Flip Love พลิกรักกับดักหัวใจ Wonhyuk Kyumin Kihae

ตอนที่ 34 : *Flip Love*: Chapter 30 พิธีมอบหนังสือ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    19 ม.ค. 56



Chapter 30 พิธีมอบหนังสือ

         
            บรรยากาศของช่วงงานปลายปีเริ่มสร้างสีสันและสิ่งของมากมายให้ตกแต่งตามบริเวณทางเดินและตึกต่างๆ ทั้งเทศกาลคริสมาสตร์และวันขึ้นปีใหม่ สีเขียวและแดงช่วยให้ทำให้ดูตื่นเต้นไปกับวันสำคัญเหล่านี้

แต่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยโซลกลับไม่ได้กระตือรือร้นกับวันสำคัญระดับโลกนี้เท่าไหร่ เมื่อวันสำคัญกว่ากำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า...พีธีมอบหนังสือ

ฮยอกแจที่เป็น ผู้ถูกเลือกของปีนี้ ที่ตอนนี้สามารถลบล้างข้อกล่าวหาว่าไม่คู้ควรไปได้แล้ว แม้ว่าอาจจะเป็นคนส่วนมากที่มองเพียงแค่หน้าตา แต่ก็สร้างกระแสของสังคมได้ไม่น้อย

ผู้ถูกเลือกที่ดูงดงามขึ้นทุกวัน แต่ก็กลับดูเศร้าลงทุกวันนั้นทำให้เหมือนมีเกราะบางๆจากรอยยิ้มเศร้าๆน้อยป้องกันหนุ่มๆที่พยายามเข้าหาไปโดยอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ คนรักของผู้ถูกเลือก ยอมปล่อยให้ห่างแม้เพียงซักนิด

“วันนี้ก็เลิกดึกเหรอ”

ซีวอนขับรถมาส่งฮยอกแจที่หอของฮีชอลเช่นเคยเหมือนที่ทำมาติดๆกันหลายวันมานี้เอ่ยถามคำถามเดิมๆเช่นกัน

“ก็คงอย่างนั้นน่ะ...ซีวอนไม่ต้องมารับก็ได้นะ บางทีอาจจะกลับกับพี่ฮันคยองน่ะ”

“เดี๋ยวผมมารับ โทรบอกผมนะว่าเลิกตอนไหน” ไม่สนใจว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ไม่ว่าคนที่ฮยอกแจบอกชื่ออกมาจะวางใจได้แค่ไหน เขาก็ไม่อยากรอคอยด้วยความกังวลใจอยู่ที่ห้องเฉยๆแน่

“......” ฮยอกแจเงียบไป พร้อมแอบถอนลมหายใจเบาๆ เขาไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองซ้ำแล้วซ้ำอีกกับการกระทำที่แสดงความห่วงใยอย่างนี้

...เพราะในใจรู้ดี...ว่าที่ซีวอนทำไป...ด้วยความจำเป็น...ไม่ได้มาจากหัวใจ...

 

การซ้อม พิธีมอบหนังสือที่หอของฮีอชอลไม่ได้มีอะไรมากเลย มีแค่การจำตำแหน่งการยืนการเดิน แล้วก็จังหวะรับมอบ สุดท้ายก็คือการกล่าวคำปฏิญาณ ซึ่งฮยอกแจจำได้และทำได้ครบทุกอย่างแล้ว แต่เหตุใดถึงมาการซ้อมจนเลิกดึกทุกคืนน่ะเหรอ เหตุผลมีแค่นิดเดียวเท่านั้นคือ...ข้ออ้างของร่างบางทั้งสอง

“ฮยอก วันนี้ฮันบอกว่าจะแวะมาล่ะ”

“เหรอฮะ แต่วันนี้ซีวอนบอกว่าถึงพี่ฮันจะไปส่ง เขาก็จะมารับอยู่ดีน่ะแหละฮะ” ร่างเล็กของฮยอกนั่งกอดหมอนอิงบนโซฟาสีแดงสดในห้องของฮีชอลบอกออกมาพร้อมกับเอนตัวลงพิง

 

“....ฮยอกแจ เราแน่ใจเหรอว่าซีวอนได้ได้รักเราน่ะ” ฮีชอลเดินเข้ามานั่งข้างกันแล้วเอ่ยถามช้าๆ

“...แน่ใจซิฮะ...” เสียงหวานเอ่ยตอบช้าๆพลางคิดถึงเหตุการณ์วันที่หิมะตกลงมาครั้งแรกของปีนี้ วันที่เขาได้ยินความจริงที่กระชากหัวใจเขาลงกระแทกพื้นละเอียดไม่มีชิ้นดี

“..........”

เมื่อเห็นว่าฮยอกแจไม่เล่าอะไรต่อฮีชอลก็ทำได้แค่ลูบผมรุ่นน้องที่ตอนนี้สนิทกันมากแล้วอย่างปลอบโยน

ฮยอกแจที่ได้กลับบ้านไปหาแม่เยจิน ด้วยแรงฮึดที่มีอยู่น้อยนิดก็บอกกับคุณแม่นักเขียนไปว่าอยากจะลองสู้เพื่อความรักดู มารดาผู้น่ารักก็เสนอแนวทางนี้ทันที แนวทางที่ตนเคยใช้กับสามี การให้ของขวัญที่แสดงถึงความห่วงใยและแสดงถึงความพยายาม อย่างน้อยคนที่รับก็ต้องรับรู้ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง

การเริ่มต้นการฮึดสู้ของเขา เริ่มด้วยการ ถักไหมพรม สิ่งที่ทำด้วยใจและเจือความห่วงใย ผ่านเส้นด้ายนุ่มที่ผ่านปลายนิ้วทุกเซนติเมตร

ฮยอกแจเอ่ยถามฮีชอลเรื่องหาซื้อไหมพรมเลยแต่กลายเป็นว่าได้เพื่อนร่วมโครงการเล็กๆของตนเองไปด้วยอีกคน ฮีชอลตัดสินใจทำงานยากคือ การถักเสื้อสีดำสนิทมีลายสีแดงเล็กๆที่มุมอกซ้ายให้ฮันคยองเป็นของขวัญ กะว่าทันวันคริสมาสตร์ก็ให้เป็นของขวัญคริสมาสตร์ ถ้าไม่ทันก็ให้ปีใหม่ แต่ถ้าไม่ทันอีกก็ให้ตอนวันวาเลนไทน์ กะว่าจะเลื่อนไปเรื่อยๆจนฮยอกแจต้องห้าม บอกว่าเดี๋ยวจะหมดหน้าหนาวซะก่อน ฮีชอลเลยต้องทำให้ทันปีใหม่ให้ได้

ต่างกับฮยอกแจที่คิดว่าจะถักแค่ผ้าพันคอสีน้ำเงินครามเรียบๆซักผืน เพราะตนเองอยู่กับซีวอนแทบจะ 24 ชม. มีโอกาสถักได้แค่ตอนมาที่หอฮีชอลและที่ห้องอาจารย์ทึกกี้บ้างถ้าพี่ฮีชอลเอาติดมือมา ซึ่งก็ติดมาได้ไม่ขาด

“เอาเถอะ ว่าแต่วันนี้เราต้องถักคนเดียวแล้วล่ะ พี่ไปเก็บของพี่เข้าตู้ก่อนนะ” ฮีชอลลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อไปจับเอาถูกใส่ไหมพรมของตัวเองดันเข้าไปในตู้จนสุด

