Flip Love พลิกรักกับดักหัวใจ Wonhyuk Kyumin Kihae

ตอนที่ 38 : *Flip Love*: Chapter 33 ผลของการรอคอย...ที่แสนเจ็บปวด (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    8 ก.ค. 56




Chapter 33 :  ผลของการรอคอยที่แสนเจ็บปวด



“ป้าจูอึน แล้วคุณแม่ล่ะ” ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ที่ช่วงนี้แทบจะไม่ได้กลับมานัก เสียงทุ้มก็เอ่ยถามป้าจูอึน คนเก่าคนแก่ของที่นี่ถึงมารดาของตน

“อ้าว คุณซีวอน คุณผู้หญิงอยู่ในห้องนั่งเล่นน่ะค่ะ”

“ขอบคุณครับ” ร่างสูงเดินเร็วๆเข้ามาในห้องนั่งเล่นของบ้านที่อยู่ติดกับบันไดทางลงจากชั้นสองไม่ไกลนัก

 

ฟอด

“คิดถึงจังเลยครับแม่”

“แหม มาถึงก็อ้อนเลยเหรอ อารมณ์ไหนน่ะเรา” ชเวซูรีหญิงวัยกลางคนที่เค้าโครงหน้าที่ลูกชายได้ไปไม่น้อยนั่นยังคงความสวยงามไว้ได้อย่างดี

ซีวอนทิ้งกายลงนั่งเคียงข้างมารดาบนโซฟาตัวยาวที่หันหน้าออกไปด้านหนอกมองเห็นสวนกว้างที่จัดไว้ พอจะให้ใจดวงแกร่งได้สงบแล้วเล่าเรื่องที่เหมือนเข็มตำอยู่ในหัวใจทุกครั้งที่คิด

“ก็ไม่ได้เจอแม่ตั้งนานนี่ครับ”

“ก็คราวก่อนแม่แวะเข้ามาที่บ้านก็ไม่เห็นว่าเราจะอยู่เลย ไปอยู่แต่คอนโด หรือว่าติดสาวที่ไหนแล้วไม่บอกแม่” ซูรีหรี่ตามองอย่างจับผิดลูกชายที่ดูเหมือนจะมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเมื่อก่อน เมื่อก่อนเหมือนตุ๊กตาไขลานที่ต้องไขครั้งนึงแล้วถึงจะทำงานตามที่สั่ง    

“ก็....”

“มีจริงๆเหรอเนี่ย แล้วนี่ยัยมิรินไม่โวยวายบ้านแตกรึไง” ซูรีประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อคิดถึงหลานสาวตัวเองคนที่แสนเอาแต่ใจคนนั้นมีเหรอที่จะยอมให้ลูกชายเขามีใคร

“ก็นี่แหละครับที่ผมอยากจะปรึกษากับแม่วันนี้” สีหน้าของซีวอนเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจทันที จากใบหน้าคมที่ยิ้มบางๆเมื่อคิดถึงคนรักตัวขาว

“ตอนนี้ผม...กำลังทำเรื่องที่เลวร้ายที่สุดที่ผมเคยทำมา...”

 

เสียงทุ้มค่อยๆเริ่มเล่าตั้งแต่แรกอย่างช้าๆให้มารดาฟัง โดยที่ผู้เป็นแม่ก็ฟังเงียบๆและขมวดคิ้วสลับกับคลายออกเมื่อฟังดูแล้วในบางช่วงเรื่องนี้มันช่างผิดพลาดเกินไปจริงๆ

“ผมทำตามที่มิรินบอก...เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะผมเอง...ผมตัดสินใจเอง”

“แล้วลูกไม่คิดเหรอว่าเรื่องนี้จะทำให้เกิดอะไรตามมา”

“ตอนนั้นผมไม่ได้คิดว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้...ผม...ไม่คิดว่าฮยอกแจจะได้รับเลือกเป็นผู้ครอบครองจริงๆ”

“........”

 

“ผมอยากจะยุติเรื่องนี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงไม่ให้มีใครต้องเสียใจ”                                               

 

“เฮ้อ...เรารู้ใช่มั้ยว่าเรื่องนี้น่ะ...ไม่มีทางหรอกที่จบแบบไม่มีใครเจ็บ...”

“.....”

ความจริงที่ซีวอนรู้ดี แต่ไม่อยากยอมแพ้ จนยื้อเวลาจนถึงตอนนี้

“แม่ถามเราอย่างนึงนะ...เรารักฮยอกแจใช่มั้ย”

“รักครับ...ผมรักฮยอกแจ....จนไม่อยากจะให้เขาเสียใจ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม”

“แต่ยังไงเราก็ต้องบอกความจริง...แม่เชื่อว่าถ้าฮยอกแจรักลูกเช่นเดียวกัน เขาต้องให้อภัยลูกแน่นอน” ซูรีจับมือลูกชายอย่างให้กำลังใจและความเชื่อมั่น เขาเชื่อว่าลูกชายของเขามองคนไม่ผิด เชื่อว่าคนตัวเล็กที่ซีวอนเอ่ยถึงทีไรเป็นต้องยิ้มคนนั้น ต้องให้อภัยแน่นอน

 

“ผมก็เชื่ออย่างนั้นครับ...ผมตัดสินใจจะบอกความจริงกับฮยอกแจวันนี้.........ให้เรื่องนี้มันจบลงซะที”

 

 

เพล้ง!!!!!

 

ในขณะที่ซีวอนกำลังเอ่ยออกมาอย่างหมายมาด ติดสินใจแน่วแน่แล้วว่า เขาบอกความจริงกับฮยอกแจวันนี้ให้ได้ ก็เกิดเสียงคลล้ายวัตถุตกแตกอย่างดังด้านหลังของพวกเขา

“เสียงอะไรน่ะ” ชเวซูรีลุกขึ้นไปดูที่หน้าห้องนั่งเล่นพร้อมกับลูกชายทันที

เศษกระเบื้องแก้วกระจายเต็มพื้นสะอาดไม่ไกลกับหญิงสาวร่างเพรียวที่ทรุดตัวนั่งอยู่ตรงบันไดทางขึ้นชั้นสอง

“ตายแล้ว! ยัยมิรินเป็นอะไรไปน่ะ ซีวอนเข้าไปดูน้องซิ” ซูรีดันหลังลูกชายเบาๆให้ก้าวเข้าไป

ซีวอนก้าวเข้าไปยังร่างที่ทรุดอยู่อย่างไม่กลัวเศษกระเบื้องจะแทงทะลุรองเท้าสลิปเปอร์ที่ใส่อยู่เลยซักนิด

“มิริน! มิริน! เป็นอะไรไปน่ะ” มือหนาจับร่างเพรียวที่หันหน้าฟุบไปกับบันไดให้หันกลับมาพร้อมเรียก

“ฮึกๆ ฮึก...เจ็บ...”

เสียงหวานร้องบอกอย่างสะอึกสะอื้น พลางจับไปที่เท้าตนเอง เมื่อซูรีและซีวอนมองตามก็พบว่า เศษกระเบื้องชิ้นใหญ่บาดอยู่ที่เท้าเล็กจนเลือดเร่มไหลซึมออกมา

ซีวอนที่เห็นอย่างนั้น ไม่รอช้า ตวัดร่างบางขึ้นอุ้นแล้วพาขึ้นรถไปยัง รพ.อย่างรวดเร็ว โดยมีสายตาของผู้เป็นมารดามองตามไปจนลับ นึกเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย เรื่องบาดแผลที่เท้าอาจจะไม่น่าเป็นห่วงเท่าปัญหาที่มีเพียงสามคน...หรืออาจจะคนเดียวเท่านั้นที่จะแก้ได้

“เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เองแล้วนะลูก...”

