Love On Air รักนี้ออกอากาศ 24 ชั่วโมง

ตอนที่ 9 : ❥ p.8 Love On Air Kavin & Mobile

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 เม.ย. 55

 


8

 

               ใบหน้าของเขาที่ซุกอยู่ในซอกคอของฉัน ทำให้ลมหายใจอุ่นๆรินรดลงมากระทบเนื้อของฉัน นั่นมันถึงกับทำให้ฉันขนลุกซู่ ตัวร้อนผ่าวเหมือนเพิ่งโดนน้ำร้อนเดือดๆราดใส่ตัวอย่างนั้นแหละ

                แค่นั้นยังไม่พอ หน้าอกด้านซ้ายของฉันยังรู้สึกว่าใจมันเต้นตึกตักอย่างกับว่าจะทะลุออกมาข้างนอกอย่างนั้นล่ะ นี่... ฉันหวั่นไหวเกินไปหรือเปล่านะ อาการและความรู้สึกหวั่นไหวแบบนี้ฉันไม่เคยเป็นกับใครมาก่อน

                แต่นายเควินสามารถทำให้ฉันหวั่นไหวได้ขนาดนี้เชียวหรือ... เขาเป็นคนแรก คนแรกจริงๆ

                เมื่อฉันตั้งสติได้แล้ว ฉันก็พยายามพยุงนายเควินให้ลุกออกจากตัวฉัน หมอนี่น่ะตัวหนักเป็นบ้าเลย ผู้ชายนี่หนักอย่างนี้กันทุกคนหรือเปล่านะ... โอ๊ย แล้วหลังฉันจะหักมั้ยเนี่ย นายนี่สร้างปัญหาให้ฉันจริงๆเลย !

        แต่การดันให้นายเควินออกไปให้ได้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย ร่างของเขาไม่ขยับสักนิดเดียว

                ทว่า... มีอยู่ช่วงจังหวะหนึ่งในขณะที่ฉันกำลังดันเขาออกอยู่นั้น เขากลับขยับหน้าตัวเองไปมานั่นมันก็ทำให้ดั้งสันโด่งของเขาเสียดสีกับแก้มเนียนๆของฉัน และในขณะที่นายเควินจะเปลี่ยนท่านอนจากใบหน้าที่ซุกอยู่ที่คอด้านซ้ายของฉันย้ายไปอีกผั่งตรงข้าม อาจจะเป็นเพราะเขากำลังปวดคออยู่ จึงอยากจะเปลี่ยนท่านอนเพื่อให้ความปวดบรรเทาอาการลง

                แต่เหตุการณ์ที่ฉันคาดไม่ถึงมันก็เกิดขึ้น ในเมื่อ... ริมฝีปากของเรากำลังชนกันอยู่ !

        ตาฉันเบิกกว้างขึ้นเท่าไข่ห่านเมื่อรู้ว่าตอนนี้เรากำลังจูบกันอยู่ จะ...จูบเหรอ!!

    นั่นมันถึงกับทำให้ฉันตกใจสุดขีด รีบผลักเขาออกอย่างแรงไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนจนหัวเขาไปชนกับโต๊ะรับแขกที่วางอยู่ใกล้ๆโซฟาดังโป๊ก และนั่นก็สามารถทำให้นายเควินลืมตาตื่นขึ้นมากุมหัวตัวเองอย่างปวดร้าว

                “โอ๊ย! ทำอะไรของเธอเนี่ย” เขาโวยวายใหญ่

        แต่! ตอนนี้สติสตังค์ของฉันมันเตลิดไปหมดแล้ว ฉันได้แต่เอามือปิดปากตัวเองไว้แน่น บอกตามตรงว่าตอนนี้ฉันพูดอะไรไม่ออกจริงๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ฉันจึงรีบวิ่งขึ้นบันไดมาทันที ไม่ได้สนใจนายเตวินเลยแม้แต่นิดเดียว

ไม่จริง มันไม่จริงใช่ม้ายยยยย !!