ฮยอกแจนั่งถักไปเรื่อยๆโดยมีฮีชอลที่ถักเป็นอยู่แล้วคอยสอนและคอยดูให้เมื่อผิด ผ่านไปไม่นานเสียงกระดิ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น ฮันคยองที่เดินเข้ามาเห็นฮยอกแจกำลังนั่งถักไหมพรมแล้วลุกขึ้นทักทายก็แปลกใจ

“วันนี้ไม่ซ้อมกันเหรอ”

“ฮยอกแจทำได้แล้วล่ะ ฉันว่าคงไม่มีอะไรพลาดแล้ว” ฮีชอลที่เดินออกมารับ ร่างสูงคนรักเอ่ยตอบอย่างเป็นธรรมชาติ

“แล้ววันนี้ทำไมถึงนัดซ้อมอีกล่ะ” ท่านประธานเริ่มสงสัยอะไรแปลกๆ เมื่อมันส่งผลต่อเวลาที่เขาจะใช้ร่วมกับคนรักนั้นน้อยลง

คำถามที่ทำให้ฮยอกแจและฮีชอลพร้อมใจหันมาสบตากัน รุ่นพี่ร่างบางยิ้มน้อยๆ แล้วเดินเข้าไปหาคนรัก แขนเรียวสอดเข้ากอดเอวหนาเล็กน้อยอย่างเอาใจ

“ก็สร้างความคุ้นเคยไง น้องมาอยู่นี่ฉันนึกอะไรได้จะได้เล่าจะได้บอกได้เลย ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่นา” ใบหน้าหวานเงยชึ้นใกล้ใบหน้าคมที่ก้มลงมองอย่างมีแววสงสัย

“...ผมเชื่อก็ได้...แต่อย่างนี้ต้องมีชดเชยเวลาให้ผมคืนด้วย” ฮันคยองนิ่งคิดไปนิดแล้วบอกยอมเชื่อคนรักแต่กลับก้มลงกระซิบที่ริมหูบางไม่อายดวงตาใสอีกคู่ที่มองมาด้วยคำที่ฮีชอลฟังแล้วก็รู้เลยว่าชดเชยเวลาคงต้องเป็นเขาที่ต้องเหนื่อยอีกแน่นอน

ฮยอกแจที่เห็นแล้วก็พาลหน้าแดงตามไปด้วย ก้มหน้าก้มตาถักของในมือไป เพิ่งจะได้ไม่ยาวเท่าไหร่ ฝีมือที่ไม่ได้มีมากกับงานที่เพิ่งหัดอย่างนี้ ยิ่งถักตอนกลางคืนไหมพรมเส้นสีครามเข้มก็ยิ่งดูยากว่าผิดหรือเปล่า ทำไปก็ต้องแวะแก้เป็นระยะ จนปลายนิ้วเรียวบางเริ่มมีรอยกดแดงๆขึ้นให้เห็นบ้างแล้ว

 

เวลาผ่านไปเกือบค่อนคืน ฮันคยองที่ไม่ยอมปล่อยให้ฮีชอลนั่งห่างกายตัวเอง โอบเอวบางไปโดยไม่สนว่าคนรักจะนั่งคุยกับฮยอกแจอยู่เลยซักนิด

“นี่ฮันไม่เมื่อยเหรอ นั่งอย่างนี้น่ะ” ฮีชอลที่เริ่มรู้สึกเกร็งแทนฮยอกแจที่ปั้นหน้า พยายามไม่มองให้แก้มตัวเองแดงมาซักพักแล้ว

“เมื่อย งั้นคุณก็เปลี่ยนมานั่งตักผมซิจะได้ไม่เมื่อย”

“....ดะเดี๋ยวเหอะ น้องอยู่ด้วยนะ” ใบหน้างดงามราวหญิงสาวขึ้นสีแดงจัดแล้วหันไปตีไหล่หนาอย่างอายๆ ใบหน้าหวานสะบัดหน้าหนีสายตาคมหื่นนั่นไปหาฮยอกแจเพื่อเล่าเรื่อง(เม้าท์)ต่อ

“แล้วพี่ก็โมโหมากเลยล่ะ ที่ยัยนั่นมาตัดหน้าพี่คว้าหนังสือที่พี่ตั้งไว้ทำรายงานไปต่อหน้าเลย”

“แล้วพี่ฮีชอลทำไงฮะ” ดวงตาใสมองคนเล่าตาแป๋วพลางเอ่ยถาม

“พี่ก็กะว่าจะเดินไปเอาคืน แต่ยัยนั่นเดินไปถึงที่โต๊ะของคุณลุงบรรณารักษ์แล้วน่ะสิ”

“ฮะ”

“แต่รู้มั้ยทำไมยัยนั่นไม่ได้หนังสือไป”

“ทำไมเหรอฮะ”

“ก็เพราะมันเป็นหนังสือที่ห้ามยืมน่ะสิ ให้ใช้อ่านได้แต่ในห้องสมุดพี่ล่ะสะใจมากเลย หน้ายัยนั่นเหลือเซนเดียวได้มั้ง คึคึ”

“ฮ่าๆ แล้ว..แต่ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับที่พี่แจจุงเลือกพี่ฮีชอลยังไงเหรอฮะ”

คำถามของคนซื่อทำเอาร่างสูงหนึ่งเดียวหัวเราะในลำคอออกมาอย่างห้ามไม่ได้เลยได้ค้อนวงเล็กๆจากคนรักไป

“ก็พี่แจจุงเขาคงเห็นพี่เข้าห้องสมุดบ่อยล่ะมั้ง แต่เข้าไปทำรายงานทั้งนั้นเลยนะ พี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน” คางเรียววางลงบนข้อเรียวที่ยกขึ้นตั้งรองพลางมองขึ้นด้านบนยามเมื่อนึกอะไร

“ก็รุ่นพี่เขาเห็นคุณไม่สนใจใครทั้งที่แทบทั้งห้องสมุดมองคุณคนเดียวนี่” ฮันคยองเล่าเสริม

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ ว่าโดนมองอยู่น่ะ”

“แล้วทำไมตอนนั้นคุณถึงหน้าแดงกับผมล่ะ” มือหนายื่นมาไล้ผมนุ่มออกจากแดงที่เริ่มแดงปลั่งเมื่อยามนึกถึงเหตุการณ์ในห้องสมุดที่ได้พบกันครั้งแรก

“ก็มองมาอย่างนั้น ใครสบตาเข้าก็ต้องเขินทั้งนั้นแหละ มองอย่างกับจะทะลุไปถึงไหน” ปลายประโยคที่พึมพำบ่นกับตัวเองเบาๆแต่ก็เรียกรอยยิ้มจากคนที่นั่งชิดกายได้

“ก็คุณสวยขนาดนี้นี่นา...”

