อ้อมกอดหัวใจ อุ่นไอรัก สนพ.Touch ลงตอนจบ ลบเที่่ยงคืนจ้า

ตอนที่ 1 : นายหญิงคนใหม่แห่งไร่ Green Hill 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,669
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    27 มิ.ย. 54

                


          
สายตาหวานเชื่อมของหญิงสาวร่างโปร่งบางระหงในชุดเจ้าสาวตัดเย็บอย่างประณีตทอดมองเจ้าบ่าวของเธอไม่ยอมละสายตาขณะที่เขากำลังไขกุญแจเข้าบ้าน

บ้านที่สร้างเป็นเรือนหอของเธอกับเขา...ยิ่งมองสำรวจความสวยซึ่งถูกออกแบบและก่อสร้างอย่างใส่ใจทุกรายละเอียดแววตาของหญิงสาวก็ยิ่งอ่อนเชื่อมลงทุกขณะ

สวีทฮาร์ทของอิงน่ารักที่สุดในโลก เจ้าสาวคนสวยบอกตัวเองด้วยหัวใจพองโตคับอก

                บานประตูสีโอคถูกเปิดออก ใบหน้าหล่อเข้มคุ้นตาคุ้นใจหันมาสบตาเธอก่อนจะยิ้มกรุ้มกริ้มใส่ตาใสแจ๋วที่ทอดมองเขาอยู่ก่อนแล้ว แทนที่เจ้าสาวจะหลบสายตาเป็นประกายนั้นอย่างขัดเขินเอียงอายแต่เธอกลับกางแขนทั้งสองข้างออกจนสุด ชยังกูรนิ่วหน้าน้อยๆ คล้ายจะงงๆกับกิริยาคล้ายกับนกน้อยกางปีกพร้อมจะหัดบินของผู้หญิงที่เขาบอกตัวเองว่ารักเธอหมดหัวใจและชีวิตนี้คงจะรักใครแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว

                เจ้าสาวหมาดๆ ทำสายตาตัดพ้อหวาน ก่อนจะขยับเข้าไปยืนชิดร่างสูงของสามีทางนิตินัย

                “แน๊ ก็ไหนสัญญาแล้วไงคะว่าถ้ากลับมาถึงเรือนหอของเราแล้วคุณจะอุ้มอิงเข้าไป...นี่อะไรกันคะ ไม่กี่ชั่วโมงก็ลืมซะแล้ว”

ฝ่ายชายทำสีหน้าเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นได้ แล้วโดยที่ไม่รอให้เสียงหวานใสเป็นกังวานดุจระฆังแก้วนั้นต้องตัดพ้ออีกรอบให้มากความชายหนุ่มก็ช้อนอุ้มร่างที่ดูเหมือนจะโปร่งบางอย่างนางแบบทั่วไปแต่จากการได้ใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวเล็กๆน้อยๆ เขาก็พอรู้ว่าเธอไม่ได้ผอมบางอย่างที่เห็นในนิตยาสารเมื่อครั้งแรกรู้จักกัน คนช่างออดอ้อนช่างประจบรีบยกแขนเกี่ยวขอเขาทันทีเช่นกัน

                ชยังกูรยอมรับล่ะว่าเขาลืมไปเลย ที่รับปากกับคำขอสัญญาแอบอ้อนๆ ของเธอว่าจะอุ้มหญิงสาวเข้าเรือนหอ ความจริงทั้งคู่ผ่านพิธีส่งตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วในตอนเช้า พอเสร็จงานเลี้ยงฉลองแต่งงานที่โรงแรมหรูในตัวจังหวัด ชายหนุ่มก็ยืนกรานที่จะขับรถพาเจ้าสาวของเขากลับมายังเรือนหออีกครั้งด้วยตัวเอง  

ชยังกูรอุ้มคนขี้อ้อนในชุดสีขาวฟูฟ่องตรงดิ่งชั้นบนอย่างทุลักทุเลพอสมควร ก็ชุดยาวกรุยกรายที่เธอสวมอยู่บวกกับเขาชักจะมึนๆเพราะฤทธิ์ไวน์ที่เพื่อนสนิทกลุ่มใหญ่ส่งเสียงเชียร์ให้ดื่มเข้าไปหลายแก้วนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุ

                คนจิบไวน์ไปหลายแก้วสะบัดศีรษะแรงๆ ขณะเดินขึ้นบันไดขั้นที่สาม

                “อย่าปล่อยอิงนะคะ” เห็นท่าทางชักจะมึนๆของเขาแล้วอิงไอรักก็ไม่รู้ว่าตัวเองคิดผิดหรือคิดถูกที่ไปรบเร้าให้เขารับปากว่าจะอุ้มเธอเข้าบ้านจนถึงในห้องหอ ตายละ...ถ้าเกิดเขารับน้ำหนักเธอไม่ไหวแล้วอิงไอรักต้องกลิ้งหลุนๆลงไปกองที่พื้น...

