Love On Air รักนี้ออกอากาศ 24 ชั่วโมง

ตอนที่ 6 : ❥ p.5 Love On Air Kavin & Mobile

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 233
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 เม.ย. 55

 

5

 

 

“ฉันบอกว่า... ถ้าเธอชอบ ฉันจะพาเธอมาอีก” เขาพูดพร้อมกับหันมาสบตากับฉัน

ตอนนี้สายตาของเขา รู้สึกเหมือนว่าความเศร้าของเขาเริ่มคลายออกแล้ว ต่างจากสายตาที่เขาเจอคุณพัดชาเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา...

“เห?... นายเนี่ยนะจะพาฉันมา ฉันฟังไม่ผิดใช่มะ” ไม่น่าเชื่อจริงๆนะเออ เชื่อไม่ค่อยจะลงด้วย

“เธอก็รู้นี่ว่าฉันน่ะ... พูดคำไหนคำนั้น” พูดยังไม่พอแล้วจะยื่นหน้าเข้ามาทำไมล่ะยะ ใจเต้นตึกตักหมด

“ให้มันจริงเถอะ แล้วฉันจะคอยดู” ว่าจบฉันก็ฉันก็ยื่นหน้าไปหานายเควินเหมือนกับที่เขาทำกับฉันเมื่อครู่ ไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกย่ะ

“หึ...”

“เออ นี่ๆ รู้ป่ะว่าตอนที่นายเจอคุณพัดชาเมื่อครู่นี้น่ะ นายทำหน้ายังไง” เมื่อไม่มีอะไรจะพูด ฉันเลยนึกแกล้งนายเควินขึ้นมา

“หืม? ยังไง” เควินเอียงคอเป็นเชิงสงสัยและอยากได้คำตอบเป็นที่สุด

“ก็อย่างงี้ไง” พูดจบฉันก็เดินไปหยิบกิ่งไม้ที่ตกอยู่พื้นทรายใกล้ๆแล้ววาดรูปหน้าคนปากเบะกำลังร้องไห้ไว้ที่พื้นทรายใกล้ที่นายเควินยืนอยู่

วาดเสร็จฉันก็หันไปฉีกยิ้มให้เควินเพราะความสะใจที่วาดรูปหน้าเขาได้ทุเรศเพียงนี้ อ่าโฮะๆ นายเควินยิ้มที่มุมปากแล้วพูดขึ้น

“แล้วรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้หน้าตาเธอเป็นยังไง” ฉันกำลังงงกับคำพูดของนายเควิน... อ้อ นี่คิดจะทำตามฉันเหรอ

เขาไม่พูดอะไรต่อแต่กลับดึงไม้จากมือของฉันไปวาดลวดลายบนพื้นทราย

เอ๋? ดูไปดูมานั่นมัน มัน มัน...

มันรูปหน้าปลาหมึกกำลังทำปากจู๋นี่นา! หืม แกล้งฉันเหรอ!

“นี่นาย แกล้งฉันเหรอหา!” ฉันตะโกนใส่หูอีตาเควินจนเขาแทบปิดหูไม่ทัน

“เฮ้ย ตะโกนทำไมเนี่ย... ฉันไม่ได้แกล้งนะ ก็เธอหน้าตาอย่างนี้จริงๆนิ”

“ไอ้บ้าเควิน!” ฉันด่าไปแล้วก็ตีแขนเขาไป ส่วนเขาก็วิ่งหนีอย่างเดียว แล้วคนอย่างฉันรึจะยอม วิ่งตามสิค๊า... ฉันวิ่งตามนายเควินแล้วก็พยายามจะตีเขาแต่เขาก็หลบทันทุกที ฮึ่ย น่าหมั่นไส้ชะมัด

 

ฉันวิ่งตามตีเขาอยู่นานจนรู้สึกหอบเลยนั่งพักยองๆลงที่พื้นทราย...

