Flip Love พลิกรักกับดักหัวใจ Wonhyuk Kyumin Kihae

ตอนที่ 10 : *Flip Love*: Chapter 09 นายชอบเขารึเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    22 ธ.ค. 54

   

Chapter 09 นายชอบเขารึเปล่า


            ช่วงสายของวันอาทิตย์ ร่างบางของฮีชอลที่ใส่ชุดสีโทนแดงเข้ากับสีของวันเพิ่งจะออกมาจากคอนโดของฮันกยองพร้อมกันกับเจ้าของที่ยังคงมีแต่เสื้อผ้ามีโทนมืด ดีหน่อยที่ยังพอมีสีขาวแซมบ้าง ฮีชอลที่รับปากคนรักว่าจะยอมไปค้างด้วยเฉพาะวันศุกร์และวันเสาร์ ท่านประธานมาดขรึมจึงไม่ปล่อยให้โอกาสผ่านไป ไม่เคยมีสัปดาห์ไหนที่จะพลาด เช้าวันนี้จึงว่าจะไปเดทกันแล้วค่อยไปส่งฮีชอลกลับบ้าน

“อากาศดีจังเลยน้ะ ฮัน” ใบหน้าสวยหวานแต้มรอยยิ้มสดใส อากาศของวันนี้แม้จะยังหนาวบ้างแต่มีแสงแดดยามเช้าส่องมากระทบทำให้อบอุ่นขึ้น เท้าสองคู่เดินเคียงกันไปบนทางที่ต้นไม้เริ่มเหลือแต่กิ่งก้าน บ้างยังพอเหลือติดต้นสีเหลืองสีน้ำตาลปนกันไป

“นั่นซิ ถ้าผมยังดื้อนอนกอดคุณต่อเมื่อเช้าคงเสียดายแย่” เจ้าของมือหนาที่กุมมือบางขึ้นมาให้สนิทแนบกับลำตัวมากขึ้นเอ่ยออกมาเสียงทุ้มนิ่ง ทำเอาคนข้างๆที่นึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าหน้าขึ้นสีทันที ก็เมื่อเช้ากว่าจะได้ลุกออกจากเตียง ทั้งที่ตื่นตั้งแต่หกโมงกว่าๆแต่กว่าเท้าจะได้สัมผัสกับพื้นก็เกือบแปดโมงโน้น

“ฮันอ่ะ หยุดเลยน้ะ ไม่งั้นศุกร์หน้ายกเลิกด้วย” ใบหน้างดงามที่แต้มสีอย่างเขินๆแต่กำลังแสดงอารมณ์งอน ยกเอาเงื่อนไขที่สามารถทำให้คนฟังต้องอยู่ไม่สุขขึ้นมาขู่ แต่สิ่งที่ได้กลับมากลายเป็นเสียงเข้มที่ทำให้คำขู่ของตนกลายเป็นกับดักให้ตัวเองตกลงไปซะเอง

“ได้ครับ แต่ผมจะทบต้นทบดอกคูณไปอีกเรื่อยๆ ในครั้งถัดไป เลือกดูนะครับว่าอยากจะดูพระอาทิตย์ขึ้นในขณะที่ยังอยู่บนเตียงพร้อมผมมั้ย”

คนเอ่ยยกยิ้มมุมปากอย่างเป็นต่อต่างกับอีกคนที่ปากเรียวอ้าค้างอย่างไม่อยากเชื่อว่าจะกลายเป็นคนถูกไล่ต้อนอย่างนี้แทน

“ฮันอ่ะ ไม่คุยแล้ว” มือบางปล่อยมือหนาออกด้วยใบหน้าที่จัดสีแล้วสาวเท้าให้เร็วขึ้นหนีคนตัวโตไป ให้ได้ยืนยิ้มหัวเราะเบาๆกับความน่ารักของคนสวยที่รัก

.

“อ้ะ”

เสียงหวานดังขึ้นเบาๆให้คนข้างหลังได้ประหลาดใจ มองไล่ตามสายตาไปก็เจอกับภาพของเด็กกลุ่มหนึ่งที่กำลังยืนบ้างนั่งบ้างห้อมล้อมเด็กหนุ่มร่างเล็ก ในสวนสาธารณะระหว่างทาง

“มีอะไรเหรอครับ”

“เด็กคนนั้นไงที่ฉันเล่าให้ฟังน่ะ ฮยอกแจน่ะ”

“คนนี้เองเหรอครับ อืม ดูใช้ได้เลยนี่นา” ฮันกยองที่ได้รับฟังเรื่องราวจากฮีชอล ถึงเด็กที่ชื่อฮยอกแจ ฮีชอลสนใจมากจนขอให้เขาช่วยตามสืบประวัติให้ สงสัยว่ามหาวิทยาลัยคงต้องจัดการมอบหนังสือในเร็ววันแล้วล่ะมั้ง

“ฮัน ~

“เรียกเสียงหวานอย่างนี้ หมายความว่าไงครับ” ตาคมมองเหล่คนรักที่อ้อนเสียงหวานอย่างรู้ทัน

“ฮันกลับไปก่อนน้ะ ฉันอยากคุยกับฮยอกแจน่ะ น้ะ ฮัน” สายตากลมช้อนมองออดอ้อนที่ปกติคงไม่มีใครได้คิมฮีชอล คนงามทำให้เห็นแน่นอน แล้วคนที่ได้เห็นคนเดียวจะทำไงล่ะนอกจาก

“ก็ได้ครับ แต่....” มือหนายกขึ้นบอกข้อแลกเปลี่ยนน่ารักๆที่ทำเอาคนสวยต้องรีบให้ด้วยการแนบริมฝีปากนุ่มลงบนแก้มกร้านทั้งสองข้างอย่างที่ยกชี้บอกตำแหน่งไว้

“แล้วผมจะโทรหานะครับ” ประโยคที่ได้รับคำตอบเป็นรอยยิ้มสวย แล้วร่างบางก็เดินผละไปยังจุดที่มีเด็กหลายคน และเหมือนว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นด้วย

.

.

“เจ้าสิงโตตัวโตคำรามเสียงดัง อว้ากกก เมื่อกวางได้ยินเสียงก็ตกใจรีบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว...”

