจ เอ๊ะ! คุณ ฉันไม่ได้อยู่กับป้าฟองตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนี่นา ที่มานี่ก็เพราะป้าแกโทร.ไปตามว่าคุณจะไปยึดบ้านแก ฉันถึงได้มาช่วยจัดการธุระเป็นเพื่อนให้เสียงหวานแหวแว๊ดใส่อย่างฉุนๆที่เขามาค่อนแคะเธอในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้

แค่มาช่วยเท่านั้นเหรอ?” เขาทำหน้าไม่เชื่อ “แต่ดูท่าทางคุณเหมือนกำลังจะเข้าไปถล่มสำนักงานของผมเลยนี่ คนพูดทำหน้าทำตาชนิดที่หวานตาอยากเอามือข่วนหน้านัก

ดวงตาคู่สวยจ้องหน้าเขม็ง “ถ้าไม่เห็นว่าเป็นทนาย ฉันชกปากคุณไปแล้วแน่

อ้าว! นี่คุณกำลังข่มขู่ผมนี่ คุณหมอต้องช่วยเป็นพยานให้ผมด้วยนะเขาหันไปหาพวก คุณหมอเริ่มปวดหัวขึ้นมาตงิดๆที่ญาติคนไข้ นอกจากจะไม่ให้ข้อมูลใดๆที่เป็นประโยชน์ต่อการรักษาแล้ว ยังทำท่าว่าจะตีกันเองซะอีก

เอ่อ...แล้วป้าของคุณมีประวัติแพ้ยาอะไรรึเปล่า? คุณหมอถามเพิ่มเติม หลังจากปล่อยให้ทั้งสองคนทะเลาะกันจนเวียนหัว

ฉันไม่ทราบจริงๆค่ะ หวานตาหันมาตอบหมอ เลิกสนใจผู้ชายกวนประสาทข้างๆ

ไม่รู้อะไรซักอย่าง เปรมตีรวน

เอ๊ะ! คุณ...ฉันไม่รู้ก็ผิดหรือไงฮะ...จะช่างซักอะไรนักหนา...นี่แหละ ป้าฟองถึงว่าไม่อยากข้องแวะกับพวกหัวหมอคอทนาย หวานตาฮึดฮัดเอ็ดใส่เขา

อ้าว!” คุณหมอร้องเสียงหลง ที่ถูกลากโยงเข้าไปเกี่ยวกับคำพูดนั้นของหวานตา

ผมก็ต้องซักถามไปตามหน้าที่สิครับ ถึงจะได้รักษาคนไข้ถูกหมอบ่นอย่างเคืองๆ แล้วลุกพรวดไปดูคนไข้ เมื่อเห็นว่าสอบถามอาการจากญาติไปก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์

หวานตาหน้าแหย เมื่อคุณหมอเข้าใจผิดลุกหนีไปแล้ว ทั้งที่เธอตั้งใจจะว่าผู้ชายข้างๆนี่ต่างหาก...ใบหน้าสวยหันไปแยกเขี้ยวใส่เปรมที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างกวนอารมณ์

แล้วคุณจะมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อที่นี่ทำไมไม่ทราบ งานการไม่มีทำรึไง?

อ้าว.... เปรมร้องเสียงหลงบ้างก็ป้าคุณบอกเองนี่ว่าขอน้ำใจ ผมเห็นว่าเป็นคนไทยก็ต้องช่วยเหลือกัน

หวานตาบอกตัวเองว่าพยายามข่มอารมณ์ให้เย็นไว้ เพราะต่อให้เถียงกับเขายังไงเธอก็ไม่มีทางชนะ เลยสะบัดหน้าพรืด ลุกจากโต๊ะออกมาคอยอยู่นอกห้อง

