Flip Love พลิกรักกับดักหัวใจ Wonhyuk Kyumin Kihae

ตอนที่ 40 : *Flip Love*: Chapter 35 เพื่อนที่น่ารัก (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,033
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    17 ต.ค. 56



Chapter 35 เพื่อนที่น่ารัก ^^




ฮยอกแจไม่จำไม่ได้เลยว่าตัวเองกลับถึงคอนโดได้ยังไง รู้เพียงแค่ว่า น้ำตาที่ไหลอยู่ตลอด...มันหาวิธีที่จะหยุดมันไม่ได้เลยจริงๆ...

คืนเงียบๆในคอนโดของซีวอนมีเพียงเสียงร้องไห้เงียบๆฮยอกแจบอกตัวเองว่า อยากจะร้องไห้ให้เต็มที่ รู้แค่ว่าอยากจะปล่อยให้น้ำตามันออกมา ใบหน้าหวานซบลงไปบนที่นอนนิ่ม อยากจะให้ความอบอุ่นของเตียงหลังนี้ช่วยปลอบโยนร่างกายและหัวใจที่มันหนาวเหน็บอย่างนี้ให้อุ่นขึ้น

ฮยอกแจร้องไห้จนเผลอหลับไปและตื่นขึ้นมาในตอนสายของวัน ดวงตาหวานที่เป่งบวมจนแสบกวาดมองไปรอบๆห้อง...แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อคืน ร่างบางนั่งเหม่อจนมีเสียงเตือนข้อความช่วยเรียกให้ต้องหยิบดู

 

((...ผมคงต้องอยู่ดูแลมิรินซักพัก คงไม่ได้กลับห้อง...ฮยอกอยู่คนเดียวได้มั้ยครับ...))

 

ฮยอกแจลดมือที่ถือโทรศัพท์ลง น้ำตาที่เหมือนว่าจะไม่มีให้ไหลกลับเริ่มไหลอีกครั้ง มือเล็กอีกข้างยกขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วหายใจเข้าลึกๆอย่างให้กำลังใจตัวเอง

“อึก...ลีฮยอกแจ...ไม่ร้องๆ...ต้องทำให้ได้สิ...อีกไม่นานเรื่องนี้ก็จบลงแล้ว...”

เสียงหวานเจือแหบบอกตัวเองอย่างหมายมั่น ร่างเล็กลุกขึ้นไปเก็บของใช้และเสื้อผ้า ที่ไม่รู้ว่าตัวเองขนมาไว้ที่นี่เยอะขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ เวลาผ่านไปไม่นานกระเป๋าใบย่อมหลายใบก็ตั้งวางไว้หน้าห้อง

ถุงกระดาษใบเดิมที่เคยอยู่เป็นเพื่อนเขาในวันที่เฝ้าคอยซีวอนอย่างโดดเดี่ยว ผ้าพันคอผืนนิ่มสีครามเข้มยังคงวางนิ่งอยู่ในนั้น ฮยอกแจจ้องมองผ้าผืนที่ตนเองถักทอมันขึ้นมาทุกเส้นไหมที่เกี่ยวพันกัน มือเล็กรวบเส้นเชือกเข้าหากันแล้วนำไปวางไว้ที่พื้นข้างเตียง

ดวงตาหวานที่ยังมีรอยช้ำกวาดมองไปทั่วห้องคอนโดที่เขาเข้ามาอยู่เป็นช่วงเวลาเกือบสองเดือนนี้ ช่วงเวลาที่เป็นความสุขที่สุด...และเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุดเช่นกัน

“...ขอฝาก หนังสือในตำนาน ไว้ที่นี่ก่อนนะฮะ...” น้ำเสียงแสนเศร้าบอกออกมาอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากสีสวยเม้มแน่นก่อนจะหันมารวบเอาข้าวของที่ตั้งเตรียมไว้ขึ้นมาแล้วก้าวออกจากห้องแห่งนี้ไป

..

..

หมั่บ

“อ้ะ! ....แม่ตกใจหมดเลย”

เสียงร้องตกใจของลีเยจินดังขึ้นทันทีพร้อมกับแรงโอบรัดจากด้านหลัง ฮยอกแจยิ้มหวานให้มารดาที่มีสีหน้าประหลาดใจกับตัวเอง

“ก็เปิดประตูเข้ามาปกติ แต่แม่ไม่ไดยินนี่ฮะ”

“แม่กำลังพิมเพลินๆน่ะ...แล้วนี่เป็นยังไงกลับบ้านได้ล่ะ แล้วใครมาส่งซีวอนเหรอ?” เยจินมองออกไปนอกบ้าน แต่ก็ไม่มีทั้งรถหรือคนที่เอ่ยถึงเลย

“ฮยอกมาเองน่ะฮะ.........แม่...ฮยอกจะจบเรื่องนี้แล้วนะฮะ...”

“.......”

ดวงตาที่บอบช้ำไม่เท่านัยน์ตาที่ช้ำยิ่งกว่า...ทำไมเยจินจะไม่รู้ว่าความเสียใจของลูกชายคนเดียวของตนจะมีมากมายแค่ไหน...การที่ถูกคนที่เรารักหมดใจหลอกให้เรารักเพื่อคนอื่น...มันเกินคำว่าเจ็บ

มือเล็กของมารดายกขึ้นลูบเส้นผมสีอ่อน แล้วโน้มตัวไปกอดลูกชายตัวเองแน่น

“ดีแล้วล่ะลูก.....การให้โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนนั่นแหละคือรักแท้จริงๆ...ถ้าเราหวังอยากจะได้กลับคืนมาแต่มันเจ็บปวดเกินไป ก็ให้เขาไปเถอะนะ...”

“...ฮึก...ฮะแม่...” ...ฮยอกจะให้...ให้ทุกอย่าง...ที่เขาต้องการ

..

..

ฮยอกแจเปิดประตูกลับเข้าห้องตัวเองที่ไม่ได้กลับมานาน ภายในห้องยังเหมือนเดิมทุกอย่าง รอยยิ้มบางๆเกิดขึ้นเมื่อรู้ว่าแม่ของตนเองคงเข้ามาทำความสะอาดให้ตลอดแน่นอน

มือเล็กรื้อเอาของในกระเป๋าออกมาจัดเข้าที่ไปเรื่อยๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

Rrrr Rrrr

...ซีวอน...

ชื่อที่โชว์ขึ้นมาทำให้มือเล็กชะงักไปนิด หลังจากเมื่อเช้าที่เขาได้รับข้อความ ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

“ฮัลโหล...”

// ฮยอกแจ...อยู่ไหนครับ กินข้าวรึยัง//

“...ฉันอยู่บ้านน่ะ” ฮยอกแจเอ่ยตอบไปสั้นๆ ไม่บอกอะไรต่อ อย่างที่ปลายสายเดาอารมณ์ไม่ออก

// เมื่อเช้าได้ข้อความผมมั้ย...ผม...ผมต้องอยู่ที่บ้านจนกว่ามิรินจะหายน่ะ //

“อือ...ได้รับแล้วล่ะ...”

// ...ฮยอกอยู่ที่บ้านแล้วใช่มั้ย ผมจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง...ผมไม่อยากให้คุณอยู่คนเดียว //

“...ฮึก...อือ...ฉันอยู่ที่บ้านแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก..ฉันจะอยู่ที่บ้านจนกว่าจะสอบเสร็จ ช่วงนี้ต้องเคลียร์งานที่มหาลัยด้วย แค่นี้ก่อนนะแม่เรียกแล้วล่ะ” ติ้ด...

