Flip Love พลิกรักกับดักหัวใจ Wonhyuk Kyumin Kihae

ตอนที่ 26 : *Flip Love*: Chapter 24 รอยยิ้ม...และน้ำตา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,868
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    18 มิ.ย. 55

 


Chapter 24 รอยยิ้ม...และน้ำตา




            มือหนาระวิงกดโทรศัพท์ไม่หยุดตั้งแต่ที่เขาทราบเรื่องจากเพื่อนหน้าหวานทั้งสองคน คืนวันนั้น วันที่หิมะตกเป็นครั้งแรกของปีนี้ ซีวอนที่กลับไปนั่งรอฮยอกแจที่คอนโดเพื่อเก็บของและพาไปหาคุณตาด้วยกัน เขารออยู่นาน ไม่ว่าจะต่อสายหาคนรักกี่ครั้งกี่หนก็ไม่มีทีท่าว่าปลายสายจะเปิดเครื่องเลย

สุดท้ายเลยต้องโทรไปหาเพื่อนตัวอวบแต่กลับได้คำถามกลับมาเสียอย่างนั้น

// ฮยอกก็ไปหาซีวอนนี่นาไม่ได้เจอกันเหรอ //

“ไม่มีนะ ผมนั่งคุยกับไอ้คยูมันตั้งนานจนเย็นก็ไม่มีใคร” ร่างหนาแอบรู้สึกวาบในใจเมื่อนึกถึงบทสนทนาตอนเย็นวันนั้น แต่ซีวอนกลับคิดว่า คงไม่มีอะไร เสียอย่างนั้น

// ฉันว่าฮยอกคงไปบ้านสวนน่ะแหละ แบตโทรศัพท์หมดรึเปล่าน่ะ อาจจะรีบๆเลยไม่ได้เอาที่ชาร์ตโทรศัพท์ไปก็ได้นะ //

“แล้วซองมินพอจะรู้มั้ยว่าบ้านสวนอยู่ที่ไหนน่ะ”

// ฉันก็พอจะรู้แค่ว่าอยู่เขตชางวอนน่ะ ฉันว่าเดี๋ยวฮยอกก็โทรมาหาแหละมั้ง //

“อืม...ผมว่าก็คงจะเป็นอย่างนั้น ขอบคุณนะซองมิน”

ร่างสูงกดวางสายไปด้วยหัวใจที่ไม่สงบเลย เป็นห่วง กังวล และ....คิดถึง

ฮยอกแจไม่เคยขาดการติดต่อ หรือจะเรียกได้ว่าไม่เคยห่างตัวกันไปเกินหนึ่งวันเลยตั้งแต่ตกลงเป็นแฟนกัน ยิ่งคนที่เพิ่งรู้ใจว่ารักเข้าเต็มเปาอย่างนี้แล้วยิ่งไม่อยากห่างไปโดยติดต่อไม่ได้อย่างนี้เลย

ฮยอกแจ...ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน...

..

..

..

ร่างบอบบางที่หลับสนิทพร้อมคราบหยาดน้ำตาบนแก้มนวล ค่ำคืนที่ควรจะเป็นคืนที่แสนเศร้าของฮยอกแจ กลับสงบได้อย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากคืนแรกที่รู้ว่าหัวใจดวงนี้ไม่เป็นที่ต้องการ ฝันร้ายที่กลายเป็นความจริงก็ยังคงตามมาหลอกหลอนในความฝันดั่งอยากจะตอกย้ำซ้ำลงที่เดิมอีก

เปลือกตาบางกระพริบช้าๆเมื่อความสว่างเข้าแทรก ดวงตาใสที่แดงก่ำจากการร้องไห้ลืมขึ้นก็พบกับเพดานห้องที่ไม่คุ้นเคย ไม่คุ้นเคยเพราะหลายค่ำคืนที่ผ่านมา ช่วงเวลา ณ ครั้งลืมตาจากนิทรา สิ่งแรกที่รู้สึกและภาพที่เห็นคือ...ภาพเพดานห้องที่แสนคุ้นเคยกับอ้อมกอดที่อบอุ่นของ...ซีวอน

น้ำตาที่แห้งเหือดไปไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวอีกครั้ง...

ฮยอกแจชันตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ...ความจริงที่ยังเป็นอยู่ ยังไงความจริงก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน...จนอยากจะจมอยู่ในโลกของการหลับไหล ไม่อยากตื่น และไม่อยากฝัน...เมื่อความฝันนั้นก็ยังโหดร้ายเช่นกัน...

“ฮึก...จะทำยังไง...ฮึก...จะ..ทำยังไง...ดี” ราวกับเด็กน้อยที่หลงทาง...ไม่รู้ว่าควรไปทางไหนต่อ ไม่รู้ว่าสิ่งที่ควรทำคืออะไร...

เขาควรเดินเข้าไปบอกว่า รู้ความจริงทั้งหมดแล้ว....หรือเขาควรทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

“...ฮึก...”

เสียงหวานสะอื้นดังลอดออกจากภายในห้องแม้เพียงจะแผ่วเบา แต่ร่างสูงที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องก็ได้ยิน ใจดวงแกร่งเจ็บที่ได้รับรู้ว่า คนร่างเล็กที่เอาหัวใจเขาไปตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน เจ็บมากมายเพียงใด

วันนี้ยุนซึงโฮ ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องเห็นรอยยิ้มของฮยอกแจให้ได้ ร่างสูงเรียกกำลังใจเล็กๆจากการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วระรัวเคาะประตูไม้เรียกให้ร่างบางได้รู้ตัว

ก๊อกๆๆๆๆๆๆๆ

“ฮยอกแจครับ ตื่นรึยัง” เสียงทุ้มตะโกนแทรกผ่านแผ่นประตูนำไป ด้วยน้ำเสียงสดใสจนฮยอกแจต้องรีบปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ คว้าเอาแว่นแก้วมาสวม แล้วลุกขึ้นมาเปิดประตูให้คนที่ยังเคาะระรัวอย่างสุภาพ(?)

“..พี่ซึงโฮ..”