“เหนื่อยแล้วเหรอ” ว่าแล้วก็กระตุกยิ้มมุมปาก คิดว่ายิ้มอย่างนั้นแล้วเท่ห์หรือไงน่ะ

ฉันไม่ตอบอะไรและยังนั่งหอบต่อไป... สักพักฉันก็เห็นมือใครสักคนยื่นมาตรงหน้า ฉันเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นว่าเป็นมือของนายเควิน

“ลุกขึ้นมาสิ...” ฉันไม่พูดอะไรและยังมองหน้านายเควินอยู่อย่างนั้น “อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลยน่า ลุกขึ้นมา” ว่าจบก็ฉุดมือของฉันแล้วดึงตัวฉันให้ลุกขึ้นอยู่ในท่ายืน

“ขอบใจ...”

“อืม ไม่เป็นไร”

 

หลังจากที่วิ่งไล่ตามนายเควินมาเรียบร้อยแล้วเหงื่อฉันมันก็ออกทำให้เหนียวตัวไปหมด ฉันเลยต้องมาอาบน้ำที่ห้องเพื่อทำความสะอาดตัวซะหน่อย

อาบน้ำเสร็จฉันก็ลงมาข้างล่างหาอะไรกินที่ศูนย์อาหารของทางโรงแรม หิวจะตายอยู่และ... ฉันสั่งอาหารที่เคาน์เตอร์แล้วก็กำลังจะไปหาที่นั่ง แต่ก็เจอวีเจสไปร์กับนายเควินนั่งอยู่ด้วยกันพอดี วีเจสไปร์กวักมือเรียกฉันๆเลยเดินเข้าไปกะว่าจะทักทายเธอเหมือนกัน

“สวัสดีค่ะวีเจสไปร์”

“สวัสดีค่ะคุณโมบายล์... เรียกฉันว่าสไปร์เฉยๆดีกว่าค่ะ” เธอพูดแล้วยิ้มให้ฉัน... รอยยิ้มที่สดใสและน่ารักนั่นมันดูเป็นมิตรมากๆเลย ฉันรู้สึกว่าฉันชอบมันจัง

เมื่อเธอยิ้มให้ฉันก็ยิ้มตอบไปให้เธอ

“นั่งด้วยกันสิคะ” คุณสไปร์ชวนฉันแล้วตบเบาะเก้าอี้เป็นเชิงให้นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆเธอ

“อ้อ ขอบคุณค่ะ” พูดจบฉันก็นั่งลงแล้วเหลือบตามองไปทางนายเควิน เขากำลังมองไปรอบๆที่ด้านนอกเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ

“คุณโมบายล์พักอยู่ที่นี่เหมือนกันใช่มั้ยคะ” เป็นคุณสไปร์ที่เรียกสติฉันกลับมา หลังจากที่ฉันกำลังสังเกตนายเควินอยู่สักพัก

“อ๋อ ใช่ค่ะ”

“หืม ดีนะคะที่คุณพักอยู่ที่นี่ ตอนที่ฉันมาถึงแล้วไปขอกุญแจห้องที่เคาน์เตอร์น่ะค่ะ มีลูกค้ารายหนึ่งมาติดต่อห้องพักแต่พนักงานบอกว่าห้องเต็มหมดแล้ว ฉันดีใจนะคะที่คุณได้พักที่นี่ฉันจะได้มีเพื่อนคุย” พูดจบเธอก็ยิ้มให้ฉัน

เอ่อ คุณคงไม่รู้สินะคะว่าไอห้องที่ฉันพักน่ะมันเป็นห้องสุดท้ายพอดี แถมยังต้องนอนกับอีตาเควินนั่นอีกด้วย T^T

“ค่ะ แล้วที่คุณบอกว่ามาเอากุญแจที่เคาน์เตอร์นี่คุณจองห้องพักไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วหรอกเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลฉันคิดว่านักท่องเที่ยวคงจะมาเที่ยวเยอะ เลยจองไว้ก่อนน่ะค่ะ”

นั่นไง ฉันรู้สึกว่าฉันโง่มากก็ตอนนี้แหละ ทำไมฉันถึงไม่เอะใจก่อนมาที่นี่นะว่าควรจะจองห้องไว้ก่อนล่วงหน้า นายเควินนั่นก็ไม่พูดอะไรเล้ย เตือนก็ไม่เตือน ไม่งั้นฉันก็คงไม่ต้องมาติดแง่กอยู่กับนายนี่หรอก

