Flip Love พลิกรักกับดักหัวใจ Wonhyuk Kyumin Kihae

ตอนที่ 43 : *Flip Love*: Chapter 38 ค่ำคืนอาบแสงจันทร์ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    11 มี.ค. 57


Chapter 38 : ค่ำคืนอาบแสงจันทร์

 

 

“งื้อออออ ทำไมยากงี้อ่า”

ทันทีที่กระดาษข้อสอบสัมผัสกับมืออาจารย์ ลีซองมินก็เดินเบะปากออกมาด้านนอกจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“ทำไม่ได้เลยเหรอ หือ?” คยูฮยอนทั่งรออยู่ด้านนอกยกมือขึ้นลูบผมปลอบใจคนรัก

“ก็ได้อยู่อ่า....ตอบไปทุกข้อ...แต่อาจารย์คงงงทุกข้อ...” ซองมินยิ้มแห้งๆให้คนรักพลางนึกถึงเนื้อหาของข้อสอบที่ตัวเองเขียนตอบไป ไม่รู้อาจารย์อ่านของเขาจบแล้วจะต้องกลับไปอ่านโจทย์ใหม่กี่รอบเนี่ยซิ

 

และแล้วเทศกาลแห่งการสอบปลายภาคก็มาถึง ทุกคนต่างมีหนังสือเรียนในมือ และความรู้ที่อัดแน่นเตรียมจะปล่อยลงกระดาษคำตอบ แล้วลืมเนื้อหาเหล่านั้นทันทีที่สอบเสร็จ

วันนี้คณะอักษรศารสตร์มีสอบต่อช่วงบ่ายซึ่งต่างจากหนุ่มคณะบริหารที่ไม่มีสอบแล้ว ทั้งสามจึงไม่พลาดที่จะมารอคนรักของตัวเองอยู่ที่หน้าห้องสอบแบบนี้

 

“ดูหน้าที่รักฉันดิวะ ขมวดคิ้วจนแก้ไม่ออกแล้วมั้งนั่นน่ะ” เยซองหันไปพูดกับซีวอนเบาๆยามที่นัยน์ตาคมมองเข้าไปด้านในห้องสอบของอาจารย์เฮียวริคนสวยขาโหด

“แต่ฮยอกแจของแกหน้านิ่งชะมัด สงสัยจะทำได้นะ”

“อือ...เมื่อคืนก็อ่านหนังสือจนดึกน่ะ ฉันโทรไปก็บอกว่าจะอ่านต่ออีก” ซีวอนบอกออกมาทั้งที่ดวงตาคู่นั้นยังมองอยู่ที่ผู้ครอบครองหนังสือคนปัจจุบันด้วยความอ่อนโยน

ทั้งหมดรออยู่เพียงไม่นาน เรียวอุคและฮยอกแจก็เดินออกจากห้องสอบพร้อมกับเพื่อนอีกหลายคนบ่งบอกว่าหมดเวลาการทำข้อสอบเพียงแค่นี้

 

“ทำไม่ได้เหรอครับอุคกี้” เยซองห่วงเรียวอุคอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นว่าสีหน้าคนรักดูกังวลมาก

“ทำได้น่ะแหละ...แต่เขียนไม่ทันอ่า หมดเวลาซะก่อนเสียดายคะแนน” เรียวอุคยู่ปากเซ็งตัวเองที่กะเวลาไม่ดีทำให้ทำไม่ทัน

“ไม่เป็นไรหรอก ข้อที่ทำได้ก็ช่วยคะแนนได้เยอะแล้วใช่มั้ยล่ะ อย่าเครียดกับวิชาที่สอบไปแล้วเลย มาเตรียมตัวเตรียมใจอ่านวิชาพรุ่งนี้ดีกว่านะ”

“ใช่ๆอุคกี้ ฉันยังไม่เครียดเลย” ซองมินพูดเสริมด้วยใบหน้ายิ้มกว้างอย่างไร้ความกังวลใดๆจนเรียวอุคหายเครียดหลุดขำได้ไม่ยาก

“แล้วฮยอกล่ะ ทำได้มั้ยดูหน้าแล้วไม่รู้เลยว่าทำได้แค่ไหนอ่ะ” ซองมินหันมาหาเพื่อนตัวเล็กที่ยืนยิ้มน้อยๆอยู่แทน

“ก็พอทำได้น่ะ เมื่อคืนอ่านเยอะเลยจับประเด็นบทความง่ายขึ้นน่ะ”

“ดีจัง....ว่าแต่หิวแล้วอ่ะ ฮยอกไปกินไอติมกันนะ นะ อุคกี้” มืออวบของซองมินลูบหน้าท้องของตัวเองวนไปมาบอกความหิว

“หนาวอ่าไม่หนาวเหรออากาศแบบนี้ไปกินไอติมเนี่ย ไปหาอะไรอุ่นๆกินดีกว่านะ ” เรียวอุคที่บอกพลางซุกมือเข้าไปหาถุงร้อนในกระเป๋าตัวเอง

“งั้นก็ได้...ไปกินไอติมทอดกัน ^u^

=________=” สีหน้าของคนที่ได้ยิน ยกเว้นก็แต่คยูฮยอนที่ยิ้มนิดๆให้กับความน่ารักน่าเอ็นดูที่เขาเจอทุกวัน

 

“คือ...พรุ่งนี้สอบวิชาอาจารย์ทึกกี้เสร็จก็ปิดเทอมเลย...วันนี้ฉันขอตัวอุคกี้กับซองมินได้มั้ย...ขอไปกันสามคนนะ...”

ไม่ทันที่จะตกลงว่าไปไหนยังไงกัน ฮยอกแจก็เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยแน่ใจ ประโยคที่สื่อว่าไม่อยากให้สามหนุ่มร่างสูงไปด้วยกันในวันนี้ กลัวอยู่ไม่น้อยว่าจะทำให้คนรักมีปัญหาอะไรกันรึเปล่า

เรียวอุคที่ได้ยินก็หันไปมองหน้าเยซอง แล้วยักคิ้วยักไหล่ เหมือนไม่เห็นจะมีอะไรเลย แล้วเดินไปควงแขนฮยอกแจ

“ไม่เห็นต้องขอเลยนะฮยอก...เกรงใจทำไม ความจริงเราบอกไปเลยว่าจะทำอะไร ไปไหนไม่ต้องรอคำอนุญาตหรอก” เรียวอุคยิ้มหวานให้ฮยอกแจ และยาวเลยไปยังเยซองที่ยิ้มรับ และเข้าใจคนรักได้อย่างดีอยู่แล้ว

 

“คยู~~ แหะๆ พรุ่งนี้เจอกันนะ เอาเมล่อนปังที่อบวันนี้มาให้ด้วยนะ”

ไม่ต่างกับซองมิน เดินไปควงแขนฮยอกแจอีกข้างแล้วหันไปบอกคนรักแล้วยิ้มแห้งๆให้โดยไม่ลืมสิ่งที่คิดไว้แล้ว คยูฮยอนก็เช่นเดิมไม่พูดอะไร แค่พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม

“ผมไปส่ง...”