 

วันรุ่งขึ้น

วันนี้ฉันรีบตื่นนอน อาบน้ำแต่งตัว แล้วก็รีบชิงออกมามหาวิทยาลัยก่อนนายเควินล่ะ ก็ใครมันจะไปกล้ามองหน้าเขากันล่ะ เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนนี้แท้ๆ... โอ๊ย ฉันไม่อยากจะนึกถึงมันเลยสักนิด

ฉันนั่งทึ้งหัวตัวเองอยู่คนเดียวในห้องเรียน สักพักก็มีเพื่อนผู้หญิงร่วมคณะคนหนึ่งพูดขึ้นเสียงดังเหมือนกับเป็นการประกาศอะไรสักอย่างอยู่ที่ประตูทางเข้าห้อง

“นี่ทุกคนคะ ฟังฉันนะ คือว่ารุ่นพี่ปีสามคณะของเราบอกว่าให้ผู้หญิงในคณะทุกคนไปประชุมพร้อมกันที่สวนหย่อมข้างตึกเรียนในเวลานี้ค่ะ” เธอพูดจบแล้วพูดย้ำอีกครั้งที่สองก่อนจะเดินออกไป

เอ... ประชุม เรื่องอะไรกันน่ะ ปกติไม่เคยมีนี่นา แต่ถึงจะสงสัยแค่ไหนก็เถอะ ตอนนี้ฉันก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปที่สวนหย่อมอย่างที่พวกพี่ปีสามนัดไว้แล้วล่ะ

เมื่อเดินมาถึงสถานที่ประชุมกอง (เอ่อ นั่นมันเอาไว้ใช้กับลูกเสือเนตรนารีไม่ใช่เหรอ =_=) ก็เห็นเพื่อนผู้หญิงในคณะนั่งต่อแถวกันอยู่ ฉันเลยเดินไปหย่อนก้นนั่งลงบ้าง

นั่งได้สักพักหนึ่งรุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งก็พูดขึ้น

“เอาล่ะค่ะน้องๆปีหนึ่ง พวกพี่มีข่าวจะมาแจ้งพวกน้องๆกันนะคะ และพี่ก็อยากให้น้องทุกคนให้ความร่วมมือด้วยค่ะ เพราะเรื่องที่พี่จะพูดนี้เป็นเรื่องที่ทางผู้ใหญ่ทุกคนของมหาวิทยาลัยกำชับมา”

“คือว่า มีเสื้อผ้าแบรนด์หนึ่งอยากจะออกแบบเสื้อผ้า ซึ่งแบรนด์นี้เขาเห็นว่าผลงานของคณะดีไซเนอร์มหาวิทยาลัยของเราน่าสนใจ เขาจึงให้นักศึกษาคณะดีไซเนอร์ช่วยออกแบบให้เขา ซึ่งตอนนี้ทางคณะดีไซเนอร์ก็ออกแบบเรียบร้อยแล้วรวมทั้งเสื้อผ้าทุกชุดที่ออกแบบไว้ก็ตัดเย็บเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่จุดสำคัญคือเจ้าของแบรนด์นี้เขาจะจัดแฟชั่นโชว์ของเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นนี้ด้วย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็บอกมาว่าอยากให้มีตัวแทนทุกขณะได้ร่วมเดินแบบในแฟชั่นโชว์นี้ด้วย...”

“แล้วในแต่ละคณะต้องคัดเลือกมาสองคน และพี่ก็อยากให้เป็นนักศึกษาปีหนึ่งที่จะได้ไปร่วมเดินแบบ...วันนี้ที่เรียกทุกคนมาประชุมนั้นก็คือ พวกพี่จะให้พวกน้องๆลงมติว่าอยากจะให้ใครเป็นตัวแทนคณะของเราไปเดินแบบ”

เมื่อพี่ปีสามพูดจบ เสียงพูดคุยกันก็ดังขึ้น... ส่วนฉันน่ะหรอ ไม่อยากจะยุ่งเท่าไหร่หรอก เพราะฉันไม่มีเซ้นส์เรื่องการเลือกคนสวยๆ ปล่อยให้คนที่เขามีเซ้นส์เลือกกันไปเถอะ แล้วฉันก็ค่อยเออออตามเขาทีหลัง

แต่เอ เมื่อกี้ยังพูดคุยกันเสียงดังอยู่เลย ทำไมตอนนี้มันเงียบกริบอย่างนี้ล่ะ มองซ้าย มองขวา (- -  )(  - -)

เฮ้ย ทำไมทุกคนถึงจ้องฉันอย่างนี่ล่ะ อย่าบอกนะว่า...