เปรมมองตามก้นงอนๆของคนที่ลุกเดินหนีไปอย่างอึ้งนิดๆ ก่อนจะยิ้มมุมปาก...สองครั้งแล้วเธอสะบัดก้นใส่เขาอย่างไร้มารยาท แต่เขาไม่ยักเคือง กลับมองเห็นท่าทางฟึดฟัดฮึดฮัดแสนงอนนั่นเป็นน่าเอ็นดูไปได้...คงเป็นเพราะความสวยและท่าทางที่ไม่ได้ดูร้ายกาจจากใจจริงของเธอเสียมากกว่า ที่ทำให้เขาไม่เบื่อมองหวานตาและอยากตอแยกับเธออย่างนึกสนุกไม่รู้หาย ทั้งที่ชีวิตของทนายที่ชื่อเปรม ปรัชญานันท์ ไม่เคยเสียเวลากับเรื่องอะไรก็ตามที่เขามองว่าไร้สาระมานานแล้ว

 

“ตาบ้าเอ๊ย! ผู้ชายอะไร เถียงคำไม่ตกฟาก” หวานตาบริภาษชายหนุ่มเมื่อเดินหนีออกมาพ้นจากผู้ชายที่ช่างมีใบหน้ากวนอารมณ์ขุ่นของเธอนัก

“หมอนั่นต้องจำได้แน่ๆ...ฮึ้ย..ยัยหวานเอ๊ย! จะพูดยังไงดีไม่ให้เสียฟอร์ม” หวานตากระวนกระวายเมื่อภาพที่เธอตบเขาเมื่อเดือนก่อนกลับมาฉายชัดในห้วงความคิด กวนใจให้ไม่อยากสู้หน้าเจ้าตัวอีกถ้าไม่จำเป็น

เกิดหมอนั่นนึกได้เอาเรื่องเธอขึ้นมาล่ะ?...แต่ว่าเวลาก็ผ่านไปตั้งเดือนแล้ว ถ้าเธอจะทำลืมๆไปเสีย คงไม่น่าเกลียดกระมัง วันๆหนึ่งคนเรามีเรื่องผ่านเข้ามาในชีวิตตั้งมากมาย ใครมันจะไปจดจำได้หมด...หมอนั่นเองก็อาจจะไม่มาใส่ใจจดจำเรื่องไร้สาระเล็กๆน้อยๆนี่ก็ได้

เปรมเดินตามหญิงสาวออกมา เพราะหมดธุระหน้าที่ในห้องผู้ป่วยที่ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังวุ่นวาย และนอกจากเรื่องของป้าฟองจันทร์แล้ว เขายังมีเรื่องอื่นค้างคาใจ ที่อยากเคลียร์กับเธอให้รู้เรื่องไปเสียพร้อมกันด้วย

ดวงตาเรียวยาวหลังแว่นเลนส์ใสเห็นร่างแบบบางในชุดนักศึกษาเดินไปเดินมาเหมือนกำลังกระวนกระวายร้อนใจ คงเป็นเพราะห่วงอาการของป้าเธอ...จึงเดินเข้าไปหา

ใจเย็นๆน่าคุณ ถึงมือหมอแล้วน้ำเสียงทุ้มที่กล่าวเบื้องหลัง ยังผลให้ใบหน้าสวยเหลียวขวับไปมองตาปริบๆ เมื่อตั้งสติได้กับความรู้สึกประดักประเดิดที่ต้องมาเผชิญหน้ากันอย่างนี้ ก็รีบมองหาที่นั่งรอ เปรมเองพอเห็นเธอพุ่งตรงไปที่เก้าอี้ซึ่งอยู่ไม่ไกล ก็ไม่รอช้าตามไปนั่งลงด้วยกันข้างๆ หวานตาเหลียวขวับมามองอีกครั้ง หน้าเหวอ...ให้ตายสิ เธอยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับเขาในสถานการณ์น่าอึดอัดใจเปิดช่องให้เปรมโจมตีได้ จึงรีบลุกพรวดหนี

ก้นเขายังไม่ทันแตะเก้าอี้ด้วยซ้ำ คนข้างๆก็รีบลุกพรวดหนีเหมือนรังเกียจรังงอนเสียเต็มประดา

