อ้อมกอดหัวใจ อุ่นไอรัก สนพ.Touch ลงตอนจบ ลบเที่่ยงคืนจ้า

ตอนที่ 3 : หนี(เที่ยว) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    30 มิ.ย. 54

            


              
“ม้าของพวกกรีนฮิลล์หลุดเข้ามาในเขตของเราอีกแล้วครับนาย” ชายฉกรรจ์ชุดดำเดินเข้ามารายงานเจ้านายหนุ่มหลังจากรับโทรศัพท์ที่โทรรายงานมาอีกต่อหนึ่ง คนเป็นนายหันมามองชั่วครู่เป็นการรับรู้กรายๆก่อนจะชำเลืองมองไปยังคนที่บังเอิญเดินผ่านหน้าห้องด้วยสายตามีความหมายและแฝงแววเยาะเย้ยเมื่อเห็นเธอหยุดชะงักเหมือนจะสะดุดเข้ากับประโยคที่คนของเขารายงานเมื่อครู่

                “แล้วไอ้ชยังกูรมันรู้รึยัง” เจ้าของรีสอร์ทหรูตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติบนเนินเขาสีเขียวอ่อนสลับเข้มด้วยใบไม้และใบหญ้านานาพันธุ์จงใจเน้นชื่อของคู่ปรับหมายเลขหนึ่งเสียงหนักๆ เพราะรู้ว่าคนข้างนอกที่มองเห็นผ่านกระจกใสกำลังตั้งใจฟังอย่างสนใจ

                “คิดว่ายังครับ ถ้ารู้คงไม่ปล่อยเงียบอย่างนี้ ไอ้ล่ำบอกว่าจับผูกไว้หลังเรือนเพาะชำตั้งแต่ช่วงบ่าย กว่าพวกมันจะรู้คงเย็นๆ นายจะให้จัดการยังไงดีครับ ตอนแรกผมจะสั่งให้พวกนั้นยิงทิ้งแต่อยากถามนายก่อน” วินธัยยังไม่ทันให้คำตอบว่าจะเอาอย่างไรกับม้าของศัตรูที่หลุดเข้ามาในเขตของเขาเป็นครั้งที่สองในรอบปีคนที่เดินเลยประตูไปนิดหน่อยก็ผลุนผลัน เข้ามาในห้องเสียก่อน

                “อย่าทำอย่างนั้นนะคะ ม้าตัวนั้นมันไม่ได้มีความผิดไม่รู้เรื่องอะไรด้วย คุณอย่าสั่งฆ่ามันเลยนะคะ” ปานตะวันมองผู้ชายใจโหดด้วยสายตาวิงวอน

                “ไอ้ที่ลงทุนเข้ามาขอร้องนี่...เพราะเห็นแก่ชีวิตม้ารึว่ากลัวไอ้ชยังกูรยอดรักยอดบูชาของเธอมันจะคลั่งตายตามม้ากันแน่ฮึปานตะวัน” กังวานเสียงทรงอำนาจถามขึ้นอย่างเหยียดเยาะแกมสะใจ

                “ว่าไง...จะให้ฉันช่วยตอบมั้ย” เขาถามย้ำ คนถูกถามยืนทื่อพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ นึกสงสารม้าหลงตัวนั้นจับใจที่มันต้องมาตกอยู่ในชะตากรรมอย่างนี้ ถ้ามันหลงเข้าไปในที่ของคนอื่นก็คงไม่น่าหวั่นใจอะไรนัก

แต่นี่คือวินธัย คู่อริของชยังกูรและยังเป็นผู้ชายที่ใช้วิธีสกปรกสารพัดบีบครอบครัวเธอให้จนมุมจนต้องยกลูกสาวให้เขาเพียงเพราะต้องการจะหักหน้าคู่ปรับที่ฟาดฟันกันมาตั้งแต่สมัยเริ่มเป็นหนุ่ม ความบาดหมางเริ่มมาตั้งแต่รุ่นปู่ของทั้งคู่แล้วมาเพลาๆลงบ้างเมื่อถึงรุ่นพ่อของเขา ก่อนก็เริ่มดุเดือดขึ้นมาอีกเมื่อเจ้าของรีสอร์ทเลือดร้อนซึ่งตอนนั้นเพิ่งอยู่ในวัยคะนอง เกิดไปลั่นไกปืนยิงลูกม้าของชยังกูรเข้า เมื่อฝ่ายหนึ่งก็เลือดร้อนอีกฝ่ายก็บ้าระห่ำบวกกับอารมณ์คลั่งจากการสูญเสียลูกม้าวัยสามเดือนที่บิดาเพิ่งยกให้เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบสิบเจ็ดปี ชยังกูรกับน้องชายก็ควงปืนระดมลูกน้องบุกเข้าไปเอาคืนคนที่ปลิดชีวิตลูกม้าของเขาด้วยวิธีเดียวกัน นั่นคือเล็งเป้าด้วยปากกระบอกปืนและลั่นไกด้วยปลายนิ้ว โชคดีที่บิดาของทั้งคู่ไม่ได้ต้องการจะสานต่อรอยแค้นแต่หนหลังเหตุการณ์ครั้งนั้นจึงจบลงที่การส่งวินธัยซึ่งถูกยิงที่หัวไหล่ข้างละนัดเข้าโรงพยาบาลแลกกับชีวิตลูกม้าโชคร้ายตัวนั้น