เสียงหวานของร่างบางที่นั่งเป็นจุดศูนย์กลางของเด็กๆ เอื้อนเอ่ยเล่านิทานเล่มเล็กในมือพร้อมทำเสียง และท่าทางประกอบ ดวงแก้วใสหลายคู่ของเด็กน้อยทั้งหลายจ้องมองพี่สาว(?)ตัวเล็กที่มักจะแวะมาเล่านิทานให้ฟังในวันหยุดเป็นประจำอย่างเพลิดเพลิน สาวน้อยร่างเล็กโชคดีที่สุดเพราะได้นั่งบนตักนุ่ม มองภาพที่ปรากฏบนใบกระดาษเคลือบมันสีสวย เด็กน้อยคนอื่นบ้างก็ตกใจเมื่อเสียงหวานต้องทำเสียงดัง บ้างมีสีหน้าตื่นเต้นเมื่อเล่าถึงตอนที่สิงโตกำลังจะไล่จับถึงตัวกวาง

ฮีชอลมองภาพน่ารักนั้นด้วยรอยยิ้ม ไม่ต่างกับผู้ใหญ่บางคนที่มากับลูกหลานตัวเอง ฮยอกแจสามารถเล่าเรื่องออกมาได้อย่างดี ดึงเอาจินตนาการของเด็กๆในวัยนี้ออกมาได้ เสียงหวานเล่ามาจนจบเรื่อง ตอนท้ายก็มีคติสอนใจให้เด็กได้คิดตามอย่างดีเยี่ยม

“พี่ฉาวเล่าอีกได้ม่ะฮะ” หนุ่มน้อยร่างเล็กที่ฟันสองซี่หน้าหายไปพูดขอทันทีที่จบเรื่องล่าสุด

“เล่าอีกน้ะค้า เล่าอีกน้าาา” เสียงเล็กน่ารักของเด็กผู้หญิงที่ยืนข้างกันอีกสองสามคนช่วยกันอ้อน พี่สาวจำเป็น(?)เลยต้องพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มละไม

“ได้จ้ะ แต่อีกเรื่องเดียวน้ะ”

“เย้!!” เด็กน้อยทั้งหลายร้องไชโยพร้อมกันอย่างน่ารักน่าเอ็นดู

ฮีชอลอดไม่ได้ที่จะนั่งลงในมุมนึงไม่ไกลจากม้านั่งของฮยอกแจและเด็กๆเพื่อจะฟังนิทานดูบ้าง ฮยอกแจเล่าเรื่องด้วยเสียงหวาน พร้อมท่าทางเช่นเคยจนจบ เด็กๆแอบงอแงเล็กๆ เมื่อพี่สาวจะต้องไปแล้ว

“อาทิตย์หน้าพี่ฉาวมาอีกน้ะฮับ” เด็กน้อยไร้ฟันซี่หน้าคนเดิมบอกพลางดึงชายเสื้อสีอ่อนที่ถูกทับด้วยโค้ทตัวหนาสีเข้มกว่าตัวในไม่มากของฮยอกแจไว้

“ได้จ้ะ พี่จะมาอีกน้ะ” ฮยอกแจยิ้มรับตอบคำและลูบหัวเด็กน้อยทั้งหลายอีกสองสามทีจึงเดินออกมา

.

.

“ฮยอกแจ”

“อ้าว พี่ฮีชอล สวัสดีฮะ” ร่างเล็กกว่าโค้งคำนับทักทายอย่างสุภาพทันที เมื่อมีคนเรียกตนเองจากด้านหลังด้วยเสียงหวานพอกัน ผู้ครอบครองหนังสือคนปัจจุบันทำทีบังเอิญเจอ แต่ความจริงเค้าเดินตามมาตั้งแต่สวนสาธารณะมาได้สักพักแล้วนั่นแหละ

“อืม สวัสดี นี่เราจะไปไหนเหรอ”

“ผมว่าจะไปหาพี่ที่ผมทำงานพิเศษด้วยที่ร้านน่ะฮะ”

“คือว่าฉันหิวข้าวจังเลยน่ะ ยังไม่ได้กินข้าวเลย ไปเพื่อนด้วยกันก่อนซิ นายไม่รีบใช่มั้ย” ฮีชอลเอ่ยด้วยท่าทีน่าสงสารแกมบังคับเป็นนัยๆ ฮยอกแจจึงจำเป็นต้องตกลงไปทานมื้อเช้าตอนเกือบเที่ยงเช่นนี้

.

.

“...เอาแค่นี้ก่อนละกัน ฮยอกแจจะดื่มน้ำอะไรดี”

“นมเย็นละกันครับ” เสียงหวานหันไปตอบพนักงานหนุ่มที่ยืนรับออร์เดอร์แต่กลับจ้องใบหน้าสวยหวานของฮีชอลไม่ละสายตา จนฮีชอลต้องหันไปยิ้มหวานให้หนึ่งที จึงได้เดินเพ้อกลับเข้าส่วนในของร้านไป

“นี่ ฮยอกแจ ทำแบบนี้บ่อยเหรอ” ทั้งสองที่นั่งโต๊ะติดกระจก และหันหน้าเข้าหากัน หลังจากที่ระหว่างทางมาที่ร้านฮีชอลก็ลองทำทีถามว่ามาทำอะไรตอนเช้าวันอาทิตย์อย่างนี้แถวนั้น

“เอ่อ พี่หมายถึงเรื่องอ่านนิทานเหรอฮะ”

“ใช่ จากที่นายเล่าดูเด็กๆติดนายมากเลยน้ะเนี่ย” จากที่เห็นเองก็ด้วยเขาไม่ได้โกหกน้า

“ฮะ ถ้าอาทิตย์ไหนไม่ได้มาผมจะรู้สึกผิดมากเลย จนต้องมาเป็นประจำเลยฮะ” ฮีชอลยิ้มให้กับความดีในหัวใจของร่างเล็กกว่า ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่การเสแสร้งที่คนจำนวนมากพยายามทำให้เขาเห็น เพื่อที่จะได้ครอบครองหนังสือเล่มนั้น

ฮีชอลชวนคุยเรื่องนู้นเรื่องนี้ ทั้งเรื่องครอบครัว เรื่องเพื่อน เรื่องงานอดิเรก ที่ถึงแม้ท่านประธานสุดที่รักจะหาข้อมูลมาให้พร้อมแล้วก็ตาม เขาก็ยังอยากดูมุมมองความคิดด้านต่างๆของฮยอกแจดูซึ่เงรื่องนี้ใครคงหาข้อมูลไม่ได้ดีเท่าฟังจากเจ้าตัวเอง แล้วเสียงหวานก็เอ่ยวนเข้าเรื่อง ซีวอน โดยที่ฮยอกแจไม่รู้ตัว

“นี่ ฮยอก วันนั้นฉันเห็นนายนั่งรถกลับกับหนุ่มหล่อคนนึงอ่ะ แต่ว่าฉันเคยเห็นเค้าอยู่กับผู้หญิงอีกคนนึงน้ะที่ดู...อืม..คุณหนูๆมั้ง นั่นใช่แฟนนายรึเปล่าน่ะ”

“อะ เอ่อ ซีวอนน่ะเหรอครับ ไม่ใช่แฟนหรอกครับ” หน้าเรียวสาดสีแดงอัตโนมัติตอบเสียงอ้อมแอ้มเบาๆ

“แหนะ ทำไมนายถึงต้องเขินด้วยล่ะ ชอบเค้าเหรอ นายไม่ใช่แฟนเค้า งั้นผู้หญิงคนนั้นก็แฟนเค้าสิ นี่นายแอบชอบคนรักของคนอื่นเหรอเนี่ย”

“ไม่ใช่น้ะฮะ คือ....” มือบางยกขึ้นบอกปฏิเสธอย่างทันทีกลัวว่ารุ่นพี่คนสวยจะเข้าใจผิด แล้วจึงเริ่มเล่าให้ฟังถึงเรื่องตั้งแต่ตอนเด็ก เรื่องหญิงสาวที่ชื่อมิริน และเรื่องที่ชายหนุ่มมาขอตนคบหาด้วย แม้จะเป็นการพบหน้ากันไม่กี่ครั้ง แต่ฮยอกแจก็พอจะดูออกว่าฮีชอลไม่ได้หวังร้ายกับตนเอง มีความจริงใจให้ และคนที่ได้ชื่อว่าเป็น ผู้ครอบครองหนังสือ คงมีจิตใจที่ดีสมกับที่ได้ถูกรับเลือก

