Love Glamour พิสูจน์รักเสน่ห์ร้าย

ตอนที่ 5 : บทที่ 2 เหนือน่านฟ้า | PART 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 876
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    27 ก.ย. 62

CH. 2 Part 2 ครบ

คุณไม่คิดเหมือนฉันหรือคะ ก้อนเมฆน่าสนใจดีออก” เธอยิ้มแล้วพูดถึงก้อนเมฆต่อ ผมหลุดหัวเราะออกมา แล้วเธอก็หัวเราะตาม ก่อนจะเอ่ยพร้อมตีสีหน้าไร้เดียงสาใส่ผม “อะไรล่ะคะ ฉันแค่อยากมอบความสนใจให้ทั้งคุณและก้อนเมฆเท่านั้นเอง มันดูยุติธรรมดีสำหรับทั้งสองฝ่าย”

ผมไม่ได้โต้ตอบอะไร นอกจากเอนกายพิงพนักพิง มองดูเธอยิ้มกริ่ม เอนกายพิงพนักพิงตามผม จากนั้นเธอก็มองไปเบื้องหน้าทั้งที่ยังยิ้มอยู่

คุณไปเที่ยวมาหรือคะ” เธอถามขึ้นแล้วหันมามองผม

ครับ ผมไปเที่ยวมา” หรือจะพูดให้ถูกอีกทีผมหนีไปพักสมองจากบุคคลที่กำลังรอผมอยู่นิวคาสเซิล “ผมไปประเทศเยอรมนีมาน่ะ ในกรณีที่คุณอยากจะถามต่อ”

คุณอ่านใจฉันออก” เธอยิ้มร่าก่อนพึมพำต่อไปว่า “หวังว่าเราคงจะไม่ได้นั่งเครื่องบินลำเดียวกันมาหรอกนะ”

เครื่องคุณขึ้นจากที่ไหนล่ะ” ผมถาม

จากมิวนิคค่ะ เวลาสิบเอ็ดโมงเช้า สายการบินลุฟธันซา เครื่องลงที่สนามบินฮีทโธร์ว ตอนเที่ยงกับอีกสี่สิบห้านาที”

พระเจ้าเล่นตลกกับเราแล้วละ” ผมบอกเธอ “ผมก็มาจากมิวนิค ผมไปเที่ยวที่นั่นมาประมาณหนึ่งอาทิตย์ก่อนจะกลับมาพร้อมคุณ”

จริงหรือคะ” เธอหัวเราะ “สงสัยพระเจ้าจะเล่นตลกจริง ๆ คุณนั่งอยู่แถวไหนคะ”

ประมาณหางเครื่องหน่อย ๆ”

ฉันนั่งอยู่กลางเครื่อง คุณไม่เห็นฉันหรือคะ” เธอถามกระตือรือร้น

ไม่ครับ ผมเห็นคุณครั้งแรกตอนอยู่ฮีทโธร์ว บนรถบัส แล้วก็เห็นคุณอีกทีตอนอยู่บนเครื่องลำเดียวกันกับผมนี่ละครับ”

คุณชอบประเทศเยอรมนีรึเปล่า” เธอถามขึ้น

ผมชอบมิวนิคนะ บรรยากาศที่นั่นแตกต่างจากนิสคาสเซิลโดยสิ้นเชิง ผมไปเที่ยวนอกเมืองมาด้วย มันสวยมาก เคยได้ยินมาว่าแถบบาวาเรียในประเทศเยอรมันน่าชื่นชมไม่น้อย ผมเพิ่งจะเชื่อสนิทก็ตอนที่มีโอกาสได้เห็นกับตานี่ละ”

ฉันก็ชอบที่นั่นมากเลยค่ะ ฉันเคยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับปราสาทในเทพนิยายที่ขึ้นชื่อของประเทศเยอรมนี ก่อนจะย้ายมามิวนิคเมื่อสองปีที่แล้ว”

คุณบอกว่าเป็นลูกครึ่งเอเชียอังกฤษ ทำไมคุณถึงไปอยู่ที่นั่นล่ะครับ”