ฮยอกแจเอ่ยรวดเดียวอย่างที่ไม่หวังและไม่รอให้อีกฝ่ายได้เอ่ยอะไร ดวงตาหวานที่เจือน้ำใสมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดไปบนมือเล็กๆที่สั่น

“ฮึก...อึก...ไม่ร้องสิฮยอกแจ...แค่เขา..ฮึก...แค่เขาบอกว่าเป็นห่วง...ฮึก...เป็นห่วงแค่นี้...” น้ำตาที่กลั้นมาตั้งแต่เจือหน้ามารดาตนเองไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้

หลังจากที่พยายามหยุดน้ำตาตัวเองได้แล้ว ก็รู้สึกว่างเปล่าขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ ห้องของตัวเองที่ปกติอยู่แล้วไม่เคยจะรู้สึกว่ามันเหงา วันนี้กลับรู้สึกขึ้นมา

“โทรหาซองมินดีกว่า ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง” หลังจากวันก่อนที่ซองมินโทรมาบอกเรื่องที่ร้านของคยู ก็ไม่ได้คุยกันต่อ ฮยอกแจกดต่อสายอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ไม่มีใครรับจึงล้มตัวลงนอน...ตาหวานมองเพดานอย่างนิ่งๆ แต่แล้วก็มีน้ำตาคลออกมาอย่างไม่รู้ว่า ทำไมมันถึงได้ไหลง่ายขนาดนี้...แค่คิดว่าตัวเองกำลัง...อกหัก

“ไม่ๆ...ไม่คิดซิ..ลงไปช่วยแม่หาข้อมูลดีกว่า...จะได้คิดเรื่องอื่นซะ”

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

 

เช้าวันจันทร์วันใหม่ของสัปดาห์ บรรยากาศของมหาวิทยาลัยโซลช่วงกลางฤดูหนาวแบบนี้ยิ่งดูเงียบเหงาเข้ากับช่วงเวลาปลายเทอม หลายคณะทยอยสั่งงานชิ้นสุดท้ายของเทอมและเริ่มสอบ

ผู้ครอบครองหนังสือคนปัจจุบัน กำลังนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะม้านั่งประจำ สายตาหวานทอดมองเหม่อ ไม่มีรอยยิ้มประดับไว้บนใบหน้าอยู่คนเดียว แต่กลับไม่มีใครกล้าเข้ามาเหมือนกับว่า รอบร่างบางที่แสนงดงามนั้นมีเกราะบางๆคอยห้อหุ้มไว้ ไม่ให้ใครเข้าถึง...

เมื่อวานหลังจากที่ฮยอกแจโทรหาซองมินแล้วเจ้าตัวไม่รับสาย ตอนค่ำๆกระต่ายตัวอวบก็โทรมาหาเพื่อนสนิทเล่าเสียงสดใสว่าเรื่องขโมยมีวี่แววที่ดีขึ้นแล้ว จนฮยอกแจยิ้มเพลิน มีความสุขตามเพื่อนสนิทไปด้วย แล้วก็หลับไปโดยไม่มีน้ำตาคืนแรก เพราะซองมินบอกว่าจะหอบเอาขนมที่ร้านคยูมาให้กินที่มหาลัยด้วยในเช้าวันนี้

แต่เจ้ากระต่ายตัวอวบไม่ทันจะมาถึง เสียงโทรศัพท์ของฮยอกแจก็ดังขึ้น ชื่อที่โชง์บอกทำให้เจ้าของแย้มยิ้มหวานออกมาอ่อนๆ

“ฮะ พี่ซึงโฮ”

// เป็นยังไงบ้างครับฮยอกแจ // เสียงทุ้มที่แสนอบอุ่นเอ่ยคำถามเหมือนทุกครั้งที่โทรมา คำถามที่เหมือนกับว่า เขากำลังไม่สบายใจ อยู่เสมอไปนั่นแหละ

“ก็...ดีฮะ...” ฮยอกแจลากเสียงเล็กน้อย ระหว่างที่คิดว่าจะตอบยังไงดี

//.....ไม่ดีสินะ... //

“...พี่ซึงโฮ รู้อีกแล้วเหรอฮะ...”

// ....ปิดเทอมวันไหนครับ // ซึงโฮเลี่ยงเป็นคำถามอื่นไปแทนที่หัวข้อเดิมที่ทั้งสองต่างรู้ว่าหมายถึงอะไร

“อีกสองอาทิตย์กว่าน่ะฮะ....” เพียงแค่นับจำนวนวันที่เหลือ หัวใจที่บอบช้ำก็เจ็บแปลบขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ เหมือนกับการนับถอยหลังวันที่เค้าต้องทำสิ่งนั้นลงไป

//...ให้พี่ไปรับนะ มาที่นี่ด้วยกัน...นะ ได้มั้ย // ซึงโฮบอกออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มอย่างที่เป็นใครฟังคงต้องยอมเพราะมันเจือความห่วงใยเข้ามาอย่างเต็มเปี่ยม

“...ฮยอกขอคิดก่อนได้มั้ยฮะ...ฮยอกไม่แน่ใจ...” เสียงหวานบอกออกมาช้าๆราวกับกำลังใช้ความคิด จนทำให้ร่างสูงเจ้าของไร่องุ่นเงียบไป แต่ก็เอ่ยบอกย้ำอย่างกลัวความรู้สึกของปลายสาย

//...ไม่เป็นไรครับ...เอาที่ฮยอกสบายใจ...พี่แค่.....อยากเจอฮยอกแจเร็วๆก็แค่นั้นเอง... //

“.......” ริมฝีปากสีชมพูเม้มแน่นทันทีที่ได้ยิน หัวใจที่มีแผลจากความรักข้างเดียว มันสัมผัสได้ถึงความรู้สึกจากผู้ชายปลายสายคนนี้ว่าคงเจ็บไม่ต่างกัน

“..ฮยอกขอโทษฮะ...”

// ขอโทษพี่อีกแล้วนะ...เปลี่ยนเป็นพูดว่า คิดถึงพี่จะดีกว่านะ พี่อยากได้ยินคำนั้นมากกว่า // น้ำเสียงทุ้มในคราแรกอาจจะเศร้า แต่ก็ปรับให้เป็นร่าเริงขึ้น ไม่อยากกดดันความรู้สึกของร่างเล็กมากไป

“....ไม่พูดอย่างนั้น...แต่บอกว่า...ใช่ฮะ...แค่นี้ได้มั้ย” แล้วเสียงหวานก็เผลอบอกเอาใจคนที่เหมือนกับพี่ชายแสนดีออกไปจนคนฟังยิ้มกว้างอย่างห้ามไม่ได้ อย่างน้อยฮยอกแจก็คิดถึงเขาอยู่เหมือนกัน

// ขอบคุณนะครับ //

 

ฮยอกแจคุยกับซึงโฮอยู่ซักพัก ซองมินก็วิ่งหน้าตั้ง ผมหน้าม้าเปิดจนเห็นผากมนสวยมาแต่ไกล ฮยอกแจจึงบอกซึงโฮแล้วก็วางสายกันไป

“แฮ่กๆ แฮ่กๆ”

“ทำไมต้องวิ่งมาขนาดนี้ล่ะซองมิน” ฮยอกแจลูบหลังเพื่อนสนิทอย่างเบาๆให้คนร่างอวบค่อยๆลดจังหวะหายใจลง

“แฮ่กๆ...ก็...ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว...อึก...ไม่ใช่เหรอ” ซองมินพูดเว้นช่วงจังหวะให้ตัวเองได้หุบอากาศหายใจเป็นระยะ

“ไม่ใช่หรอก จำคาบผิดอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย” เสียงหวานหัวเราะในลำคอเบาๆแล้วเอ่ยบอกเพื่อน

“งื้อออ อะไรใช่เหรอ....วันนี้วันจันทร์....มีคาบอาจารย์เฮียวริตอนเก้าโมง ถูกแล้วนี่”

“สิบโมงต่างหากล่ะ เก้าโมงมันของวันพฤหัสโน้น” ฮยอกแจบอกพลางส่ายหัวไปมา

“อ้าว...จริงเหรอ ทำไมจำว่าอย่างนี้ตลอดเลยล่ะ”

“...เมื่อวานไปนอนที่ร้านใช่มั้ย ปกติซองมินไม่ค้างวันเสาร์อาทิตย์นี่ เลยจำว่าเป็นกลางสัปดาห์เหมือนปกติที่มาเรียนหน้าตั้งแบบนี้น่ะ”

“...อ่า...จริงด้วย” กระต่ายตัวอวบที่หายเหนื่อยแล้ว พยักหน้ารับว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ

“แล้วนี่จะทำยังไงต่อล่ะ เรื่องขโมยน่ะ ไปค้างที่บ้านคยูนานๆระวังคุณพ่อซองโฮจะเคืองเอานะ”

“งือ...ก็ต้องหาหลักฐานอีกหน่อย....แต่ถ้าหาไม่ได้ก็คงต้องบอกความจริงไปตรงๆแหละ...คนที่มาหลอกกันก็ต้องแสดงอะไรออกมาอยู่บ้างแล้วล่ะ ไม่งั้นคนอื่นก็คงไม่รู้สึกได้หรอก ว่าเค้ามีอะไรผิดปกติ”

ซองมินบอกออกมาโดยไม่รู้เลยว่าประโยคเหล่านี้มันช่างเสียดแทงเข้าไปที่หัวใจของเพื่อนสนิทไม่น้อย

 

“.....แล้วถ้าคนที่ทำอะไรมากมายให้เรารู้สึกดีแต่ความจริงแล้ว.....เขาทำไปเพื่อ...คนอีกคน อย่างนี้เราควรรู้สึกยังไง.....”