“ตาบวมเชียว...” มือหนาไล้ที่แก้มนวลเบาๆพลางมองดวงตาที่บอบช้ำ ฮยอกแจที่ยังกักน้ำตาตนเองไม่ไหวก็เริ่มจะร้องไห้อีกครั้ง ร่างหนาเห็นเช่นนั้นเลยเอ่ยบอก

“อย่าร้องไห้เลยนะ...ไหนยิ้มหวานๆให้พี่ดูหน่อยดีกว่า”

ร้องบางยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกเบาๆแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาคม ฮยอกยิ้มให้เล็กน้อย รอยยิ้มที่เจือความเจ็บปวดอย่างรุนแรงนี้ไม่ได้ทำให้คนมองเห็นแล้วชื่นใจเลยที่ได้เห็นรอยยิ้มชัดๆครั้งแรก

“...ฮยอกครับ...ไม่เป็นไรนะ...ถ้าหัวใจมันยังเจ็บเกินที่จะยิ้มออกมาได้...พี่ก็จะรอ...เพราะหากเป็นตอนนี้...ฮยอกคงไม่เหมาะกับรอยยิ้ม...เราคงจะเหมาะกับน้ำตามากกว่านะ”

มือหนายกขึ้นลูบกลุ่มผมบางอย่างอ่อนโยน หากเป็นรอยยิ้มที่เกิดจากความทุกข์ใจ ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่เหมาะกับดวงหน้าหวานนี่แน่นอน

“ไปอาบน้ำเถอะนะ...เดี๋ยวพี่พาไปเที่ยวที่ไร่ ”

ไม่ฟังคำใดจากเสียงหวานบอกเองเสร็จสรรพก็ดันตัวร่างบางเข้าไปในห้อง เปิดประตูตู้เสื้อผ้า หยิบเอาเสื้อกล้ามสีขาวตัวบางกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเหลืองอ่อน โดยไม่ลืมกางเกงขาสั้นพอดีเข่าสีขาวเข้าชุดกันยัดใส่มือบาง

“อาบน้ำนะครับ พี่จะรอทานข้าวเช้าด้วยกัน” มือหนาดันร่างบางเข้าห้องน้ำอีกรอบด้วยรอยยิ้มอุ่นๆจนฮยอกแจไม่กล้าจะเอ่ยปฏิเสธอะไร ได้แต่ทำตามอย่างเดียว

ไม่นานนักฮยอกแจก็มาที่โต๊ะอาหารที่มีเยจินนั่งอยู่ก่อนแล้วในชุดที่ซึงโฮเลือกให้ ทั้งสามทานอาหารจนเสร็จแล้วก็ออกไปทำพิธีอย่างสุดท้ายของงานศพคุณตา

..

..

“คุณตาจากไปแล้วจริงๆซินะฮะ...” ร่างบางพูดเสียงแผ่วเมื่อพิธีกรรมทุกอย่างเสร็จสิ้นลงน้ำตาก็พาลจะไหลลงมาอีก

“ถึงแม้คุณตาจะจากไป แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิมนะฮยอกแจ” ซึงโฮยืนมองทุ่งคาโนล่าเหลืองอร่ามอยู่ข้างๆฮยอกแจ ต่างคนต่างทอดสายตามองความงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง

ร่างบางสงสัยกับคำที่ซึงโฮเอ่ยออกมาจึงเยถาม

“เหมือนเดิมยังไงเหรอฮะ”

“คุณตายังอยู่ตรงนี้ อยู่ในใจเรา ทั้งสิ่งที่เราเคยทำด้วยกัน พูดคุยกัน คำสอน เพลงที่ท่านเคยร้องให้ฟัง ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิมไม่ใช่เหรอ หืม?”  ร่างสูงรู้สึกถึงวี่แววที่ตนเองอาจจะต้องเห็นหยาดน้ำใสไหลลงมาอีกรอบก็รีบเปลี่ยนเรื่องเพื่อที่จะทำตามความตั้งใจของตนเองให้ได้....รอยยิ้มของฮยอกแจ...

“เอาล่ะ ถ้าคุณตารู้ว่าฮยอกยังร้องไห้อยู่อย่างนี้ท่านต้องไม่สบายใจแน่นอนเลย ป่ะ ไปที่ไร่พี่กันดีกว่านะ” ซึงโฮโอบหลังบางเบาๆเหมือนจะบอกให้เดินเคียงกันไปยังทางลัดที่มุ่งสู่ไร่องุ่นของตนเอง ฮยอกแจจึงเดินตามไปนิ่งๆ

..

..

..

เถาไม้เลื้อยใบแฉกพันเกลียวอยู่บนซุ้มไม้ที่ทอดตัวยาวสุดสายตา บ้างหย่อนพวงสีเขียว บ้างเกี่ยวห้อยพวงสีม่วงเข้มใกล้การเก็บเกี่ยว สิ่งสวยงามใหม่ที่ร่างบางไม่เคยได้พบก็ทำให้หัวใจที่แห้งกรอบชุ่มฉ่ำขึ้นได้บ้าง

มุมปากบางยกยิ้มเพียงน้อยจนถ้าหากว่าคุณไม่ได้จับจ้องอยู่ตลอดเวลาอาจจะพลาดไป แต่ไม่ใช่ ยังซึงโฮ เขาเห็นมันและปฏิกิริยาน้อยนิดเพียงจากร่างบางก็ทำใหกำลังใจเขาเพิ่มขึ้นทันที

“มาเถอะ ไปช่วยพี่เก็บองุ่นกัน” มือหนาคว้าเอามือบางจูงเดินไปทางช่องทางเดินระหว่างซุ้มองุ่น

คนงานหลายคนกำลังก้มๆเงยๆ บ้างตัดแต่งกิ่ง บ้างเก็บเกี่ยวผลผลิตสีม่วงเข้มอย่างระมัดระวัง ชายหนุ่มเจ้าของไร่รับกรรไกรสำหรับตัดขั้วช่อองุ่นมาจากคนงานพร้อมกับส่งตะกร้าใบเล็กให้ฮยอกแจรับไปถือไว้

“ฮยอกไม่เคยตัดใช่มั้ย เดี๋ยวพี่สอนให้นะ” หนุ่มร่างสูงก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อสอดตัวเข้าไปอยู่ด้านใต้ร้านไม้เลื้อย ต่างกับฮยอกแจที่เดินเข้าไปง่ายๆอย่างสบายเลย

“หึๆ พี่ว่าฮยอกมาทำงานที่ไร่พี่คงสบายแน่นอน เพราะไม่ต้องเมื่อยคอ คอยก้มหัวอย่างพี่เนี่ย” มือหนาขยี้ผมหนุ่มอย่างล้อเลียนคนที่เกิดมาตัวเล็ก

ฮยอกแจอมลมจนแก้มป่องส่งค้อนผ่านดวงตาบวมช้ำไปให้คนสูงกว่าได้ยิ้มได้ ว่าอย่างน้อย ฮยอกแจก็เลิกเศร้าเป็นอารมณ์อื่นได้บ้าง

“ฮยอกไม่ได้เตี้ยสักหน่อยนะ เพื่อนฮยอกตัวเล็กกว่าฮยอกอีก” ใช่แล้ว เรียวอุคตัวเล็กกว่าเขาอีกซัก...เอ่อ...สองเซน จะได้ล่ะมั้ง = =”

“หึหึ ครับฮยอกตัวไม่เล็กหรอกครับ” บรรยากาศเศร้าๆรอบกายค่อยๆผ่อนคลายออกมาทีละน้อย

“ฮยอกลองชิมดูมั้ย ไร่องุ่นบ้านพี่ไม่ใช้สารเคมีอะไรเลยนะ สะอาดทานได้เลย”

ร่างบางรับเอาองุ่นเม็ดกลมเข้าปาก ความหวานแผ่ซ่านสดชื่นไปทั่วจนต้องอมยิ้มออกมา ร่างสูงเห็นแล้วก็แทบจะยิ้มตามถ้าไม่ติดว่า มันหายไปแล้ว

“อร่อยใช่มั้ย กินอีกซิ เยอะๆเลยนะ” ร่างสูงรีบส่งให้มือไม้พัน

“??” ฮยอกแจงงๆกับท่าทางพี่ชายข้างบ้านแต่ก็รับช่อองุ่นเม็ดกลมมาเข้าปากทีละเม็ดๆด้วยรอยยิ้มบางๆ

..

