เซเรน องค์หญิงแห่งโลกปีศาจ

ตอนที่ 9 : งานแต่งแบบสายฟ้าแลบขององค์หญิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 มี.ค. 55

  “ท่านคิดจะทำอะไรของท่านกันแน่ ท่านพ่อ”เซเรนคาดคั้นบิดาตน หลังจากที่งานเลี้ยงเลิกไปได้ไม่นาน เสียงที่แสดงถึงอารมณ์ขุ่นมัว สะท้อนก้องในห้องทำงานของราชาปีศาจ
 
หากแต่ผู้ที่ถูกคาดคั้นยังคงทำเป็นนิ่งเฉย ไม่สนใจ นั่งพับกระดาษม้วนแล้วม้วนเล่า หย่อนลงโถแก้วใบหนึ่ง ซึ่งปฏิกิริยาเช่นนี้ไปกระตุ้นรังสีอำมหิตของเซเรนไม่น้อย แม้แต่ทหารที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูห้องยังรับรู้ได้ แต่คนที่อยู่ข้างในนี่สิ ยังไม่มีอาการสะทกสะท้านใดๆ

“ท่านพ่อ เลิกพับกระดาษสักทีเถอะ แล้วตอบคำถามข้ามา”เซเรนปัดโถแก้วที่ใส่กระดาษพับของผู้เป็นพ่อทิ้ง จนโถที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย ตกกระทบพื้นแตกเป็นเสี่ยงๆ ราชาปีศาจมองตามโถใบนั้นด้วยท่าทางเสียดาย ก่อนจะหันมาหยุดที่มือขอนาง แล้วคลี่ยิ้มออกมาน้อยๆอย่างพอใจ

“พ่อรู้ ว่าเจ้าหมายถึงอะไร แต่ว่านะเซเรนพ่ออยากให้รู้ว่าเรื่องที่พ่อทำวันนี้เพื่อตัวเจ้าเอง”ราชาปีศาจว่า ขณะที่เอากระดาษที่อยู่ใต้ฝ่ามือของบุตรสาวออกมาดู

“ทำเพื่อข้า? ไอ้การที่จะยกข้าให้ไปแต่งกับปีศาจตนอื่นที่ข้าไม่รู้จัก โดยที่ไม่ถามความเห็นของข้าซักคำน่ะเหรอ ถ้าท่านจะทำเพื่อข้าจริง ทำไมท่านไม่ให้ข้าออกไปตามหาซาเร็นที่นอกวังล่ะ ข้าคิดถึงพี่ชายนะท่านพ่อ”เซเรนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอ เมื่อนึกถึงพี่ชายที่เธอสนิทด้วย พี่ชายที่ค่อยอยู่เป็นเพื่อนเธอเวลาที่เธอเหงา
“พ่อรู้เซเรน พ่อเองก็คิดถึงพี่ชายเจ้าเช่นกัน แต่เจ้าจะให้พ่อทำไงล่ะ พ่อให้เจ้าออกไปพ้นอณาเขตวังไม่ได้ มันอันตรายเกิน”ราชาปีศาจพูดเสียงอ่อนลง พลางเขียนอะไรบางอย่างลงกระดาษ

“เฮอะ ข้าเป็นถึงองค์หญิงนะ เป็นเชื้อพระวงศ์ เป็นลูกหลานของผู้ปกครองโลกปีศาจใบนี้ ถ้าท่านกลัวว่าการออกไปนอกรั้ววังจะเป็นอันตรายกับข้างั้นท่านก็ให้ทหารสักกองไปกับข้าสิท่านพ่อ”เซเรนอ้าง

