The Online War [ฝ่าวิกฤตออนไลน์ทะลุโลก]

ตอนที่ 320 : บทที่ 11 ตามหาดวงจิตของไพสน (ตอนที่ 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,265
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    20 เม.ย. 62

บทที่ 11  ตามหาดวงจิตของไพสน ตอนที่ 2

*******************

                 มวลไอน้ำในอากาศปะทะใบหน้าผมยามสายลมพัดผ่าน  ระหว่างที่ร่างกายแหวกว่ายอยู่บนท้องฟ้ายามราตรีที่ไร้หมู่ดาว  มีเพียงเมฆสีดำทมึนกระจายปิดน่านฟ้ามองไม่เห็นอะไร  ผมแอบเผลอคิดในใจว่าเหนือก้อนเมฆเหล่านั้นขึ้นไปจะพบกับอะไรอยู่บ้าง  จะมีดวงดาวอยู่ไหม หรือว่ามันจะต้องมืดมิดเช่นนี้ไปตลอด

                เบื้องหน้าของผมเป็นร่างเรืองแสงด้วยวงแหวนเวทของกอร์น  เขากำลังบินฝ่าม่านอากาศนำพาผมไปยังสถานที่เจ้าตัวบอกว่ามีดวงจิตของไพสนอยู่  และหน้าที่ของผมก็คือการพาพี่ชายกลับเข้าสู่ร่างก่อนจะวางแผนทำอะไรต่อไป

                กอร์นหักเลี้ยวร่างลงไปยังเบื้องล่างเมื่อเขาพบว่ามีแผ่นดินลอยได้ขนาดเท่าสนามฟุตบอลปรากฏอยู่   ผมลอยตามไปอย่างกระชั้นชิดและร่อนลงบนพื้นแผ่นหินนั้น  ซึ่งมันไม่มีอะไรนอกจากพื้นเรียบๆและเสาหินสูงๆไร้ลวดลายใดๆ 2 เสาตั้งคู่ขนาบกัน  เจ้าตัวเดินมาสะกิดผมเพื่อขอเสื้อกั๊กสุดหวงคืน  ผมเปิดหน้าต่างเก็บไอเทมและโยนสิ่งที่เขาต้องการให้ไป  ก่อนเจ้านั่นจะถอยออกไปใส่เสื้อที่ตัวเองภูมิใจอย่างรีบๆ

                ผมมองลอดระหว่างเสา 2 ต้นนั่นไป  พบว่ามีมวลสารสีดำมืดหมุนวนคล้ายหลุมดำอยู่ตรงกลาง  คงจะเป็นเส้นทางสู่สถานที่ไหนสักที่  ซึ่งคาดเดาไว้อาจจะเป็นที่ๆพี่ชายผมอยู่แน่นอน

                “ผ่านตรงนี้ไปจะเจอพี่ชายของผมเหรอ”  ผมถามระหว่างมองหลุมดำกลางอากาศตรงหน้า  กอร์นที่เดินเข้ามายืนข้างๆผมพยักหน้าให้เป็นคำตอบ

                “อันที่จริงก็ไม่เชิงว่าไปเจอเลยหรอก  ตามข้อมูลที่ผมได้รับมาดวงจิตของพี่ชายของนายน่ะอยู่ตรงไหนสักที่ในสวรรค์ทั้ง 7 ชั้น  ตรงหน้าของนายตอนนี้เป็นแค่ทางเข้าไปยังสวรรค์ชั้นที่ 1 ซึ่งมีเพื่อนของผมอยู่ที่นั่น เขาจะช่วยเราในการเดินทางในสวรรค์” 

                ผมหันมามองหน้ากอร์นอย่างสงสัย

                “เพื่อนของนายเผ่าพันธุ์เดียวกับนายไหม” 

                “ใช่แล้ว  เขาเป็นคนขายข่าวอยู่ที่นั่น”

                “เผ่าพันธุ์เมฆาเนี่ย  ชำนาญเรื่องข่าวสารกับบินได้สินะ”  ผมเปรยขึ้นจากที่ได้รู้จักกับกอร์นมาพักใหญ่ๆ และเพื่อนของกอร์นเองก็มีอาชีพทำนองข้อมูลไม่ต่างกัน

                “ข่าวสารน่ะใช่ แต่บินได้นี่มีแต่กำเนิด”

                เจ้าตัวยักคิ้วให้ผมก่อนจะเดินไปยังหลุมดำ  ผมเห็นเขาเอามือยื่นเข้าไปก่อนจะพบว่าร่างทั้งร่างของกอร์นถูกดูดสูบหายไปในนั้นโดยไม่ทิ้งอะไรไว้เลย

                “ทางเข้าสวรรค์มันต้องสว่างไสว  มีนางฟ้ามาโปรยกลีบดอกไม้แล้วเล่นดนตรีตลอดทางไม่ใช่เหรอ  แต่นี่...”