“.....รู้แล้วน่า บอกอยู่ได้ทุกวัน...” แม้จะบอกเหมือนไม่รู้สึกอะไรแต่แก้มนวลก็แดงก่ำเช่นทุกครั้ง

 

บทสนทนาที่ฮยอกแจนั่งมองนิ่งๆ ประหนึ่งถูกตัดออกจากโลกแห่งความรักในวงเล็กๆตรงนั้นของคนสองคน ร่างเล็กอยากจะหายตัวไปจริงๆ นึกในใจว่า ถ้าไม่มีตนเองอยู่คงมีฉากมากกว่าโอบกอดเป็นแน่

แต่แล้วโลกหวานๆที่ท่านประธานและผู้ครอบครองสร้างกันก็หยุดลงเมื่อเสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กของฮยอกแจดังขึ้น

“เอ่อ ขอโทษฮะ ผมไปรับโทรศัพท์ก่อนนะฮะ” เมื่อโอกาสที่จะลุกออกมามาถึง ฮยอกแจจึงรีบก้าวออกมานอกระเบียงห้องทันที

“ว่าไงซองมิน”

// ฮยอก~ อยู่ไหนเหรอ // เสียงหวานของเพื่อนสนิทบ้าเบเกอรี่ดังหวานออกมาอย่างร่าเริงทำให้ฮยอกแจยิ้มรับออกมา

“อยู่หอพี่ฮีชอลน่ะ แล้วนี่กลับบ้านรึยัง หรือยังอยู่กับคยูน่ะ” ฮยอกแจเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใส สบายใจเมื่อได้คุยกับซองมิน

 // อยู่บ้านแล้วล่ะ คยูมาส่งตั้งแต่ทุ่มนึงแล้ว แล้วฮยอกซ้อมดึกเหรอ จะถึงวันงานแล้วนี่นา อย่าตื่นเต้นนะ เวลาขึ้นไปบนเวที ก้มลงมามองหน้าฉันจะได้ไม่ตื่นเต้นนะ //

“คิ ได้ซิ ขอบคุณนะซองมินที่เป็นห่วง” ฮยอกแจหัวเราะน้อยๆกับปลอบโยนแสนน่ารักสไตล์กระต่ายเพื่อนเขา

// เดี๋ยวงานพิธีเรียบร้อยแล้วไปฉลองกันดีกว่าเน้าะ อิอิ //

“คิคิ ได้ซิจะกินอะไรตามใจนายเลย” ฮยอกแจคุยกับซองมินต่ออีกแป้ปเดียวเสียงสัญญาณเป็นจังหวะก็ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับที่ซองมินบอกราตรีสวัสดิ์

ฮยอกแจกดวางสายไป แต่ไม่ทันจะลดโทรศัพท์ในมือลงเสียงริงโทนก็ดังขึ้นอีกครั้ง คิ้วเรียวเลิกขึ้นแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นซีวอนโทรมาหาก่อน ทั้งที่ตกลงกันว่าเขาจะเป็นฝ่ายโทรไปบอกเอง

“ฮัลโหล”

// ฮยอกซ้อมเสร็จรึยังครับ //

“เสร็จแล้วล่ะ...เอ่อ...ซีวอนอยู่ไหนเหรอ” เสียงหวานดูสั่นเล็กๆเอ่ยถามด้วยเสียงเบาหวิว

// อ่า..ผมเหรอ อยู่...ข้างล่างน่ะ // ซีวอนดูแปลกใจไปอยู่หน่อย แต่ก็ตอบแบบก้ำกึ่งไปไม่อยากบอกที่อยู่ตนเองตอนนี้เท่าไหร่

“ข้างล่าง? ข้างล่างคอนโด หรือที่ไหนน่ะ”

// เอ่อ...ข้างล่างหอรุ่นพี่ฮีชอลน่ะ //

“....เดี๋ยวฉันลงไปนะ”

ฮยอกแจกดวางสายไปโดยไม่รอให้ซีวอนเอ่ยอะไรต่อ ใจดวงน้อยตอนนี้เต้นรัวเร็ว รู้สึกเหมือนนี่เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ถึงคำว่า คนรัก จริงๆ เรื่องเล็กๆที่คนรักที่คบหากันทำ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ๆที่มีข้อกำหนดอย่างอื่นสั่งให้ทำ การไปรับไปส่งตามเวลา พาไปทานข้าวตามร้านหรูๆ และช่วงหลังๆมานี้ กว่าซีวอนจะยอมรับสายมิรินหรือ ไปรอรับก็มักจะเลยเวลาไปแล้วทั้งนั้น

แต่แค่เพียงมาดักรอรับโดยไม่บอกก่อน เหมือนบอกความรู้สึกได้ว่าเขาคนนั้น อยากเจอ แค่นี้ก็ทำให้หัวใจเบิกบานได้แล้ว

ฮยอกแจเดินกลับเข้ามาภายในห้อง เก็บของไปพลางเอ่ยบอกรุ่นพี่ร่างเพรียวไปพลางด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มสดใส ฮีชอลและฮันคยองได้มองตามและตอบคำยิ้มๆ

จากห้องชั้นสามที่ฮยอกแจไม่คิดจะรอลิฟต์ที่เพียงกดก็เปิดออก กลับเดินกึ่งวิ่งลงบันไดมาด้วยก้าวสั้นๆ

ตึก ตึก ตึก

“ฮยอกแจ...”

 

หมับ

“...ขอบคุณนะ ที่มารอรับ”

ร่างสูงนิ่งปนอึ้งไปแล้วเมื่อฮยอกแจพุ่งเข้ามากอดด้วยรอยยิ้มกว้าง ทั้งที่ปกติร่างบางแทบไม่เคยที่จะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแม้จะจับมือก็ตาม ถึงจะงงๆบ้างแต่ซีวอนก็กอดตอบและยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่ได้

“หึ ดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ หืม?” ซีวอนหัวเราะในลำคอเอ่ยถามคนรักที่เหมือนเด็กน้อยพลางลูบกลุ่มผมนุ่ม

“อืม...ดีใจซิ”

ฮยอกแจที่รับรู้ความรู้สึกรักจากฮันคยองและฮีชอลที่มีต่อกัน ส่งต่อมายังตัวเขาได้ ความรู้สึกเรียบง่ายเข้าใจได้ง่ายๆจากคนสองคน ไม่ต้องคิดถึงข้ออื่นใด บวกกับผืนผ้านุ่มที่เพิ่งยาวไม่ถึงฝ่ามือ ไหมพรมเส้นเข้มที่อาจจะเป็นกำลังใจให้เขาพยายามต่อจนกว่าจะได้มอบให้เจ้าของ

ซีวอนแปลกใจอีกครั้งเมื่อระหว่างทางฮยอกแจขอให้แวะริมแม่น้ำฮัน อาจจะดูธรรมดาแต่สำหรับซีวอนแล้วน้อยครั้งนักที่ฮยอกแจจะเรียกร้องหรือขออะไร

“ขนาดอากาศหนาวอย่างนี้คนยังมาเดินกันเยอะเลยนะ” ร่างน้อยในเสื้อโค๊ตตัวใหญ่ยืนถูมือสร้างความอุ่นให้ปลายนิ้วขณะที่มองไปทั่วๆทางเดินที่ทอดตัวยาวตามสายน้ำใหญ่

“เขามาเป็นคู่ ไม่หนาวหรอก” ว่าจบมือหนาก็คว้าเอามือเล็กที่ปลายนิ้วแดงก่ำมากุมไว้แล้วสอดเข้ากระเป๋าเสื้อโค๊ตตัวใหญ่ของตน

ฮยอกแจมองตามการกระทำนั้นแล้วเม้มยิ้ม ค่อยๆเอนกายไปพิงชิดไหล่หนาที่ยืนอยู่ข้างกัน

“...วันมะรืนนี้ก็จะถึงพีธีมอบหนังสือแล้วสินะ”

“กังวลรึเปล่า”

“...ไม่รู้สิ ฉันกลัวหลังจากนั้น....มากกว่า...” เสียงหวานที่เอ่ยช้าๆเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจบอกพลางเหม่อมองไปข้างหน้า

“กลัว...กลัวอะไรอย่างนั้นเหรอ”

“....ไม่มีอะไรหรอก”

“.....”

