Flip Love พลิกรักกับดักหัวใจ Wonhyuk Kyumin Kihae

ตอนที่ 14 : *Flip Love*: Chapter 13 ปลอบโยนและส่วนเกิน (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    11 ม.ค. 55

 

Chapter 13 : ปลอบโยนและส่วนเกิน


แสงแดดแรงจัดของเวลาเกินเที่ยงส่องผ่านเข้าทางช่องระหว่างผ้าม่านสีเข้มในคอนโดสูงระฟ้า กระทบเปลือกตาบางที่พยายามจะเปิดออก แต่กลับหนักอึ้งเสียจนต้องปิดลงไปอีกครั้ง คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บจากสะโพกแล่นปราบเข้าเล่นงาน ร่างบางเปลือยเปล่านอนคว่ำหน้ากับหมอนสีขาว ตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้มยับยุ่งโดยมีผ้าห่มผืนหนักพาดทับแค่จากตรงช่วงสะโพกบางลงไปเท่านั้น

“อ้ะ โอ้ย” ดงเฮที่เริ่มรู้สึกตัวและเริ่มนึกถึงเรื่องราวของค่ำคืนที่แสนยาวนานและเจ็บปวดใจได้ ก็พลันสะดุ้งตัวอยากจะลุกออกไปจากที่นอนโดยไวแต่ก็ทำไม่ได้ ในใจกลัวว่าจะเป็นเช่นอย่างเมื่อคืน ร่างหนาที่ไม่ปล่อยให้ดงเฮได้พักเลยแม้ซักนิด จนหากว่าตนเองไม่สลบไปซะก่อนตอนใกล้ฟ้าสางก็คงยังสานต่อ เพราะแม้จะร้องขอด้วยน้ำตาขนาดไหนว่าตนไม่ไหวแล้วจริงๆ แต่คิบอมก็ไม่สนยังกระทำต่อด้วยความรุนแรง แม้จะมีบางครั้งที่เหมือนจะเผลออ่อนโยนให้ แต่ก็กลับมารุนแรงอีกครั้ง กดจูบจนเลือดซิบ ตามหน้าอกคงไม่พ้นมีรอยช้ำจากการขบกัดและสร้างรอยจูบด้วยความหนักหน่วงนั้น

“ฮึกๆ..ฮึก..ฮือ....” ยิ่งคิดยิ่งเจ็บปวดหัวใจ ปวดยิ่งกว่าร่างกายที่บอบช้ำนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนว่าคิบอมกอดตนเองด้วยความรู้สึกอย่างไร หึงหวง รังเกียจหรือแค่อยากจะทำให้คนที่เขาเรียกว่า ร่าน ได้รู้สึกตัวเสียที ดงเฮ กดหน้าที่ประไปด้วยน้ำตาลงบนหมอนนุ่มที่ช่วยกลั้นเสียง แต่ก็ยังดังพอให้ร่างหนาที่เดินกลับเข้ามาภายในห้องนอนพร้อมกะละมังใส่น้ำอุ่นในมือ

คิบอมยืนนิ่งอยู่ตรงประตูที่เปิดทิ้งไว้ตั้งแต่แรกเมื่อได้ยินเสียงสะอื้นอู้อี้ดังออกมา เขาเพิ่งรู้สึกตัวจริงๆ เมื่อคืนไม่รู้ว่าตนเองเป็นอะไรไป ถึงได้ทำรุนแรงกับดงเฮขนาดนั้น รู้เพียงแค่ว่าต้องการอีก อยากให้บนกายบางขาวนวลนั้นมีแต่ร่องรอยที่สร้างโดยฝีมือตนเองคนเดียว แค่เพียงคิดว่าไอ้หน้าอ่อนที่ไหนจะมายุ่งมาแตะต้องเพียงนิดก็ยิ่งโมโห ยิ่งกระทำรุนแรงทุกครั้งไป

ร่างสูงถอนหายใจเบาๆหนึ่งครั้งแล้วก้าวเท้าเข้าไปหาร่างบางที่ยังคงสะอื้นอยู่ แรงกดจากน้ำหนักบนที่นอนนุ่มทำให้ร่างบางที่ร้องไห้อยู่สะดุ้งสุดตัว แล้วเงยใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาหันมามองที่ร่างหนา

นัยน์ตาหวาดกลัวถูกส่งผ่านม่านน้ำตามายังร่างสูง ทำให้คิบอมรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจแกร่ง ที่ผ่านมาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนเลย ต่อให้กี่สายตามองเขาด้วยแววตาเหยียดหยาม เสียใจเหมือนที่เขาทำกับคนที่มีความสัมพันธ์ข้ามคืนทั้งหลายที่ถูกไล่เมื่อถึงตอนเช้าและไม่สนใจที่จะติดติอกลับไป

สายตาทั้งคู่สบกันอยู่ไม่นานดงเฮก็ต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปและพยายามหยัดกายลุกขึ้น แต่ขยับเพียงนิดร่างกายก็เหมือนไร้เรี่ยวแรง และความร้อนที่แผ่ไปทั่วตัว อาการปวดหัวเข้าตีจนต้องนิ่วหน้าแล้วซุกลงบนหมอนที่เปียกชื้นมือบางกุมขมับสองข้าง คิบอมที่เห็นอาการของดงเฮแล้วก็ตกใจถามด้วยเสียงล่ะล่ำละลัก

“ดงเฮ เป็นอะไร ปวดหัวเหรอ ปวดตัวด้วยใช่มั้ย” มือหนาคว้าไปจับร่างที่เขาเพิ่งผละห่างออกมาไม่ถึงสองชั่วโมงก็ต้องยิ่งตกใจ เมื่อร่างนั้นร้อนราวกับไฟสุม

“นายตัวร้อนมากเลยนะ หันหน้ามาทางนี้ซิ เช็ดตัวหน่อย”  ร่างบางเบ้หน้าอยากจะพลิกตัวไปเหมือนกัน เพราะรู้สึกเหนียวเหนอะไปทั้งตัวโดยเฉพาะช่วงหว่างขาเรียวที่คงเต็มไปด้วยคราบรักและเลือดที่แห้งกรัง แต่ติดที่ขยับตัวก็เหมือนสะกิดโดนแผลให้เจ็บ