“พ่อบอกแล้วไงเซเรน เรื่องบางอย่างของเชื้อพระวงศ์ไม่ควรให้คนนอกรับรู้ ไม่ว่าจะประชาชน ทหาร หรือข้ารับใช้คนสนิทก็รู้ไม่ได้ แค่การตามหาซาเร็นในเขตวังของเจ้า เจ้ารู้บ้างไหมว่าทำให้พี่ชายอีกสิบเอ็ดคนของเจ้าต้องมีงานเพิ่มขึ้น ไหนจะต้องดูแลงานที่พ่อมอบหมายไปให้ ไหนจะต้องคอยมาปลอบเจ้า แล้วยังต้องคอยกลบเกลือนการกระทำของเจ้าเพื่อปกปิดเหล่าข้ารับใช้ที่อยู่ในวังด้วย แล้วเจ้าจะให้พ่อไปบอกกับเหล่าทหารกล้าที่จะไปกับเจ้า ว่า องค์หญิงอยากไปเที่ยวเล่นข้างนอก แล้วอาจบังเอิญเจอกับองค์ชายสิบสองที่เอาแต่นอนป่วยอยู่ในห้องที่ข้างนอก แล้วจึงได้กลับวังพร้อมกัน งั้นเหรอ”ราชาปีศาจมองกน้าลูกสาวอย่างตำหนิ ประหนึ่งว่านางจะทำอะไรไม่เคยนึกถึงผลที่ตามมาเลยสักครั้ง พอเห็นสีหน้าสำนึกผิดของเรเซนเขาก็ยิ้มร่าขึ้นมาทันที

“เพราะงี้ไงเซเรน พ่อถึงได้หาคู่ครองให้เจ้า แม้ว่าเจ้าจะไม่เต็มใจก็ตาม เพราะถ้าเป็นสามีของเจ้าร่วมทางไปด้วยคงไม่มีใครสงสัยแน่ ถึงซะว่าออกไปฮันนีมูนไปในตัวละกัน เนอะ เอาล่ะ พ่อได้ชื่อของเจ้าบ่าวลูกมาแล้ว คงต้องส่งบริวารไปรับซะหน่อย อ้อ ชื่อนี้เจ้าเป็นผู้เลือกเองนะเซเรน ดังนั้นจะมาว่าพ่อบังคับเจ้าไม่ได้ด้วย”พูดจบราชาปีศาจก็ไม่ปล่อยโอกาสที่เซเรนยังยืนเหวอกับข้อสรุปที่เหมือนจะมีเหตุผลของเขา เดินออกจากห้องทำงานตน ทันที

ราชาปีศาจออกไปไม่นาน เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองก็ดังขึ้นจากในห้องทำงาน ทหารปีศาจที่เฝ้าอยู่หน้าประตูที่ได้รับการฝึกประสาทหูมาอย่างดีเยี่ยมที่ได้ยินแม้แต่ฝีเท้าของเผ่าแมว ที่ปีศาจทั้งโลกยอมรับว่าเบาจนไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวใดๆเลย ถึงกับสลบเนื่องด้วยได้รับข้อมูลเสียงเข้าสู่สมองมากเกินความสามารถที่จะทนได้



งานแต่งงานขององค์หญิงถูกจัดขึ้นแบบเรียบง่าย เหล่าปีศาจจำนวนมากมายต่างอยากเห็นผู้ที่เป็นราชบุตรเขยเพียงหนึ่งเดียวของราชาปีศาจ

“ไม่ๆๆๆๆๆ ข้าไม่แต่ง ไม่เด็ดขาด พวกท่านพี่ทำอะไรสักอย่างสิ จะให้ข้าแต่งกับปีศาจที่ไม่รู้จักเหรอ”เซเรนทำท่าเหมือนจะร้องไห้แต่พี่ชายที่เหลือยู่สิบคนไม่รู้จะทำเช่นไรดี แม้แต่พี่ชายคนโตที่เป็นถึงรัชทายาทบุกเข้าไปขอร้องผู้เป็นบิดาเรื่องงานแต่งงานของน้องสาว ยังโดนท่านพ่อจับขังอยู่ที่ห้องตัวเองเลย แถมยังร่ายเวทกำกับกันพี่คนโตพังประตูออกมาทำลายพิธีอีก

