Flip Love พลิกรักกับดักหัวใจ Wonhyuk Kyumin Kihae

ตอนที่ 48 : *Flip Love* : Chapter 43 บทส่งท้าย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 733
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    10 ส.ค. 58

“ฮึก...ยังไม่อยากให้พี่ฮยอกกลับโซลเลยอ่ะ”

ปากแดงบางๆยื่นงอนๆอย่างที่เจ้าตัวชอบทำเวลาที่ไม่ชอบใจอะไร น้ำตาหยดใสคลออยู่ตลอดกับแขนขาวที่คอยกอดแขนพี่ชายร่างบางที่ขาวไม่แพ้กันเอาไว้

“งอแงตั้งแต่วันแรกจนวันนี้เลยนะ พี่ฮยอกเขาไปเรียน”

“.....ก็ ไม่อยากให้พี่ฮยอกไปนี่ฮะ” เฮนรี่ก้มหน้าพูดเสียงเบาหลบหน้าแดงๆไว้เมื่อซึงโฮเดินเข้ามาขยี้กลุ่มผมนุ่มของตัวเอง

“เดี๋ยววันหยุดพี่ก็กลับมาอีก” ฮยอกแจที่ยื่นกระเป๋าให้ซีวอนยกขึ้นรถหันมาบอกด้วยรอยยิ้ม รถคันหรูที่ไม่ได้ใช้เลยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ วันนี้ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ วันนี้วันที่เขาพาฮยอกแจกลับไปด้วยความเข้าใจแล้ว

“ฮะ ตั้งแต่วันนี้ผมจะตั้งใจอ่านหนังสือ ผมจะตามพี่ฮยอกแจไปเรียนที่มหาลัยให้ได้เลย” มือเล็กกำแล้วชูบอกความตั้งใจมุ่งมั่น เห็นพี่ฮยอกแจเล่าเรื่องที่มหาลัยแล้วอยากไปเรียนบ้าง

“แน่ใจเร้อออ สอบได้รึเปล่าล่ะ เห็นแต่ล่ะวันวิ่งไปทั่วไร่ ไม่เห็นคว้าหนังสือซักเล่มมาอ่าน” ซึงโฮแซวขำๆแต่คนถูกแซวนี่งอนปากแหลมไปแล้ว

“งอนอย่างนี้จะยิ้มส่งพี่ได้มั้ยเนี่ย” ฮยอกแจหันมาถามคนงอนที่ยังเกาะแขนตนเอาไว้

“ได้สิฮะ สำหรับพี่ฮยอกนะผมยิ้มหวานให้ได้เสมอเลย” ว่าจบก็ฉีกยิ้มกว้าง ตาปิดจนเป็นรูปสระอิอย่างที่เห็นได้ทุกวัน ให้ฮยอกแจได้ยิ้มตอบหวานๆกลับเช่นกัน

“ขอบใจนะ พี่ซึงโฮทำให้งอนเมื่อไหร่โทรหาพี่เลย”

“งั้นคงได้โทรทั้งวัน” เฮนรี่บอกงึมงำเบาๆบอกให้รู้ว่ายังงอนเจ้าของไร่หนุ่มอยู่

“เอาเถอะ เดินทางปลอดภัยนะ ถึงแล้วโทรบอกลุงแทซอกแล้วบอกพี่ด้วยล่ะ เจ้าลิงนี่คงรอรับสายแทนพี่อยู่”

“ได้ฮะ งั้นผมไปนะฮะ”

ฮยอกแจมองสบตาซึงโฮที่ดวงตาคู่นั้นเหมือนส่งความเข้มแข็งให้กลับไปเผชิญโลกที่เคยต้องเจ็บปวด และรอยยิ้มอบอุ่นให้ทำให้เขาวางใจกล้าพึ่งพิงคู่นั้น

ร่างเล็กเดินเข้าไปกอดพี่ชายและน้องชายเพื่อส่งผ่านความขอบคุณที่ไม่สามารถหาคำพูดใดมาตอบแทนได้

ซีวอนยืนมองภาพนั้นนิ่งให้ฮยอกแจได้ซึมซับความรู้สึกที่ผูกพันมาในระยะเวลานึง คุณพ่อแสนอบอุ่น(ที่บอกลาอย่างเถื่อนๆหยาบๆด้วยการขยี้หัวลูกชายตัวเล็กแล้วกอดแรงๆเหวี่ยงเบาๆบอกว่าส่งกอดไปถึงคนเป็นแม่ด้วยว่าจบก็ไปไร่) พี่ชายแสนอบอุ่นที่พึ่งพาได้เสมอ และน้องชายแสนร่าเริงที่ทำให้ฮยอกแจยิ้มได้ตลอดเวลา

 

ขอบคุณ ^^

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

 

“คุณมิรินจะไปไหนอีกแล้วเหรอคะ”

เสียงของป้าแม่บ้านในตระกูลชเวเอ่ยทักร่างอรชรที่ก้าวเร็วๆออกจากบ้านตอนสายๆทั้งที่เพิ่งจะกลับมาเมื่อตอนตีสอง ซึ่งแปลกที่เธอจะตื่นขึ้นมายิ่งในช่วงปิดเทอมเช่นนี้ หญิงสาวที่ได้ยินเสียงทักตวัดสายตาไปหาทันทีดูแว้บเดียวก็รู้ได้เลยว่าไม่พอใจมากแค่ไหน

“ยุ่งอะไรล่ะห่ะ ฉันจะไปไหนก็เรื่องของฉัน” ไม่เพียงแต่สะบัดสายตาแต่ยังสะบัดเสียงใส่คุณป้าที่คอยดูแลมานาน เอ่ยจบก็กระแทกส้นเท้าเดินออกจากบ้านไป คุณป้าอึนจูก็ทำได้แค่ถอนหายใจพร้อมกับส่ายศีรษะไปมา

“เฮ้อ...ดูท่าจะแก้ไม่ได้แล้วสินะ”

 

“ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะคุณป้า” เชวซูรีที่เดินมาเห็นเข้าพอดีได้ยินมิรินทำกริยาอาการที่ไม่น่ารักซ้ำๆ

“ป้าว่าช่วงนี้หนักกว่าเดิมนะคะ”

“ฉันว่าตั้งแต่ที่เธอเริ่มติดแชท ได้ยินแต่เสียงพิมแป้นพิม ทั้งคอมทั้งกับโทรศัพท์ เหมือนว่าจะเป็นผู้ชายคนที่วันก่อนมาที่นี่นะค่ะ”

“...คุณซูรีคะ...ความจริงป้ากังวลเรื่องนี้มากเลยนะคะ วันนั้นที่ผู้ชายคนนั้นมาที่บ้านของเราพร้อมกับคุณมิริน...คืนนั้นเขาค้างที่นี่ด้วยค่ะ วันหลังๆก็มีกลับมาตอนตีหนึ่งตีสองพร้อมกับคุณมิรินเหมือนกัน บางวันคุณมิรินก็ไม่กลับมานอนที่บ้าน”

“ตายจริง ทำไมทำตัวแบบนี้ล่ะ นี่ยัยมิริน หนักถึงขั้นนี้แล้วเหรอเนี่ยพาผู้ชายที่ไหนไม่รู้มานอนค้างอ้างแรมที่บ้าน แถมหายไปทั้งคืนไม่บอกแบบนี้ได้ยังไงกัน...”

“ป้าก็ห้ามอะไรไม่ได้ ตักเตือนไปเธอก็ไม่พอใจ...”

“....ปล่อยไปก่อนเถอะค่ะป้า เพราะตอนนี้เราคงแก้ไขอะไรไปไม่ได้มากเท่าไหร่ คงต้องให้เธอได้เรียนรู้ด้วยตัวเธอเอง...”

..

..

..