..

แสงอาทิตย์อ่อนๆส่งลอดผ่านใบเขียวขจีลงสู่ด้านในซุ้มและอากาศที่เย็นเล็กน้อยช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้ทั้งสองได้ไม่ยาก ซึงโฮเริ่มสอนร่างบางให้ตัดช่อองุ่นด้วยการตัดให้ดูเป็นตัวอย่าง ร่างหนาสอนการสังเกตุช่อองุ่นที่สุกพอเหมาะกับการเก็บก่อนแล้วนะให้ตัดห่างจากช่อพอสมควร

“ฮยอกก็ตัดตรงนี้เลยนะแล้วก็ใส่ในตะกร้าน่ะแหละนะ”

“ได้ฮะ” ฮยอกแจเริ่มลงตัดเองบ้างแต่ด้วยความที่ไม่ถนัดและความสูงที่ไม่พอดีมองก้านขั้วของช่อทำให้ต้องเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย ซึงโฮที่มองอยู่ตลอดเห็นแล้วก็เอ็นดู ร่างหนาก้าวมายืนชิดที่ด้านหลัง มือหนาเอื้อมเข้าไปกุมมือบางที่กำกรรไกรในมือ

ร่างสองร่างแนบชิดจนแทบได้ยินเสียงหัวใจระหว่างกัน แต่เสียงนั้นคงมาจากชายหนุ่มร่างสูงเพียงฝ่ายเดียวมากกว่า

ฮยอกแจตกใจและเกร็งตัวเล็กน้อย ได้แต่ปล่อยให้เจ้าของไร่องุ่นกุมมือตนไปด้วยใบหน้าที่เริ่มมีสีชมพูจางๆ

“มองไม่เห็นใช่มั้ยล่ะ  หึหึ~” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี จนคนในอ้อมแขนอดหมั่นไส้ไม่ได้ แถมใบหน้างอนๆให้เห็นชัดกันไปเลย

“เอาอย่างนี้แล้วกันนะ ฮยอกรับจากที่พี่ตัดแล้วไปใส่ตะกร้าก็แล้วกันนะ” ซึงโฮที่ยังไม่เห็นสีหน้าคนตัวเล็กเอ่ยขึ้น

“ได้ฮะ ดีเหมือนกันฮยอกจะได้ไม่ต้องเขย่งให้เหนื่อย ฮึ” ก้มหน้าหวานลงไป คว้าตะกร้ามา ตวัดเสียงหวานงอนเพียงเล็กน้อย

“อ้ะ นี่เรางอนพี่จริงๆเหรอเนี่ย ว้าววววว” ซึงโฮดูดีใจจนออกนอกหน้าที่ฮยอกแจแสดงอารมณ์ที่เป็นตัวตนออกมาเป็นปกติในที่สุด

“ทำไมพี่ต้องดีใจขนาดนี้ด้วยเหรอฮะ” คิ้วบางขมวดถามอย่างไม่แน่ใจ

“ก็พี่เพิ่งจะเคยเห็นคนงอนได้น่ารักอย่างนี้นี่นา” ริมฝีปากหนาค่อยๆแย้มยิ้มหล่อ แถมแววตาอบอุ่นส่งให้แก้มใสใต้ก้านแก้วเจือสีชมพูเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อย

“ผมไม่น่ารักหรอกฮะ” ก็ไม่ว่าใครก็บอกทั้งนั้นว่าเราไม่น่ารักและไม่เหมาะกับตำแหน่งผู้ถูกเลือกด้วย...

“ไม่น่ารักตรงไหนกัน...พี่เห็นเราครั้งแรกก็....” ซึงโฮนึกย้อนไปเมื่อวันก่อน วันที่เห็นร่างบางพร้อมหยาดน้ำใสบนหน้าในทุ่งดอกคาโนล่า วันที่หัวใจเขาหลุดไปอยู่ที่คนตัวเล็กคนนี้

“ก็....อะไรเหรอฮะ”

“ก็...อยากจะไปขอคุณน้าเยจินเลยล่ะ” แก้มที่เคยชมพูเพียงนิด ตอนนี้แดงก่ำชัดเจนแล้วที่สุด ไม่ใช่เพียงเพราะคำพูด แต่เป็นเพราะแววตาจริงจังที่ยื่นเข้ามาใกล้นี่ด้วย

ฮยอกแจไม่เอ่ยถามอะไรต่อ และยอมเลิกงอนแล้ว ทั้งสองจึงได้เริ่มลงมือตัดช่อองุ่นทีละช่อ พลางเอ่ยพูดคุยหยอกล้อ หัวข้อสนทนาทั้งหลายที่พอจะเรียกการโต้ตอบจากร่างบางได้บ้างก็มาจากร่างสูงทั้งสิ้น จนกระทั่งตอนนี้องุ่นสีม่วงเข้มเต็มตะกร้าไปหมดแล้ว ยังซึงโฮก็ยังไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่แสนสดใสจากฮยอกแจเลย

..

..

เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงเที่ยงและบ่าย ซึงโฮพาฮยอกแจไปทานมื้อเที่ยงที่บ้าน พาไปรู้จักกับพ่อและแม่ตนเองอย่างเปิดเผย ทั้งสองก็ต้อนรับอย่างอบอุ่น คอยถามไถ่ด้วยความห่วงใย กินอะไรมั้ย เหนื่อยรึเปล่า จนฮยอกแจเกรงใจไปเสียหมด

“คุณป้ากับคุณลุงน่ารักจังเลยนะฮะ”  ทั้งสองคนแวะมานั่งพักหลังทานมื้อเที่ยงเสร็จ ก่อนที่ซึงโฮจะพาไปชมไร่ต่อ เก้าอี้ไม้แบบโยกคล้ายชิงช้าตั้งอยู่ด้านข้างของตัวบ้านที่หันหน้าไปทางไร่องุ่นที่ทอดตัวยาว

“งั้นก็มาเป็นลูกท่านซิครับ พี่ยอมให้ฮยอกแจคนเดียวเลยนะ” ไม่ปล่อยให้พลาดซักนิดเดียว เวลามีน้อยต้องใช้ให้เต็มที่ อาจจะกลายเป็นคติใหม่ของยังซึงโฮไปซะแล้ว