นัยน์ตาหวานของฮยอกแจมองเหม่อไปสบสิ่งใด พลางบอกสิ่งที่มันวนเวียนอยู่ในหัวใจตลอดเวลา...ใจหนึ่งก็อยากจะเล่าเรื่องตาวของตนเองออกไป อยากให้เพื่อนสนิทคนนี้เป็นอีกที่พึ่งพิงให้เขา... แต่เรื่องของซองมินเองก็ดูยุ่งวุ่นวายพอแล้ว เลยเก็บไว้ในใจคนเดียวดีกว่า

 

“.....อือ...ก็คงรู้สึกไม่ดีหรอก...บอกตรงๆกันจะดีกว่านะ แต่ทำไมฮยอกถามแบบนี้ล่ะ มีอะไรรึเปล่า” ซองมินเหมือนจะมองเห็นบางอย่างจากเพื่อนสนิทคนนี้ เห็นมาสักพักใหญ่ แต่ถามไปก็ไม่ได้คำตอบที่ดูแล้วใช่เท่าไหร่เลย

 

"นี่ฮยอกแจ ฉันถามจริงๆนะนายเป็นอะไรรึเปล่าอ่ะ ทำไมชั้นรู้สึกแปลกๆนะ อืมม...." กระต่ายตัวน้อยขมวดคิ้วพลางเอานิ้วชี้ จิ้มๆไปที่คางตนเอง ตาหวานกรอกไปมาอย่างใช้ความคิด

"อ้ะ นึกออกแล้ว...มุมปากเนี่ย ทำไมมันเหมือนยกไม่ขึ้นเลยล่ะ เมื่อก่อนเพื่อนของฉันยิ้มเก่งกว่านี้นะ...รอยยิ้มน่ารักๆที่เห็นแล้วสดใส...ส่วนตานายเนี่ยก็บอกว่า ฉันกำลังเศร้า ไรงี้อ่ะ" ปลายนิ้วกลมชี้ๆกดๆไปที่มุมปากและดวงตาของเพื่อนร่างบางพลางเอ่ย

 

"เหรอ.. ก็คงจริง ฉัน..รู้สึกเหมือนมุมปากทั้งสองข้างมันหนักจนยกขึ้นมาไม่ไหว หัวใจอยากจะยิ้มออกมาให้กว้างๆเหมือนเดิม...แต่ก็ไม่รู้ว่าเอาความสุขจากที่ไหนมาทำให้ได้ยิ้มออกมาได้เหมือนเดิม" ฮยอกแจแจงบอกขณะที่ดวงตากลมใสเหม่อมองออกไกล

"..ฮยอกอ่า..." ซองมินโผเข้ากอดเพื่อนรัก โอบกอดแบ่งปันความรู้สึกห่วงใยส่งผ่านไปให้

"ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะ...ถ้ายังไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร...ถึงฉันจะช่วยให้อะไรมันดีขึ้นไม่ได้ แต่นายจำไว้ได้เลยว่าเพื่อนนายตัวกลมๆคนนี้อยู่ข้างนายเสมอแน่นอน" ว่าจบก็กำมือขวาแล้วตบไปที่หน้าซ้ายตำแหน่งของหัวใจของตัวเองเบาๆสองที

 

"...หึหึ...คิคิ...ฮ่าๆ" ซองมินกำลังทำซึ้งแต่อยู่ดีๆ ฮยอกแจกลับกำลังวางมือบนปากบาง อย่างกลั้นๆ แล้วระเบิดหัวเราะออกมาซะอย่างนั้น

"อะไรอ่ะนาย ฉันกำลังทำซึ้งอยู่นะ" กระต่ายน้อยกระตุกคิ้วถาม อย่างงงๆงอนๆ

"ฉันก็ซึ้งนะ...แต่คำว่า...คึคึ...ตัวกลมของนายน่ะ...เดี๋ยวนี้พูดเองเลยเหรอ อิอิ"

ซองมินได้ยินอย่างนั้นก็อมลมเข้าเต็มแก้มนวลทั้งสองข้าง ฮยอกแจเห็นปฏิกริยาของซองมินก็หยุดหัวเราะแล้วหันมาง้อเพื่อนแทน

"หึ...ที่ฉันขำเพราะว่า วันนั้นฉันเห็นนายยังงอนเรื่องที่คยูบอกว่านายเหมือน กระต่ายพันธุ์ เยอรมันไจแอนด์ อยู่เลย ฮิๆ"

>>เพิ่มเติม กระต่ายสายพันธ์ เยอรมัน ไจแอ้นท์ กระต่ายที่มีการบันทึกว่าตัวใหญ่ที่สุดในโลก ไม่มีอยู่ตามธรรมชาติ แต่ได้จากการเพาะเลี้ยง และปรับปรุงสายพันธ์จากมนุษย์ พวกมันมีอายุยืนถึงประมาณ 12 ปี <<

"ก็มันไม่เหมือนกันนี่นาาา" ซองมินยังคงบอกต่อ นึกถึงวันที่คนรักหน้านิ่งแต่เอ่ยออกมากลางโต๊ะที่นั่งทำงานกันว่า เขามีคนรักเป็นกระต่ายพันธุ์เยอรมันไจแอนด์ จนตั้งโต๊ะพร้อมใจกันหัวเราะครืน

“หึ...แล้วไม่เหมือนตรงไหน...คนพูดน่ะเหรอ” ฮยอกแจเอ่ยกระเซ้าเพื่อนกลับไป แล้วร่างเล็กก็ถอนหายใจ อย่างผ่อนคลายลงมา

"เฮ้อ... ดีๆจริงเลยที่มีนายอยู่ข้างๆ นายทำให้ฉันรู้สึกขึ้นมาตั้งเท่านี้เลยนะ" ฮยอกบอกพร้อมกับชูมือขึ้นมาบอกขนาดของมัน

"อะไรอ่า..แค่นี้อ่ะนะ" ซองมินโวยวายเล็กๆ เพราะขนาดของมันคือความห่างจากนิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือที่ตั้งขนานกันไม่น่าจะเกิน สามเซนติเมตรได้เลย

"อืม ใช่แล้วล่ะ คิคิ" ฮยอกแจยังคงเย้าเพื่อนต่อไป ความรู้สึกเศร้าค่อยๆลอยหายไปทีละนิดจนรู้สึกได้

"งื้อ~ ไม่ได้ดั่งใจเลย ไปหาหนมกินดีกว่า งอนเพื่อน บุ่ย~~ " ซองมิน เดินกระแทกเท้าแรงๆ สะบัดตัวไปทางโรงอาหาร

"ไม่ใช่ว่าจะหาข้ออ้างไปกินอะไรอยู่แล้วหรอกเหรอ" ฮยอกแจตะโกนตามออกไป

"หึ้ย รู้ทันซะอีก คอยดูจะไม่ซื้อขนมมาฝากฮยอกแน่นอนเลย แบร่ๆ" ลิ้นเล็กแล่บออกมาพร้อมเจ้าของที่ยู่หน้าแล้ววิ่งออกไปทางโรงอาหารเป้าหมายเดิม

ฮยอกแจมองตามเพื่อนรักไป รอยยิ้มบางๆก็ค่อยๆปรากฏอย่างช้าๆ

“ดีจริงเลยที่มีนายเป็นเพื่อน ซองมิน...^^”


45%


_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._
 

“ยัยมิรินเป็นยังไงบ้างน่ะ”

เสียงของชเวซูรีเอ่ยถามลูกชายตัวเองที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องของหลานสาว

“ก็แค่ระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ แล้วก็กินยาแก้อักเสบกันไว้ กลัวจะเป็นไข้ด้วยน่ะครับ”

“ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้วใช่มั้ย...แล้วทำไมไม่อยู่ที่โรงพยาบาลต่อล่ะ” ซูรีเอ่ยถามอย่างแปลกใจเมื่อวันนี้อยู่ดีๆลูกชายตัวเองก็พามิรินกลับมาที่บ้านทั้งที่เพิ่งแอดมิดนอนที่รพ.ไปได้วันเดียว

“...เขาจะให้ผมกลับมาอยู่ดูแลเขาที่บ้าน...ไม่ให้ผมกลับไปนอนที่คอนโดน่ะครับ”

“.....” ซูรีที่ฟังน้ำเสียงลูกชายคนเดียวของตัวเองออกก็เงียบไป เรื่องที่มันซับซ้อนอย่างนี้คงจะต้องแก้ออกทีละปม มือที่แก้ปมเชือกนั้นก็ต้องมีบาดแผลไม่ต่างกับเชือกด้วยเช่นกัน ที่ถ้าหากดึงแรกไปก็อาจจะขาด แต่ถ้าไม่ดึงเลย ปมก็จะไม่คลาย...