เดี๋ยวสิครับคุณ มือหนารีบฉุดรั้งข้อมือเล็กของเธอไว้ทันท่วงที

เป็นอีกครั้งที่เธอหันขวับมามองอย่างเคืองเต็มที่ หมอนี่กล้าดียังไงมาจับมือถือแขนเธอยังงี้...ครั้งที่แล้วเขาอาจจะไม่มีความผิด...แต่ครั้งนี้ จะไม่มีใครว่าแน่หากเธอจะตบเขาไปอีกทีเพราะข้อหาบังอาจมาแต๊ะอั๋ง

ดวงตาคู่สวยดุดันขึ้นมา คิ้วเรียวขมวดมุ่น กลีบปากอิ่มเม้มแน่น มือเล็กทำท่าจะตบเข้าให้อีก เท่านั้นเปรมก็รีบปล่อยข้อแขนเล็กนั่นทั้งที่แสนเสียดาย แต่เพื่อความปลอดภัยในสวัสดิภาพของตัวเอง เพราะรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้า พันธุ์หมาบ้าของแท้เชียว

โอเคครับ...โอเค...” เขายกมือสองข้างระดับหัวไหล่ บอกเป็นนัยว่ายอมแพ้

หวานตาจึงยอมลดมือลง และเพราะมีสายตาญาติคนไข้อื่นๆนั่งรอหน้าสลอนจับจ้องมองอยู่ด้วย

“ผมว่าเราน่าจะหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกันด้วยดีได้...น้ำขุ่นไว้ในน้ำใสอยู่นอก หรือคุณว่าไงคิ้วเข้มกระดกสูงย้ำคำถาม

สายตาไม่ไว้วางใจจดๆจ้องๆมองเขาอย่างชั่งใจ

ผมคิดว่าบางทีคุณคงอยากได้คำแนะนำ เพื่อหาทางออกประนีประนอมเรื่องคดีของป้าคุณ” เปรมชี้ช่องผลประโยชน์ปูทางให้อีกฝ่ายวางใจ

จนเห็นท่าทีลังเลในดวงตาคู่สวย เขาจึงตวัดสายตาไปยังเก้าอี้ตัวข้างๆที่เธอเพิ่งลุกไป หวานตาเข้าใจความหมายของเขา จึงยอมทิ้งก้นสวยๆลงไปดังเดิม

แต่ฉันไม่มีตังค์จ่ายค่าทนายให้คุณหรอกนะตอนนี้ คุณคงไม่อยากเสียเวลามาคุยกับฉันหรอกเปรยขึ้นมาดักคอไว้ก่อน

โธ่! คุณก็ เห็นผมเป็นทนายหน้าเลือดไปได้” เปรมพ้ออย่างนึกน้อยใจ

“เอาน่าปรึกษาได้ ผมไม่คิดตังค์หรอกเพราะมองผลประโยชน์ก้าวกระโดดขั้นต่อไป มากกว่าเงินไม่กี่บาท ที่ไม่นึกอยากขูดเลือดเอากับปู เมื่อดูท่าป้าฟองจันทร์ไม่น่าจะมีเงินทองอะไร..แต่มุ่งประเด็นไปที่การสานสัมพันธ์ทำความรู้จักกับสาวสวยที่นั่งข้างๆนี่เสียมากกว่า

พี่เหวงแกเป็นลูกชายคนเดียวของป้าฟอง นี่ก็ไม่รู้เอาเงินไปทำอะไรถึงต้องหลอกแม่ตัวเองเซ็นต์จำนองที่ด้วย ป้าฟองน่ะ แกรักบ้านหลังนั้นมาก หวานตาเล่าที่มาที่ไปให้ฟัง

เปรมพยักหน้ารับฟังอย่างตั้งใจ จริงๆป้าคุณไม่เห็นจะต้องตีโพยตีพายอะไร เพราะพี่เหวงของคุณจำนองโฉนดไว้แค่ห้าแสนบาทเอง ดอกเดือนละห้าพันบาท เงินแค่นี้ เจ้าหนี้ก็คงไม่ตั้งใจจะยึดจริงจังหรอก แค่เห็นไม่ส่งดอกมาหลายงวดเขาเลยขู่เอา และผมก็มีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ให้ลูกความ ก็เลยต้องเอากฏหมายขึ้นมาบังคับใช้ให้ลูกหนี้จ่ายดอกเบี้ยตามสัญญาเปรมเล่าบ้างถึงที่มาที่ไป...ว่าไม่ใช่เพราะเขาใจร้ายจะรังแกคนแก่ แต่เป็นไปตามหน้าที่ต่างหาก