เรื่องมันยาวค่ะ” เธอบอกปัด “คุณไม่อยากฟังหรอก”

ผมอาจอยากฟังก็ได้นะ”

ถ้าหากเราได้เจอกันอีก หลังจากที่แยกกัน ฉันจะเล่าให้คุณฟังนะคะ” เธอยิ้มกริ่ม การที่เธอพูดแบบนี้แสดงว่าเธอคาดหวังว่าจะได้เจอกับผมอีก ทว่าดูเหมือนจะไม่ใช่ในแบบที่เราแลกเบอร์โทรและที่อยู่สำหรับติดต่อกันและกัน เพราะเธอไม่มีทีท่าแม้แต่จะถามชื่อผมเลยด้วยซ้ำ

ผมจะรอจนกว่าเราจะเจอกันอีกครั้ง” ผมไม่คิดจะถามเช่นกันว่าเธอชื่ออะไร ด้วยความรู้สึกบางอย่างบ่งบอกชัดเจนอยู่แล้วว่าผมจะได้เจอเธอในนิวคาสเซิลอีกครั้ง “นิวคาสเซิลแคบนิดเดียว โอกาสที่จะได้เจอคุณย่อมมีมากอยู่แล้ว”

ในกรณีที่ฉันไม่เปลี่ยนใจย้ายไปที่อื่นเสียก่อน” เธอเอ่ยขึ้น

คุณมีแผนจะย้ายไปที่อื่นเหรอ”

ค่ะ ฉันอาจเลือกยอร์กหากรู้สึกไม่ชอบนิวคาสเซิลเท่าไรนัก”

ยอร์กหรือ...แคโรไลน์น้องสาวผมอยู่ที่นั่น รวมทั้งบ้านพักที่ผมปล่อยให้คนเช่าด้วย

นอกเหนือจากยอร์กล่ะ คุณมองที่อื่นไว้รึเปล่า” ผมถาม

ตอนนี้ยังไม่ได้มองค่ะ ฉันหวังว่าฉันจะชอบนิวคาสเซิล” เธอเอียงหัวเล็กน้อย

คุณพูดเหมือนคุณจะเปลี่ยนใจเมื่อไรก็ได้”

มันเป็นแบบนั้นเลย ฉันอาจเปลี่ยนใจเมื่อไรก็ได้ คุณไม่รู้หรอกว่าแต่ละวันฉันเปลี่ยนใจบ่อยแค่ไหน”

ถ้าอย่างนั้น คุณก็คงเป็นคนน่าค้นหาสำหรับตัวคุณเองตลอดเวลา ตื่นเต้นและท้าทายด้วย”

แต่การค้นหาโดยที่ไม่พบเป้าหมายสักทีมันเหนื่อยนะคะ รวมถึงความตื่นเต้นท้าทายก็ด้วย”

จริง แต่อาจจะไม่ใช่สำหรับทุกคน” ผมบอก

ไม่ใช่สำหรับคุณหรือคะ”

ไม่ใช่สำหรับผม แค่บางเรื่องน่ะ ส่วนใหญ่ผมมีเป้าหมายในชีวิตดี ยกเว้นเรื่องเดียวที่ผมไม่ แต่ผมคิดว่าคนที่อยู่รอบๆ กายของผมหลายคนเขาแย่กว่าผมเสียอีก พวกเขาไม่มีเป้าหมายเรื่องอะไรเลย”

งั้นฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นแล้วละค่ะ” เธอยิ้มแหย ๆ

ผมคิดว่าไม่ใช่หรอก คุณมีเป้าหมายชัดเจน เพียงแค่เปลี่ยนแปลงบ่อยจนคุณเลือกไม่ถูกเท่านั้นเอง”

คุณคิดอย่างนั้นหรือคะ คุณไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าฉันคิดอะไรอยู่”

เรื่องบางเรื่องไม่มีความจำเป็นต้องรู้รายละเอียดลึกซึ้งเราก็สามารถวิเคราะห์ได้ครับ”

แล้วเรื่องอะไรคะ ที่คุณไม่เคยมีเป้าหมายเลย”