“ค่อยๆพูดกันนะลูก...อธิบายกันให้เข้าใจ...แม่อยากให้ลูกพูดกับฮยอกแจไปตรงๆจะดีกว่าให้เขารู้เอง  ไม่ได้รู้จากคนที่รักแล้วสบตากันตรงๆแล้วบอกออกมาหรอกนะ” ผู้เป็นมารดายกมือขึ้นมาจับไหล่หนาให้กำลังใจ ปล่อยให้ลูกชายคิดทบทวนเรื่องราวไป

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

 

“แม่ฮะ มินอยู่กับคยูนะฮะ ไม่ต้องห่วง...ฮะ...ฮะ ได้เลยฮะ”

เสียงกระต่ายตัวอวบที่ดังขึ้นอย่างเว้นจังหวะพูดกับปลายสายทางโทรศัพท์ดังขึ้นอยู่ทางด้านหลังของร้าน Vanilla’s story

ลีซองมินที่วันนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป มือกลมกดวางสายไปแล้วเรียกลมหายใจเข้าปอดราวกับความมั่นใจจะติดตามลมเข้ามาด้วย

“ไม่เป็นไรหรอก เราไม่ได้ขโมยไปจริงๆ เขาก็ไม่มีทางมีหลักฐานมาว่าเราหรอก”

ใช่แล้ว เย็นวันนี้แหละ วันตัดสินว่าใครกันแน่ที่เป็นขโมย !!!

..

..

ถึงแม้ว่าซองมินจะเรียกกำลังใจไปอย่างเต็มที่แล้ว แต่ตอนนี้ร่างอวบๆก็กำลังยื่นปากแหลมๆออกมาอย่างไม่พอใจอยู่ด้านหลังคนรักร่างสูง

ในเมื่อหญิงสาวที่วันก่อนเป็นคนว่าเขา(อาจจะ)เป็นขโมย วันนี้พอมาถึงที่ร้านก็เดินตรงมากระแทกเขาเพื่อกอดแขนคยูฮยอนทันที  ถึงแม้จะมีเสียงทุ้มเอ่ยตามมาว่าให้ปล่อย แต่ก็เหมือนปลิงแปะติดอยู่อย่างนั้น แล้วเสียงถอนหายใจหนักๆก็ลอยตามมา

“งึย...ยืนเฉยให้กอดเลยนะ” เสียงหวานพึมพำไม่พอใจ ไม่ได้ไม่พอใจหญิงสาวแต่กลับเป็นคนรักของตัวเอง ที่แม้อยากจะงอนตั้งแต่ตอนสืบหาขโมยแล้วก็เถอะ ตามหาคนเดียวแถมยังไม่อยู่ให้อ้อน(?)อีก ไม่ถามถึงซักเท่าไหร่ด้วยว่าหาได้แค่ไหนยังไงแล้ว....น้อยใจเล็กๆแล้วนะ

ตาหวานแทบจะค้อนคว่ำ แต่ก็ต้องยอมแสดงสีหน้าอ่อนลงมาหน่อยเมื่อคุณนายตระกูลโจวหรือเจ้าของร้านตัวจริงเดินเข้ามา

“เป็นยังไงบ้างล่ะเรา ตามหาขโมยได้รึยัง?” โจวยูยองเอ่ยถามอย่างไม่เรียกชื่อใดๆออกมา แต่ดวงตาสวยที่แฝงความมั่นคงก็มองทอดไปทางร่างกลม

“ฮะ...เอ่อ...ได้แล้วมั้งฮะ” ซองมินบอกเสียงอ่อยๆอย่างไม่ค่อยมั่นใจ ในเมื่อหลักฐานที่ใช้ได้จริงๆก็ไม่มีที่จับเป็นตัวป็นตนขึ้นมาได้เลย

“งั้นเหรอ....คยูบอกผู้จัดการฮงเข้าไปด้านในหน่อยนะ แม่จะคุยเรื่องนี้ให้จบซะที” ยูยองหันไปเอ่ยกับลูกชายแล้วเดินนำเข้าไปด้านในเพื่อเรียกให้คิบอมและพนักงานคนอื่นๆมาพร้อมกัน

..

..

“เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนอยู่ตรงนี้พร้อมกันแล้ว ฉันก็อยากจะถามซ้ำเรื่องขโมยอีกครั้งนึงว่า...มีใครอยาก สารภาพผิด...มั้ย...ว่าตนเองเป็นคนทำ...ฉันยังให้โอกาสนะ...” สายตาหวานคมของเจ้าของร้านกวาดมองไปทั่วแต่กลับไปหยุดในจังหวะหนึ่งเพื่อเน้นคำว่า สารภาพผิด กับชายคนนึง แต่กลับได้เพียงแค่การหลบสายตากลับมา

“....ไม่มี...ถ้าอย่างนั้นเชฟคิม...” ยูยองหันไปพยักหน้ากับคิบอมที่ยืนถือเอกสารอยู่ในมือ

“ครับ...ก่อนอื่นอย่างแรกที่ผมจะบอกก็คือเราจะตัดสินกันอย่างโปร่งใสแน่นอน...เนื่องด้วยไม่มีสภาพการงัดจากด้านนอก ทำให้เราตัดคนนอกออกไปเหลือเพียงคนในเท่านั้น...และคนในที่มีกุญแจของห้องมีเพียงห้าคน”

เมื่อเสียงทุ้มของคิบอมเอ่ยจบเสียงพูดของพนักงานหลายคนก็ดังขึ้นเบาๆจนจับความไม่ได้

 

“...ห้าคนก็คือ...ผม...คุณคยูฮยอน...ผู้จัดการฮง...เชฟรอง...และ.....คุณปาร์คมยองซู”

ชื่อของชายคนสุดท้ายไม่ได้ทำให้คนในร้านแปลกใจเท่าไหร่ ในเมื่อวันนั้นที่ชายมีอายุคนนี้โต้เถียงกับเชฟรองเสียงดังไม่น้อยเรื่องที่แอบเอากุญแจไปปั้มมาเอง ทั้งที่ตัวเองไม่ได้รับอนุญาตหรือทำงานในตำแหน่งสำคัญอย่างเช่นคนอื่นๆเลย

“...ฉันไว้ใจเชฟคิม และผู้จัดการฮงนะ สองคนนี้ทำงานกับฉันมานานทุกคนคงเข้าใจ” ยูยองเอ่ยออกมาเพื่อตัดให้จำนวนน้อยลง

“เหลือเพียงแค่เชฟรอง..และคุณปาร์คมยองซู....เชฟรองฉันไม่ค่อยได้พูดคุยกับคุณเท่าไหร่เพราะทำงานที่นี้ได้ไม่กี่ปี แต่ฉันจะถามแค่ว่าวันนั้นคุณอยู่ที่ไหน” ยูยองหันมาถามเชฟรอง แม้ว่าตนเองจะมั่นใจไปกว่าครึ่งแล้วว่าคือใคร แต่ก็ต้องทำเพื่อความยุติธรรม

“วันนั้นผมอยู่ที่บ้านกับครอบครัวครับ...ผมอาจจะไม่มีหลักฐานอะไร แต่ผมขอสาบานว่าผมไม่ได้ขโมยไปจริงๆครับ” พาทิซิเย่วัยสามสิบกว่าเอ่ยบอกพร้อมกับสายตาที่ดูน่าเชื่อถือและจริงใจ แต่ก็เจือความลำบากใจอยู่ไม่น้อย ในเมื่อหลักฐานของตนเองไม่มีมากพอ

“...อยู่กับครอบครัวสินะ...ให้ครอบครัวเป็นคนรับรองก็คงดูไม่น่าเชื่อถือ...” ยูยองเอ่ยอย่างคิดไตร่ตรองไปด้วย แต่แล้วก็เลิกซักถามต่อ หันไปหาชายสูงวัยที่ยืนขมวดคิ้ว เหงื่อตก ท่าทีกระวนกระวายอยู่ตรงมุมห้อง

“แล้วคุณล่ะ คุณปาร์ค...วันนั้นคุณอยู่ที่ไหน”

“ฉัน...ฉันก็อยู่บ้านเหมือนกัน” เสียงที่เว้นจังหวะไปครู่หนึ่งบอกให้รู้ว่าคนพูดลังเลและไม่แน่ใจ ทำให้ยูยองเอ่ยถามต่อ

“อยู่กับใครล่ะ....”