..

..

..

“ฮึกๆ...ฮืออออ...” หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในรถยังคงสะอื้นไห้

“อดทนหน่อยนะ กดผ้าห้ามเลือดไว้ก่อนนะมิริน” ซีวอนพยายามเอ่ยปลอบทั้งที่ต้องเพ่งสมาธิไปยังเส้นทางตรงหน้า เสียงสะอื้นราวกับเจ็บปวดแทบขาดใจนั้นก็ยิ่งทำให้ต้องเร่งให้ไปถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด

“ฮือๆๆ...” หญิงสาวก้มหน้าก้มตาปล่อยหยดน้ำไม่ได้ขาดสายมือเล็กจับเสื้อเชิ้ตของซีวอนสีขาวที่มีติดรถไว้ที่แผลแน่นจนมองเห็นเลือดซึม

“ใกล้จะถึง โรงพยาบาลแล้วล่ะ” มือหนายื่นข้างหนึ่งมาลูบผมอย่างปลอบโยนในขณะที่จอดติดสัญญาณจราจร แต่ก็ต้องชะงักมือนิ่ง เมื่อเสียงหวานเจือสะอื้นเอ่ยขึ้น

 

“ฮึก...มะไม่เอา...มิริน ฮึก ไม่ยอม...ฮือ ซีวอนสัญ...อึก..ญา สัญญาแล้ว...”

 

“........”

อย่างที่ไม่ต้องเอ่ยถามซ้ำว่าเรื่องไหน...มิรินคงได้ยินเขาคุยกับผู้เป็นมารดาเข้าพอดี ราวกับหาเสียงของตนเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าในเวลานี้ควรเอ่ยอะไรออกไปดี ซีวอนนิ่งไป แต่ก็ต้องหันไปขับรถต่อเมื่อเสียงแตรจากรถคันด้านหลังส่งมาเร่ง

ครืดดด...ครืดดดด...ครืดดด...

โทรศัพท์เครื่องหรูของซีวอนที่ส่งเพียงเสียงการสั่นเป็นจังหวะอยู่ในกระเป๋ากางเกง แต่ไม่ได้ทำให้เจ้าของรับรู้ได้ ด้วยเป็นจังหวะที่เขาต้องรีบพาหญิงสาวลงจากรถเพื่อพาเข้าไปด้านในสำหรับทำแผล

เมื่อจัดการพามิรินส่งถึงมือหมอไปแล้วโดยที่หญิงสาวยังคงร้องไห้ไม่หยุดนั้น ร่างสูงจึงได้หยุดยืนหายใจเรียกสติและจิตใจที่เหมือนจะยุ่งเหยิงไปหมดแค่ในช่วงเวลาจากที่เขาได้ยินเสียงแก้วแตกนั้น จนตอนนี้

ซีวอนนั่งลงตรงหน้าห้องตรวจแล้วถอนหายใจออกมาอย่างหมดแรง...เหมือนว่าเรื่องนี้จะยากขึ้นมาอีกแล้ว

ตาคมมองเหม่อไร้จุดหมายอย่างที่ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วจน...

ครืดดดดด ครืดดดด

เมื่อได้นั่งนิ่งๆ แรงสั่นของโทรศัพท์ก็เรียกความสนใจจากเจ้าของได้เป็นผล มือหนาหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูออกมา ปรากฏภาพหน้าจอเป็นหมายเลขจากแม่ของเขานั่นเอง

“ครับแม่....ถึง รพ.แล้วครับ...ยังไม่ออกมาเลย ยังอยู่ในห้องตรวจ....ครับแม่ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ฝากบอกคุณลุงกับคุณป้าด้วย เดี๋ยวผมจะดูแลมิรินให้....”

เสียงทุ้มคุยเว้นจังหวะสลับกับเงียบเพื่อฟังเสียงจากปลายสาย แต่ไม่ทันจะเอ่ยต่อจนจบ ประตูมที่ปิดสนิทมาสักพักใหญ่ก็เปิดออกพร้อมกับคุณหมอในชุดกราวน์และรถเข็นที่มีหญิงสาวนั่งมา

! แม่ครับ มิรินมาแล้ว เดี๋ยวไว้ผมโทรหาอีกที”

 

หน้าจอโทรศัพท์ที่ดับมืดไปอีกครั้งเพราะกดวางสาย และใส่มันกลับเข้าไปในกระเป๋ากางเกง จนทำให้ไม่ได้เห็นว่ามีอีกหมายเลขหนึ่งโทรเข้ามา...

 

“แผลค่อนข้างลึกเลยต้องเย็บแผลนะครับ ส่วนคืนนี้จะแอดมิดหรือไม่แอดมิดก็ได้หมอไม่ซีเรียส แต่ถ้าญาติกลัวว่าจะติดเชื้อหรือว่าไม่สะดวกเรื่องการเดินทางไปมา หมอจะทำเรื่องแอดมิดให้” คุณหมอสูงวัยเอ่ยกับซีวอนที่เดินตรงเข้ามาหา

“มิริน...จะค้างที่ รพ. หรือจะกลับบ้านล่ะ” ร่างสูงย่อตัวลงถามหญิงสาวที่ก้มหน้าหนีด้วยเสียงที่อ่อนโยน

“....”

ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมามีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆกับใบหน้าเรียวที่หันหนี ซีวอนที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเลยตัดสินใจจะโทรถามมารดา มือหนาล้วงเอาโทรศัพท์มือถือออกมาหมายจะกดโทรหมายเลข แต่แล้วตัวอักษรที่ขึ้นเตือนก็ทำให้เขาต้องเอ่ยออกมา

! ฮยอกแจ...”

ร่างสูงที่เพิ่งจะคิดได้ว่าเวลาที่นัดกันไว้นั้นมันเลยมาแล้วก็ตกใจและเป็นห่วงคนรักขึ้นมาทันที แต่ไม่ทันจะได้เอ่ยอะไร มิรินที่ได้ยินร่างสูงเอ่ยชื่อคนตัวเล็กเจ้าของหนังสือก็กัดปากแน่น เงยหน้าจ้องใบหน้าคม และเริ่มร้องไห้โวยวายทันที

ปึกๆ

“ฮึก ซีวอนจะทิ้งมิรินอีกแล้วใช่มั้ย ฮึก...ฮือออ มิรินไม่ยอมๆๆๆๆ มิรินจะอยู่ที่นี่!!! ถ้ากลับบ้านซีวอนก็จะออกไปหาฮยอกแจอีกใช่มั้ย ฮึกๆๆ ไม่ให้ไป ไม่ให้ไป”

มือเล็กระดมทุบลงไปที่ไหล่หนาไม่หยุด พร้อมกับใบหน้าเปื้อนน้ำตา เสียงหวานที่แหลมร้องจนสายตาของคนทั้งหมดในรพ.หันมาจ้องมอง ร่างสูงทำได้แค่รวบมือที่เริ่มเบาแรงลงไว้ แล้วหันไปบอกคุณหมอที่ยืนดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆ

“รบกวนคุณหมอจัดการเรื่องแอดมิดให้ด้วยนะครับ”

“อ่า..ครับได้ครับ” นายแพทย์สูงวัยรับคำแล้วผละออกไป ซีวอนจึงหันกลับมาหาหญิงสาวที่ยังคงสะอื้นหนัก

“ผมไม่ไปไหนแล้วนะ ไม่ต้องร้องไห้แล้ว”

..