“น้อง น้องคนนั้นน่ะ” เห พี่เขาเรียกใครกัน “น้องนั่นแหละค่ะ”

เมื่อเห็นว่าพี่ปีสามคนสวยมองหน้าฉันๆก็ชี้มาที่ตัวเองทันที

“ใช่ค่ะ น้องชื่ออะไรคะ”

“เอ่อ... โมบายล์ค่ะ”

“ค่ะน้องโมบายล์... ทุกๆคนคะ เห็นสายตาทุกคนมองไปที่น้องเขา หมายความว่าอยากจะให้น้องโมบายล์เป็นตัวแทนคณะเราใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ!!” ทุกคนพร้อมเพรียงกันตอบ

อ๊ากกกกกกกก ฉันอุตส่าอยู่เฉยๆแล้วนะ T^T

“โอเคค่ะ ตอนนี้ก็อยู่ที่น้องโมบายล์แล้ว น้องจะให้ความร่วมมือได้ไหมค่ะ เห็นแก่คณะของเราด้วยนะ” พี่ปีสามคนสวยพูดแบบอ้อนวอน

“เอ่อ...” งานเข้าแล้วฉัน ปฏิเสธไม่ออก ฉันไม่กล้าปฏิเสธ เพราะสายตาของทุกคนจ้องมองมาแบบนี้ แงๆ

“ถือว่าช่วยคณะของเราหน่อยและกันนะคะ ถ้าไม่มีตัวแทนล่ะก็ ทางมหาวิทยาลัยบอกว่าคณะของเราจะไม่ได้ร่วมกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น...” รุ่นพี่ปีสามคนสวยอ้อนวอนอีกครั้ง พร้อมกับทำหน้าเหมือนน้ำตาจะไหล แล้วทุกๆคนก็พยักหน้าเห็นด้วย

เอาล่ะ ฉันไม่มีทางเลือกแล้วนี่นา เป็นก็เป็น (ร้องไห้ในใจ)

“อ่า... เป็นก็ได้ค่ะ” นี่ถ้าไม่ใช่เพราะช่วยคณะไว้ล่ะก็นะ จะปฏิเสธให้ถึงที่สุดเลย!

และเมื่อฉันตอบไปแบบนั้น ทุกคนก็ถึงกับยิ้มแก้มปริ

“ดีมากจ้ะ เอาล่ะทีนี้ก็เหลืออีกหนึ่งคน ทุกๆคนช่วยกันเลือกหน่อยนะคะ...”

เมื่อฉันตอบตกลงแล้ว ฉันก็ไม่ได้ฟังอะไรต่อเลย ลุกขึ้นมาจากการประชุมทันทีเพื่อไปหาที่สงบๆนั่งชิลๆ

เฮ้ออออ งานนี้ฉันเหนื่อยแน่ๆ คนอื่นมีเยอะแยะทำไมต้องมาเลือกฉันด้วยนะ โมบายล์ไม่เข้าจายยย~

แล้วยิ่งฉันเป็นคนซุ่มซ่ามอยู่ด้วย ถ้าฉันไปทำอะไรให้ขายหน้าอีกล่ะก็ เพื่อนในคณะจะมารุมจิกฉันมั้ยล่ะเนี่ย ข้อหาที่ทำให้คณะของเราขายหน้า

แต่ในเมื่อทุกคนอยากให้ฉันเป็นตัวแทนล่ะก็ ฉันต้องพยายามให้เต็มที่ เพื่อที่จะไม่ทำให้คณะบัญชีของเราขายหน้า

เอาล่ะโมบายล์ Fighting!!