“กลับกันเถอะ ฉันอยากกินโกโก้ร้อนจัง”

ฮยอกแจชันตัวขึ้นตรงแล้วดึงมือเรียวของตนเองออกจากกระเป๋าหนาที่แสนอุ่น มือที่วางอีกข้างชี้ไปทางรถสีเข้มของซีวอน ด้วยดวงตาใสที่ไม่หันมาสบนัยน์ตาสีเข้มด้วยกลัวจะเห็นแววความเจ็บปวดที่แสดงออกมา

 

 _.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

 

30%

 



และแล้วเช้าของวันพิธีมอบหนังสือก็เริ่มขึ้น ซีวอนขับรถพาฮยอกแจมาส่งที่มหาวิทยาลัยตั้งแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวกับฮีชอลและอาจารย์ทึกกี้ แม้ใจอยากจะอยู่ด้วยแต่หญิงสาวอีกคนก็คอยโทรตามไม่ได้หยุด

“ฮยอก...เอ่อ..เดี๋ยวผมมานะ”

“....อืม...ไปเถอะเดี๋ยวซองมินกับเรียวอุคก็มาหาฉันแล้วล่ะ” ฮยอกแจที่กำลังอยู่ในห้องเตรียมตัวด้านหลังหอประชุมลุกขึ้นยืนพลางเดินไปเปิดหนังสือปฏิญาณซ้ำอีกครั้งขณะที่รอฮีชอลและอาจารย์ทึกกี้จัดการด้านบนเวที

“คุณ...อยู่ได้นะ...ผมไปไม่นานหรอก” มือหนายื่นเข้าไปกอบกุมมือเล็กที่เย็นเฉียบจากความตื่นเต้น

“อือ ไปเถอะ” ซีวอนยกมือนุ่มมากดจูบลงไปเบาๆครั้งหนึ่งแล้วจึงผละไป

“.......ซีวอน” แต่ไม่ทันที่ร่างสูงก้าวพ้นประตูห้อง เสียงหวานก็เรียกรั้งไว้

“......แต่...รีบกลับมานะ...ฉัน...กลัว...” ดวงแก้วใสสีน้ำตาลมีแววเว้าวอนและความกังวลส่งให้ ทำให้ซีวอนก้าวเร็วๆกลับเข้ามาชิดแล้วรวบร่างบางเข้าไปในอ้อมกอดที่ทำให้ฮยอกแจกอดตอบทันที

 

แค่อยากให้มีคนสำคัญเคียงข้างกัน...

 

“อย่ากังวลไปนะคนดี ผมไปเดี๋ยวเดียว” น้ำตาหยาดเล็กที่เริ่มกลั่นตัวแต่ไม่กล้าไหลออกมา คลออยู่ใกล้หล่นรอมร่อทำเอา ใจดวงโตวูบหล่น ปลายนิ้วหนาเลื่อนไปเช็ดที่หางตาคนรัก แล้วค่อยๆก้มลงแนบริมฝีปากประทับเรียวปากสีหวาน จูบแผ่วที่แนบลงเหมือนปลอบโยนค่อยๆกดแทรกปลายลิ้นเข้าหาลิ้นเล็กภายในเรียวปากเผยอออกให้ รสจูบที่สื่อความห่วงใยเจือไป ริมฝีปากหนาบดจูบดูดดึงกลีบปากสีชมพูจนช่ำแดงเคลือบสีแววใส

“อือ...” มือเล็กยกขึ้นคล้องคอร่างสูง ในขณะที่มือหนากลับดันท้ายทอยเล็กเข้าหาให้รสจูบแนบสนิทยิ่งขึ้น

“อือ...อืม...” เสียงหวานครางในลำคออย่างลำบากเมื่ออากาศที่มีเริ่มหมด ซีวอนผละริมฝีปากตนเองออกมามองสบตาหวานที่ฉ่ำน้ำใส

“ผมเชื่อว่าคุณทำได้อย่างไม่มีผิดพลาด...แต่ผมสัญญาผมจะกลับมาทันก่อนคุณขึ้นบนเวทีนะ”

“อือ...สัญญานะ” ซีวอนพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม ประทับจูบอ่อนโยนอีกครั้งที่หน้าผากมน แล้วจึงได้หมุนกายเดินออกไป โดยมีสายตาของฮยอกแจมองตามหลังหนาไป

 

...ไม่ว่าใครก็ต้องการแรงใจจากคนรักกันทั้งนั้น......เขาแค่ต้องการกำลังใจ...พลังที่ช่วยส่งให้เขาทำสิ่งที่อาจผิดพลาดไป...หนังสือจะให้อภัยความผิดในการโกหกครั้งนี้รึเปล่า...ความผิดที่มีหัวใจให้คนที่เขารักคนอื่นอยู่อย่างนี้....

 

ฮยอกแจนั่งเหม่อจนไม่รู้ว่าใกล้จะถึงเวลาที่จะต้องขึ้นไปทำพิธีแล้ว เมื่อซองมินและเรียวอุคที่เดินนำฮีชอลที่มาพร้อมกับลีทึกเข้ามาด้านในห้อง

“ฮยอกกก ตื่นเต้นมั้ย ฉันตื่นเต้นแทนจังเลยอ่ะ มือเย็นรึเปล่า มานี่ฉันถูให้จะได้อุ่นๆนะ” กระต่ายตัวน้อยตื่นเต้นยิ่งกว่าเจ้าตัวเองบอกพลางยกมือเพื่อนขึ้นมาถูไปมา

“ฮยอกตื่นเต้นใช่มั้ยอ่ะ ถ้าเป็นฉันอาจจะขอเป็นลมก่อนซักที เผื่อเวลาจริงจะได้ไม่เป็น” เรียวอุคชวนฮยอกแจคุยด้วยเรื่องที่เรียกเสียงหัวเราะจะได้ผ่อนคลายขึ้นบ้าง

ฮีชอลและลีทึกยืนมองห่างๆด้วยรอยยิ้มเมื่อ มิตรภาพระหว่างเพื่อนช่างงดงามดีจริงๆ

“เอาล่ะ ฮยอกแจ เดี๋ยวไม่ต้องคิดมากนะ ทำตามที่ซ้อมไว้กับตามที่พี่บอกก็พอนะ” ฮีชอลเดินเข้าไปลูบแผ่นหลังเล็กของรุ่นน้องพลางบอกให้ลดความกังวล

“ใช่แล้วล่ะ ครูเชื่อว่าเราทำได้อยู่แล้ว” ลึทึกเดินเข้ามาบอกอีกคนจนใจดวงน้อยเริ่มเบาจังหวะการเต้นลงแทบเป็นปกติ

“ใกล้ถึงเวลาแล้วนะ ไปยืนตามจุดเลยละกันนะ เดี๋ยวครูลงไปก่อน” ลึทึกบอกย้ำอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องเตรียมตัวตรงจุดที่เชื่อมกับตัวเวทีด้านหน้า พร้อมกับซองมินและเรียวอุคที่เดินไปยกมือบอกสู้ๆไปด้วย

“แล้ว...ซีวอนล่ะ” ฮีชอลลังเลที่จะถามออกมาแต่ก็อดไม่ได้ เมื่อคนที่สำคัญที่สุดของฮยอกแจควรจะอยู่ตรงนี้นี่นา แต่ไม่ทันที่ฮยอกแจจะเอ่ยตอบ ดวงตาเรียวของฮีชอลก็ตวัดไปเห็นร่างสูงที่เด่นเป็นปกติยืนอยู่ไม่ห่างจากขอบเวทีด้านหน้าพร้อมกับหญิงสาวร่างบางอีกคน

“เขาควรจะอยู่ตรงนี้นะฮยอกแจ...” ฮีชอลบอกออกมาเรียบๆขณะที่ยังมองไปยังร่างสูง จนรุ่นน้องร่างเล็กต้องมองตามสายตาไป

“....เดี๋ยวเขา....ก็คงมาฮะ” ไม่มีอะไรจะทำให้ดีไปกว่านี้ได้ ฮยอกแจถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะตบแก้มตัวเองสองที เพื่อให้เลิกคิดสิ่งที่ทำให้เสียสมาธิและเสียกำลังใจไป

...เขาไม่มาก็ไม่เป็นไร...เราต้องทำให้ได้...หัดอยู่แบบไร้เขาเคียงข้างซะบ้าง ฮยอกแจ...