“...แล้วทำไมฮยอกถึงไม่ยอมคบกับซีวอนล่ะ รักเค้ามาตั้งนานนี่นาถึงเรื่องมิรินจะยังดูไม่ชัดเจน แต่ว่าก็ตอบรับไปก่อนก็ได้นี่”

“ผมไม่รู้ว่าทำไมซีวอนถึงมาขอคบด้วยแต่ว่า หากผมตกลงไปแล้วซีวอนเพิ่งรู้ใจตัวเองหรืออาจมีเรื่องผิดพลาดขึ้นมา ตอนนั้นคงไม่มีใครมีความสุขกับการคบหาของเราหรอกครับ” สายตาบอกแน่วแน่ไม่มีอาการสั่นไหวให้เห็น ฮีชอลพยักหน้ายิ้มรับอย่างเข้าใจ แล้วปล่อยให้คนเล่าเล่าต่อ

“......ผมแค่ขอได้รักอยู่อย่างนี้ก็ดีแล้วครับ ซีวอนจะรักใครก็ไม่เป็นไร ผมแค่อยากเห็นเค้ามีความสุข”

ประโยคที่ดูเหมือนคนเจียมเนื้อเจียมตัว แต่แฝงไปด้วยความรักเต็มหัวใจ ทำให้คนฟังหน้าหวานแย้มยิ้มมุมปากมือเรียวคว้ามือเล็กของรุ่นน้องมากำไว้ ฮยอกแจยิ้มรับให้รุ่นพี่คนสวย

“...ฮยอกแจ ถ้าฉันเป็นซีวอนฉันก็คิดไม่ผิดที่จะขอคบกับนาย”

“ขอบคุณฮะ พี่ฮีชอล”

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

 

“ทำไมช่วงนี้มาที่ร้านฉันบ่อยนักล่ะเนี่ย”

ร่างสูงในชุดสีขาวสะอาดของคนทำขนม เอ่ยเสียงทุ้มทักร่างบางเพื่อนสนิทที่เห็นหน้าแทบจะทุกวันของสัปดาห์นี้ ดงเฮที่ตั้งแต่วันนั้น วันที่ได้ยินว่าหัวใจของคนที่แอบรักโดนกระแทกก็อยากจะมาดูลาดเลา(?) เหตุการณ์บ้าง แต่ตามมาที่ร้านแล้วหลายวัน ก็ยังไม่เห็นหนุ่มน้อยน่ารักคนไหนที่คิบอมจะออกท่าทีด้วยเป็นพิเศษเลย

“ทำไม ฉันมาไม่ได้รึไง” เสียงหวานตวัดงอน แต่สายตายังมองออกไปทางประตูทุกครั้งที่มีลูกค้าเข้ามา

“เปล่า แค่แปลกใจว่าทำไมช่วงนี้กินแต่ขนม ระวังน้ะกินของหวานมากๆเขาว่าจะดุขึ้น หึหึ”

“เดี๋ยวเหอะ ว่าฉันอย่างนี้ได้ไง.....”

 

กรุ้ง กริ้ง

“ยินดีต้อนรับกลับค่ะคุณชาย” ยังไม่ทันที่ดงเฮจะทันว่าอะไร เสียงประตูหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมเสียงของพนักงานต้อนรับคนเดิม แต่วันนี้พิเศษตรงที่มีหนุ่มน้อยน่ารักเดินดึงเสื้อชายหนุ่มจากทางด้านหลังอยู่นะสิ

“คยูอ่า ~ โกรธอะไรอีกแล้วอ่ะ งืออออ อย่างอนเลยน้ะ น้ะ น้ะ”

“เฮ้ออ ก็ฉันบอกว่าไม่ได้โกรธ จะตามมาง้อทำไม ไปส่งที่บ้านก็เดินตามมาถึงที่ร้านเนี่ย” คยูฮยอนหยุดเท้าไว้ตรงด้านข้างกระจกใสของร้านในส่วนที่ไม่มีชั้นวางขนมอยู่ เพราะดูท่าทางกระต่ายจะดื้อตื้ออยู่ไม่เลิก

“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคยูไม่ได้โกรธน่ะ ถ้างั้นทำไมไม่ยอมให้มาที่ร้านด้วยล่ะ ทำไมต้องไปส่งที่บ้านเลยอ่ะ -3-

คยูฮยอนที่วันนี้เดินไปส่งซองมินที่บ้านโพรงกระต่ายเลย ทั้งที่ซองมินขอมาซื้อขนมที่ร้าน ซึ่งเป็นปกติที่สัปดาห์นึงจะมาซักสองถึงสามครั้ง เพราะบางวันร่างสูงก็เอาขนมไปฝากให้ถึงมหาวิทยาลัย แต่ช่วงนี้แปลกไป เพราะเอาขนมมาฝากทุกวันจนร่างอวบชักเกรงใจแปลกๆ หากถ้ามาที่ร้าน ซองมินขอเป็นฝ่ายจ่ายเงินค่าขนมเองแต่ถ้าคยูเอาไปฝากก็สบายกระเป๋าไป ร่างอวบจึงเริ่มคิดเองเออเอง(อีกแล้ว)กลัวว่าตนเองจะสร้างเรื่องอะไรโดยไม่รู้ตัว

“ก็เพราะ.....”

คำถามของเสียงหวานที่ทำเอาคุณชายเจ้าของร้านพูดไม่ออก เพราะใครจะกล้าบอกล่ะว่าที่ไม่อยากให้มาเพราะกลัวจะเจอกับพาทิซิเย่รูปหล่อประจำร้านที่ยืนส่งยิ้มมาให้อยู่นั่นน่ะ

“สวัสดีครับซองมิน ไม่เห็นตั้งหลายวันเลยน่ะ” นั่นไงผิดซะที่ไหน

“เอ่อ สวัสดีฮะคุณเชฟ”

“ไม่ต้องเรียกเชฟหรอกครับ เรียกชื่อผมก็ได้จะได้สนิทกันไว้ไง”

คิ้วเรียวของดงเฮยกขึ้นอย่างประหลาดใจตั้งแต่ หนุ่มรุ่นน้องทั้งสองเข้ามาในร้าน เพราะรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเพื่อนสนิทตนเองยกขึ้นประดับบนใบหน้าทันที

......เด็กน้อยคนนี้ซินะ ที่ทำเอาใจนายโดนกระแทกน่ะ

 

“เอ่อ..ก็ได้ฮะ แต่ว่า คุณเชฟชื่ออะไรแล้วน้ะฮะ ผมลืมแล้ว”