“ไม่เป็นไรหรอก...ฉันอยากเดินไปคุยไปน่ะ” ฮยอกแจตอบซีวอนเบาๆพร้อมส่ายหน้าและหันไปหาเพื่อนทั้งสองคน

“งั้น...ดูแลตัวเองดีๆนะ พรุ่งนี้เจอกันที่ห้องสอบนะครับ” ซีวอนบอกอย่างห่วงใยและกังวลกับแววตาเศร้าของฮยอกแจที่ซ่อนอยู่นั้นไม่ได้ อยากจะคุย อยากจะบอกเล่าเรื่องบางอย่างเหลือเกิน...แต่ใจก็บอกให้รอถึงวันพรุ่งนี้ วันที่สอบวันสุดท้าย

..

..

..

“บรึ๋ย~ หนาวจัง” ซองมินที่ตักไอศกรีมสตอร์เบอรี่เข้าปากคำโตสั่นด้วยความหนาวให้เห็นจนฮยอกแจและเรียวอุคขำออกมาพร้อมกัน

ในช่วงยามเย็น ย่านการค้าแบบนี้ร้านกาแฟบรรยากาศดีที่ทั้งสามคนเลิกใช้บริการก็มีคนนั่งเต็มแทบทุกโต๊ะ สายตาหลายคู่มองมายังโต๊ะติดกระจกกว้างที่มีคนน่ารักและสวยอยู่ด้วยกันมองแล้วเพลินตา

“ก็แล้วกินไอติม ทำไมจะไม่หนาวล่ะ ถึงมันจะเรียกว่าไอติมทอดก็เถอะ” เรียวอุคจับช้อนคนโกโก้ในแก้วตัวเองไปมา ถึงแม้ว่าช่วงนี้ความหนาวจะลดลงมาแล้ว หิมะก็ตกน้อยลง แต่มันก็ยังหนาวอยู่ดี กระต่ายตัวอวบก็อยากกินไอติมขึ้นมาอย่างที่ไม่คิดจะห้ามหรอก

“จิบชามั้ย ช่วยได้นะ” ฮยอกแจยื่นแก้วชาในมือให้ซองมินที่รับไปแบบไม่ต้องคิดอะไร

“ง่า...ไอติมละลายหมดเลย...กินแบบนี้แล้วเหมือนนมสตรอเบอรี่อุ่นเลยอ่ะ” นิ้วสั่นๆกลมชี้ไปที่ปากตัวเองบอกง่ายๆว่า ไอศกรีมสตรอเบอร์รี่ที่ผสมกับน้ำชาแล้วละลายรวมกันเป็รสชาติแบบไหน

“หึหึ แล้วจะกินไอติม หรือจะกินนมสตอร์เบอรี่ล่ะ”

“ง่ากินไปติมนี่แหละ อาหย่อย อิอิ...มีความสุขจัง ไม่ได้มาเที่ยวกันอย่างนี้นานแล้วเน้าะ” ซองมินยิ้มหวานเหมือนกับสีไอศกรีมในถ้วยให้เพื่อนรักทั้งสองคนที่ยิ้มตอบให้ไม่ต่างกัน

“อื้อ...ความจริงถ้าเป็นพรุ่งนี้อาจจะสนุกสุดกว่านี้เน้าะ วันนี้มันยังกังวลกับสอบวิชาสุดท้ายพรุ่งนี้อ่า” เรียวอุคบอกด้วยสีหน้าไม่สดใส

“นั่นสิ...พรุ่งนี้อาจจะมีความสุขกว่านี้....” ฮยอกแจบอกออกมาเบาๆอย่างที่เพื่อนทั้งสองคนฟังแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว

“ฮยอก...นายมีเรื่องกังวลที่ไม่ได้บอกเราใช่มั้ย...ฉันอยากจะถามมาซักพักแล้วล่ะ แต่อยากให้ฮยอกเล่าเองน่าจะดีกว่า...”

“อุคกี้ ฉันถามแล้วล่ะ...แต่ฮยอกบอกว่า...เอ้...วันนั้น อ้าาา ฮยอกไม่ได้บอกนี่นา พูดแค่เรื่องกระต่ายพันธ์เยอรมันแล้วก็ลืมไปเลย” กระต่ายจมูกดีที่เพิ่งจะนึกออกและเข้าใจว่าครั้งก่อนที่ตนเองถามฮยอกแจไม่ได้ตอบคำถามเลยซักนิดแถมยังเปลี่ยนเรื่องจนตนเองลืมไปซะสนิท

“หึหึ...รู้ตัวแล้วเหรอ” ฮยอกแจยิ้มน้อยๆให้เพื่อนที่ทำปากยื่นบอกว่างอนเรียบร้อยแล้ว

“แล้วว่ายังไงล่ะ ไม่เล่าจริงเหรอ..อย่าเปลี่ยนเรื่องนะคราวนี้ฉันไม่หลงกลแล้วจริงด้วย อุคกี้ช่วยฉันด้วยนะ” มือกลมวางช้อนไอติมแล้วหันไปจับมือเรียวอุคหาพวกเข้าทีมเต็มที่

 

“...บอกก็ได้...ฉันจะเล่าให้พวกนายฟังทั้งหมดเลย...”

รอยยิ้มที่เบาบางแทบจะมองไม่เห็นจากใบหน้าของเพื่อนสนิทไม่ได้ดูเศร้าเท่ากับแววตาที่มองทอดออกไปด้านนอกร้านของฮยอกแจ ซองมินเม้มปากแน่น อยากจะถามอะไรมากมายแต่ก็กลัว จึงได้แต่เงียบให้ฮยอกแจพูดต่อ

 

“คืนนี้ไปนอนค้างบ้านฉันนะ นอนด้วยกันทั้งสามคน แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง...”

..

..

..

