Love Glamour พิสูจน์รักเสน่ห์ร้าย

ตอนที่ 8 : บทที่ 4 หมายเลขปริศนา | PART 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 653
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ก.ย. 62


บทที่ 4 หมายเลขปริศนา | PART 1

 

ผมรู้สึกหัวเสียกับคาร์ลตันไม่น้อยที่เมื่อวานนี้เขาไม่ได้มาตามนัดทั้งที่เรามีเรื่องเกี่ยวกับกิจการที่จะต้องตกลงกัน ตอนนั้นผมรอเขาอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในใจกลางเมืองนิวคาสเซิลเพราะว่านั่นเป็นทางผ่านของผมพอดีหลังจากไปจัดการธุระส่วนตัวบางอย่างมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมเลิกคาดหวังที่จะได้พบเจอกับเขาแล้วตัดสินใจกลับบ้านไปทันทีหลังจากนั่งรอเขาถึงสามชั่วโมงอย่างไร้การติดต่อกลับมา

ผมมองดูนาฬิกาแล้วรีบจัดการกาแฟอึกสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในถ้วย จากนั้นก็นำมันไปเก็บไว้ในห้องครัวก่อนจะรีบสาวเท้าเดินตรงไปที่รถแล้วมุ่งหน้าขับไปที่ผับทันที เมื่อผมเข้ามาในร้านพนักงานสองสามคนที่กำลังจัดโต๊ะอยู่ก็หันมาทักทายผมอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะตามมาด้วยชาร์ลีที่ยืนส่งยิ้มแป้นมาก่อนจะทันได้เอ่ยทักทาย

คุณสบายดีไหมครับ” เขาทัก ชาร์ลีเป็นเด็กหนุ่มจากหมู่บ้านซึ่งเป็นบ้านเกิดของผม ผมรับเขาไว้เข้าทำงานตอนที่ครอบครัวเขาประสบปัญหาทางด้านการเงินตอนที่เขาเพิ่งจะมีอายุได้แค่สิบหกปี ชาร์ลีเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดีและขยันขันแข็ง แต่เขาไม่มีโอกาสที่จะได้เรียนต่อให้จบแม้กระทั่งมัธยมปลาย และดูเหมือนว่าหลังจากที่เขาทำงานกับผมมาถึงสองปี เขาก็ไม่คิดอยากที่จะเรียนต่ออีกแล้ว เพียงเพราะคิดว่าตัวเองมีความสุขกับการได้ทำงานรับใช้ผม แม้ผมจะย้ำอยู่สม่ำเสมอว่าผมอาจจะไม่ได้ต้องการให้เขารับใช้ผมไปตลอดชีวิตก็ได้

สบายดีไหมน่ะเหรอ ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้สึกไม่สบายเสียด้วยสิ” ผมบอก ชาร์ลีหัวเราะออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ จนทำให้ผมอดแปลกใจไม่ได้ ฝีเท้าที่เคยก้าวเร็วของผมหยุดชะงักตรงหน้าเขา “มีอะไรน่าขำนักหนาหึ ชาร์ลี” ผมค้ำแขนลงบนเคาน์เตอร์

คุณทำให้ผมนึกถึงใครบางคนเท่านั้น ประโยคที่คุณเอ่ยแทบจะเป็นประโยคเดียวกันอยู่แล้วเชียว จนผมแทบจะถามตัวเองว่าพวกคุณเป็นเนื้อคู่กันรึเปล่า”

ประโยคอะไร” ผมเลิกคิ้วอยู่ “ใครกันที่เอ่ยประโยคนั้น”

อันที่จริงมันก็ไม่ได้เหมือนกันมากหรอกนะครับ พอดีเมื่อวานผมเจอผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเข้ามาในร้านของคุณเพื่อที่จะสมัครงานเป็นคนทำครัว แต่ผมลองเสนอไปว่าถ้าเธอไม่รังเกียจ เธอจะทิ้งประวัติส่วนตัวเอาไว้ก็ได้ พร้อมบอกกับเธอว่าเธออาจจะได้งานเพราะเจ้านายของผมใจดีมาก เธอเลยย้อนผมกลับมาว่า ‘อาจจะ...ใช่ไหมคะ ฉันไม่มีสิทธิ์รังเกียจที่จะทิ้งประวัติส่วนเอาไว้นี่ตอนที่ตัวเองกำลังตกงานเสียด้วยสิ’ นี่ครับ...ประวัติของเธอ” เขาบอกแล้วรีบยื่นซองสีน้ำตาลมาให้ผม