 

เสียงหวานเอ่ยเรียกกำลังใจตัวเองในใจ มือเล็กกำกันแน่นเมื่อฮีชอลก้าวเดินขึ้นไปก่อน ขณะที่ตนเองรอสัญญาณเรียกจากฮีชอลก่อนจึงค่อยก้าวขึ้นไป

แต่แล้วแผ่นหลังเล็กที่เกร็งด้วยตื่นเต้นก็สัมผัสเข้ากับอกแกร่งที่เข้ามาปะทะเบาๆพร้อมแรงโอบรัดอย่างแผ่วเบาจากด้านหลัง

“ผมอยู่เคียงข้างคุณเสมอนะ” เสียงทุ้มที่กระซิบบอก พร้อมกับคลายอ้อมกอดออก แล้วดันแผ่นหลังบางเบาๆคล้ายช่วยผลักดันให้ก้าวเดินไปข้างหน้า

เท้าเล็กก้าวไปตามแรงผลักน้อยเบาๆด้วยหัวใจที่เต็มตื้นขึ้นไปยังเวทีด้านบนที่มีแสงไปจ้าและสายตานับร้อยที่จ้องมองมาในห้องประชุมกว้าง

 

 

“ในนามของ ผู้ครอบครองหนังสือคนปัจจุบัน คิมฮีชอล ตามข้อบัญญัติของหนังสือแห่งมหาวิทยาลัยโซล ขอประกาศให้ทราบว่าบัดนี้ ได้คัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดได้แล้ว...”

 

เสียงหวานของฮีชอลที่ยืนอยู่หลังโพเดี่ยมบนเวทีดังก้องทั่วทั้งห้องกว้างหยุดเว้นเสียงเงียบไปนิดเพื่อหันไปหาฮยอกแจที่ก้าวเดินเข้ามาตามที่ซ้อมไว้พอดี

“ผู้ถูกเลือก ที่กำลังจะกลายมาเป็นผู้ครอบครองหนังสือคนปัจจุบันคือ...ลีฮยอกแจ”

เสียงปรบมือดังประสานกันทั่วห้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วเงียบลงพร้อมกับเสียงพูดคุยงึมงำเบาๆ อาจารย์หลายท่านที่นั่งอยู่บนเก้าอี้พิเศษด้านข้างเวทีก็ไม่ต่างกันเมื่อบางคนยังไม่เคยเห็นร่างบางของฮยอกแจชัดๆ บ้างที่เคยได้ยินมาว่า ไม่สวยไม่น่ารักเท่าปีก่อนๆก็แปลกใจกันไป เมื่อเห็นร่างบอบบางเต็มตา ผิวขาวผ่องที่รับกับผมสีอ่อนนุ่มปกคลุมอยู่ด้านบน กับดวงหน้าหวานที่มีดวงตามีสีคาราเมลใสนั่น

ไม่ไกลจากเวทีด้านหน้า หญิงสาวร่างบางที่มีใบหน้างดงามแต่กลับบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ ชเวมิรินนั่งอยู่ด้านหน้าไม่ไกลกับที่ซองมินและเรียวอุคนั่งอยู่คว่ำมุมปากลงพร้อมกับยกมือขึ้นกอดอกด้วยท่าทางที่เรียวอุคเห็นแล้วหมั่นไส้อยู่เล็กๆ อิจฉาเพื่อนเขารึไง

ฮยอกแจเดินมาหยุดยืนหน้ากล่องแก้วใสที่ภายในคือ หนังสือปกเขียวขอบทองเล่มสำคัญปิดอยู่ ร่างบางโค้งตัวแสดงความเคารพแล้วเปิดกล่องใสนั้นออก พร้อมกับที่ฮีชอลเอ่ยต่อ

“ต่อไปนี้ ลีฮยอกแจคือ ผู้ครอบครองหนังสือคนปัจจุบัน เชิญอ่านคำปฏิญาณและสาบานว่าจะทำตามกฏนั้นด้วยสัตย์จริง”

ฮีชอลกล่าวจบ ฮยอกแจก็เปิดหนังสือหน้าที่เขียนบทปฏิญาณตนไว้ เรียวปากบางอ้าออกเล็กน้อยเพื่อหอบอากาศเข้าไปแล้วค่อยๆผ่อนออกมาพร้อมกับคำปฏิญาณคำแรก

“..ข้อบัญญัติหนังสือแห่งมหาวิทยาลัยโซล ลีฮยอกแจ ขอปฏิญาณว่าจะครอบครองหนังสือเล่มนี้ด้วยหัวใจอันบริสุทธิ์ ไม่คิดร้ายและไม่หาประโยชน์อันมิควรจากหนังสือ และจะตามหาผู้ถูกเลือกจากหัวใจ........อึก...โดยมิมีการเห็นแก่พวกพ้องหรืออำนาจอื่นใด ผู้ถูกเลือกจะต้องเป็นผู้ที่มีหัวใจบริสุทธิ์และไม่โลภมากในความรักเท่านั้น”

คำกล่าวปฏิญาณจบลงโดยไม่มีจุดผิดพลาดใดๆแม้จะเหมือนเว้นจังหวะไปชั่วครู่ก็ตาม  ฮีชอลก้าวออกมาจากหลังโพเดี่ยมแล้วหยิบหนังสือยื่นให้ฮยอกแจที่โค้งตัวอีกครั้งแล้วรับด้วยสองมือ พร้อมกับเสียงปรบมือที่ประสานกันดังทั่ว

ฮยอกแจและฮีชอลหันหลังเดินกลับเข้าด้านในไปโดยมีฮันคยองก้าวเข้ามายืนที่แท่นโพเดี่ยม แทน

“ผม ฮันคยอง ประธานสภานักศึกษา ขอกล่าวปิดงานและมีเรื่องที่จะประกาศไปพร้อมกัน เช่นเดิม เรื่องที่ผมเคยบอกไว้ ผมคิดว่าคงไม่มีใครอยากจะมีปัญหากับมหาวิทยาลัยด้วยการทำอะไรที่สิ้นคิด อย่างเช่นก่อนหน้านี้ ขอให้เคารพกฏและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย ขอบคุณครับ”

เป็นอย่างทุกครั้งที่ฮันคยองจะกล่าวปิดงานด้วย คำกล่าวเตือนคนที่คิดจะทำอะไรผิดกฏ

เมื่อประธานสภาร่างสูงกล่าวจบ ทุกคนก็เริ่มทยอยเดินออกจากหอประชุมกว้างกันไป ต่างกับด้านในห้องด้านข้างเวที ที่ยังอยู่ภายในเพื่อรอให้ทุกคนแยกย้ายกลับกันจนหมด

“ฮยอกแจ เก็บหนังสือดีๆนะ เอาไว้ที่บ้านปลอดภัยสุดนะ” ฮีชอลเดินเข้ามาหาฮยอกที่ยืนลูบปกหนังสือในมือเบาๆ

“ฮะ ผมคิดว่าถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่เอาออกมาข้างนอกเลยล่ะฮะ”

“ดีแล้วล่ะ...นี่..ถ้าวันไหนเราเห็นตัวอักษรปรากฏแล้ว...บอกพี่ด้วยนะ” เสียงหวานบอกอย่างปลอบโยนพร้อมรอยยิ้มหวานที่คนฟังเข้าใจมันได้

“ฮะ...ผมจะพยายามทำให้หนังสือปรากฏตัวอักษร...”