                ผมชี้ไปยังจุดดำๆตรงกลางระหว่างเสาหิน ในขณะที่พูดกับตัวเอง

                “หลุมดำ”  แม้จะพูดแบบนั้นแต่ก็เดินเอามือไปแตะ   “นักออกแบบต้องสติไม่ดีแน่ๆ”

                นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่ทิ้งไว้ ก่อนที่ร่างของผมจะถูกสูบเข้าไป เฉกเช่นร่างของกอร์น

 

                พื้นฐานของเรื่องแนวแฟนตาซีทั่วไป  เมื่อตัวเอกโผล่มายังสถานที่ใหม่และสถานที่นั้นเป็นอะไรที่เรียกว่าสวรรค์  สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือการบรรยายสถานที่นั้นๆอย่างอลังโอเว่อร์ และจบลงด้วยการไปยังบ้านเป้าหมาย  แต่นั่นมันก็แค่ความคิดของผมเพราะทันทีที่เท้าเหยียบบนพื้นอีกครั้ง  สิ่งแรกที่ผมอยากจะให้คำนิยามกับสวรรค์ชั้น 1 ที่เจ้ากอร์นมันเรียกไว้ก็คือ

                “ตลาดสด”  ใช่...ไม่ผิดหรอก ทางเดินแฉะๆตรงหน้าที่มีน้ำขังเป็นหย่อมๆ  และสองข้างทางเป็นแผงขายผักสด และอาหารประเภทแกงถุงที่กำลังนำมาวางบนถาด  ดูยังไงนี่มันก็ตลาดสดชัดๆ

                “เคฟ ว่าอะไรนะ”  กอร์นหันมาขมวดคิ้วใส่ผมกับคำที่มันเพิ่งจะได้ยินไป  ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น

                “นายเรียกผมว่าอะไรนะ”    

                “เคฟไง ก็เควินมันเรียกยาก ตั้ง  2 พยางค์”   กอร์นทำหน้ามุ่ย

                “ช่างเถอะ...ว่าแต่ตลาดสดนี่เป็นสวรรค์อย่างที่นายบอกแน่เหรอ”   ผมเปลี่ยนเรื่องเพราะดูท่าว่าการทะเลาะกันด้วยเรื่องชื่อของผมไม่น่าจะทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้

                “ใช่...สวรรค์ชั้น 1 ก็แบบนี้แหละมีแต่พวกมอนสเตอร์เทวดาระดับล่างๆ  หรือไม่ก็มอนสเตอร์ที่อาศัยบนท้องฟ้า แล้วไม่มีระดับตำแหน่งอะไรในสวรรค์รวมตัวอยู่กัน”

                “2 มาตรฐานชัดๆเลย  เกมเซียตอนนี้ตีความคำว่าสวรรค์ไว้เป็นแบบไหนนะ แค่ชื่อหรอกเหรอ”   ผมถอดหายใจอีกครั้ง  ไม่รู้ทำไปรอบที่เท่าไหร่แล้ว    

“แล้วเมืองสวรรค์นี่เป็นส่วนหนึ่งของฟาเวร่าไหม”    ผมหมายถึงเมืองลอยฟ้าของเซียออนไลน์ ซึ่งเป็นเมืองเดียวที่ลอยอยู่บนอากาศ  เพราะเท่าที่ดูแล้วเมืองสวรรค์ที่กอร์นพามานี้น่าจะอยู่บนอากาศเหมือนกัน  ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าพื้นที่ผมเหยียบอยู่มันลอยหรือไม่  เนื่องจากมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากพื้นแฉะๆ และแผงอาหารสดรายล้อมรอบตัว