“คงเป็นไข้แล้วล่ะ นอนอย่างนี้ก่อนก็ได้เดี๋ยวฉันเช็ดทางหลังให้ก่อน จะได้ไม่ได้ขยับตัวหลายครั้ง” คิบอมที่เห็นท่าทางนั้นของดงเฮแล้วก็ยิ่งรู้สึกผิดว่าเมื่อคืนตนเองรุนแรงไปแค่ไหน

มือหนาจุ่มผ้าขนหนูผืนเล็กลงในกะละมังบนโต๊ะหัวเตียงบิดพอหมาดๆแล้วเริ่มไล่เช็ดไปตั้งแต่หัวไหล่มนลงไปยังแผ่นหลังบอบบาง ทุกส่วนที่เช็ดผ่านมีแต่ร่องรอยกดจูบ บางจุดมีรอยฟันคม คนทำเห็นแล้วไม่รู้ทำไมว่าแอบดีใจอยู่ลึกๆที่บนตัวร่างบางมีแต่ร่องรอยที่เขาสร้าง แม้จะแอบสงสารอยู่บ้างก็ตาม มือหนาเช็ดไล่อย่างแผ่วเบาไปเรื่อยๆจนส่วนล่างที่ดูบอบช้ำ มือหนาพยายามเบาแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ การกระทำที่อ่อนโยนทำเอาคนป่วยที่ยังก้มหน้าอยู่กับหมอนนุ่มค่อยๆมีน้ำตาอีกครั้ง

ไหล่บางไหวสะท้าน ปฏิกิริยาของคนร้องไห้ คิบอมเห็นแล้วก็สงสารจับใจ ความรู้สึกผิดเข้าตีหนัก คิบอมหยุดมือแล้ววางผ้าผืนนุ่มชื้นในมือลง มือหนาจับร่างบางให้หันมาหารวดเดียวจนร่างบางครางเจ็บ แต่ก็ต้องหยุดไปเมื่อร่างของตนเองเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดแกร่ง

“ขอโทษนะ ดงเฮ อย่าร้องเลยนะ ฉันขอโทษฉันจะไม่ทำอย่างนั้นกับนายอีกแล้ว อย่าร้องเลย คนดี” มือหนาลูบกลุ่มผมเบาๆพร้อมกับเอ่ยคำปลอบที่แสนอ่อนโยนยิ่งทำให้น้ำตาไหลลงมาหนัก แต่ร่างบางกลับพยักหน้ารับอยู่ตรงอกแกร่ง แค่เขาขอโทษ ทำดีด้วยก็ยกโทษให้อยู่ร่ำไป กี่ครั้งกี่ครั้งก็เหมือนเดิม เพราะด้วยหัวใจที่รักเขาเหลือเกิน ไม่เคยคิดอยากจะโกรธ หากจะโกรธก็คงต้องโกรธตัวเองที่รักเขามากเกินไป คิบอมคลายอ้อมกอดออกมาเช็ดหยาดน้ำตาที่ยังคงไหลอยู่

“คิบอม..ฮึก..” ดวงตาหวานคลอน้ำตาหยดใสช้อนมอง

“ไม่ต้องร้องแล้วนะ มาเช็ดตัวต่อดีกว่าจะได้กินข้าว กินยา” ดงเฮพยักหน้ารับเบาๆแล้วนอนลงที่เดิม

หากว่ารอยบนด้านหลังเยอะแล้วคงไม่อาจเทียบเท่าได้กับข้างหน้า ซอกคอขาวช้ำเป็นรอยม่วง บนแผ่น อกบาง ยิ่งใกล้ยอดอกสีสดมากเท่าไหร่รอยยิ่งมากและยิ่งชัด คิบอมกลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อยแล้วเริ่มเช็ดจากบนดวงหน้าหวานซับหน้าให้ด้วยรอยยิ้มบางๆอย่างอ่อนโยนลงมายังซอกคอขาวไล่ไปเรื่อยจนทั่ว ร่างบางที่จากหน้าซีดตอนนี้เริ่มมีสีฝาดเพราะความเขินอาย มือหนาเริ่มไล้ไปส่วนล่าง คิบอมเห็นแล้วอยากจะเมินหน้าหนีเพราะกลัวตนเองจะห้ามใจไว้ไม่อยู่ จึงกัดฟันพยายามมองให้น้อยที่สุด จนสุดท้ายก็ฝืนอารมณ์เช็ดจนเสร็จ

ผ้าเช็ดตัวผืนนุ่มชื้นเล็กน้อยเช็ดไปทั่วตัวทำให้ดงเฮรู้สึกสบายตัวขึ้น แม้จะมีอาการตัวรุมๆเหลืออยู่  คิบอมลุกขึ้นไปหยิบเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่สีฟ้าอ่อนของเขามาใส่ให้ร่างบาง ค่อยๆใส่เบาๆจากแขนทีละข้าง ติดกระดุมไล่ให้จนครบอย่างแผ่วเบา น้ำตาที่แห้งลงไปได้ไม่นานก็กลับเอ่อคลอตาบางอีกครั้ง นัยน์ตาคมสบกับดวงตาบวมเป่งที่ผ่านการร้องไห้มาแทบทั้งคืนนั้นความเจ็บที่หัวใจก็แล่นแปล้บเข้าที่ใจดวงแกร่ง ทั้งสองนั่งสบประสานสายตากัน มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นแนบแก้มที่หยาดน้ำตาประอยู่ หน้าผากแกร่งก็แนบลงที่หน้าผากมนเช่นเดียวกัน

“ร้องไห้อีกแล้ว ทำไงดีเนี่ย สงสัยต้องจูบหวานๆจะได้หาย” คิบอมพูดด้วยรอยยิ้มประบนหน้าคมคลอเคลียริมฝีปากตนเองไปกับริมฝีปากบางที่บวมช้ำ

ดงเฮได้ยินคำพูดสบายๆก็มีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง น้ำตาก็เหมือนจะหยุดลง แม้จะเป็นรอยยิ้มที่บางมากก็ตามแต่นั้นก็ทำให้คิบอมใจชึ้นได้บ้าง