“อ่ะ ฮ่าๆๆๆ” เสียงหวานของดงเฮระเบิดหัวเราะลั่นทันที ที่กระต่ายน้อยเอียงคอบอกเสียงแหย๋ๆว่าลืมชื่อไอหน้าหล่อเพื่อนเขาเสียแล้วอย่างเย้าะเย้ยและโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย หลังจากที่นั่งดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆมาตั้งแต่แรก ซึ่งเช่นเดียวกับร่างสูงอีกคนที่ยกยิ้มเล็กๆที่มุมปาก เขาเองไม่รู้ซองมินคิดยังไงก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้เขาพอจะรู้บ้างแล้ว แม้ว่าร่างสูงอีกฝ่ายจะดูพยายามอยู่บ้างก็ตาม

“เอ่อ...ซองมินจำไม่ได้เหรอครับ” คิบอมรู้สึกเสียหน้าเล็กๆ ไม่เคยจะมีใครไม่สนใจเขานี่นา

“ไม่ได้ฮะ วันนั้นมัวแต่มองแก้มคุณเชฟอ่ะ” ประโยคที่ทำเอาอีกสองคนที่เพิ่งจะเบาใจไปได้ โดนความกังวลตีกลับเข้าที่หัวใจอีกครั้ง

“หึหึ เหรอครับ แก้มผมน่ากินใช่มั้ยล่ะ งั้นอยากลองชิมแก้มของ คิมคิบอม คนนี้ดูหน่อยมั้ยครับ” หน้าคมหันแก้มด้านซ้ายให้ด้วยรอยยิ้มขณะที่พูดเอ่ยเสียงชื่อตัวเองเน้นเป็นพิเศษอยากให้หนุ่มน่ารักจำชื่อตนได้

“เชฟครับ!!!” คยูฮยอนที่เห็นท่าไม่ดีเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างร่างอวบและคิบอมอย่างรวดเร็วเพราะระยะห่างเหลือเพียงคนหนึ่งคนจะยืนได้เท่านั้น

“ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับเชฟหน่อย ขอเวลาหน่อยได้มั้ยครับ” คยูฮยอนพูดด้วยท่าทีเคร่งขรึมคิบอมผงะออกมามองหน้าคุณชายของร้าน พยักหน้ารับและเดินออกไปคุยกันที่ด้านหลังของร้าน

.

.

“เราชื่อ ซองมินใช่มั้ย ฉันดงเฮเป็นเพื่อนกับคิบอมน่ะ”

เมื่อสองหนุ่มพากันออกไปจากจุดนั้นดงเฮก็ลุกขึ้นมาหาซองมินที่ยืนมองตามสองร่างสูงอยู่ แล้วเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงหวานดูเป็นมิตร

“ฮะ สวัสดีฮะ คุณดงเฮ” ร่างอวบโค้งทักทายคนที่อายุมากกว่าอย่างสุภาพ

“มานั่งที่โต๊ะด้วยกันสิ” ว่าแล้วก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะ แล้วผายมือเชิญซองมินเป็นสัญญาณให้นั่งลงในด้านตรงข้าม ส่วนด้านข้างเป็นโต๊ะของหญิงสาวสองคนที่นั่งทานขนมในร้านมาซักพักแล้ว

“เอ่อ อาจจะดูแปลกถ้าฉันจะถามคำถามนี้กับคนที่เจอหน้ากันครั้งแรก แต่ว่า...ซองมินกับคยูฮยอนเป็นแฟนกันรึเปล่าน่ะ” ดงเฮถามเสียงนิ่ง ดูท่าทางของคุณคยูฮยอนแล้วยังไม่ชัดเจน เขาจึงอยากรู้จากซองมินบ้าง

“คือ...เราไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกฮะ” มืออวบขาวจับชายเสื้อด้านหน้าของตัวเองเล่น ใบหน้าสีชมพูฝาดสีขึ้นอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ปฏิกิริยาอย่างนี้พอจะทำให้ดงเฮเข้าใจได้ว่าร่างอวบมีใจให้ทางฝ่ายคยูฮยอนแน่นอน และคงจะเพราะท่าทางอย่างนี้อีกเช่นกันที่ทำให้คิบอมหลงใหลในความน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติ

“งั้นเหรอ....แล้วซองมินว่าคิบอมเค้าดูเป็นยังไงบ้างล่ะ” ร่างบางถามหยั่งเชิงดู

“อืม...คุณเชฟเหรอฮะ เขาดู......ดูเหมือนคนขาดความรักน่ะฮะ”

ใบหน้าหวานเอียงคอคิดอย่างน่าเอ็นดู แต่คำตอบนั้นกลับทำให้ดงเฮอึ้ง ไม่คิดเลยว่าร่างอวบตรงหน้าจะรู้สึกได้ถึงตัวตนของคิบอมอย่างนี้

พาทิซเย่หนุ่มที่ดูดีทุกอย่าง ทั้งหน้าตา อาชีพและฐานะ แต่กลับเคยมีปัญหาเรื่องครอบครัวมาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่แยกทางกัน ทิ้งเขาไว้กับพี่ชายคนนึงที่โตพอจะดูเขาได้แต่กลับเอาเงินที่ได้ไปให้ผู้หญิงที่คบด้วยจน คิบอมต้องทำงานพิเศษเลี้ยงตัวเองด้วยการทำงานร้านเบเกอรี่จนรักในการทำขนมเช่นนี้ จนเมื่อมีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีคอนโดหรูกว้างขวาง แต่เมื่อพอถึงช่วงกลางคืนก็ออกไปตามสถานบันเทิงต่างๆ เพื่อหาเด็กหนุ่มกลับคอนโดตัวเอง ดงเฮที่รู้จักกันมานานนั้นรู้ว่าคิบอมเกลียดการอยู่บ้านคนเดียวตอนกลางคืนที่สุดเพียงเพราะ...เหงา

“ซองมิน...” ดีจริงเด็กคนนี้ แต่ไม่ทันที่ดงเฮจะเอ่ยเสียงต่อ

 

“อ้ะ!!!

“ว้ายยย ขอโทษค่ะ”

“อ่ะ โอ้ย ซี้ดด” เสียงหวานของซองมินดูจะปนความเจ็บแสบดังขึ้น

อย่างที่หาสาเหตุไม่เจอ อยู่ดีดีแก้วที่เป็นน้ำชาร้อนๆจากโต๊ะของสองสาวด้านข้างจึงสาดกระเด็นมาโดนที่หลังมือและบริเวณข้อมือของซองมิน มีบางส่วนกระเด็นไปโดนมือเรียวของดงเฮบ้างแต่ไม่มากเท่า พนักงานและลูกค้าบางส่วนในร้านต่างหันมามองต้นเสียง

“อ่ะโอ้ย นี่พวกเธอทำอะไรน่ะ” ดงเฮที่เริ่มแสบร้อนลุกขึ้นว่าหญิงสาวทั้งสองทันที

“เราไม่ได้ตั้งใจนี่นา ขอโทษละกัน” หนึ่งในสองคนที่สวมชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนมัธยมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลมากจากร้าน ลุกขึ้นยืนพูดด้วยท่าทางไม่ยี่หระ ไหวไหล่อย่างไม่สนใจ เพราะพวกเธอเองตั้งใจจะทำอยู่แล้ว คนหนึ่งติดใจคุณชายสุดหล่อ อีกคนก็หลงเสน่ห์เชฟหน้าคม วันนี้เห็นหนุ่มร่างบางที่หน้าหวานกว่าตนสนิทสนมกับร่างสูงทั้งสองก็เกิดหมั่นไส้