นั่งคิดในใจได้ไม่นานนักอาหารก็มาเสิร์ฟพอดี... เอาล่ะอย่าเพิ่งคิดอะไรมากตอนนี้เลยยัยโมบายล์ เพราะอาหารที่วางอยู่ตรงหน้ามันทำให้ความหิวของฉันพุ่งปรี๊ดจนลืมเรื่องที่คิดเมื่อกี้ไปเลย (ยัยตะกละเอ๊ย)

“ขอบคุณค่ะ” เมื่ออาหารวางลงถึงแผ่นโต๊ะฉันก็หันไปขอบคุณพนักงานเสิร์ฟ เขายิ้มให้แล้วเดินละออกจากโต๊ะไปเพื่อไปทำหน้าที่ต่อ

ฉันมองอาหารแล้วก็เห็นว่ามันมีเยอะกว่าที่สั่งไว้ คงจะเป็นของคุณสไปร์กับนายเควินที่สั่งไว้ก่อนหน้านี้แล้วสินะ ฉันหันไปมองนายเควินอีกครั้งก็เห็นว่าเขายังมองไปที่ด้านนอกอยู่เหมือนเดิม นี่มองไม่เห็นหรือไงว่าอาหารมาเสิร์ฟแล้วน่ะ

“นี่นายเควิน อาหารมาเสิร์ฟแล้วนะ” ฉันพูดกับเขา นั่นแหละจึงทำให้เขาหันมาสนใจโต๊ะอาหารอีกครั้ง

“อืม” เขาพูดแล้วพยักหน้า จากนั้นก็ลงมือกินอาหารไปพร้อมๆกับฉันและคุณสไปร์

หลังจากที่ฉันกินไปได้เพียงสามคำ เสียงนี้ก็ดังขึ้นมา

“ขอนั่งด้วยคนได้มั้ยคะ” สิ้นเสียงฉันก็หันไปมอง ซึ่งเสียงเมื่อกี้ที่ดังขึ้นก็คือเสียงของคุณพัดชา

“อ่อ ได้ค่ะ เชิญค่ะ” นั่นไม่ใช่เสียงของฉันแต่เป็นเสียงของคุณสไปร์

“ขอบคุณค่ะ... เอ่อ คุณโมบายล์คะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเควินน่ะค่ะ คุณช่วยไปนั่งฝั่งตรงนั้นได้มั้ยคะ” ว่าแล้วเธอก็ชี้ไปที่เก้าอี้ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับคุณสไปร์แต่อยู่ข้างๆกับนายเควิน ฉันไม่รู้ว่ามีเหตุผลอื่นอีกหรือเปล่าที่ทำให้เธออยากจะนั่งตรงที่ๆฉันนั่งอยู่ แต่ฉันก็ยอมไปนั่งที่ฝั่งตรงข้ามกับคุณสไปร์โดยที่ไม่ได้โต้แย้งอะไร

“อ่อ ค่ะ” ฉันพูดจบก็ยกจานข้าวของตัวเองเตรียมลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับคุณสไปร์

ฉันเดินอ้อมหลังของคุณสไปร์แล้วหย่อนตัวเองลงนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเธอทันที นายเควินและคุณสไปร์มองฉันอย่างงงๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“ขอบคุณนะคะ” คุณพัดชากล่าวขอบคุณฉันเมื่อเธอนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเก่าที่ฉันเคยนั่งเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเธอก็ส่งยิ้มให้ แต่ฉันรู้สึกว่ามันเหมือนเป็นการยิ้มเยาะเย้ยยังไงยังงั้น

“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันตอบคุณพัดชาไป แล้วก็มีพนักงานคนหนึ่งเดินถือจานข้าวเปล่ามาวางไว้ตรงหน้าให้คุณพัดชา

จากนั้นคุณพัดชาก็หันกลับไปส่งยิ้มให้นายเควินพร้อมกับตักอาหารให้เขาแล้วชวนเขาคุยในเวลาต่อมา ฉันมองภาพนี้แล้วรู้สึกหวิวๆแฮะ