“คุณวิน...เอ่อ คุณวินธัยคะ ดิฉันขอร้อง...ถือซะว่าเห็นแก่คนที่ยอมมาอยู่กับคุณโดยที่ไม่เคยร้องขออะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว ไว้ชีวิตม้าตัวนั้นเถอะนะคะ มันหลงเข้ามาก็ส่งคืนเจ้าของเขาไป อย่าสร้างบาปให้ละ...ให้ตัวเองอีกเลย” คำว่าลูกเกือบจะหลุดออกมาแต่ก็หยุดไว้ได้ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้ต้องการและเธอเองก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก

แต่แทนที่วินธัยจะเห็นใจหรือคล้อยตามเขากลับหงายหน้าหัวเราะราวกับเธอกำลังพูดเรื่องตลกร้าย

“ดูสิไอ้ล่ำ เมียกูเขาลงทุนเข้ามาวิงวอนขอชีวิตม้าตัวนั้นด้วยตัวเอง แล้วอย่างนี้มึงยังจะให้กูใจร้ายสั่งฆ่ามันได้ลงคออยู่รึเปล่าวะ” เขาพูดเหมือนเห็นความเป็นความตายเป็นเรื่องขบขัน

“น่าอิจฉาไอ้ชยังกูรจริงๆ มันจะรู้รึเปล่าว่าคนที่มันเคยหมายตาแต่ไม่คิดจะจริงจังด้วยนี่เขาห่วงหาอาทรมันแค่ไหน ขนาดว่ากูชิงคว้ามาทำเมียตัดหน้าแล้วก็ยังหวังว่าซักวันมันจะหันกลับมามอง”

ปานตะวันเม้มปากแน่น บอกตัวเองว่าเธอเกลียดแล้วก็อยากจะไปให้ไกลจากสีหน้าและน้ำเสียงแบบนี้ของเขาเป็นที่สุด แต่จะทำได้อย่างไรในเมื่อเงินเจ็ดหลักและกิจการร้านเบเกอรี่ของครอบครัวที่มีเขาเป็นผู้มีสิทธิ์ชี้เป็นชี้ตายมันคอยย้ำเตือนให้เธอต้องท่องคำว่า อดทน ต้องทน  จนขึ้นใจ

“แต่เอาเถอะ ฉันจะปล่อยม้าตัวนั้นกลับไปถือซะว่าเป็นการสมนาคุณที่เธอบริการฉันได้ถึงอกถึงใจจนไปไหนไม่รอดมาเกือบสามปี” คนถูกว่าเสียดสีถึงกับชาดิกไปทั้งร่าง ความเจ็บร้าวแผ่ซ่านไปทั้งใจในขณะที่คนพูดก็รู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

 เมียที่เขาได้มาเพียงเพราะต้องการความสะใจในตอนแรก นานวันเข้ากลับเป็นเหมือนหนามยอกอกที่ไม่รู้จะใช้อะไรบ่ง ร่างงามจับใจชายที่เคยเอิบอิ่มมีน้ำมีนวลบัดนี้ผอมบางซีดเซียวถึงจะคงความงามจนเลื่องชื่อเอาไว้ให้มอง แต่คนมองก็เจ็บแปลบทุกครั้งที่เห็นความหม่นหมองในดวงตางามซึ้งและพาลคิดไปว่าเธอยังรักและรอเวลาที่จะได้กลับไปสานต่อความสัมพันธ์กับศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขา

สองปีก่อน เขาโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ข่าวว่า ชยังกูรพาคนรักมาที่ไร่พร้อมครอบครัวของเธอ เขาไม่สนใจแม้แต่จะไปดูหน้าหญิงสาวคนนั้นซึ่งนับว่าผิดวิสัยอยู่มาก ได้ยินเสียงร่ำลือกันหนาหูว่าเจ้าสาวของศัตรูสวยราวกับนางฟ้า แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะมีใครสวยได้เกินคนที่เขาช่วงชิงมาได้อีกแล้ว อีกอย่างในช่วงสองสามปีมานี้เขากับชยังกูรไม่ค่อยได้ประจันหน้ากันในระยะกระชั้นชิดบ่อยนัก ที่ปะทะกันอยู่เป็นครั้งคราวก็มีเพียงลูกน้องเสียมากกว่า ด้วยงานที่ต่างฝ่ายต่างยุ่งทั้งกิจการกำลังไปได้สวยจนเข้าขั้นรุ่งเรืองสองหนุ่มจึงไม่มีเวลาย่างกรายออกมานอกเขตไร่บ่อยเหมือนแต่ก่อน

 

*****

สามวันหลังแต่งงาน...แต่เป็นวันแรกที่อิงไอรักถูกทิ้งให้อยู่บ้านกับสาวใช้ชื่อนวล

ร่างบางระหงในชุดกระโปรงพลิ้วสวยที่เดินวนไปวนมาและเริ่มจะท่าทีกระสับกระส่ายทำให้เด็กนวล ลูกสาววัยสิบแปดปีของคนงานในไร่ลอบมองนายหญิงคนใหม่อย่างเห็นใจทั้งที่เริ่มจะเวียนหัวขึ้นมาบ้างแล้ว ให้มองตอนเธอนิ่งๆหรือเคลื่อนไหวร่างกายเล็กน้อยก็เพลินตาดีอยู่หรอก แต่พอมองเธอเดินกลับไปกลับมาอีกทั้งยังกดโทรศัพท์รัวทำสีหน้ายุ่งเหยิง ความงามที่มองจนเพลินในตอนแรกมันก็ชักจะหายไปเสียดื้อๆ