“เอ่อ...”พี่ชายที่เหลือทั้งสิบเอ็ดคนที่รู้จะปลอบใจนางยังไงดี ต่างก็คิดว่าหากซาเร็นอยู่ด้วยคงจะดีไม่น้อย เพราะอย่างน้อยท่านพ่อก็เอ็นดูน้องชายคนสุดท้องที่สุด ซึ่งเรื่องนี้เหล่าพี่ชายที่เหลือก็ได้แต่คิดหาเหตุผลว่าทำไมท่านพ่อถึงไม่ยกต่ำแหน่งรัชทายาทให้ซาเร็นทั้งที่เอ็นดูเขามากกว่าบุตรชายคนใด แถมยังไม่มอบหมายงานอะไรให้ซาเร็นทำนอกจากอยู่เป็นเพื่อนน้องสาว

“องค์หญิงใกล้ได้เวลาแล้วเพคะ ฝ่าบาทให้คนนำชุดมาส่งแล้ว”ภูติจิ๋วสีฟ้าหอบชุดที่รุ่มร่ามสีดำที่ใหญ่กว่าตัวมันเข้ามา ก่อนไล่บรรดาองค์ชายที่มาขุดอยู่ห้องเจ้านายสาวออกไป

“ข้าไม่อยากใส่ ข้าไม่อยากแต่ง”เซเรนพูดอย่างอ่อนแรงก่อนมองไปที่ชุดเจ้าสาวที่บิดาส่งมาให้

“ท่านก็คิดซะว่านี่เป็นการแต่งกันเพียงในนาม เพื่อที่จะไปตามหาองค์ชายซาเร็นข้างนอกได้เถอะเพคะ”ภูตจิ๋วสีฟ้าปลอบใจ ทำให้เซเรนมองมันแปลกๆ เพราะร้อยวันพันปีเจ้ารับใช้ตัวจิ๋วนี่ไม่เคยจะพูดอะไรมีเหตุมีผลมาก่อน

“อย่ามองข้าเช่นนั้นองค์หญิง ข้าเพียงแค่แสดงความคิดเห็น ท่านเป็นถึงองค์หญิงสุดที่รักของราชาปีศาจและบรรดาองค์ชายปีศาจอีกสิบสองพระองค์ คิดหรือว่าต่อให้แต่งงานกันแล้ว ราชบุตรเขยจะกล้าขัดใจพระองค์ ท่านก็คิดซะว่านี่เป็นพิธีพันธสัญญาระหว่างเจ้านายกับทาสผู้ซื่อสัตย์ก็ได้นี่เพราะผู้ที่จะมาเป็นสามีของพระองค์ย่อมต้องติดตามพระองค์ไปตามหาองค์ชายซาเร็นทุกที่เช่นกัน เอาล่ะ ข้าพล่ามมามากแล้วเดี๋ยวจะเสียเวลา เชิญท่านรีบแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวข้าจะช่วย”ภูติจิ๋วชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูดตามบัญชาของราชาปีศาจ ซึ่งเซเรนก็เริ่มคล้อยตามด้วย

พิธีแต่งงานดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแล้วรวดเร็วเกินกว่าใครจะคาดคิดว่าหลังจากงานเลี้ยงฉลองที่องค์หญิงเติบโตได้ไม่นาน ก็เข้าพิธีแต่งงานกับปีศาจหนุ่มจากไหนก็ไม่รู้ที่ราชาปีศาจหามา เรื่องนี้ทำให้ทั้งสิบสองชนเผ่าว่างใจว่าจะต่อไปไม่ต้องคอยกังวนว่าวันไหนราชาปีศาจจะให้ส่งบุตรหลานหรือทายาทเข้าไปให้องค์หญิงเลือกคู่


หลังพิธีแต่งงานที่องค์หญิงต้องปั่นหน้ายิ้มอยู่ตลอดเวลาก็ต้องแทบช็อค เมื่อปีศาจที่นางแต่งด้วยช่างอาจหาญกล้าขัดใจนาง แถมยังถือดีว่าเป็นสามีของนางเลยไม่ยอมทำตามคำสั่งนางอีก