ทางฝั่งหญิงสาวที่กระฟัดกระเฟียดขับรถออกมาจากบ้านด้วยความโมโห เหตุผลมีเพียงอย่างเดียวนั่นก็คือ ผู้ชายคนที่เธอพามาค้างถึงที่บ้าน ตามไปค้างกับเขาที่คอนโดที่ตัวเองยกให้ด้วยรถคันหรูที่เธอก็ซื้อให้เช่นกันเพราะเขาบ่นว่าเดินทางมาหาเธอลำบากไม่มีรถขับ

ผู้ชายที่เธอเชื่อว่าเป็นรักแท้ของเธอ...เพราะหนังสือเล่มนั้นอยู่ที่เธอ...หนังสือในตำนาน...

“ทำไมถึงโทรไม่ติดเนี่ย ปิดเครื่องทำไม!” เสียงแหลมตวาดใส่เครื่องโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เธอซื้อเป็นคู่กันกับผู้ชายปลายสายอย่างไม่พอใจ

“นายฮวางแทค เมื่อวานอยู่ดีๆก็หายไปจากผับปล่อยให้นั่งรอคนเดียวอยู่ได้ หึ้ย...อยากจะบ้า” ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งไม่พอใจ ตลอดมาเธอไม่เคยต้องรอใครเลย ไม่เคยมีใครทิ้งให้เธออยู่ที่โต้ะคนเดียวอย่างนี้

มือเรียวจับพวงมาลัยรถให้เคลื่อนเข้าจอดที่คอนโดที่เธอยกให้ฮวางแทคหนุ่มที่เธอรู้จักผ่านแชทโดยบังเอิญ ที่เขาทักมาหาและจีบเธอด้วยคำพูดหวานๆมากมายจนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิงไม่ปาน

ส้นรองเท้าส้นสูงแหลมกระแทกลงพื้นเป็นจังหวะถี่ตามความรีบในการก้าวเดินของเจ้าของ ไม่ต้องยกมือขึ้นเคาะรอให้คนในห้องมาเปิดประตูเพราะรอไม่ไหวแล้ว กุญแจห้องที่มีก็ไขเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

..

..

..

“นี่แล้ววันนี้ที่รักไม่ไปกับยัยถังเงินนั่นเหรอ” เสียงหวานดังขึ้นเอ่ยออดอ้อนผู้ชายที่ตนนอนซบไหล่เปลือยเปล่าอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันอยู่

“ไม่หรอก คิดถึงที่รักจะแย่ ไปอยู่กับคนเอาแต่ใจอย่างนั้นน่ารำคาญจะตาย รอซักวินาทียังไม่ได้ จะไปไหนที แทบจะต้องอุ้ม” ชายหนุ่มเบ้หนุ่มด้วยความระอา

“คิคิ จริงน่ะ ที่รักไม่ได้หลงเสน่ห์ยัยถังเงินถังทองของเราแน่นะ เค้าเสียใจตายเลยถ้าตัวเองทิ้งเค้าไป”

“ไม่หรอก ใครจะไปรักคนอย่างนั้นลง มีดีแค่บ้านรวย กับโง่เท่านั้นแหละ ไม่งั้นเราจะได้ทั้งคอนโดทั้งรถ โทรศัพท์อีก นี่เดี๋ยวฉันว่าจะทำเป็นว่าโทรศัพท์หาย แล้วขอใหม่ให้ที่รักอีกซักเครื่องดีมั้ย หือ เป็นรางวัลที่เมื่อคืนบริการให้ถึงใจกว่ายัยนั่นเป็นล้านเท่า เงอะงะทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง ยังกะ...”

 

“กรี้ดดดดดดดดดดดดด”

 

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเอ่ยจบ หญิงสาวที่ยืนสั่นอยู่หลังบานประตูก็กรีดร้องออกมาจนสองร่างบนเตียงสะดุ้ง หันไปมอง หญิงสาวที่ตนทั้งสองเรียกว่า ถังเงินถังทอง

 

ปลายนิ้วสั่นระริกยกขึ้นชี้หน้าชายหนุ่มที่เธอหลงจนโง่งมยอมเสียให้ทุกอย่าง ทั้งเงินทั้งความรักและความบริสุทธิ์

 

“กะ กะแกมันเลวสิ้นดี ทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไงห่ะ!!

 

ร่างบางของหญิงสาววิ่งเข้าไปตบตี ฟาดแรงทั้งหมดที่มีลงไปพร้อมกับจิกปลายเล็บใส่ศีรษะดึงเส้นผมระบายความรู้สึกโกรธแค้นทั้งหมดลงไป แต่ก็เพียงไม่นาน แรงผู้ชายที่มากกว่าบวกกับแรงผู้หญิงอีกหนึ่งก็สะบัดเธอจนกระเด็นกระแทกลงพื้น

“ทำไมจะทำไม่ได้ห่ะ แกมันโง่เอง แค่แชทไปหา พูดหวานๆด้วยก็โง่เชื่อเอง”

“กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดด ไอ้เลว ไอ้ชั่ว กรี้ดดดดดดดด”

..

..

..

..

“เลิกยิ้มซะทีได้มั้ย”

เสียงหวานเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบบนรถคันหรูของซีวอน ขณะที่แล่นอยู่บนเส้นทางกลับโซล

“ก็ผมมีความสุข มุมปากมันก็ยกขึ้นไปเองนี่ บังคับมันไม่ได้เลย”

“หมั่นไส้จริงๆเลย หึ” ใบหน้าหวานที่แก้มสีชมพูระเรื่อสะบัดหน้าหนีออกทางนอกหน้าต่างเรียกให้สารถีรูปหล่อเห็นแล้วอดยิ้มกว้างกว่าเดิมไม่ได้

“ว่าแต่คนอื่น ตัวเองล่ะแก้มแดงทำไม” ไม่ว่าเปล่ามียกหลังมือมาถูแก้มใสของฮยอกแจให้ได้เขินมากกว่าเดิมอีกด้วย

“ขับรถดีๆสิ ยกมือมานี่ทำไม” ฮยอกแจว่าเขินๆแล้วปัดมือหนาออกเบาๆ

“ก็แก้มฮยอกน่าจับกว่าพวงมาลัยตั้งเยอะ”

“.....(.////.)...”

RRrrrr

ฮยอกแจไม่ทันจะเอ่ยอะไรก็พอดีกับที่เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นให้ซีวอนชะลอรถช้าลงเพื่อใส่หูฟังรับสายหมายเลขของผู้เป็นมารดา

“ครับแม่...อีกไม่เกินชั่วโมงก็ถึงแล้วครับ...!!!....แล้วเป็นอะไรมากมั้ยครับ.....ได้ครับผมจะไปหาแม่ก่อนเลยครับ....ครับได้ครับ”

ซีวอนกดวางสายลงด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนักจนฮยอกแจกังวลตาม ได้แต่เงียบรอให้ซีวอนเอ่ยเล่าออกมา

“ฮยอกแจ ที่เข้าไปหาคุณแม่เยจินก่อนคงต้องเลื่อนไปหน่อยนะ...มิรินมีเรื่องอยู่ที่สถานีตำรวจน่ะ”

!!! เรื่องอะไร ถึงขนาดไปสถานีตำรวจกันเลยน่ะ”

“แม่บอกว่าทะเลาะวิวาทน่ะ แต่ท่าทางเหมือนจะไม่ยอมความกัน”

“งั้นเราตรงไปหามิรินก่อนเลยเถอะนะ ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง”

..

..

..

รถคันหรูจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ของตระกูลชเว ไม่ใช่สถานีตำรวจอย่างที่เป็นเป้าหมายในตอนแรก เพราะชเวซูรีโทรไปบอกตอนที่ใกล้ถึงโซลแล้วว่า กลับมาที่บ้านกันแล้ว

“ฮยอก ไม่เปลี่ยนใจนะว่าจะกลับห้องของเราก่อน...ผมไม่อยากให้คุณเครียด...มิรินมีเรื่องแบบนี้คงอารมณ์ไม่ดีจนใครก็เอาไม่อยู่แน่...”