“ไม่เอาอ่ะ เจ็บปากหมดแล้ว” เสียงหวานที่แหบแห้งเอ่ยตอบเป็นครั้งแรกของวันทำเอาร่างหนายิ้มกว้าง

“จูบเบาๆไงนะ จุ้บ ~” ริมฝีปากหนาประทับลงเบาๆแค่เพียงแป้ปเดียวเท่านั้น การกระทำแสนน่ารักทำเอาใจน้อยไหว เขารัก รักมากจริงๆ ผู้ชายคนนี้ที่ทั้งทำให้เขารัก ยิ้มได้ ใจเต้นแรงเสมอ แม้จะมีน้ำตาแต่ก็เพราะรักทั้งนั้น ทันใดก็รู้สึกอยากจะบอกความคิดที่เก็บไว้มานานนั้นออกไปเผื่อว่า ร่างหนาตรงหน้าจะคิดเหมือนกัน

 

คิบอม....ฉันบอกนายได้มั้ย บอกได้มั้ยว่า รัก...

 

“....คิบอม...” ตาหวานมองสบเข้าที่ตาคมมีอาการวาบไหว ร่างสูงครางรับในลำคอเบา

“ฉัน...ฉะ ฉัน...”     รักนาย

 

สุดท้ายก็ไม่กล้าบอกออกไปเมื่อความกลัวเข้าแทรกที่หัวใจอีกครั้ง กลัวเหลือเกินว่าจะไม่ได้รับความอบอุ่น อ่อนโยนอย่างนี้อีกแล้ว โลภมากในความรักสุดท้ายอาจจะไม่เหลือทั้งเพื่อนและความรักเลยก็เป็นได้ ร่างบางส่ายหน้าเบาๆเพื่อสลัดความคิดนั้นทิ้งไป

“ฉัน...ฉันหิวข้าวแล้วน่ะ”

“อ่อ หิวแล้วใช่มั้ย เมื่อสายฉันลงไปซื้อข้าวต้มไว้ให้ รอแป็ปเดียว เดี๋ยวอุ่นให้นะ” คิบอมลุกขึ้นเอามือหนายีผมนุ่มแล้วออกไปอุ่นข้าวต้มให้คนป่วยนอกห้อง คงไม่ได้เสียงหวานแสนเบาที่เอ่ยคำ

 

“ฉันรักนาย คิบอม”

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._


40%


บรรยากาศแสนเงียบสงัด มีเพียงเสียงกระดาษกระทบกันหรือเสียงเลื่อนเก้าอี้เพียงแค่นั้นจากที่แห่งนี้ หอสมุดประจำมหาวิทยาลัยเปิดฮีตเตอร์ให้ความอบอุ่นแก่นักศึกษาที่มาหาตัวอักษรต่างๆจากในหนังสือเข้าสมองกันได้อบอุ่นขึ้น

“ซีวอน มิรินเบื่อจังเลยทำไมอาจารย์ต้องให้หาข้อมูลจากห้องสมุดด้วยน้ะ หาจากในเน็ตก็ไม่ได้” เรียวปากเคลือบสีสดบ่นเบาๆอย่างรำคาญใจอยู่ในระหว่างชั้นหนังสือบนชั้นสองของหอสมุด ส่วนที่แยกประเภทของรายวิชาเฉพาะทางเอาไว้อย่างชัดเจน

“อาจารย์คงอยากให้เราฝึกฝนมากๆมั้งครับ” ร่างหนากำลังหยิบหนังสือเล่มนู้นเล่มนี้มาเปิด ต่างกับเจ้าของงานที่กำลังยืนกอดอกหน้ายู่

“ก็มิรินเบื่อนี่นา ไปก๊อปจากในเน็ตทีเดียวก็เสร็จแล้ว ไม่เห็นต้องมายืนอ่านทีละหน้า เขียนทีละตัวอย่างนี้เลย”

อาการเบื่อการอ่านหนังสือของหญิงสาวทำให้ซีวอนนึกไปถึงอีกคน คนที่ชอบอ่านหนังสือมากจริงๆ ชอบอยู่หอสมุด ทำงานพิเศษก็ยังเป็นร้านหนังสือ นึกแล้วก็ยิ้มบางๆ

“ยิ้มอะไรน่ะ มิรินเบื่อจะตายอยู่แล้ว ลงไปหาคอมเล่นข้างล่างดีกว่า” ทิ้งร่างสูงให้ทำงานแทนอย่างทุกที ซีวอนส่ายหัวเบาๆแล้วหาข้อมูลเกี่ยวการประเภทของอัญมณีให้หญิงสาวต่อ

เมื่อลงมาถึงด้านล่างมิรินสอดส่ายสายตาหาคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ทางหอสมุดจัดไว้ให้สำหรับค้นหาข้อมูลเป็นจุดๆ แต่ดวงตาประดับอายไลน์เนอร์นั้นกลับพบกับภาพที่น่าสนใจยิ่งกว่า

.

.

“เล่มนั้นไปไหนแล้วนะ” เสียงหวานพึมพำกับตนเองเบาๆ มือเรียวและสายตากำลังกวาดไปบนชั่นวางหนังสือมากมาย และไล่จนใกล้จะจบสุดชั้นก็ยิ้มกว้างเมื่อเจอเล่มที่ต้องการ ฮยอกแจเปิดหนังสือเล่มในมือดูคร่าวๆ พลางเดินกลับมาที่โต๊ะตัวที่ตนกองหนังสือและการบ้านไว้

“อ่อ หน้านี้ซินะ” พึมพัมกับตนเองเบาๆเมื่อเปิดจนเจอหน้าที่ต้องการก็วางลงบนกองกระดาษที่เตรียมเขียนโดยไม่ละสายตาจากหน้าหนังสือจึงไม่รู้ว่ามีคนหน้าหวานนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

.

.