คนอุ้มรู้สึกถึงแรงกอดรัดบริเวณลำคอบึกบึนที่แน่นขึ้นจนผิดปกติ ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ใส่ตากลมแป๋วของภรรยาก่อนจะออกแรงกระชับร่างเธอแน่นขึ้นเหมือนจะสร้างความมั่นใจว่าเขาไม่มีวันปล่อยคนที่เขารักสุดหัวใจลงไปกองอยู่ข้างล่างแน่นอน

เรือนหอหลังนี้ชยังกูรเป็นคนออกแบบเองทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นของตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ และตัวบ้าน ส่วนผู้รับเหมาก็เป็นบริษัทคอนสตรัคชั่น ซึ่งมีเพื่อนสนิทของเขาเป็นเจ้าของ เรียกได้ว่างานแต่งงานครั้งนี้เป็นที่ฮือฮาไปทั้งจังหวัด ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะเจ้าบ่าวเป็นถึงผู้ผลิตและส่งออกมะเขือเทศรายใหญ่อันดับต้นๆของประเทศ ‘Green Hill Plantation&Horse Club’  หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆจนติดปากว่า กรีน ฮิลล์

บนเนินเขาเตี้ยๆ ห่างจากตัวจังหวัดไม่ถึงสามสิบกิโลเมตร ไร่แคนตาลูปและมะเขือเทศหลายสายพันธุ์กินเนื้อที่ภูเขาเกือบครึ่งลูกและโรงเรียนสอนขี่ม้าเลื่องชื่อของจังหวัด น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ชยังกูร กลวัชร หนุ่มหล่อมาดเข้มเจ้าของความสูงหกฟุตสองเซ็นและผิวสีกาแฟใส่นมข้น ที่ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ในแถบจังหวัดนี้ทั้งที่เคยเห็นตัวจริงๆและที่เคยได้ยินเพียงแค่กิตติศัพท์ความหล่อพ่วงด้วยคุณสมบัติและทรัพย์สมบัติอีกนับไม่ถ้วนถึงกับเก็บชื่อของเขาไปนอนละเมอเพ้อพก แม้จะรู้ว่าความฝันของพวกเธอเป็นเพียงฝันลมๆแล้งๆ ก็ตามที

สี่ปีเต็มกับชีวิตหนุ่มชาวไร่ที่ต้องคลุกคลีอยู่กับคนงานนับร้อยและม้าในคอกไม่ต่ำกว่าสามสิบตัวหลังจากถูกบิดาส่งให้บินลัดฟ้าไปศึกษาหาความรู้ยังต่างแดน แล้วเขาก็ไม่ทำให้หลายๆคนต้องผิดหวังด้วยการคว้าปริญญากลับมาฝากบิดามารดาและคนงานเก่าแก่ที่เฝ้ารอการกลับมาของว่าที่พ่อเลี้ยงคนใหม่แห่งกรีนฮิลล์ถึงสองใบ ชายหนุ่มเลือกเรียนด้านการเกษตรเกี่ยวกับพืชไร่ตามความประสงค์ของบิดา ก่อนจะขอทำปริญญาโทในสาขาการจัดการผลผลิตทางการเกษตร เรียกได้ว่าเรียนมาเพื่อรับช่วงต่อจากบิดาโดยเฉพาะ

ชีวิตหนุ่มของชยังกูรอุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยสาวสวยที่เข้ามาพัวพันจนเกือบจะแกะไม่ออกก็หลายรายตามประสาหนุ่มโสด ในระยะเวลาหลายปีตั้งแต่สมัยอยู่เมืองนอกและสองปีแรกของการกลับมารับช่วงต่อจากบิดา เพราะสองปีหลังจากนั้น หัวใจของเขาก็ถูกนางแบบสาวที่กำลังอยู่ในวัยสวยสดงดงามที่สุดในชีวิตของลูกผู้หญิง นั่นก็คือวัยที่เริ่มเปลี่ยนจากสาวน้อยแรกรุ่นเข้าสู้วัยสาวสะพรั่งเต็มตัวด้วยวัยย่างยี่สิบสองปีในตอนนั้นฉกฉวยไปอย่างที่เขาเองยังไม่ทันตั้งตัว