เมื่อตะวันเริ่มจากทั้งสามคนก็ตกลงกันว่าจะกลับมาทานมื้อเย็นฝีมือแม่เยจินที่บ้าน

“แม่ฮะ คิดถึงจางเลย~~~

ลูกชายแท้ๆของเจ้าของบ้านไม่ทันจะเอ่ยทักผู้เป็นแม่ เสียงอ้อนเต็มสตรีมของเพื่อนสนิทตัวอวบก็ดังนำตัวไปก่อนเลย

“โอ้ ซองมินไม่มาหาแม่ตั้งนานเลย” ลีเยจินลุกขึ้นจากโต๊ะเขียนหนังสือมาหาคนที่กางแขนรอกอดมารดาของเพื่อนแล้ว

“สวัสดีฮะ คุณแม่”

“หวัดดีจ้าเรียวอุค เป็นไงบ้าง ไม่ค่อยได้เจอกันเลย” เรียวอุคยิ้มหวานให้พร้อมบอกสบายดี แม้ว่าเพิ่งจะรู้จักกับเพื่อนสนิทสองคนในตอนนี้ แต่เรียวอุคก็เคยมาเที่ยวเล่นบ้างทำรายงานที่บ้านฮยอกแจอยู่บ้างแล้ว

 

“วันนี้ซองมินกับอุคกี้มานอนค้างด้วยนะฮะแม่”

“งั้นเหรอจ้ะ ดีเลยเดี๋ยวมื้อนี้แม่จัดอาหารบำรุงร่างกายและสมองให้เต็มๆเลย” เยจินดึงแขนเสื้อขึ้น มองเพดานยามคิดเมนูที่จะทำไปด้วย และเดินหายไปทางห้องครัว โดยอีกสามคนก็เดินขึ้นไปด้านบนห้องของฮยอกแจเพื่อเก็บของล้างหน้าล้างตารอเวลาอาหาร

 

“นอนที่พื้นด้วยกันเน้าะ บนเตียงเล็กไป ไม่ได้นอนกอดกัน” ซองมินเป็นคนเสนอ เมื่อฮยอกแจเอาฟูกนอนมาปูที่พื้น และคงไม่ต้องคิดเลยว่าจะต้องมีกรณีโยนให้อีกคนนอนบนเตียงแน่นอน

“เอาอย่างนั้นก็ดีเหมือนกัน ไม่งั้นก็เหมือนไม่ได้มานอนค้างด้วยกันซิเน้าะ” เรียวอุคพยักหน้าเร็วๆบอกสมทบ

เมื่อจัดเตรียมที่นอนเสร็จเรียบร้อยทั้งสามคนก็ลงไปช่วยคุณแม่ที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา ผ่านไปไม่นานอาหารหน้าตาน่ากินก็วางเต็มโต๊ะ

ทั้งหมดทานไปคุยไปเรื่อยๆจนฮยอกแจเอ่ยบอกขึ้นมาเรียบๆ

“เอ่อ...แม่ฮะ...พรุ่งนี้สอบเสร็จแล้วฮยอกขอไปค้างที่คอนโด...แล้วก็จะไปอยู่บ้านคุณตาซักพักนะฮะ...”

“.....ได้สิจ้ะ...สบายใจแล้วค่อยกลับมานะ” คุณแม่พยักหน้าเข้าใจ

“งื้อไปด้วยดิ ไม่ชวนเลยเหรอ”

“ใช่ๆสวนของคุณตาที่ฮยอกเคยเล่าอ่ะสวยมากเลยนี่ อยากเห็นมั่งอ่ะ”

“ได้สิ...พวกนายค่อยตามไปก็แล้วกันนะ” ทั้งสองคนยิ้มรับคำบอกของเพื่อน แล้วก็กินอาหารมื้อที่แสนอบอุ่นทั้งบำรุงสมองของคุณแม่ไปจนหมด

ทั้งสามคนช่วยกันล้างจานทั้งที่คุณแม่อยากให้พักผ่อนกันเร็วๆเตรียมสอบ แต่นักศึกษาที่มั่นใจกับวิชาสอบพรุ่งนี้ก็บอกอย่างพร้อมเพรียงว่าทำได้แน่นอน ก็นะ คะแนนส่วนมากอยู่ในรายงานหฤโหดเล่มหนาเล่มนั้นไปแล้วนี่นา ไอ้ที่สอบปลายภาคนี่น่ะก็แค่เขียนกระบวนการการจัดทำรายงานในขั้นตอนต่างๆพร้อมชี้แจงรายละเอียดตามหัวข้อของกลุ่มตัวเองแค่นั้น หรือง่ายๆอาจารย์ทึกกี้แกจะได้รู้ว่าใครทำงานจริงๆบ้างใช่ม่ะเนี่ย

..

..

..

ดวงตากลมใสสามคู่ ยังคงเบิกโพลงในความมืดที่ไม่ได้มิด เพราะแสงสว่างจากดวงไฟด้านนอกและพระจันทร์ที่เหมือนกำลังจะเต็มดวงส่องสว่างเข้ามาจนเห็นเงาตู้ชั้นต่างๆได้ดี

 

“.....ฉัน...เป็นผู้ถูกเลือก...ที่ฮีชอลเป็นคนเลือก”

 

ในความมืดที่เงียบนั้นเสียงของฮยอกแจก็ดังขึ้นเบาๆ เพื่อนทั้งสองคนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันจากทั้งสองข้างกระพริบตาถี่ๆเพื่อเรียกสติตั้งใจฟังเพื่อนรักที่ดูลำบากใจกับเรื่องที่กำลังจะเอ่ย

 

“แต่...ซีวอน...เขาไม่ได้เลือกฉัน...ฮึ...มิรินเขาเป็นคนเลือก...”

 

น้ำเสียงที่เหมือนนิ่งสนิท...แต่กลับเจือเสียงขึ้นจมูก...เหมือนคนกำลังกลั้นน้ำตา...และสมเพชตัวเอง คำที่ทำให้เรียวอุคและซองมินเผลอกำมือแน่นอย่างไม่รู้ตัว ในใจเริ่มสั่นเหมือนกำลังจะได้รับรู้เรื่องที่ทำให้ทุกข์ใจ และพรากความสุขจากเพื่อนตนเองไป

“.......”

“เขารู้มาก่อนว่าพี่ฮีชอลจะเลือกฉัน...เขาก็เลยให้ซีวอน...อึก...มาบอกรักฉัน...”

 

ยิ่งเล่าออกมากี่คำ...ก็เหมือนบอกความจริงซ้ำให้ชัด...ก้อนหนืดที่กลืนยากเคลื่อนที่สวนทางกับพูดที่ยากกว่าให้ออกมาจากปาก

 

“...ฮึก...เพื่อหนังสือ...ทุกอย่างที่เขาทำเพื่อหนังสือเล่มนั้น...เขาไม่ได้....ไม่ได้รักฉันเลย...”