นี่คุณกำลังจะยุให้ผมรับเธอทางอ้อมรึเปล่า” ผมหรี่ตามองเขา “ชาร์ลี”

เปล่าครับ ผมแค่ทำหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น” เขารีบบอก “เพราะถึงอย่างไร คุณเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสินใจ เพียงแต่ผมไม่อยากให้เธอเดินออกจากร้านเราไปโดยไม่ได้พยายามทำอะไรเพื่อตัวเอง ผมแค่หวังแทนเธอเท่านั้นเอง”

ผมเลิกคิ้วสูง นี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลหนึ่งที่ผมตัดสินใจเลือกเขาเข้ามาทำงานร่วมกับผม ชาร์ลีมีจิตใจที่ดีงามมาก

ผมจะลองเก็บไปพิจารณาดู” ผมบอกเขาก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ ร้าน จากนั้นก็ก้มมองดูซองกระดาษที่อยู่ในมืออย่างรู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่าง ผมส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “จะว่าไปแล้ว...ในความคิดของผม ประโยคที่คุณกล่าวถึงมันก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับผมจนน่าอัศจรรย์ใจสักเท่าไร ถ้าคุณถูกชะตากับเธอเสียขนาดนั้น บางทีเธออาจจะเป็นเนื้อคู่คุณก็ได้นะ” ผมขยิบตาใส่เขาแล้วเดินจากมา ตรงไปยังห้องทำงานของตัวเอง และเมื่อผมเพิ่งจะหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ไม่ทันไร บานประตูของผมก็ถูกเปิดออก

วินเซนต์” บุคคลที่ผมรอคอยตั้งแต่เมื่อวานนั่งลงเบื้องหน้าผมแทบจะทันทีที่เขาก้าวขามาถึงโต๊ะ

การที่นายมาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าฉันได้แบบนี้ทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ดึงดูดนายมา รวมไปจนถึงสาเหตุที่นายเบี้ยวนัดฉันอีกทั้งยังไม่ยอมส่งข่าว” ผมเอ่ยเสียงเรียบอย่างพยายามเก็บความอดทน

เฮ้ย...อย่าเครียดนักสิ ฉันสาบานได้ว่าฉันไม่ได้ลืมนัดของนายตอนที่เจอเธอ” เขารีบเอ่ยขึ้นทันที ผมไม่อยากจะถามเขาเลยว่า ‘เธอ’ ที่เขากำลังหมายถึงนั้นเป็นใคร เพราะผมรู้ดีว่านั่นคงจะเป็นผู้หญิงใหม่ของเขาอีกตามเคย “แต่พอฉันเห็นสิ่งนี้แล้ว มันก็ทำให้ฉันลืมนัดนายไปเสียสนิทเลย” เขายื่นเศษเสี้ยวของชิ้นส่วนหนังสือพิมพ์ขนาดเล็กที่บ่งบอกว่าใครบางคนฉีกมันออกมาอย่างลวก ๆ ไม่ได้ตั้งใจมาให้ผม

นายเอาเศษหนังสือพิมพ์มาให้ฉันทำไม” ผมถามเขาด้วยท่าทางสงบไม่ใส่ใจ

นายอย่าทำเย็นชากับฉันนักเลยวินเซนต์” เขายิ้มแล้วขยับตัวเล็กน้อย วางแขนลงบนโต๊ะ “ช่วยฉันหน่อยได้ไหม ฉันอยากรู้ว่าหมายเลขที่อยู่บนนั้นคือหมายเลขอะไร”

นายมีปัญหาเรื่องสายตาจนอ่านไม่ออกรึยังไง” ผมถามเขากวน ๆ แล้วรับมันมาโดยที่ไม่ได้มองดูเศษกระดาษนั่นเลย และเมื่อก้มลงมองดูตัวเลขที่เรียงรายบนนั้นผมก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำเขาถึงถ่อสังขารมาหาผม

นายมีป้าเป็นคนไทยใช่ไหม พอดีฉันเอาสิ่งนี้ไปถามสาว ๆ ชาวเอเชียมามีหญิงสาวคนหนึ่งบอกว่ามันเป็นหมายเลขไทย แต่เธอไม่ยอมบอกฉันว่ามันเป็นเลขอะไร เพราะคิดว่าคนให้คงมีเหตุผลที่ดีพอที่จะไม่ให้เบอร์ที่ถูกต้องกับฉันแบบตรง ๆ” เขามุ่ยหน้า