ผมคิดว่า คงจะดีเสียกว่าหากผมจะไม่พูดเรื่องนี้กับคุณ” ผมยิ้มให้เธออย่างสุภาพ

คุณอาจคิดผิดเรื่องนี้ก็ได้” เธอยักไหล่ “ฉันอาจเป็นคนเดียวที่คุณสมควรบอกเรื่องนี้ หรือไม่ก็ได้”

เราเป็นคนแปลกหน้าต่อกันอยู่นะ” ผมบอก...รู้สึกขาดความมั่นใจในตัวเองเพราะเธอขึ้นมาในทันที

เพราะเราเป็นคนแปลกหน้าต่อกันน่ะสิ ถึงไม่มีความจำเป็นต้องคิดอะไรมาก เพราะเมื่อเราไม่ได้กลับมาเจอกันอีก ฉันก็จะลืมคุณแล้วคุณก็จะลืมฉัน เราสองคนต่างไม่รู้จักชื่อกันและกัน ต่อให้ฉันนำเรื่องนี้ออกไปเผยแพร่ ก็จะไม่มีใครรู้อยู่ดีว่าเป็นคุณนอกจากฉันคนเดียว”

ผมจะได้รู้อะไรเกี่ยวกับตัวคุณเป็นการแลกเปลี่ยน”

คุณพูดเหมือนกับฉันอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวคุณเสียเต็มประดา” เธอยิ้มเจ้าเล่ห์

เปล่าครับ” ผมมองเธอด้วยแววตาเจ้าชู้ ไม่ใช่เพื่อหว่านเสน่ห์ แต่เป็นเพราะเธอกำลังใช้เล่ห์เหลี่ยมใส่ผม ผมเลยต้องโต้ตอบไปแบบนั้น “ผมคิดว่าตัวเองไม่ควรเสียเปรียบก็เท่านั้น”

ฉันเคยเป็นเด็กดื้อจอมเกเรที่เกือบจะทำให้ชีวิตของตัวเองแหลกเหลวไม่เป็นท่า จนทำให้ฉันต้องเปลี่ยนแนวความคิดเสียใหม่แล้วตัดสินใจเดินทางมาที่นี่” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบโดยที่มีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้า ผมสรุปเอาเองว่านี่คือสิ่งที่เธอจะใช้เป็นข้อแลกเปลี่ยนกับความลับของผมที่ไม่เคยบอกใคร

ผมไม่มีเป้าหมายในเรื่องความรัก” ผมสารภาพก่อนอธิบายเอ่ยต่อไปว่า “สำหรับคุณอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สำหรับผมแล้วผมรู้ว่ามันค่อนข้างแปลกมาก”

คุณอึดอัดรึเปล่า” เธอถามราวกับเห็นใจ

เปล่า ผมไม่อึดอัด ผมแค่ไม่มีเป้าหมายในเรื่องความรักเท่านั้น เห็นไหม...ทุกคนไม่ได้เพอร์เฟกต์ไปเสียหมด หากคุณจะหาเป้าหมายไม่เจอบ้างเพราะนิสัยชอบเปลี่ยนใจวันละหลายรอบ แต่ตอนนี้ผมเชื่อว่าคุณมีเป้าหมายแล้วละครับ”

นี่เราคุยเรื่องอะไรกันอยู่นะ” เธอหัวเราะแผ่วเบาก่อนจะมองผมด้วยแววตาที่ผมอ่านออกว่า...ชื่นชม ทำให้ผมคิดถึงแคโรไลน์และไลราน้องสาวทั้งสองคนของผม “ฉันไม่คิดเลยว่าจะนั่งคุยกับคนแปลกหน้าที่ไม่มีเป้าหมายในเรื่องความรักแถมยังเป็นผู้ชายอีกด้วย”

คุณพูดเหมือนกับไม่ได้คุยกับผู้ชายบ่อยเท่าไรนัก”

ไม่ใช่เรื่องนี้ค่ะ” เธอบอก “แต่ได้โปรดอย่าคิดว่าฉันเยาะเย้ยคุณนะ ฉันแค่ไม่คิดว่าจะได้ยินสิ่งนี้จากผู้ชายที่ดูดี มีเสน่ห์ มั่นใจในตัวเองและน่าชื่นชมอย่างคุณ”