..

..

..

แกร็ก...แอ้ด...

เสียงไขประตูห้องคอนโดชั้น 18 เปิดออกอย่างช้าๆ มือบางที่กำกุญแจซีดขาวด้วยอากาศที่ต้องยืนตากอยู่หลายชั่วโมง ความเย็นจากดอกกุญแจแผ่ซ่านไปทั่วมือ...เช่นเดียวกับหัวใจดวงน้อยตอนนี้

“........”

มือบางผลักบานประตูให้เปิดกว้างออก ก็เห็นเพียงแค่ความมืดสนิท เท้าเล็กสาวเข้าสู่ด้านในเพื่อพยายามมองผ่านความมืดนั้นเข้าไปด้านในเผื่อว่าจะมีแสงจากห้องด้านในส่องออกมาบ้าง...แต่ก็ไม่มี

ฮยอกแจไม่รู้ว่า เขาควรรู้สึกยังไง ควรดีใจมั้ยถ้าซีวอนอยู่ที่ห้องในเวลานี้ มือเล็กข้างหนึ่งยังคงกำสายเชือกของถุงกระดาษใบเดิมไว้ ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างที่บอกปลอบตัวเองว่า

ไม่เป็นไรฮยอกแจ...ซีวอนอาจจะมีเรื่องด่วนสำคัญอย่างอื่นก็ได้

 

แต่เมื่อมองที่โทรศัพท์เครื่องเล็กของตนอีกครั้ง ก็อดไม่ได้ที่ความน้อยใจจะเข้าเล่นงานอีกครั้ง ไม่มีแม้กระทั่งโทรมา หรือข้อความใดๆ ทั้งๆที่เขาโทรไปก็ติด

“หึ...บ้าไปเอง ตื่นเต้นอะไรนะเรา...ตลกชะมัด...หึๆ ฮึก....ฮึกๆ”

ฮยอกแจทิ้งตัวลงนั่งแนบแผ่นหลังกับแผ่นประตูห้องที่ภายในมืดและเงียบจนได้ยินเสียงตัวเองสะอื้นดังก้อง ราวกับต้องย้ำไม่รู้กี่ครั้งว่า ที่นี่ไม่ใช่ที่ของตัวเอง...หรือที่ทำอยู่ควรจบได้แล้ว...

 

เข่าเล็กสองข้างเป็นที่ตั้งให้กับแขนบางของตัวเองที่ตอนนี้เป็นที่พึ่งเดียวให้พอให้ช่วยซับน้ำตา เสียงสะอื้นขาดห้วงสลับการหายใจที่หากเจ้าของห้องร่างสูงได้ยินคงใจสลายด้วยความปวดใจไม่ต่างกัน...

..

..

Rrr Rrr

เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นจังหวะเรียกให้ร่างบางที่ร้องไห้จนเผลอหลับไปรู้สึกตัวขึ้นมา มือบางยกขึ้นปาดคราบน้ำตาที่ยังเหลืออยู่ออกเพื่อมองหน้าจอมือถือให้ชัดขึ้น

 

...ซีวอน...

 

ชื่อที่ปรากฏบอกทำให้ฮยอกแจต้องเรียกสติของตัวเองให้มีมากขึ้น กลัวว่าจะยังอยู่ในห้วงความฝัน แต่แรงสั่นและเสียงร้องของโทรศัพท์บ่งบอกได้ดีว่านี่คือความจริง

“......”

// ฮยอกแจตอนนี้คุณอยู่ไหนน่ะ กลับบ้านแล้วใช่มั้ย...//

น้ำเสียงที่ดูร้อนรนแต่ก็ดูเจือความรู้สึกไม่แน่ใจมานั้นทำให้ฮยอกแจไม่รู้ว่าควรตอบว่าอะไรดี ในใจตอนนี้ทั้งเสียใจ ทั้งน้อยใจ...และอยากจะโกรธเกลียด...อยากจะเลิกรัก...

น้ำตาที่แห้งเหือดไปเริ่มไหลคลอออกมาอีกครั้งเมื่อเสียงเข้มเอ่ยต่อ

//...ผมขอโทษนะ //

“....” เสียงหวานยังคงไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา ร่างสูงที่หนีมิรินออกมาคุยโทรศัพท์ข้างนอกห้องจึงรีบอธิบายเรื่องราวที่แสนค้างคาใจนี้ให้คนรักได้เข้าใจทันที

//...ฮยอกแจ...ผมขอโทษที่ไม่ได้โทรหาคุณ ปล่อยให้คุณรอจนถึงตอนนี้...พอดีมันมีเรื่องด่วนน่ะ...คุณพอจะให้ผมอธิบายได้มั้ย //

“....อะ อือ...” แม้ว่าเสียงเข้มอยากจะเล่าเรื่องทุกอย่างออกมาให้หมดโดยไว แต่เมื่อไม่มีเสียงหวานตอบรับจึงหยั่งเสียงหวานให้เอ่ยตอบด้วยคำถาม

// มิรินเข้าโรงพยาบาลน่ะ //

!!! ปะเป็นอะไรมากรึเปล่าน่ะ” ดวงตาหวานที่คลอน้ำตาเบิกว้างด้วยความตกใจทันที เอ่ยถามด้วยเสียงสั่น

// แต่ตอนนี้ไม่เป็นอะไรมากแล้ว เขาโดนแก้วบาดที่เท้าจนต้องเย็บน่ะ //

“...งั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อยนะ” ฮยอกแจบอกเสียงเบาเหมือนคล้ายบอกกับตัวเองด้วยเช่นกันว่า อย่างน้อยซีวอนก็ไม่ได้ลืมนัดโดยไร้สาเหตุ

// คืนนี้ ผมคงต้องอยู่ดูมิรินที่ โรงพยาบาลนะ...คุณอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย //

“อือ...ฉันอยู่ได้”

// พรุ่งนี้เช้า ผมจะเข้าไปหาก่อนไปมหาลัยนะครับ //

“.....อือ...” ฮยอกแจเพียงตอบคำสั้นๆอย่างที่สัมผัสได้ถึงอาการห่วงใยจากปลายสาย แต่กระนั้นก็ยังไม่กล้าจะเอ่ยอะไรที่บ่งบอกว่ารับรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงตนออกไป

//.......ผมขอโทษจริงๆสำหรับวันนี้นะ...รอนานรึเปล่าน่ะ //

“.....มะ ไม่นานหรอก”

//..........//

ริมฝีปากได้รูปเม้มแน่น เขารู้ เขารู้ว่าฮยอกแจต้องไปรอก่อนเวลา และยืนรอเขาจนเกินเวลาเป็นชั่วโมง ในอากาศหนาวแบบนี้แล้วด้วย...ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธตัวเอง

//...งั้นพักผ่อนนะครับ พรุ่งนี้เจอกัน //

แล้วซีวอนก็เลือกที่จะไม่ตอกย้ำเหตุการณ์เอ่ยตัดบทลงด้วยหัวใจที่เจ็บไม่ต่างกัน เขารู้ว่าฮยอกแจเจ็บ เขาก็ยิ่งเจ็บ

...เมื่อไหร่เรื่องนี้จะจบเสียที...เมื่อไหร่เรื่องนี้จะไม่มีใครเจ็บ...

