เซเรน องค์หญิงแห่งโลกปีศาจ

ตอนที่ 8 : งานเลี้ยงของปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ม.ค. 55

                 เช้าอันสดใสที่ไม่ว่าปีศาจตนไหนก็ต่างยินดีปรีดาในวันนี้กันทุกตน แน่ล่ะก็วันนี้มีงานฉลองให้กับองค์หญิงเพียงหนึ่งเดียวของโลกปีศาจ หลังราชาปีศาจประกาสว่านางโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงมีการจัดงงานเลี้ยงภายในวังปีศาจให้นางโดยเปิดให้เหล่าข้าราชบริพารและราษฏรเข้ามาร่วมงานเลี้ยงในวังได้ ในงานไม่มีเพียงราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวรรอบพระราชวังเท่านั้น บรรดาชนเผ่าปีศาจทั้งสิบสองชนเผ่าที่อยู่กระจัดกระจายออกใป ยังส่งตัวแทนและของขวัญทั้งหลายแหล่เข้ามาร่วมแสดงความยินดี และความจงรักภักดีอีกด้วย

                “ข้ารู้สึกว่าหมู่นี้พระองค์ทรงนอนนานขึ้นนะเพคะ”ภูตจิ๋วสีฟ้าว่าพลางยกอ่างล้างหน้าไปนายของตนที่กำลังลุกจากเตียงอย่างงัวเงีย

                “วันนี้เอะอะอะไรกันแต่เช้าเนี่ย”สาวสวยผู้มีศักดิ์เป็นองค์หญิงลุกขึ้นบิดขี้เกียจ อ้าปากหาววอดแล้วเดินสะเปะสะปะไปนั่งหน้ากระจก รับเอาอ่างน้ำจากข้ารับใช้ตัวจิ๋ว

                “ให้ตายเถอะ ท่านลืมแล้วหรือไง วันนี้ฝ่าบาททรงจัดงานฉลองให้ท่านนะเพคะ”ภูตจิ๋วสีฟ้าบอกขณะที่ยกหวีเงินที่ใหญ่กว่าตัวมันสองเท่า แล้วก็หนักกว่ามันอีกโขหวีผมให้ผู้เป็นนายอย่างชำนาญ

                “ฉลองให้ข้า? เนื่องในโอกาสอะไรอีกเนี่ย”เซเรนหน้านิ่วเมื่อต้องคิดว่าพ่อของเธอกำลังจะเล่นอะไรอีก ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอจะร่วมวงด้วยโดยที่ไม่ต้องมีใครบอก แต่พอมาตอนนี้ตั้งแต่เรื่องของพี่ชายคนที่สิบสองทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที ยังหาซาเร็นไม่พบ ร่องรอยอะไรก็ไม่มี หนังสือมากมายที่ไปเอามาอ่านจากหอสมุดก็ช่วยอะไรไม่ได้ ปีศาจตนหนึ่งที่เป็นถึงเชื้อพระวงษ์หายไปกลับไม่มีใครรับรู้หรือสังเกตุเห็น ไม่สามารถออกไปหาพี่ชายนอกพระราชวังไป ได้แต่วิ่งวนหาในวัง ทุกซอกทุกมุมก็ยังไม่เห็น ไม่ได้ต่างอะไรกับการวิ่งรอบต้นไม้ต้นหนึ่งไปเรื่อยๆ

                “องค์หญิงได้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วฝ่าบาทจึงจัดงานเลี้ยงขึ้นให้ ลืมแล้วเหรอเพคะ”ภูตจิ๋วสีฟ้ามองนายสาวผ่านกระจกอย่างชังใจ แล้วได้แต่ส่งสายตาให้ลับหลังอย่างเอื่อมระอาเมื่อเห็นสีหน้าที่บ่งบอกว่าลืมไปแล้วจริงๆของเจ้านาย

 

                “องค์หญิงเสด็จ....”เสียงอันดังลั่นของทหารที่ยืนอยู่หน้าประตูท้องพระโรงทำให้แขกเรื่อที่อยู่ข้างในหยุดเสียงจอแจ แล้วแวกทางให้เป็นทางเดินแกเจ้าของงาน เหล่าปีศาจมากหน้าหลายตาและหลากหลายสายพันธุ์ได้แต่จับจ้องสาวสวยในชุดกระโปรงยาวสีฟ้าที่พริ้วไหวไปตามทวงท่าที่ย่างก้าว คอเสื้อกว้างเผยไหล่ขาวที่เกลี้ยงเกลา ผมสีทองถูกปล่อยยาวสยายไปด้านหลังจรดสะโพก ใบหน้าถูกตกแต่งอย่างงดงาม ให้ดูสดใสน่ารัก ละข้างแก้มด้วยปอยผมเล็กน้อยอย่างลงตัว มงกุฎสีเงินที่ประดับด้วยอัญมณีสีดำอันเป็นสีแห่งราชวงศ์ปีศาจ ขับรัศมีให้ผู้สวมใส่ดูมีอำนาจน่าเกรงขาม ไม่มีสายตาคู่ใดละสายตาจากร่างนี้ได้ ไม่มีสายตาคู่ใดที่บังอาจสบตาเจ้าของร่างนี้ ทุกย่างก้าวที่นางเดินเกือบทำให้ปีศาจที่นางเดินผ่านต้องหยุดหายใจ บารมี อำนาจ ความหน้าเกรงขาม แผ่ออกมาจากร่างงามอย่างเป็นธรรมชาติ บรรยายที่ทั้งดุดันและนุ่มนวลปกคลุมรอบกายนางอย่างลงตัว แม้แต่ราชาผู้ประทับอยู่บนบังลังก์ทองยังอดชื่นชมบุตรของตนในใจไม่ได้