“ครูขอนั่งด้วยคนนะ” เสียงหวานว่าขึ้นเหมือนขอ แม้ว่าตนจะนั่งอยู่แล้วแต่เหมือนเป็นการเรียกให้อีกฝ่ายเห็นตนเองกลายๆ

!! อาจารย์ทึกกี้ ผมตกใจหมดเลยฮะ มาตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะเนี่ย” ตาเรียวใต้แว่นแก้วเบิกกว้างเล็กน้อย

“มาซักพักแล้ว แต่เธอไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาเลยน่ะซิ”

“แหะๆ ฮะ” มือบางยกขึ้นเกาแก้มอย่างเก้อๆ

“นี่ ฮยอกแจ รู้ใช่มั้ยว่า ครูเป็นคนที่รับผิดชอบเรื่อง หนังสือในตำนานทุกเรื่อง” เมื่อเห็นว่ารอบข้างไม่มีใครลีทึกก็เริ่มพูดเรื่องสำคัญทันที โดยไม่มีอ้อมค้อม

“อ่า ทราบฮะ” มือเรียวปิดหนังสือลงโดยใช้นิ้วกั้นไว้หลวมๆเมื่อเห็นท่าทางจริงจังของอาจารย์คนสวย

“เธออยากจะรู้อะไรมั้ยล่ะ เกี่ยวกับหนังสือน่ะ ครูเล่าให้เธอฟังได้นะ” ฮยอกแจมีท่าทีแปลกใจไม่น้อยที่อาจารย์คนสวยบอกอะไรแบบนี้

“มันจะผิดกฏหนังสือรึเปล่าฮะ ผมรู้สึกว่าหนังสือคงอยากจะให้คนที่มันเลือกเป็นคนอ่านมากกว่านะครับ ผมเป็นคนทั่วไปหนังสือคงไม่อยากให้ผมรู้เนื้อหาที่คนถูกเลือกเป็นพิเศษเท่านั้นจะได้อ่านหรอกมั้งฮะ”

“.......”

 

หนังสือน่ะเป็นคนเลือกคนอ่านนะ ไม่ใช่คนอ่านเป็นคนเลือก....

 

ประโยคที่เคยได้ยินจากอาจารย์ของลีทึกดังซ้ำขึ้นในใจอีกครั้ง อาจารย์ผู้ที่เป็นหนึ่งในผู้ครอบครองหนังสือคนแรกๆของมหาวิทยาลัย

...ฮยอกแจ เด็กคนนี้ดีจริงๆ ฮีชอลนายเลือกได้ดีนี่นา

 

“แล้วฮยอกแจอยากลองอ่านหนังสือในตำนานมั้ยล่ะ” ร่างบางยังคงลองเชิงต่ออยากสัมผัสถึงอะไรในตัวฮยอกแจอีกหน่อย

“เอ่อ...ไม่ดีกว่าครับ ขอบคุณนะฮะอาจารย์ แต่ว่าผมไม่อยากเอาเปรียบคนอื่น ทุกคนคงอยากมีรักแท้กันทั้งนั้นแหละฮะ แล้วถ้าหากว่าได้มาโดยง่าย ไม่ว่าอะไรก็ดูไม่มีค่าพอให้เก็บไว้ทั้งนั้นใช่มั้ยฮะ” ร่างบางพูดด้วยรอยยิ้มบางๆบนหน้า ใจดวงน้อยแกว่งไปถึงคนที่กำลังช่วยหญิงสาวอีกคนทำงานอยู่บนชั้นสอง ไม่รู้ว่าครามรักของตนและซีวอนจะใช่รักแท้รึเปล่าแต่ขอแค่ตอนนี้ได้รักก็มีความสุขมากมาย

เพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว สำหรับการเก็บข้อมูลว่าที่ผู้ถูกเลือก ลีทึกยิ้มเต็มหน้าแล้วเปลี่ยนเรื่องคุยเมื่อเห็นแววตาสงสัยที่ใสซื่อตรงหน้า ทั้งสองคนคุยกันโดยไม่ได้รู้เลยว่าหญิงสาวที่ต้องการมากเหลือเกิน ต้องการหนังสือเล่มสำคัญนั้น นั่งฟังเรื่องราวอยู่ตลอด

มิรินลุกขึ้นจากโต๊ะที่วางคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่อย่างค่อยๆแล้วรีบสาวเท้าขึ้นตรงไปหาซีวอนที่ชั้นสองด้วยใบหน้าเบิกบาน

“ซีวอน ~ มิรินล่ะดีจ้าย ดีใจ” ร่างบางกระโดดเกาะไหล่หน้าอย่างร่าเริง

“ดีใจเรื่องอะไรครับ” ละสายตาจากตัวสือเล็กน้อยมามองหน้าหญิงสาว

“ก็วันนั้นซีวอนถามมิรินใช่มั้ยล่ะว่า แน่ใจได้ยังไงว่าฮยอกแจจะได้เป็นผู้ถูกเลือกน่ะ” ร่างบางหยุดเล่าเล็กน้อย แล้วเอ่ยต่อ

“ก็เมื่อกี้มิรินลงไปข้างล่าง เจออาจารย์ทึกกี้อยู่กับฮยอกแจล่ะ มิรินเลยไปแอบฟังเขาคุยกันมา” คิ้วหนาขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นมิรินทำตัวไม่น่ารักอีกแล้ว แต่ชเวมิรินมีเหรอจะสน

“อาจารย์ทึกกี้นะ ถามฮยอกแจว่าอยากอ่านหนังสือรึเปล่างั้นงี้ ถ้าไม่ใช่ฮยอกแจแล้วจะมีใครอ่ะ ไม่รู้ว่าทำไมพี่ฮีชอลกับอาจารย์ทึกกี้ถึงเลือกฮยอกแจนะ มิรินน่ารักกว่าอีกใช่มั้ย ซีวอน”

เสียงหวานเล่าไปเรื่อยทำให้ร่างหนาตกอยู่ในห้วงความคิด ฮยอกแจจะได้เป็น ผู้ถูกเลือก จริงๆซินะ แล้วต่อไปก็ต้องเป็นผู้ครอบครอง แล้วอย่างนี้จะเกิดรักแท้ขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อเขาซึ่งเป็นแฟนอยู่กับฮยอกแจตอนนี้ไม่ได้มีความรักอยู่เลย หรือเราต้องเลิกกับฮยอกแจงั้นเหรอ เมื่อฮยอกแจต้องเจอรักแท้ขึ้นมาจริงๆ....