                “ไม่หรอกเมืองสวรรค์เกิดขึ้นมาหลังจากนั้น ตอนนี้ 13 เมืองของเกมเซียออนไลน์เวอร์ชั่น 1 กลายเป็นซากอารยธรรมโบราณไปแล้ว  ถ้าพูดให้ถูกเซียตอนนี้เป็นโลกอนาคตของเซียเวอร์ชั่นแรกน่ะ”

                กอร์นอธิบายก่อนจะเริ่มออกเดินนำผมไปอีก  แต่สักพักเจ้าต้องต้องหยุดก้าวขาลงเมื่อสัมผัสที่จับได้ถึงอันตรายของเขารับรู้ถึงการโจมตีแบบกระชั้นชิดที่ไม่ทันตั้งตัว

            วูบ!

                “หลบ”  กอร์นพูดสั้นๆก่อนจะผลักผมให้พ้นทางพร้อมกับหมุนตัวไปด้านหลังผม แล้วคว้าบางสิ่งที่พุ่งมาประสงค์ร้ายผมแต่แรก  ในขณะที่ผมเองกลับไม่รู้สึกอะไรเลย  ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมอาจจะหลบได้แถมยังตลบกลับด้วยการโจมตี  แต่นี่ผมแทบจะเริ่มต้นใหม่  พลังที่มีใช้ยังไงก็ยังไม่รู้และยังใช้ไม่ถนัดอีกด้วย

                “เข็มอาบยาสลบ”  กอร์นเอ่ย  และทิ้งเข็มสีเงินเล็กๆเรียวยาวที่ว่าลงบนพื้น พร้อมกับใช้เท้ากระแทกเหยียบไปอย่างแรก จนมันกลายเป็นแสงแตกเป็นละอองบางๆหายไป

                “ใคร”  เจ้าตัวที่เพิ่งคว้าเข็มได้ตะโกนก้องไปทั้งตลาด จนพ่อค้าแม่ค้าหลากหลายหน้าตาเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ พากันชงักมือที่กุลีกุจอขายของอยู่  ก่อนจะหันมามองกอร์นเป็นตาเดียวและกลายเป็นจุดสนใจในที่สุด

                สีหน้าของหมอนี่ในตอนนี้ดูอารมณ์ร้ายขึ้นมาทันที  ผิดกับทีแรกที่เจอซึ่งเจ้าตัวจะติดกวนประสาทกับผมมากกว่า

                “เผ่าพันธุ์เมฆา กับผู้เล่นใหม่เหรอ”

                เสียงที่ดังตอบกลับมาอยู่เหนือพวกเราขึ้น  เมื่อเงยหน้าก็พบกับร่างในชุดนักบวชสีขาวมีวงแหวนสีทองลอยอยู่เหนือศรีษะ อันเป็นสัญลักษณ์ของมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์เทวดา  ซึ่งมันทำให้ผมนึกถึงเหตุการณ์ของอเล็กซ์ขึ้นมาครามครัน  ภาพการต่อสู้กับมอนสเตอร์ตัวนั้นเริ่มวนกลับมาฉายซ้ำในความคิดผมอย่างตั้งใจ  ราวกับว่ามันเพิ่งจะเกิดมาไม่นาน

ผู้เล่นเควินพบมอนสเตอร์เผ่าพันธุ์เทวดาระดับ 13 ด้วยระดับของท่านตอนนี้ระบบแนะนำให้หลีกเลี่ยงการปะทะ

                เสียงระบบดังแจ้งเตือนตามหน้าที่ ผมขมวดคิ้วมองดูมอสเตอร์ที่ลอยอยู่กลางอากาศ  พลางคิดในใจถึงเรื่องระดับของมอนสเตอร์ในปัจจุบันนี้  เพราะถ้าระดับของผู้เล่นเปลี่ยนไป  ของมอนสเตอร์ก็น่าจะไม่แตกต่างกัน  แล้วจะรู้ได้ไงว่าตัวไหนเก่งหรือไม่เก่ง เห็นทีเสร็จจากตรงนี้คงมีเรื่องถามเจ้ากอร์นอีกยาว

    “เจ้าเป็นใคร”  กอร์นเอ่ยถามออกไป  ดึงความคิดของผมให้กลับมายังอาคันตุกะที่แอบลอบทำร้ายผมเมื่อครู่