“ฉันอยู่คนเดียว” เสียงทุ้มบอกห้วนๆ

“ไม่มีพยานเหมือนกัน...งั้นก็คงต้องถามคนที่อยากจะพิสูจน์ตัวเองกับเขาว่าไม่ได้เป็นขโมยซักหน่อยแล้วล่ะ...ว่ามีหลักฐานอะไรบ้าง...”

ซองมินกำมือกันที่อกแน่นอย่างประหม่า ทั้งสายตาของคนทั้งครัว...ทั้งเสียงที่ดูน่าเกรงขามของโจวยูยอง เมื่อเล็กๆแต่กลมก็เริ่มสั่นขึ้นมาน้อยๆ...

 

...งือ ตื่นเต้นยิ่งกว่า พรีเซนต์งานหน้าห้องอีกอ่า ~~

 

เหมือนว่าคนร่างสูงข้างกายจะสัมผัสได้ มือหนาข้างที่ไม่ได้อยู่ในแรงเกาะหนึบของกายุนก็ยกขึ้นวางบนกลุ่มผมนุ่มแล้วชะโงกหน้าลงมาใกล้แล้วเอ่ย

“ไม่ต้องกลัวหรอกบอกไปตามตรง...เล่าเหมือนที่เล่าให้ฉันฟัง แค่นั้นก็พอ...” พูดจบก็ขยี้ผมนุ่มเบาๆ คนฟัง ริมฝีปากบางของคนฟังเม้มแน่นแล้วพยักหน้ารับ จึงได้หันหน้ากลับมาหาสายตาทุกคู่

“ง่า...คือคืนนั้นผมกับคยูอยู่ที่ร้านกันสองคน เราได้ยินเสียงดังจากด้านนอกเลยเปิดออกมาดู...แต่ก็ไม่มีใคร แล้วคยูก็ดูกุญแจที่ล๊อคห้องสำนักงานกับโกดังแล้วด้วยว่ายังปกติดีอยู่...แล้วเราก็ได้ยินเสียงเหมือนเหล็กหรืออะไรสักอย่างกระทบกัน...แต่พอมองออกไปด้านหลังลานจอดรถก็ไม่มีอะไรอีกเหมือนเดิม...ตอนนั้นผมก็ได้กลิ่นเหมือนกับกลิ่นบุหรี่...แต่ว่ามันมีกลิ่นวนิลาและกลิ่นแปลกๆบางอย่างเจือมาด้วยน่ะฮะ”

ซองมินเล่ามาถึงตรงนี้ก็ทำให้หลายคนเริ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เดี๋ยวนะ...เราบอกว่าเราได้กลิ่นปนกันสามกลิ่น...แล้วเรารู้หรือแยกได้ยังไงว่ามีกลิ่นอะไรอยู่บ้าง” ยูยองเอ่ยถามตามความสงสัยขึ้น และเป็นคำถามที่ทุกคนอยากรู้ไม่ต่างกัน

“คือ...ผมจมูกดีน่ะฮะ...ยิ่งเฉพาะ........พวกกลิ่นขนม” แก้มสีชมพูขึ้นสีระเรื่ออย่างอายๆเมื่อหลายคนหลุดเสียงหัวเราะออกมา

“.....ถือว่าฉันเข้าใจก็แล้วกัน” ยูยองมองปฏิกิริยาขำๆของพนักงานหลายคน ทั้งผู้จัดการฮง ทั้งคิบอมที่ต่างก็หัวเราะน้อยๆพร้อมรอยยิ้มเอ็นดูให้ซองมิน เวลาที่ผ่านๆมาทำให้ทุกคนรู้ว่า กระต่ายจมูกดียิ่งกว่าอะไร คุณนายโจวจึงได้พยักหน้ารับและบอกให้ล่าต่อได้

“...อ่า...คือแล้ว...ทีนี้...ผมก็เลย....แหะๆ...ไปเจอก้นบุหรี่มานะฮะ มันอยู่ตรงถังขยะใหญ่หลังร้าน” เสียงหวานเว้นการพูดไปเป็นจังหวะเพราะอายไม่น้อยที่จะบอกออกไป

“ก็ไม่เห็นแปลกนี่ ที่ในถังขยะจะมีก้นบุหรี่อาจจะเป็นของลูกค้าหรือใครก็ได้”

“ไม่ใช่นะฮะ ในถังขยะไม่มี..อันนี้อยู่ข้างๆหลังๆถังขยะต่างหากฮะ” ยูยองเอ่ยแย้ง แต่ซองมินก็รีบบอกแก้

“แล้วเรารู้ได้ยังไงว่าในถังขยะไม่มี”

“ก็ผมลงไปดูมาแล้วนี่ฮะ !.....ง่า....ก็...(-////-)” ซองมินจะพูดแก้แต่ก็ไม่ทันแล้ว เมื่อเสียงหัวเราะของคนในห้องครัวใหญ่ดังพร้อมกัน

“หึหึ...อุตส่าห์ลงไปหาในถังขยะเลยงั้นเหรอ อาบน้ำให้สะอาดรึยัง...เอาเถอะ...แต่ว่าฉันก็ยังไม่แปลกใจเท่าไหร่หรอกนะที่จะเห็นก้นบุหรี่ที่ถังขยะ” ยูยองเอ่ยเย้าขำๆแล้วก็เหมือนจะเห็นปากแหลมขยับงอนๆว่าอาบสะอาดแล้ว ตามมาด้วย

“ไม่แปลกเท่าไหร่ฮะ ถ้าก้นบุหรี่อันนั้นมันกลิ่นเดียวกับที่ผมได้กลิ่นในคืนนั้น...แล้วอีกอย่างที่ร้านนี้ก็จะทิ้งขยะจากครัวกับด้านนอกของลูกค้าแยกกันนี่ฮะ”

“อืม...ถูกต้อง...ขยะจากในครัวไม่มีทางมีก้นบุหรี่แน่นอน...ใช่มั้ยเชฟคิม”

“ใช่ครับ...กลิ่นบุหรี่ต้องฉุนจนกลบกลิ่นอาหารไปหมด ผมจึงห้ามเด็ดขาดอยู่แล้วครับ”

“แล้วเชฟรองสูบบุหรี่รึเปล่า...” ยูยองพยักหน้ารับคำของคิบอมแล้วหันมาถามเชฟรองที่ส่ายหน้าหนักทันที

“ผมไม่เคยสูบครับ คนทำอาหารไม่ควรสูบบุหรี่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พ่อครัวทุกคนรู้ดีครับ”

คำตอบของเชฟรองทำให้หลายคนยิ้มออก แต่มีสองคนที่ไม่ใช่...

“งั้น...คุณปาร์คมยองซูล่ะ...ในประวัติคุณเขียนไว้ว่า สูบบุหรี่ด้วย...”

“ผะผม...ผมสูบบุหรี่แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ก้นบุหรี่อันนั้นจะเป็นของผมนี่!” มยองวูเถียงเสียงดังขึ้น มือกำแน่น แต่เหงื่อกลับขึ้นเต็มใบหน้า และดวงตาก็คอยเหลือบมองไปทางหญิงสาวอีกคน

“ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น...ซองมิน...ว่าไงล่ะ เขาบอกมาแบบนั้นนะ”

“บุหรี่อันนี้ไม่เหมือนของคนทั่วไปนะฮะ...เป็นของคุณลุงน่ะแหละ”

“ไอ้เด็กนี่ กล้าดียังไงห้ะ!” มยองซูเริ่มหงุดหงิดที่ตัวเองเริ่มมีข้อมูลให้มัดตัวเพิ่มทีละข้อจากซองมินจนยกมือขึ้นวาดกลางอากาศหมายจะตีลงที่ซองมิน แต่แขนหนาของลูกชายเจ้าของร้านก็ยกขึ้นกันทันที พร้อมกับตาคมดุที่แทบจะบาดเนื้อเข้าไป

“หยุด! คุณจะทำอะไร!