ทันใดหัวใจดวงแกร่งก็เจ็บแปล้บ มือหนายกขึ้นทาบที่อกแกร่งด้วยอาการเหม่อลอย หญิงสาวที่เห็นอาการนั้นก็แปลกใจ

“ซีวอน ซีวอน เป็นอะไรน่ะ” มือบางเขย่าที่ไหล่แกร่งเบาๆ

“อ่ะ ผมไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับ เอ่อ...หนังสือได้ครบแล้วจะกลับเลยมั้ยครับ”

ร่างบางพยักหน้ารับเบาๆแล้วเดินออกมาโดยไม่สนใจกองหนังสืองานของตนเองซักนิดเพราะรู้ว่าร่างสูงต้องเอาตามมาให้อยู่แล้ว

ซีวอน หอบกองหนังสือตามลงมายังชั้นแรก เตรียมตัวยืมหนังสือที่เคาท์เตอร์บรรณารักษ์ แต่ก็เห็นร่างบางของฮยอกแจยืนคุยอยู่กับลุงบรรณารักษ์อย่างสนุกสนาน

“อ้าวซีวอนยืมหนังสือเหรอฮะ” ร่างบางที่กำลังแก้มแดงจากการคุยกับคุณลุงบรรณารักษ์ทำให้ซีวอนแปลกใจ

“หนังสืออัญมณีทั้งนั้นเลย เรียนออกแบบเครื่องประดับรึไงเรา” บรรณารักษ์ถามด้วยน้ำเสียงมีเหมือนจะติดดุ

“เอ่อ เปล่าครับ ผมช่วยเพื่อนทำรายงานน่ะครับ”

“ช่วยมิรินเหรอฮะ”

“ครับ เอ่อ..ฮยอกทำไมหน้าแดงๆล่ะครับ” ร่างสูงตัดสินใจถามออกไปเพราะอะไรก็ไม่รู้ได้

“คือ....” ร่างบางหลบสายตาลงมองพื้นอย่างเขินอาย

“หึหึ เขาที่เขินที่ฉันถามเรื่องแฟนน่ะ พอถามเสร็จแฟนก็เดินมาพอดีเลยยิ่งเขินล่ะมั้ง” เสียงมีอายุตอบแทนทำเอาคนฟังยิ้มน้อยๆให้

.

.

“ฮยอกแจครับ ผมไปส่งที่บ้านนะ” เมื่อเดินออกมาด้านนอกพร้อมกันร่างสูงก็เอ่ยบอก ร่างบางไม่ทันได้ตอบตกลงก็พลันเหลือบสายตาไปเห็นร่างบางที่ยืนรออยู่ที่รถแล้ว

“แล้ววันนี้ซีวอนไม่ไหนกับมิรินเหรอ” ที่ถามอย่างนี้เพราะหลายวันแล้วที่ซีวอนจะต้องไปกับมิริน ทั้งด้วยทางบ้านและด้วยเพราะหญิงสาวเอง ฮยอกแจเข้าใจดี รู้ว่าซีวอนกับมิรินเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร จะให้มาติดอยู่แต่กับเขาคงเป็นการเห็นแก่ตัวจนเกินไป

 “เดี๋ยวก็ไปด้วยกันแหละครับ ไปเถอะครับ” ซีวอนรู้สึกอยากจะดีต่อฮยอกแจให้มากๆทดแทนที่ไม่ค่อยได้ทำตัวเป็นแฟนที่ดี และวันนี้ยิ่งคิดว่าตนอาจจะต้องเลิกเป็นแฟนกับฮยอกแจก็ยิ่งเหมือนมีแรงส่งให้ต้องดูแลฮยอกแจหนักขึ้นอีก

“อืม ก็ได้”

.

ทางฝ่ายลีทึกที่ออกมายืนรอคงอินด้านทางเข้าหอสมุดหลังจากคุยกับฮยอกแจเรียบร้อยแล้ว ก็เห็นเหตุกาณ์นั้นคิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างสงสัย หากเขาเองไม่ได้เข้าใจผิดซีวอนคบอยู่กับเด็กที่เรียนออกแบบอัญมณีคนนั้นอยู่นี่นา แล้วทำไมถึงได้มาคอยดูแลฮยอกแจอย่างนั้นล่ะ แต่ก็ต้องหลุดจากห้วงความคิดเมื่อมือหนาจับเข้าที่หลังข้อศอก

“มาแล้วครับที่รัก” อาจารย์ร่างหมีรีบพูดหวานใส่กลัวว่าคนรักจะงอนที่ต้องรอนานแต่ก็ไม่เป็นอย่างนั้นเมื่อสายตาหวานของตนรักยังคงจับที่ภาพของสามคนนั้นอยู่

“มีอะไรเหรอครับ”

“เปล่าฉันแค่สงสัยอะไรนิดหน่อยน่ะ คังอิน เฮ้อ ช่างเถอะกลับบ้านกันดีกว่า” ร่างบางถอนหายใจเล็กน้อยแล้วหันหน้าหลับมาควงแขนคนรัก

 

เอาเถอะ ไม่รู้ว่าเป็นยังไงกัน สงสัยต้องคุยกับฮีชอลอีกสักหน่อย

 

“อยากกินอะไรวันนี้ เดี๋ยวทำให้กินหมดเลย” ไม่รู้อารมณ์ไหนแต่ว่าเรื่องดีดีอย่างนี้อาจารย์หมีไม่ปล่อยให้ลอยไป

“กินนางฟ้าตาหวานได้มั้ยครับ ฟอด” ริมฝีปากหนาแตะที่พวงแก้มใสสูดกลิ่นหอมให้ชื่นใจ แต่ได้ค้อนวงเล็กๆน่ารักกลับมาแทน

“ฮ่าๆๆ ทานอะไรก็ได้ครับ ที่รักของผมทำอร่อยทุกอย่างอยู่แล้ว” รอยยิ้มส่งให้กันตลอดทาง ขอแค่มีความรักก็สุขใจเกินพอ

.

.