                “เรามีนามว่าคริส  เป็นเทวดาระดับสูงของที่นี่  ได้รับแจ้งเตือนจากสวรรค์ชั้นที่ 4 ว่ามีผู้มาเยือนจากเบื้องล่าง  ทางเทพเบื้องบนเลยส่งเราออกมาตรวจตรา  แต่ไม่นึกเลยว่าจะมาเจอเผ่าเมฆาที่เหลือน้อยกระจ้อยร่อย กับผู้เล่นใหม่ที่ไม่ประสีประสา”

                คริสย้ำคำว่ากระจ้อยร่อยจนกอร์นกำหมัดแน่น  ผมมองเห็นเส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับของมันด้วย

                “เราเป็นแค่ผู้ผ่านทางมา  ไม่ต้องการมีเรื่องกับทางสวรรค์”  กอร์นบอกด้วยเสียงเรียบ แต่สีหน้าและอาการที่แสดงออกกลับตรงกันข้าม 

                “ถ้างั้นพวกเจ้าก็กลับไปซะ  ที่นี่เป็นแหล่งที่อยู่ของเทวดากับเหล่าผู้ศรัทธาในพระเจ้า  เจ้าผู้ซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมก็จงไปซะ  ในยามที่เรายังมีเมตตาของทวยเทพอยู่”

                “แล้วปกติทวยเทพไร้เมตตาอย่างนั้นสิ”   กอร์นยอกย้อน

                “เจ้ากำลังทำให้ข้าไม่สบอารมณ์”

                “แนะ...สำบัดสำนวนซะด้วย  ระบบเกมทำมาดีนะเนี่ย  ผมที่เป็น AI สมองเทียมนี่อายไปเลย”

                ผมสะดุดกับคำว่าสมองเทียม  นั่นทำให้กระตุกต่อมอยากรู้อย่างมาก 

                “ถึงสู้ไปเจ้าก็ไม่ชนะ”   เทวดาตนนั้นเอ่ยขึ้นอีก

                “ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะ”

                “ระดับไง  กับมอนสเตอร์ที่ไม่มีแม้แต่ระดับเลเวล  ดูยังไงก็เป็นพวกระดับล่าง”  คริสทำน้ำเสียงเย้ยหยันเต็มที่

                “พวกหัวคร่ำครึกันจังนะ”  กอร์นหัวเราะเบาๆ  ก่อนจะปลดปล่อยทักษะบินได้ของตัวเองออกมา  คราวนี้มันไม่ยักกะถอดเสื้อเพราะห่วงขาดเลย  แต่กลับลอยขึ้นไปประจันหน้ากับฝ่ายตรงข้ามอย่างเอาเรื่อง  ในขณะที่เบื้องล่างมีสายตาของพ่อค้าแม่ค้าเงยมองขึ้นไป  บ้างก็สัมผัสได้ถึงอันตรายที่อาจจะมาในอีกไม่ช้า  จึงเร่งพากันเก็บร้านกันจ้าล่ะหวั่น 

                “สำหรับข้าที่เป็นมอนสเตอร์ในเซียเวอร์ชั่นใหม่  ระดับไม่จำเป็นหรอก  ตำแหน่งดาวต่างหากที่บอกว่าข้าเก่งหรือไม่เก่ง”

                อีกฝ่ายหรี่ตาทันควันเมื่อได้ยินว่าตำแหน่งดาว  แม้แต่ผมที่อยู่ข้างล่างก็อดที่จะเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจไม่ได้

                “ดาว 6 ดวง”  กอร์นโชว์หลังมือให้กับคริสเห็นถึงจุดดาวสีดำ 5 จุดที่เรียงต่อกันเป็นมุมหกเหลี่ยม 

                คริสถลึงตาเบิกกว้างทันควัน...

                “สายไปนะถ้าจะหนีน่ะ”

                เวทมนต์เผ่าพันธุ์   ผสานลมกระแทกฟ้า

                เพียงวูบเดียวที่มีลมผ่านตัวกอร์น  มือที่ประดับด้วยดาว 5 จุดพลันสะบัดออกกลายเป็นกระแสลมรุนแรงพัดกระแทกร่างของอีกฝ่ายให้ปลิวไปติดกำแพงสูงดั่งป้อมปราการที่อยู่เลยไปอีก 500 เมตร 

            บึ้ม!!!