“นี่น่ะเหรอท่าทางของคนรู้สึกผิดน่ะ” ดงเฮคว้าเอามือของซองมินมาดู ดูท่าจะหนักกว่าเพราะนั่งใกล้กับยัยสองสาวนั่นมากกว่าตัวเองน่ะสิ

“แล้วจะทำไม หึ ก็แกมาทำท่าออดอ้อนเชฟคิมเขานี่นา เราเลยหมั่นไส้น่ะ ยัยนั่นก็เหมือนกันทำตัวแอ๊บแบ้ว น่ารักตายล่ะ ร่านพอกันทั้งคู่”หญิงสาวผมทองอีกคนนึงยื่นหน้าเข้าใกล้พลางพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดังนักอย่างเอาเรื่อง สายตาก็ไม่วายเหยียดจิกไปทางซองมินที่น้ำตาเริ่มคลอ ได้แต่เอาผ้าเช็ดหน้าผืนนุ่มของตนซับไว้ตรงผิวขาวที่เริ่มแดงเพราะความร้อน

“เธอนี่มัน...” ฝ่ามือบางยกขึ้นหวังวาดลงมือใบหน้าที่ยื่นเข้ามานั่น แต่กลับมีเสียงดังของคิบอมตวาดลั่นขึ้น

“ดงเฮ!!! จะทำอะไรน่ะ”

60%


ห้านาทีก่อนหน้า สองหนุ่มร่างสูงที่พากันออกมาหลังร้านโดยไม่รู้ว่าเรื่องราวกำลังจะเกิดขึ้น คยูฮยอนเป็นฝ่ายเอ่ยเสียงขึ้นก่อน

“เชฟครับ ผมอยากคุยกับเชฟเรื่องซองมิน”

“หึ ว่าไงล่ะ” คิบอมยิ้มน้อยๆเขาเองรู้ว่าซองมินกับคยูฮยอนน่าจะเป็นมากกว่าเพื่อนกัน แต่เขาเองก็แค่เป็นคนเจ้าชู้เห็นคนน่ารักไม่ได้ ท่าทางว่าคุณชายจะคิดมากซะแล้ว

“คือ...” คยูฮยอนตั้งใจมากอยากคุยให้รู้เรื่อง ไม่อยากให้คิบอมมาคอยหยอกล้อร่างอวบของตนอย่างนั้น แต่ก็เอ่ยไม่ได้เต็มปากเพราะสถานะที่ไม่ชัดเจน

น่าสนุกดีเหมือนกัน ท่าทางอ้ำๆอึ้งๆอย่างนี้ ยังไม่ได้เป็นอะไรกันแน่ ลองแกล้งดูซักหน่อยละกัน

 

“เอาล่ะครับคุณชาย ผมรู้ว่าคุณชายหึงผมกับซองมินใช่มั้ยล่ะ”

“อะ เอ่อครับ” ต้องยอมรับซิน่ะ ว่าเรา หึง น่ะ

“หึหึ ไม่ต้องห่วงครับ ผมมันเป็นพวกเจ้าชู้ในสายเลือด เห็นซองมินน่ารักผมก็เลยห้ามใจไม่เข้าไปยุ่งไม่ได้น่ะซิ ไม่ต้องห่วงน้ะครับ ผมไม่แย่งของๆใครอยู่แล้วเสียชื่อคิมคิบอมหมด แต่ว่าถ้าซองมินยังไม่ได้เป็นคนรักของใครผมอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้”

เสียงทุ้มเอ่ยติดยียวนในตอนท้ายทำเอาคยูฮยอนร้อนใจ แต่กลับมีเสียงลั่นจากในร้านดังออกมาเรียกความสนใจไปเสียก่อนทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วจึงรีบหมุนตัวกลับเข้าภายในร้านทันที

.

.

“ดงเฮ!!! จะทำอะไรน่ะ”

มือเรียวยั้งฝ่ามือนั้นไว้หันไปมองสองหนุ่มที่กลับเข้ามา คิบอมสาวเท้าเข้ามาลดมือบางนั้นลง

“เกิดอะไรขี้น ทำไมต้องลงไม้ลงมือกันด้วย” คิบอมถามเสียงกรุ่นโกรธ

“ก็ยัยสองคนนี่น่ะซิ เอาน้ำร้อนมาสาดใส่ฉันกับซองมินเฉยเลย” คยูฮยอนที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปหาซองมินทันที ร่างอวบน้ำตาหยดใส่แก้มนวลให้เห็น ใจดวงโตก็เจ็บแปลบ มือหนายกขึ้นไล้น้ำตาออกเบาๆ

“คยู ฮือ เจ็บอ่าาา”

“ไม่เป็นไรน้ะ มา ไปทำแผลกัน” คยูฮยอนบอกให้คิบอมเป็นคนสะสางเรื่องได้เลย ส่วนตนเองพาซองมินขึ้นไปบนชั้นสามของร้านที่ซึ่งเป็นเหมือนห้องพักส่วนตัวของเขาเอง

 

“พวกเราไม่ได้ตั้งใจน้ะคะ คุณเชฟ”

“ใช่ค่ะ มือเราบังเอิญปัดไปโดน ขอโทษพี่เขาแล้ว แต่พี่เขาก็ยังโกรธอยู่น่ะคะ” สองสาวมัธยมรีบแก้ตัวด้วยท่าทีหงอๆ คนหนึ่งรีบเข้าไปเกาะแขนคิบอม แถมให้เป็นพิเศษด้วยการเอาหน้าอกหน้าใจที่ไม่ได้ใหญ่อะไรมากมายเบียดไปที่ต้นแขนหนา

“เสแสร้ง” ดงเฮทนไม่ไหวกับท่าทางน่ารังเกียจของสองสาวจนต้องว่าออกมา

“ดงเฮ จริงรึเปล่าน่ะ”

“จริง ยัยพวกนี้ขอโทษแล้ว แต่มันตั้งใจสาดน้ำใส่เราต่า....”