...

...

ซีวอนวางสายไปแล้ว แต่ฮยอกแจยังคงจ้องหน้าจอมืดสนิทนั้นอยู่ มือเล็กกำโทรศัพท์แน่น แล้วชันกายลุกขึ้น เข้าไปล้างหน้าตาที่มีแต่คราบจากการร้องไห้

ดวงตาใสมองจ้องเข้าไปในกระจกบานกว้าง คำที่ตนเองบอกไว้ว่าจะกัดฟันทำให้เต็มที่ ใช้เวลาที่มีอยู่น้อยนิดให้มีความสุข สั่งให้พยายามเป็นฝ่ายก้าวเดินเข้าไปหาคนที่รักมาตลอดอีกครั้ง

ฮยอกแจเดินกลับออกมาเปิดตู้เสื้อผ้าจับชุดเสื้อเข้าชุดสองสามตัว กับของใช้จำเป็นส่วนตัวอีกนิดหน่อยลงกระเป๋าผ้าใบพอเหมาะ โดยไม่ลืมถุงกระดาษที่ใส่ผ้าพันคอสีครามเข้มนั้นไว้ด้วยเพื่อนำไปให้คนคนเดียวในเวลานี้

..

..

..

แกร๊ก.....

“ออกไปไหนมาน่ะ”

“ตื่นแล้วเหรอ?”

ไม่ทันทีซีวอนจะปิดประตูสนิทคนป่วยที่หลับไปเพราะฤทธิ์ยาก็เอ่ยถามเสียงเขียวทันที

“ตื่นตั้งนานแล้ว ซีวอนหายไปไหนมา มิรินโทรหาก็ไม่ติด”

“...ผมคุยกับคุณแม่น่ะ” ซีวอนเดินมาหยุดที่โต๊ะเล็กๆหน้าโซฟา แล้ววางโทรศัพท์สีดำเครื่องนั้นลงพลางบอก

“....มิรินหิวแล้ว อาหารโรงพยาบาลเห็นแล้วกินไม่ลง...มิรินอยากกินซูชิ”

“งั้นเดี๋ยวผมลงไปซื้อร้านข้างล่างให้นะ ป่านนี้คงมีแบบธรรมดา ร้านอื่นคงเก็บหมดแล้ว”

“....ก็ได้ แต่ถ้าไม่อร่อยซีวอนต้องขับรถออกไปซื้อให้มิรินด้วย” หญิงสาวที่มีผ้าพันแผลที่เท้ายกแขนขึ้นกอดอก ผมยาวกลางหลังสะบัดไปตามแรงการหันของใบหน้าที่เชิดขึ้นอย่างเอาแต่ใจ

“งั้นเดี๋ยวผมมานะ”

“.....”

ร่างสูงเดินออกไปจากห้องพักผู้ป่วยแล้ว ความเงียบก็เริ่มทำงาน หญิงสาวกวาดตาไปทั่วห้องอย่างเบื่อหน่าย แต่แล้วก็เหลือบไปเห็น เครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กสีดำของซีวอนตั้งทิ้งไว้บนโต๊ะก็พยายามเขย่งขาเดียวลงจากเตียงตรงเข้าไปคว้ามาดูทันที

 

เบอร์โทรล่าสุด.......ฮยอกแจ

...

..

..

“เอ่อ ขอโทษนะฮะ คุณพยาบาล”

“มีอะไรให้ช่วยคะ” หญิงสาววัยกลางคนในชุดสีขาวล้วนลุกขึ้นต้อนรับฮยอกแจที่มียืนหน้าเค้าท์เตอร์ในโรงพยาบาลหรูยามนี้

“คุณชเวมิรินพักอยู่ห้องไหนเหรอฮะ”

“ชเวมิรินเหรอคะ รอสักครู่นะคะ” พยาบาลสาวว่าจบกนั่งลงพิมอักษรลงแป้นพิม เพียงครู่เดียวก็เงยหน้าขึ้นมาบอกเลขสี่หลักด้วยรอยยิ้ม

“ห้อง 1414 ค่ะ”

“ขอบคุณนะฮะ” ฮยอกแจยิ้มรับพลางบอกขอบคุณ มือเล็กกระชับกระเป๋าเสื้อผ้า ถุงกระดาษใบเดิมและดอกไม้ช่อขนาดไม่ใหญ่มากเดินตรงไปยังลิฟท์

..

..

..

“มิรินร้านแถวนี้ปิดหมดแล้วผมเลยเดินออกไปซื้อที่ด้านข้างโรงพยาบาลมาให้ คุณพอจะทานได้นะ”

“....”

“....มีอะไรงั้นเหรอ”

ดวงตาคมที่มองกล่องซูชิเงยขึ้นมาสบนัยน์ตาเรียวรีที่มองมาด้วยความไม่พอใจ มือเรียวกำโทรศัพท์ในมือแน่น ร่างหนาก้าวเท้าเข้ามาชิดขอบเตียงที่ร่างบางนั่งห้อยขาไว้อยู่

“...ไหนซีวอนบอกว่าโทรหาคุณน้ามาไงล่ะ ไหนล่ะ มิรินเห็นมีแต่เบอร์ฮยอกแจ โกหกมิรินอีกแล้วนะ ฮึก...จะผิดสัญญากับ...ฮือ กับมิรินอีกใช่มั้ย!!

เสียงหวานที่เริ่มเปลี่ยนแหลมแผดดังขึ้นทีละนิดอย่างไม่เกรงกลัวต่อสถานที่และเวลาที่ล่วงเวลาค่ำเข้ามาหลายชั่วโมงแล้ว ริมฝีปากที่ยังแดงสดด้วยสีกัดกันแน่น ความไม่พอใจพุ่งขึ้นสูง

“มิรินเสียงดังไปแล้ว นี่รพ.นะ” ซีวอนพยายามเอ่ยห้ามไว้แต่ก็เหมือนจะยิ่งกระตุ้นความโกรธนั้น

“ไม่ ทำไม ฮืออออออ ซีวอนโกหกมิริน โกหกๆๆ หลอกว่า ฮึก..บอกว่าโทรหาคุณน้า ฮึก ก็โทรหาฮยอกแจ โกหก...”

หญิงสาวร้องโวยวายคว้ากล่องซูชิในถุงพลาสติกใสปาลงจนกระจายเต็มพื้น มือเล็กทั้งสองข้างตีลงไปบนตัวซีอนเท่าที่จะทำได้

“จะโทรไปบอกความจริง ฮึก...มันรึไง จะทิ้งมิรินใช่มั้ย ฮือออออ คนโกหก คนโกหก...”

หญิงสาวเริ่มร้องไห้หนัก แรงมือที่ตีลงไปเริ่มเบาลงและเปลี่ยนมายกขึ้นปิดใบหน้าที่เปียกไปด้วยน้ำตา

ซีวอนมองภาพตรงหน้าแล้วลอบถอนหายใจ...คิดไม่ตกกับเรื่องนี้จริงๆ...แขนคู่ที่คอยโอบกอดคนตัวเล็กมาตลอดหลายคืน ในวันนี้จำต้องมากอดปลอบหญิงสาวที่เขาจำเป็นต้องปลอบ

 

“ผมขอโทษๆ...ผมจะไม่ทิ้งคุณ ผมสัญญาแล้ว....”