                เสียงระเบิดคละเคล้าเสียงกระแทก  ตามมาด้วยเศษหินร่วงกราวตกใส่ร้านรวงแผงลอยที่อยู่บริเวณนั้น  จนผมได้ยินเสียงมอนสเตอร์ที่รักสงบทั้งหลายพากันวิ่งพล่าน  บ้างเผ่าพันธุ์ที่มีปีกก็ต่างพากันบินอพยพหนีอย่างไม่คิดชีวิต  ตอนนี้พวกมันคงรับรู้ถึงการวิวาทของมอนสเตอร์ที่อยู่กลางอากาศทั้ง 2 ตัวแล้ว

            วูบ!!!

                ทักษะลับเผ่าพันธุ์  ลำแสงสัจธรรม

                ชั่วขณะผมมองเห็นลำแสงพุ่งตรงจากร่างของเทวดาที่ถูกซัดก่อนหน้า  พาดผ่านปะทะใส่กอร์นเข้าอย่างจัง  ทว่าเจ้าตัวไม่ได้หลบแต่อย่างใด  กลับใช้มือข้างเดียวกับที่สร้างกระแสลมกระแทก  ปัดลำแสงนั้นให้หักเหทางราวกับว่าเป็นแค่แมลงวัน

            บึม!!!

                ลำแสงเบนออกไปปะทะใส่กำแพงที่อยู่เลยไปด้านหลังกอร์น  เกิดเป็นระเบิดตูมใหญ่   ก่อนผมจะพบว่ามีเทวดาอีก 2-3 ตัววาร์ปมาปรากฏอยู่ด้านหลังของกอร์น  และตั้งท่าพร้อมโจมตี

                ผมเห็นท่าไม่ดีจึงรีบกางมือออกเตรียมตั้งท่าจะปลดอาวุธของตัวอย่าง  ทว่าภาพการต่อสู้ก่อนหน้านี้กลับฉายซ้อนทับมาทำให้ผมชงักไปชั่วขณะ  เมื่อพบว่าตนนั้นยังไม่สามารถบังคับอาวุธใหม่ได้ดั่งใจนึก  และมันอาจจะกลายเป็นปิศาจพุ่งไปเขมือบอะไรอีกก็ได้  ซึ่งนั่นทำให้ผมรีบปั่นหาทางอื่นทันทีและก็นึกถึงการ์ดดาบมังกรพิโรธขึ้นมาได้

                “จงขานรับเสียงของข้า  การ์ดดาบมังกรพิโรธ”  

                การ์ดที่คว้าออกมาจากหน้าต่างเก็บไอเทมของผมเรืองแสงวูบหนึ่ง  ก่อนจะดับหายไปและไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยังความสงสัยมาให้ผมในทันที

                ในเวลาเร่งรีบแบบนี้...

                “โบราณจังเควิน”  กอร์นเอ่ยตะโกนลงมาราวกับรู้ความคิดผม  “รีลีส (release)   กอร์นเอ่ยมาอีก

                “อะไรนะ”

                “รีลีสไง  คำสั่งรีลีส  แล้วอย่างลืมใส่ออร่าไปสัก 10 จุด ให้กับคำสั่งด้วย”

                ผมดึงสติกลับมาอีกครั้งเมื่อได้รับคำแนะนำก่อนจะผนึกพลังออร่าลงไปบนการ์ดก่อนใช้คำสั่งอีกครั้ง

                “รีลีส”  คำสั่งสั้นๆ  เพียงเท่านั้นการ์ดพลันตอบรับและเปล่งแสงสว่างวาบ 

วิ้ง!!!

แสงสว่างจ้าขึ้นมันลอยออกจากมือของผมไปก่อนจะยืดขยายออกกลายเป็นดาบมังกรเพลิงที่ผมคุ้นเคย  คมดาบยาวสีทองสลับแดงรูปทรงดาบราวกับเป็นกางเขนที่เหล่าทวยเทพรังสรรค์ให้เป็นอาวุธปราบมาร  มันร่อนลงมาให้ผมคว้าอย่างเบามือสัมผัสด้ามดาบลายเกล็ดมังกรของมันช่างน่าโหยหา  เพราะคงไม่มีดาบเล่มไหนจะดีไปเท่ากับคูริวอีกแล้ว