น้ำตาที่ก่อตัวไหลลงจากหางตาเพื่อซึมลงที่หมอนใบนุ่มและหยดต่อไปก็เช่นเดียวกัน

 

“ฮะฮยอก...ฮยอกแน่ใจเหรอ...” ซองมินถามเพื่อนที่ตนรักที่สุดด้วยความเจ็บปวดไม่ต่างกัน แต่บางเรื่องอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราเห็นหรือได้ยิน

ฮยอกแจหลับตาลงไล่หยดน้ำใสออกแล้วส่ายหน้าช้าๆ

“ฉันได้ยิน...ได้ยินมันด้วยตัวเอง...ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว” นัยน์ตาใสที่ปริ่มน้ำยังคงหลับสนิท ภาพในวันที่เขาได้ยินมัน เหตุการณ์มากมายที่ช่วยสร้างความสมเหตุสมผลให้กับความคิดนั้น...

“อึก อือๆ” ซองมินพยักหน้าระรัว เรื่องที่ไม่ต้องเล่าละเอียดก็เข้าใจได้  แค่บอกว่าเขาไม่ได้รักก็เจ็บปวดมากพอแล้ว

มืออวบยกขึ้นโอบกอดเพื่อนด้วยแรงที่มีเพื่อแบ่งความอบอุ่นและความรักให้ และแบ่งความเจ็บปวดนั้นมา...ไม่ต่างกับเรียวอุคที่เม้มริมฝีปากบางแน่นกลั้นเสียงร้องไห้ของตนเองไว้ เอื้อมมือกอดจากอีกข้างหนึ่ง

“ฉะฉันทำอะไรไม่ได้...ฮึก นอกจากปล่อยให้มันเป็นไป...ฉันลองพยายามทำให้เขารักฉัน...ฮึ...แต่ก็เหมือนว่ายืนอยู่กับที่ เป็นคนที่เขาไม่ได้เลือกตั้งแต่แรกนี่นา...” เสียงเล่าที่เว้นขาดห้วงเพราะจังหวะกายใจที่ผิดไปจากน้ำตากลั่นตัวลงมาประแก้ม

 

“ฉันไม่อยากให้พี่ฮีชอลผิดหวัง...ไม่อยากให้หนังสือในตำนานต้องหมองไปเพราะฉัน...ฉันไม่อยาก ฮึก...ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นอย่างนี้เลย...ฮึก...”

และในที่สุดฮยอกแจก็รั้งน้ำตาและความเสียใจไว้ไม่อยู่คู้ตัวร้องไห้ กำผืนผ้าห่มที่ห่มยังไงก็ไม่เท่าอ้อมกอดจากเพื่อนรักทั้งสองที่คอยโอบกอดแม้ว่าจะเสียน้ำตาไม่ต่างกันก็ตาม...

45%

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

 
 
 

เช้าวันต่อมากับเพื่อนรักสามคนที่ดวงตาคู่สวยบวมจากการร้องไห้มาเหมือนกันอย่างพร้อมเพรียง พอคนรักเห็นและถามก็บอกตรงกันว่า ดูหนังเศร้า...

คยูฮยอนมีสีหน้าไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ ก็ซองมินเล่นปากบอกแต่ตาไม่สบนี่ เหมือนจะโกหกพิกล แต่เพราะดวงตาที่สดใสคู่นั้นดูเศร้าลง เขาก็ไม่คิดจะคาดคั้นอะไรตอนนี้ กระต่ายจมูกดีของเขาไม่สบายใจอะไรเดี๋ยวก็เล่าออกมาเอง

ซีวอนมีสีหน้าประหลาดใจที่เรียวอุคกับซองมินดูเศร้าๆ แต่ฮยอกแจกลับเหมือนเดิม...หรือเพราะใบหน้าหวานกับแววตาคู่นั้นดูโศกเศร้าอยู่แล้ว....

 

“ฮยอกแจครับ...ตาบวมแบบนี้เดี๋ยวสอบเสร็จแล้วกลับไปผมเอาผ้าประคบให้นะ” มือหนายกขึ้นแนบที่แก้มใส ปลายนิ้วลูบเบาๆที่หางตา ฮยอกแจแย้มยิ้มบางๆรับ ซีวอนก็ยิ้มตอบโดยไม่ได้เห็นว่าทั้งซองมินและเรียวอุคกำลังส่งสายตามองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เจ็บปวดแทนเพื่อนรัก

“ฮะฮยอก มียางลบมั้ยอ่ะฉันลืมเอามาอ่ะ” ซองมินเลือกที่จะหยุดเหตุการณ์หรือความรู้สึกนั้นลงด้วยการเดินไปค้นๆในกระเป๋าดินสอของเพื่อน โดยมีซีวอนก้าวถอยออกจากวง

“มีสิ ฉันมีสองแท่ง” ฮยอกแจหยิบส่งให้ แต่มือกลมๆของซองมินก็ยังแกวกอยู่ในกระเป๋าใบเดิม

“อ่า...แท่งใหม่นี่ ไม่เอาอ่ะ จะเอาแท่งเก่า แท่งใหม่ฮยอกใช้เถอะ อ้ะนี่ไงเจอแระ” ซองมินฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับหนีบยางลบก้อนเริ่มกลมออกมาด้วยการชูให้เห็นประหนึ่งภูมิใจเสียมากมาย

“.....” ฮยอกแจยิ้มให้ซองมินด้วยรอยยิ้มบางๆอย่างที่รู้ว่าซองมินต้องการจะช่วยเขา

“ขอบคุณนะ ซองมิน”

“อะอะไรอ่า...ฉันซิต้องขอบคุณฮยอก...ก็ฮยอกให้ฉันยืมยางลบนี่นา” ซองมินยื่นปากแหลม ก้มหน้าลงอย่างเศร้าๆ แต่สิ่งที่พูดออกไปก็สื่อเข้าใจถึงกัน...

 

เวลาสองชั่วโมงกว่าผ่านไป นักศึกษาก็ทยอยออกจากห้องสอบจนเกือบจะหมดห้องแล้ว วิชาสุดท้ายจึงไม่แปลกเลยที่ทุกคนต่างมีสีหน้าผ่อนคลายและโล่งใจ

หลายคนจับกลุ่มคุยกันคึกคัก ทั้งเรื่องวิชาที่เพิ่งสอบเสร็จไป หรือจะเป็นโปรแกรมปิดเทอมกัน เช่นเดียวกับเยซอง ซีวอนและคยูฮยอน

 

ฮยอกแจมองซีวอนที่ยืนคุยกับเยซองไม่หายไปไหนหลังสอบอย่างไม่เข้าใจในบางอย่าง...ซีวอนมีสีหน้าดีขึ้น เป็นเพราะมิรินไม่เจ็บแล้วรึเปล่า...หรือเพราะอะไร...หวังซักนิดให้ความสดใสนั้นเกิดขึ้นเพราะได้เจอกับเขา...