มันเลวร้ายสำหรับคุณเหมือนกันหรือครับ” ผมอดขมวดคิ้วไม่ได้ แม้ว่าจะรู้สึกพึงพอใจในสิ่งที่เธอชม แต่นั่นก็ทำให้ผมอดคิดเรื่องปมความคิดของตัวเองไม่ได้ “คุณคิดว่าผมเลวร้ายมากเลยใช่ไหม ที่ไม่มีเป้าหมายเรื่องความรัก”

ไม่รู้สิคะ ฉันคงต้องถามคุณแล้วละว่าเรามีความจำเป็นต้องมีเป้าหมายในเรื่องของความรักด้วยเหรอ”

ผมไม่รู้เหมือนกัน”

คุณคงเป็นผู้ชายที่ประสบความสำเร็จในทุก ๆ เรื่องจนหลงลืมเรื่องพวกนี้ไปบ้าง ส่วนฉันก็คงเป็นผู้หญิงที่ไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลยสักด้านแล้วยังหลงลืมเรื่องพวกนี้ไปอีกด้วย” สีหน้าของเธอไม่ได้บ่งบอกว่าสิ่งที่เธอกำลังเอ่ยถึงคือข้อบกพร่อง แต่ดูเหมือนเธอจะเข้าใจมันมากกว่า และสิ่งที่เธอพูดมามันก็ถูก ผมประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้านตั้งแต่เล็กยันโต ผมมีเป้าหมายในชีวิตทางด้านการงาน อนาคต ยกเว้นเรื่องความรัก นั่นทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองช่างแตกต่างจากสมาชิกทุกคนในตระกูลคลีฟ แม้ว่าคนในครอบครัวของผมจะมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพวกเขาก็ตาม แต่เท่าที่ผมเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพวกคุณลุงคุณน้าและพ่อของผมมาบ้างแล้ว นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกมันได้อย่างชัดเจน ผมไม่ได้เครียดที่ผมไม่ได้มีคุณสมบัตินี้ที่ชาวตระกูลคลีฟควรมีกัน แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่า ผมนึกถึงมันตลอดเวลา ไม่ว่ามันจะมีความสำคัญหรือไม่ก็ตาม

ยินดีที่ได้รู้จักคุณ หญิงสาวปริศนาผู้เปลี่ยนแปลงความคิดอยู่ตลอดเวลา” ผมบอกเธอ

ยินดีที่ได้รู้จักคุณค่ะ ซูเปอร์แมน” เธอเอ่ยพลางยิ้มให้ผมอ่อนโยน

คุณเรียกผมว่าซูเปอร์แมนเหรอ” ผมอดขำออกมาไม่ได้

คุณช่วยคุณยาย แล้วคุณก็ช่วยฉัน ไม่เรียกว่าซูเปอร์แมนแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะ” น้ำเสียงเธอติดจะทะเล้นไม่น้อย

คุณเองก็ช่วยคุณยายเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นคุณก็คงเป็นซูเปอร์วูแมน”

ไม่เอาหรอก ฉันชอบชื่อหญิงสาวปริศนามากกว่า”

ผมรู้สึกเหมือนกับว่าเราจะได้เจอกันอีก” สิ่งที่ผมพูด...มันออกมาจากใจ จากความรู้สึก

อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยทีเดียว” เธอต่อ “ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม”

เรายิ้มให้กัน จากนั้นก็พูดคุยเกี่ยวกับประเทศเยอรมนีไปเรื่อยเปื่อย เธอบอกเล่าเกี่ยวกับสถานที่ที่เธอชื่นชอบในบาวาเรีย ส่วนผมบอกเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ของตัวเองตลอดระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ในประเทศเยอรมนี

เธอแนะนำผมให้ไปเที่ยวมาดริดที่สเปนดูบ้างเมื่อรู้ว่าผมไม่เคยไปที่นั่น ผมจึงบอกเธอว่า ผมจะจับมันยัดไว้ในตารางทันทีที่กลับถึงบ้าน ด้วยความเพลิดเพลิน