 “นายน้อย”  ผมได้ยินเสียงคูริวผ่านโสตประสาทอีกอีกครั้ง  น้ำตาที่คิดว่าจะไม่มีแล้วกลับเริ่มปริ่มตรงหางตา

ผมคิดว่ามันคงจะหายไปแล้ว...หายไปพร้อมกับการรีบูทระบบเกมครั้งนั้น

“ข้ายังอยู่”  ราวกับคูริวจะรู้ว่าผมคิดอะไร  “ไคน์และเวียร่าก็ยังอยู่  ที่ไหนสักที่บนโลกนี้”

เหมือนกับได้รับการไถ่โทษ  หัวใจของผมที่คิดว่าจะมีตราบาปไปชั่วชีวิต  กลับได้รับการปลดปล่อย  มันเคยหนักอึ้งแต่ตอนนี้ความรู้สึกในใจมันเบาโหวงไปชั่วขณะ

อย่างนั้นเหรอ  ยังมีชีวิตอยู่อย่างนั้นเหรอ...

ถึงจะไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน  ถึงจะไม่รู้ว่าจะมีสภาพเป็นเช่นไร...

แต่ว่า...พวกเขายังอยู่...

แค่นี้ก็...

“ถ้ารำพันกันเสร็จแล้วก็ช่วยกำจัด 3 ตัวที่โผล่มาให้หน่อย”   กอร์นตะโกนจากข้างล่างกลับขึ้นมา  ทำให้ผมถึงกับหัวขวับไปทำตาขวางให้อย่างไม่พอใจที่ขัดจังหวะระลึกความหลังของตัวเอง 

แต่ก็นั่นแหละ...เวลานี้คงไม่ใช่เวลาที่จะมาทำอะไรแบบนี้...

“ถ้ามีดาบนี่ในมือละก็...เดี๋ยวก็จบ”    ผมฉีกยิ้มอย่างได้ใจ  ก่อนจะสำรวจออร่าสโตนของตัวเองแล้วพบว่ามีเหลือไม่เพียงพอที่จะใช้ทักษะใด

มนตราดูดกลืน

            เพียงเท่านั้นพลันเส้นสายบางๆใสๆก็โยงรยางค์ไปทั่วดูดกลืนพลังออร่าจากทุกสรรพสิ่ง  แต่เพียงวูบเดียวผมก็พบว่าที่ตัวดาบปรากฏหน้าต่างสถานะหลายบานผุดขึ้นมา ก่อนจะปรากฏอักษร Error ตัวแดงขึ้นหลายจุดรอบตัวดาบ

                “อะไรเนี่ย”  ผมอุทานตกใจเมื่อไม่สามารถใช้ความสามารถดั้งเดิมที่มีอยู่ของมันได้   ก่อนจะพบว่ามอนสเตอร์เทวดา 3 ตัวที่โผล่มาตอนหลังพร้อมใจกันซัดทักษะใส่กอร์นอย่างพร้อมเพรียง

                ทักษะลับเผ่าพันธุ์  ลำแสงสัจธรรม

                ทักษะลับเผ่าพันธุ์  ลำแสงสัจธรรม

                ทักษะลับเผ่าพันธุ์  ลำแสงสัจธรรม

             วูบ!  บึ้ม!!!

                ลำแสงพุ่งตรงเป็นสามสายก่อนจะรวมกันเป็นหนึ่งเส้นผ่าตรงเข้าหาเป้าหมายอย่างรุนแรง  ทว่ากอร์นกลับใช้มือข้างเดิมที่ปัดพลังของคริส  ทำแบบเดียวกับการโจมตีของมอนสเตอร์เทวดา 3 ตัวนั่น  จนลำแสงถูกปัดผ่านไปกระทบกับกำแพงอีกด้าน  ซึ่งระหว่างนั้นผมเห็นร่างของคริสพุ่งเข้ามาหากอร์นด้วยความเร็วสูง  ในมือของมันมันดาบสีเงินเล่มงามประกายแสงสีทองจ้าพร้อมตวัดทักษะพิฆาตเป้าหมายอีกครั้ง

                ชั่วขณะนั้นผมตัดสินใจเปลี่ยนออร่าสโตน  โดยโยนไวท์ออร่าสโตนใส่เข้าไปแทนแบล็คออร่าสโตนที่เคยยัดใส่ลงไปก่อนหน้า  ก่อนจะกระชับดาบในมือไว้แน่น  มองดูค่าตัวเลขของพลังออร่าที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามระดับของก้อนพลังสีขาวสุกสกาว

                ต้องได้สิ...ก่อนหน้านี้ผมยังไม่แน่ใจแต่ตอนนี้มันชัดเจนแล้ว...