“...พี่อย่าพูดอย่างนี้ซิฮะ...” เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างไม่แน่ใจ พลันหยุดไปเพราะมือหนาเอื้อมมือบางของตนไปกอบกุมไว้อย่างแผ่วเบา

“พี่พูดจริงๆนะฮยอกแจ...เราอาจจะเพิ่งเจอกัน...แต่พี่มั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง” สายตาคมส่งทอดความมาดมั่น จริงจังและใจจริงไปให้

“...พี่รู้ว่าเรามีใครอยู่ในใจอยู่แล้ว...แต่ถ้าหากว่า...ใจดวงนี้มีเขาอยู่แล้วมันเจ็บปวด...พี่ก็อยากให้ฮยอก...รับหัวใจพี่ไปอยู่ในนั้นแทนจะได้มั้ย”

สายตาคมที่ไม่มีวี่แววล้อเล่นใดๆทำให้ใจดวงน้อยสั่นไหว พาลคิดถึงร่างสูงเจ้าของหัวใจที่บอบช้ำนัยน์ตาหวานมีแววสั่นไหว สับสนไปหมด

“..ฮยอก...ฮยอก...ไม่รู้...” สุดท้ายก็หลบตาลงต่ำเมื่อยังหาทางออกไม่เจอ เจ้าของมือหนา ยังกุมมือเขาไว้

“ไม่เป็นไรครับ...พี่รู้ อย่าคิดมากนะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ ไม่ว่าฮยอกจะรับรักพี่รึเปล่า พี่แค่จะดูแลฮยอกอย่างนี้จะได้มั้ย...นะ...”

น้ำตาหยาดใสที่หายไปจากดวงหน้าหวานได้นานหลายชั่วโมงเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เพราะหัวใจดวงน้อยเจ็บปวด...เจ็บเพราะคนคนหนึ่งที่อยู่ในใจเขา...และปวดเพราะใครอีกคนที่เขาไม่ได้รับให้เข้าไปในใจ...

“อย่าร้องไห้ไปเลยนะครับ ป่ะ วันนี้พี่จะทำให้ฮยอกยิ้มให้พี่ให้ได้เลย จุ้บ”

ริมฝีปากหนาประทับลงบนมือเล็กที่ถูกกุมไว้ ให้ฮยอกแจต้องตกใจจนต้องชักมือออกถ้าหากไม่ทันเสียแล้ว ว่าแล้วก็ลุกขึ้นกุมมือกึ่งจูงร่างบางไปทางโกดังหลังสูงที่มีไว้สำหรับเก็บและบ่มไวน์

...

โรงบ่มไวน์ขนาดกลางภายในมีถังไม้โอ๊คมากมายวางเรียงรายกันใต้แสงสีส้มที่มีไว้เพื่อคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมอยู่ตลอดเวลา

ซึงโฮ พาฮยอกแจที่เงยหน้ามองไปทั่วอย่างสนใจ เดินเข้ามาด้านในจนหยุดหน้าถังไม้โอ๊คขนาดใหญ่พิเศษ ราวห้าคนโอบถึงจะรอบได้ ด้านล่างมีจุกก็อกยื่นออกมาสำหรับเปิดชิมไวน์

“ข้างในนี้เป็นไวน์หมดเลยเหรอฮะ” ฮยอกแจยกกำมือเล็กเคาะข้อนิ้วไปที่ถังเบาๆพลางเงี่ยหูฟังเสียงด้านในอย่างสนใจ

“ใช่ครับ มีต่างปีกันไป มีทั้งแบบหลายสิบปีจนถึงปีเดียวก็มี ปู่พี่เขาบ่มไว้นานแล้วล่ะ” อธิบายไปมือหนาก็คว้าเอาแก้วไวน์ที่แขวนอยู่ไว้สำหรับชิมและเช็คคุณภาพของไวน์มาสองใบ แล้วเทของเหลวสีม่วงเข้มลงไปพอประมาณ

“ลองชิมดูนะ” ซึงโฮยื่นแก้วให้ฮยอกแจที่รับไปอย่างไม่ค่อยแน่ใจ

“ฮยอกไม่เคยดื่มเลยนะฮะ”

“ลองดูซิ จิบดูนิดนึงก็ได้ ค่อยๆกลืนช้าๆนะ” ซึงโฮ จิบให้ดูเป็นตัวอย่าง ร่างบางจึงค่อยทำตาม มือบางจับแก้วใสขึ้นจรดริมฝีปาก ของเหลวสีเข้มไหลลง กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ส่งกลิ่นหอม

“มันจะฝาดๆหน่อยแต่ก็อร่อยใช่มั้ย” ฮยอกแจพยักหน้ารับเห็นด้วย นี่ถ้าไม่ติดว่าขมหน่อยเขาคงจะชอบมากแน่เลย

ดวงตาเป็นประกายเมื่อสนใจอะไรใหม่ๆปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากเป็นครั้งที่สองของวันทำเอา ร่างสูงมองเพลินอย่างเพ้อหา รอยยิ้มที่เผลอยิ้มตามอย่างเบลอๆ ดวงหน้าหวานเจสีชมพูระเรื่อในบรรยากาศใต้ไฟสีส้มดูนวลตายิ่งขับให้ร่างบางดูน่าถนุถนอม อีกทั้งในสถานที่ที่ไร้ผู้คนอื่นใด ยิ่งเป็นใจให้จิตใจฝ่ายไม่ดีของคนหนุ่มทำงาน

หน้าคมเลื่อนเข้าใกล้ฮยอกแจเรื่อยๆช้าๆอย่างเพ้อๆจนอีกคนรู้สึกได้ ทำให้ฮยอกแจสงสัยกับปฏิกริยาคนตรงหน้า

“พี่ฮะ??” มือบางโบกไปมาตรงหน้าอย่างเรียกสติ

เมื่อได้สติกลับมา ดวงตาใสที่มองมาทำเอาซึงโฮรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก คว้าเอาขวดไวน์เทลงเสียเต็มแก้วแล้วกระดกรวดเดียวจนหมด

“นะ ในนี้ มันร้อนเน้าะ” มือหนาโบกแรงๆพัดลมไปที่ใบหน้า ปริมาณของไวน์แค่นั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกอะไรสักเท่าไหร่ ต่างกับอีกคนที่ดื่มไวน์ในแก้วที่เหลือจนหมด แก้มใสก็ยิ่งแต้มสีน่ามอง

“พี่ว่าเราไปข้างนอกกันเถอะ” ก่อนที่เขาจะกลายเป็นคนไม่ดีคิดอะไรไปไกลกว่านี้

..

..