เมื่อรับประทานอาหารเสร็จแล้ว พวกเราก็แยกย้ายกันไปเตรียมตัว เพราะอีกประมาณสามชั่วโมงข้างหน้างานก็จะเริ่มแล้ว ฉันกับนายเควินเดินกลับขึ้นมาที่ห้องพักพร้อมกัน

“ทำไมเธอถึงให้พัดชานั่งตรงนั้นได้ง่ายๆล่ะ” นายเควินเอ่ยขึ้นในขณะที่เขาเดินไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบน้ำขึ้นมาดื่ม

“นายหมายถึงตรงไหนหรอ” ฉันพูดไปพร้อมๆกับนั่งลงที่โซฟา

“อย่ามาทำลืมหน่อยเลย ตอนที่เรากินข้าวไง”

“ก็ไม่มีอะไรหรอก ก็เธอบอกว่าเธอมีเรื่องคุยกับนายนี่” ฉันพูดแต่ก็ไม่ได้หันไปมองหน้าเขาเลย ตาของฉันจ้องไปที่รายการโทรทัศน์

“อ่อ อย่างนี้นี่เอง”

“นายจะมาถามฉันทำไม ไม่ไปเตรียมตัวทำงานล่ะ”

“อ๊ากกกกกกก!

“เฮ้ย! ร้องทำไม เป็นอะไร” ฉันสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงเขาร้องขึ้น จากนั้นก็เดินไปหาเขาก็เห็นว่าเขากำลังกุมนิ้วมืออยู่

“เมื่อกี้ปิดตู้เย็นแล้วมันหนีบมือน่ะสิ ซี้ด...”

“อะไรจะซุ่มซ่ามขนาดนั้น ว่าแต่คนอื่นเขา... ไหนมาดูซิ” ว่าแล้วฉันก็ดึงมือเขามาดู โห ถึงขนาดบวมขึ้นมาเลยหรอเนี่ย “ดีนะที่ไม่บวมมากน่ะ”

ว่าจบฉันก็เงยหน้าขึ้นไปก็เห็นว่านายเควินกำลังมองหน้าฉันอยู่พอดี มองอะไรนักหนา

“เธอเป็นอะไร ทำตัวเฉยๆ ชาๆ ตั้งแต่เดินขึ้นมาบนห้องแล้วนะ” เขาพูดแล้วจ้องดวงตาคมๆนั่นมาในดวงตาของฉัน

“ฉะ... ฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่” อะไรของเขานะ อยากให้ฉันพูดอะไรเนี่ย

“หึงหรอ...” เขาพูดเบามากเหมือนกับกระซิบกับฉันอยู่ พูดว่าอะไรน่ะฉันฟังไม่ถนัด

“หืม เมื่อกี้นายว่าไงนะ ฉันฟังไม่ค่อยได้ยิน”

“เปล่า” ยังมาเปล่าอีก ชิ “แล้วนี่จะปล่อยมือฉันได้หรือยัง” เมื่อเขาพูดประโยคนี้ฉันก็ปล่อยมือเขาทันที

“นึกว่าอยากจับนักแหละ... ยังไงก็อย่าลืมทายาและกัน”

“หึ เป็นห่วงฉันหรือไง”

“บะ... บ้าหรอ ฉันไม่เป็นห่วงคนอย่างนายหรอก -///-” พูดจบฉันก็เดินมานั่งที่โซฟาเหมือนเดิม เมื่อกี้ฉันเห็นรอยยิ้มของเขาที่มุมปากด้วยล่ะ

ฉังนั่งดูโทรทัศน์เหมือนเดิม แต่ถึงแม้ว่าสายตาของฉันจะจ้องไปที่โทรทัศน์ก็เถอะ แต่ในใจฉันก็คิดว่า เมื่อกี้ฉันพูดอะไรออกไปนะ ฉันว่าฉันไม่ได้เป็นห่วงเขาหรอกน่า ก็แค่ทำตามหน้าที่ของผู้จัดการส่วนตัวเท่านั้นเอง เอาล่ะ อย่าคิดมากไปเลย

 