“ดูสินวล เจ้านายของนวลปล่อยให้ฉันรอเก้ออีกจนได้ บอกจะมากินข้าวเที่ยงด้วยก็ไม่มา บอกว่าจะพาไปเที่ยวตลาดในอำเภอก็ต้องแคนเซิ่ลอีกตามเคยเชื่อสิ โทรศัพท์ก็ไม่เอาไป นวลจ๋าบอกหน่อย...ฉันต้องอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิตเลยรึเปล่า นี่แค่วันแรกก็จะแย่อยู่แล้ว” หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดไปตามเรื่อง เด็กนวลกรอกตาไปมาไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรถึงจะทำให้นายหญิงของเธอรู้สึกดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้

“อีกเดี๋ยวนายคงมาแล้วล่ะค่ะ แม่บอกว่าที่โรงบรรจุสินค้ายุ่งมากเพราะลูกค้าจากต่างประเทศสั่งของเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเลยแน่ะค่ะ อีกไม่กี่วันมะเขือเทศพันธุ์ใหม่ที่นายเพิ่งจะสั่งให้ทดลองปลูกแล้วมันเกิดได้ผลดีจริงๆ ก็จะเริ่มลงดินแล้วนะคะ แว่วๆมาว่าชื่อมะเขือเทศ...อ้อ มะเขือเทศเชอรี่” คนฟังไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะยุ่งเรื่องอะไรหรือไอ้มะเขือเทศที่ว่านั้นคือสายพันธุ์อะไร อิงไอรักรู้แค่ว่าตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกอยากไปหาสวีทฮาร์ทของเธอแต่ก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่มุมไหนของไร่ที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แล้วคนหน้าหุบก็นัยน์ตาเป็นประกายเหมือนเพิ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“จริงสิ ในโรงจอดรถนั่นมีรถจอดอยู่หลายคันเลยนวล” นึกถึงรถยนต์สาม-สี่คันที่จอดอยู่ในโรงจอดรถไม่ห่างจากตัวบ้านมากนักตาใสแจ๋วก็ดูเป็นประกายมีความหวังขึ้นมาทันตา

“โรงบรรจุสินค้านี่ถ้าฉันจำไม่ผิดมันอยู่ทางฟากโน้นใช่มั้ยจ๊ะ เราคงเดินไม่ถึงแน่ๆ” อิงไอรักถามพลางชี้มือไปทางสิ่งปลูกสร้างสีขาวที่เห็นอยู่ไกลลิบๆ เธอมาที่นี่บ่อยครั้งก็จริงแต่ก็ใช่จะรู้จักไปเสียทุกซอกทุกมุม และอีกอย่างตรงที่เดาว่าน่าจะเป็นโรงบรรจุสินค้าก็อยู่คนละฟากของไร่กับโซนคอกม้าและบ้านใหญ่ของเขา

“นายหญิงอยากไปหานายหรือคะ” คนถูกสั่งให้มาอยู่เป็นเพื่อนนายหญิงถามคล้ายกับไม่แน่ใจ

เออหนอคนเรา ให้อยู่สบายๆเป็นคุณนายกลับไม่ชอบ นายทั้งรักทั้งหวงนายหญิงยังกับอะไร คนทั้งไร่เขาก็รู้ ที่ให้อยู่บ้านไม่กระเตงเอาไปในไร่ด้วยก็คงจะเป็นเพราะกลัวผิวสวยๆ ขาวผ่องเป็นยองใยของภรรยาจะเยินเสียมากกว่า แล้วดูคุณเธอแต่งตัวเข้าสิ เสื้อผ้าแบบนี้เธอเคยเห็นแต่พวกดาราในทีวีเขาใส่กัน ถ้าขืนนายพาไปกลางไร่มีหวังคนงานไม่เป็นอันทำอะไรกันพอดี นอกจากคอยลอบมองนายหญิงด้วยสายตาเหมือนเห็นดาราหลุดออกมาจากทีวี

“อยากไปสิจ๊ะ แต่ก็อยากไปเดินตลาดด้วย นวลจ๋า เราไปเที่ยวตลาดกันนะไปซื้อของมาทำมื้อเย็นกันเดี๋ยวนวลช่วยไปเรียกใครก็ได้ที่พอจะขับรถให้เราได้ แถวๆคอกม้าน่าจะมีอยู่หลายคน เดี๋ยวฉันขึ้นไปแต่งตัวแป๊บ” คนพูดทำท่าจะผละจากโซฟาที่มีขวดสีทาเล็บวางกระจายเต็มโต๊ะกระจกใสตัวเตี้ยที่วางขั้นกลาง

“จะดีหรือคะนายหญิง รอนายกลับมาก่อนไม่...”