รถจักรยานสีขาว มีเบาะสำหรับนั่งสองที่และตะกร้าไม้หวายหน้ารถ จอดนิ่งสนิทอยู่ด้านข้างโรงบ่มไวน์ วันนี้ได้เอาออกมาใช้การสักหน่อยแล้ว

“ไปขี่จักรยานกันนะฮยอก เดี๋ยวพาไปลานหญ้าที่ท้ายไร่ ฮยอกต้องชอบแน่เลยล่ะ” ซึงโฮวาดขาขึ้นบนรถจักรยานพลางเอ่ยบอก

“ให้ฮยอกซ้อนพี่เหรอฮะ”

“ใช่ ทำไมล่ะ กลัวเหรอ”

“เปล่าฮะ แต่ว่า...พี่ขี่ได้แน่นะฮะ” ฮยอกดูไม่มั่นใจเล็กน้อยกับการโดยสารครั้งนี้

“ได้ซิ ถึงพี่จะไม่ค่อยได้ขี่ แต่ฮยอกตัวเล็กนิดเดียวพี่ขี่ได้”....ถึงจะขี่ได้แต่ก็ไม่เคยมีใครซ้อนท้ายก็แค่นั้นเอง

“งั้นก็ได้ฮะ” แล้วฮยอกแจขึ้นนั่งซ้อนท้ายจักรยานคันขาวจนได้

“จับเอวพี่แน่นๆล่ะ” มือหนาความือฮยอกแจทั้งสองข้างมาโอบเอวตนเองไว้แน่น จนเจ้าของแขนบางอดหน้าแดงไม่ได้

รถจักรยานคันขาวเคลื่อนที่ช้าๆผ่านซุ้มองุ่นไปทีละแถว สายลมเอื่อยปะทะหน้าบางที่มีรอยยิ้มน้อยๆประไว้ มือบางก็ยังไม่ผละออกจากเอวหนาในบรรยากาศยามบ่ายคล้อยเช่นนี้ ทำให้คนเศร้าใจรู้สึกดีขึ้นได้เยอะเลย อะไรๆมากมายในหัวใจผ่อนคลายลงมาก แม้จะยังไม่รู้อนาคตแต่ตอนนี้หัวใจที่เจ็บปวดอาจจะเริ่มทุเลาลงบ้างแล้ว

“ฮยอกครับ หลับรึยัง” เมื่อขี่จักรยานมาได้สักพักใกล้จะถึงลานหญ้าท้ายไร่ ซึงโฮก็เอ่ยถามเป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มขี่ออกมา เพื่อให้ฮยอกแจได้มีเวลาซึมซับบรรยากาศดี

“ยังฮะ แต่สบายมากเลย อากาศดีจริงๆ” ฮยอกแจเอ่ยบอกอย่างผ่อนคลาย

“งั้นจับดีๆล่ะ จะเริ่มแล้วนะ” เสียงทุ้มบอกเป็นการเตรียมตัว...แต่เตรียมตัวอะไรล่ะ

วืด~~~~~~ กึง กึงๆๆ

!!!...ว้ากกกกกกก”

“ฮ่าๆๆๆๆๆ”

......โครม~~~~

บนพื้นหญ้าหนานุ่ม ณ ตอนนี้มี จักรยานหนึ่งคัน...และสองร่างที่กระเด็นกันไปคนละทาง ยังซึงโฮที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกแล้ว...

ก่อนถึงลานหญ้าท้ายสวนของเขานั้นจะมีเนินลูกเล็กๆที่ถ้าหากว่าขี่มาด้วยความเร็วสักหน่อยแล้วล่ะก็สามารถทำให้รถจักรยานลอยละล่องจากพื้นดินขึ้นไปบนอากาศ พาเอาทั้งสองคนหลุดออกจากรถคันขาวได้ไม่ยาก ดีหน่อยที่ลานหญ้านี้หนานุ่มพอสมควร ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดหรือบาดแผลอะไรเลย

“......” ดวงตาใสร็ก้านแว่นแก้วที่หลุดไปเบิกโพลงนอนมองท้องฟ้ากระจ่างอย่างอึ้งๆแต่แล้วก็......

“หึ~ คิคิ” เสียงหวานหัวเราะใสดังขึ้นเบาๆ สามารถเรียกความสนใจจากชายหนุ่มพลขับให้ได้มีสติขึ้นมา

“คิกๆ ~” เสียงหวานหลุดออกมาเบาๆจากร่างบางที่นั่งกึ่งนอน

“......” บอกทีเถอะว่าผมไม่ได้ฝันไป ฮยอกแจไม่ได้กำลังยิ้ม แต่กำลังหัวเราะต่างหากล่ะ

“...ฮยอก...แจ...” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาช้าๆอย่างเพ้อๆ

“คิกๆ...ฮะ พี่ซึงโฮ”

“.......”

รอยยิ้มหวานที่ชัดเต็มแก้มของฮยอกแจ ปรากฏให้เห็นแล้ว ณ ตอนนี้ ช่างเป็นรอยยิ้มที่สวยหวานที่สุด ตั้งแต่ ยังซึงโฮคนนี้เคยเห็นมาเลย

หมับ...

อ้อมแขนแกร่งรวบเอาร่างเล็กเข้าไปกอดแน่น

“อ้ะ !!

“ฮยอกแจ...” ร่างหนาเอ่ยเรียกคนในอ้อมกอดตนเองเสียงนิ่ง

“...ฮะ”

“ถึงพี่จะบอกว่าฮยอกเหมาะกับน้ำตามากกว่า...แต่พี่ก็อยากให้ฮยอกยิ้มให้พี่...หัวเราะกับพี่อย่างนี้อีกบ่อยๆ...จะได้มั้ย...”

“.....”

ไม่มีเสียงหวานใดตอบกลับมา ทำเอาหัวใจดวงแกร่งเต้นไม่หยุด ทำได้แต่ลุ้นในใจ เมื่อไม่กล้าที่จะผละออกมาสบตาดูสีหน้าของคนตัวเล็กในอ้อมกอด แต่แล้วก็เป็นฮยอกแจที่ดันอกแกร่งออกเพื่อเงยหน้าขึ้นสบในตาคมแล้ว แย้มยิ้มหวานให้พร้อมบอก....

“.....ได้ฮะ พี่ซึงโฮ”

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._


60%


อาทิตย์กว่าที่ผ่านมา ช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนสบายตัวสบายกายที่สุดของ ลีดงเฮเลยก็ว่าได้ ก็เพราะไม่มีร่างหนาที่มีอาชีพทำขนมตอนกลางวัน แล้วทำอาชีพหื่นตอนกลางคืนมาคอยกวนตัวน่ะซิ

ตั้งแต่วันที่เขาขอเวลา อยากพัก อยากอยู่กับตัวเองคนเดียวบ้าง ดงเฮหอบของกลับมาที่บ้านตนเอง อย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่าที่ห้อง เพราะมีคุณแม่คอยเป็นโล่กันไว้ได้ทุกทาง เช่น...