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาค่ำๆ งานที่นายเควินมาทำหน้าที่เป็นพิธีกรก็เริ่มขึ้นแล้ว สถานที่จัดงานอยู่ที่ริมทะเล การตกแต่งของงานนี้ฉันว่ามันสวยมากเลยแหละ ไม่ว่าจะเป็นแจกันดอกไม้ แถมยังมีซุ้มอีกด้วย ช่างเข้ากับบรรยากาศริมทะเลจริงๆเลย

ในงานมีผู้คนอยู่ไม่น้อย มีทั้งผู้อาวุโส และผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ นี่ถือเป็นงานเลี้ยงที่น่าสนุกที่สุดงานหนึ่งเลยแหละ ทุกคนในงานแต่งกายให้เข้ากับบรรยากาศริมทะเลสีหน้าของทุกคนเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

ฉันเห็นว่านายเควินเดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับคุณสไปร์แล้วกล่าวทักทายทุกคนต่อด้วยการแนะนำตัวเอง จากนั้นทั้งสองคนก็พูดเรื่องอื่นต่อไป ทุกคนในงานก็หันไปมองเขาสองคนบ้าง บ้างก็ยังจับกลุ่มคุยกันอยู่

ฉันซึ่งยืนอยู่มุมหนึ่งของงานมองไปรอบๆก็เห็นคุณพัดชาถือแก้วไวน์แล้วส่งสายตาหวานพร้อมกับโบกมือให้นายเควินที่ยืนอยู่บนเวที สักพักเธอก็หันหน้ามาเจอฉันแล้วเดินตรงเข้ามาหาฉัน

“ว่าไงคะคุณโมบายล์” เธอเป็นคนทักฉันก่อน ฉันไม่ได้ตอบอะไรแต่ส่งยิ้มให้เธอไป “สนุกมั้ยคะ”

“ก็เฉยๆค่ะ”

“ค่ะ ฉันมีอะไรจะบอกคุณอย่างหนึ่งน่ะค่ะ”

“...?” หืม เขาจะบอกอะไรฉันหรอ

“ฉันอยากให้คุณเตรียมตัวไว้ให้ดีน่ะค่ะ” ว่าแล้วก็แสยะยิ้มมาให้

“เตรียมตัว... เรื่องอะไรหรอคะ?

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวคุณก็รู้เองแหละค่ะ ยังไงฉันขอตัวก่อนนะคะ” เธอยิ้มแบบเย้ยหยันแล้วเชิดหน้าเดินจากไป

และนั่นก็ทำให้ฉันยืนเอ๋อๆอยู่คนเดียว อะไรของเขา พูดให้งงแล้วจากไปเฉยๆเนี่ยนะ เตรียมตัวอะไรกัน นี่เขาต้องการจะสื่ออะไรกับฉันกันนะ

 

งานคืนนี้ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าตอนนี้งานเลิกแล้ว เฮ้อ พรุ่งนี้ก็คงได้กลับบ้านแล้วสินะ

ฉันเดินขึ้นห้องพักมาก่อนนายเควินประมาณสิบนาที ง่วงชะมัด -_-

“เฮ้ เธอนอนหรือยังน่ะ” นายเควินเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถามว่าฉันนอนหรือยัง ถ้านอนแล้วจะมานั่งหัวโด่อยู่ที่โซฟาอย่างนี้หรอ - -*

“เห็นว่านอนหรือยังล่ะ” ฉันตอบกลับไป

“เออ ดีแล้วที่ยังไม่นอน ฉันจะถามเธอว่าหลังจากเสร็จงานที่นี่แล้ว ฉันมีงานอะไรต่ออีกรึเปล่า” เขาพูดแล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน

“รอเดี๋ยวนะ ไปดูสมุดจดบันทึกก่อน”

ด้วยเหตุที่ว่าฉันต้องมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้นายเควิน เขาเลยบอกแกมบังคับว่าให้ฉันจดบันทึกไว้ตลอดว่าเขามีงานอะไรบ้างในแต่ละวัน จะได้ไม่ลืม

ฉันเดินไปที่กระเป๋าเดินทางของตัวเองก่อนจะรูดซิบเปิดมันออกมา แล้วจัดการค้นสมุดจดบันทึกทันที ฉันควานหามันในกระเป๋าอยู่สักพัก แต่ทำไมมันไม่มีอ่ะ