“ดีแน่ๆ ดีล้านเปอร์เซ็นต์เลย ไปสินวลเดี๋ยวก็มืดกันพอดี” นั่นแหละเด็กนวลถึงเดินตัวลีบออกไปทำตามคำสั่ง เธอยังไม่อยากเห็นฤทธิ์เดชของนายหญิงที่ใครๆต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นายจะทนได้นานสักแค่ไหน แต่ความจริงเท่าที่เธอเห็นนายหญิงก็น่ารักดีนี่นา ออกจะดูง๊องแง๊งนิดๆเหมือนเด็กๆ ไม่เห็นจะวีนแตกได้ไม่เลือกที่เลือกเวลาอย่างที่ใครๆพูดกันซะหน่อย เอ...หรือมันว่ายังไม่ถึงคราวซวยของเธอ

 

ชั่วโมงถัดมาคนที่ดึงดันจะมาเดินตลาดให้ได้ก็มาเดินเฉิดฉายตากแอร์เย็นฉ่ำอยู่ในศูนย์การค้าใจกลางเมือง เด็กสาวชื่อนวลเดินตามนายหญิงของเธอด้วยสีหน้าและแววตาที่แสดงความตื่นเต้นและตื่นตาตื่นใจอย่างเห็นได้ชัด คนขับรถของนายใหญ่หรือบิดาของชยังกูรถูกเรียกใช้ชั่วคราว คนที่บอกว่าอยากเดินตลาดเปลี่ยนใจแบบไม่ต้องใช้เวลานานนักเมื่อเห็นห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่เป็นทั้งแหล่งรวมความบันเทิงและมีสินค้าทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์นอกให้เลือกสรรค์

มาเดินตามนายหญิงต้อยๆแบบนี้เธอก็พลอยตกเป็นเป้าสายตาไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ น้อยคนนักที่จะไม่หันมองตามนายหญิงของเธอ โดยเฉพาะผู้ชาย ก็แหงล่ะ! สวยเก๋สะดุดตาออกขนาดนี้ หุ่นโชว์สวยๆในร้านเสื้อผ้าที่เธอเดินเข้าเดินออกยังอาย น่าเสียดายที่มีเด็กรับใช้เดินตามแทนที่จะควงร่างสูงสง่าบุคลิกมั่นใจในตัวเองสูงและใบหน้าหล่อเหลาสะดุดตาอย่างนายของเธอ คงจะเหมาะสมกันน่าดู นึกถึงตรงนี้ใบหน้าจ้อยร่อยของเด็กนวลก็หุบลงแทบจะทันที ไม่รู้ว่ากลับไปนี่จะโดนอะไรบ้าง ถ้านายกลับบ้านแล้วไม่เจอนายหญิง...โอย ไม่อยากจะคิดเลยว่าคนพามากับคนอยากมาใครจะโดนหนักกว่ากัน แต่ดูท่าจะเป็นคนพามาเสียมากกว่า ก็นายทั้งรักทั้งหลงนายหญิงยังกับอะไรดี อย่างมากก็คงจะเอ็ดใส่ให้หายโมโห แต่นังคนบ้าจี้พามากับพี่โป้งคนขับรถนี่สิที่จะชะตาขาดเอาง่ายๆ

“นายหญิงขา หนูว่า...เอ่อ โทรบอกนายก่อนดีกว่ามั้ยคะ ถ้านายกลับถึง...”

“บอกทำไม ทีนายของนวลยังไม่เห็นสนใจอะไรฉันเลย...ไม่เอาน่าอย่าทำหน้าอย่างนั้นสิจ๊ะนวล นี่ฉันอุตส่าห์พามาเปิดหูเปิดตานะ ยิ้มหน่อยเร็วเดี๋ยวฉันจะพาไปดูหนังแถมซื้อเสื้อให้อีกสองตัวด้วยเอ้า...นวลอยากได้ตัวไหนเลือกเลย แต่นวลต้องบอกนายของนวลว่าเรามาจ่ายตลาดกันนะ โอเคมั้ย”

เห็นร้านเสื้อแต่ละร้านที่นายหญิงเดินเข้าไปแล้วคนถูกติดสินบนก็บอกตัวเองว่าถึงนายหญิงซื้อให้เธอก็คงไม่กล้าเอาไปใส่หรอก เพราะแต่ละชุดมันช่างไม่เข้ากับสารรูปของเธอเอาซะเลย

“อย่าเลยค่ะ ถึงนายหญิงซื้อให้หนูก็คงไม่กล้าใส่...เสื้อผ้าที่นี่มีแต่สวยๆแล้วก็ราคาแพงหูฉี่ทั้งนั้น หนูกลัวคนที่ไร่เขาจะหาว่าหนูไปขโมยเสื้อผ้านายหญิงมาใส่”

“ใครกล้าว่ามาบอกฉันนี่ เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง” คนเป็นนายพูดไปก็จับเสื้อตัวโน้นตัวนี้ไปเรื่อย สาวใช้อย่างนวลแอบเห็นราคาแล้วก็ทำคอย่น นึกในใจว่าราคาเสื้อของนายหญิงแต่ละตัวคงมากกว่าราคาเสื้อผ้าของเธอทั้งตู้รวมกันซะอีก

