เซเรน องค์หญิงแห่งโลกปีศาจ

ตอนที่ 7 : กองทัพพี่ชาย VS ท่านพ่อปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 119
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 พ.ย. 54

                “...ห..หญิง....องค์หญิง..องค์หญิงตื่นได้แล้วเพคะ”ภูตจิ๋วสีฟ้าเข้ามาทำหน้าที่ปลุกเจ้านายทันทีที่ได้เวลาอาหารมื้อแรกของวัน

                “อื่ม...”เซเรนส่งเสียงครางออกมาแล้วพลิกตัวไปอีกด้านหนึ่ง ก่อนจะเอาหน้ามุดลงไปใต้หมอน

                “องค์หญิงตื่นเถอะเพคะ องค์ราชามีรับสั่งให้ไปเข้าพบตอนสายๆนะเพคะ องค์หญิง”เรียกอย่างเดียวคงเป็นเรื่องยากหากจะให้นายของตนตื่น เจ้าตัวจิ๋วสีฟ้าจึงทั้งฉุด ลาก กระชาก ดึงนายสาวที่ยังคงนอนอย่างไม่สนใจสิ่งรอบกายใดๆทั้งสิ้น

                “ข้าจะนอน ไว้ใกล้สายแล้วค่อยมาปลุกละกัน”เสียงพรึมพรำบ่นออกมาทั้งๆยังไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมามอง

                “นี่ก็ใกล้สายแล้วนะเพคะ ตื่นเถอะ ทำไมวันนี้หลับได้หลับดีเช่นนี้นะ องค์หญิงลุกขึ้นมาเถอะ ไม่งั้นข้าคงถูกองค์ราชาจับแยกร่างแน่ องค์หญิง.... งั้นข้าขออภัยล่วงหน้าเลยนะเพคะ”เมื่อเรียกแล้วเรียกอีกก็ยังไม่เป็นผล เจ้าตัวจิ๋วสีฟ้าจะได้แต่ทำใจก่อนงัดไม้ตายสุดท้ายที่มันคิดว่าได้ผลออกมาใช้

                พลั่ก!! ตุบ!

                ร่างอรชรที่เคยอยู่บนเตียงพลันกลิ้งตกลงไปอีกฝั่ง ในขณะที่เท้าข้างหนึ่งของภูตจิ๋วที่คอยรับใช้ค้างอยู่กลางอากาศด้วยท่วงท่าที่สวยงาม

                “กรอด!! เจ้าตัวจิ๋วสมควรตาย ข้าว่าไม่ต้องถึงมือท่านพ่อหรอก ข้านี่แหละจะจับเจ้าแยกร่างเอง”เซเรนที่ปีนกลับขึ้นมาบนเตียงได้กัดฟันพลางแยกเขี้ยวเตรียมกระโจนใส่ตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอตกเตียง

                “โอ้ ไม่นะเพคะ มันไม่ถูกต้อง ข้าเพียงแต่ทำหน้าที่ๆได้รับบัญชามาเท่านั้นเอง หากการที่ข้าทำหน้าที่ด้วยความตั้งอกตั้งใจแล้วถูกจับแยกร่าง คงจะมีปีศาจมากมายตั้งข้อกล่าวหาว่าท่านเหี้ยมโหด ไร้คุณธรรม เป็นเด็กติดพี่ไร้จรรยาบรรณปีศาจ เป็น...”ต่อให้ต้องยกแม่น้ำทั้งห้ามาอ้างก็ยอมล่ะ หากทำให้ชีวิตน้อยๆของมันปลอดภัย

                “พอๆ หยุดปากของเจ้าได้แล้ว” นับวันเจ้าตัวจิ๋วตรงหน้าเธอชักจะพูดมาก เพ้อเจ้อเก่งเข้าไปทุกทีแล้ว ถ้าหากเซเรนยังปล่อยให้มันสรรหาอะไรมาอ้างอีก ไม่แคล้วคงได้สติแตกจับมันส่งโรงครัวทำภูตจิ๋วบะช่อกินแทนอาหารเช้าแน่

                “แล้วองค์หญิงจะไม่ไปพบองค์ราชาหรือเพคะ พระองค์มีรับสั่งให้หานะ”เมื่อรู้ว่าชีวิตมันปลอดภัยดีแล้วจึงกล้าถามต่อ

                “ไปสิ เตรียมชุดให้ข้าเปลี่ยนด้วย”เซเรนบอกก่อนบิดขี้เกรียจ

 

 