นั่งรถคันหรูมาได้ซักพัก ฮยอกแจก็รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน หญิงสาวพูดคุยเหมือนปกติ แต่ปกติคือเหมือนอยู่กับซีวอนแค่สองคน ร่างบางทำได้แค่มองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างเหม่อลอย ปล่อยให้โสตประสาทรับรู้เรื่องต่างๆที่หญิงสาวทั้งบ่นทั้งเล่าโน้นนี่อยู่ตลอด สายตาคมของสารถีมองผ่านกระจกไปยังใบหน้าหวานใต้กรอบแว่นอย่างกังวลเล็กน้อย อยากจะหาจังหวะชวนคุยบ้าง แต่เมื่อตั้งท่าจะเอ่ยปากชวนคุย ก็มีเสียงแหลมของมิรินดังกลบจนได้

“อร้ายยย ร้านนั้นน่ารักจังเลยซีวอน แวะนั่งร้านนั้นกันนะ นะนะนะ” มิรินที่เห็นร้านกาแฟที่ตกแต่งอย่างน่ารักที่ข้างทางก็ออดอ้อนชายหนุ่ม

“ได้ครับๆ เอ่อ...ฮยอกแจครับแวะนั่งที่ร้านกาแฟด้วยกันก่อนได้ใช่มั้ยครั้บ” ตาคมยังคงมองทางเบาะหลังผ่านกระจกใส

“เอ่อ ได้ฮะ”

.

.

“มิรินขอสตอเบอร์รี่ปั่น เค๊กโยเกิร์ตนะ”

“เอ่อ ผมเอาเป็นอเมริกาโน่เย็นแก้วเดียวครับ ฮยอกแจทานอะไรดีครับ” ร่างสูงหันมาถามคนที่นั่งตัวลีบ ดีหน่อยที่ร้านนี้เป็นที่นั่งแบบเก้าอี้สี่ตัวหันหน้าเข้ากัน หากว่าเป็นแบบสองสองแล้วเขาคงลำบากใจที่จะเลือกฝั่งแน่นอน

“ฉันขอช๊อคโกเย็นกับเค๊กส้มแล้วกันฮะ” ซีวอนหันไปพยักหน้ากับพนักงานเสิร์ฟที่มารอรับออเดอร์

ไม่นานเค๊กหน้าตาน่าทานละเครื่องดื่มหอมกรุ่นก็มาวางอยู่ตรงหน้า มิรินยังคงชวนคุยโน้นคุยนี้ไม่หยุดปาก มีแค่บางครั้งที่หันไปหาฮยอกแจบ้าง

มือบางเปิดหนังสือแฟชั่นในมือที่ทางร้านมีวางไว้ให้บริการซีวอนเลยมีโอกาสหันไปหาฮยอกแจบ้าง

“ฮยอกแจ ครับทานได้นะ”

“อืม ทานได้อยู่แล้วฉันทานง่ายอยู่ง่ายน่ะ” มือบางหยุดการเล่นหลอดที่อยู่ในแก้วช๊อคโกเย็นทรงสูงในมือลงแล้วตอบคำถาม

“วันนี้กลับบ้านสายหน่อยไม่เป็นไรใช่มั้ย”

“ไม่เป็นไรหรอก ปกติ ฉันก็ไปกับซองมินอยู่บ้างแล้วน่ะ” ทั้งสองคุยไปยิ้มไป ซีวอนมีความสุขโดยไม่รู้ตัวเลย เสียงเข้มกำลังจะเอ่ยคำถามต่ออีก แต่ก็มีเสียงของหญิงสาวแทรกขึ้นกลบ

“ซีวอนๆๆ ดูนี่ซิ นี่ไงที่ปารีสที่เราไปด้วยกันตอนปีที่แล้วน่ะ” มือเรียวชี้ไปบนที่หน้านิตยสารเป็นภาพมันวาวรูปเมืองที่น่าจะอยู่ในต่างประเทศ

“อ่า อ่อครับ ปารีสเมื่อปีที่แล้วน่ะเอง”

“นี่ๆด้วย นี่ไงร้านนี้ที่เราไปนั่งกินดินเนอร์ด้วยน่ะ...” เสียงของหญิงสาวยังคงดังไม่ขาดสายชี้ภาพในหนังสืออย่างตื่นเต้น ซีวอนทำได้แค่พยักหน้ารับ เป็นจังหวะ แต่สายตาก็ยังมองไปที่ร่างบางอีกร่าง

.

ฮยอกแจรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนเกินเหลือเกิน วันนี้น่าจะกลับบ้านเองคงจะดีกว่า ร่างบางกำลังคิดด้วยความเศร้าอยู่เล็กน้อย เสียงพนักงานในร้านที่กำลังซุบซิบนินทาก็ลอดเข้าโสตประสาท

 

ดูซิ คนนั้นมากับคู่แฟนกันคงเหงานะ คู่รักเขาสวีทกันอย่างนั้นเป็นเราคงอึดอัดน่าดู

จริงด้วย ดูซิผู้หญิงก็น่ารัก ผู้ชายก็หล่อล่ำน่าปล้ำขนาดนั้นเหมาะกันมากเลยล่ะ

คำพูดของคำที่ไม่ได้ตั้งใจพูดและไม่ได้รู้ความเป็นไปจริงๆกำลังทำให้ใครคนนึงยิ่งรู้สึกถึงคำว่าส่วนเกิน แต่คำนี้อาจดูไร้ค่าไปเลยเมื่อเทียบกับความารู้สึกที่ว่า ไม่คู่ควร นัยน์ตาหวานหันไปมองกระจกใสของร้านที่สะท้อนเงาจางๆของคนทั้งสาม หญิงสาวรูปร่างเพรียวอยู่ในชุดกระโปรงสวย กับชายหนุ่มร่างสูงท่าทางภูมิฐานนั้นช่างเหมาะสมกันจนต้องเหลือบดูเงาตนเอง ภาพสะท้อนเป็นชายร่างเล็กแต่งกายด้วยเสื้อผ้าธรรมดา กับแว่นหนาๆบนใบหน้า เห็นแล้วมันช่างแตกต่างเสียมากจริงๆ