 

“.......ผม.........ผมจะทำต่อไป ผมจะไม่บอกความจริง....”

 

 

 

กึก....

ราวกับก้อนหนืดที่จุกอยู่ที่คอนั้นมีเข็มนับพันผสมอยู่ ยากเหลือเกินที่จะกลืนลงไปได้...

....นายมาทำอะไรที่นี่ ลีฮยอกแจ....

 

“ฮึก...” มือบางปิดเสียงที่ลอดจากปากที่เม้มไว้แน่น เสียงหวานที่ดังลั่นจนไม่ต้องก้าวเข้าใกล้ประตูบานนั้นก็ได้ยินลอดออกมา ไม่ได้ทำให้ใจที่แหลกสลายกลายเป็นผุยผงได้เท่า ภาพที่มองลอดกระจกใสเข้าไป

...อ้อมกอดและคำเอ่ยของซีวอน...

ตรงนี้ที่มีแค่บานประตูกั้น แต่กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง...คนหนึ่งได้รับอ้อมกอดคอยปลอบโยนและคำสัญญา...แต่อีกคนได้เพียงความหนาวเหน็บในหัวใจ...และคำที่ไม่มี...ความจริง...

 

“ฮึก...ฮึกๆ....”

 

....พอได้รึยังฮยอกแจเลิกพยายามกับสิ่งที่รู้ว่าไม่มีทางได้มาเสียที...พยายามไปแค่ไหน...ก็ยังเป็นแค่คนโง่คนเดิม...

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._
 


60%


“ขออภัยในความไม่สะดวกด้วยนะคะ”

เสียงหวานของพนักงานสาวประจำร้าน Vanilla Story เอ่ยบอกพลางโค้งให้กับลูกค้าสองสามกลุ่มที่เดินกลับออกไปด้วยความผิดหวัง เหตุด้วยเพราะวันนี้ทางร้านขัดข้องทางเทคนิค (ข้ออ้างที่ทำให้ทุกคนเข้าใจไม่ว่าเมื่อไหร่หรือเรื่องไหนก็ตาม)ต้องปิดก่อนเวลา

..

..

“ผมต้องขอโทษคุณยูยองจริงๆครับที่ดูแลร้านไม่ดี”

ด้านหลังของร้านส่วนที่เป็นครัวกว้าง ตอนนี้หยุดการอบขนมรายวันไปแล้ว มีแค่บางส่วนเท่านั้นที่อบเสร็จไปก่อนที่เจ้าของร้านตัวจริงอย่าง โจวยูยองจะมาถึงเพื่อเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมกับหญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งที่ติดสอยห้อยตามมา

เสียงของคิบอมที่เอ่ยบอกขณะที่โค้งตัวลงขอโทษอย่างเป็นทางการทำให้ยูยองยิ้มบางๆแล้วจับไหล่เชฟประจำร้านเบาๆอย่างที่บอกให้รู้ว่า...

“ไม่เป็นไรหรอก  ฉันรู้ว่าเชฟคิมทำดีที่สุดแล้ว แล้วอีกอย่างฉันมั่นใจว่า เรื่องนี้มีคนในเกี่ยวข้อง...”

ยูยองกวาดสายตาไปยังพนักงานร้านทั่วๆจนมายังลูกชายคนเดียวของตนที่ด้านข้างมีเด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดูยืนอยู่ข้างๆ

“คยู...เมื่อคืนนี้ลูกอยู่ที่ร้านใช่มั้ย” เป็นธรรมดาที่คยูฮยอนจะนอนข้างที่ชั้นสามของร้านเพื่อที่จะได้ง่ายในการตื่นมาทำออเดอร์ หรือเตรียมของตั้งแต่เช้ายูยองจึงเอ่ยถามย้ำให้แน่ใจ

“ครับ...ผมอยู่กับซองมิน และเราก็ได้ยินเสียงแปลกๆจากข้างนอก แต่พอเราออกไปดูทุกอย่างก็ปกติ”

“ซองมิน? ใครน่ะ” ยูยองประหลาดใจเล็กน้อย แต่แล้วเมื่อคยูฮยอนยกขนขึ้นโอบไหล่เล็กของคนด้านข้างพร้อมกันดันให้ก้าวออกมาเล็กน้อย ผู้เป็นมารดาก็รู้ได้ทันที...แต่ไม่ใช่กับหญิงสาวที่ยืนมองด้วยสายตาที่ไม่พอใจเท่าไหร่นัก...

“คุณป้าคะ” เฮกายุน หญิงสาวผมหยักลอนใหญ่ที่เกาะแขนยูยองไม่ห่างเรียกให้คุณนายโจวต้องหันมาหา

“ว่าไงจ้ะ หนูกายุน”

“เขาเป็นใครคะ คนนอกไม่ใช่เหรอคะ เข้ามาอยู่ที่นี่ไม่แปลกหรือผิดกฏไปหน่อยรึคะ” แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อว่าคนที่กล่าวถึงนั้นเป็นใคร แต่สายตาที่มองไปยังคนๆเดียวของกายุนนั่นก็คือ ซองมิน

คนที่เหมือนว่าจะถูกกล่าวถึง ตาโตขึ้นมาอย่างแปลกใจเล็กน้อย ยกนิ้วชี้เล็กๆของตัวเองชี้เข้าหาตัวเองพลางมองไปยังคนรัก

“ฉะฉันเหรอ คือ...” ตาหวานกระพริบปริบๆอย่างที่ไม่รู้จะตอบคำถาม หรืออธิบายอะไรก่อนดี แต่แล้วก็มีเสียงทุ้มจากคนที่ยืนอยู่ด้านข้างสร้างความกระจ่างให้กับคนที่กล่าวถึง

“ซองมิน เป็นคนรักของผม ไม่ใช่คนนอกที่ไหน...แม่ครับ ขอโทษด้วยที่ยังไม่ได้แนะนำซองมินให้แม่รู้จัก”

“........เรื่องนี้เราค่อยคุยกันอีกทีนะ” ยูยองเงียบไปครู่หนึ่งแล้วก็เอ่ยออกมาพอจะทำให้ซองมินและคยูฮยอนพอจะลดความรู้สึกกดดันที่เพิ่งเกิดขึ้นในชั่ววินาทีนี้ลงได้บ้าง

คำตอบจากคยูฮยอนชัดเจนและกระจ่างอย่างที่ไม่ควรถามต่อ เป็นคำตอบที่ทำให้กายุนหน้าม้านไปเล็กน้อย แต่ไม่เท่าความไม่พอใจ ดวงตาเรียวแหลมมองซองมินแทบจะจิกเนื้อทะลุทำให้คนถูกมองบุ้ยหน้าหลบหลังคยูฮยอนอย่างงอนๆบ้าง

“เชฟคิมเดี๋ยวรบกวนขอรายชื่อทุกคนที่มีกุญแจร้านด้วยนะ”

“ได้ครับคุณยูยอง”

“งั้นวันนี้เราคงต้องปิดร้านไปก่อน พรุ่งนี้ถ้าวนิลาที่สั่งไปล๊อตใหม่มาทันก็ค่อยเปิดร้านตามปกติ ส่วนวันนี้ฉันขอไปตรวจสอบข้อมูลหาหนอนบ่อนไส้ร้านเราก่อนละกันนะ”

เจ้าของร้านหญิงสาวผู้เด็ดเดี่ยวกล่าวสรุปอย่างง่ายๆและดูไม่กังวลอะไรเท่าไหร่ แถมด้วยรอยยิ้มบางๆยามเมื่อกล่าวถึงคนที่ทำให้ร้านต้องเกิดปัญหา

..