“เอ้อ นวลจ๊ะ เดี๋ยวนวลเดินไปเลือกเสื้อผู้ชายตรงฝั่งโน้นให้คนที่ขับรถพาเรามาสักตัวสองตัวนะ อ้อ เลือกของตัวเองด้วยล่ะ ฉันจะไปดูหนังสือซะหน่อยเดี๋ยวมานะจ๊ะ นวลจะเอาของไปเก็บที่รถก่อนก็ได้นะเพราะเราต้องขนซื้อพวกของสดจากซุปเปอร์มาเก็ตบนนี้เลย” พูดจบก็เดินตัวปลิวออกไปจากร้านท่ามกลางสายตาชื่นชมของพนักงานสาวๆในร้าน คนถูกทิ้งไว้กลางร้านเสื้อผ้าหรูถึงกับทำตัวไม่ถูก ให้เดินตามนายหญิงน่ะพอไหว แต่จะให้เอาของกลับไปเก็บที่รถแล้วเดินกลับมาที่นี่อีกบอกตรงๆว่าเธอคลำทางไม่ถูกแน่ นายหญิงนะนายหญิงช่างทิ้งกันได้

*****

รถยนต์คันงามของตัวเองที่วิ่งผ่านบ้านใหญ่ของบิดามารดาไปทางด้านหลังก่อนจะตีโค้งแล้วหายไปทางบ้านของเขาทำให้คนที่นั่งรอการกลับมาของภรรยาตัวแสบดีดตัวผึงขึ้นจากโต๊ะไม้ตัวสวยริมระเบียงทันที ใบหน้าอิดโรยดูถมึงทึงตั้งแต่ตอนกลับไปถึงบ้านแล้วปรากฏว่าบ้านทั้งหลังเงียบเชียบไร้เงาของสาวใช้และคนที่เขาคิดถึงแทบคลั่งจนนึกอยากจะปลีกตัวกลับมาบ้าให้รู้แล้วรู้รอดก็หลายหน เรียกคนงานแถมนั้นมาสอบถามก็ได้ความว่าแม่ตัวยุ่งก่อเรื่องให้เขาปวดหัวเข้าแล้ว

 เธอฉกคนขับรถของพ่อเขาแถมพอเขาโทรตามเสียงใสๆนั่นก็ตอบกลับมาอย่างจงใจยั่วโมโหเขาว่าเธอกำลังหาข้าวกินอยู่ในเมืองเพราะแขวนท้องรอเขากลับมากินข้าวด้วยแต่เขาก็ไม่ยอมกลับ มันน่าจับมาขยี้ให้แหลกคามือนัก คนของเขาก็ด้วย รู้ทั้งรู้ว่าคนของกรีนฮิลล์จะปลอดภัยจากพวกลูกน้องไอ้วินธัยก็ต่อเมื่ออยู่ในเขตของกรีนฮิลล์เท่านั้น ถ้าเกิดไอ้หมอนั่นมันเห็นเมียเขาไปเดินตะลอนๆ กันสาวใช้ตัวกระเปี๊ยก... เขาไม่อยากคิดเลยว่าถ้ามันเห็นเมียเขาแล้วเกิดต้องตาต้องใจขึ้นมาในขณะที่เธอไม่มีเขาหรือมือดีของเขาตามไปด้วยอะไรจะเกิดขึ้น

ชยังกูรเดินปึงๆลงจากระเบียงด้วยอารมณ์เดือดจัดเต็มที่

“ตาหมอก เดี๋ยวก่อนสิลูก” มารดาของเขาร้องเรียกตามหลัง ร่างสูงหยุดชะงัก

“ใจเย็นๆ ค่อยๆพูดค่อยๆจานะลูก อย่ารุนแรงกับน้อง” แม่เขายังมีแก่ใจห่วงเธอทั้งๆที่ท่านก็เห็นว่าลูกชายตัวเองแทบจะนั่งไม่ติด ชายหนุ่มคิดอย่างแค้นๆ

“ผมไม่รับปาก...แต่จะพยายามก็แล้วกับครับ”

พยายามข่มใจไม่ให้เผลอกระชากแต่ตัวแสบเข้ามาเขย่าให้หายเคือง...ชายหนุ่มพูดต่อในใจก่อนจะทิ้งให้มารดามองท้ายรถที่วิ่งออกไปจากหน้าบ้านตามแรงเหยียบคันเร่งเป็นกระชากด้วยสายตาเป็นกังวล ภาวนาให้ลูกชายของเธอใจเย็นให้มากที่สุด

 

เสียงหัวเราะคิกคักที่ดังมาจากด้านในกระทบปังเข้ากับอารมณ์เดือดพล่านจนยากจะระงับของชยังกูร ชายหนุ่มเดินลงส้นหนักๆเข้าไปภายในบ้าน ข้าวของไม่ต่ำกว่าสิบถุงวางเต็มโซฟาตัวยาวและยังมีหลายถุงวางอยู่บนพื้น คนเพิ่งกลับจากไปช้อปกระจายเงยหน้าขึ้นจากข้าวของที่กองสูงพะเนินก่อนจะฉีกยิ้มแป้นแล้นใส่ตาลุกวาวของสามี

เด็กนวลที่กลับจากเอาของสดเข้าไปเก็บในครัวถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น

“กลับมาแล้วหรือคะ อิงกำลังจะโทรตามอยู่พอดีแต่นึกขึ้นได้ว่าคุณไม่ชอบรับโทรศัพท์ก็เลยไม่โทร” มีจังหวะพอที่จะประชดประชันอิงไอรักก็ไม่รอช้าและไม่นำพาต่อความโกรธขึ้งของสามี

โกรธเหรอ ทีอย่างนี้ทำมาโกรธ แล้วทีเขาทิ้งเธอล่ะทำไมไม่คิดบ้างว่าเธอจะโกรธจะน้อยใจแค่ไหน ฮึ มาดูอิงไอรักบ้างเถอะ