แสดงว่าเธอคนนี้เป็นผู้หญิงที่ฉลาดไม่น้อยเลยทีเดียว” ผมบอกแล้วยัดกระดาษนั่นใส่กระเป๋าสตางค์โดยที่มีคาร์ลตันมองตามตาโตเท่าไข่ห่าน

เฮ้ย นั่นนายจะทำอะไรน่ะ” เขาเริ่มรวนนั่งไม่เป็นสุข

ฉันจะเก็บมันเอาไว้จนกว่านายจะพร้อมที่จะกลับมาทุ่มเทให้กับการบริหารร้านร่วมกันกับฉันได้อย่างเต็มที่ ขอโทษทีนะที่ฉันต้องทำแบบนี้แต่นายควรรู้ว่าตอนนี้กิจการของร้านเริ่มสั่นคลอนแล้วในระดับหนึ่ง” ผมบอกเขา

นายทำแบบนี้ได้ไงวะ นายคงไม่ได้คิดจะแอบเก็บเบอร์เธอไว้เพื่อติดต่อกับเธอเอง แล้วสอยเธอไปจากฉันใช่ไหม” เขาถามขึ้นอย่างงอแงเหมือนไม่ได้ฟังสิ่งที่ผมพูด

ถ้าฉันจะแย่งผู้หญิงมาจากนาย สาบานได้ว่าฉันจะไม่ใช่วิธีที่นายคิด” ผมยืนยันให้เขารับรู้

ไอ้วินเซนต์ แบบนี้ฉันก็จบกันพอดี” เขาทุบโต๊ะเบา ๆ อย่างแสดงท่าทางเสียดาย

นายไม่จบเห่เพียงเพราะไม่ได้เบอร์ของเธอหรอก แต่เราอาจจะจบเห่ถ้านายไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉันจัดการปัญหาของร้าน” ผมบอกเขา

ร้านเราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนี่ ทำไมนายจะต้องให้ฉันเข้ามายุ่งเกี่ยวทำไม ที่สำคัญพวกเราก็มีมาร์ธาคอยช่วยบริหารอยู่ไม่ใช่เหรอ”

แต่ว่านายเพิ่งส่งเธอไปพักร้อนตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วไม่ใช่เหรอ กว่าเธอจะกลับมาก็อีกตั้งสามอาทิตย์ เรารอเธอมาจัดการปัญหานี้ไม่ไหวหรอกนะ”

หลังจากที่ผมกลับมา ผมก็ค้นพบว่าทางร้านเรามีข้อบกพร่องทางเรื่องรายรับรายจ่ายมากในระดับหนึ่ง ซึ่งไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และผมก็ไม่สามารถหาหลักฐานมาเพื่อใช้ในการสรุปสาเหตุที่เงินออกจากบัญชีของร้านเป็นจำนวนมากถึงขั้นที่เราไม่สามารถมองข้ามไปได้ แต่ดูเหมือนคาร์ลตันจะไม่ได้ใส่ใจกับผลกระทบนี่สักเท่าไรทั้งยังใช้ชีวิตเจ้าสำราญต่อไปอย่างสุขสบาย

อย่าวิตกกังวลไปเลย นี่มันก็แค่ผลของเดือนเดียวเอง บางทีอาจจะมีการคำนวณอะไรผิดพลาดก็ได้ เลยทำให้ดูเหมือนกับว่าร้านเรามีปัญหาน่ะ แท้จริงแล้วทุกอย่างยังดำเนินไปด้วยดีต่างหากล่ะ” คาร์ลตันบอกพลางยิ้มท่าทางสบาย

แต่ฉันคิดว่าถ้าหากทุกอย่างยังดำเนินการแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ สักวันร้านเราอาจจะไม่สามารถยืนอยู่ได้อีกต่อไป”

นี่ฉันต้องจัดการปัญหานี้ร่วมกับนายเดียวนี้เลยเหรอวะ” เขาถามด้วยท่าทางหัวเสียนิด ๆ “โอเค ๆ เดี๋ยวฉันจะเรียกตัวให้มาร์ธากลับมาทำงานภายในอาทิตย์หรือสองอาทิตย์ข้างหน้าเลยแล้วกัน”

อันที่จริงนายไม่ต้องเรียกเธอกลับมาตอนนี้ก็ได้ เพียงแค่นายสละเวลามาช่วยงานฉันบ้าง”

ไม่เอาน่าวินเซนต์ นายอย่าเครียดกับมันนักสิวะ หาความสุขใส่ตัวเองบ้าง แล้วให้ลูกน้องทำงานแทนนายบ้าง พวกเราเป็นเจ้าของนะเว้ย จะต้องลงแรงอะไรมากมายวะ แค่ใช้สมองก็พอแล้ว” เขาบอก “เดี๋ยวฉันออกไปข้างนอกก่อนนะ พอดีฉันรีบ” เขาบอกแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