“เห็นท่านพ่อตาว่า ท่านอยากจะไปฮันนีมูนเลยหลังจากแต่งงาน ท่านก็ควรรีบนอนได้แล้ว พรุ่งนี้จะได้เดินทางกัน” ปีศาจหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาดุจภาพวาดซาตานพูดขึ้นพลางตบที่นอนอยู่ข้างๆตนเบาๆ แถมหาญกล้าเรียกราชาปีศาจว่าท่านพ่อตาได้อย่างเต็มปากเต็มคำไม่ขัดเขินนี่อีก มันทำให้เซเรนคิ้วแทบกระตุก

“เจ้าจะนอนก็ไปนอนที่อื่นเซ่ นี่ห้องข้าและนั่นที่เจ้านอนอยู่ก็เป็นเตียงของข้า เจ้ากล้าดียังไงมานอนข้างข้า”เซเรนหัวเสียกับเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมาย ทั้งยังหยิบหมอนจากเตียงปาใส่ผู้ที่เป็นสามีหมายจะไล่ให้ออกไปจากเตียง แต่ปีศาจหนุ่มกลับรับหมอนไว้ได้แล้วนำมันมาวางไว้ที่เดิม

“ช่วยไม่ได้ ท่านพ่อตาบอกให้ข้านอนที่ห้องนี้นี่นา อีกอย่างข้าป็นสามีท่านจะนอนข้างท่านก็ไม่แปลก”ปีศาจหนุ่มว่าหน้าตาเฉย

“เจ้ากล้าดียังไง มาพูดกับองค์หญิงเช่นนี้”ภูตจิ๋วที่รับใช้เซเรนมานานเข้าไปชี้หน้าว่าปีศาจหนุ่มอย่างเหลือทนแทนเจ้านาย

“เจ้าน่ะสิกล้าดียังไง ตอนนี้ข้าเป็นสามีขององค์หญิงของเจ้าก็เท่ากับว่าข้าเป็นเจ้านายเจ้าเช่นกัน ดังนั้นคืนแรกของสามีภรรยาควรอยู่ด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องมี กขค.อย่างเจ้า ออกไปได้แล้ว”ปีศาจหนุ่มพูดก่อนดีดภูติจิ๋วออกไปจากห้อง แล้วโบกมือไปกลางอากาศอีกครั้งประตูก็ล็อคกลอนลง เมื่อเห็นเซเรนมองมาอย่างไม่พอใจและหวาดระแวง เขาเลยแกล้งดึงนางลงมานอนบนเตียง แล้วใช้แขนข้างหนึ่งพาดกอดตัวนางไว้ให้นางนอนลง

“เจ้าจะทำอะไรน่ะ ปล่อยข้านะ”เซเรนมองหน้าปีศาจหนุ่มอย่างไม่ไว้ใจ พลางดันตัวเองออกจากอ้อมแขนของปีศาจหนุ่มอย่างสุดแรงแต่ไม่ได้ผล

“พรุ่งนี้เราต้องเดินทางไม่ใช่เหรอ ท่านควรนอนพักผ่อนได้แล้ว ไม่ต้องมองข้าเช่นนี้หรอก ข้าไม่ทำอะไรเด็กพึ่งโตแน่”ปีศาจหนุ่มพูดขึ้นอย่างเรียบๆ

“เจ้า!!”เซเรนตะโกนอย่างไม่พอใจที่ถูกเรียกว่าเด็กพึ่งโตทั้งยังดิ้นไม่ยอมปีศาจหนุ่มอีก

“ข้าชื่อราคีฟ ไม่ใช่เจ้า โปรดเรียนให้ถูกด้วยภรรยาข้า”ราคีฟว่า

“ใครเป็นภรรยาเจ้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ”เซเรนพยายามดิ้นให้แรงขึ้น เพื่อที่จะหลุดออกจากอ้อมแขนของราคีฟ