 

ตอนเที่ยง ฉันเดินมาที่ร้านคาเฟ่ข้างมหาวิทยาลัย ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้แฮะ รู้สึกไม่ค่อยหิวข้าวแล้วก็เบื่ออาหารขึ้นมาซะดื้อๆ วันนี้ก็เหมือนกัน ฉันก็ไม่ได้หิวข้าวหรอกนะ แต่ก็ไม่อยากให้ท้องมันว่างเกินไป เลยต้องไปหาอะไรใส่ท้องสักหน่อย มันจะได้ไม่เป็นโรคกระเพาะ ขี้เกียจจะมานั่งกินยาเช้าเย็น... เอ๊ะ แล้วฉันเป็นคนขี้เกียจตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ - -

เดินมาจะถึงร้านคาเฟ่อยู่แล้ว แต่ฉันก็ต้องสะดุดกึกซะก่อน เพราะข้างหน้านั่นมัน...

นายเควิน!! ชะ ใช่จริงๆด้วย เขากำลังยืนคุยกับเพื่อนเขาอยู่ แล้วตอนนี้เขาก็หันมาเห็นฉันแล้ว!!

แง้ๆ ไม่น้า~ ฉันยังไม่อยากจะคุยกับเขาตอนนี้... TT

นายเควินค่อยๆเดินเข้ามาหาฉันช้าๆ สายตาของเขาจ้องมองมาที่ฉันอย่างไม่ให้คลาดสายตา เอาไงดีล่ะฉัน จะหนีดีมั้ยนะ

อีกประมาณสามก้าวเขาก็จะมาถึงตัวฉันแล้ว ฉันจึงตัดสินใจหันหลังเตรียมจะเดินหนี แต่ก็ไม่ทันเขาอยู่ดี เพราะนายเควินเดินเข้ามาจับแขนฉันไว้ทัน

“เธอหลบหน้าฉันทำไม” เขาเอ่ยขึ้น

“เปล่าสักหน่อย ทำไมฉันต้องหลบหน้านายด้วยล่ะ”

“แล้วเวลาคุยกับฉันทำไมไม่มองหน้าฉัน”

“...”

“แถมหนีมามหาลัยคนเดียวด้วย ฉันไปทำอะไรให้เธอโกรธหรอ?

“เปล่า นายไม่ได้ทำอะไรให้ฉันโกรธหรอก เพียงแต่ว่า...”

โอ๊ย ฉันนึกถึงเรื่องเมื่อคืนอีกแล้ว ออกไปจากหัวฉันสักทีได้มั้ยเนี่ย

“แต่อะไร? แล้วทำไมเธอต้องหน้าแดงด้วยล่ะ”

“ไม่ ไม่มีอะไร ฉันขอตัวก่อนนะ”

พูดจบฉันก็รีบเดินออกมาจากเขาทันที ทำไมกันนะ ทำไมฉันถึงไม่กล้าสู้หน้านายนั่น นี่ฉันบ้าไปแล้วหรอ

ฉันเดินมานั่งที่ม้านั่งหน้าตึกเรียน คิดว่าถ้ากลับบ้านไปฉันจะทำตัวยังไงดีเพื่อไม่ให้นายเควินสงสัยว่าฉันเป็นอะไร เอาล่ะฉันจะทำตัวให้เป็นปกติและกัน

“จ๊ะเอ๋เพื่อนรัก!” ฉันสะดุ้งเฮือกทันทีเมื่อได้ยินเสียงนี้ หันไปก็พบว่าเป็นยัยพาสต้านั่นเอง ทำฉันใจหายใจคว่ำหมด

“นั่งเหม่อลอยอะไรอยู่คนเดียวยะ” พาสต้าพูดแล้วนั่งลงตรงหน้าฉัน

“ก็เปล่าอ่ะ คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”

“คิดอะไรของแกกัน แกมีอะไรไม่ได้บอกฉันรึเปล่า อย่าให้รู้นะ”

“บ้า มีอะไรล่ะ ไม่มีสักหน่อย”

“เชอะ... เออนี่โมบายล์ฉันได้ยินมาว่าแกได้เป็นตัวแทนของคณะบัญชีไปเดินแบบใช่มะ” พาสต้าพูดแล้วทำท่าทางตื่นเต้น

“อืม...”