..

..

“คยูฮยอน นี่หนูกายุน จำน้องได้มั้ย จากตระกูลฮาที่เราสั่งอุปกรณ์ครัวกับบริษัทเขามาตลอดไงล่ะ”

 

“...ครับ...”

เมื่อเข้ามาด้านในห้องสำนักงานที่ตอนนี้มีเพียงสี่คนเท่านั้น ยูยองก็เอ่ยแนะนำหญิงสาวที่ตนเองพามาให้ลูกชายทันที แต่เสียงทุ้มนั้นกลับเอ่ยรับนิ่งเฉย ไม่มีต่อความใดใด เพียงแค่นั่งนิ่งอยู่ข้างๆหนุ่มร่างอวบแค่นั้น

“พี่คยูจำไม่ได้เหรอคะ เราเคยเจอกันที่งานเลี้ยงที่บ้านกายุนทุกปีเลยนะคะ” หญิงสาวที่มีเรียวหน้าคม ผมยาวที่เป็นลอนใหญ่กับการแต่งตัวที่ดูมั่นใจ เอ่ยรัวใส่หนุ่มร่างสูงที่ไม่แม้แต่จะแลตามองตน

“จำได้....”

คยูฮยอนเอ่ยตอบออกมา เพียงสั้นๆ ทำให้กายุนยิ้มกว้าง แต่กลับทำให้มือเล็กๆที่เกาะแขนแกร่งเอาไว้กำเสื้อเชิ้ตสีเข้มไว้แน่น ดวงตาหวานเงยขึ้นมองหาความหมายในสายตาคม เหตุการณ์เล็กๆที่มีสายตาของยูยองคอยสังเกตอย่างเงียบๆ

 

“....จำได้ว่าไป...แต่จำเธอไม่ได้”

“..........” ริมฝีปากเคลือบสีส้มสดอ้าค้างอย่างไม่รู้จะเอ่ยอะไรต่อ ผู้ชายคนนี้นิสัยแบบนี้เหรอเนี่ย???

กายุนก้มหน้าหลบซ่อนสีหน้าไม่พอใจของตนเองเงียบพลางคิดในใจต่างกับซองมินที่ความรู้สึกไม่สบายใจที่พุ่งวาบเข้ามานั้นหายไปในพริบตา

เมื่อเห็นว่าทุกคนเงียบคยูฮยอนก็อาศัยโอกาสนี้เอ่ยสิ่งที่อยากจะบอกมานาน

“แม่ครับ...นี่ลีซองมิน...ซองมินเป็นคนรักของผมครับ...”

“........”

“อ่ะ เอ่อ...ผมลีซองมินฮะ ยินดีที่ได้พะพบครับ”

ไม่มีการเอ่ยแจ้งเตือนใดๆจากคนรัก ซองมินทำได้แค่ตั้งสติในเวลาสั้นๆแล้วลุกขึ้นโค้งเร็วๆเสียหลายที พร้อมเสียงหวานที่เอ่ยบอกระรัวลิ้นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง

คยูฮยอนยิ้มเอ็นดูคนรักที่น่ารัก เมื่อเห็นว่าซองมินประหม่าไม่น้อย แก้มนิ่มแดงเหมือนเวลาโดนเขาหอม มือเล็กกำแน่นจนต้องเอื้อมมือไปกุมไว้อย่างปลอบโยน หรือปกป้องเป็นนัย

“.....ยินดีที่ได้พบจ้ะ” ยูยองเอ่ยเพียงสั้นๆจนซองมินได้แต่ยิ้มหวานแก้เก้อ ไม่รู้ว่ายูยองคิดหรือหมายถึงอะไร เช่นเดียวกับกายุนที่ร้อนรนอยู่ในใจ

“คุณป้าคะ ถึงจะเป็นแฟน แต่ยังไงก็เป็นคนนอกก็ยังเข้าข่ายต้องสงสัยนะคะ” เสียงหวานกระซิบบอกพลางจิกสายตาไปยังซองมิน

คยูฮยอนที่แม้จะไม่เอ่ยสิ่งใด แต่ก็รับรู้ถึงเจตนาจากสายตาคู่นั้นได้ดีว่า มันไม่ได้เป็นมิตรแม้แต่น้อย แขนหนาวาดไปโอบรอบเอวอวบอย่างคุ้มครองเป็นนัย ทั้งที่สีหน้ายังไม่เปลี่ยนแปลง

 

เวลาผ่านไปไม่นาน คิบอมก็นำรายชื่อและข้อมูลพนักงานที่ถือกุญแจร้านก็มาให้ยูยองในห้องสำนักงาน

“คนที่ถือกุญแจร้าน มีทั้งหมดห้าคนครับ มี ผม คุณคยูฮยอน ผู้จัดการฮง เชฟรอง แล้วก็คุณปาร์ค มยองซูครับ”

“....ผู้จัดการฮงนี่ตัดออกไปได้เลย เขาอยู่กับเรามาเป็นสิบปี แถมเป็นคนสมถะ ไม่น่าจะใช่” ยูยองเปิดไล่ดูข้อมูลของแต่ล่ะคนไปทีล่ะหน้าตามรายงาน มือเรียวผ่านวัยยังดูดีเปิดหน้าเอกสารข้างกลางอากาศ เพื่อเอ่ยอย่างสรุปแล้วเปิดต่อ

“เชฟรอง...เชฟรองนี่วางใจได้มั้ย เชฟคิม ฉันเคยคุยกับเขาไม่กี่ครั้ง”

“สำหรับผมเขาเป็นคนดีคนนึงนะครับ เขาเหมือนกับผมตอนหนุ่มๆที่ฝึกตามร้านอาหารจนมีฝีมือ แต่ว่าผมก็ไม่รู้รายละเอียดเขามากนัก คุณยูยองยังไม่ตัดเขาออกจากผู้ต้องสงสัยก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมว่าเขาคงเข้าใจ”

ยูยองพยักหน้ารับกับคำอธิบาย จึงได้เปิดหน้าเอกสารต่อ คนถือกุญแจร้านคนสุดท้าย

“ปาร์ค มยองซู??? ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลยล่ะ...ประวัติทางการทำงานในร้านเบเกอร์รี่ก็ไม่มี สูบบุหรี่ แถมไม่มีใบอนุญาติประกอบอาหาร...เชฟคิม...ทำไมถึงให้คนนี้ทำงานในร้านแล้วไหนจะให้ถือกุญแจร้านอีก”

เสียงยูยองกล่าวแต่ล่ะข้อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ จบด้วยการหันไปหาคิบอมเพื่อฟังคำอธิบาย

“คุณปาร์คมยองซูเป็นคนจากทางตระกูลเฮฝากมาให้ทำงานที่ร้านนี้ไงล่ะครับ แล้วคนในร้านก็ค่อนข้างจะเกรงใจ เลยไม่กล้าขัดที่เขาเอากุญแจไปปั้มเอง”

“....คนนี้เองหรอกเหรอ...”