มยองซูหลบสายตาของคยูฮยอนแล้วสบถคำเบาๆ มองสายตาของทุกคนในห้องแล้วก็ต้องกลับมายืนในท่าเดิม

“...บุหรี่ยี่ห้อนี่มีขายแต่ที่เมืองนอก ต้องสั่งที่ร้าน เพราะว่ามันเป็นบุหรี่กลิ่นมิ้นต์ ที่เกาหลีมีขายแต่ก็ต้องหานะฮะ...อ่า...ผมไปถามที่ร้านมาแล้ว ผมไม่ได้สูบเองนะฮะ” มือกลมสองข้างยกขึ้นโบกพร้อมกันเป็นสัญญาณว่าตัวเองไม่ได้สูบจริงๆ

“....งั้นคุณมยองซู...ฉันขอดูบุหรี่ที่คุณสูบหน่อยจะได้มั้ย...” ยูยองหันมาหามยองซูที่กำมือแน่น ดวงตาถลึงมองที่ซองมินเต็มที่

“แล้วคุณจะรู้ได้ยังไงว่า ไอ้เด็กนี่ไม่ได้โกหก มันอาจจะไปเก็บก้นบุหรี่ที่ไหนมาแล้ว มากล่าวกันก็ได้นี่...บางทีมันอาจจะกลบเกลื่อนความผิด โยนให้คนอื่นก็ได้” มยองซูตะเบ็งเสียงดังเข้าสู้ ชี้ปลายนิ้วไปที่ซองมินอย่างโมโหโกรธา

“อะไรง่า...เปล่าซะหน่อย คุณลุงน่ะแหละจะมาโบ้ยความผิดให้ผมอ่า...ไปนัดกับคุณกายุนแล้วเอาเงินให้กันด้วย ผมเห็นนะ!” ท่าทีของชายสูงวัยทำให้กระต่ายน้อยกลัวขึ้นมา แต่ก็เพียงแค่นิดเดียว เสียงหวานรีบบอกออกมา ทั้งๆที่ตัวเองไปยืนแอบหลังคนรักแล้วยื่นออกมาแค่ใบหน้าเพื่อบอกกลับเสียงดังให้หญิงสาวที่ยืนเกาะร่างสูงอยู่อีกข้างตกใจไม่ต่างกัน

“นะนี่ อะไรของนายห้ะ! มากล่าวหากันอย่างนี้ได้ยังไง”

“ก็ฉันเห็นจริงๆ...แถมคุณยังบอกอีกว่า จะเอาเงินให้เพิ่ม ถ้าคุณลุงทำให้ฉันเป็นขโมยอ่ะ” ซองมินบอกกลับกระแทกเสียงสู้ แกมความไม่พอใจ

“....” ยูยองและคยูฮยอนยืนมองเหตุการณ์นิ่ง ไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา แต่ก็คอยมองสบตาหวานที่ช้อนขึ้นมองหากำลังใจเป็นระยะ

“นี่! กะกะแก!...คุณป้าคะ ดูซิคะ กายุนจะไปทำเรื่องอย่างนั้นได้ยังไง กายุนไม่ได้ทำอย่างที่ยัยเด็กอวบนี้บอกนะคะ”

“งั้นเหรอ....แต่ฉันเห็นก็มีแต่เธอคนเดียวนะที่เรียกซองมินว่า...ยัยเด็กอวบ...”

!!!

“คุณมยองซู...ฉันขอถามหน่อยนะ...ปกติแล้วคนทั่วไปเขาจะยืนสูบบุหรี่กันตรงถังขยะอันใหญ่ๆอย่างนั้นเหรอ...ฉันว่าไม่หรอกนะ...เพราะมันเหม็นน่ะสิ...แล้วถ้ายิ่งเป็นบุหรี่ที่ราคาแพงแล้วล่ะก็...คงยิ่งไม่อยากให้มันเสียกลิ่นไปหรอกใช่มั้ย....ก้นบุหรี่จะไปทิ้งอยู่ตรงนั้นได้...ก็มีเพียงต้องอยู่ตรงนั้นนานพอยังไงล่ะ...”

“ขอโทษด้วยนะ...คุณมยองซู...หนูกายุน...แต่เรามีหลักฐานที่จับได้ว่าทั้งสองคนร่วมมือกันเพื่อขโมยวนิลาของที่ร้านไป”

!!!

“อะไรกันคะคุณป้า! หนูเปล่านะค หนูไม่ได้ร่วมมือกับเขาจริงๆ เขาทำคนเดียวหนูไม่เกี่ยวอะไรเลยนะ”

“อ้าว ยัยนี่ มาโบ้ยให้ฉันคนเดียวได้ยังไงห้ะ! แกนั่นแหละคนจ้างฉัน แล้วบอกให้ ทำยังไงก็ได้ให้ไอ้เด็กอ้วนนี้เป็นขโมยแทน”

“.......”

“...ถึงใครจะพูดว่ายังไง แต่ฉันเชื่อในสิ่งนี้” ยูยองเอ่ยขึ้นในความเงียบ เมื่อทุกคนเงียบเสียงพร้อมกัน ในขณะที่ ชายสูงวัยและหญิงสาวสาดเสียงดังลั่นไส่กัน และคำพูดเหล่านั้นต่างสื่อให้เห็นชัดเจนว่าเรื่องราวจริงๆเป็นยังไง

!!!

แต่สิ่งที่ตอกย้ำให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นคือ...รูปขนาดใหญ่ที่ในรูปเป็น โต๊ะอาหาร สองฝั่งมีกายุน และมยองซูนั่งหันหน้าเข้ากัน มือของหญิงสาวกำลังยื่นซองหนาๆในมือให้ชายสูงวัย ดูจากมุมกล้องแล้ว ถึงแม้ชัดเจน แต่ก็เป็นการแอบถ่ายชัดๆ

“รูปนี้มันตรงกับที่ซองมินบอกทุกอย่าง...ฉันว่าเราคงไม่ต้องพูดอะไรต่อแล้วล่ะนะ”

 

ฟึ่บ

“คุณป้าคะ คุณป้า อย่าแจ้งตำรวจนะคะ อย่านะคะ เรื่องนี้พ่อกับแม่หนูบอกมา หนูไม่ได้คิดเองนะคะ แม่บอกว่า เราจะเปิดร้านของเราเองบ้าง แต่เราไม่มีสูตรเราแค่ขอจากคุณป้านิดๆหน่อยๆเองนะ คุณป้าไม่ได้เสียหายอะไรมากนี่!

เฮกายุน คุกเข่าลงพลางจับมือยูยองแล้วเอ่ยคำสารภาพทุกอย่างออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง กลัวว่าตนเองจะโดนตำรวจจับ โดยไม่คิดห่วงใยคนที่บ้านเลยแม้แต่น้อย

“หึ...ป้าไม่ได้เสียหายอะไรมาก....ถูกจ้ะ...ป้าไม่ได้เสียหายอะไรมาก...แต่คงจะเป็นบริษัทพ่อแม่หนูแล้วล่ะที่จะเสียหายมาก...เพราะต่อแต่นี้ไปร้านของเราจะไม่สั่งสินค้าใดๆจากบริษัทตระกูลเฮอีกแล้ว” ยูยองเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย ดึงมือเด็กสาวออก แล้วก้าวออกจากห้องไป โดยไม่ลืมวานให้ ผู้จัดการฮงช่วยจัดการเองนี้ต่อ

..

..

..

“กาแฟครับ”

“ขอบคุณนะเชฟคิม” ยูยองเอ่ยขอบคุณคิบอม พลางจับไหล่ตัวเองอย่างเมื่อยล้า

หลังจากที่บอกให้ผู้จัดการฮงจัดการไปตามเหมาะสม ยูยองก็เดินมานั่งพักที่ห้องสำนักงานตามด้วยคิบอม คยูฮยอนและซองมิน

“เอ่อ...คุณป้าฮะ...ได้รูปนั้นมาได้ยังไงเหรอฮะ” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ เพราะคิดแล้วคิดอีก รูปนั้นมันเป็นเหตุการณ์เดียวกับที่ตนเองเห็น แล้วยูยองได้มายังไง

“ลองถามลูกชายฉันดูสิ” ยูยองตอบแล้วยิ้มอย่างล้อๆไปที่ลูกชายตัวเองที่ตอนนี้ชักสีหน้าแล้ว

“.....”