วันที่นิตยาสารแฟชั่นชื่อดังฉบับหนึ่งติดต่อมาขอเช่าสถานที่บริเวณสนามฝึกขี่ม้าของเขาผ่านทางลูกน้องคนสนิท ไม่รู้อะไรดลใจให้ชายหนุ่มตอบตกลงโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด เพียงเพราะได้เห็นโฉมหน้านางแบบสาวนามว่า อิงไอรัก รัมม์พสิต จากนิตยาสารเล่มดังกล่าวที่คนของเขาเอามาให้ดูก่อนตัดสินใจเพราะทางนิตยาสารบอกรายชื่อนางแบบสามคนที่จะมาเป็นแบบในคอลเลคชั่นนี้ เขาไม่สนใจว่าเครื่องแต่งกายของนางแบบมาจากห้องเสื้ออะไร ไม่สนใจจะอ่านชื่อช่างภาพที่บรรยาย เขารู้เพียงแค่ว่าเธอชื่ออิงไอรัก ที่สำคัญ เธอช่างสวยจับจิตจับใจจนเขาต้องทิ้งสายตาอยู่บนแผ่นกระดาษพิมพ์สี่สีอยู่หลายนาที

อิงไอรักทำให้เขาได้ประจักษ์กับความจริงข้อหนึ่งว่า นางแบบไม่จำเป็นที่จะต้องสูงยาวเข่าดีจนผู้ชายแท้ๆยังต้องเงยหน้ามองเวลาคุยด้วยและไม่จำเป็นต้องผอมบักโกรกชนิดที่ว่าเหมาะจะเป็นได้เพียงไม้แขวนผ้าแต่ไม่น่าปรารถนามาไว้กกกอดแนบชิดให้กระดูกทิ่มเนื้อเสมอไป ชยังกูรใช้เวลาไม่นานนักในการพาตัวเองค่อยๆแทรกเข้าไปในหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอ ยิ่งรู้จักยิ่งได้อยู่ใกล้ได้ผูกพันเขาก็ยิ่งรัก แม้จะเริ่มสัมผัสได้ถึงนิสัยที่เรียกว่าแสนงอนและค่อนข้างเอาแต่ใจตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นตัวจริงเมื่อครั้งที่ร่างโปร่งบางยวนตายุรยาทลงมาจากรถตู้พร้อมๆกับทีมงานด้วยท่วงท่าสง่างามจนคนที่แอบซุ่มดูถึงกับหัวใจกระตุก แล้วต่อมาก็ได้เห็นกิริยาออดอ้อนแขนข้างหนึ่งเกาะแขนช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองส่วนอีกข้างเกาะแขนหญิงวัยกลางคนท่าทางดีซึ่งมารู้ภายหลังว่าเป็นมารดาของเธอที่ติดตามมาด้วย

หนุ่มสาวมาหยุดยืนที่หน้าห้องหอ เจ้าสาวยังถูกโอบอุ้มไว้ในอ้อมแขนแกร่งกำยำเพราะชายหนุ่มเพียงแค่ย่อตัวลงนิดเดียวก็สามารถใช้มือหมุนลูกบิดรูปทรงใบไม้ได้อย่างง่ายดาย เขาใช้เท้าเตะดันประตูให้เปิดกว้างแล้วอุ้มนางฟ้าตาหวานเชื่อมเดินผ่านธรณีประตูก่อนจะปิดมันลงด้วยวิธีเดียวกันกับตอนเปิด

อิงไอรักกวาดตามองสำรวจไปทั่วห้องอย่างพินิจพิจารณาอีกครั้ง เมื่อเช้าเธอไม่ได้มีเวลาได้ชื่นชมความน่ารักน่าอยู่ของห้องหอมากนักเพราะทุกขึ้นตอนเป็นไปอย่างเร่งรีบ...แก้มใสเริ่มซับสีเลือดเมื่อนึกถึงรสจูบแสนหวานแต่ก็ร้อนเร่าเรียกร้องราวกับจะสูบวิญญาณของเธอให้หลุดลอยออกจากร่าง จูบแรกที่แผดเผาเร่าร้อนในชีวิตการแต่งงาน แต่ไม่ใช่สัมผัสแรกจากชายหนุ่มผู้เป็นที่รัก