หวานตาถอนใจยาวเหยียด จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเขา

เงินห้าแสนสำหรับคุณอาจจะไม่มาก แต่สำหรับคนหาเช้ากินค่ำอย่างป้าฟอง จะให้ไปจ่ายดอกเบี้ยเดือนละห้าพันบาทนี่ มันก็มากมายมหาศาลอยู่นะ เหตุผลทักท้วงของเธอทำให้เปรมได้คิด

ผมขอโทษ ผมไม่ได้คิดดูถูกป้าคุณนะ และถ้าป้าฟองจันทร์มีปัญหาเรื่องเงินจริง ผมก็จะไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้ให้เอง คงไม่ยากอะไรน้ำเสียงของคนพูดสำนึกผิด

หวานตาถอนใจอย่างโล่งอก เมื่อได้ฟังเหตุผลของเขา รวมทั้งทางออกที่เสนอจะช่วยเหลือ ภูเขาลูกทะมึนตรงหน้า ดูท่าจะลดขนาดย่อมลงไป

ขอบคุณนะคะ เพราะป้าฟองก็คนแก่ตัวคนเดียว ฉันเองก็ไม่ได้อยู่กับแก พอเห็นว่ามีปัญหาหรอกถึงมาช่วยหวานตาแก้ตัวอ่อยๆ

เปรมหัวเราะออกมา จนเธอทำหน้าเหรอหรา

“คุณขำอะไร?”

“ผมแค่สงสัย เพราะท่าทางคุณห้าวเอาเรื่องมาก ไม่เข้ากับหน้าสวยๆของคุณเลย” ข้อสงสัยที่พ่วงคำชมซึ่งๆหน้า ทำให้หวานตาหน้าร้อนวืดขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย ขมิบขมิบปากเบาๆหน้ายุ่ง

“เปล่าหรอกน่า ฉันไม่ใช่คนชอบมีเรื่องมีราวกับใคร แต่ก็ไม่ชอบเห็นใครถูกเอาเปรียบ”

เปรมพยักหน้ารับอย่างรู้สึกชื่นชมที่เธอมีความคิดเดียวกับเขา

“แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี...ว่าตอนนั้นทำไมถึงถูกคุณตบ?”

คำถามพร้อมสีหน้าสงสัยจริงจัง ทำเอาหวานตาอ้าปากค้าง คาดไม่ถึงว่าจู่ๆเขาก็ถามขึ้นมาดื้อๆไม่ให้เธอได้ทันตั้งตัว หรือเตรียมคำตอบที่ดีได้

ญาติคุณฟองจันทร์อยู่ไหนคะ คนไข้ฟื้นแล้วโวยวายจะกลับบ้านท่าเดียว

เหมือนระฆังช่วยชีวิต...หวานตารีบลุกขึ้นยืนพรวด ยกมือแสดงตัว “ฉันค่ะ”

“เชิญทางนี้เลยค่ะ” พยาบาลสาวเรียก

หางตาคู่สวยตวัดกลับมามองหน้าเขา ก่อนยิ้มเจื่อนให้ “ยังไงก็ขอบคุณนะคะเรื่องป้าฟอง” หันไปขอบคุณและทำไม่รู้ไม่ชี้เรื่องที่เขาเปิดประเด็นขึ้นมาเสีย เพราะยังไงเธอก็ยังหวังพึ่งพาให้เขาช่วยเหลือคดีของป้าฟองจันทร์ในวันหน้า แล้วร่างสะโอดสะองแสนสวยนั่นก็จ้ำอ้าวก้าวพรวดๆลับกายหายไปในห้องรับผู้ป่วยนอก