                “ไงลูกพ่อ วันนี้ไม่สบายเหรอถึงตื่นเอาซะป่านนี้”ราชาปีศาจถามทันทีที่เห็นเซเรนเดินเข้ามาในห้องทำงาน ซึ่งพวกพี่ชายเธอก็อยู่ที่นี่พร้อมหน้าพร้อมตากันทุกคน เว้นเสียแต่ซาเร็นที่ยังไม่มาให้เห็นแม้แต่เงาหัว

                “ท่านพ่อ...”เซเรนไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไงเมื่อเจอหน้าพ่อ เพราะสิ่งที่พึ่งไปประสบพบเจอมามันไม่สามารถเอามาจับต้นชนปลายได้

                “ว่าไง มีอะไรจะบอกพ่อไหม”คำถามเชิงอยากรู้ของราชาปีศาจทำเอาเซเรนหนักใจเล็กน้อย

 ไอ้ที่มีจะบอกน่ะมันมี แต่จะเริ่มบอกไงดีนี่สิ

                “เป็นอะไรไหมเซเรน”องค์ชายสิบถามเมื่อเห็นสีหน้าน้องสาวไม่สู้ดี

                “คือ... คือว่าข้า..   ข้า... เมื่อคืนข้าฝัน”เซเรนตอบเสียงแผ่ว แน่ล่ะการที่ปีศาจฝันมักเป็นเรื่องผิดปกติเพราะส่วนใหญ่แล้วความฝันของปีศาจมักเป็นลางบอกเหตุ

                “ฝัน!!”องค์ชายทั้งสิบเอ็ดต่างตกใจเมื่อน้องสาวเอ่ยออกมา

                “ฝันงั้นรึ อื่ม”ราชาปีศาจพยายามใช้ความคิด ขณะที่นิ้วข้างหนึ่งเขี่ยที่วางแขนเป็นวงกลมจนมันสึกหรอ

                “ข้าไม่ผิดปกติใช่ไหม”เซเรนถามอย่างระแวง

                “ไม่เลยลูกสาว บางทีมันอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเจ้าโตแล้วก็ได้”ราชาปีศาจสรุป

                “พวกท่านพี่ก็เคยฝันเหรอ”เซเรนถามคล้ายหาแนวร่วม(ประสบการณ์)

                “เปล่า ตอนที่มีสัญญาณว่าโตแล้วของพวกข้าน่ะเป็นอย่างอื่น”องค์ชายรองบอก

                “เป็นอะไร ทำไมไม่ฝันเหมือนข้าล่ะ”เซเรนสงสัย

                “สำหรับผู้ที่มีสายเลือดของราชวงศ์ปีศาจน่ะ เวลาที่โตแล้วมักจะมีสัญญาณบ่งบอกต่างกันออกไป น้อยรุ่นนักที่จะมีสัญญาณบ่งบอกเหมือนกัน”ราชาปีศาจว่า

                “ข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย”เซเรนจุ๊ปากอย่างไม่พอใจ

                “เวลาอาจารย์สอน เจ้าเคยฟังไหมล่ะ”ได้ทีราชาปีศาจยกเรื่องนี้ขึ้นมาดุบุตรสาวตนทันใด

                “อื่ม..นั่นสิ เวลาอาจารย์สอนข้าเคยฟังไหมนะ” เซเรนยังคงทำท่าใคร่ครวญดั่งทองไม่รู้ร้อนกลบเกลื่อน

                “อ๊ะ งั้นที่ซาเร็นอยู่ๆเป็นผู้หญิงก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าโตแล้วด้วยสิครับท่านพ่อ”องค์ชายสามว่า ซึ่งก็ทำให้คนอื่นยอมรับข้อสังเกตนี้ได้

                “อาจจะใช่ แล้วเจ้าฝันว่าอะไรล่ะเซเรน”ราชาปีศาจถาม ทำให้บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบเพื่อรอฟังคำตอบจากเซเรน

                “ข้า... ข้าลืมไปแล้ว”เซเรนว่าหน้าตาย ทำเอาผู้ที่รอลุ้นอยู่แทบตกเก้าอี้ที่นั่งอยู่กันระนาว

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้านึกแล้ว สมกับเป็นเจ้าจริงๆเซเรน”ราชาปีศาจหัวเราะร่าคล้ายเรื่องขบขันมีเพียงบรรดาลูกชายเท่านั้นที่หัวเราะไม่ออก

                สมกับเป็นข้า หมายความว่าไงกัน

                “ว่าแต่ท่านพ่อเถอะ เรียกข้ามาทำไม”เซเรนถามกลับอย่างไม่พอใจที่ถูกผู้เป็นพ่อหัวเราะเท่าไรนัก

                “นั่นสิ ข้าเรียกเจ้ามาทำไม ข้าก็ลืมแล้ว”คำตอบของราชาปีศาจชวนให้คนถามอยากทำบิตุฆาตเหลือเกิน