อิงไอรักปล่อยให้เขาทรมานกับการได้สัมผัสกอดจูบลูบไล้เล็กๆน้อยๆเท่าที่เธอพอจะอณุโลมให้ได้มาแรมปีและมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาที่เขามีสิทธิ์เต็มที่แบบนี้ชยังกูรต้องเรียกคืนทบต้นทบดอกอย่างที่เขาเคยขู่ไว้แน่ๆ

“ห้องของเรา...เป็นยังไงบ้าง ถูกใจอิงรึเปล่าครับ” เจ้าบ่าวถามเสียงนุ่มเมื่อปล่อยเธอลงยืนบนพรมนุ่มๆ ด้วยตัวเอง ก่อนจะถามคำถามที่คิดว่าเขาน่าจะถามเธอตั้งแต่เมื่อเช้า

อิงไอรักเงยหน้าขึ้นมองหน้าหล่อเหลาของเขาก่อนจะเอียงคอน้อยๆ แล้วยิ้มหวานใส่ตาปรือๆที่มองเธอไม่กระพริบ

สุดที่รักของเธอช่างเข้าใจสรรหาของตกแต่งเล็กๆน้อยๆพวกนี้มาทำให้เธอต้องฉีกยิ้มหวานอย่างเป็นปลื้ม ดูเถอะเห็นท่าทางเขาไม่ใช่คนชอบสนใจอะไรจุกๆจิกๆพวกนี้ที่เขาก็ยังอุตส่าห์ยอมเสียเวลาหารูปที่เธอถ่ายในนิตยาสารไปขยายแล้วอัดกรอบลวดลายเก๋ๆ มาไว้ในห้อง รู้ล่ะว่าเขาคงจะแค่สั่งให้คนของเขาจัดการให้เสร็จสรรพ แต่อิงไอรักก็ซึ้งใจเขาอยู่ดี

“ถูกใจที่สุดเลยค่ะ แต่เดี๋ยวก่อน...อิงว่าคุณลืมอะไรไปอีกอย่างนะคะ” คนพูดทำสายตายั่วๆแต่คนมองกลับยิ้มเอ็นดูเพราะรู้ว่าความจริงแล้วเธอก็ไม่ใช่สาวเจนโลกไม่กลัวอะไรอย่างที่พยายามแสดงออกเลยสักนิด ตรงกันข้ามกับอาชีพที่ต้องคลุกคลีอยู่ในวงการมายาตั้งแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

ชยังกูรเลิกคิ้ว แต่นิดเดียวเท่านั้นเจ้าสาวก็หุบยิ้มทำสีหน้างอง้ำขึ้นมาทันที

ลืมอีกแล้ว คนแสนงอนคิดอย่างเริ่มจะไม่ชอบใจขึ้นมาบ้าง แต่เอาน่า เธอจะไม่เอาโทษเพราะวันนี้เขาน่ารักเหลือเกิน ถือว่าหายกันกับเรือนหอแสนสวยที่เขาแอบมาทำไว้รอเธอก็แล้วกัน คิดได้ดังนั้น คนที่ทำท่าจะเอาเรื่องก็เปลี่ยนเป็นยื่นปากนุ่มสีเชอรี่ไปแตะปากเขาเบาๆแล้วรีบถอนออกอย่างรวดเร็วเป็นการเตือนความจำ

ชยังกูรยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที

“ก็ไหนบอกว่าพอกลับมาถึงห้องหอของเราแล้วเจ้าบ่าวจะคิสเจ้าสาวเป็นลำดับแรกไงคะ... ว้า เจ้าบ่าวของอิงความจำสั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้” กิริยาจีบปากจีบคอพูด ยกแขนขึ้นกอดอกสีหน้างอนนิดๆทั้งที่เพิ่งอาจหาญขโมยจูบเขาไปหยกๆทำให้เจ้าของไร่สุดหล่อต้องรวบร่างหอมกรุ่นเข้าไปทำตามสัญญาอย่างที่เขาเองก็นึกอยากจะทำตั้งแต่ตอนที่ขับรถกลับจากโรงแรม ถ้าไม่ติดว่าเธอหลับคอพับคออ่อนซบไหล่เขามาตลอดทางเขาคงได้ทำตามสัญญาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วล่ะ