                นางช่างเหมือนแม่ยิ่งนัก

                “จะจ้องข้าอีกนานไหม”เสียงหวานดังก้องแทบจะสั่นคลอนตัววังแม้ผู้พูดจะพูดอย่างเนิบนาบธรรมดาแต่กลับดังสนั่นราวฟ้าพิโรธ เหล่าปีศาจที่เอาแต่จับจ้องร่างบางอย่างต้องมนต์ถึงกับสะดุง พลันรู้สึกตัวว่าร่างนั้นได้ไปประทับในที่ๆสมควรแล้ว

                “ดูสิลูกสาวข้า นางโตเป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้แล้วเหรอ หรือพวกท่านว่าไง”ราชาปีศาจเอ่ยอย่างทีเล่นทีจิงเพื่อทำลายบรรยายกาศชวนหยุดหายใจเมื่อครู่ ผู้เป็นราชาเองก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าบุตรสาว พระองค์อยู่ในชุดสีดำเข้ารูปแสดงให้เห็นถึงร่างกายที่สมส่วนแบบที่ปีศาจผู้ชายทุกตนใฝ่ฝันอยากจะมีเช่นนั้นบ้าง ในขณะที่ปีศาจสาวๆต่างเพ้อฝันให้ แล้วมีดิ้นสีทองประดับอยูที่หน้าอกด้านขวา ผ้าคลุมยาวสีดำที่ทำจากหนังมังกรทมิฬ ทำให้ผู้สวมใส่นั้นดูองอาจ ใบหน้าที่อ่อนกว่าวัยมากดูแล้วไม่ต่างไปจากบรรดาองค์ชายของตน ประดับด้วยรอยยิ้มชวนหลงใหล แต่แววตานั้นแฝงความร้ายกาจ เจ้าเลห์ และความโหดร้ายที่น่าสะพรึงอย่างเต็มเปี่ยม โดยไม่คิดจะปกปิดสักนิด ผมสีเงินที่ยาวระต้นคอถูกจัดทรงแบบปีศาจวัยรุ่นชายชอบทำกัน เขาสีดำอันแหลมคมถูมลับให้แหลมขึ้นอีกจนเห็นด้านคมนั้นมันวาวราวกับเหล็กกล้าที่ทะลวงได้ทุกสิ่ง มงกุฎราชาสีดำ ประดับอัญมณีสีดำที่ดูแวววาวกว่าของบุตรสาวถูกวางไว้บนหัวอย่างลวกๆ

                “ข้าแต่พระองค์ องค์หญิงนั้นทรงงดงามเหมือนองค์ราชินีที่ล่วงลับมากพะย่ะค่ะ แม้ไม่ต้องรอโตจนเป็นผู้ใหญ่ พระนางก็ฉายแววงดงามให้เห็นตั้งแต่ครั้งที่ยังทรงพระเยาว์อยู่แล้วพะย่ะค่ะ”ผู้เฒ่าจากชนเผ่าปักษากล่าวอย่างยกยอ แม้ว่าคำพูดนั้นไม่มีประโยคไหนเกินจริงก็ตาม เรียกเสียงเซ็งแซ่ดอย่างเห็นด้วยของปีศาจทั้งหมดที่อยู่ในท้องพระโรงเป็นอย่างดี

                “ถ้างั้นข้ายกนางให้เป็นหลานสะใภ้ดีไหม ผู้เฒ่าปักษา”ผู้นั่งบังลังก์ทองเอ่ย เรียกสีหน้าหวาดหวั่นของตัวแทนจากชนเผ่าปักษาไปไม่น้อย

                “ข้าพระองค์มิบังอาจฝ่าบาท ได้โปรดเมตรา รักษาน้ำใจพวกข้าน้อยด้วย”ผู้เฒ่าจากปักษาแทบร้องไห้ เมื่อจ้าวเหนือหัวของตนตรัสเช่นนั้น