“พอได้แล้ว นายจะเอาอะไรมาก น้องเขาก็ขอโทษแล้ว พอเถอะ น้องๆก็กลับบ้านไปเถอะคราวหน้าก็ระวังด้วย เชิญครับ”

เรียกง่ายๆว่าเอ่ยไล่อย่างสุภาพ เสียงหวานอยากเอ่ยอธิบายต่อ แต่ร่างสูงกลับมีท่าทีรำคาญและตัดบทให้เรื่องจบ สองสาวตัวร้ายแอบยกยิ้มเย้าะส่งให้ดงเฮและพากันเดินออกนอกร้านไป

“นี่คิบอม นายไม่รู้หรอกว่ายัยสองคนนั้นพูดว่ายังไงบ้างน่ะ”

“พอเลยน้ะ ฉันไม่อยากฟังแล้ว เรื่องก็จบแล้วนี่” หันมาพูดแค่นั้นแล้วเดินหนีเข้าในครัวทันที ร่างบางทนไม่ไหวต้องตามเข้าไปส่วนในของร้านที่หยุดการอบขนมของวันไปแล้ว

“คิมคิบอม มาคุยกันก่อน นายเข้าใจผิดน้ะ ยัยสองคนนั้นมันเล็งนายกับคุณคยูไว้ แล้วมาบอกว่าฉันกับซองมินออดอ้อนพวกนายน่ะ ตั้งใจกันชัดๆอยากจะอ่อยนายกันแล้วมาอิจฉาพวกฉันน่ะสิ” ดงเฮเล่าความจริงด้วยอารมณ์โกรธ คิบอมฟังดูแล้วเหมือนร่างบางจะเป็นฝ่ายหมั่นไส้เด็กมัธยมนั่นมากกว่าเสียด้วยซ้ำไป

“พอเถอะ ดงเฮ ฉันไม่สนหรอกน้ะว่าใครสนใคร ใครอิจฉาใคร แต่นายเป็นผู้ใหญ่ควรจะเก็บอารมณ์โกรธไว้บ้าง”

“นะ นายไม่เห็นนิ ว่ายัยสองคนนั้นทำยังไงกับเราน่ะ แล้วไหนจะมายั่วนายอีก เอาหน้าอกเข้าเบียดอย่างนั้นจะเรียกว่าอะไรได้นอกจาก อ่อย น่ะหะ”

ความเจ็บปวดแผลที่มือบางเริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อนานหลายนาทีแล้วยังไม่ได้รับการพยาบาลแต่ความเจ็บใดจะเท่ากับคำพูดแสนโหดร้ายของคนที่ตนรัก

 

“ลีดงเฮ นายหึงฉันรึไง อย่าลืมสิเราไม่ได้เป็นอะไรกันเพราะฉะนั้นนายไม่มีสิทธิ์อะไรมาหึงฉัน”

 

ร่างสูงทิ้งคำพูดทำร้ายหัวใจร่างบางไว้แล้วจากไป ทิ้งให้ดงเฮยืนซับรสชาติความเจ็บนั้น ที่เจ็บยิ่งกว่าบาดแผลที่มือเพราะแสบร้อน มือบางกำแน่น กับดวงตาที่พัดพาเอาหยาดน้ำใสค่อยๆไหลผ่านประดวงแก้ม...ทรมานราวกับเอาน้ำร้อนราดรดลงกลางหัวใจแทน

 

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._

 

            “เป็นยังไงบ้างหายแสบลงบ้างรึยัง”

มือหนาป้ายยาจากหลอดแล้วถูลงเบาๆบนเนื้อนวลอย่างแผ่วเบากลัวว่าซองมินจะยิ่งเจ็บมากขึ้น เจ้าตัวเองที่ตอนนี้น้ำตาเริ่มแห้งเหือดจากใบหน้าแล้ว ก็พยักหน้ารับกับคำถามนั้น ทั้งสองคนนั่งอยู่บนเตียงกว้างสีอ่อนในห้องที่มีเนื้อที่ไม่มากนัก และเฟอร์นิเจอร์ก็มีเท่าที่จำเป็น เพราะไม่คิดว่าเขาจะต้องพาใครขึ้นมา

“แล้วทำยังไงถึงได้โดนขนาดนี้เนี่ย”

“ก็เด็กสองคนนั้นบอกว่าคุณดงเฮชอบออดอ้อน ส่วนฉันก็ทำแอ๊บแบ้ว ไม่น่ารักน่ะ”

“พูดว่านายกับคุณดงเฮอย่างนี้เหรอเนี่ย” ไม่รู้ว่าเชฟจะเคลียร์เรียบร้อยมั้ยน้ะ ทำน้ำร้อนๆสาดมาโดนอย่างนี้ไม่พอ ยังมาว่าซองมินอย่างนี้ มันน่ากลับไปจัดการด้วยตัวเองจริงๆ

“คยู....ฉันทำตัวไม่น่ารักเหรอ ฉันไม่ได้ทำแอ๊บแบ้วซักหน่อยน้ะ”

“น่ารัก นายน่ารักซิ”

“ฉันน่ารัก งั้นคยูหายงอนฉันน้ะ ฉันเจ็บด้วยเนี่ย” คนน่ารักที่ยังไม่ลืมง้อคนต้องโกรธอีกครั้ง ทำปากแหลมชึ้ไปที่ข้อมือตนเองในมือหนาที่ยังกุมไว้แม้จะทายาและพันผ้าก๊อตให้เรียบร้อยแล้ว

“หึหึ ไม่ได้โกรธหรอก แค่....” แล้วเสียงทุ้มก็ต้องหยุดไปเพราะปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนจากพาทิซิเย่ประจำร้านให้เขา

 

ถ้าซองมินยังไม่ได้เป็นคนรักของใครผมอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

 

ประโยคสุดท้ายของคิบอมที่ดังก้องในหูจนคยูฮยอนเผลอบีบมือที่ถูกพันไว้ด้วยผ้าขาวนุ่มจนแน่น

“อะ โอ้ย คยูเจ็บน้ะ”

“ซองมิน...นายชอบเชฟคิมรึเปล่า” ยังคงไม่คลายแรงมือที่กุมไว้ ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าหวานอย่างมาดมั่นเอ่ยเสียงชัด ต่างกับคนฟังที่เงียบเสียงไป

“.......”

“ว่าไงล่ะ นายชอบเขารึเปล่า” ร่างสูงยังคงถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเข้ม แต่มือนุ่มที่เขากุมอยู่กลับเริ่มสั่น ใบหน้าหวานเริ่มแบะเอาหยาดน้ำใสผลัดกันไหลออกมา

“ฮึก ฮึก ฮือออ” ซองมินร้องไห้สะอื้นน้อยๆอย่างน่าสงสาร ทำให้คนมองร้อนใจ

!!! ซองมิน ร้องไห้ทำไมน่ะ”

“ก็ ฮึก ฉันนึกว่า...นะ นายจะรักฉัน ฮึก...ฉะ ฉันจะรักนาย...ระ เราจะรักกัน ฮึก ไม่ใช่เหรอ...ทำไม ฮึก ฮือ นายถามอย่างนี้ล่ะ ฮือออ”

เสียงร้องไห้คลอสะอื้นปนน้ำคำอย่างนี้ที่ฟังแล้วรู้สึกคุ้นๆเพราะเหตุการณ์ประมาณนี้มันเคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อครั้ง...จูบแรกของพวกเขาทั้งสอง

คยูฮยอนยกยิ้มกว้างทันที เขาไม่ได้คิดไปเองคนเดียว หากจูบแรกเกิดขึ้นแล้วเพราะเพียงความรู้สึกมันบอกในตอนนั้น เขาแค่รู้สึกว่าอยากจะปลอบโยน ไม่อยากให้ เสียใจหรือเสียน้ำตา อยากจะแนบกลีบปากบาง นั้นให้แห้งเหือดจากหยดน้ำตา ตอนนี้ก็เช่นเดียวกัน คงไม่มีคำไหนจะให้ความหมายของความรู้สึกนี้ได้เท่ากับคำว่า....

รัก

.