ชายหนุ่มบอกตัวเองว่าเขาต้องปรับตัวให้เข้ากับอะไรหลายอย่าง ความจริงเขาก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้บ้างแล้ว อย่างเช่นต้องฟังเสียงตัดพ้อต่อว่าเวลาที่ใครเผลอไปทำอะไรให้เธอโกรธหรือน้อยใจเข้า ซึ่งดูเหมือนจะบ่อยเสียด้วย บรรดาทีมงานและเพื่อนนางแบบที่สนิทสนมกันต่างก็อดห่วงไม่ได้เมื่อรู้ว่าเขาขอเธอแต่งงานและจะพาหญิงสาวมาใช้ชีวิตอยู่ที่ไร่บนเนินเขาแห่งนี้ ที่ว่าห่วงนี่ไม่ใช่ห่วงเจ้าสาวหรอกนะ แต่ห่วงเจ้าบ่าว ว่าจะรับมือกับความแสนงอนของเธอได้นานซักแค่ไหน แถมเวลาที่แม่เจ้าประคุณจะเหวี่ยงจะวีนขึ้นมานี่ต่อให้หน้าอินทร์หน้าพรมที่ไหนก็ฉุดไว้ไม่อยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พอถึงบทจะน่ารักขึ้นมาอิงไอรักก็ไม่ต่างจากลูกแมวขี้อ้อนที่ทั้งซุกทั้งซบทุกคนที่เธอรักและสนิทใจจะคบหาอย่างเช่นเพื่อนนางแบบบางคนและช่างแต่งหน้าสาวประเภทสองที่ติดสอยห้อยตามมากับเธอเมื่อครั้งมาถ่ายแบบที่นี่เมื่อสองปีก่อน         เพราะความสวยน่ารักและจิตใจดีงามที่ซ่อนอยู่ในความดื้อรั้นเอาแต่ใจและชอบเรียกร้องความสนใจอิงไอรักจึงกลายเป็นที่รักของใครหลายๆคนที่ได้ร่วมงานกับเธออย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก

ชยังกูรนิ่วหน้าเมื่อเขาพยายามจะแกะกระดุมเม็ดเล็กๆที่เรียงกันเป็นแถวอยู่กลางแผ่นหลังบอบบางแต่คนที่ออดอ้อนขอให้เขาจุมพิตเธอเมื่อครู่กลับขืนตัวออกเสียดื้อๆ

“รักอิงรึเปล่าคะ” คนถูกวางลงบนเตียงถามขึ้นท่ามกลางไฟปรารถนาลุกฮือของเจ้าบ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วเตียง แม่ตัวดีท่าจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรถึงได้แกล้งเล่นแง่ทรมานเขาได้จนถึงวินาทีสุดท้าย

ชายหนุ่มทำท่าจะสอดแขนไปจัดการเม็ดที่เหลือต่อ นึกในใจว่านี่ไม่ใช่เวลาจะมาทวงถามหาความรัก แม่ตัวดีแกล้งทรมานเขามานานเกินพอแล้ว และที่สำคัญเขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทบอกรักพร่ำเพรื่อเธอเองก็รู้ดี การตัดสินใจที่จะจบชีวิตโสดเพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่กับใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย และเขาเลือกแม่นางแบบสาวแสนงอนนี่ทั้งที่รู้ว่าความปวดหัวจะต้องตามมาอย่างแน่นอน นี่คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคำถามเมื่อครู่ แต่คราวนี้คนถูกกดทับอยู่ถึงกับหน้าเสียออกแรงดันร่างเขาออกอย่างงอนๆ

“บอกรักอิงก่อน”

“อิง...อย่าเล่นเป็นเด็กๆน่า” เขาเอ็ดเสียงเข้มใบหน้าแดงจัดเต็มไปด้วยเพลิงปรารถนาที่มีต่อเธอ ส่วนอิงไอรักพอผลักร่างหนาหนักของเขาออกได้ก็กระเถิบไปนั่งมุมเตียงเสียดื้อๆ