 

ในขณะที่ยูยองและคิบอมคุยกัน ข้อมูลทุกอย่างที่ยูยองเอ่ยออกมาก็ทำให้ซองมินสะกิดใจบางอย่างขึ้นมา มือเล็กกระตุกเสื้อคนรักเบาๆ

“คยู...”

“หืม?” คยูฮยอนละสายตาจากคิบอมและผู้เป็นมารดาเพื่อหันมาคนที่กระซิบเสียงเรียก

“คืนนั้น ฉันได้กลิ่นบุหรี่ คยูจำได้ใช่มั้ย”

“....จริงด้วยสินะ” ไม่ต้องคิดอะไรต่อ คยูฮยอนเอ่ยเสียงเรียกมารดาตนเองทันที

 

 

“แม่ครับคืนนั้น ตอนที่เราเปิดประตูออกมาดูด้านหลังร้าน แล้วซองมินก็ได้กลิ่นบุหรี่ปนกับกลิ่นวนิลาครับ”

“........อย่างนั้นเหรอ”

“พูดอย่างนี้จะบอกว่า คนจากตระกูลเราเป็นคนทำงั้นเหรอ” กายุนหันไปพูดด้วยเสียงดังกับซองมิน ทำให้คนร่างอวบขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรออกไป เพราะคนข้างกายเอ่ยแทนแล้ว

“แล้วคุณแน่ใจรึเปล่าล่ะ ว่าไม่ใช่”

“ตะแต่ ก็ยังไม่รู้ว่าใครทำอยู่ดี อาจจะเป็นยัยอวบนี่ทำก็ได้นี่!!!

“เฮกายุน!” เสียงต่ำเรียกในลำคอเมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าเริ่มจะล้ำเส้น

ผู้ใหญ่ในห้องสองคนมองสถานการณ์เงียบ คิบอมที่ลอบมองสีหน้ายูยองเล็กน้อย ในใจเชียร์ให้ซองมินเป็นสะใภ้ตระกูลโจวอย่างเงียบๆเพราะดูยังไง หญิงสาวตรงหน้าก็ไม่น่าไว้ใจซักนิด

“ทะทำไมล่ะ งั้นก็พิสูจน์ซิ ว่าตัวเองไม่ได้ทำ” กายุนหันไปมองหน้ายูยองเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อเสียงดัง หวังในใจว่าถ้าซองมินมีความผิดร้ายแรงอย่างนี้คงไม่มีทางได้เป็นสะใภ้ของร้านขนมชื่อดังแห่งนี้แน่นอน

 

“นั่นสิ....ลองพิสูจน์ตัวเองดูซิ ว่าไม่ได้เป็นคนทำ...” เสียงของคุณนายโจวเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ เรียกให้ทุกสายตาในห้องหันไปมอง

เสียงรองเท้าส้นสูงก้าวเดินออกจากหลังโต๊ะทำงานก้าวเป็นจังหวะเพื่อมายืนตรงหน้าโซฟาเช่นเดียวกับคนอื่น ยูยองยื่นมือไปลูบที่แก้มใสของซองมินเบาๆ

ดวงตาหวานกระพริบถี่อย่างประหลาดใจพร้อมกับใบหน้าอิ่มที่เอนหนีมือสวยนั้นเล็กน้อย แต่ก็ยอมอยู่นิ่งให้แม่ของคนรักใช้นิ้วโป้งลูบแก้มตนเอง

“ว่าไงล่ะ จะพิสูจน์ตัวเองได้มั้ย”

“แต่แม่ครับ ซองมินไม่ได้เกี่ยว...”

“ถ้าไม่เกี่ยว...แล้วจะกลัวทำไม”

คยูฮยอนรีบเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร้อนใจ แต่ไม่ทันจะได้เอ่ยจบ เสียงของผู้เป็นแม่ที่ยังเอ่ยด้วยน้ำเสียงโทนเดิมก็พูดทับออกมา

“ทำได้ใช่มั้ย” ยูยองหันมายิ้มบางๆให้ซองมินแล้วถามซ้ำอีกครั้ง

นัยน์ตาหวานสื่อประกายความไม่แน่ใจเพียงครู่เดียว แล้วจึงเปลี่ยนเป็นแววตาที่มั่นใจ มือเล็กข้างหนึ่งที่ยังคงกำมือคนรักไว้บีบเบาๆเรียกกำลังใจแล้วเอ่ยออกมา

 

“ฮะ ผมจะพิสูจน์ว่าผมไม่ได้ทำ และจะตามหาขโมยตัวจริงมาให้ได้อย่างแน่นอนฮะ”

 

TBC.

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._



 


...ยังมีใครอยู่แถวนี้มั้ยยยย (ยังจะกล้าถาม = =) ด่ามิรินกับวอนด้วยกันมั้ยค้าาา  555

กิ้บงานเยอะมว้ากกกก เสาร์อาทิตย์วันละ 9 ชม. OTL เลยปั่นแบบกระดึ้บมาอย่างช้าๆ -.- 

สำหรับตอนนี้ วอนกับมิรินก็ยังเหมือนเดิม...แต่ อย่าเพิ่งคิดไปนะ สิ่งนี้แหละ ทำให้ฮยอกตัดสินใจเด็ดขาดได้แล้วจริงๆค่ะ

 ใครเอ่ยเป็นขโมย บางคนเดาถูกแล้วค่ะ^^ ตอนนี้ไปคู่วอนฮยอกจะน้อยลงหน่อยแล้วนะคะ ฮยอกกำลังรอเวลาค่ะ ^^

หึหึ เวลาอะไรหนอ อิอิ จบตอนนี้ขอกลับไปปั่นฟิคแก้บน หน่อยนะคะ นุ่มนิ่มที่รักตอน พิเศษ  >//////<

ขอบคุณทุกคนที่ยังรออ่าน ไรเตอร์ที่ดองข้ามปีอย่างนี้นะ T^T รักจัง ~






ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน โหวต และคอมเม้นต์ ให้นะคะ ^^

สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเรื่องนี้แน่นอน อัพจนจบแน่นอนค่ะ แต่ช้าไปบ้างน้าาาา ><




 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,942 ความคิดเห็น

  1. #1926 HyukJewel (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2558 / 00:21
    มิรินไม่น่าโดนบาดที่เท้า
    น่าจะโดนบาดที่คอ
    #1,926
    0
  2. #1790 Kiratar (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 เมษายน 2557 / 22:57
    กายุนน่ะเหรอ... เหอะ!~ ยังไงYaoiก็คือสุดยอดแห่งคู่รักอยู่แล้ว <<< ดูโรคจิตแหะ -. ,- มิริน!!!!!!!!!! จะบ้าตายชั้น!!! มินสู้ๆ >w<
    #1,790
    0
  3. #1742 Jai Jaja (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 มกราคม 2557 / 20:09
    เรื่องเศร้ามาพร้อมกัน 2คนเลย