“วันนี้ด็อง เขาบอกเหนื่อยๆน่ะจ้ะ คิบอม คงจะหลับไปแล้ว”

“อ้าว คิบอม วันนี้ไม่เข้าไปที่ร้านเหรอ แม่ว่าจะเข้าไปซื้อขนมปังน่ะ ไปเป็นเพื่อนแม่หน่อยซิ”

“เดี๋ยวด็องต้องไปค้างบ้านคุณป้ากับแม่ซักสามสี่วันนะจ้ะ”

นี่เป็นเพียงแค่บางส่วน คุณแม่ที่น่ารักยังสามารถช่วยปกป้องลูกสาว(?)จากช่างทำขนมหน้าหล่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ ฝ่ายคิบอมก็เดินคอตกกลับไปแทบทุกครั้ง

คิมคิบอม ผู้ชายที่ไม่รู้ใจตัวเองและไม่เคยคิดพยายามจะหาคำตอบของพฤติกรรมที่ตัวเองเป็นอยู่เลย ตั้งแต่ดงเฮขอห่างกันบ้าง ขอเวลาเป็นส่วนตัวบ้าง คิบอมก็ไม่เป็นอันทำอะไร เฝ้าจะหาวิธีทำให้ดงเฮกลับไปอยู่ที่ห้องเขาเหมือนเดิม ทั้งไปหาที่ทำงานแต่ก็โดนค้อนวงน้อยๆเหวี่ยงมา หรือตามไปถึงบ้าน...ก็อย่างที่เห็น คุณแม่คร้าบบบบบ บางทีผมก็อยากลางานมาเฝ้าหน้าบ้านเลยซะทีเดียว

การที่มัวแต่หาวิธีนำ เพื่อนสนิท ของตนกลับสู่อ้อมกอดนั้น ทำให้พฤติกรรมหลายอย่างเปลี่ยนไป เลิกไปเที่ยวกลางคืน (เพราะมัวเฝ้าอยู่หน้าบ้าน) เลิกรับสายและโทรคุยกับคนอื่นที่ไหน (เพราะโทรหาดงเฮคนเดียวก็แบตจะหมดอยู่แล้ว) เลิกสนใจสาวๆหนุ่มน้อยที่เข้ามาโปรยเสน่ห์ ส่งสายตาหวานฉ่ำ (เพราะเสียเวลา เอาไปคิดหาวิธีดีกว่า)

ใครก็ดูออกว่าอาการเหล่านี้เป็นอาการของคน....เมียหาย

....

“หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้...”

คิมคิบอมตอนนี้เบื่อที่จะได้ยินเสียงของผู้หญิงคนนี้แล้ว เพราะไม่ว่าจะโทรหาดงเฮกี่ครั้งเสียงที่ได้กลับมาก็เป็นอย่างนี้น่ะซิ

“ฮึ้ยยยย...ลีดงเฮ อย่าให้จับตัวได้นะ...จะจับกดให้ลุกไม่ขึ้นเลย คอยดู...” กรามคมกัดแน่นเอ่ยอย่างขัดใจและมาดหมายไว้ว่าจะทำอะไรร่างบางที่หนีหายไป

และแล้วเมื่อโทรหาไม่ติด...พาทิซิเย่ประจำร้านขนมชื่อดังที่วันนี้ทำหน้าที่เรียบร้อยแล้วก็รีบพุ่งออกจากร้านเพื่อมาดักคนร่างบางที่หน้าบ้านอีกครั้ง... รอแล้วรอเล่าจนเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึก...ไฟในห้องชั้นสองของบ้านหลังเล็กก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเปิดไฟหรือปิดไฟ ราวกับไม่มีใครอยู่ในนั้น

“หรือไปค้างที่ไหนกับคุณแม่นะ” เสียงทุ้มพึมพำกับตนเองเบาๆ ตัดสินใจจะก้าวกลับขึ้นรถ ก็เห็นแสงไฟจากรถคันหนึ่งที่กำลังแล่นเข้ามา เห็นดวงหน้าหวานที่อยากเจอนั่งอยู่ด้านข้าง เขาก็ก็รีบซ่อนกายหลังรถตัวเอง ราวกับไม่อยากให้ใครเห็น

“ขอบคุณ กีกวังมากเลยนะ” ร่างบางก้าวลงจากรถแล้วก้มตัวคุยกับเจ้าของรถที่มาส่งผ่านทางหน้าต่าง

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมยินดี...เอ่อ...คุณดงเฮครับ...ผมอยากจะนัดคุณทานข้าวจะได้มั้ยครับ”

“...เอ่อ...ได้ฮะ...ก็ได้” ดงเฮดูลังเลใจเล็กน้อยแต่ไม่อยากปฏิเสธจึงตอบตกลงไป

แค่ไปทานข้าว คงไม่มีอะไรหรอกเน้าะ...

“จริงนะครับ...งั้นเดี๋ยวไว้ผมโทรหาใหม่นะครับ” กีกวังฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ จนดงเฮต้องยิ้มตามพลางยกมือโบกลา รถคันที่ขับออกไป

หมับ

!!  อ้ะ” ร่างบางสะดุ้งตกใจเมื่อมีมือหนามาคว้าต้นแขน และบีบอย่างแรงจนเจ็บ

“เพิ่งแยกกันไม่ทันไร นัดเจอกันใหม่อีกแล้วรึไงห๊ะ”

! คิบอม”ร่างหนาที่ได้ยินบทสนทนาทุกอย่าง ทนไม่ไหวกระแทกเสียงดังใส่ด้วยใบหน้าโกรธขึ้ง

“ว่าไงห๊ะ ได้ผู้ชายคนใหม่แล้วสินะ ถึงได้ไม่ยอมรับโทรศัพท์ฉัน ลีลามันเด็ดกว่าฉันรึไง”

“......” น้ำตาที่หายไปหลายวันกลับมาคลอทั่วดวงตาใสอีกครั้ง คำด่าทอที่แสบเจ็บปวดจากคนที่ทั้งรัก ทั้งคิดถึง มันช่างสร้างความปวดใจได้อย่างเจ็บแสบเสียเหลือเกิน

“ว่าไงห๊ะ ทำไมไม่พูด พรุ่งนี้จะไปกับมันอีกใช่มั้ยห๊ะ” คนหึงหน้ามืดไม่สนใจหยาดน้ำใสนั่นซักนิด คิบอมสนเพียงแต่ว่า เขาคิดถึงดงเฮ มากจริงๆ แต่กลับมาเห็นผู้ชายคนอื่นคอยดูแล ไปรับไปส่ง ได้รับรอยยิ้มหวาน โทรศัพท์หากัน ทั้งที่กับเขาไม่มีซักนิด มือหนาบีบบต้นแขนบางแน่นขึ้น

 

ริมฝีปากบางเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง พยายามเก็บน้ำตาตัวเองไว้ไม่ให้มันไหลออกมา

“ทำไม จะหาคิวว่างเหรอ ฉันไม่ว่างหรอกนะ ผู้ชายต่อคิวยาว...ฮึก...จนวันๆไม่ต้องทำอะไรเลยล่ะ”

คำเอ่ยประชดที่สร้างความเจ็บปวดให้ตัวเองถูกเอ่ยออกมาอย่างยากลำบากเพราะน้ำตาพาลจะไหลให้ได้

“ฉัน...ฮึก...แค่นอนรอเฉยๆ กะ อื้อออ!