 

...เมื่อมันเท่ากับการพบรักแท้...หรือการเลิกรักเขาข้างเดียวอยู่อย่างนี้...

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._



บรรยากาศของนักศึกษาทั้งหลายกำลังทยอยออกจากห้องประชุมไป ทำให้กระต่ายตัวน้อยนึกถึงเหตุกาณ์ที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้...วันที่เจอ...คนรัก...ครั้งแรก

“ซองมิน มีอะไรรึเปล่า”

เสียงทุ้มเอ่ยถามคนรักที่ยังนั่งนิ่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม ขณะที่เรียวอุคลุกขึ้นยืนข้างเยซองอีกข้างหนึ่ง

“แหะๆ ฉันแค่นึกอะไรบางอย่างน่ะ...อ่า อุคกี้ วันนี้ไม่มีเรียนแล้วไปกินขนมร้านคยูกันมั้ย” ร่างอวบเหมือนเฉไฉเปลี่ยนเรื่องไป แต่แก้มนวลนั้นกลับแดงก่ำจนคยูฮยอนนึกอยากรู้ที่มา ในเมื่อซองมินไม่ค่อยจะเขินกับอะไรเท่าไหร่ (ช้าและคิดไม่เหมือนชาวบ้านเขา)

“มีอะไร...” เสียงทุ้มถามสั้นๆพร้อมกับมือหนาที่รั้งต้นแขนอวบไว้ ไม่ให้ก้าวเดินไปพร้อมกับเพื่อนร่างเล็ก

“อะไรวะไอ้คยู ซองมินเขาอาจจะมีอะไรต้องคิดบ้างซิ”

“....” คยูฮยอนเงียบไปเพราะที่เยซองพูดก็ถูกต้อง แต่ว่าที่เขาอยากจะคาดคั้นเพราะแก้มแดงๆนั่นอย่างเดียวเลยที่เป็นเหตุผล

แต่ในขณะที่ทั้งสี่คนยืนนิ่งในบรรยากาศผ่อนคลายระหว่างเพื่อนสนิทกัน ก็มีบุคคลที่ทำให้บรรยากาศมันกลายเป็น กลืนไม่เข้าคายไม่ออกได้ทันที

 

“...ซองมินครับ”

 

หนุ่มร่างสูงผิวคล้ำ ดีกรีนักกีฬาบาสเก็ตบอลของมหาวิทยาลัยที่พ่วงตำแหน่งลูกชายร้าน Sweet’n Joy ก้าวเข้ามาทักร่างอวบที่ต้นแขนยังอยู่ในมือหนาของคยูฮยอน

“...อ้าว โกโก้” ตาหวานเบิกขึ้นอย่างแปลกใจ ในเมื่อตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้น หนุ่มกลิ่นและสี(?)โกโก้คนนี้ก็เหมือนหายไปจากวงจรชีวิตเขาอย่างไม่รู้สาเหตุ

“ผม...ผมขอคุยด้วยได้มั้ย”

คำถามที่ทำให้สายตาคมของคยูฮยอนเปลี่ยนไป คมราวกับคมดาบที่จ่อเขาในวันที่แสดงละครเวทีวันนั้น

“เฮ้ยไอ้คยู...ใจเย็นๆนะเว้ย” เยซองเดินเข้าไปใกล้เพื่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนตนกำมือแน่น กลัวว่าถ้าไอ้เพื่อนสนิทเขาคนนี้จะฟิวส์ขาดขึ้นมา นักกีฬาบาสครบทีมก็เอาไม่อยู่น่ะสิ

“จะพูดอะไร” เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นพร้อมกับที่ดึงซองมินให้เข้ามาชิดอกหนาของตน

“ฉันขอคุยกับซองมินสองคน” นี่ก็ไม่ได้เกรงกลัวเจ้าของเช่นเคยเหมือนตั้งแต่แรก

ซองมินเงยขึ้นมองสีหน้าของคยูฮยอนอย่างเกรงๆ มือเล็กกำอยู่ที่หน้าอกคลายออกกระตุกสาบเสื้อคยูฮยอนเบาๆสองที

“คยู...แป้ปเดียวก็ได้นี่..คยูรอตรงนั้นก็ได้...โกโก้น่าสงสารออก” เสียงหวานเอ่ยขอเบาๆ พร้อมบอกว่าร่างสูงตรงหน้าน่าสงสารพาลทำให้คยูฮยอนต้องตั้งสติลดความห่วงหวงลงมา

แขนหนาคลายออกเพื่อให้ซองมินห่างออกไปนิดแล้วเอ่ยบอก

“โอเค แต่ให้เรียวอุคอยู่กับคุณนะ ผมกับเยซองจะรอตรงประตู...ส่วนนาย...ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย...”

น้ำเสียงกดต่ำบอกย้ำก่อนจะเดินออกไปพร้อมเยซองที่หันมาสบตากับเรียวอุคเล็กน้อยพร้อมพยักหน้าเข้าใจกัน

 

“โกโก้มีอะไรเหรอ”

แก้วตาใสไม่มีแววตาตัดพ้อที่มองมาทำให้คนที่เผลอขโมยจูบเมื่อครั้งนั้นอย่างตั้งใจถูกความรู้สึกผิดตีเข้าใส่จนเริ่มต้นไม่ถูก

“ผม...ผมอยากจะขอโทษซองมิน” แทคยอนหมายจะเอื้อมมือไปกุมมือขาวคู่นั้นไว้ แต่ก็ติดที่ร่างเล็กเพื่อนสนิทของซองมินยืนมองอยู่ไม่กระพริบตา

“อือ ได้ซิ ฉันยกโทษให้นะ โกโก้ไม่ได้ตั้งใจทำใช่ม๊า~

“....” น้ำเสียงหวานใสทำเอาคนผิดเจ็บแปล็บในใจเพราะความรู้สึกเข้าซัดสาด

แทคยอนที่ไม่กล้าสู้หน้าซองมินตั้งแต่ครั้งนั้น มีเพียงเหตุผลเดียว นั่นคือสายตาหวานที่มองเขาอย่างผิดหวังในวินาทีที่เขาผละริมฝีปากออกมา... สายตาที่บอกว่าไม่อยากจะเชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ร่างสูงใหญ่ไร้เรี่ยวแรงที่จะทำอะไรต่อ หรือรับรู้ว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง จนสุดท้ายก็ไม่กล้าแม้แต่จะเจอดวงหน้าหวาน

“นายตั้งใจทำรึเปล่า” เสียงเรียวเล็กของเรียวอุคถามขึ้นเมื่อเห็นว่าแทคยอนนิ่งไป

“...ผมขอโทษ...” ไม่ต้องหาคำตอบอื่นไหน เพราะเพียงแค่นี้เรียวอุคก็รู้แล้วว่าแทคยอน..ตั้งใจ

“...ไม่เป็นไรนะ โกโก้ไม่ต้องเสียใจ ฉันยกโทษให้แล้ว” คนน่ารักที่ไม่คิดอะไรเอ่ยปลอบใจร่างสูงทั้งยังแย้มยิ้มกว้างให้จนแทคยอนยิ่งเจ็บ

 

“ผมขอโทษและขอบคุณจริงๆ”      ...และผมก็ชอบคุณจริงๆเช่นกัน...