ผมได้แต่นั่งเอนหลังพิงพนักพิงแล้วมองดูบานประตูที่ยังสั่นคลอนเล็กน้อย รู้สึกหงุดหงิดใจในระดับหนึ่ง จากนั้นซาวันนาก็โทรศัพท์เข้ามือถือผม ชวนผมออกไปเดินชอปปิงกับเธอ แต่ผมปฏิเสธเธอไปเพราะไม่มีกะจิตกะใจในตอนนี้ แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยไม่ลืมที่จะหยิบซองสีน้ำตาลติดมือมาด้วย ผมเดินออกจากห้องทำงานของตัวเองมาพร้อมกับเอกสารบางอย่างที่ผมต้องการใช้ แล้วเดินตรงเข้าไปหาชาร์ลีที่กำลังยืนเช็ดแก้วอยู่หลังบาร์

ชาร์ลี” เมื่อผมเอ่ยปากเรียกชื่อเขาก็หันมาทันที

ครับคุณวินเซนต์”

ผมขอมอบสิทธิ์ให้คุณเป็นคนตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องนี้” ผมวางซองสีน้ำตาลที่เขาเป็นคนยื่นให้ผมเมื่อก่อนหน้านี้ลงบนเคาน์เตอร์ผสมเครื่องดื่ม “รวมถึงเรื่องพ่อครัวอีกสองคนนั้นด้วย ผมขอระยะเวลาจัดการปัญหาอื่นก่อน”

“คุณ...เชื่อใจผมหรือครับ” เขาถามด้วยท่าทางไม่ค่อยจะเชื่อหูตัวเองสักเท่าไร

“คุณเชื่อใจตัวเองรึเปล่าล่ะ” ผมย้อน

ครับคุณวินเซนต์” เขาพยักหน้าตอบกลับมาพร้อมกับยิ้มกว้าง

ถ้าเป็นอย่างนั้นผมก็เชื่อใจคุณ” ผมบอก “ถ้ามีผลคืบหน้าอะไรยังไง คุณโทรบอกผมได้ทุกเวลา ขอโทษทีที่วันนี้ผมต้องทิ้งให้พวกคุณทำงานกันลำพังอีกครั้ง”

“ไม่เป็นไรครับคุณวินเซนต์ พวกเรายินดีที่จะทำอยู่แล้ว” เขาบอก

ขอบคุณ” เมื่อเอ่ยประโยคนั้นจบผมก็เดินออกจากร้านมา ตรงไปที่รถ พอก้าวขาเข้าไปนั่งอยู่ในนั้นก็รู้สึกหนักศีรษะ จนต้องเอนหน้าพิงกระจก ผมมองออกไปข้างนอก สักพักฝนก็ตกลงมา เตือนให้ผมนึกถึงหญิงสาวคนนั้นขึ้นมาทันที อดยิ้มออกมาไม่ได้ทุกครั้งที่นึกถึงเธอ ไม่เข้าใจเลยว่า ทำสิ่งที่เคยหน่วงอกผมเอาไว้เหมือนถูกยกออกไปทันทีที่เธอผุดเข้ามาในความคิด

ผมยกมือขึ้นลูบคาง ขณะคิดว่าเมื่อวานนี้เธอขึ้นรถสายนั้นไปที่ไหน ที่สำคัญมันต้องผ่านหมู่บ้านที่ผมอาศัยอยู่ คำถามเดิม ๆ ผุดเข้ามาในหัวอีกครั้ง

คุณอยู่แถวนี้รึเปล่านะ แม่หญิงสาวปริศนา” ผมตวัดสายตามองดูผู้คนผ่านกระจกที่มีน้ำฝนเป็นฉากกั้น พวกเขาต่างพากันกางร่มวิ่งผ่านน้ำฝนราวกับเร่งรีบที่จะมุ่งเข้าไปตามผับตามบาร์ที่อยู่ใกล้ เคียง หลังจากนั่งมองภาพดังกล่าวไปได้สักพัก ผมจึงตัดสินใจขับรถกลับไปที่บ้าน


- TO BE CONTINUE -


เรียนสาว ๆ ที่แวะเข้ามาอ่าน รอบนี้ไม่ได้ลงให้จบเรื่องนะคะ

 เพราะเฮียวินเซนต์เป็นอีบุ๊กแล้วค่ะ


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น