                “ท่านพ่อ งั้นพวกข้าขอตัวไปสะสางงานต่อนะครับ”เมื่อรู้สึกว่าการรวมตัวสังสรรค์พูดคุยของครอบครัวชักจะไร้สาระเข้าไปทุกทีแล้วองค์รัชทายาทจึงออกหน้าแทนน้องชายที่เหลือ บอกลาผู้เป็นพ่อไปทำงานต่อ

                “ไปเถอะๆ”ราชาปีศาจแทบจะไล่ลูกชายเลยมากกว่า ก่อนหันมาพูดกับลูกสาว “เมื่อเจ้าโตแล้วพ่อว่าจะให้เจ้าไปศึกษาดูงานของพี่ๆเจ้าเอาไว้เผื่อเจ้าชอบอะไรพ่อจะได้จัดสรรหน้าที่ให้ แต่ตอนนี้ดูท่าพี่ๆของเจ้ายังกำลังยุ่งคงไม่ว่างพาเจ้าศึกษางานของพวกเขาเท่าไรหรอก งั้นเดี๋ยวเจ้าคอยศึกษางานกับพ่อแทนละกัน”พอได้ยินผู้เป็นพ่อพูดดังนั้นบรรดาองค์ชายที่ตั้งท่าจะหนีไปทำงานต่างหันหลังกลับมาทันที

                “ไม่เป็นไรท่านพ่อการให้น้องไปศึกษาดูงานของพวกข้าเป็นเรื่องที่ดี ข้าสามารถดูแลน้องได้ ไม่รบกวนท่านพ่อหรอก งานราชกิจทั่วไปท่านก็ยุ่งพอดูแล้ว เรื่องแค่พาเซเรนไปศึกษางานที่พวกข้าทำปล่อยให้เป็นหน้าที่พวกข้าเถอะ”องค์ชายสี่กล่าว

                “น้อยๆหน่อยลูกชาย จะหวงน้องก็ให้มีขอบเขตบ้าง ข้าเป็นพ่อนะจะมาหวงนางกับข้าทำไม ขืนเป็นแบบนี้น้องสาวเจ้าคงไม่ได้แต่งงานไปชั่วชีวิตแน่ คงไม่มีใครกล้ารับนางเป็นเจ้าสาวหรอกหากยังมีกองทัพพี่ชายคอยอารักขาอยู่เช่นนี้”ราชาปีศาจเปรยออกมา

                “ไม่เป็นไรหรอกท่านพ่อ การจะแต่งงานก็ต้องถามความเห็นน้องก่อนว่าต้องการไหม หากไม่ พวกข้าก็ยินดีดูแลน้องสาวไปชั่วชีวิต น้องสาวตนเดียวพวกข้าดูแลได้ ไม่คิดจะไปรบกวนผู้อื่นหรอก”องค์รัชทายาทบอกเสียงเรียบ

                “งั้นถ้าพวกเจ้าแต่งงานไปแล้ว คิดว่าจะมีเวลาดูแลน้องสาวเจ้ารึ”ราชาปีศาจเอ่ยถามคล้ายยั่นเชิง

                “แน่นอนอยู่แล้วท่านพ่อ ถึงยังไงนางก็เป็นน้องข้า แล้วความจริงเพียงหนึ่งเดียวในตอนนี้คือพวกข้ายังโสด ไร้โซ่ล่าม และยังไม่แต่งงาน”องค์ชายสิบเอ็ดกล่าวน้ำเสียงทีเล่นทีจริง

                “งั้นถ้าข้าบอกว่าอยากได้ลูกเขย พวกเจ้าจะหามาให้ข้าแทนนางเหรอเหรอ”ไพ่ใบสุดท้ายทีมีอยู่ก็ถูกปล่อยออกมาแล้ว หากบรรดาลูกยังคงเถียงกลับมาได้เขาคงได้ฮาลั่นแน่

                “...”ไร้ซึ่งเสียงโต้ตอบจากบบรรดาองค์ชายมีเพียงจิตสังหารที่แฝงความอาฆาตไว้เท่านั้นที่ถูกส่งกลับไปให้ราชาปีศาจ ซึ่งขณะนี้ทำหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อนอย่างเป็นต่อใส่ลูกชาย

                ตกลงพวกเขาคิดว่าตัวเองอายุเท่าไรกันแน่เนี่ย เซเรนขมวดคิ้วมองกองทัพพี่ชายที่พ่อว่าสลับกับพ่อบังเกิดเกล้าที่กำลังทำครามกระแสจิตใส่กันอยู่

.....................................................................................................

15 ความคิดเห็น