“ก็แล้วบอกรักอิงแค่นี้มันยากนักรึไงคะ ไหนบอกว่าให้ได้ทุกอย่าง...ให้บอกรักแค่นี้ก็ขัดใจอิงซะแล้ว” เอากับเธอสิ เขาไม่อยากจะโทษบิดาของหญิงสาวหรอกนะ ว่าท่านเลี้ยงลูกสาวคนเล็กได้ชนิดที่ว่าใครหน้าไหนก็อย่าได้ขัดใจเธอเชียวถ้าไม่อยากปวดเศียรเวียรเกล้าเพราะถูกเจ้าหล่อนพยศใส่ อย่างตอนที่เขาต้องบินไปดูงานต่างประเทศแต่เธอเกิดบ้าจี้จะให้เขาบินกลับมาดูคอนเสิร์ตนักร้องวงโปรดของเธอ พอชายหนุ่มบอกว่ายังกลับไม่ได้เท่านั้นแหละ แม่ตัวดีก็รีบโทรไปหาโมเดลลิ่งที่ชักนำเธอเข้าสู่วงการนางแบบแล้วตอบตกลงที่จะรับงานถ่ายแบบคู่กับนายแบบหนุ่มลูกครึ่งในคอนเซ็ปคู่รักซึ่งค่อนข้างวาบหวิวทั้งเครื่องแต่งกายและการโพสท่า ชยังกูรจำได้ว่าเขาแทบเหวี่ยงนิตยาสารเล่มนั้นลงถังขยะ รีบจับไฟต์บินตรงกลับกรุงเทพแล้วโทรสั่งให้คนขับรถที่บ้านคุณย่าของเขาเอารถมาส่งที่สนามบินก่อนจะบึ่งรถไปบ้านแฟนสาวเพื่อจัดการกับตัวก่อเหตุผ่าผืนคำสั่งแกมขอร้องของเขาได้อย่างน่าบีบคอเป็นที่สุด

“อิงน่า...วันนี้ผมจำได้ว่าบอกรักอิงไปไม่ต่ำกว่าห้ารอบแล้วนะ” เขาบอกเสียงเหนื่อยๆ แต่สายตาวาววับก่อนจะขยับเข้าหาคนที่นั่งหน้าตูมอยู่มุมเตียง

“ก็แล้วบอกรักแค่นี้มันลำบากนักรึไงคะ...ทีคุณพ่ออิงบอกรักคุณแม่ทุกวันยังไม่เห็นจะบ่นเลย” เธอยอมให้เขารั้งกลับไปกลางเตียงอีกครั้งแต่ก็ไม่วายส่งเสียงบ่นเจื้อยแจ้วอย่างที่เขาได้ยินจน(ควรจะ)ชิน

นี่มันเวรกรรมอะไรของเขานะ จะกอดทีหอมทีก็ต้องให้บอกรักที พอถึงวันที่เขามีสิทธิ์ที่จะทำในสิ่งที่อยากทำมาตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้าเธอ แม่ยอดรักก็ยังไม่วายขัดจังหวะด้วยการทวงถามหาคำว่ารักที่เขาบอกเธอมาไม่รู้กี่รอบตั้งแต่เช้าถึงเย็น

วูบหนึ่งของความคิด ชยังกูรชักเริ่มหวั่นใจ...กลัวใจตัวเองขึ้นมาตงิดๆ แต่ไม่หรอกน่า...เขารักเธอแล้วนี่ ใช่ว่าเขาไม่เคยรู้นิสัยเธอเสียเมื่อไหร่ ไหนๆก็รักและรักมาจนถึงขั้นนี้แล้ว

“หมอกขา”

เอาแล้วไง เสียงอ้อนๆนี่มาอีกแล้ว ไม่ได้ดั่งใจครั้งแรกเธอจะแกล้งทำเป็นงอน พองอนแล้วไม่ได้ผลก็จะเริ่มอ้อนอีกรอบ แต่ถ้ารอบที่สองแล้วยังไม่ได้ดั่งใจล่ะก็ ไอ้คนที่กล้าขัดใจจงเตรียมตัวปวดตับไว้ได้เลย เสียงหวานๆนี่แหละที่ทำให้เขาใจอ่อนแกมอ่อนออกอ่อนใจมานักต่อนักแล้ว

ชยังกูรตัดสินใจรั้งร่างหอมกรุ่นเข้าไปแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศได้เล็ดลอดผ่านระหว่างเธอกับเขาก่อนจะบอกชิดริมฝีปากอ่อนนุ่มว่า...