“ฮยอก...ขอเบอร์พี่โฮๆซักอย่างอ่า ไว้หน่อยซิ” ซองมินยื่นโทรศัพท์ให้ฮยอกแจแล้วเอ่ยบอกเบาๆ

“พี่ซึงโฮ...” มือบางรับโทรศัพท์จากเพื่อนไปโดยมีเรียวอุคยืนมองสามหนุ่มคุยกันเป็นต้นทางกลายๆ

“อ่า นั่นแหละ...จำได้แค่ เหมือนเสียงร้องไห้ สงสัยต้องจำใหม่เป็น พี่แกทำ >ซึ้ง< จนต้องร้องไห้>โฮ< คึคึ” ซองมินคิดเองก็แอบขำเอง แต่ถ้าช่วยให้จำได้ก็ยอมแหละเน้าะ

“ซึงโฮเถอะ ไม่ใช่ ซึ้งโฮ” เรียวอุคแย้งขำๆ

“นั่นแหละๆ...ฮยอกบอกเบอร์ฉันให้พี่เขาด้วยนะ...อ่า อย่าบอกคยูล่ะ...เดี๋ยวโดนงอน บอกเบอร์ ผู้ชายอื่นอย่างนี้” ซองมินแอบเหลือบตามองคนรักร่างสูงที่มองมาจากจุดที่นั่งอยู่เหมือนกัน

“ฉันจะเก็บเอาไว้แบลคเมลล์นาย อิอิ” เรียวอุคยิ้มขำเช่นเดียวกับฮยอกแจที่หลุดยิ้มออกมาเพราะสีหน้าซองมินที่ซีดในทันที

“งื้อ อย่าน้า นายไม่รู้หรอกคยู ง้อ ยากอ่า...แถมยัง....” แก้มนวลที่แดงขึ้นระเรื่อยามเมื่อนึกถึงเรื่องตอนโดนโกรธครั้งก่อน ก็พูดอะไรไม่ออก คยูฮยอนที่มองคนรักอยู่ตลอดเมื่อเห็นว่าแก้มนั้นแดงขึ้นจนอยากรู้สาเหตุ

“ซองมิน....”

“ง่า....” ใบหน้าหวานที่ยังแดงไม่จางสีเหลือบมองคนรักที่มีสายตาสงสัยปนเคืองๆยังไงไม่รู้

“มีอะไรกันงั้นเหรอ...” เสียงทุ่มถามนิ่งๆอย่างสงสัยแค่เรื่องแก้มแดงๆพวงนั้น ไม่ได้คิดเคืองอะไรอย่างที่คนตัวอวบคิด

“ฉะฉันเปล่านะ เปล่าๆ” ซองมินบอกเสียงกุกกักพิรุธสุดๆแถมด้วยสายตาที่บอกความเขินอายนั้นอีก

“ไม่เล่างั้นเหรอ...”

 

ไม่ต้องพูดอะไรต่อ คยูฮยอนก็ได้กระต่ายตัวอวบเดินเกาะแขนง้อระหว่างทางเดินไปที่รถอย่างงายดาย

 

“ฮยอก...โทรมานะ...ฉันจะรับโทรศัพท์นายตลอดเวลาเลย...พร้อมให้พวกเราไปหาเมื่อไหร่บอกเลยนะ ฉันจะเก็บกระเป๋ารอ นะ” เรียวอุคกุมมือเพื่อแน่นส่งกำลังใจและความห่วงใยไปให้จนฮยอกแจแย้มยิ้มตอบ

“ขอบคุณนะอุคกี้...แล้วฉันจะโทรมานะ : )

และจังหวะเดียวกับที่ฮยอกแจเอ่ยจบซีวอนและเยซองก็เดินเข้ามาคุยกันอีกเล็กน้อยต่างคู่ก็แยกกันกลับ

..

..

“เดี๋ยวกลับไปเอาของที่บ้านก่อนใช่มั้ยครับ ฮยอก”

ซีวอนเอ่ยถามขณะที่เลี้ยวรถไปยังทิศทางของบ้านหลังสีขาวที่มีคุณแม่นักเขียนอาศัยอยู่ ฮยอกแจพยักหน้ารับ สูดหายใจเข้าอีกครั้ง เรียกสติก่อนจะถึงบ้านไม่ให้ตัวเองเผลอปล่อยให้น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตา

 

เยจินกอดลูกชายร่างเล็กของตนเองแน่น และบอกเบาๆว่าจะไปหาทันทีที่ว่าง... เยจินไม่เอ่ยสิ่งใดกับคนรักของลูกชายที่ยืนอยู่ไม่ห่าง เพราะรู้ดีว่าคงไม่นานถ้าผู้ชายคนนี้รักลูกของเธอจริง เขาจะต้องมาพบเธอแน่นอน

กระเป๋าเดินทางใบย่อมถูกวางไว้ในส่วนหลังของรถคันสีดำสนิทของซีวอน ที่เจ้าของดูอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด...

...แค่เขาคิดว่าจะได้อยู่กับฮยอกแจตลอดช่วงปิดเทอม ได้เห็นหน้ากันทุกวัน...ได้นอนกอด ได้กินข้าวกันตลอดอย่างนี้ ก็มีความสุขจนอดไม่ได้ที่จะแย้มยิ้มออกมา

โดยไม่รู้เลยว่า คืนนี้อาจจะเป็นคืนเดียวที่จะได้นอนกอดร่างบางคนนี้ก็ได้...

..

..

..

ซีวอนพาฮยอกแจไปกินข้าวร้านที่เขาเคยไปกัน เดทกันครั้งแรกในวันนั้น วันนี้รสชาติก็ยังดีเหมือนเดิม และยิ่งเพราะคนตัวขาวหน้าหวานคนนี้ที่เขารักและคิดถึงมากขึ้นทุกวัน

ทางเดินในสวนสาธารณะกว้างยามค่ำมีคนเดินไปมาทั้งเป็นคู่และเป็นกลุ่ม บ้างก็กำลังวิ่งออกกำลังบนทางที่แสงจากดวงไปและดวงจันทร์คอยส่องสว่างให้ดูน่าเดินตลอดทางแม้จะเป็นกลางคืน

ฟึ่บ

“หืม?”

ฮยอกแจที่ซีวอนบอกให้เดินนำมาก่อน มองเห็นช่อดอกไม้สีขาวสะอาดหลากหลายชนิดในช่อเดียวกันกระดาษที่รองอยู่ก็เช่นเดียวกัน มีเพียงสีเขียวของใบไม้แซมอยู่ระหว่างกลีบดอกสีสว่างเหล่านั้นอยู่ตรงหน้า

“นี่ครับ...ผมว่าช่อนี้เหมาะกับฮยอกมากกว่าช่อแรกที่ผมเคยให้” ภาพของช่อกุหลาบที่ดูไม่เข้ากับคนรับเช่นฮยอกแจ แต่ก็เป็นดอกไม้ช่อแรกที่เขาได้รับปรากฏให้เห็นอีกครั้ง

ใจดวงน้อยเต้นระรัวจนอย่างจะให้มันหยุดเต้น เมื่อยิ่งเต้นแรงเพราะผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน แต่สมองก็คอยบอกเตือนอยู่เสมอว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น...