 

“...เราเป็นเพื่อนกันได้ใช่มั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างสั่นไหว แม้ใจจะร้องบอกให้หยุด แต่ดวงแก้วใสที่มองมาอย่างเชื่อใจและซื่อใสนั้น เป็นเพียงเหตุผลเดียวที่รั้งหัวใจเขาไม่ให้ไปหาใครอื่น

“อื้ม ได้อยู่แล้ว” พยักหน้ารับเร็ว พร้อมกับรอยยิ้มหวาน

 

ตึก ตึก...ใจดวงโตที่เต้นเร็วแรง ราวกับตกหลุมรักเข้าอีกครั้ง...ใจดวงเดิมสั่งให้แขนหนาคว้าร่างนุ่มรวบเข้ากอดโดยไม่รู้ตัว

“อ้ะ!!!

!!! ซองมิน ! นี่ปล่อยเพื่อนฉันนะ”

ภาพที่ร่างอวบที่เกือบจมหายเข้าในอกแกร่งของร่างกำยำ ทำให้คนที่ยังมองไม่คลาดสายตาทั้งสามคนมีอาการเดียวกัน

เรียวอุคที่เบิกตากว้างก่อนจะนึกได้ด้วยความรวดเร็ว ดึงแขนหนาออกจากแผ่นหลังของซองมินทันที

ไม่ต่างกับร่างสูงอีกสองคนที่มองอยู่ คยูฮยอนที่ยังถูกเยซองรั้งแขนไว้ สะบัดมือเพื่อนตนออกโดยง่ายเมื่อมือหนาของเพื่อนปล่อยออกทันทีอย่างที่รู้ว่าไม่ควรรั้งไว้ คยูฮยอนก้าวยาวเข้ามาเร็วๆกระชากไหล่บางออกจากแทคยอน

มือหนากำแน่น หมายจะยกขึ้นซัดใส่ใบหน้าสากสีเข้มของแทคยอน แต่กลับต้องค้างกลางอากาศเมื่อแสงใสดังขึ้นแทรกกลางปล้อง

 

“อ้า~ ขนมปังคาราเมลนี่นา”

!!!

!!!

!!!

“..........”

ทุกอย่างนิ่งค้างไม่มีใครเคลื่อนไหวหรือเอ่ยอะไรออกมา มีเพียงซองมินที่ยืนกระพริบตาปริบๆ ไม่ได้รับรู้เลยว่า บรรยากาศมันฮาร์คคอร์แค่ไหน

“...คิ...คิๆคิกๆ...ฮ่าๆๆๆ” แล้วก็เป็นเรียวอุคที่ทำไม่ไหวหลุดหัวเราะออกมาจนได้ เยซองที่เห็นเช่นนั้นก็เริ่มหัวเราะตามออกมา

“ฮ่าๆ ไอ้คยู คึคึ แกเครียดไปว่ะ ฮ่าๆๆๆ” มือหนาของเยซองข้างหนึ่งวางแหมะไปที่ไหล่ของคยูฮยอน ส่วนอีกข้างวางบนหน้าท้องเรียบของตน บ่งบอกว่าปวดกล้ามเนื้อท้องไม่น้อยไปกับการหัวเราะครั้งนี้

“.......”

“.......”

“คิคิ ขำอะไรเหรอ อุคกี้”

เมื่อเห็นว่าทั้งคยูฮยอนและแทคยอนไม่เอ่ยสิ่งใด เสียงหวานของซองมินหัวเราะออกมาเล็กน้อย ถึงจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์อยู่ก็ตามเถอะ แววตาน่ารักมองเรียวอุคสลับกับเยซองไปมาอย่างตื่นเต้น ยิ่งทำให้เยซองที่ยังขำอยู่หันไปตบไหล่คยูฮยอนที่ยังนิ่งแรงๆอย่างปลอบใจและเย้าะเย้ยไปในตัว

“คิคิ...แล้วอะไร ขนมปังคาราเมลของซองมินล่ะ” เรียวอุคยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่หางตาพลางถาม

“ก็เมื่อกี้ โกโก้ดึงฉันเข้าไปก็เลยได้กลิ่น ขนมปังคาราเมลเต็มๆนี่นา...ว่าแล้วก็อยากกินจัง~

“คึคึ งั้นเราก็ไปกันเถอะซองมิน เดี๋ยวฉันพาไปซื้อนะ” เรียวอุคพยายามยุติบทสนทนา ไม่อย่างนั้น คงได้กลับไปมีบรรยากาศมาคุ อีกแน่นอน

 

“อือ ไปนะโกโก้ไว้เจอกันนะ บ้ายบาย คยู ไปกันเถอะนะ~

มือเล็กยกขึ้นโบกพลางเดินไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มน่ารักใสซื่อ ไม่ลืมหันไปเกาะแขนคยูฮยอนที่นิ่งไปอย่างที่ดูอาการไม่ออกเช่นเคย

 

ตาคมมองแผ่นหลังของคนทั้งสองเดินจากไปเหมือนเช่นทุกครั้ง ตั้งแต่ครั้งแรกที่โรงอาหาร ครั้งที่เมื่อแสดงละคร...และครั้งนี้...

 

“.....ผมชอบคุณจริงๆนะ” เสียงทุ้มที่เอ่ยบอกเบาๆอย่างที่คนน่ารักคงไม่ได้ยิน...

 

TBC.

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._




แอร้ยยยยย มา 100% เลย หุหุ ตอนต่อไปเพิ่งได้ สี่หน้า =="


ตอนแรกกะว่าจะอัพซัก แปดสิบ ก่อน แต่เหลืออยู่นิดเดียว เดี๋ยวรีดเดอร์จะเสียอารมณ์(?) ฮ่าๆๆๆๆ


ตอนหน้า!!! บอกตรงๆเลยว่า....เอ็นซี (-.,-) คู่...คู่ไหนดีคะ

ใครเดาถูกรับเอ็นซีไปอ่านฟรีตอนหน้าค่ะ อิอิ






สุขสันต์วันปีใหม่ค่า~~ ( ยังกล้าพูดเน้าะ ==") มีความนสุขกันมากๆนะคะ ^^

อ่า...เนื่องด้วยขึ้นปีใหม่ กิ้บขอของขวัญหน่อยได้มั้ยเอ่ย(ไม่มีอะไรให้แต่มันยังกล้าขอ = =)...ก็ไม่ได้คิดอะไรมากแต่