“ผมรักอิง รัก รัก รัก รักมาก พอใจรึยังฮึแม่ตัวร้าย” ชายหนุ่มจงใจลงเสียงหนักๆก่อนจะปิดปากช่างเจรจาช่างตัดพ้อนั้นเสียด้วยปากได้รูปร้อนผ่าวของตัวเอง คราวนี้ไม่มีกิริยาต่อต้าน มีแต่ร่างนุ่มเนียนชวนสัมผัสราวกับผ้าต่วนเนื้อดีที่เบียดแนบเข้าหาเขาอย่างที่เจ้าตัวพยายามลืมกลัวลืมอายแต่มันกลับไม่ประสีประสาอะไรเอาซะเลยในความรู้สึกของชยังกูร

สิ่งที่เขาเฝ้าโหยมามาตลอดระยะเวลาสองปีเต็ม ตอนนี้ได้อยู่ในกำมือของเขาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและขนบธรรมเนียมประเพณี เจ้าสาวของเขาถึงจะขี้วีนไปนิด เอาแต่ใจตัวเองไปหน่อย แต่เธอก็น่ารักน่าทะนุถนอมเหลือเกินเมื่อตอบสนองเขาอย่างกล้าๆกลัวๆทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอยังยั่วให้เขาหัวปั่นได้อย่างหน้าระรื่น

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะอิงไอรักมั่นใจว่าเขาจะต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับมารดาของเธอ ต่อให้อยู่กันสองต่อสองในที่รโหฐานชายหนุ่มก็ไม่เคยล่วงเกินนางฟ้าตัวยุ่งของเขามากไปกว่าการกอดจูบเล็กๆน้อยๆ ทั้งที่อยากตะกรุมตะกรามโยนขึ้นเตียงจัดการซะให้สิ้นเรื่อง  พูดไปหลายๆคนคงจะหัวเราะอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ไม่เคยว่างเว้นผู้หญิงสวยๆ ทั้งระดับนางงามประจำจังหวัดหรือนางเอกละครมาติดพันจะต้องมานั่งใช้ขันติข่มใจเมื่อต้องมาติดหล่มจมรักกับนางแบบสาววัยกระเตาะ แต่ ณ วินาทีนี้บอกได้คำเดียวว่า คุมเกินคุ้มกับเวลาสองปีที่เขาทนรอเป็นบ้าเป็นหลัง เมียเขาทั้งหอมหวานน่ารักน่าปรารถนาเสียจนทำเอาคนหิวโซมาแรมปีแทบสำลักความสุข

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

400 ความคิดเห็น

  1. #146 omelet-omelet (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:46
    นางเอกแสนงอน แต่ยังรับได้ค่า
    #146
    0
  2. #106 auai_jaa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:10
    น่าลุ้นไปกับความรักของทั้งคู่ค่ะ

    อย่างว่าล่ะการแต่งการเป็นแค่การเริ่มต้น
    #106
    0
  3. #73 oopearnqoo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2554 / 20:06
     
    #73
    0
  4. #12 MU @ Club (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2554 / 23:54

       รีดเดอร์เห็นชื่อไรเตอร์เท่านั้นแหละ ตรงดิ่งมาเลย 5555

       เห่อๆ หวานเลี่ยนแต่หัววันเลยเชี่ยว

       พ่อเลี้ยงหมอก ขา... กว่าชีวิตแต่งงานจะลงตัว

       พ่อเลี้ยงหมอก จะมีสภาพเป็นเช่นไรน้อ..!!!!

       ได้เมียขาเหวี่ยง แสนงอน แถมจอมวีนอีกต่างหาก

       ได้รู้ซึ้งถึงรสชาดของชีวิตก็คราวนี้แหละคร่า... พ่อเลี้ยงหมอก
                         

    #12
    0
  5. #10 ผีน้อยชิชา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2554 / 23:18
     อิงขี้อ้อน ขี้งอนด้วย อิอิ
    #10
    0
  6. #6 นัควัต (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2554 / 22:16
    กรี๊ดดดดดดด น้องอิงขี้อ้อนอะ
    #6
    0
  7. #4 plalawan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2554 / 20:56
    น่ารักอ่ะ แนนมาลงเรื่องใหม่น่าติดตามแอดแล้วนะคะ
    #4
    0
  8. #2 retona (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2554 / 20:11
    สนุกดีอ่ะ
    #2
    0
  9. #1 apop (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2554 / 20:10
    เรื่องใหม่มาแล้วตามต่อๆๆไป
    #1
    0