ไม่นานเครื่องบินก็ร่อนลงสู่พื้นดิน หญิงสาวอาศัยมือผมเป็นที่จับเหมือนตอนขึ้นเครื่องเช่นเคยจนกระทั่งเครื่องบินหยุดการเคลื่อนไหวอยู่กับที่ เธอขอบคุณผมอีกหลายรอบ ตอนแรกเราคิดว่าจะไปรับกระเป๋าด้วยกัน แต่ว่าเธอแยกไปก่อนเพราะมีโทรศัพท์เข้า

เราแยกทางกันตอนที่เดินออกจากเครื่องทันที โดยที่ผมไม่มีอะไรเกี่ยวกับตัวเธอให้จดจำ ยกเว้นกลิ่นหอมจากเรือนผม รอยยิ้มของเธอ เสียงของเธอ เรื่องเล่าของเธอ ท่าทางสนุกสนานร่าเริงของเธอ ดวงตาเจ้าเล่ห์ อ่อนหวาน ท่าทางหวาดกลัวเวลาเครื่องขึ้นและลง อันที่จริง...ผมชักไม่แน่ใจแล้วละว่าเธอไม่มีอะไรให้จดจำ เพราะผมจดจำอะไรได้ตั้งมากมายเกี่ยวกับตัวเธอ

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

316 ความคิดเห็น

  1. #299 Vampire:+:หนูเล็ก:+: (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2555 / 09:26
    อร๊ายยยยยย ขนา่ดไม่ได้เจอกันยังขนาดนี้ แล้วถ้ามาเจอกันจะขนาดไหน?
    อ่านไป จะเลื่อนตกเก้าอี้เอา เขิลจัด
    #299
    0
  2. #274 jib-john (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2555 / 05:14
    เหมาะสมกันจริงๆคู่นี้
    #274
    0
  3. #223 Daily praewiiz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2555 / 08:18
    น่ารักกจริงๆๆๆเลยยอ่ะ
    #223
    0
  4. #188 LOVESICABABY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 23:27
    narak!!!
    #188
    0
  5. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:28
    น้องจูนก็...ถามได้ -- พี่นาตลิขิตสิคะ 555
    #53
    0
  6. #52 The Marshmallow (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2554 / 13:19
    กรี๊ดดดด

    น่ารักจริงๆๆ

    คืออ่าน 2 คนนี้คุยกันแล้วเพลินมากค่ะ

    เจอกันไวๆนะ

    นี่มันพรหมลิขิตหรือนาตลิขิตคะ? 5555555555
    #52
    0
  7. #51 svajone (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 13:50
    อ่า .. พี่วิน ขี้เล่น น่ารัก

    นางเอกของเราจะนี้ไปไหนพ้นค่ะเนี่ย
    #51
    0
  8. #50 กาแฟ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2554 / 13:00
    อ่านแล้วกาแฟหุบยิ้มไม่ได้เลยค่ะ จนคิดว่าตัวเองบ้าไปแล้วรึเปล่า? 55 5.
    ท่าทางจะไม่ใช่โลกกลมแล้วล่ะค่ะ คงต้องบอกว่านี่คือพรหมลิขิตเลย!
    กาแฟแทบจะรออ่านตอนต่อไปไม่ไหวแล้วค่ะ! ลุ้นสุดๆ

    กาแฟเดาถูกด้วยนะคะว่า คาร์ลตันเป็นเจ้าของผับที่แสนน่าสนใจนั่น
    แต่กาแฟก็ลืมคาดไปว่าวินเซนต์เองก็น่าจะมีส่วนด้วย

    กาแฟไม่สงสัยเลยค่ะว่าทำไมคาร์ลตันถึงลืมนัดกับวินเซนต์ได้...ไปเจ้าชู้ไก่แจ้อยู่นี่เอง ;;
    แต่คิดว่าคงจะอกหักแล้วล่ะค่ะ ถ้าเผลอใจให้ธันวา เพราะกาเชียร์ให้เธอคู่กับวินเซนต์ใจขาดดิ้นเลย

    ธันวาเป็นคนมีความพยายามมากเลยค่ะ! นับถือจริงๆ
    ดีใจด้วยที่เธอได้งานที่ดีมากๆ(แน่นอน!)