“นวลจ๊ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วก็กลับได้เลยนะเดี๋ยวของพวกนี้ฉันจะเอาขึ้นไปเก็บเอง”เด็กนวลไม่รอให้สั่งซ้ำ เดินตัวลีบออกไปสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยให้มีบุคคลที่สามร่วมแจมอย่างนึกโล่งใจแต่ก็เป็นห่วงนายหญิงอยู่ไม่น้อย

“ผมเคยสั่งห้ามแล้วใช่มั้ยว่าอย่าออกนอกเขตไร่เด็ดขาดถ้าไม่มีผมไปด้วย” พออยู่กันตามลำพังชายหนุ่มก็ถามเสียงเย็นเยียบ มองสีหน้าระรื่นเหมือนจงใจจะยั่วโทสะนั้นแล้วก็ยิ่งเดือดปุด เธอคิดจะแกล้งให้เขาบ้าหลังจากที่ทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ทั้งวัน!!! เขารู้ดีเชียวล่ะ

“หมอกขา มาช่วยอิงเลือกต่างหูที่จะใส่อยู่บ้านนี้พรุ่งนี้หน่อยสิคะ มาเร๊ว...อิงเลือกไม่ถูก ซื้อมาตั้งเจ็ดคู่แน่ะ นี่ดูนี่...คู่นี้เอาไว้ใส่นอน คู่นี้เอาไว้ใส่ตอนกินข้าว คู่นี้ใส่ตอนดูทีวี เอ๊...แล้วตอนนั่งชะเง้อคอรอคุณกลับบ้านนี่จะใส่คู่ไหนดีน๊า...” คนฟังนิ่วหน้าเล็กน้อยกับคำพูดแปลกๆเหมือนจะแฝงนัยประชดประชันของภรรยา

“อิงควรจะตอบคำถามของผมแทนที่จะมาเลือกต่างหูบ้าๆพวกนี้” ชยังกูรเดินไปกระแทกตัวลงนั่งตรงข้ามกับแม่มดน้อยที่กำลังแผลงฤทธิ์ใส่เขาแต่ฉาบสีหน้ายิ้มแป้นแล้นได้อย่างน่า...น่าอะไรดี? ชายหนุ่มคิดอย่างมีน้ำโห

“ดาร์ลิ้งก็ควรจะช่วยอิงเลือกต่างหูแทนที่จะมานั่งตีหน้ายักษ์ใส่อิงแบบนี้เหมือนกัน ว๊าว!!! ดูสิคะ คู่นี้ถ้าใส่ตอนกินมื้อเที่ยงคนเดียวนี่คงจะสวยอย่าบอกใครเชียว” นั่นไง เริ่มแพร่งออกมาแล้ว อีกหน่อยคงได้มีการโต้ตอบแบบตรงไปตรงมาตามมาติดๆ รอก่อน...อีกไม่นานแม่ตัวดีจะเริ่มเบื่อที่จะอ้อมค้อม เขาเริ่มมองเห็นระเบิดลูกเล็กๆ ในดวงตาใสแจ๋วคู่นั้นบ้างแล้ว เพียงแต่ตอนนี้เจ้าของมันกำลังแกล้งตีสีหน้าระรื่นเพื่อยั่วเขาเท่านั้น

“อย่ายั่วผมนะอิง...”เขาเตือนเสียงเรียบต่างจากสีหน้าและแววตาแต่คนขี้น้อยใจกลับแสร้งตีสีหน้าเหรอหราก้มลงมองสำรวจเสื้อผ้าของตัวเอง

“ยั่วอะไรคะ ใครยั่ว...อิงเหรอคะยั่ว คุณคิดไปเองรึเปล่าคะหมอก ถ้าอิงยั่วจริงๆป่านนี้คงถูกคนบ้าเซ็กส์อย่างคุณลากขึ้นเตียงไปแล้ว” เห็นกิริยาจีบปากจีบคอยอกย้อนของภรรยาแล้วคนถูกหาว่าบ้าเซ็กส์ก็นึกอยากจะทำอย่างที่เธอพูดอยู่หรอก สองวันวันที่ผ่านมาชายหนุ่มไม่ปฏิเสธว่าพฤติกรรมของเขามันเข้าข่ายอย่างที่เธอว่า แต่ก็เป็นไปด้วยความรักความเสน่ห์บวกเขาที่เขาโดนเธอแกล้งทรมานมานานด้วยการแกล้งยั่วให้เขาเข้าถึงเนื้อถึงตัวแล้วก็เอามารดาขึ้นมาเตือนแกมขู่ให้เขาหยุดตัวเองไว้ทุกครั้งไป

 น้องยังเด็ก เรียนก็ยังไม่จบเลยด้วยซ้ำ ถ้ารักกันอยากจะคบหาหันแม่ไม่ว่าแล้วก็จะไม่ขออะไรมาก ขอแค่ให้เกียรติแม่กับพ่อด้วยการไม่ทำลายไม่เอาเปรียบน้องก่อนถึงเวลาที่ถูกที่ควร อย่าคิดว่าที่แม่กับพ่อยอมปล่อยให้ลูกสาวคนเดียวไปทำงานแบบนั้นเพราะเราไม่รักไม่หวงลูก ที่ยอมให้ไปก็เพราะยัยอิงเค้าเคยไฝ่ฝันมาแต่ไหนแต่ไรว่าอยากเป็นนางแบบอยากแต่งชุดสวยๆเดินโชว์บนแคทวอร์ค พอเค้ามีโอกาสแม่ก็ไม่อยากขัดใจ’