“ว้าว เพื่อนๆในคณะนี่คิดถูกจริงๆนะที่เลือกแกอ่ะ” ยัยพาสต้าพูดแล้วปรบมือหนึ่งที

“ถูกเถิกอะไรกันล่ะ... แล้วทำไมฉันไม่เห็นแกเลยอ่ะ ตอนที่พี่ปีสามเรียกประชุมเพื่อไปคัดตัว”

“อ้อ พอดีฉันมีเรียนช่วงบ่ายน่ะ นี่ฉันก็เพิ่งมาถึงเอง”

“งั้นหรอ... เฮ้อ ฉันจะทำไงดีล่ะ ถ้าเกิดว่าฉันไปทำอะไรซุ่มซ่ามอีก มีหวังคนในคณะต้องรุมฉันแน่”

“แหม ไม่หรอกน่า อะไรมันจะโชคร้ายขนาดนั้น ไม่ทุกครั้งไปหรอกนะเพื่อนรัก”

“... ว่าแต่ทำไมช่วงนี้แกไม่ค่อยได้โทรหาฉันเลยล่ะพาสต้า”

“ฉันไม่ค่อยมีเวลาน่ะ ต้องดูและร้านด้วย ลูกค้าเยอะน่ะ”

“หืม ดีใจด้วยนะจ๊ะคุณเพื่อน ร่ำรวยๆล่ะ” ฉันพูดแล้วยิ้มกว้างให้เพื่อน

“จ้ะๆ ว่างๆแกก็แวะไปหาฉันบ้างสิ ชวนแฟนแกไปด้วยล่ะ”

“ใครแฟนฉันกันยะ”

“อ้าว ก็นายเควินอะไรนั่นไง”

“แกจะบ้าหรอพาสต้า นายนั่นไม่ใช่แฟนฉันสักหน่อย” นี่ยัยพาสต้าเอาอะไรมาพูดกันเนี่ย

“แล้วเรื่องในห้องสมุดล่ะ”

“เรื่องในห้องสมุด?

“แกอย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องหน่อยเลย ที่นายเควินเห็นแกคุยกับผู้ชายคนอื่น แล้วนายนั่นก็หึง เข้ามาดึงแขนแกไง”

ฉันเงียบแล้วใช้เวลานึกไปสามวินาที

“อ้อ เรื่องนั้นนี่เอง แล้วแกรู้ได้ไงเนี่ย”

“ก็เพื่อนที่เรียนห้องเดียวกันน่ะสิมาบอกฉัน เพื่อนฉันคนนั้นเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด” ยัยพาสต้ายิ้มอย่างภาคภูมิใจเมื่อเผาฉันได้สำเร็จ

“มันไม่ใช่อย่างที่แกคิดนะพาสต้า นายเควินมีงานด่วนน่ะ เลยรีบมาพาฉันไปที่บริษัท ไอ้ที่นายนั่นหึงน่ะ แกคิดเองเออเองแล้วแหละ”

“แน่ใจนะว่าแค่เรื่องงานน่ะ”

“นี่พาสต้า แกจะคาดคั้นอะไรจากฉันนักหนาเนี่ย”

ยัยนี่จะยัดเยียดให้ฉันเป็นแฟนนายเควินให้ได้เลยหรือไง

“อะๆโอเคๆ ไม่พูดแล้วก็ได้ อย่าทำหน้างอนอย่างนั้นสิ” ยัยพาสต้ายื่นมือมาหยิกแก้มฉันเบาๆ... ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะยะ ถึงจะมาหยิกแก้มเหมือนฉันเป็นเด็กๆอย่างนี้น่ะ

“โอ๊ะ ใกล้ถึงเวลาเรียนแล้วหรือยังนะ” พาสต้าพูดแล้วหยิบไอโฟนของตัวเองขึ้นมาดูเวลา “เหลืออีกห้านาที ฉันสายแล้วอ่ะโมบายล์ ไปก่อนนะ ไว้คุยกันใหม่!” พูดจบยัยพาสต้าก็รีบลุกขึ้นจากที่นั่งอยู่แล้วเดินแกมวิ่งไปที่ตึกเรียนของตัวเอง

 

ตอนนี้ก็บ่ายสองแล้ว ฉันไม่มีเรียนแล้วแฮะ กลับบ้านดีกว่า อยู่ที่นี่ก็ไม่รู้จะทำอะไร... ฉันเดินมาถึงบอร์ดประชาสัมพันธ์ของทางมหาวิทยาลัยก็เห็นว่ามีคนมุงดูกันอยู่ ฉันเลยเดินเข้าไปชะเง้อมองนิดหน่อยว่าเขาติดประกาศอะไรไว้ พอลองแทรกๆตัวเข้าไปอ่านก็เห็นมีกระดาษแผ่นหนึ่งติดประกาศไว้ว่า