“ขอบคุณนะ” แต่อย่างน้อยก็เขาขอรับความสุขเล็กๆน้อยๆนี้ต่อไป

“ช่อนี้มีแต่ดอกไม้สีขาว...เหมือนคุณฮยอกแจ...สีขาวบริสุทธิ์ เหมือนจิตใจของคุณ” วงแขนหน้าวาดออกรวบเอาคนร่างบางที่ซุกหน้าลงกับช่อดอกไม้เข้ามาแน่นอย่างที่ไม่สนใจคนที่ผ่านไปมา

“...อึก...อือ....กลับไปที่ห้อง...ฉันก็มีอะไรจะให้ซีวอนเหมือนกัน”

“หืม? จริงเหรอครับ...งั้นวนรอบนึงกลับกันเลยดีกว่า ผมอยากเห็นแล้วล่ะว่าฮยอกจะให้อะไรผม” ซีวอนบอกอย่างอารมณ์ดีด้วยรอยยิ้มกว้าง

“หึหึ ได้สิ” ฮยอกแจยิ้มรับ ก้มมองช่อดอกไม้หอมกรุ่นที่คอยสิ่งกลิ่นเรียกความสนใจด้วยหัวใจที่ชุ่มชื่นขึ้นและเต้นแรงขึ้น

RRrrrr

ในจังหวะที่ทั้งสองคนกำลังเดินไปเรื่อยๆ เสียงโทรศัพท์ฮยอกแจก็ดังขึ้น มือเล็กล้วงจากกระเป๋าขึ้นมาดูก็ปรากฏเบอร์โทรของพี่ชายแสนอบอุ่นคนเดิม

“ฮะ พี่ซึงโฮ....อ่อฮะได้ฮะ...ฮยอกจะโทรบอกนะ...พี่ก็ต้องรับโทรศัพท์ฮยอกนะ..ฮะสวัสดีฮะ”

คุยเพียงไม่นานก็วางสายไปโดยที่ฮยอกแจไม่ได้ผละออกไปคุยที่ไหนและซีวอนก็ไม่ได้ก้าวหนีออกไปยืนตรงอื่น ทุกคำพูดจากฮยอกแจจึงลอยเข้าโสตประสาทของซีวอนทุกคำ

“พี่เขาโทรมาถามเรื่องอะไรงั้นเหรอครับ...” ปลายประยคดูอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อฟังดูแล้วเหมือนกำลังเข้าไปสอดเรื่องของฮยอกแจและผู้ชายคนนั้น แต่จะไม่ถามก็ไม่ได้

“คือ...พี่ซึงโฮโทรมาถามว่าฉันจะไปที่นู้นเมื่อไหร่น่ะ” ฮยอกแจเลือกที่จะตอบออกไปตามตรง แค่ไม่ได้บอกว่ามันคือพรุ่งนี้ แค่นั้น...

“ที่นู้นนี่คือ บ้านคุณตาของฮยอกใช่มั้ย...คราวก่อนผมก็ไมได้พาไป...คราวนี้ให้ผมพาไปนะ” ซีวอนยิ้มกว้างดีใจแต่ดีใจเรื่องที่เขาจะได้เป็นคนพาฮยอกแจไป ไม่ใช่ผู้ชายคนอื่นที่โทรหาคนรักของเขาแทบทุกวัน

“...แล้วซีวอนรู้เหรอว่าไปยังไง อยู่ที่ไหน”

“ก็มีฮยอกแจนั่งอยู่ข้าๆงคอยบอกทางผม รับรองว่าเราไปถึงโดยสวัสดิภาพแน่นอนครับ” ใบหน้าคมยังคงยกยิ้มกว้างด้วยความดีใจอยู่เช่นเดิม

“แล้วบ้านของคุณตาเป็นแบบไหนล่ะ”

“บ้านคุณตามีทุ่งสีเหลืองอร่ามสุดสายตา ส่วนด้านข้างก็เป็นไร่องุ่นของพี่ซึงโฮ ถ้าเป็นช่วงผลิใบใหม่จะเป็นสีเขียวอ่อน เข้ากับสีเหลืองมาก สวยมากๆเลยล่ะ...แล้วก็เป็นที่ที่มีแต่ความอบอุ่นใจด้วย...” เสียงหวานที่เอ่ยเบาลงด้วยความเศร้าใจทั้งคิดถึงความอบอุ่นของคุณตา...และความอบอุ่นจากพี่ชายแสนใจดี

..

..

..

..

ระเบียงห้องชั้น18ที่กว้างเกือบเท่าขนาดห้องนอนยื่นออกรับแสงจันทร์ที่เต็มดวงและสว่างจนสาดผ่านม่านโปร่งเข้าไปทาบบนเตียงกว้างสีเข้ม

ร่างบางของผู้ครอบครองหนังสือคนปัจจุบันยืนเกาะรั้วระเบียงเหม่อมอง และเก็บความรู้สึก จดจำภาพในมุมที่อาจจะไม่ได้มายืนมองที่จุดนี้เช่นนี้ได้อีก

มือเรียวกระชับขอบเสื้อนอนตัวนุ่มให้แน่นขึ้นเมื่อความหนาวโรยตัวอีกครั้ง แต่ก็ต้องคลายแรงนั้นลงเมื่ออ้อมกอดที่อบอุ่นยิ่งกว่าเข้ามาโอบรัด

“ออกมายืนข้างนอกให้หนาวทำไมครับ หือ?” ใบหน้าคมวางลงบนไหล่เล็กและแนบสนิทไปกับแก้มนุ่มหอม ที่พิสูจน์ด้วยปลายจมูกโด่งกดลงสูด

“แสงจันทร์สวยดีน่ะ...มองเห็นอะไรชัดขึ้นกว่าวันอื่นเยอะเลย”

“อืม...จริงด้วย...แสงจันทร์สวย...เลยยิ่งทำให้คุณดูสวยขึ้นเหมือนกัน...” อ้อมกอดอุ่นคลายออกแล้วหมุนเอาร่างคนรักให้กลับมาสบตา