เขาจำได้ว่ามารดาของเธอร่ายเสียยาวเหยียดทันทีที่มีโอกาสได้คุยกับเขาสองต่อสองเมื่อครั้งที่เขากับเธอเริ่มรักกันใหม่ๆ และชยังกูรก็รับปากหนักแน่นอย่างที่เขาเองยังไม่รู้ว่าตัวเองจะทำได้หรือเปล่า คนที่ไม่เคยอดอยากเรื่องอย่างว่าต้องมาท่องขันติรอให้คนรักเรียนจบเพื่อที่จะได้รีบคว้าเธอมาเป็นของเขาอย่างถูกต้องตามกฏหมายและประเพณี เมื่อเวลานั้นมาถึงจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเรียกร้องสิทธิ์ที่เขาพึงมี

จะว่าไปเขาก็ไม่ใช่พวกจะเภทเซ็กส์จัดหรือตระกระตระกรามอะไร เพียงแต่การแสดงความรักความเสน่หาที่มีต่อภรรยาซึ่งเป็นไปในลักษณะของคนที่หิวโซมาแรมปีแล้วอยู่ก็ถึงเวลาที่ได้เข้าไปนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารอันโอชะนั้นออกจะขัดกับความอ่อนประสบการณ์และใสซื่อบริสุทธิ์ของหญิงสาว การไปร่ำเรียนไฮสคูลที่บ้านเกิดของคุณยายซึ่งเป็นชาวตะวันตกนั้นแทบไม่น่าเชื่อว่าสาวน้อยลูกเสี้ยวจะรักษาความบริสุทธิ์ผุดผาดเอาไว้จนตกมาถึงมือของเขาได้ ใช่ว่าชยังกูรจะไม่เคยผ่านสังคมฟรีเซ็กส์มาเสียเมื่อไหร่ เขาเคยผ่านทั้งสาวไทยสาวแหม่มมานับไม่ถ้วนแต่ก็ต้องมาสยบแทบเท้าสาวแม่ลูกเสี้ยวที่กำลังแผลงฤทธิ์ใส่เขาอยู่ตอนนี้ ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเธอมีอะไรหลายอย่างที่ไม่เหมือนใคร แต่ก็ไอ้ความไม่เหมือนใครของอิงไอรักอีกนั่นแหละเคยทำให้เขาอยากจะเอาหัวทุ่มกำแพงตายมานับครั้งไม่ถ้วน บางครั้งก็ร้ายแสนร้ายแต่ก็เป็นความร้ายแบบไม่ค่อยจะเป็นพิษเป็นภัยกับใคร บางครั้งเธอก็ทั้งแสนดีขี้อ้อนช่างฉอเลาะจนทำให้คนรอบข้างใจอ่อนมานักต่อนัก

“โอเค...ผมมันบ้าเซ็กส์ แต่เท่าที่ผมจำได้อิงเป็นคนไม่ยอมให้ผมลงจากเตียงเองไม่ใช่หรือไง” ชายหนุ่มกระแทกเสียง และกระแทกแผ่นหลังกับโซฟาแรงๆ

คืนแรกเขายอมรับล่ะว่าเรียกร้องจากเธอได้อย่างไม่รู้จักอิ่มไม่รู้จักพอ แต่คืนต่อๆมานี่แม่ตัวยุ่งท่าจะลืมไปแล้วกระมังว่าใครกันแน่ที่ทั้งซบทั้งกอดแถมยังออดอ้อนไม่ยอมให้เขาลงจากเตียง

ถูกย้อนกลับเอารูปนี้อิงไอรักก็เริ่มหน้าแดงขึ้นมานิดๆ นึกหาคำแก้ตัวเพราะอยากเอาชนะแบบเด็กๆ

“ก็อิงไม่อยากอยู่คนเดียวนี่นา ไม่เอาน่า...อย่าทำหน้าบึ้งเหมือนเพิ่งไปกินแตนมาอย่างนั้นสิคะ” ได้ยินใครต่อใครว่าเธอด้วยสำนวนนี้มาก็เยอะ แต่พอเอามาใช้ว่าสามีดูบ้างอิงไอรักก็หลุดอีกจนได้ คนถูกว่าเกือบจะหัวเราะก๊ากถ้าไม่ติดว่าเขากำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงเรื่องที่แม่ตัวดีบังอาจขัดคำสั่งเขา

 ใบหน้าหล่อเหลานั้นคลายความกระด้างลงเล็กน้อยเมื่อเห็นภรรยาทำท่าเหมือนกำลังนึกทบทวนอะไรบางอย่าง

“เขามีแต่กินรังแตนไม่ใช่เหรอ” ชยังกูรย้อนถามทั้งที่สีหน้ายังตึงๆ อยู่บ้าง

“ก็นั่นแหละค่ะ มันก็ความหมายเดียวกัน แตนมันก็อยู่ในรังน่ะแหละ” นึกเหรอว่าอิงไอรักจะยอมลงให้ง่ายๆ ทีเธอหลุดแค่นี้ทำเป็นพูด เมื่อตะกี้ทำท่ายังกับจะกระโจนมาบีบคอกันอยู่เลย

“อิงนี่ชอบเถียงเอาชนะคะคาน” ชายหนุ่มพูดขึ้นน้ำเสียงไม่ชอบใจแล้วทำสีหน้านิ่งเฉยเสียเมื่อคนถูกว่าถลึงตาใส่เตรียมจะพ่นคำพูดสวนกลับไป

“อิงไม่...”