ริมฝีปากบางที่เอ่ยคำโกหกออกมาถึงริมฝีปากร้อนบดเบียดลงอย่างแรง คิบอมรู้ว่าความจริงไม่เป็นอย่างนั้นแน่ แต่ก็อดคิดไปตามที่ดงเฮพูดไม่ได้ เพียงแค่นั้น เส้นความอดทนก็ขาดผึง

เรียวปากหนาบดเบียดแทรกหาความหวานที่โหยหามานานด้วยอารมณ์โกรธ ปลายลิ้นหนาพยายามแทรกลิ้นเข้าไปภายใน แต่เมื่อเรียวปากบางยังเม้มแน่นจึงต้องใช้วิธีที่คิบอมรู้ดีกว่าใคร จุดอ่อนของดงเฮ

มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนไปที่ท้องน้อยบางวนเวียนใกล้จุดอ่อนไหว แต่ไม่เข้าใกล้ไปกว่านั้น ทั้งที่เรียวปากยังไม่ผละออกจากกัน ดงเฮเผลอร้องครางหวานทันทีเป็นโอกาสที่ทำให้คิบอมส่งลิ้นหนาเข้าไปสอดแทรกโกยความหวานอย่างพอใจ ริมฝีปากหนาถาโถมเข้าใส่อย่างไม่หยุดยั้งด้วยความหวานที่คิดถึงเนิ่นนาน ร่างบางรู้สึกเจ็บปวดไปหมดทั้งที่ริมฝีปากและที่หัวใจ...เจ็บจนทำให้น้ำตาหยดใสไหลประแก้มเม็ดแรก

“...ฮึก...” เสียงหวานที่ดังลอดออกจากลำคอ ฟังดูทรมานแต่ก็ไม่อาจสั่งให้คิบอมเลิกบดจูบได้เท่าความรู้สึกเย็นๆที่มาปะทะหน้าคม....น้ำตาของดงเฮ

“...ดงเฮ” สุดท้ายคิบอมก็ยอมถอนจูบที่ยาวนานออกมา เสียงทุ้มเอ่ยเรียกร่างบางที่ยังอยู่ในอ้อมแขนตนเองเบาๆ เพราะตอนนี้ใบหน้าหวานเปื้อนน้ำตาไปหมดแล้ว

“พอใจ...ฮึก...แล้วใช่มั้ย...” เสียงหวานคลอสะอื้นเอ่ยถาม

“...มะ ไม่ใช่นะ..” คิบอมอยากจะเอ่ยขอโทษและบอกไปว่า เขาแค่หน้ามืดไปชั่วขณะ ไม่ได้อยากทำร้าย

“ถ้า...ฮึก...พอใจแล้ว...ก็ปล่อย...ฉันซะที...ฮึก...” กายบางขืนตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งจนได้

“....ดงเฮ...” ความรู้สึกผิดเริ่มทำงานขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นน้ำตาเม็ดใสย้อนนึกไปถึงครั้งที่ทะเลาะกันจนเขาเผลอด่าว่าและทำรุนแรงกับดงเฮไป เพียงเพราะไม่ยอมฟังร่างบาง

“ฮึก...นายไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้...คิบอม...ฮึก...ฉัน...ไม่ใช่คนรักของนาย...ฮึก...ฉันไม่ได้เป็น..ฮึก...และไม่อยากเป็นแค่ คู่นอนของนาย...ฮึก...เลิกทำอย่างนี้ซะที...” พยายามพูดจนจบดงเฮก็สะบัดตัวออกจากมือที่พยายามกักเขาไว้ในอ้อมกอดอีกครั้ง

“ไม่นะดงเฮ นายไม่ใช่แค่คู่นอนของฉันนะ..นายเป็นเพื่อนฉัน..นายเป็นมากกว่านั้น”

“หึ...เพื่อน...งั้นเหรอ...” น้ำตาเม็ดใหญ่ไหลปะทะแก้มพร้อมกับความเจ็บปวดที่เพิ่งได้รับมาตอกย้ำอีกครั้ง

“หึๆ...เพื่อนซินะ...งั้น...คิมคิบอม...ฉันจะไม่เป็นเพื่อนนายอีกต่อไปแล้ว...เลิกยุ่งกับฉันซะที...ต่อไปนี้ถือว่าเราไม่เคยรู้จักกัน...” แววตาใสเปื้อนหยาดน้ำตา ฉายแววที่มองแล้วตีความได้ถึงการตัดสินใจที่แน่วแน่ เอ่ยบอกคำที่ทำให้คนฟังราวกับฟ้าถล่มลงใส่

!!! เดี๋ยวสิดงเฮ ดงเฮๆ ดงเฮ เดี๋ยว” คิบอมที่สติหลุด รั้งร่างบางไว้ไม่ทันเมื่อดงเฮ เข้าไปในบ้านปิดประตูเรียบร้อยแล้ว

“ดงเฮ ดงเฮ” เสียงทุ้มตะโกนดังลั่น เรียกคนที่ตัวเองเรียกเพื่อน ไม่ขาด แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าคนในบ้านจะออกมาเปิดออกมาหาเลย...แล้วสุดท้ายไฟในบ้านทุกดวงก็ดับลง

“ฮึ้ยยยย นี่มันอะไรกันวะเนี่ย” ร่างหนาทำได้แค่หงุดหงิดใจ และยอมกลับบ้านไป โดยที่ไม่รู้เลยว่า เรื่องง่ายๆ มันจะยิ่งยากขึ้นไปอีกก็เป็นได้....

 

TBC.