“ไม่เป็นไรฉันอยู่ได้ ฉันเข้มแข็งกว่าเดิมแล้วนะ”

“...ครับ...แต่ยังไงผมอยู่ข้างฮยอกตลอดเวลานะ”

ซีวอนที่กังวลว่าบาดแผลในใจที่ตนเองสร้างไว้ในหัวใจของฮยอกแจจะเปิดขึ้นมาเมื่อต้องเจอกับหญิงสาวที่เป็นต้นเหตุ

 

“ฮือออออออๆๆ หนูไม่รู้ ฮืออๆๆ”

เสียงร้องไห้โวยวายเสียงดังดังลอดออกมาจากในห้องนั่งเล่นรวมของบ้านให้ทั้งสองคนที่เพิ่งจะมาถึงก้าวเท้าเร็วขึ้น

“แกจะไม่รู้ได้ยังไงห่ะ เอาบัตรเครดิตให้เขา ยกรถ ยกคอนโดให้ เสียไปเท่าไหร่ไม่รู้รึไงห่ะ!!!

เสียงของชายมีอายุตวาดลั่นกลางห้องที่มีเสียงสะอื้นจากหญิงสาวอยู่เพียงคนเดียวทั้งที่มีคนอยู่หลายคนแต่กลับไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาซักคำ

“ฮึกๆ...ฮึก”

“คุณลุง...” ซีวอนเอ่ยเรียกชายสูงวัยผู้มีศักดิ์เป็นอาของเขา หลังจากที่ฟังเรื่องราวจากแม่ของเขามาบ้างแล้วก็พอจะเข้าใจได้

“มาแล้วเหรอ...ช่วยอาหน่อยนะซีวอน เราไม่อยู่เดือนกว่าๆ ก็ทำเรื่องร้ายแรงอย่างนี้ซะแล้ว”

คำพูดที่ทำให้ฮยอกแจเม้มปากเล็กน้อยเมื่อรู้สึกกลัวกับอดีตที่เคยเห็นอยู่ตลอดว่าซีวอนดูแลมิรินไม่เคยห่าง

“...”

“ฮึก หนูไม่เอา ซีวอน...น่ารำคาญชอบห้าม ฮึกๆ ” ร่างบอบบางที่ดูไม่เหลือสภาพ ผมยุ่ง หน้าเป็นแถบเหมือนรอยเล็บ เสื้อผ้ายับยุ่งจากการตบตีและร้องไห้ทรุดลงนั่งร้องโห

 

“ไม่ต้องมาพูดเลยนะ เมื่อไหร่จะสำนึกแล้วลองคิดดูว่าตัวเองมันโง่แค่ไหนที่ทำตัวแบบนี้ โง่ให้เขาหลอก เสียทั้งเงินทั้งตัวให้เขาเอาไปให้เมียมันไม่พอ ตบตีขึ้นโรงพักแล้วยังต้องจ่ายค่าทำขวัญให้อีก เฮ้อ ฉันล่ะอยากจะบ้า”

“ฮืออออ หนูไม่สน หนูไม่ยอม ฮึก หนูจะกลับไป...อึก ตบอีนังนั่นให้ได้!! ฮือออออ มันแย่งผู้ชายหนูไป!!!

เพี้ยะ

 

หน้าเรียวสะบัดไปตามแรงตบของผู้เป็นบิดา ที่หากมองดีๆแล้วจะรู้ว่ามันสั่นเล็กน้อย

!! ตบหนูทำไม!!!” ใบหน้าที่เศร้าเสียใจหายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาที่บ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างรุนแรง

“ถ้าแกยังจะโง่กลับไปเอาไอ้ผู้ชายคนนั้นกลับเข้ามาในชีวิตแกอีก...แกก็ไม่ต้องเป็นลูกฉันอีกต่อไป ออกจากบ้านหลังนี้โดยไม่มีทรัพย์สินใดๆได้เลย...”

“ไม่สน! หนูไม่สนๆๆๆไม่ๆ!!!

หมับ

มิรินแผดเสียงกลบผู้เป็นพ่อที่กำลังเอ่ยเรื่องที่เธอไม่อยากได้ยิน ใบหน้าที่เปรอะไปด้วยน้ำตาสะบัดไปมาจนคนเป็นพ่อทนไม่ไหวกับพฤติกรรมลูกสาว ง้างมือขึ้นหมายจะซ้ำ แต่แขนหนาของซีวอนยกขึ้นกันเอาไว้ได้ก่อน

“คุณลุงครับ ผมว่าคุณลุงกำลังโกรธมาก มิรินก็ยังเสียใจมากจนพูดอะไรไปตามใจไม่มีเหตุผล อย่าเพิ่งคุยกันตอนนี้เลยนะครับ”

“.........” ชายสูงวัยนิ่งไปนิดแล้วก็ค่อยๆลดมือลง สูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ให้ตัวเองมีสติ แล้วก็หมุนกายออกนอกห้องไป

ความเงียบภายในห้องที่มีเสียงสะอื้นของหญิงสาวดังขึ้นเป็นระยะ ทำให้รู้ได้ว่า เธอยังไม่หยุดร้องไห้

 

“ออกไปเปลี่ยนบรรยากาศกันเถอะ...” มือหนายื่นมาจับมือฮยอกแจที่ยืนอยู่มุมนึงของห้องอย่างกังวลๆ แล้วก็ผลักให้มิรินเดินขึ้นรถไปด้วยกัน

..

..

..

บรรยากาศภายในรถที่เงียบสนิท มีเพียงเสียงสะอื้นอ่อนๆ ร่างหนาที่คอยบังคับทิศทางรถ ลังเลอยู่เพียงครู่ก็หมุนพวงมาลัยไปทางมหาวิทยาลัย หาส่วนที่เงียบๆและมีที่นั่งให้ผ่อนคลายได้

 

“เอาผ้าเย็นประคบก่อนนะ” ฮยอกแจที่เดินเอาผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวไว้ไปซับน้ำตรงก็อกใกล้ๆมายื่นให้มิริน......แต่

“ฮึก...อย่ามายุ่ง!!!

 

“มิริน!!” ซีวอนเรียกเสียงดุทันทีที่มิรินปัดมือของฮยอกแจที่ยื่นไปอย่างแรง

“ฮึก ซีวอน ฮรึก ฮวางแทคเค้ารักฉัน แต่ทำไมถึงมีอีผู้หญิงคนนั้นเข้ามาหลอกเอาเงินไปอีกล่ะ!......ฮรึก !เพราะนายน่ะแหละ! ไอ้หนังสือบ้าๆ...เล่มนั้นไม่เห็นจะจริงเลย โกหกกันชัดๆ...!

 

 

“นี่ ยังคิดไม่ได้อีกเหรอ...เรื่องนี้มันโทษใครไม่ได้หรอก นอกจากตัวเธอเอง”

!!!