“ภรรยาข้าก็ท่านไง เราแต่งงานกันแล้ว ท่านก็เป็นภรรยาของข้า ส่วนข้าก็เป็นสามีท่าน ยุติธรรมดีออก ท่านเองก็นอนแล้วเลิกดิ้นได้แล้ว ข้าเหนื่อยแล้วไม่ต้องกลัวว่าจะทำอะไรท่านหรอก”ราคีฟยิ้มให้อย่างเป็นมิตรแล้วดึงตัวแรนมาใกล้ตัวเองเข้ามาอีก

“จะ..เจ้า!! บังอาจนัก ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ เจ้าบ้า..อุ๊บ”เสียงของเซเรนต้องเงียบลงไปในทันทีเมื่อราคีฟปิดปากนางด้วยจูบที่อาจหาญ นางพยายามดิ้นแล้วก็ทุบอกของเขาไปด้วยแต่ไม่เป็นผลเมื่อเขาเริ่มลุกล้ำริมฝีปากนางอย่างเหิมเกริม เมื่อไม่รู้จะสู้แรงปีศาจที่อยู่บ้าลุกขึ้นจูบนางอย่างไรดี น้ำตาก็เริ่มเอ่อล้น เสียงสะอื่นในลำคอก็เริ่มดังขึ้น ทำให้ราคีฟหยุดการกระทำอย่างฉับพลัน

เขาหยุดการแกล้งนางไว้ พลางนินิจมองใบหน้าที่หลับตานิ่งแต่มีหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาไม่ขาดสาย กับการกลั่นเสียงสะอื่นอย่างเต็มที่ของร่างบางที่เขากอดอยู่ ราคีฟเองก็ไม่รู้จะปลอบเช่นไรเพราะตอนแรกเขาแค่ต้องการให้นางเงียบแล้วนอน เลยไม่คิดว่าปฏิกิริยานางจะออกมาเช่นนี้ มือข้างหนึ่งของเขาปาดน้ำตาบนใบหน้านางออก สัมผัสของเขาทำให้นางตัวแข็งทื่อ พอมองเช่นนี้แล้วราคีฟก็คิดว่าร่างบางตรงหน้าก็มีส่วนน่ารักเช่นกัน เขากระชับกอดนางแน่นแล้วเอาคางพาดที่ลำคอนางหมายหยอกเย้าแล้วกระซิบปลอบโยนข้างหูนางอย่างแผ่วเบา

“ข้าไม่ทำอะไรท่านหรอก หากท่านยังไม่ต้องการ ดังนั้นคืนนี้นอนอย่างสบายใจได้เลย หลับเถอะนะองค์หญิง”

คำพูดที่เหมือนการร่ายมนต์ของราคีฟทำให้เซเรนเริ่มสงบลงได้และหลับลง เมื่อเห็นว่านางหลับแล้ว เขาเลยได้หลับบ้างสักที สามีขององค์หญิง ช่างเป็นหน้าที่ๆสาหัสยิ่งนัก ราชาปีศาจเองคงจะสนุกน่าดูที่สามารถแกล้งลูกสาวตัวเองได้เช่นนี้ แถมเขาก็รู้สึกเหมือนโดนลากเข้ามาพัวพันกับเรื่องสนุกของราชาปีศาจซะด้วยสิ เมื่อคิดเช่นนี้ราคีฟเองก็เหนื่อยใจจริงๆ ว่าเขาจะทนไม่แตะต้องเนื้อชิ้นงามที่อยู่ข้างๆไปได้นานซักแค่ไหนเชียว

.............................................................................................................

15 ความคิดเห็น

  1. #15 zenbongsakura (@zenbongsakura) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2556 / 20:39
    เนื้อเรื่องน่าสนใจมากๆค่ะ สนุกดี ว่าแต่องค์ชาย12หายไปไหนอ่าา - -?
    #15
    0