                ทักษะดาบของผม...มันก็ต้องเป็นของผมสิ...

            วูบ!

                ผมเปลี่ยนกระบวนท่าของตัวอยู่ในวิถีราชันย์  ลดการเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด ก่อนจะจับดาบบิดขึ้นเหนือปลายจมูกเป็นท่าเตรียมพร้อม  ในขณะที่คริสก็เงื้อดาบฟาดลงบนร่างของกอร์น เป็นวินาทีเดียวกับที่ผมตวัดดาบออกไป

            วิ้ง!

                คลื่นพลังความร้อนแผ่กระจ่ายออกรอบตัวดาบ  ส่งผ่านเป็นลมบางเบาแต่อนุภาพเหลือคณาประมาณ

                แยกสุริยะ

               

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

 

Write talk :   มาแล้วครับหลังจากที่หายไปกับความเค็มของไห  555555  เควินท่วงท่าของแกยังใช้ได้เหมือนเดิม  ขอบคุณที่ยังคิดถึงกันนะครับ  สามารถให้กำลังใจไรท์เตอร์ได้  โดยการซื้อแพคตอนนะครับ  ส่วนเล่ม 3 เข้าสู่โครงการรีไรท์ครับ อีกไม่นานเกินรอ ยังไงก็ไม่ทิ้งครับ  กระผมอมตะ  555555

 

เด็กดีเปลี่ยนไปมาก  จนตามไม่ทันละ  กว่าจะเรียนรู้ระบบหมดกินเวลาไปตั้ง 1 วัน

               

ตอนต่อไปของ The Online War lll มหันตภัยเกมหยุดโลก

บทที่ 12  ตามหาดวงจิตของไพสน ตอนที่ 3

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

9,674 ความคิดเห็น

  1. #9620 monkey-bill (@monkey-bill) (จากตอนที่ 320)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 22:40
    ละ ละ ละ ลืมเนื้อเรื่อง!!!!!!
    #9620
    0
  2. #9618 Elfea (@venelin) (จากตอนที่ 320)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 14:56
    คิดถึงแท้ ดีใจที่กลับมาค่ะ มีไรมาขายก็ซื้อค่ะ
    #9618
    0
  3. #9617 CoLLoNG (@collongate) (จากตอนที่ 320)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 00:40
    ขอบคุณที่กลับมาคร้าบ ไปไล่อ่านใกม่ก่อน ลืมไปหมดและ
    #9617
    0
  4. #9616 Teepagon Tippy (@somkon001) (จากตอนที่ 320)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 19:21
    นานจนนึกว่าลืมไปละนะนี่
    #9616
    0
  5. #9615 เด็กน้อยติดนิยาย (@zewlew) (จากตอนที่ 320)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 13:53
    นานจนลืม แต่ก็ขอบคุณที่กลับมานะไรท์
    #9615
    0
  6. #9613 nineudoe (@sxza) (จากตอนที่ 320)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 08:05
    ในที่สุดก็กลับมา ขอบคุณค่ะ ยังคอยติดตามอยู่ตลอด
    #9613
    0
  7. #9612 ลมทะเลทราย (@nuzay5) (จากตอนที่ 320)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 07:13
    กรี๊ดมาก ขอบคุณค่ะ
    #9612
    0
  8. #9610 zRosalind (@naphalai) (จากตอนที่ 320)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 04:39
    โหเรื่องนี้นานมากกกกกกก
    จนลืมไปเเล้วนะเนี่ย กี่ปีแล้วนะ
    #9610
    0
  9. #9609 sakiritakara (@sakiritakara) (จากตอนที่ 320)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 02:07
    เย้ๆ มาแล้วมาแล้ว
    #9609
    0
  10. #9608 OPTGODWING (@chayuthkongsukc) (จากตอนที่ 320)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 01:01

    เอ้ยๆๆๆ มาละเว้ยยยยยไรท์
    สวัสดี
    #9608
    0