ฮยอกแจยิ้มหวานรับแล้วผละออกไปหยิบถุงกระดาษที่วางอยู่ที่มุมห้อง ถุงกระดาษที่มีความสำคัญกับฮยอกแจ...ความรู้สึกมากมายอยู่ในถุงใบนี้ ทั้งความเจ็บปวดที่ผ่านมาด้วยกัน ความห่วงหาอาวรณ์ที่อยู่ในเส้นไหมผ้าพันคอทุกเส้น

 

“นี่...ของขวัญสำหรับคนปากหวาน...” ซีวอนที่ยืนนิ่งปลอยให้คนรักที่ยิ้มบางๆอยู่ตลอดเวลาหยิบของในถุงกระดาษออกมา เส้นไหมที่สานกันเป็นผืนผ้านุ่มสีครามเข้มพันห่อที่คอหนาส่งผ่านความอบอุ่นให้คนตัวสูงยกยิ้มรับของขวัญชิ้นนี้

“ผ้าพันคอ...คุณ...” มือหนายกปลายข้างหนึ่งขึ้นมาดูและเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ

“ฉัน...ถักเอง...อาจจะไม่สวยนะ...แอบมีรูตรงนี้ด้วย หึหึ” ปลายนิ้วเล็กชี้ไปยังจุดๆนึงแถวขอบของผ้าพันคอ ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นช่วงที่เพิ่งเริ่มหัดใหม่ๆ

“........” เสียงหัวเราะของฮยอกแจเงียบไป เสียงทุ้มของคนที่อยู่ตรงหน้ากลับยังเงียบจนหัวใจดวงเล็กสั่นไหว...ไม่กล้าพอที่จะเงยหน้าขึ้น กลัวจะเห็นสายตาที่บ่งบอกความรู้สึก...

...เขาไม่พอใจรึเปล่า...เขารังเกียจที่จะรับอย่างนั้นเหรอ...

 

“ชะช้าไปหน่อยนะ...จะเข้าฤดูใบไม้ผลิอยู่แล้ว...กะเก็บไว้ก่อน กะก็ได้...ไม่ต้องใช้หรอก” เสียงใสสั่นจนไม่รู้ว่าคนฟังจับอาการได้มั้ย นัยน์ตาใสพยายามไม่เงยขึ้นมอง ซ่อนความรู้สึกที่สื่อออกมา มือเล็กยกขึ้นหมายจะคลายผ้าพันคอออก

หมับ!

“ผมรักคุณ...ฮยอกแจ”

!!!

ร่างหนาที่โถมเข้ากอดรัดร่างเล็กแน่น แน่นจนคิดว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นจริงรึเปล่า...ขอคิดเข้าข้างตัวเองว่า เขาได้ยิน...และได้ยินไม่ผิด

ริมฝีปากบางเม้มแน่น เมื่อซีวอนกอดเขาแน่นขึ้น ใบหน้าคมที่แนบอยู่จูบซับที่ขมับบางและไปยังมุมหางตาที่ปริ่มน้ำใส ตัวบางของคนที่เขารักสั่นน้อยๆ ซีวอนรู้ เขารู้ว่าฮยอกแจสัมผัสได้กับความสัมพันธ์ที่มันมีอีกคนมาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าเป็นใครก็ต้องนึกน้อยใจ หรือโกรธ

เขาอยากจะทำให้ฮยอกแจมั่นใจในตัวเขาบ้าง...เขาคิดแล้ว...ว่าเรื่องนี้เขาจะต้องเป็นคนทำให้มันสิ้นสุดลง...เขาเลือกแล้ว...เขาเลือกฮยอกแจแล้ว...

 

“ฮยอกครับ...พรุ่งนี้ผมมีเรื่องจะบอกนะ”

ซีวอนบอกกับคนใน้อมกอดที่ซุกหน้ากับอกเขาและกำเสื้อด้านหลังแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปอย่างนั้นแหละ

“อึก...บอกวันนี้เลยได้มั้ย...บอกตอนนี้เลย” เสียงหวานที่สั่นไหวบอกอย่างเอาแต่ใจ ไม่เหมือนกับฮยอกแจคนเดิม

“ไม่ได้หรอกครับ...ต้องเป็นพรุ่งนี้...เรื่องนี้...มิรินต้องอยู่ด้วยน่ะ” ซีวอนเว้นจังหวะไปนิดก่อนเอ่ยชื่อหญิงสาวคนกลางของเรื่องนี้

“......” มือเรียวยิ่งกำเสื้อในมือแน่น...ริมฝีปากบางก็เช่นเดียวกัน

สมองและหัวใจตอนนี้ไม่รู้ว่าสิ่งไหนทำงานหนักมากกว่ากัน

สมองสั่งว่าให้ทำตามอย่างที่ตั้งใจไว้...พรุ่งนี้เขาจะไปจากที่นี่...

แต่หัวใจกลับสั่งให้ฟังคำที่คนรักอยากจะบอก...ในวันพรุ่งนี้...

 

             “ขอบคุณนะครับ...สำหรับผ้าพันคอ...ผมชอบมากๆ”



ตัด ฉับ ฉับ ฉับ

ตามไปที่เดิมค่า


 




 

“ผม...รักคุณจริงๆนะ ฮยอกแจ...”

ฮยอกแจยิ้มให้บางๆแล้วยกแขนขึ้นคล้องคอหนา กอดแน่นไม่ผละออก ไม่ให้เห็นว่าในแววตาคู่นี้

...มันบอกว่ารักเขามากเพียงไหน

....มันกำลังบอกว่า ฉันร้องไห้ได้มั้ย....

 

TBC.

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._


 
มาแล้วค่าาาาาาาาา แหะ ยังมีคนอยู่แถวนี้มั้ย = =" เหมือนจะไม่มีใคร 

รีดเดอร์ทั้งหลายคงทนไรเตอร์โคตรดองไม่ไหว ไปอ่านเรื่องอื่นกันหมดแล้ว

5555*เอาล่ะค่ะ ตอนนี้เศร้ารึเปล่าอ่า อยากให้อ่านแล้วแบบว่า


ตอนต่อไป!! ค่ำคืนอาบแสงจันทร์นี้ยังยาวนานนะคะ รอดูกันว่า ฮยอกจะตัดสินยังไงกับวันพรุ่งนี้ 


ปอลู ตัวไม่โต... กิ้บไปทำค่ายที่ รร.อ่า...เริ่มวันพฤหัสนี้เสร็จวันที่สามสิมโน้น...