“คยู...เอามาจากไหนอ่ะ..คยูแอบตามฉันไปเหรอ...แต่คยูจะแอบอยู่ตรงไหนล่ะ...ตรงนั้นโกโก้นั่งคนเดียวก็เต็มแล้วอ่า...” ซองมินถามคนรักที่ยังนั่งเงียบ พร้อมกับคิดหาคำตอบไปด้วย

“ก็คนนั้นน่ะแหละ...นายโกโก้ของเรานั่นแหละเป็นคนถ่ายไว้” ไม่ใช่เสียงทุ้มเป็นคนตอบแต่อย่างไร แต่กลับเป็นมารดาที่กำลังแกล้งลูกชาย

ซองมินเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจแล้วหันไปถามคนรักซ้ำ จนคยูฮยอนต้องบอกออกมา

“เขาเอาให้ฉันเมื่อเช้า...บอกว่า...อาจจะช่วยได้”

“หือ...โกโก้ถ่ายเองเหรอ ว้าวววดีจัง...ต้องไปขอบคุณโกโก้หน่อยแล้ว...ถ้าไม่มีรูปนี้จากโกโก้นะยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไง”

“ถึงไม่มีรูปนี้...แม่ก็รู้อยู่แล้วล่ะ...ว่าตระกูลฮาเขามีอะไรแฝงมากับการที่ให้ลูกสาวของขามาตีสนิทด้วย...เพราะก่อนหน้านี้คุณนายฮาก็คอยมาถามเรื่องอะไรแปลกๆตลอดจนน่าสงสัย”

“อ่า....งั้นเหรอฮะ...แล้วทำไมคุณป้าถึง...” ซองมินประหลาดใจ และไม่เข้าใจว่า ถ้ามารดาของคนรักรู้ระแคะระคายอยู่แล้วเรื่องตระกูลเฮ แต่กลับบอกให้เขาพิสูจน์ตัวเอง

“เรียกแม่เถอะ...แม่อยากจะรู้ว่า...ว่าที่สะใภ้ของตระกูลโจว จะทำได้มั้ย”

!!! วะว่าที่สะใภ้เหรอฮะ” แก้มกลมๆตอนนี้กลายเป็นสีแดงก่ำกับคำที่ยูยองเอ่ยออกมา

“หึหึ...ตกใจอะไร” คยูฮยอนเห็นปฏิกิริยานั้นแล้วก็ยิ้มขำ มือหนาวางลงบนกลุ่มผมนุ่ม

“กะ..ก็...สะ ใภ้ อ่า...(.///.)

“หึ ซองมินเขินสิครับคุณคยู คุณยูยองเล่นพูดชัดเจนซะขนาดนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีท่าทีอะไรเลย” คิบอมที่เอ่ยบอกอย่างแซวๆ

“งือ...คยูรู้อยู่แล้วเหรอ...” ตาหวานช้อนมองคนรักที่ยังนั่งลูบผมตนเองอยู่

“หืม...เรื่องนี้น่ะเหรอ...รู้อยู่แล้วล่ะ แต่คุณแม่อยากเห็นซองมินพยายามพิสูจน์ตัวเอง โดยที่ไม่มีฉันช่วยน่ะ”

“นั่นสิ...ว่าทำไมคยูไม่ช่วยฉันเลย ว่ากำลังจะงอนอยู่เลยเนี่ย -3-

“หึหึ...แม่แค่อยากรู้ว่า...อนาคตจะฝากร้านนี้ไว้ในมือเราสองคนได้รึเปล่า...ตอนนี้แม่เชื่อแล้วนะว่า ร้านนี้คงประสบความสำเร็จอย่างยาวนานแน่นอน...เพราะเรามีทั้งคนที่มีจมูกดีเกินปกติ...แล้วก็ยังมีคนที่ยอมลงไปอยู่ในถังขยะเพื่อร้านของเราแล้วนี่นา”

ยูยองยื่นมือมากุมมือซองมินแล้วบอก ถึงแม้จะดูเหมือนแซว แต่ก็เป็นจริงไปตามนั้นนี่นา จะมีกี่คนที่ทำเพื่อร้านเต็มที่ และมีความสามารถไม่เหมือนใครอย่างนี้ หึ

“ขอบคุณนะฮะ คุณแม่ ผมจะตั้งใจดมกลิ่นทุกวันเลยฮะ”

 

- - ทำไมมันฟังดูแปลกๆยังไงไม่รู้สิ...”

“ฮ่าๆ นั่นสิคุณคยู แต่อย่างน้อย เรื่องนี้ก็ช่วยทำให้ซองมินเป็นว่าที่สะใภ้ตระกูลโจวเป็นที่แน่นอนแล้วนี่ ทีนี้ก็ไม่ต้องหวงหรือแสดงความเป็นเจ้าของโจ่งแจ้งมากนะครับ หึหึ”

คิ้วเข้มของคิบอมยกขึ้นสองที ให้คยูฮยอนที่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าหมายถึงอะไร ก็เพราะว่า วันนั้น หลังจากที่แทคยอนมาส่งกระต่ายของเขาที่ร้านถัดมาหนึ่งวัน ลูกชายร้าน Sweet’n Joy ก็กลับมาหาเขาที่ร้านพร้อมกับรูปภาพใบนั้น โดยมีคิบอมอยู่ในเหตุการณ์

“นี่ครับ เมื่อวานผมแอบถ่ายไว้ตอนที่ซองมินเจอพวกเขาอยู่ด้วยกัน” มือหนาของแทคยอนยื่นรูปมาให้คยูฮยอนที่รับมาดูเงียบๆ

“.....”

“แล้ว...ซองมิน...”

“ซองมินไม่อยู่หรอก ไปเรียนใช่มั้ยคุณคยู” เมื่อแทคยอนเอ่ยชื่อเจ้ากระต่ายตัวกลมเพียงนิด คิบอมก็เอ่ยบอกแทน เมื่อเห็นว่าคยูฮยอนยังคงมองรูปอยู่เช่นเดิม

“งั้นเหรอ...”

“ขอบคุณมากสำหรับรูป...และที่คอยช่วยซองมิน...แต่จะขอบคุณนายมาก ถ้านายจะเป็นแค่ เพื่อน ที่คอยห่วงใย...และไม่มีสายตาแบบนั้นให้ซองมิน”

“......”

“ขอโทษที่ต้องบอกตรงๆ...แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป นายจะยิ่งเจ็บ...เพราะยังไง...ฉันกับซองมินก็ไม่มีวันเลิกรักกันแน่นอน”

“.....” แทคยอนยืนฟังนิ่ง...แล้วก็ค่อยๆยิ้มบางๆอย่างเหนื่อยอ่อน

“ขอบคุณที่นายบอกตรงๆแบบนี้ ...เข้าใจแล้วล่ะ...ฉันคงเป็นได้แค่เพื่อนสำหรับซองมินเท่านั้นจริงๆ”

 

 

 

“ผมก็ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของโจ่งแจ้งมากนี่ครับ เชฟคิม”

“หึหึ ครับ ไม่มากเลยครับ”

“อะไรมากเหรอฮะคุณเชฟ” ซองมินที่หันกลับมาจากการพูดคุยกับยูยองพอดดีได้ยินที่คิบอมพูดก็ถามขึ้น

“ก็....ไม่มีอะไรมากหรอกครับ...แค่...กำลังคุยกับคุณคยูเรื่องเจ้าของรูปใบนั้น เราน่าจะเลี้ยงขอบคุณเขาสักมื้อหน่อยเป็นไงครับ ซองมิน”

!!!

“โอ้ะ จริงด้วยฮะ จริงด้วย ต้องเลี้ยงตอบแทนโกโก้อีกครั้งซะแล้ว คราวก่อนโกโก้ก็เลี้ยงขนมที่บ้านตั้งเยอะแหนะ”

.....(-“-)....เฮ้อ...นี่ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย...

 

คยูฮยอนทำได้แค่ทำใจ และเชื่อมั่นในตัวคนรักในเมื่อความน่ารักของลีซองมินที่มีแต่ความบริสุทธิ์ใจอยู่ภายในนี้แหละที่ทำให้หัวใจของเขามีความสุขทุกครั้ง และอีกอย่างเขารู้ว่าอ๊คแทคยอนนั้น สำหรับซองมินแล้วก็เป็นแค่ เพื่อนที่น่ารัก... เท่านั้นจริงๆ

 

TBC.