    ทั้งฮยอก ทั้งซองมิน 

    TT_____________TT

    รักแท้ย่อมมีอุปสรรค

    ไฟต์ติ้งนะ ไก่น้อย กระต่ายอวบ
    #1,742
    0
  4. #1676 daw^____^ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 18:28
    เอาใจช่วยมิยนะ สู้ๆๆๆๆๆๆนะค่ะมิน
    #1,676
    0
  5. #1640 POPoUnD (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 กันยายน 2556 / 11:42
    ขอโทษนะค่ะ อ่านมาจนใกล้จะจบแล้ว แต่ไม่ได้เม้นเลยTT ปอนด์อ่านในโทรศัพท์น่ะค่ะ เลยเม้นให้ไม่ได้ เกรงใจจัง ขอโทษจริงๆ นะค่ะ ยังไงไรเตอร์กิ้บสู้ๆ นะค่ะ><
    #1,640
    0
  6. #1621 nimuyk (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 กันยายน 2556 / 00:37
    คุณแม่ของกี้แอบเห็นอะไรพิเศษในตัวน้องมินรึเปล่าค่ะ

    แต่น้องมินก้อน่ารักมาก... แม้ไม่มั่นใจ แต่ก้อตอบรับคำแม่กี้

    จมูกดีของน้องมินคงมาช่วยทำงานได้ดีตอนสืบนี่แหละ
    #1,621
    0
  7. #1616 angle (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 19:43
    เอาใจช่วยน้องมินนะเออ

    ส่วนอิฉ่อย...เชอะ

    วอนพี่ว่ะ ไม่ชัดเจนซักที

    ซักวันเหอะ จะโดนทิ้งไม่รู้ตัว

    ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #1,616
    0
  8. #1614 รักฮยอกเเจ & ซุปเปอร์จูเนียร์ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2556 / 22:33
    มินสู้โว๊ย



    มาอัพบ่อยๆนร้าไรเตอร์
    #1,614
    0
  9. #1613 Mind-myy (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 / 11:54
    ซองมินสู้ๆ
    #1,613
    0
  10. #1612 Redberrylips (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 / 20:34
    โอ้ย นางเอกของป้า ฮือ สงสารฮยอกอ่ะ บอกตรง ๆ เรื่องนี้อินมาก ละคือพี่วอนคะ จริงเหมือนที่เเม่บอกเลย ว่าต้อวเลือกเองเเล้วล่ะ เพราะยิ่งช้า ฮยอกก็ยิ่งเจ็บ โอ้ย เจ็บเเทน
    #1,612
    0
  11. #1611 aoyaanya (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 / 17:07
    มินต้องทำได้แน่ๆ ^^
    #1,611
    0
  12. #1610 Pinocchio (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 / 16:42
    ซีวอนน่าหมั่นไส้พอๆ กับมิรินเลยอ่ะ!
    จะไม่ทิ้งใช่มั้ย? แล้วฮยอกแจล่ะ...ปากบอกว่ารักแต่ก็ทิ้งให้ฮยอกแจอยู่คนเดียว
    เลือกที่จะโกหกต่อไปทั้งที่ฮยอกแจให้โอกาสแล้ว
    ฮยอกทิ้งมันมาเถอะ อย่าไปสนใจคนแบบนี้เลย
    #1,610
    0
  13. #1609 MayChuly (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 / 14:25
    อยากจะตบยัยมิรินจริงๆเลยอ่ะ ทำมาเป็นหมาหวงก้าง ฮึ วอนก็อีกคนทำไมต้องไปแคร์ยัยบ้านั่นด้วย ฮยอกสู้ๆๆนะ เค้าเป็นกำลังใจให้นะ 

    ซองมินก็สู้ๆๆนะ ยังไงซองมินก็บริสุทธิ์อยู่แล้ววว
    #1,609
    0
  14. #1608 dektunna (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 / 13:51
    ซองมิน สู้สู้น้าาาาาาาาาาาาาาา
    #1,608
    0
  15. #1607 meenunsae (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2556 / 08:44
    ถ้าวอนยังแคร์ยัยผู้หญิงเห็นแก่ตัวอยู่แบบนี้

    จะถูกฮยอกทิ้งไป ก็คงจะสมควรแล้ว

    ปล.รอสมน้ำหน้าวอน ตอนถูกฮยอกทิ้ง
    #1,607
    0
  16. #1605 mee (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 21:13
    บอมเชียร์มินด้วยนะเนีย555

    #1,605
    0
  17. #1604 Yingbee Khwanpare (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 20:17
    น้องมินสู้ๆ จ้า
    #1,604
    0
  18. #1603 kyuMin (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 19:56
    อยากจะบอกว่า เกลียด วอนกับแม่วอน หมั่นใส้ยัยมิริน มาก จะมีเมนวอนกระทืบเราตายมั้ยอ่าา

    แต่มันเรื่องจริงนะ ยิ่งอ่านยิ่งสงสารฮยอก วอนก็จะตามใจอะไรยัยมิริน กันนักหนา หมั่นใส้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,603
    0
  19. #1601 kyuMin (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 19:49
    อ่าาา มาต่อเเล้ว ขอบใจจ้าขอโทษด้วยนะค่ะ

    ที่ไม่ค่อยเม้นนะ อ้อมอ่านในโทรสัพค่ะ มันต้องล๊อคอินตลอดทุกๆตอน ที่จะเม้น

    เลยไม่ค่อยสะดวก ขอโทษจริงๆนะค่ะ

    แต่ชอบเรื่องนี้จิงๆนะ 55+ อ้อมเปนเมนคยูมินค่ะ

    อยากจะบอกว่าพอดีหลงเข้ามาแล้วอ่านเล่นๆ เรื่องกลับสนุดดี อ้อมเลยอ่านมาเรื่อยๆอ่านเพลินๆ

    ไม่ค่อยได้เม้น ยังไงไม่ว่ากันนะค่ะ >< สัญญาว่าจะเม้นต่อไปต่อจากนี้คร้าาา

    ไรเตอร์สู้ๆจะติดตามนะค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 กรกฎาคม 2556 / 19:50
    #1,601
    0
  20. #1599 fern_123 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2556 / 22:19
    เกลียดมิรินอ่ะ วอนก็ยอมยัยนี่ตลอด ฮยอกเจ็บนะ ฮยอกเลิกทนเจ็บ ให้วอนรู้ว่าเลิกโง่ วอนบ้า ไม่ชอบเลย
    #1,599
    0
  21. #1597 ฮยอกเเจ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2556 / 09:33
    เศร้าจัง



    อยากให้ลงเอยกันซักที
    #1,597
    0
  22. #1596 Bakery_LuvSuJu (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2556 / 10:51
    เกลียดมิรินมากๆ วอนแม่_ จะยอมยัยนี่ไปถึงเมื่อไหร่ ฮยอกมันเจ็บนะเว่ย
    #1,596
    0
  23. #1595 snowprince (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2556 / 18:59
    สงสารฮยอกแจจัง คงอึดอัดไม่น้อยที่ต้องเก็บเรื่องทุกข์ใจไว้บอกใครไม่ได้
    #1,595
    0
  24. #1594 ae snoopy (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 12:24


    เกลียดมิรินจังเลยอะ

    แล้ววอนเมื่อไหร่จะเด็ดขาดซักที

    เห็นแบบนี้แล้วสงสารฮยอกจังเลย
    #1,594
    0
  25. #1593 aoyaanya (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2556 / 21:57
    เอามิรินไปเก็บที 

    #1,593
    0