“....รัก ฉันรักนาย ซองมิน”

 

มือหนากระชากตัวเอาอ้อมกอดแกร่งมอบให้คนที่ยังสะอื้นฮักอยู่ แล้วเอ่ยเสียงเข้มชัดถึงหัวใจ พาให้ดวงตาใสของคนฟังเบิกกว้างกับเสียงที่ดังอยู่ข้างหู ความรู้สึกดีใจตีล้นขึ้นจนดันให้น้ำตายิ่งไหลออกมา มือนุ่มยกขึ้นกอดร่างหนาตอบแล้วเอ่ยด้วยเสียงอู้อี้อยู่ที่อกหนา

“ฮึก...ฉันก็รักคยู”

ประโยคที่อาจฟังไม่ชัดหากไม่ใช่คนที่แย้มยิ้มกว้างยิ่งกว่าสิ่งใดอยู่ตอนนี้ คยูฮยอนกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น แต่น้ำตาหยาดใสยังคงหล่นลงสู่เสื้อเชิ้ตสีขาวของร่างสูงอยู่

“นี่ จะร้องจนเสื้อฉันเปียกทั้งตัวเลยรึไงหือ”

“เปล่าสักหน่อย ก็มันดีใจนี่นา” ดวงหน้าหวานยังกดอยู่ที่อกกว้างจนมองไม่เห็นหน้าหวานแต่คงไม่พ้นมีสีแดงระเรื่อน่ามองแน่นอน

 

“นี่ซองมิน ตอนนี้เราเป็นคนรักกันแล้ว เพราะฉะนั้นนายต้องหลีกเลี่ยงผู้ชายคนอื่นที่เข้าหานายให้หมดเลยน้ะ”

“คะ ใคร ฮึก เหรอ” ซองมินเงยใบที่หยาดน้ำหยุดตัวลงแล้วเหลือเพียงลมหายใจที่ยังคงไม่เข้าที่เท่านั้นขึ้นมองแฟนหมาดๆของตนเอง

“กะ ก็ทุกคนนั้นแหละ” ซองมินพยักหัวกลมรับป๊อกๆด้วยรอยยิ้มหวาน

“เฮ้อ ดูซิตาแดงหมดแล้ว” มือหนายกขึ้นลูบที่ใบหน้านวลอย่างแผ่วเบา สายตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมใส สองสายตาสบประสานกัน ราวกับมีแรงประหลาดดึงให้ใบหน้าคมเคลื่อนที่เข้าใกล้ แนบริมฝีปากร้อนลงประทับ เปลือกตาขาวเนียนหรี่ลงรับรสจูบที่อีกฝ่ายมอบให้ กลิ่นหอมของซองมินยิ่งดึงให้ร่างสูงไม่อยากผละออก จากจูบคราแรกแค่ประทับกลับแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้น คยูฮยอนดุนดันริมฝีปากตนเองเข้าแนบแน่นขึ้น ช้อนมือหนาไว้ที่ท้ายทอยเล็กปรับองศาใบหน้าให้รับรสหวานล้ำอย่างเต็มที่ มือหนาข้างหนึ่งที่วางทาบอยู่ตรงสะโพกนุ่มเริ่มลูบวน จนร่างอวบตกใจเผลอเปิดปล่อยเสียงหวาน ร่างสูงจึงไม่รอช้าที่จะส่งลิ้นร้อนเข้าฉกชิงความหวานภายใน

กระต่ายตัวอวบกำลังมึนเมาในรสจูบที่หนักหน่วงก็ถูกโน้มตัวราบลงบนผ้าปูที่นอนเนื้อนุ่ม แล้วทาบทับด้วยร่างหนาของคยูฮยอน ลิ้นเล็กถูกสะกิดโดยลิ้นหนาให้โต้ตอบผลัดกันรุกรับอย่างนุ่มนวล แต่ปากหนาก็ต้องถอนจูบออกเมื่อคนถูกสอนจูบเริ่มหมดอากาศหายใจ

ร่างสูงจ้องมองภาพน่าหลงใหลที่ปรากฏให้เห็น ริมฝีปากแดงฉ่ำบวมเจ่อ กับเรือนร่างอวบที่นอนหอบหายใจเบาๆ คยูฮยอนทนไม่ไหวกดจูบที่ปากบวมเจ่ออีกครั้งเพียงนิดเดียวแล้วผละออกมา เนื้อตัวที่นุ่มนิ่มน่ากอดบวกกับกลิ่นหอมระรุนของซองมิน ยิ่งกระตุ้นให้คยูฮยอนก้มหน้าซุกไซร้ซอกคอขาวนวลอย่างหลงใหล ขบเม้มเอาสีจากภายในผิวเนื้อขาวขึ้นสาดเป็นรอยหวาน มือหนายกขึ้นดันกระดุมออกจากหลุมบนเสื้อตัวเล็กของซองมินออก เผยให้เห็นเม็ดยอดสีเข้มน่าประทับริมฝีปากลงไปลิ้มรส แต่......

 

##พ่อจ๋าโทรมา รับโทรศัพท์ด้วยจ้ะ##พ่อจ๋าโทรมารับโทรศัพท์ด้วยจ้ะ##

 

            เสียงเรียกเข้าเฉพาะของมือถือเครื่องเล็กที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงซองมินดังขึ้นทำเอาร่างสูงชะงักกึก คยูฮยอนจำต้องลุกออกมาจากสภาพที่เรียกว่าคร่อมอีกฝ่ายอยู่ แล้วลุกขี้นนั่งตรงขอบเตียงนุ่มเสยผมไปทางหลัง โดยที่ไม่รู้ว่าจากเหตุผลไหนระหว่างเสียดาย หงุดหงิด หรืออย่างต้อง...ข่มอารมณ์

ต่างกับเจ้ากระต่ายตัวอวบลุกขึ้นนั่งด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงแทบจะชัดเท่ากับรอยตรงซอกคอขาว แต่เสียงโทรศัพท์ก็ยังส่งเสียงไม่หยุด มืออวบสั่นระริกเพราะแรงอารมณ์คว้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นกดรับ

“ฮ ฮะพ่อ....ฮะได้ฮะ..ซองมินกลับเลยได้ฮะ...ฮะเจอกันที่บ้านฮะ”

“......”

“คะ คยู พ่อโทรมาถามว่าทำไมยังไม่กลับบ้านน่ะ” ร่างอวบบอกเสียงเบาๆให้คนที่นั่งหันหลังให้ ดูไม่ออกเลยว่าอีกฝ่ายอยู่ในอารมณ์แบบไหน แต่คยูฮยอนก็หันกลับมายิ้มรับแล้วยกมือขึ้นเก็บเอากระดุมเสื้อที่ตัวเองเพิ่งเอาออกจากหลุมกลับเข้าที่ตามเดิม แม้จะเสียดายที่ไม่ได้สานต่อ แต่ดีใจมากกว่า เพราะเขารู้ว่าซองมินก็คงยังไม่พร้อม และเขาเองก็ ไม่อยากให้กระต่ายตัวน้อยของเขาต้องลุกไม่ขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ตกลงเป็นแฟนกันหรอกน้ะ

“มาเถอะ ผมไปส่งที่บ้าน” ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนายังกุมมือนุ่มไว้แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้า มืออีกข้างที่ว่างของซองมินก็ยกขึ้นกำเสื้อร่างสูงแล้วกดใบหน้าลงบนอกแกร่งเอื้อนเอ่ยวาจาสั้นๆแต่เรียกรอยยิ้มให้ร่างสูงได้เป็นอย่างดีว่า....