            ซีวอนเห็นท่าทางเหม่อลอยของร่างบางก็รู้สึกตัวว่าฮยอกแจเงียบไปนานแล้ว แม้ความจริงจะมีมิรินคนเดียวบนโต๊ะที่กำลังพูดอยู่เท่านั้น ร่างสูงเห็นแววตาที่ปนเศร้าสร้อยนั้นก็เจ็บที่ใจ ถามเสียงเข้มทับเสียงของหญิงสาวที่ยังพูดไม่หยุดออกไป

“ฮยอกแจครับ อิ่มแล้วเหรอครับ ทานอีกหน่อยมั้ย” ร่างขาวสะดุ้งเล็กๆมองหน้าซีวอนแล้วก้มลงมองเค๊กก้อนแล็กสีส้มที่ยังพร่องไปได้ไม่มาก

“ฉันอิ่มแล้วล่ะ”

“งั้นกลับบ้านกันเลยก็แล้วกันนะครับ” โดยไม่สนใจหญิงสาว ร่างสูงเรียกพนักงานมาเช็คบิลล์ทันที

“ซีวอนอ่ะ มิรินยังอยากนั่งต่ออีกหน่อยเลยนะ” หญิงสาวว่ากระเง้ากระงอด แต่ก็ยอมเดินตามอีกสองคนออกมาที่รถ

“วันหลังผมค่อยพามาใหม่นะครับ” ได้ยินแค่นี้ก็พอใจ ร่างเพรียวเดินขึ้นไปนั่งบนรถด้วยรอยยิ้มเหมือนเด็กที่พ่อแม่ตามใจ

.

.

รถคันหรูสีดำแล่นมาจอดที่หน้าบ้านหลังเล็ก ซีวอนลงมาส่งฮยอกแจที่หน้ารั้วไม้สีขาวหน้าบ้านโดยให้หญิงสาวรออยู่ในรถ

“ฮยอกแจครับ วันนี้ผมขอโทษนะ”

“ทำไมซีวอนต้องขอโทษฉันด้วยล่ะ” ร่างบางดูแปลกใจเล็กน้อย

“วันนี้ผมอาจจะทำให้คุณรู้สึกอึดอัดไปซักหน่อย ผมยังไม่เห็นคุณยิ้มเลยนะวันนี้”

“.....ฉันไม่เป็นไรหรอก” ใบหน้าหวานที่ไร้รอยยิ้มตั้งแต่ช่วงเย็นแตะแต้มสีแดงทั่วก้มงุดลงมองพื้น

“งั้นยิ้มให้ผมดูหน่อยซิครับ” หน้าคมก้มลงมองหน้าหวานพลางเอ่ย

“.....อืม ยิ้มก็ได้ ^////^” ปากบางเม้มแน่นแต่ยกโค้งอย่างคนกลั้นยิ้มด้วยความอาย

“ครับ ขอบคุณนะ” มือหนาวางบนผมกลุ่มนุ่มเบาๆแล้วยิ้มให้เห็นรอยบุ๋มบนแก้มกร้าน

ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากวันนี้ที่หัวใจดวงน้อยถูกความหนาวเย็นเข้าปกคลุมจนหนา ในใจคิดว่า ความสัมพันธ์และเรื่องราวมากมายที่เกิดระหว่างคนสองคนมาตั้งแต่เด็กคงไม่สามารถให้คนที่เพิ่งมาใหม่อย่างตนเข้าแทรกได้ ขอแค่มีซีวอนอยู่ข้างๆ ให้ความอบอุ่นอ่อนโยนอย่างนี้บ้างก็พอแล้ว

“ฮะ ฮยอกเข้าบ้านก่อนน้ะ” ร่างบางที่ติดอ่างเล็กน้อยเพราะลังเล สรรพนามเรียกแทนตัวเองที่น่ารักขึ้นกว่าเดิม ทำเอาคนฟังยิ้มค้างนิ่ง มองแผ่นหลังบางที่วิ่งหนีเข้าบ้านด้วยใบหน้าสีแดงก่ำ

“หึหึ น่ารักจริงๆเลย”

 

TBC.

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._


เอ้า ใครที่ว่า คิมคิ เอาไว้ ตอนนี้พอจะกู้ความดีคืนมาได้ซักนิดนึงม่ะคะ คึคึ


มิรินจะกลับมาอีกครั้งกับการทำให้ฮยอกแจกลายเป็น "ส่วนเกิน"

โดยไม่รู้ว่า she ตั้งใจรึเปล่านี่ซิ = ="


ครบร้อยค่ะ ขอโทษ ก่อนเลยที่หายไปหลายวัน

เนื่องด้วยบอกตรงๆว่า ป่วยไปหาหมอที่ รพ.มา จนนอยด์ และเขียนไม่ออก  
มาจนวันนี้แหละ เขียนซัดทีเดียว สิบสามหน้า ==" เลขสวยเลย


ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะคะ...รักทุกคนเลย T^T ซึ้งจายยย

(ใครรักคู่ไหน อยากอ่านเป็นพิเศษเดี๋ยวอาจจะมีแถมให้นะ คึคึ *หัวเราะโรคจิต*)

>>>>ตอนหน้า !!!! ใครรีเควส คยูมินไว้ เตรียมดีใจได้เลย
หวานยิ่งกว่าชื่อร้านคยูอีก แอร้ยยยยย >/////<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,942 ความคิดเห็น