อยากให้บอก ข้อดี ข้อเสีย ของฟิคกิ้บหน่อย เช่น งง มั้ย รำคาญ อ่านข้าม ตรงไหน อะไรอย่างนี้นะคะ
เพราะกิ้บดูแล้ว จากปกติคอมเม้นจะอยู่ประมาณ 40 -50 ต่อตอน แต่ตอนนี้ลดลงนิดหน่อยเป็นประมาณ 30
เลยคิดว่า คนอ่านเขาเริ่มเบื่อรึเปล่า
...แอบคิดว่า เหตุผลอย่างนึงคืออัพช้า ด้วยใช่ม่ะอ่า เรื่องนี้กิ้บไม่ไหวจริงๆค่ะ T^T
เป็นคนเขียนฟิคช้ามาก ดีไม่ดี เดือนนึงได้ตอนเดียวเลยด้วยซ้ำ ฉงฉานเขานะT.,T 
แต่ตอนนึงของกิ้บยาวน้าาาา คุ้มสุดๆเลย ตอนนึง 18 หน้าขึ้นไปตลอดเลยนะคุ้มออก (-.,-)


ขอบคุณหลายๆคนที่ช่วยติชมให้น้าาาา >///< ขอบคุณนะคะ *โค้ง*


ขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามา อ่าน คอมเม้น และโหวตให้ค่ะ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,942 ความคิดเห็น

  1. #1923 HyukJewel (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 23:20
    พี่วอนเลิกตามใจมิลินสักเทททททททททท
    หรือต้องให้พี่ซึงโฮเข้าโซลหาาาาาา
    สงสารคุณโกโก้เขานะคะ
    #1,923
    0
  2. #1578 MayChuly (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 10:19
    ซองมินเราเนี่ยของกินตลอดอ่ะ 5555

    สงสารฮยอกอ่ะ ทำไมวอนไม่พูดไม่บอกซะทีอ่ะ 
    #1,578
    0
  3. #1500 nc23 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:37
    มันคือความกลัวของคนเราเนอะ!!!^^
    #1,500
    0
  4. #1438 Ae_Pu (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:21
    สงสารฮยอกอะ เมื่อไหร่วอนจะทำอะไรให้มันชัดเจนซักที 
    #1,438
    0
  5. #1416 mykyumin (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 มกราคม 2556 / 08:10
    คยูมิน แน่นอน
    #1,416
    0
  6. #1415 ae snoopy (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 มกราคม 2556 / 11:13


    วอนแกจะปล่อยให้ฮยอกเข้าใจแบบนี้ไปเรื่อยๆๆเหรองัยเนี่ย
    #1,415
    0
  7. #1414 atomicblue (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 มกราคม 2556 / 21:21
    เมื่อไรวอนจะบอกว่ารักอยอกซะสีอ่าาา อย่าปล่อยให้เข้าใจผิดแบบนี้จิ มันเศร้าาา

    แทคยอนแกเลิกคิดเหอะะ หมดหวังแล่ะ 555
    #1,414
    0
  8. #1413 Love My Oopa Kim kibum (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 มกราคม 2556 / 15:45
    แทคทำใจเถอะ
    #1,413
    0
  9. #1412 saypay (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 22:19
    มินนี่น่ารักม๊ากๆๆๆๆค่าแต่คู่วอนฮยอกน่าสงสารอ่ะนายเอกเราเศ้ราจังน้ำตารีดท่วมหน้าจอคอมแล้วน๊าไร!!!!!!!
    #1,412
    0
  10. #1411 gowhyuksj (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 20:10
    ซองมินน่ารัก~~~อ่ะ 55555
    #1,411
    0
  11. #1410 Mind-myy (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 13:58
    สงสารฮยอก แต่ตลกซองมิน><
    #1,410
    0
  12. #1409 love_kihae (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 21 มกราคม 2556 / 06:23
    สงสารฮยอกอ่ะ T________________T
    #1,409
    0
  13. #1408 Hype (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 20:17
    สงสารฮยอกแจจัง

    ปล.เล่นให้วอนเจ็บหนักเลยน้ะค้ะ(แค้นมาก)
    #1,408
    0
  14. #1405 junniizie (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 14:36
    เอิ่มมม มิน - -'
    #1,405
    0
  15. #1404 ta-kom.sj (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 13:15
    มินหนอมิน 55555555555
    #1,404
    0
  16. #1403 aoyaanya (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 22:40
    มินไม่ได้รับรู้บรรยากาศมาคุเลย  5555555
    #1,403
    0
  17. #1401 Redberrylips (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 มกราคม 2556 / 16:43
    สงสารเเทคเบา ๆ คือชอบจริง ๆ นะ เเต่ซองมินก็ไม่ได้คิดอะไรด้วยจริง ๆ นี่นา สงสารฮยอก มาก ตอนเเรกนึกว่าวอนจะมาไม่ทันตอนอยู่หลังเวทีเเล้ว นึกว่านางร้าย(?)กักตัวไว้อยู่อีก เหอะ 

    ข้อดีข้อเสียของฟิคไรเตอร์ ไรเตอร์เขียนฟิคหน่วง ๆ แบบนี้ได้ดีเกินไป อ่านเเล้วน้ำตาจะไหลตลอดอ่ะ สงสารฮยอก ยิ่งตอนที่ฮยอกรู้ความจริงเรื่องวอนเมื่อตอนก่อนโน้นอ่ะ โอ้ยใจจะสลาย ไรเตอร์บรรยายความรู้สึกได้เห็นภาพอย่างเเรง ฮือ เรารอเรื่องนี้อยู่ตลอดนะคะ ชอบมาก ๆ ๆ ๆ ๆ 
    #1,401
    0
  18. #1400 love_kihae (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 มกราคม 2556 / 06:25
    วอนเคยรู้อะไรมั่งเนี่ย - -
    #1,400
    0
  19. #1398 dektunna (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 22:03
    อยากให้วอนรู้จังว่าฮยอกรู้ความจริงตั้งนานแล้วววววววว  

    สงสารฮยอก เศร้าอยู่คนเดียวเลย
    #1,398
    0
  20. #1397 junniizie (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 16:51
    สงสารฮยอกอ่ะ 
    #1,397
    0
  21. #1396 ae snoopy (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 มกราคม 2556 / 13:29


    ยิ่งอ่านยิ่งสงสารฮยอกอะ

    เมื่อไหร่วอนจะหลุดจากผู้หญิงที่ชื่อมิรินซักทีเนี่ย
    #1,396
    0
  22. #1395 Redberrylips (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 23:52
    น้ำตาจะไหล สงสารฮยอก ฮือออ ฮยอกคงแบบ เจ็บปวดมาก เพราะคิดว่าถ้ามอบหนังสือเเล้ว นางร้าย(ไม่อยากเอ่ยชื่อ เช้อะ) จะให้วอนทำอะไรอีก ฮยอกก็เสียใจอีก ฮือออ เศร้า ไรเตอร์เขียนฟิคสนุกอยู่เเล้วค่ะ ไม่ต้องกังวลอะไรเลย เราสนุกมาก เกลียดนางร้ายมากด้วย อินจัด
    #1,395
    0
  23. #1394 Redberrylips (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 23:52
    น้ำตาจะไหล สงสารฮยอก ฮือออ ฮยอกคงแบบ เจ็บปวดมาก เพราะคิดว่าถ้ามอบหนังสือเเล้ว นางร้าย(ไม่อยากเอ่ยชื่อ เช้อะ) จะให้วอนทำอะไรอีก ฮยอกก็เสียใจอีก ฮือออ เศร้า ไรเตอร์เขียนฟิคสนุกอยู่เเล้วค่ะ ไม่ต้องกังวลอะไรเลย เราสนุกมาก เกลียดนางร้ายมากด้วย อินจัด
    #1,394
    0
  24. #1393 aoyaanya (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 11:49
    สวัสดีปีใหม่ไรเตอร์คะ ^^

    #1,393
    0
  25. #1392 mind. (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 11:12
    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์คะ^^
    #1,392
    0