เสียงหวานที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลังของคนทั้งสาม เมื่อหันไปมอง รอยยิ้มของฮยอกแจก็ส่งให้ผู้มาใหม่ทันที

 

“พี่ฮีชอล”

 

“หนังสือที่เธอได้มาด้วยการใช้ความรักหลอกให้ฮยอกแจมอบให้...มันก็ไม่ต่างกับสิ่งที่ผู้ชายและผู้หญิงคนนั้นทำกับเธอเลยซักนิด...คิดเพียงแค่ว่าอยากจะได้สิ่งที่ต้องการโดยไม่สนว่าจะทำร้ายจิตใจใครบ้าง”

 

“....” ริมฝีปากที่เคยสีสดเม้มแน่นเมื่อได้ยินเรื่องที่เหมือนจะเป็นจริงอย่างที่รุ่นพี่คนนี้ว่ามา

 

“เธอเสียใจขนาดนี้ ไม่คิดบ้างเหรอว่าฮยอกแจเจ็บกว่าที่เธอเคยเจ็บมากแค่ไหน กับการที่รู้อยู่ตลอดเวลาว่าเขาไม่ได้รัก แต่ทำเพื่อคนอื่นไม่ต่างกัน.........คิดซะว่านี่เป็นบทลงโทษของเธอแล้วกัน”

 

“ผมเองก็ผิดที่คิดทำแบบนั้นเพื่อคุณ...หนังสือเล่มนั้นคุณได้มาด้วยน้ำตาและความเจ็บปวดของฮยอกแจ...ทั้งผมเองก็เจ็บปวด ฮยอกแจเองก็เจ็บปวด ความรักที่เป็นแบบนี้ไม่มีใครมีความสุขหรอกนะ” ซีวอนที่รู้สึกผิดไม่คลายเอ่ยเสริม

 

ฮยอกแจที่ยืนฟังนิ่ง เม้มปากแน่นแล้วเหมือนตัดสินใจที่เอ่ยความคิดในใจออกมา

            “มิริน...”

            “........”

            “หนังสือเล่มนั้น...ข้างในไม่มีอะไรเขียนไว้เลยซักนิดใช่มั้ย...ความรักของฉันกับซีวอน หนังสือก็ไม่ได้ช่วยให้เราเข้าใจกัน...มันเกิดจากความพยายาม ความเข้าใจ และให้อภัยกันต่างหากล่ะ”

 

ฮยอกแจไม่สนว่ามือที่เคยสะบัดมือเขาทิ้งจะทำอีกมั้ย เขายื่นมือออกไปจับอย่างปลอบโยน

 

หญิงสาวนั่งฟังนิ่ง แก้วตาคลอน้ำใสที่มองคนทั้งสองเอ่ยบอกเรื่องที่ลึกๆในใจเธอก็รู้ว่า ผิดต่อฮยอกแจมากแค่ไหน

 

“ฮึก...ฉันแค่อยากได้ความรัก ฮึก ที่...ฮรึก....ฮือๆๆๆ”

ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตามากขึ้นกว่าเดิมซบลงบนแขนเรียวของตนเอง ปล่อยให้น้ำตาล้างความรู้สึกต่างๆให้ได้เบาบางลง

ชเวมิริน หญิงสาวธรรมดาที่ก็ต้องการความรักในจินตนาการ งดงามเหมือนในนวนิยายเล่มโปรด มีคนรักที่ทุ่มเทให้เธอทุกอย่าง รักแท้ที่เธอหวังจะให้หนังสือในตำนานมอบให้...หากแต่มันคงไม่ใช่ความรักครั้งนี้...

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

 

// About Year later  //

 

            “ตื่นเลยนะ”

“.....”

“นี่...ฉันรู้ว่านายตื่นแล้วอย่ามาเนียนนอนต่อนะ...แล้วก็ปล่อยฉันซะที คิบอม!

ปึ้ก!

“โอ้ย...ที่รัก ยอมก็ได้เขินแล้วเล่นรุนแรงทุกทีเลย” พาทิซิเย่หนุ่มประจำร้าน Vanilla’s Story คลายวงแขนที่รัดร่างเล็กในอ้อมกอดไว้เพื่อมากุมท้องของตัวเองที่โดนข้อศอกเข้าเต็มๆ

“เกินคำว่าเขินแล้วมานานแล้วเหอะ”

“แหนะ แล้วที่แก้มแดงๆนี่อะไรเหรอ หืม?” ไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงยั่วเย้าเท่านั้น แถมด้วยมือหนาที่แนบไปบนแก้มใสสุกปลั่งนั้น

“....ร้อนหรอก” ดงเฮเงียบไปนิดก่อนจะตอบแบบเอาตัวรอดไปก่อนสายตาเจ้าเล่ห์นั่นจะจับอาการได้แล้วจะยาวเหมือนวันก่อนๆที่กว่าจะได้ออกไปทำงานกันทั้งสองคน

“งั้นไปอาบน้ำพร้อมกันเลยเดี๋ยวสาย” ว่าจบก็ดึงเสื้อยืดที่ใส่นอนออกทางโยนไปทางไหนไม่รู้ แล้วคว้าเอาแขนเล็กไปด้วย

!! ไม่เอานะๆ นายแหละไปก่อนเลย ฉันไม่ต้องรีบไปเตรียมแป้งที่ร้านเหมือนกับนายซักหน่อย กว่าจะถึงคิวงานฉันอีกตั้งสามชั่วโมง เดี่ยวค่อยไปเอง” ดงเฮยื้อแขนไว้เต็มที่มืออีกข้างก็คอยปัดมือที่ยื่นมาแกะกระดุมเสื้อออกไปด้วย

“ไม่ได้! ไม่ให้ไปเอง ไปที่ร้านกันก่อนแล้วเดี๋ยวขับไปส่งให้” คิบอมตอบเสียงเข้มมองตาดุเหมือนปรามว่า ห้ามดื้อ

“โถ่ ไม่เห็นเป็นไรเลย นะนะ ไม่อันตรายหรอก จะระวังรถนะ”

”ใครบอกว่ากลัวเรื่องรถ ทุกทีก็เห็นอยู่เรื่องอะไรจะปล่อยให้ไปคนเดียว คราวที่แล้วพระเอกโฆษณา ต่อมานักร้องที่มาเป็นพรีเซนเตอร์ ไอ้บริษัทที่มาดิวงานด้วยก็มองซะตาเยิ้ม...” หน้าคมที่เปลี่ยนความบึ้งตึงให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามเนื้อหาของประโยคที่พูด

“คิคิ หึงเหรอ ไม่ต้องห่วงหรอกน่าาา วันนี้พรีเซนเตอร์เป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้วอีกต่างหาก ไม่ต้องกังวลนะ จุ้บ” ว่าจบก็หอมแก้มสากของคนที่ยังขมวดคิ้วหงุดหงิดเอาใจซักหน่อย แล้วก็ชิงหมุนตัวเข้าห้องน้ำไปเลย

 

คิบอมคิดแล้วก็หงุดหงิด แต่ล่ะคนที่เข้ามาจีบดงเฮของเขา โปรไฟล์ดี หน้าตาดีทั้งนั้น ส่วนเขานั้นมีดีแต่เอาขนมง้อเวลาดงเฮงอน แถมยังเคยสร้างเรื่องเป็นชนักไว้อีก แต่คิบอมไม่รู้เลยว่า ดงเฮไม่ได้สนใจคนอื่นใครใดเลย ถ้าคนนั้นไม่ได้ชื่อ คิมคิบอม

       ..

       ..

พาทิซิเย่หนุ่มที่ยังนั่งหน้าไม่รับแขกในชุดพร้อมทำงานแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมเดินออกนอกห้องเสียที ยืนเอาเสื้อนอกสีขาวสะอาดพาดไหล่ แล้วก็ถือหมวกเชฟไว้ข้างหนึ่งอยู่หน้าประตู สายตาคมจ้องมาที่คนร่างบางที่ออกมาส่งด้วยสายตาอย่างงอนๆ

“จะหกโมงแล้วนะ สายมากแล้ว อย่างอนสิ”

“....”

“ยังไงคิบอมก็ไปได้แค่ส่งที่โลเคชั่น ไม่ได้อยู่ด้วยตลอดไม่ใช่เหรอ คนที่จะมาจีบเค้าก็จีบได้อยู่ดีแหละ...อ่า....ไม่ใช่....”