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._




มาเร็วขึ้นนิดนึงเน้าะ -.,- แต่ว่า เปิดเทอมแล้วอ่า...= = เร็วเน้าะ เหมือนไม่ได้ปิด

ตอนนี้ "เพื่อนที่น่ารัก" ไม่ได้หมายถึงแค่ซองมินที่น่ารักกับฮยอกนะคะ หมายถึงนายโกโก้ของเราด้วย ^^

เหลือซักสองสามตอนก็จะถึงตอนที่กิ้บคิดจะเขียนมานานแล้วล่ะค่ะ

ตอนที่แสงจันทร์ฉาบอาบสองร่าง -.,- (ใครกะใครหนอ อิอิ)


ตอนต่อไป!!! ใครอยากอ่านคิเฮ และฉากประจำของคู่นี้(?)ฉากอะไรหนอ อิอิ


ตอนนี้ครึ่งตอน คอมเม้นเท่ากับตอนที่แล้วทั้งตอนเลย 5555 ไม่รู้เพราะฤทธิ์ คิเฮ รึเปล่าเนี่ย 555
 



มาใหม่ ใหญ่กว่าเดิม = =



ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน โหวต และคอมเม้นต์ให้นะคะ ^^

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,942 ความคิดเห็น

  1. #1928 HyukJewel (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2558 / 01:14
    เอาผ้าพันคอที่ฮยอกถักนั่นแหละ พันคอพี่วอนแน่นๆ เลยค่ะ
    ตอนแรกแค่อวบ ตอนนี้อ้วนเลยอ่ะ 5555555555555
    #1,928
    0
  2. #1766 sasi (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:08
    มินใส ใส๊ ใส
    #1,766
    0
  3. #1684 รัก ฮยอกเเจ & ซุปเปอร์จูเนียร์ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2556 / 23:10
    วอน! จบปัญหาเเกสักทีเถอะ จะทำฮยอกเสียใจไปถึงไหนห๊ะ!!

    สงสารเว้ย! นั้นเมนฉันนะย่ะ!!

    มาต่อเร็วนร้าค่ะ ปูเสื่อนอนรอ คิเฮ
    #1,684
    0
  4. #1683 ae snoopy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2556 / 13:40


    เมื่อไหร่วอนจะเลิกโง่ซะทีเนี่ย
    #1,683
    0
  5. #1679 love_kihae (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 14:47
    ฮามินตรงที่บอกจะดมทุกวันอะ 555555555555555555555
    #1,679
    0
  6. #1678 ชอบกระต่ายอวบ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 00:44
    มิน น่ารัก อ่าาาาาา บอกจะดมทุกวัน 5555555
    #1,678
    0
  7. #1675 angle (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 18:18
    นี่กำลังอ่านโคนันอยู่รึเปล่าเนี่ย 55555

    ตอนไขคดีนี่มันส์สุดๆไปเลยอ่า อิอิ

    สะใภ้ตระกูลโจ โอ้ เขินเลยสิมินๆ ><

    ที่ว่าจะดมทุกวันนี่ยังไงฮึ กร๊ากกกกกกกกกก ~
    #1,675
    0
  8. #1674 mini (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 13:43
    เบื่ออีวอนค่ะ
    #1,674
    0
  9. #1673 Yingbee Khwanpare (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 06:28
    กระต่ายอวบน่ารักอ่ะ
    #1,673
    0
  10. #1672 aoyaanya (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 01:29
    มินทำได้แล้วน้า ^^
    #1,672
    0
  11. #1671 DevilBoo (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 01:13
    อยู่ในโหมดเซ็งสุภาพบุรุษเชวขั้นสุด
    #1,671
    0
  12. #1670 nimuyk (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 00:08
    น้องมินนี้ เป็นหนูซื่อตัวจริงเลยนะเนี่ยะ

    แต่น่าร้ากกกกก มากกกกกกก



    คุณแม่อ่า รู้อยู่แล้ว แต่ให้น้องมินพิสูจน์ตัวเอง

    กดดันนีดๆ แบบนี้ น้องมินยังทุ่มสุดตัวลงไปในถังขยะเลย

    ฮามากมายจริงๆ
    #1,670
    0
  13. #1669 sasi (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2556 / 23:29
    คู่คิเฮหายไปนาน มาต่อเร็วๆ นะค่ะ คิดถึง
    #1,669
    0
  14. #1668 ae snoopy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2556 / 14:29


    รู้สึกอยากให้ฮยอกชอบกับซึงโฮซะแล้วสิ
    #1,668
    0
  15. #1667 Bow Tunyarut (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 22:43
    มาต่อเร็วนะค่ะ
    รักไรต์ เกลียดวอน
    #1,667
    0
  16. #1662 maybe (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 17:06
    เกลียดวอน
    #1,662
    0
  17. #1657 honeypan (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2556 / 12:03
    กว่าจิมาน้องรอนานมาก T_______T #ร้องไห้

    แต่สมกับการรอคอย สนุกมากเลยค่ะ

    กำลังอยู่ในสภาวะนอยด์ มาเจอฮยอกแจไปจะร้องไห้....

    อยากเหลือเกิน อยากให้ฮยอกกแจเลิกรักพซแล้หันไปหาเจ้าของไร่...

    แต่ก็รู้ว่าเป้นไปไม่ได้เพราะฮยอกแจไม่ได้รักเขา

    ฮยอกแจเหมาะกับเจ้าของไร่มากนะคะ ไม่เหมาะกับพซวเลย คนที่เหมาะบางทีก็ไม่ใช่คนที่รักน่ะนะ

    เข้าใจฮยอกแจ เจ็บตามฮยอกแจ TT

    โชคดีมากจริงๆ ที่มีซองมิน ซองมินน่ารักเสมอเลยค่ะ ยิ้มตามได้จริงๆ

    มาต่อที่เหลือไวๆ นะคะท่านพี่^^ น้องจะรอ
    #1,657
    0
  18. #1656 -((`คิมทงเฮ.รอ๑๓ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2556 / 00:06
    คิเฮ คิเฮ คิเฮ
    อย่าลืมน้าไรเตอร์ที่ร๊ากกกกก


    วอนฮยอกเศร้าอ่ะ
    เมื่อไหร่วอนจะรู้ตัวซะที
    เดี๋ยวปั๊ดส่งฮยอกให้พี่ซึงโฮซะเลยหนิ โฮะๆๆ


    ปล.ชมเค้าว่าน่ารักด้วยอ่ะ เขินนะ 55555
    #1,656
    0
  19. #1655 NemoChicken (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 23:53
    ไรท์เตอร์หายอ่ะกว่าจะมา !!!!!
    ปิดเทอมแล้ว อัพบ่อยๆด้วย

    ไม่งั้นงอนนนนนนร 
    #1,655
    0
  20. #1654 sasi (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 23:09
    รอคู่คิเฮค้าาาา ดูเป็นผู้ใหญ่ดี ชอบ
    #1,654
    0
  21. #1653 angle (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 20:48
    อะไรกันตาฉ่อย ไม่ใจเลยอ่ะ ชิส์ๆ -*-

    เดี๋ยวฮยอกได้จบเรื่องนี้แน่

    ถึงตอนนั้นก็ได้รู้กันล่ะนะ เหอะ

    มินๆน่ารักจัง อิอิ
    #1,653
    0
  22. #1652 Mind-myy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 15:16
    สงสารฮยอก คงเจ็บมากอ่ะ วอนไม่เด็ดขาดเลย
    #1,652
    0
  23. #1651 Twins_LuvSuJu (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 01:26
    โหยย~สงสารฮยอกอ่าาา มิมินโผล่มาได้น่ารักมากกกด ><
    #1,651
    0
  24. #1650 mee (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 00:56
    วอนเอ๋ย ยังไม่รู้ตัวว่าฮยอกจะหนีตัวเองแล้ว

    ชิชิ ทำฮยอกเค้าเสียน้ำตาไปเยอะ ยุให้พี่ซึงโฮซะหรอก

    มารายงานตัวกับไรเตอร์ด้วยคน ยังอยู่นะ มาอัพบ่อยๆนะคะ ^^
    #1,650
    0
  25. #1649 aoyaanya (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2556 / 00:48
    วอนทำฮยอกร้องไห้อีกแล้ว มินน่ารักจริงๆ ช่วยให้ฮยอกหายเศร้า ^^
    #1,649
    0