...นี่แวะมาอัพให้ก่อน TT ไม่อยากทำเลย นานไป ปิดเทอมแท้ๆจะได้พักได้ปั่นสักหน่อย

แต่ต้องสู้ๆ ภาวนาให้มันผ่านไปได้ด้วยดีด้วยนะคะ T_________T


ยังไงก็ทนรอกันหน่อยน้า อยากให้อยู่กันไปจนจบ TT





ขอบคุณที่ยังเข้ามาอ่าน โหวตและคอมเม้นต์น้าาาา

อยากให้เม้นต์บอกกิ้บหน่อยว่ายังมีคนอ่านอยู่ วังเวงมากเลย TT

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,942 ความคิดเห็น

  1. #1931 HyukJewel (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 22:20
    กี่พรุ่งนี้แล้วอิพี่วอน
    ต้องรอให้ฮยอกหายไปก่อนมั้ง
    #1,931
    0
  2. #1789 Blue Bread (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 22:19
    รออะไรค่ะคุณวอน รอฮยอกหนีไปเลยมั้ยค่ะ-*-
    #1,789
    0
  3. #1788 ae snoopy (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 16:51


    อิวอนช้าจริงเลยแกเดี๋ยวฮยอกก็หนีไปหรอก
    #1,788
    0
  4. #1786 โบว์ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 มีนาคม 2557 / 23:17
    เบื่อจริงๆ มัวแต่รอเดียวฮยอกก็หนีไปหรอก
    #1,786
    0
  5. #1784 KNMZ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 23:34
    เบื่อคุณชายเชวขั้นสุด อยากให้ฮยอกมั่นใจในความรักที่ตัวเองมีให้ แต่ชีวอนเองไม่เคยให้ความเชื่อมั่นอะไรกับฮยอกแจเลย

    เห็นแก่ตัวอ่ะ จะลังเล ยักท่า รอนู่นรอนี่ทำไม ฮยอกมันก็ขอร้อง ให้โอกาสพูดแล้ว ยังท่ามาก

    ภาวนาให้แกเจ็บจนกระอัก ไม่มีใครช่วยบอกที่อยู่ฮยอกแจทั้งคุณแม่ หนูมินหนูอุค

    รอสมน้ำหน้า เชวซีวอนคนดีของมิริน หุหุ



    #1,784
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #1780 kun-num (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 16:29
    อยากกอดปลอบใจฮยอก วอนชักช้าจริงไม่รีบพูด
    #1,780
    0
  8. #1779 walita_toei (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 15:19
    สงสารฮยอกอ่ะ ส่วนวอนนี่เหลือความสงสารไว้ให้สักหนึ่งส่วนล้าน
    #1,779
    0
  9. #1778 ben-na (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 00:50
    ไรต์ ดูหนังช่อง 7 เยอะไปใช่ป่าว แบบว่าพระเอก เรียนนอก แต่ฉลาดไม่เท่าเรียนที่ไทย เพราะมารยาหญิงมีร้อยเล่มเกวียนนะเออ

    สรุปจบแบบชัดเจน คือ พ่อขราโง่!! #ขอโทษทันมั้ย ><

    อินจัด รออออออออ
    #1,778
    0
  10. #1777 ฮยอกแจของพี่ทงเฮ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 00:33
    จะรอให้ถึงพุ่งนี้ทำไมอีวอน
    โง่จิง 

    เบื่อ พระเอกโง่ 
    ฮึ่ยยยยยยยยยยยยย
    #1,777
    0
  11. #1776 รัก ฮยอกเเจ & ซุปเปอร์จูเนียร์ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 มีนาคม 2557 / 23:23
    หวานกันก่อนจะเศร้าหรือเปล่าคะเนี่ย

    อย่าเศร้ามากนะค่ะ สงสารฮยอกอ่าา



    เป็นกำลังใจให้นะค่ะ

    มาอัพบ่อยๆนร้า
    #1,776
    0
  12. #1775 ae snoopy (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 11:16


    ยิ่งอ่านยิ่งสงสารฮยอกอะไร้เตอร์
    #1,775
    0
  13. #1774 run ji (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 5 มีนาคม 2557 / 07:13
    เกลียดพระเอก..อยากให้จบแบบที่พระเอกเจ็บปวดกับอิดวกมีริน...สงสารฮยอก
    #1,774
    0
  14. #1772 โบว์ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:01
    เศร้าๆ วอนรีบมาบอกความจริงกับฮยอกสิ ไม่งั้นก็ให้ฮยอกมีคนอื่นไปเลย



    มาต่อเร็วๆน้า
    #1,772
    0
  15. #1771 Twins_LuvSuJu (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:51
    เศร้าอ่าา ทำไมวอนไม่บอกฮยอกซะที พรุ่งนี้มันจะไม่สายเกินไปเหรอ ? มาต่อไวไวน้า~
    #1,771
    0
  16. #1770 davildeath (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:10
    เกลียดมิรินนนน
    ง้ากกกกกกกกกกกก
    #1,770
    0
  17. #1769 SaRonKun (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:34
    อยากจะจับฮยอกแจ มิริน ซีวอน ยัดเข้าห้องสักห้อง แล้วขังเอาไว้จนกว่าจะรู้ความจริงมากเลย -_____-^
    #1,769
    0
  18. #1768 โบว์ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:16
    เกลียดยัยมิรินสุดเลย

    ยังไงก็มาอัพเร็วๆนะค่ะ
    #1,768
    0
  19. #1765 walita_toei (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:51
    มิรินด้าชั่ว
    #1,765
    0
  20. #1764 ฮยอกแจของพี่ทงเฮ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 20:15
    สงสารฮยอกง่าาาาาาาาา
    #1,764
    0
  21. #1763 รัก ฮยอกเเจ & ซุปเปอร์จูเนียร์ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 15:58
    สงสารฮยอกสุด เล่าออกมาเเหละดีเเล้วนะ

    ปูเสื่อรอ NC 555



    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ค่ะ

    มาอัพเร็วๆนะค่ะ
    #1,763
    0
  22. #1762 Toonbun (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:53
    ฮยอกน่าสงสาร เล่าออกมาบ้างนะดีแล้ว

    เผื่อมินกับอุคจะได้ช่วยจัดการซีวอนให้

    เมื่อไหร่จะบอกความจริงฮยอกสักที ยิ่งช้าก็ยิ่งเจ็บนะ
    #1,762
    0
  23. #1761 mee (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 03:00
    ฮยอกเล่ามาแล้ว

    จะร้องไห้ตามฮยอกแล้วไรเตอร์TT
    #1,761
    0
  24. #1760 SoSo (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 02:03
    T^T สงสารฮยอกแจมากก อยากรู้จริงๆว่าซีวอนจะมีทางออกที่ดีๆ กับเรื่องนี้หรือเปล่า ถ้าไม่ละก็... -*-
    #1,760
    0
  25. #1759 interpiter (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2557 / 01:17
    น้องมินน่ารักมากกก เรื่องนี้
    ส่วนฮยอกนี่เศร้าตลอดเลย น่าสงสาร
    #1,759
    0