ดงเฮพยายามพูดหาเหตุผลเหมาะๆให้คนงอนอยากไปส่งยอมไปทำงานเสียที แต่ดูเหมือนจะพูดตามความจริงไปหน่อย

“...มีคนมาจีบเยอะเลยสินะ” ตาคมวาบแสงขึ้นคล้ายสิงโตจะตะครุบเหยื่อยังไงไม่รู้

“.....อ่า ไม่หรอกๆ ไม่มีใครมาจีบฉันหรอก ฉันบอกทุกคนแล้วนะว่ามีแฟนแล้ว เป็นเชฟคนหล่อคนนี้น่ะ” ดงเฮรีบบอกต่อไปทันที ไม่ว่าใครในบริษัทก็รู้กันหมดแล้ว ตั้งแต่ช่วงแรกๆที่เขามีเชฟหนุ่มขับไปรับไปส่งอยู่ตลอด แต่ที่เข้ามาจีบกี่คนๆ เขาก็บอกปัดไปหมดว่ามีแฟนแล้ว

“จริง?”

“จริงๆซิ นะ ไปทำงานเถอะเดี๋ยวก็สายกันทั้งคู่หรอก”

“....จูบก่อน...”

!...ม่ะ ไม่เอาอ่ะ” แก้มใสแดงขึ้นทันทีเมื่อสายตาคมจ้องมาพร้อมบอกสั้นๆ

“....จูบก่อนเร็ว...ไม่จูบไม่ไปนะ...”

“.....” ดงเฮลังเลอยู่นิด เพราะกลัวว่ามันจะเลยเถิดเกินกว่าจูบนี่สิ ยิ่งถ้าเช้าวันไหนที่ตื่นมาแบบสบายกายไม่ได้ผ่านศึกหนักยามค่ำคืน เช้าวันนั้นจะยิ่งอันตรายเป็นพิเศษเลยเชียว

“แค่จูบนะ....” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอ้อนๆ แต่คิบอมก็เอ่ยทับขึ้นมาอย่างไม่อยากจะทนรอ

“ถ้ายังช้าจะไม่แค่จูบแล้ว...”

 

เสียงทุ้มเงียบไปเพราะริมฝีปากสีสดกดแนบประทับลงแผ่วเบา พร้อมกับกายหอมๆที่ชิดเข้ามา ให้คนที่อยากจะอยู่กับร่างนิ่มนี่ทั้งวันพอใจมากขึ้น แรงโอบที่เอวทำให้ริมฝีปากแนบสนิทมากขึ้น คิบอมฉวยโอกาสที่ดงเฮผละออกเล็กน้อยเพื่อโกยอากาศสอดลิ้นชื้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายใน มือหนาอีกข้างที่ทิ้งเสื้อนอกผืนขาวและหมวกลงพื้นไปอย่างไม่ใส่ใจลากเลื้อยหาชายขอบเสื้อตัวบางเข้าไปสัมผัสเนื้อนิ่มอุ่น

“อื้อ!

ดงเฮสะดุ้งหนีเล็กน้อยเมื่อเจอมือสากรุกรานแต่ริมฝีปากหนาก็ยังไม่ยอมผละไปไหน ร่างบางๆเริ่มบิดตัวหนีและหาโอกาสที่จะได้เอ่ยเสียงพูดแต่ยากเหลือเกิน

“อื้อ คิบอม อือๆ ปล่อย อ้ะ ไม่เอานะๆ”

ในที่สุดใบหน้าบึ้งกับแรงหยิกที่หลังมือหนาก็ช่วยได้ คิบอมยอมหยุดมือปลาหมึกที่เลื้อยเข้าไปในเสื้อ พร้อมกับผละริมฝีปากออก เพราะกลัวตัวเองจะต้องลางานเข้าจริงๆ

ปึ้ก

“นี่แหนะ หื่น!” ดงเฮที่หอบน้อยๆตีเข้าที่ไหล่อีกครั้งและว่าด้วยคำที่เกือบจะกลายเป็นคำพูดประจำไปแล้ว ด้วยใบหน้าสีแดงก่ำน่ามอง จนคนที่ถอนหายใจกลั้นอารมณ์ต้องหาที่อื่นมองให้ใจเย็นเลย

“เฮ้อ...ลาออกได้มั้ยเนี่ย”

“ไม่ต้องเลย ไปทำงานเลย” ดงเฮดันตัวคนงอแงไม่ยอมไปทำงานให้เดินไปทางประตูอย่างอิดออด

“อือๆ...งั้นไปก่อนนะ แล้วเจอกันตอนเย็นนะ จุ้บ”

ร่างสูงโน้มลงมาจรดริมฝีปากที่หน้าผากมนอีกครั้งอย่างอ่อนโยน ให้ดงเฮยิ้มหวานเขินๆส่งให้พลางโบกมือบ้ายบาย

“อื้อ เจอกันตอนเย็น”

ตาคมที่มองก็แล้วก็ต้องยิ้มตาม อย่างน้อยวันนี้ก็เป็นอีกวันที่คิบอมก็ไปทำงานอย่างมีความสุข (ถึงจะแอบโทรเช็คเกือบทั้งวันก็ตามเถอะ)

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

 

“วันนี้เชฟคิมมาช้าจังเลยอ่ะ”

ซองมินที่วันนี้ตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะเป็นวันเปิดเทอมของนักเรียนปีสองอย่างเขา ขาสั้นๆกลมๆแกว่งเล่นไปมาขณะที่นั่งรอเชฟประจำร้านอยู่บนเค้าเตอร์(ที่เคยผ่านการทำโทษจากลูกชายเจ้าของร้านมาแล้ว)

“......”

“นี่ๆ คยู ไม่รู้ว่าวันนี้เด็กๆจะสนใจหนังสือในตำนานเหมือนเราตอนปีหนึ่งมั้ยนะ เห็นแทคยอนบอกว่าเด็กใหม่เยอะเลย อ้อใช่ๆวันก่อนเห็นบอกว่าจะมีขนมแบบใหม่ออกมา อยากลองชิมจังเลย แล้วที่ร้านเราเชฟคิมก็บอกว่า....”

เสียงหวานเจี้อยแจ้วไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้สังเกตเห็นคิ้วหนาที่เริ่มขมวดขึ้นทีละนิด

“.......”

“แล้วก็แทคยอน.!@#$%^&*..แทคยอน.@#$%^&...”

 

“.......” เหมือนกล้ามเนื้อบนใบหน้ามันกระตุกเพราะเกือบจะรั้งคิ้วที่ขมวดจนสุดไว้ไม่ได้อีกแล้ว

“ฉันว่าจะลอง..อุ้บ!!!

ฟึ่บ

คยูฮยอนรั้งเอาร่างอวบที่นั่งเจื้อยแจ้วชื่อผู้ชายคนอื่นออกมาจากปากอิ่มสีชมพูไม่หยุดมาปิดด้วยริมฝีปากตนเอง

กระต่ายตัวอวบตกใจในวูบแรกแต่ก็หลับตารับจูบที่ดูคุ้นๆว่าความรุนแรงระดับนี้เคยได้รับมาก่อนแล้ว ริมฝีปากหนาที่บดเบียดกลีบปากอิ่มแนบชิดไม่ปล่อยให้มีเสียงอื่นใดหรืออากาศใดๆได้ลอดผ่านไปเลยลิ้นร้อนที่สอดเข้าด้านในที่คิดว่าจะรุนแรงกลับค่อยๆกวานอ่อนนุ่มพันเกี่ยวกับลิ้นเล็กที่ตอบรับอย่างคุ้นเคย

มือเล็กของซองมินยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตสีสะอาดของคนรักแน่นขึ้นเมื่อรสจูบที่ร้อนแรงแต่ก็อ่อนหวาน ร่างสูงที่ยืนชิดเค้าเตอร์ดันร่างเข้าชิดร่างอวบอีกนิด จนคนที่นั่งกลัวว่ามันจะเลยไปไกลกว่าจูบจนไม่ได้ไปมหาลัยวันเปิดเทอมเอาซะ

“อื้อๆๆๆ” กระต่ายตัวกลมดิ้นหนีนิดๆพร้อมกับส่งเสียงให้คนรักปล่อย

คยูฮยอนที่เกือบรั้งอารมรณ์ไว้ไม่ไหวก็ต้องหยุดไว้เหมือนกัน แต่ก็ไม่วายอ้อยอิ่งกว่าจะปล่อยริมฝีปากอิ่มให้เป็นอิสระ

 

“.....”