“อย่าเถียงนะว่าไม่จริง” เขาชิงพูกดักคอขึ้นเสียก่อน

“ก็ไม่จริงน่ะสิ”

“หึ” ฝ่ายชายทำเสียงขึ้นจมูก และมันก็เป็นเหตุให้อีกฝ่ายถึงกับชักสีหน้าแสดงความไม่พอใจที่เธอพยายามเก็บซ่อนไว้ขึ้นมาทันที

 ชยังกูรมองตามร่างงามสมส่วนของภรรยาที่เดินสะบัดหน้าขึ้นชั้นบนด้วยสีหน้าขรึมเครียดแต่ก็จนปัญญาจะรั้งเอาไว้ ทำงานเหนื่อยๆแทนที่จะได้กอดเมียให้ชื่นใจกลับต้องมาปวดหัวเสียนี่ วันนี้เขากรำงานมาทั้งวัน ทั้งเรื่องออเดอร์มีปัญหา แล้วไหนจะต้องต้อนรับลูกค้ารายใหญ่จากต่างประเทศที่เดินทางมาชมกรรมวิธีการเพราะปลูกตลอดจนถึงการบำรุงรักษา เก็บเกี่ยวผลผลิตและลำเลียงเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคัดแยกคุณภาพก่อนบรรจุ เห็นทีเขาจะต้องรื้อปรับโครงสร้างบริหารใหม่เสียที ตอนนี้อะไรๆมันชักจะวุ่นๆเพราะธุรกิจขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วชนิดสวนกระแสเศรษฐกิจซบเซาจนระบบงานเดิมๆนั้นตอบสนองความต้องการได้ไม่ค่อยจะดีนัก ปรับโครงสร้างใหม่และเทรนงานให้แต่ละฝ่ายบริหารจัดการกันเองน่าจะเข้าท่ากว่า และที่สำคัญมันจะทำให้เขามีเวลาอยู่กับภรรยามากขึ้น นี่แค่วันแรกเธอยังพยศใส่เขาขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆเขาก็ไม่อยากจะเดาว่าชีวิตแต่งงานที่เรียกได้ว่าแต่งเพราะรักไม่ทันมองปัญหาอื่นๆที่จะตามมานั้นจะลงเอยเช่นไร

ขอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อนเถอะ ให้มะเขือเทศสายพันธุ์ใหม่ที่เขาเพิ่งจะเอามาทดลองปลูกเป็นครั้งแรกได้ลงแปลง และปรับผังระบบงานใหม่ให้ลงตัวเสียก่อน หลังจากนั้นเขาจะหันมาให้เวลากับภรรยาอย่างเต็มที่ เห็นทีจะชักช้าไม่ได้แล้ว เพราะอีกหน่อยเขาจะต้องมีลูก ดีไม่ดีตอนนี้ลูกของเขาอาจจะฝังตัวอยู่ในท้องของคนหัวรั้นเรียบร้อยแล้วก็ได้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

400 ความคิดเห็น

  1. #108 auai_jaa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:59
    ก็เอางี้สิคุณหมอกขา

    เอาหนูอิงไปฝึกงานด้วยซะเลย

    จะได้รู้ว่าเขาทำงานกันยังไง

    ขี้คร้านจะขออยู่บ้านเฉยๆเหมือนเดิม
    #108
    0
  2. #26 รออ่าน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 / 18:42
    อ่านแล้ว รู้สึกสงสารหมอก เวรกรรมจริงๆ ได้เมียแบบนี้
    #26
    0
  3. #23 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2554 / 10:25
    หนูอิงอ้อนเกินงามไปแล้ว รุ้บ้างดิว่าคุณสามีไปทำงานมิได้ไปหากิ๊กซะหน่อย แบบนี้ ไม่น่ารักเลย

    อยากอ่านคู่ของปานตะวันจังเลย ดูน่าสงสาร ต้องทนแล้วคงแอบรักสามีตัวเองแต่พูดไม่ได้
    #23
    0
  4. #22 plalawan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2554 / 19:21
    หุหุ หนูอิงแสบมากงานนี้มีปวดหัวระยะยาวแน่ 555555555555
    #22
    0
  5. #19 jupiter-nan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2554 / 22:14
    ว่างเมื่อไหร่ค่อยมาอัพก็ได้คะ
    #19
    0
  6. #18 APcopter (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2554 / 22:11
    สู้ๆๆนะจ้ะสุดสวย  นิยายก็อยากอ่าน แต่ว่าเพื่อการศึกษา  ต้องรอได้จ้ะ
    #18
    0
  7. #17 plalawan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2554 / 19:14
    สู้ๆจ้าแนน นิยายของแนนสนุกมากนางเอกแสบดี อิอิ
    #17
    0
  8. #16 นัควัต (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2554 / 18:05
    สู้ๆๆจ้า ไรเตอร์ ตั้งใจเรียนก่อนก็ได้ แล้วค่อยกลับมาอัพต่อ อิอิ
    #16
    0
  9. #15 retona (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2554 / 17:55
    อัพไวมากอิอิ
    #15
    0