เปรมถอนใจยืดยาว เมื่อสุดท้ายก็ยังไม่ได้คำตอบอยู่ดี สีหน้าตระหนกตกใจของเธอบอกได้ดีว่า จำเรื่องราววันนั้นได้ไม่มีลืมเช่นกัน ไม่ช้าไม่นานเขาคิดว่าคงได้พบเธออีกครั้งแน่ๆ

 

“จะไปไหนยัยหวาน” เมษาทักคนที่กำลังจะเปิดประตูออกจากห้องพัก ในชุดสวยเกินพิกัดปกติ แถมยังแต่งหน้าอ่อนๆ แต่ดันคาดผมด้วยโบว์อันใหญ่แบบมินนี่เม้าท์ด้วย

“มีนัดคุยธุระที่คอฟฟี่ช็อฟ” หวานตาตอบสั้นๆ

“พี่ติ้งเหรอ?” ถามถึงผู้จัดการโมเดลลิ่งที่สังกัดอยู่ร่วมกัน

“เปล่า...ทนายที่จะช่วยคดีของป้าฟองจันทร์ต่างหาก”

“ทนาย” เมษาและลิลลี่พูดขึ้นพร้อมกัน พร้อมหันไปสบตายิ้มตาเป็นประกายอย่างมีเลศนัยสงสัย

“ว้าว...ยัยหวานเปลี่ยนรสนิยม” สองสาวหัวเราะกันคิกคัก จนคนถูกแซวปั้นหน้าบึ้งตึง

“นี่ๆ เธอสองคนไม่ต้องคิดไปไกลเลย  ฉันไปคุยธุระกับเค้าจริงๆย่ะ ไม่มีนอกประเด็นอะไรทั้งนั้น อีกอย่างหมอนั่นไม่ใช่สเป็กฉันซักนิด พวกผู้ชายวิชาการจ๋า...ใส่แว่นหนาเตอะน่ะ...น่าเบื่อแค่ไหนเธอก็รู้” พูดเสียงเล็กเสียงน้อยประชดประชัน ก่อนจะก้าวออกจากประตูไป

ลิลลี่หันมามองหน้าเมษา “เธอเชื่อมั้ยยัยเมย์”

คนถูกถามส่ายหน้าดิกจนเส้นผมกระจาย “โน้” ตอบเสียงสูง

ทั้งสองหันมาพยักหน้าพร้อมกัน “ถ้าเราอยากรู้ ก็ต้องตามไปดู” สองเสียงประสาน ก่อนร่างสวยของทั้งคู่จะรีบลุกจากโซฟาทิ้งความสนใจจากซีรี่ย์เกาหลีที่ดูค้างอยู่ ย่องเงียบสะกดรอยตามหวานตาลงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะถึงจะมีผู้ชายมากมายเข้ามาขายขนมจีบ แต่หวานตาก็ไม่เคยให้ความสนใจใครเป็นพิเศษ ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยคบผู้ชายคนไหนเกินเพื่อน...นัดอันน่าสงสัยกับคุณทนาย เลยทำให้ทั้งเมษาและลิลลี่อดที่จะตามติดไปสังเกตการณ์เพื่อหาข้อพิรุธไม่ได้

 

กว่าจะอัพได้ ยากเย็นเข็ญใจมากค่า
พยายามมาตั้งแต่สามทุ่ม เพิ่งประสบผลสำเร็จ
ยังไงขอเม้นต์เป็นกำลังใจด้วยนะคะ
^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15 ความคิดเห็น

  1. #7 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 / 07:52
    เอากำลังใจจจจจจจจจจจจจจจมาฝากจ้ะพี่นาย
    #7
    0
  2. #6 lullana (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2554 / 07:56
    เอากำลังใจมาฝากจ้ะพี่นาย
    #6
    0
  3. #5 Praew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 12:17

    ผู้ชายใส่แว่นก็หลอได้นะคะ 555555

    #5
    0
  4. #4 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 / 09:47
    ลองมาอ่านสนุกฮาดีนางเอกเราปากไวห้าวได้ใจพระเอกก็ใจเย็นดีจังชอบ
    #4
    0