 

 การเดินแบบของทางมหาวิทยาลัย

นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นตันไป เป็นเวลา 4 วัน

ขอให้นักศึกษาที่ได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนเดินแบบของแต่ละคณะ

ให้มาซ้อมเดินแบบที่ห้องโถงชั้น 3 ตึกคณะดีไซเนอร์”

 

อ่านประกาศจบฉันก็เดินออกมาพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฉันไม่เห็นจะรู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย ออกจะเบื่อด้วยซ้ำ ทำไมคนอื่นๆถึงได้ระริกระรี้ ตื่นเต้นกันจังนะ

“นี่เธอ แล้วคณะของเธอใครได้เป็นตัวแทนกันหรอ”

“คณะของฉันหรอ ได้ยินมาว่าคนนึงชื่อพัดชานะ แต่อีกคนยังไม่รู้น่ะว่าใคร...”

เสียงพูดคุยของนักศึกษาหญิงสามคนยืนคุยกันอยู่ที่ข้างบอร์ดประชาสัมพันธ์ ทำให้ฉันหันไปมองพวกเขาเมื่อได้ยินชื่อของคนๆหนึ่ง

พัดชาเหรอ... จะใช่คุณพัดชาหรือเปล่านะ

ฉันเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยมาเรื่อยๆจนใกล้จะถึงประตูมหาวิทยาลัยแล้ว แต่เสียงแตรรถก็ดังขึ้นพร้อมกับรถที่แสนคุ้นตามาจอดเทียบข้าง จากนั้นเจ้าของรถก็ลดกระจกลง

“เธอจะไปไหนน่ะ” นายเควินถามขึ้น

“แล้วนายจะไปไหนล่ะ” ฉันตอกกลับเขาไป

“อะไร นี่ฉันถามเธอนะ ไม่ใช่ให้เธอมาถามกลับ”

“นายก็ตอบฉันมาก่อนสิ...”

“ฉันจะกลับบ้าน กลับด้วยกันเลยสิ”

หืม เขาจะกลับบ้านงั้นเหรอ แล้วทำไมต้องมากลับตอนที่ฉันจะกลับด้วยล่ะเนี่ย

“เอ่อ... ฉันไม่ได้จะกลับบ้าน”

“แล้วเธอจะไปไหน”

“ฉัน...” โอ๊ย ฉันจะไปไหนดีๆ

“...?

“ฉันจะไป... ไปกินไอศกรีม ใช่! ไปกินไอศกรีม ฉันไปก่อนนะ”

“เฮ้ อย่าเพิ่งสิ” นายเควินลงมาจากรถแล้วรีบเดินมาจับแขนฉันไว้

“เดี๋ยวฉันพาไปดีกว่า ฉันก็ว่างๆอยู่เหมือนกัน”

“ไม่ต้องหรอก นายกลับไปพักผ่อนที่บ้านเถอะ”

“ไม่ดีกว่า ฉันอยู่บ้านก็เบื่อๆเหมือนกัน... ปะ ขึ้นรถสิ”

นายเควินพูดแล้วเดินไปเปิดประตูรถฝั่งคนขับ แต่เมื่อเห็นฉันยังยืนนิ่งอยู่เขาก็หันมาพูดกับฉันอีกครั้ง

“เร็วสิ เธออยากให้ฉันไปลากใช่มั้ย”

โอยยยย ฉันจะบ้าตายกับนายนี่

 

ร้านไอศกรีม

ฉันกับนายเควินสั่งไอศกรีมเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ฉันก็นั่งจิบน้ำเปล่าอยู่ ฉันไม่กล้ามองหน้านายเควินเลยจริงๆ แล้วแบบนี้ฉันจะทำตัวให้เป็นปกติได้ยังไงล่ะเนี่ย

“นี่ยัยซุ่มซ่าม เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ”

“คุยอะไรของนาย”