                “เมตรา รักษาน้ำใจอะไรกัน ข้ายกนางให้เป็นสะใภ้ในชนเผ่าของเจ้านะ ไม่ได้ให้นางไปกวาดล้างเผ่าเจ้าเสียหน่อย”ราชาปีศาจยิ้มเยาะ เซเรนที่นั้งอยู่ที่ประทับข้างๆได้แต่มองค้อนบิดาสลับกับมองเหล่าป๊ศาจจากชนเผ่าที่ว่าอย่างเย็นคล้ายส่งสัญญาณขู่

                มันก็ไม่ต่างกันเลยสักนิด

                ตัวแทนจากชนเผ่าปักษาต่างพยามหลบสายตาที่มองมาจากเซเรนอย่างหลุกหลิก ประหนึ่งว่าหากสบตาด้วยงานเลี้ยงฉลองนี้อาจกลายเป็นงานเลี้ยงเลือดก็เป็นได้

                “งั้นก็แย่น่ะสิ ตัวแทนจากชนเผ่าปักษาว่าเช่นนี้แล้ว ข้าดึงดันไปก็เท่ากับว่าใช้อำนาจในทางไม่ควร งั้นชนเผ่าไหนอยากรับลูกข้าเป็นสะใภ้บ้างน๊า”ราชาปีศาจพูดด้วยสีหน้าจริงจัง พลางทำท่านึกอย่างสนุกสนาน บรรดาตัวแทนจากชนเผ่าอื่นต่างพร้อมใจกันคลุกเข่า พลางพูดว่ายั้งไมตรีไว้บ้าง รักษาน้ำใจพวกเขาหน่อย เมตราเผ่าเขาเถอะ และต่างๆนาๆเท่าที่คิดออกมาได้ งานเลี้ยงฉลองจบแบบโกลาหล ตัวแทนบ้างคนถึงกลับน้ำตาเล็ด จนเซเรนทนไม่ไหว จึงกล่าวขัดการเล่นสนุกของบิดาให้ทุกคนในงานเลี้ยงไปพักผ่อน ส่วนของขวัญค่อยให้คนเอาไปส่งที่ห้องนาง แล้วนางค่อยเดินออกไปพบปะราษฏรที่อยู่ตรงลานแสดงหน้าประตูวัง เพื่อไปสมทบกับพวกองค์ชายที่จัดหาการแสดงต่างๆในวังมาสร้างความเพลินเพลินให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน

 

                ภายในถ้ำอันมืดมิด ไร้ซึ้งสรรพเสียงใด มีเพียงแสงสลัวสีชมพูแดงจากแท่งคริสตัลที่วางไว้ตามจุดต่างๆแทนไฟเท่านั้นที่ส่องสว่างให้เห็นทาง หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงนุ่มที่ถูกจัดต้องแต่งอย่างดีผลุดลุกขึ้นมาอย่างระแวงระคนตกใจ พลางมองสำรวจไปทั่วถ้ำ เหมือนไม่ไว้ใจ

                นี่ไม่ใช่ที่ของข้า ทำไมข้ามาอยู่ที่นี่ได้ละ

                มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นกุมขมับหวังว่าทำเช่นนี้แล้วอาจจะอะไรออกก็ได้ ครั้นจะลงจากเตียง เธอกลับไม่มีแรงที่จะขยับแล้วล้มวูบตกลงไปข้างเตียง ร่างสูงร่างหนึ่งเดินเข้ามาเห็น จึงปรี่เข้าไปอุ้มแล้ววางบนเตียงอย่างทะนุถนอม นิ้วเรียวเกลี่ยไล้ตามใบหน้าพลางปัดเส้นผมสีทองเหลือบเงินที่ปกหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้าเรียวยาวได้รูป คิ้วเรียวคมสีทองเข็ม จมูกเล็กโด่งได้รูป ปากรูปกระจับอวบอิ่มสีแดงที่ไม่ถูกเติมแต่งมาแต่อย่างใด ขนตาสีเดียวกันกับคิ้วที่ยาวหนาเป็นแพยิ่งทำให้ใบหน้ายามหลับนั้นดูโดดเด่นเข้าไปอีก ลมหายใจที่แผ่วเบาแต่สม่ำเสมอนั้นยิ่งทำให้ผู้พบเห็นอยากจะถนอมร่างนี้ไว้ตนเดียว

                “รู้สึกตัวแล้วเหรอ เจ้าสาวของข้า”เสียงทุ้มแหบพร่าที่กระซิบข้างหูร่างที่นอนอยู่ ทำให้ร่างนั้นมีปฏิกิริยาเล็กน้อย ใบหน้าที่สงบนิ่งยามหลับเมื่อกี๊มีร่อยรอยของการขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำให้ผู้ที่มองอยู่แอบขำกับปฏิกิริยานี้เบาๆ ก่อนเดินออกไป

........................................................................................

15 ความคิดเห็น