“...ไม่พูดต่อแล้วเหรอ”

ซองมินที่ได้แต่หน้าแดงเม้มริมฝีปากตัวเองที่บวมฉ่ำแน่นเพราะดวงตาคมที่มองมานิ่งๆ เลยได้แต่ช้อนมามองแล้วส่ายหน้าดุ้กดิ้ก

“หึๆ ไม่พูดงั้นก็...ต่อได้ซิ” จมูกโด่งจรดเข้ากับจมูกกลมมนของอีกฝ่ายที่เหมือนว่าสีแดงตรงแก้มจะลามสีมาหาน้อยๆแล้ว

ใบหน้าแดงส่ายพรืดไปมานึกถึงภาพบนเค้าเตอร์ครั้งก่อนแล้วยังอายอยู่เลย. ‘//// ’

“ม่ะไม่ได้นะ...ไม่ต่อนะ เดี๋ยวเชฟคิมก็มา..อื้อ!

“....” เสียงหวานหยุดไปอีกรอบเพราะริมฝีปากจูบปิดเอาไว้ แถมมองมานิ่งปนดุๆ

“...ทะทำไมอ่า..คยู...อย่าโกรธสิ...ตาดุอีกแล้วนะ นะนะ ไม่โกรธนะ”

เหมือนเดิมที่กระต่ายจะตื่นตูมกลัวคนรักที่ไม่ค่อยพูดจะโกรธเอาแบบไม่รู้ตัวเลยออกตัวง้อไว้ก่อนซึ่งก็จริงอย่างที่คิด เพราะไม่รู้ตัวจริงๆและแค่อ้อนหน่อยๆคนพูดน้อยก็ใจอ่อนยอมบอกความคิดจนได้

“โกรธเพราะ...ปากคู่นี้ มันขยับเป็นชื่อผู้ชายคนอื่นไม่หยุดตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ...”

ปลายนิ้วหนาไล้ไปเบาๆที่กลีบปากช้ำ ที่พอพูดจบเจ้าของก็เม้มแน่น งอตัวหนีอย่างเขินอาย

“...กะก็ไม่ได้ตั้งใจนะ...ฉันแค่ตื่นเต้นกับวันเปิดเทอมเลยพูดไปเรื่อยเท่านั้นเองนะคยูนะ”

“....”

กระต่ายตาหวานช้อนตาอ้อนดวงตาคมที่ยังนิ่งแต่ในใจอ่อนให้แล้ว และรอสิ่งที่ซองมินจะทำอย่างทุกทีเวลาง้อคือ...

จุ้บ

“ไม่โกรธนะคยูนะ จุ้บๆๆๆ”

ริมฝีปากแดงเล็กๆกดจูบ กดหอมไปทั่วอย่างเอาใจ ให้สมใจคนรอที่พอใจจนหลุดยิ้มออกมาจนได้

“เย้! ยิ้มแล้ว อิอิ” ใบหน้าหวานยิ้มกว้างด้วยความดีใจ แต่ก็พาลหุบยิ้มทันทีเพราะคนรักที่ยังอยากแกล้งตนเองต่อด้วยการ....

หมับ

“นี่อะไรเหรอ หืม?” คยูฮยอนจับเข้าที่หน้าท้องนุ่มนิ่มที่แอบโค้ง ออกมานิดๆตอนที่นั่งอยู่บนเค้าตอร์แบบนี้

!! งื้อ อย่าสิ คยูฉันอายนะ มาจับกันแบบนี้ได้ไงอ่ะ >////<” ซองมินบิดตัวหนีมือหนาที่จับเจ้าก้อนเนื้อนิ่มที่หน้าท้องตัวเองไว้ได้เยอะแบบนั้น

“แล้วทำไมล่ะ หึหึ จับไม่ได้เหรอ” พูดจบก็ยอมหยุดมือที่ไล่ตามหน้าท้องนิ่มมาเป็นกักร่างอวบไว้บนเค้าเตอร์ไม่ให้หนีไปไหนได้ต่อ

คนที่ร่างฟิตทั้งที่อยู่กับขนมทุกวันอย่างคยูฮยอนหัวเราะ หึหึ เหมือนแกล้งเย้าซองมินที่ปุกปุยขึ้นทุกวันให้เจ้าตัวงอนยื่นปากแหลมใส่

 “จะอะไรหล่ะ ยังจะถามอีกก็รู้อยู่” ซองมินเอ่ยตอบหน้าบึ้ง อย่างงอนๆ

“แล้วมันอะไรหล่ะ หรือว่า......ท้อง” ลูกชายเจ้าของร้านยิ้มเจ้าเล่ห์ แกล้งให้คนรักยิ่งเขินเล่น

“(>////<)งึ้ย ฉันจะท้องได้ยังไงกันล่ะ ถ้าในนี้มีอะไรอยู่ มันก็ต้องโทษนายทั้งนั้นแหละ”

“???” คยูฮยอนสงสัยว่าคนตัวหลวมจะพูดว่ายังไงได้แต่รอฟังคนเขินเอ่ยต่อ

“ก็ในนี้เนี่ย มันมีแต่ขนมบ้านนายทั้งนั้นเลยนี่นา กินทุกเมนูมันซะทุกวันจะไม่ยื่นออกมาได้ไงเล่า” พร้อมกับเอานิ้วกลมๆจิ้มๆไปที่หน้าท้องของตนเอง

“หึหึ ผมก็นึกว่าที่ผมพยายามไปตอนกลางคืน...มันสำเร็จแล้วน่ะซิ” ว่าพลางค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แล้วกระซิบข้างหูร่างบางที่ตอนนี้เริ่มแดงเพราะรู้ตัวแล้วว่าร่างสูงหมายถึงอะไร

“บะ บะ บ้า ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ไม่เอาแล้วไม่คุยแล้ว” สีแดงที่หูตอนนี้ลามไปทั่วแก้มกลมนวลราวกับผลแอปเปิ้ลสุกน่ากัด

“หึหึ...ยอมปล่อยไปก็ได้...แล้วคืนนี้ผมคื่อยพยายามใหม่”

 “(>////////<)” ซองมินได้ยินก็รีบยกมือขึ้นปิดหน้าหนีความเขินที่มันมารวมกันอยู่บนหน้าทันที

ให้ตายเถอะ ซองมินเขินจะระเบิดอยู่แล้วนะ!!!

 

....ว่าแต่เชฟคิมยังไม่มาเลย...ไม่ต้องเดาเราก็รู้แหละเน้าะว่าเค้าอยู่ไหน ><

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

 

บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยโซลที่มีชื่อเสียงเรื่องความเก่าแก่และคุณภาพ ชื่อเสียงที่สั่งสมมานานทำให้ปีการศึกษาใหม่นี้ ก็มีนักเรียนมากมายที่ได้มายืนยิ้มกว้าง ตื่นเต้น ตื่นตาในวันแรกของการเปิดภาคเรียนเช่นวันนี้

เก้าอี้ม้านั่งมุมประจำในสวนระหว่างตึกเรียนสูงลายอิฐเปลือยสีน้ำตาลเข้มที่สามารถเรียกสายตาหลายคู่ให้มองได้ทั้งหญิงทั้งชาย จากเจ้าของเสียงเล็กดั่งไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก

 

“ฮะ ได้ฮะ เสร็จจากที่มหาลัยแล้วจะรีบตรงกลับบ้านเลยฮะ”

“.....”