คิดดูสิ นายเควินที่พูดด้วยนั่งอยู่ตรงหน้า แต่เหมือนฉันคุยกับกระจกของร้านอย่างนั้นแหละ เพราะฉันพูดไปแล้วก็หันไปมองข้างนอก ไม่ได้มองหน้าเขาเลย

“ก็เรื่องที่เธอหลบหน้าฉันไง เธอยังไม่ตอบเลยนะว่าทำไมต้องหลบหน้าฉันด้วย”

เฮ้อ เรื่องนี้มาอีกแล้ว เอาเป็นว่าฉันจะพยายามสู้หน้านายเควินละกันนะ มันจะได้จบๆเรื่องไป

“ฉันก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้หลบหน้า” ตอนนี้ฉันหันหน้ามาพูดกับเขาแล้วแหละ เพื่อไม่ให้เขาสงสัย ฉันจะพยายาม

“ไหนเธอลองจ้องตาฉันซิ ฉันถึงจะเชื่อเธอ” เขานี่อะไรกันนักกันหนานะ เล่นเป็นเด็กๆไปได้

“เฮ้ออ ก็ได้ นายจะได้เลิกถามสักที”

พูดจบฉันก็ขยับตัวนิดหน่อย แล้วค่อยๆใช้สายตาของตัวเองมองไปที่สายตาของเขา บอกตรงๆเลยนะ ตอนนี้ฉันก็ยังไม่ค่อยกล้าจะมองหน้าเขาอยู่ดี แต่เพื่อให้เรื่องมันจบเท่านั้นเอง กัดลิ้นสู้ไปและกันโมบายล์

ตอนนี้ฉันกับเขาเหมือนกับกำลังปะลองต่อสู้กันด้วยสายตาอย่างนั้นแหละ เขาจ้องมาในดวงตาฉันอย่างไม่ละสายตาไปไหน ส่วนฉันก็เหมือนกัน... แต่ฉันรู้สึกว่า สายตาของเขาอ่อนโยนเหลือเกิน มันไม่เหมือนกับสายตาตอนที่เราเจอกันครั้งแรก สายตาของเขาในวันนี้มันเปลี่ยนไปจากเดิม มันดูอบอุ่นมากขึ้น ยิ่งฉันจ้องมันเท่าไหร่มันก็ยิ่งทำให้ฉันเหมือนอยู่ในอ้อมกอดของเขา สายตาแบบนี้...ทำให้ฉันไม่อยากจะละสายตาออกไปเลยจริงๆ...


  


 



 
ครบร้อยเปอร์ฯแล้วววว
ภูมิใจที่สุดที่มาอัพแล้ว ฮ่าๆๆ
เพิ่งสอบเสร็จเมื่อสองวันที่แล้วเองค่ะ
เลยไม่มีเวลาแต่ง&อัพ ต้องอ่านหนังสือสอบ TT

ขอโทษนะคะที่มาอัพช้ามากมาย
ตอนที่ 9 ก็รออีกนิดน้าค๊า
งานที่โรงเรียนก็เยอะด้วย แงๆๆ

สุดท้าย ขอบคุณทุกคนนะคะที่เป็นกำลังใจให้
รักทุกคนที่สุด (กอดแน่นๆ) ^.^



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

126 ความคิดเห็น

  1. #83 -❀NICKNICKYNICKNICKY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2554 / 22:08
     กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดให้คอแตกกกกก
    #83
    0
  2. #82 -❀NICKNICKYNICKNICKY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กันยายน 2554 / 22:08
     กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดให้คอแตกกกกก
    #82
    0
  3. #81 Kyoya_N (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2554 / 20:20
     อัพจ้าา  ค้างอย่างแรง>___<

    [31/07/54]

         หนุกมากอ่าา>__<  ฉันเกลียดแกยัยพัดชา ไม่โผ่ออกมาสักตอนได้มั้ยเนี้ย!!(ขู่ ฟ่อๆ ไรเตอร์อย่าไปสนใจค่ะT^T)

    อัพจ้าา


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 กรกฎาคม 2554 / 22:50
    #81
    0
  4. #80 Playpuz. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2554 / 16:51
    55555555555555555 5 ยอมซะเถอะโมบายส์ เีขินแทนนนน ~ วู๊ววว
    #80
    0