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._




เฮือกกกกกกก...==" มันมาช้า(อีกแล้ว)(ประจำ)

กิ้บอยากอัพบ่อยๆน้าาาา แต่ที่สต้อคไว้เหลือตอนเดียวแล้ว ไม่มีเวลาเลยอ่า -3-

เดี๋ยวพอ วีกอต kyumin จบ จะมีเวลาพิมเรื่องนี้เต็มเลยๆนะ  รอหน่อย วีกอตเหลือ สองตอน ก็จบแล้วค่ะ ^^

ตอนหน้า.....ฮยอกจะกลับมาแล้วค่ะ แล้วก็ไปเข้าค่ายต่อ...เข้าค่ายนี้สำคัญกับคู่ไหนนะ ความสัมพันธ์จะเปลี่ยนไป -.,-


 


ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน โหวต...แล้วก็คอมเม้นต์ที่ น่ารัก ทุกคนเลยน้าาาาาาา ^^

ปล. เตรียมตัวอ่าน SF เรื่องแรกของกิ้บนะ แก้บนที่พ่อมักเน่ที่รักตัดผม(บนไว้ว่าถ้าตัดผมจะแต่ง SF แบบคยูได้กำไรทั้งเรื่องให้) แล้วก็ตัดสั้นขึ้นไปจริงๆ
(จะได้ดูเมะขึ้น ==") *จุดพลุ* แอร้ยยยยยย หนูมินผมสีบลอนก็เซ็กซี่เข้าพล็อตที่คิดไว้เลย ชอบมากเลย เอาลูกสะใภ้(หนูมิน) ถวาย(ตัว,ใจ,)เจ้าพ่อเลย คึคึ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,942 ความคิดเห็น

  1. #1917 HyukJewel (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 20:03
    แอบสงสารซึงโฮนะ เพราะถึงยังไงเรื่องนี้มันก็วอนฮยอก T_T
    ตอนที่แล้วยังเชียร์เขาอยู่เลย 55555555555555555
    คิบอมงี่เง่าอ่ะ
    #1,917
    0
  2. #1572 MayChuly (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 02:18
    ไปไม่เป็นอ่ะ ไม่รู้จะเม้นอะไร นอกจากมันจุกอยู่อก โอ๊ยยยย บอมซื่อบื้อ
    #1,572
    0
  3. #1493 nc23 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:00
    ?????
    #1,493
    0
  4. #1383 Kimployploy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 02:46
    สงสารด๊อง
    เอาบอมไปเข้าเตาอบ อบให้แก้มแตกไปเลยดีกว่า
    #1,383
    0
  5. #1290 Redberrylips (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2555 / 23:26
    คิมคิบอม - * - โกธรอ่ะ ละพี่ซึงโฮ ละมุนจังเลย ใจดี ดีจัง ชอบ
    #1,290
    0
  6. #1225 Mind-myy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 16:27
    อิบอมงี่เง่า เรื่องแค่นี้ก้อไม่รู้  ชิชิ
    #1,225
    0
  7. #1154 ta-kom.sj (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 กันยายน 2555 / 13:43
    บอมยังไม่รุ้ใจตัวเองอีกหรอเนี่ย
    #1,154
    0
  8. #1044 dody (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2555 / 19:17
    เป็นไงบ้างบอม
    สมน้ำหน้า ไม่ยอมฟังเหตุผลก็เป็นอย่างงี้แหล่ะ
    #1,044
    0
  9. #1043 love_kihae (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2555 / 06:21
    เอาแล้วไงคิเฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮอ TT
    #1,043
    0
  10. #1042 Love My Oopa Kim kibum (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2555 / 17:16
     บอมมมงี่เง่าา

    ทำไมไม่บอกด็องไปเล่าา
    #1,042
    0
  11. #1041 junniizie (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2555 / 22:31
     โฮก สงสารทั้งด๊องทั้งฮยอก 
    #1,041
    0
  12. #1040 tamarine (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2555 / 01:56
    บางทีก็รู้สึกว่า ผู้ชายเรื่องนี้งี่เง่ากันจริ๊งงง
    บอมก็ไม่รู้ใจตัวเอง หึงทีก็ทำร้ายจิตใจด๊อง
    ส่วนวอนก็รู้ตัวช้า สายไปและ แล้วก็ไม่เคยบอก
    ถ้าสองสาวจะหนีไปหาชายอื่น ก็สมควรหละน้า
    #1,040
    0
  13. #1039 Ae_Pu (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2555 / 00:51
    ไม่ไหวจะเคลียร์กับบอม อาการชัดเจนขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีกเรอะ =*=
    #1,039
    0
  14. #1038 ae snooopy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2555 / 00:23
    จนป่านนี้แล้วบอมก็ยังไม่รู้ใจตัวเอง
    #1,038
    0
  15. #1037 geejajaa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2555 / 00:11
    บอมอ่ะเองช่วยไม่ได้นะ

    ด๊องอดทนใจเย็นนะ ให้เวลาบอมเค้าหน่อยล่ะกัน
    #1,037
    0
  16. #1036 aoyaanya (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2555 / 22:37
     บอมนะบอม ทำดงเฮเสียใจอีกแล้วเนี่ย 
    #1,036
    0
  17. #1035 kungking (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2555 / 20:09
    ก็บอกเค้าไปว่าเป็นเมียไม่ใช่เพื่อน

    หงอยต่อไปล่ะกันบอม
    #1,035
    0
  18. #1034 JH_Sarang (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2555 / 19:57

    บอมมี่!! ทำร้ายปลาหมวยอีกเเล้วนะ มันยากนักรึไงแค่คำๆเดียวอ่ะ พูดออกไปเลย เรื่องอื่นยังกล้า ทีเรื่องนี้ทำไมไม่กล้าเล่าห๊ะ!!

    #1,034
    0
  19. #1033 ปิงปิง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2555 / 19:54

    มันเสียไปแล้ว ความเชื่อใจไว้ใจ
    จะทำยังไงให้มันกลับมาเหมือนเดิมล่ะ

    #1,033
    0
  20. #1032 mee (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2555 / 19:26
    บอมไม่คิดสังเกตุตัวเองบ้างหรือไง ด๊องไม่อยู่ก็มาเฝ้า มาหาตลอด

    แล้วใจเย็นเป็นบ้างไหม โมโหหึงมากหรือไง

    ระวังด๊องตัดใจขึ้นมาจริงๆ
    #1,032
    0
  21. #1030 Bïngchá~ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2555 / 23:52
    วอน  ทำไมไม่ตามมาที่บ้านไร้อ๊ะ

    ฮยอกหวั่นไหวให้ซึงโฮแล้วเห็นไม

    ฮยอกแจ เข้มแข็งไว้น๊ะ

    ต้องกลับไปปรับความเข้าใจกับวอนก่อนน๊ะ

    เข้มแข็งไว้ สู้ๆ
    #1,030
    0
  22. #1023 Ae_Pu (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2555 / 22:54
     วอนยังไม่รู้ตัว = =
    #1,023
    0
  23. #1005 ae snoopy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2555 / 18:07


    คุณชายแกมีคู่แข่งแล้วหละ
    #1,005
    0
  24. #1004 Ada (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2555 / 12:30
    ก็สมแล้วนะ ช่วงนี้เป็นยุคมืดของคุณพ่อขร้า ^^"



    น้ำตาท่วมกะน้องอึนมาตั้งแต่ตอนที่แล้ว ไรเตอร์ทำร้ายจิตใจง่ะ (- - )!
    #1,004
    0
  25. #1003 NamtaN_SouR (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2555 / 08:59
     อ๊ากกกกกกกกกกกกก >///<
    ดีๆ ฮยอกชอบซึงโฮเลย  ชิร์ งอนวอนแล่ว
    #1,003
    0