“เขินอ่ะ >////<

 

TBC

_.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._.Flip Love._.~;*’¯’*;~._.~;*’¯’*;~._



"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

คยูมินลงเอยแล้ว คิคิ หนูมินน่ารักเกิ้นนนนนน >////<

ตอนหน้า !!!! วอนฮยอกมาบ้าง คึคึ

ขอบคุณ คอมเม้นท์นะคะ ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,942 ความคิดเห็น

  1. #1941 Modchaya_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 22:01
    คยูมินหวานมากกก 

    คิบอมใจร้ายกับทงเฮมาก



    #1,941
    0
  2. #1902 HyukJewel (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 15:26
    บอมเฬวอ่ะ ทำไมไม่ฟังหมวยยยยยยย
    #1,902
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #1560 MayChuly (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2556 / 00:24
    คยูมินเป็นแฟนกันแล้วววว เย้ๆๆ ^^

    ทำไมบอมต้องพูดทำร้ายจิตใจด๊องด้วยอ่ะ ทำไมอ่ะ 
    #1,560
    0
  5. #1503 PooNGPaaNG (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 21:22
    น้องมินเขิน  น้องคนอ่านก็เขินน >////////////////////<  
    #1,503
    0
  6. #1367 Kimployploy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มกราคม 2556 / 00:52
    อ๊ายยยยยยยยยยยยย
    เกือบแล้ว ๆ คุณพ่อช่วยชีวิตหนูมินสินะ คิคิ
    #1,367
    0
  7. #1274 Redberrylips (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2555 / 19:57
    โอ้ย สรุปมีเเต่คยูมินใช่มะที่แฮปปี้ บอมก็นะ ทำร้ายหมวยเกินไปป้ะ พูดเเรง ฮยอกแจนิสัยดีจัง เป้นคนดี น่ารักมากเลย 
    #1,274
    0
  8. #1261 gonjung (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2555 / 00:52
    คยูปลอบมินได้น่ารักมาก แถมดูแลอย่างดี

    แต่อิตาคิมคิทำไมทำร้ายจิตใจหมวยขนาดนี้กันนะ

    น่าสงสารหมวยจังเลยอ่ะ

    ส่วนฮยอกก้เป้นคนดีน่ารักจริงๆ
    #1,261
    0
  9. #1239 luvkyumin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2555 / 23:27
    คยูมินหวานมากกก
    มินน่ารักสุดๆ
    #1,239
    0
  10. #1204 Mind-myy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 10:28
    บอมใจร้าย  เชอะ!!!!!!!
    #1,204
    0
  11. #1194 lllll (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 15:09
    บอม นายใจร้ายกับเฮมากไปแล้วนะ
    #1,194
    0
  12. #1138 ta-kom.sj (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2555 / 15:55
    คยูมินหวานไปแล้ว  -/-
    #1,138
    0
  13. #1015 Bïngchá~ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2555 / 21:47

    คิบอม! แกจะฟังด๊องก่อนไม่ได้หรือไง

    คนนิสัยไม่ดี

    คยูมินอ่าาาาา หวานกันอีกแล้วน๊

    ก้อน๊ะ มินนี่น่ารักนิเนอะ

    จัดวอนฮยอกด่วน ต้องการมากมาย

    #1,015
    0
  14. #920 kungking (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2555 / 08:51
    สงสารด๊องอ่ะ

    คยูมินก็หวานไม่เผื่อคิเฮบ้างเลย
    #920
    0
  15. #823 wonhyuk24hr. (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 07:56
    คยูมิน หวานเว่อร์อ่ะ>///<
    คิบอม ทำไมนิสัยอย่างนี้ ห๊า!!!
    #823
    0
  16. #797 Love My Oopa Kim kibum (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 เมษายน 2555 / 22:08
     คยูมินน่ารักกกกกกก><
    สงสารด็องอ่าาา
    #797
    0
  17. #762 iamtsubame (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 เมษายน 2555 / 19:11
    ไม่คุ้นกับฮีนิมเวอร์ชั่นหวานๆแบบนี้เลย อ่านแล้วจั๊กกะดึ๋ย~~5555

    .

    .

    ฮยอกจะนางฟ้าไปไหนอ่า.....ดีเกิ๊น.....เฮ้อ.....

    #762
    0
  18. #661 ผู้ชาย_ xมายเลข 89!! # (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2555 / 02:21
    หนูมินน่าร๊ากกที่สวด เขินอ่ะ >///<

    พี่บวมชั้นเริ่มจะไม่ชอบแก

    เหมือนที่ไม่ชอบซีวอนแล้วนะ
    #661
    0
  19. #635 geejajaa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 20:16
    ยังสงสารด๊องอ่ะ เฮ้อบอมเอ๊ยทำร้ายด๊องทั้งกายและจิตใจเลยนะเนี๊ยะ

    ด๊องคะอดทนไว้นะ อดทนรอวันบอมจะรู้ใจตัวเองนะ

    สุดท้ายจุดพลุฉลองให้คยูมิน!!!
    #635
    0
  20. #624 love_kihae (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มีนาคม 2555 / 16:52
    คยูมินน่าัรกจังงง *เพ้อ* ^0^//
    #624
    0
  21. #605 Chohyukice (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2555 / 11:43
    ง่า..=3= เซ็งเลยพ่อจ๋าโทรมา คยูมินเกือบ อึ้บ กันแล้ว ><
    ซินฮยอก(?) น่ารักอ่ะ เหมือนพี่น้องแท้ๆคุยกัน XD
    #605
    0
  22. #503 Ae_Pu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 / 01:30
    เรื่องนี้คยูมินน่ารักไม่มีใครเกิน อิอิ

    อิบอมทำไมพูดแบบนั้นอะ สงสารด๊อง
    #503
    0
  23. #477 JJ_loveSj08 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:01
    อ่าาาาาาาาาา คยูมิน สวิทอีกแล้ว



    บอมแกพูดแบบนั้นกับดงแฮได้ไง



    สงสารปลาน้อยง่ะ
    #477
    0
  24. #470 kuryu-kohei (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:50
    คิมคิ อีกแล้วนะๆ เรื่องไหนๆก็เป็นแบบนี้ทุกทีไป ฮึ่ยยยย...

    คยูเธอมาแรงอีกแล้วท่านผู้ชม นี่เพิ่งบอกรักก็จะกดมินแล้วเหรอเนี่ย ไม่ไหวๆ

    ฮยอกแจดูเปราะบางเหลือเกิน นี่ถ้ารู้ว่าวอนมาแบบมีอะไรแอบแฝง เฮ้อ ไม่อยากจะนึก
    #470
    0
  25. #433 por (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:32
    บอมพูดจาทำร้ายจิตใจเฮจัง

    ในที่สุดคยูมินก็ใจตรงกันซักที
    #433
    0