    กาแฟรู้สึกเหมือนตัวเองโรคจิตหน่อยๆ(?)ค่ะ
    พออ่านตรงที่วินเซนต์ถอดเสื้อแล้วแอบเขิน ///

    ไม่ได้ผลักไสนะคะ แต่กาแฟคิดว่าซาวันนาคงจะเข้ากับคาร์ลตันได้ดีแน่ๆ
    และขอให้เป็นอย่างนั้นนะคะ เพราะไม่งั้นกาแฟเชื่อว่าเมื่อธันวารู้ว่าเธอรักคนมีเจ้าของคงจะรู้สึกผิดไม่ใช่น้อย

    กาแฟติดตามอยู่นะคะ สู้ๆ! เป็นกำลัจให้พี่นาตเสมอค่ะ :")
    ว่าจะไปเคลียร์อ่านเรื่องอื่นๆของชาวคลีฟด้วย ยังไม่คืบหน้าเลยค่ะ (นอกจากเรื่องนี้)
    จะกลับมาตามต่อนะคะ ตอนนี้คุณแม่เรียกใหญ่แล้ว! ลูกที่ดีต้องให้คุณแม่รอนานไม่ได้ค่ะ (ถึงแม้กาแฟจะแอบดื้ออยู่หลายครั้งก็เถอะ แหะๆ)

    ปล. ชาร์ลีน่ารักมากๆค่ะ >
    #50
    0
  9. #49 fene_sun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2554 / 01:46
     พี่วินดูเป็นผู้ใหญ่ใจดี ฮ่าๆๆๆๆ
    นึกถึงเพื่อนคนนึงที่รู้จักตั้งแต่อยู่มอปลาย :P
    แล้วเดี๋ยวจะมาอ่านต่อนะคะ
    พระนางเรื่องนี้น่ารักจัง : )
    #49
    0
  10. #48 แมวบ้าเฉยๆ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2554 / 22:48
     อ๋ายยยย แต่งเลยค่ะแต่งง

    ชอบเฮียวินนะ แต่ตอนนี้ย้อยกว่าไดมอนจิีดนึง ฮิฮิ
    #48
    0
  11. วันที่ 25 ตุลาคม 2554 / 19:55
     อยากกรีดร้องงงงง นี่ขนาดแค่โทรศัพท์นะ
    ไม่รู้อีกว่าอีกฝ่ายเป็นธันวา แต่ถ้ารู้ว่าเป็นธันวา เฮียคงกรีีดดดแน่ กร๊ากกกกกกก
    มันอะไรกันนนนนนน คู่นี้ก็คงหวานแบบไม่เกรงใจใครแน่นอนในอนาคต
    เตรียมตัวทำใจเลยยยยย5555555555

    ซาวันนากับคาร์ลตันมันต้องมีอะไแน่ๆๆ สองคนนี้ท่าทางจะนิสัยไม่ดี
    เชื่อดิเฮียไม่หึงเธอหรอกยะ=..=

     
    #47
    0
  12. #46 แมวบ้าเฉยๆ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2554 / 13:56
     อ๋ายย ทำไมพี่วินไม่เปิดซองงง XD
    #46
    0
  13. #45 merryspring (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2554 / 08:10
    ชาร์ลีไม่ได้หลงรักธันวาหนึ่งแหละ แต่คุณคาร์ลตันยังอยู่นี่น่า แต่ว่าอย่างคุณคาร์ลตันนี่ เฮียคงไม่ปล่อยให้มาเกาะแกะกับธันวาหรอกเพราะนิสัยไม่ดี เจ้าชู้ แถมปล่อยให้เฮียเหนื่อยอยู่คนเดียว =..=



    แต่ว่าวินนี่เท่เนอะ น่ารัก นิสัยดี อะไรก็ดีไปหมด ละลายยยยยยย 5555

    #45
    0