“บอกแล้วฮะ...ใช่ฮะ อยู่ข้างเนี่ยแหละฮะ”

“...ก็ต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว”

“ชู่ส์... เปล่าฮะๆ ฮะๆ สวัสดีฮะ”

“กว่าจะวางได้แม่เนี่ย” เยซองที่ยืนทนฟังคนรักตัวเองคุยโทรศัพท์กับมารดาไม่หยุดตั้งแต่ไปรับจากที่บ้านคนตัวเล็กมา

“บ่นอะไรล่ะ คุณแม่โทรมาเพราะเป็นห่วงนะ” เรียวอุคทำหน้าดุใส่แฟนตัวเองที่หน้างอเหมือนเด็กไม่ได้ของเล่นอย่างนั้นแหละ

“ก็ แม่เล่นไม่ยอมวางสายซะที ผมคิดถึงเรียวอุคจะตายอยู่แล้ว แต่ไม่ได้พูดด้วยซักคำ”

“เวอร์ตลอด เมื่อคืนก่อนนอนก็เพิ่งคุยกัน นี่แหนะ ปากเนี่ยโม้ไปได้ไม่หยุด” มือเล็กยื่นไปหยิกแก้มซาลาเปานิ่มยืดออกมาด้วยความหมั่นไส้

“ไม่ได้โม้เลย แค่อยากเป็นคนที่เรียวอุคสนใจอยู่ตลอดเวลาเท่านั้นเอง” ไม่ใช่แค่คำพูดที่ยังคงหยอดเหมือนตอนจีบยังไงยังงั้น มือสั้นๆ(?)ก็ไม่พลาดจับมือเรียวออกจากแก้มตัวเองเพื่อมากุมไว้ ทำคะแนนเสมอ

“พอเลย....แค่นี้ก็สนไม่รู้จะยังไงอยู่แล้ว...” เสียงพูดที่เบาลงในประโยคหลังพร้อมแก้มแดงๆพาลยิ่งดูน่ามองให้คนที่หลงแฟนยิ่งหลงเข้าไปใหญ่ต้องมองไม่วางตา แต่ก็เหมือนปลายหางตามันกระตุกๆ สายตามากมายของรุ่นน้องที่คอยเมียงมองอยู่ไม่ไกลทำให้ต้องยกมือขึ้นมาวางพาดบนไหล่เล็กแสดงความเจ้าของให้เห็นกันไปเลย

“พี่ เรียว อุค ฮะ~~~~~

แต่ก็มีเสียงใสตะโกนเรียกชื่อคนรักตัวเล็กของเขามาแต่ไกลให้ต้องตวัดสายตาไปมองอีกครั้ง

“อ้ะ เฮนรี่มาแล้วเหรอ” เรียวอุคหันกลับไปหาต้นเสียงที่วิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าร่าเริง แอบเห็นไกลๆว่ามีชายร่างสูงเดินตามมาด้านหลัง

“พี่เรียวอุค คิดถึงจังเลยฮะ ><

เฮนรี่ที่ตั้งใจเป็นเหมือนพี่ฮยอกแจที่รักจนสอบติดมหาลัยแห่งนี้ และได้เจอกับแก๊งค์เพื่อนสนิทของพี่ฮยอกแจหมดแล้ว ยิ่งสนิทเป็นพิเศษกับพี่เรียวอุคคนน่ารัก และพี่ซองมินคนกินเก่ง

หมับ

“อะแฮ่มๆ / แฮ่มๆ”

ทันทีที่ร่างเล็กสองคนกอดกันแน่น เสียงกระแอมในลำคอจากผู้ชายร่างสูงสองคนด้านหลังก็ดังขึ้น

แต่สายตาสามคู่กลับมองไปผู้ชายที่ไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาเพียงคนเดียว

“พี่ซึงโฮ สวัสดีฮะ วันนี้มาเยี่ยมฮยอกหรือมาคุมใครรึเปล่าฮะ”

เรียวอุคที่ผละจากกอดของเฮนรี่ก็เอ่ยทักซึงโฮด้วยรอยยิ้มแซวๆ มีที่ไหน มาส่งเฮนรี่ย้ายมาอยู่บ้านฮยอกที่โซลได้แป้ปเดียวกลับบ้านไป โทรเช็คแทบทุกชั่วโมง แถมวันไหวว่างหรือที่ฟาร์มมีส่งสินค้าเข้าโซลเป็นไม่ได้เข้ามาด้วยทุกครั้งไป

ถึงจะไม่ได้บอกอะไร.......ก็คงไม่ต้องสงสัยอะไรแล้วมั้ง

“พี่ว่าพี่คงไม่ต้องตอบ ก็น่าเราก็น่าจะรู้นะ”

เฮนรี่ทำเป็นไม่มองคนพูด แต่หันหน้าหนีรอยยิ้มของลูกชายเจ้าของไร่ที่มักจะดูอบอุ่นอยู่เสมอวันนี้ดูเจ้าเล่ห์พิลนะ

“ผมเข้าใจฮะ เหมือนผมก็ต้องมาแสดงความเป็นเจ้าของให้พวกรุ่นน้องมันรู้กันหน่อย” เยซองรีบหาพวกทันที และไม่วายยกแขนพาดไหล่เล็กประกอบอีกทีด้วย

“พอเลยๆ ว่าแต่ วันนี้ฮยอกมาแล้วรึยังเนี่ย วันสำคัญด้วย ตื่นเต้นแทนจังเลย”

“น่านซิ ไอวอนพาฮยอกมายังวะเนี่ย” ว่าจบก็โทรหาเพื่อนสนิททันที

..

..

..

..

“เออ....อยู่หลังห้องประชุม เตรียมอะไรเรียบร้อยแล้ว....ได้ๆ เดี๋ยวค่อยโทรหา” ซีวอนวางสายแล้วหันกลับมาสบตาคนรักที่สวยขึ้นทุกวันๆ

“คยูโทรมาเหรอ”

“เปล่าหรอก เยซองน่ะฝากบอกฮยอกด้วยว่า เฮนรี่มาแล้วนะ....จุ้บ” ร่างสูงเดินมากอดให้แผ่นหลังเล็กแนบกับอกของตนไม่วายกดจูบที่แก้มนิ่ม

“กังวลเหรอครับ”

“นิดหน่อยน่ะ ถึงจะไม่ใช่พิธีเปิดหนังสือ แต่วันนี้ต้องเอาหนังสือมาในงานปฐมนิเทศน์อย่างนี้ก็เลยแอบกังวลน่ะ”

ฮยอกจนึกแล้วก็ถอนหายใจนิดนึง ด้วยความที่ปกติแล้ว หนังสือจะต้องอยู่ในหอสมุดของมหาวิทยาลัยอย่างดีจนกว่าจะถึงพิธีเปิดหนังสือในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า แต่ปีนี้ทางวิทยาลัยกลับให้เอาหนังสือในตำนานเข้าร่วมด้วยเสียอย่างนั้น

“ซีวอน...แล้วมิรินล่ะ”

“ไม่แน่ใจเหมือนกันน่ะ เหมือนว่าจะเห่อขับรถอยู่เพิ่งจะขับเป็น ตั้งท่าจะขับมาเองท่าเดียว” ฮยอกแจพอจะยิ้มออกมาได้น้อยๆนึกถึงมิรินที่กลายเป็นหญิงสาวร่าเริง ไม่แคร์ใคร ไม่เชื่อใคร ลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง สู้คนจนแทบไม่เหลือเค้าคนเดิมเลย

 

...ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่องครั้งนั้น เธอก็หมดสิ้นความเชื่อมั่นในความรัก จากที่เคยเป็นเด็กสาวที่ใฝ่ฝันถึงความรักแสนสวยงามดั่งโลกนิทาน กลายเป็นหญิงสาวที่เกลียดการวางใจในความรัก ไม่เชื่อแล้วว่ารักแท้มีจริง...