  1. #1906 HyukJewel (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 20:32
    เป็นเฮเราคงไม่อ่อนง่ายๆ อ่ะ ต่อให้รักมากแค่ไหน
    แต่มันเจ็บบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
    รำคาญมิรินอ่ะ เอานางออกไปปปปปปปปปปป
    พี่วอนอยู่กับฮยอกแจบ่อยๆ พี่รักฮยอกแจแล้วแหละ
    #1,906
    0
  2. #1730 Jai Jaja (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 19:39
    แอบร้องไห้ สงสารฮยอกจัง
    #1,730
    0
  3. #1564 MayChuly (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 00:56
    วอนไปบอกความจริงฮยอกตอนนี้ก็ยังไม่สายนะ 
    #1,564
    0
  4. #1515 PooNGPaaNG (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2556 / 17:42
    มิริน เธอ ท่าทาง ร้ายนะ 
    #1,515
    0
  5. #1481 nc23 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2556 / 12:24
    เย่ลุกหนักเลยเนอะ
    #1,481
    0
  6. #1372 Kimployploy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 01:28
    เราขอแบนมิรินอ่ะ
    ใจร้ายกับฮยอกแบบนี้ได้ไง
    #1,372
    0
  7. #1278 Redberrylips (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2555 / 20:13
    บอมทำแบบนี้คือเหมือนตบหัวเเล้วลูบหลังป้ะ ใจร้ายเกินไป วอนก็นะ เหมือนวอนไม่ได้เลวจริงนะ เลวที่มิรินต่างหาก เเต่วอนเหมือนตามใจมิรินไปซะทุกเรื่อง
    #1,278
    0
  8. #1265 gonjung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2555 / 04:53
    ถึงแม้บอมจะดูแลหมวยดี แต่หมวยก็ยังปวดใจกับการไม่รับรู้ของบอมอยู่
    แล้วบอมรู้สึกดีที่มีรอยของตัวเองบนตัวหมวยขนาดนี้ไม่คิดจะเข้าใจไรบ้างเลยเหรอ
    ส่วนวอนปวดตับอ่ะ สงสารฮยอกตลอดอ่ะ แล้วก็มิรินอ่ะร้ายลึกนะเรียกร้องความสนใจตลอด
    พอวอนจะพูดกะฮยอกก็ขัดตลอดอ่ะ
    #1,265
    0
  9. #1214 Mind-myy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 15:51
    ใครก้อได้เอายัยมิรินไปเก็บที
    #1,214
    0
  10. #1198 lllll (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 17:17
    มิรินเอาแต่ใจมากไปแล้วนะ
    #1,198
    0
  11. #1143 ta-kom.sj (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กันยายน 2555 / 19:53
    ฮยอก ช่างน่าเศร้า
    #1,143
    0
  12. #1019 Bïngchá~ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2555 / 22:21
    มิรินเธอมันร้ายมากกกกก

    ชีวอนก้อไม่ได้เรื่อง

    สงสารฮยอกจำใจ

    แอบซื่นใจตอนท้ายนิดๆ  ฮยอกน่ารัก ^^
    #1,019
    0
  13. #962 atomicblue (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2555 / 20:33
    ฮยอกน่ารักขนาดนี้ แกยังทำกันลงนะวอน
    #962
    0
  14. #924 kungking (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2555 / 08:51
    ก็ยังเศร้าไปกะด็องอยู่ดีอิบอมไม่ชัดเจน

    มิรินมาเป็นก้างชัดๆ
    #924
    0
  15. #827 wonhyuk24hr. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 09:19
    วอน ช่วยเอามิรินไปเก็บได้มั้ย!! เเล้วนี่เเกจะบ้าเหรอไง ห๊า!!

    ด๊อง บอกรักคิมคิไปเล้ย! ถ้ามันไม่เอา ก็ไปหาคนอื่น สวยเลือกได้อยู่เเล้ว :P
    #827
    0
  16. #802 Love My Oopa Kim kibum (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2555 / 00:59
     ด็องยอมบอมง่ายๆได้ไงเนี่ย
    บอมรุนแรงงะ
    วอนเริ่มรู้สึกกับฮยอกแล้วใช่ไหมล่ะ
    #802
    0
  17. #766 iamtsubame (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 เมษายน 2555 / 22:54
    เจ็บเหรอจ๊ะซีวอน.....

    เจ็บให้มากๆเลยนะ เจ็บให้ตายไปเลยยิ่งดี!!!!!
    #766
    0
  18. #677 love_kihae (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มีนาคม 2555 / 13:17
    เห้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    วอนอ่ะ =^=
    #677
    0
  19. #667 ผู้ชาย_ xมายเลข 89!! # (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2555 / 03:09
    ไม่รู้จะพูดสิ่งใดอันใดแล้วโว้ยยย

    หน้าด้านอิพระเอก ชเว ซีวอนหน้าด้านมาก

    บังอาจมาชมว่าน่ารัก ทั้งๆที่แกไม่ได้รักเลย

    ทำไมแค่เพียงหนังสือเล่มเดียวแกต้องลงทุนถึงขนาดนี้เลยเหรอ

    ถ้าคิดแบบนั้นก็ไปตายซะเถอะ(มันอินเกิน)
    #667
    0
  20. #639 geejajaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 21:04
    เบื่อวอนอ่ะ!!!  มิรินด้วย!!!
    กล้าทำกับฮยอกแบบนี้เหรอ?!?!  

    #639
    0
  21. #609 Chohyukice (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2555 / 13:12
    คิบวมมมมม เราขอโทษนะที่ด่าแกตอนที่แล้ว T.T
    ชเวซีวอนคะ! ถ้าไม่ได้รักกันจริง อย่ามาทำให้ฮยอกเสียใจดีกว่า
    ถ้าทำเพื่อหนังสือ ไม่ได้จะทำเพื่อฮยอก แกกลับไปเลี้ยงยัยมิรินเด็กง่อยไป๊! =___=
    #609
    0
  22. #598 junniizie (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2555 / 20:42
     วอน ย็อกเจ็บนะ
    #598
    0
  23. #507 Ae_Pu (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 / 03:32
    ไม่ไหวกับวอนเลยจริงๆ เฮ้อออออ

    สงสารด๊องเหมือนเดิม น่าจะโกรธนานๆหน่อย

    หมั่นไส้คิบอมจริงๆ
    #507
    0
  24. #481 JJ_loveSj08 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:04
    คิเฮ นึกว่า จะบอกรักกันซะอีก



    เซ็งวอนมากกกก ฮยอกเป็นคนดีจัง
    #481
    0
  25. #472 kuryu-kohei (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 / 07:51
    คู่คิเฮก็บีบหัวใจ แล้วยังต้องมานั่งเซ็งวอน

    ด๊องจ้ะ บอกมันไปเลย บอกมันไป แค่นี้หนูก็เจ็บจนไม่มีอะไรจะเสียแล้ว

    วอน... (เสียงเย็น) ชั้นจะรอดูวันที่ฮยอกรู้ว่าแกเข้ามาจีบเค้าเพื่ออะไร หึหึหึ 
    #472
    0