ไม่ว่าผู้ชายคนไหนเข้าหาเธอ หรือมีท่าทีเกินเลย ความระแวงและไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นทันที จนใครๆที่คิดจะเข้ามาคุยด้วยหายไปหมด แม้กระทั่งเพื่อนก็เช่นกัน

 

เหลือเพียงโลกเล็กๆของเธอกับครอบครัวเท่านั้น

 

“ทำหน้าแบบนี้อีกแล้ว” ซีวอนจิ้มปลายนิ้วไปยังระหว่างคิ้วที่ขมวดมุ่นเช่นทุกครั้งที่มีอะไรเกี่ยวกับมิริน

“ก็ฉัน...”

“ฮยอกไม่ได้เป็นคนผิดนะ...ฮยอกไม่ได้ทำให้ผู้ชายคนนั้นมาหลอกมิรินนะ เราพูดเรื่องนี้กันแล้ว มิรินเขาก็เข้าใจอะไรดีแล้ว...เลิกกังวลเถอะนะ”

“อือ...” เสียงหวานเอ่ยในลำคอพร้อมรอยยิ้มน้อยๆให้คนรักได้เบาใจว่า เขาไม่กังวลแล้ว มิรินพูดคุยกับเขาและซีวอนเหมือนปกติ และเหมือนจะหลีกเลี่ยงที่จะพูดเรื่องราวที่แสนเจ็บปวดในอดีตไว้ให้เป็นแผลที่ปิดสนิทแล้วและมองไปยังข้างหน้าต่อไปเพียงเท่านั้น...

 

 

“ใกล้ถึงเวลาแล้วครับ”

ซักพักนักเรียนชายที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักศึกษาก็เดินเข้ามาแจ้งบอกเตรียมพร้อมให้ฮยอกแจและซีวอนที่ถือกล่องแก้วใสที่ภายในบรรจุหนังสือปกแข็งสีเขียวเข้มขอบทองเอาไว้ด้านในแล้วเดินออกไปด้านนอก

ซีวอนจับมือที่สั่นล็กน้อยของฮยอกแจไว้ พร้อมกับจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยพลางเอ่ย

“ผมรักคุณนะ ผู้ถูกเลือกของผม คุณทำได้”

ฮยอกแจยิ้มหวานรับ พร้อบกับหลับตารับจุมพิตที่หน้าผากเหมือนช่วยส่งพลังและกำลังใจมาให้เขาได้มั่นใจขึ้น

..

..

เสียงปรบมือให้กับคำสุนทรพจน์จากท่านคณบดีที่ฟังแล้วน่าง่วงนอนช่วยปลุกให้เฮนรี่ตื่นขึ้นจากการนั่งสัปหงกได้ พร้อมกับที่คนรอบข้างพูคุยฮือฮากันด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นเต้นมากกว่าปกติ

“ว้าววววว พี่เขาสวยจังเลยอ่ะ งื้อออออ พี่ผู้ชายข้างหลังโคตรหล่ออ่ะแก” เสียงหญิงสาวด้านข้างกรีดร้องกันในลำคอไม่หยุดจนทำให้เฮนรี่ต้องขยี้ตาให้ตื่นเพื่อมองภาพบนเวทีให้ชัดๆ

“พี่ฮยอกแจ ว้าวๆ”เสียงใสร้องไม่ดังเท่าในใจที่อยากจะลุกขึ้นตะโกนเรียกให้ดังลั่นเหมือนตอนอยู่ไร่เลยเชียว แก้วตาใสเบิกกว้างทันทีที่เห็นพี่คนสนิทเดินมาหยุดยืนหลางเวที พร้อมกับมองไปที่พี่ชายด้านหลังอีกคน

 

วาบ

 

!!!”

แสงสว่างอะไรสักอย่างส่องสะท้อนเข้าตาเหมือนแสงอาทิตย์กระทบกระจกเงาวาบเข้าตาจนต้องหลับตาหนี และต้องหันกลับมาลองมองให้ดีอีกครั้งว่าสิ่งนั้นคืออะไร

 

ฮยอกแจที่มองจากด้านบนเห็นภาพเหตุการณ์ที่เขาคุ้นชินเช่นเดียวกันแบบนั้นก็ยิ้มหวานละมุนออกมาอย่างไม่คิดต่อเลยว่า ปีนี้ ผู้ถูกเลือกคนต่อไปจะเป็นใคร

.....หนังสือในตำนานได้เลือกเอาไว้แล้วล่ะ             

 

...ความรักที่ไม่มีกำหนดรูปแบบ ไม่กำหนดที่มาที่ไปว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อย่างไร...

...ความรักที่ไม่สามารถบังคับให้มันเกิดขึ้นกับหัวใจของใครได้...

...ความรักก็เหมือนการเลือกซื้อหนังสือสักเล่มท่ามกลางกองหนังสือมากมาย หน้าปกหนังสือที่อาจจะดูดึงดูดใจ ข้างในอาจจะดีหรือไม่ดีก็ได้ บางคนเห็นเพียงปกนอกก็ถูกใจตัดสินใจซื้อ แต่บางคนกลับเปิดอ่านดูแล้วถึงจะตัดสินใจ ถ้าเราไม่อ่านด้วยตัวเอง เราก็ไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในแต่ล่ะหน้าหนังสือเป็นอย่างไร...

 

...แต่เพียงแค่กล้าเลือกหนังสืออ่านซักเล่มก็พอแล้วล่ะ...

 

*THE END*

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.THE END._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._



ในที่สุดก็จบแล้วววววววววววว ตอนจบอาจจะไม่ไพเราะดีงามเท่าไหร่

 แต่กิ้บเอาตามความเหมาะสมของเรื่องราวที่วางไว้เน้าะคะ

เรื่องนี้แน่นอนว่าจะต้องมีการรีไรท์ อาจจะไม่ทั้งหมด แต่มีแน่นอนค่ะ

เพราะปมที่ตั้งไว้ถูกตัดออก จากสาเหตุความเป็นไปในความจริง(ของเอสเจ)

ที่ไม่เหมาะกับการใส่เรื่องนั้นลงไปในฟิคอีกต่อไปแล้วน่ะค่ะ


ดีใจและขอบคุณมากๆค่ะที่มีคนรออ่านอยู่

บอกเลยว่า ปลื้มมากๆจริงๆค่ะ TT เรามันแค่ไรเตอร์ใจร้ายที่ดองเค็มข้ามปี

ตอนเป็นแค่คนอ่าน กร่นด่าชาวบ้านมาเยอะ ทำเองซะงั้น 555 

สุดท้ายนี้ ยังไงถ้าสนใจเรื่องการรวมเล่ม คอมเม้นบอกหน่อยนะคะ ><


ปล. ลงวันนี้เพราะเป็นวัน วอนฮยอกเดย์ค่า 10/08/15

ปลล. ตอนพิเศษตอนถัดไปค่า ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,942 ความคิดเห็น

  1. #1936 HyukJewel (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 19:30
    ขอบคุณนะคะไรท์เตอร์ที่ทำให้เราเกลียดพี่ซีวอนได้เกือบทุกตอนขนาดนี้ 55555
    กว่ามิรินจะรู้ตัว ก็ต้องเจอกับตัวเอง สุดท้ายก็ต้องอยู่กับตัวเองนาจา
    #1,936
    0
  2. #1891 Kiratar (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2558 / 18:25
    เย่ๆๆๆ สนุกมากเลยค่ะ^ ^
    #1,891
    0
  3. #1890 Faiipunko (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2558 / 04:13
    ในที่สุดก็กลับมาหวานกันสักที ชอบๆฮยอกสวยซีสอนหล่อ ดีที่มิรินได้บทเรียนซะบ้าง

    ฮยอกได้มีความสุขสักที
    #1,890
    0