“เอ่อ คือฉันลืมเอามันมาอ่ะ” ฉันหันไปพูดกับนายเควินที่ยืนมองฉันอยู่นาน

“ยัยเบ๊อะเอ๊ย” ว่าแล้วก็ยื่นมือมาเขกหัวฉัน

“โอ๊ย อะไรของนายเนี่ย แค่ลืมเอามาทำไมต้องเขกด้วยล่ะ กลับไปดูที่บ้านก็ได้นิ” ฉันเอามือลูบๆคลำๆหัวตัวเองแล้วมืออีกข้างก็รูดซิบปิดกระเป๋าไปด้วย จากนั้นก็ทำหน้าบูดใส่เขา

“อ่ะๆ โอเคๆ แล้วนี่ยังไม่ง่วงหรือไง”

“ตอนนี้น่ะโคตะระง่วงเลยแหละ” ฉันพูดแล้วก็ยกมือมาปิดปากตัวเองหาวฟอดๆ

“แล้วทำไมไม่ไปนอนล่ะ มานั่งอยู่ที่โซฟาทำไม... หรือว่าเธอรอฉัน?

“อืม... เอ้ย! จะบ้าหรอ ทำไมฉันต้องรอคนอย่างนายด้วย -///-” ฉันพูดอารายออกป๊ายยยยยย ดูสิดู ไอท่าทางยิ้มกวนประสาทนั่นน่ะ น่าหมั่นไส้ที่สุด

“ฉะ... ฉันไปนอนดีกว่า นายนอนที่โซฟานะ” แล้วฉันก็เดินขึ้นบนเตียงไปทันที

“เฮ้ย! ไม่ได้ๆ ฉันต้องนอนที่เตียงสิ”

“อะไรของนาย แล้วจะให้ฉันไปนอนที่ไหนล่ะ!

“ก็แล้วแต่เธอสิ เตียงก็ได้ หรือจะโซฟาฉันก็ไม่ว่า” เขาพูดแล้วยักไหล่ใส่ฉัน

“ฉันจะนอนเตียง นายนั่นแหละนอนโซฟา ทำตัวให้เป็นสุภาพบุรุษหน่อยสิ!

“ต่อหน้าเธอเท่านั้นแหละที่ฉันจะไม่เป็นสุภาพบุรุษ”

“...” ฉันเงียบไม่ตอบอะไรเขาไป เอ่อ ตาจะปิดแล้วค่า = =

“อ้อ เธอลืมอะไรไปหรือเปล่า อีกอย่างฉันก็เป็นคนจ่ายค่าห้องด้วย”

หน็อย นายนี่ๆน่าจับไปเหวี่ยงจริงๆ!

แต่ฉันชักจะไม่มีแรงด่าแล้วนะ ง่วงโคตรๆ ตาจะหลับอยู่แล้วเนี่ย T-T

“เอาเป็นว่าฉันนอนที่โซฟาก็ได้ โอเค จบนะ ฉันไม่ไหวและ ตาฉันจะปิดอยู่รอมร่อแล้ว =^=” คราวนี้ฉันจะยอมแพ้นายสักครั้งและกัน แล้วจะไปคิดบัญชีใหม่งวดหน้า!

“ราตรีสวัสดิ์...” ฉันพูดแล้วถือหมอนกับผ้าห่มบางๆไปที่โซฟา จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนทันที... เมื่อกี้ฉันเหลือบไปเห็นนายเควินยืนงงๆด้วยนะ คงจะแปลกใจว่าทำไมฉันยอมแพ้เขาง่ายขนาดนี้

 

แสงอาทิตย์ที่ส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องทำให้ฉันตื่นขึ้น เช้าแล้วสินะ...

ฉันตะแคงตัวหันหน้าไปอีกทางเพื่อหลบแสงจ้าจากดวงอาทิตย์... นายเควินนี่มองใกล้ๆแล้วหน้าตาดี๊ดีแฮะ นี่ถ้าฉันกับเขาเป็นคู่รักกันล่ะก็ ฉันก็คง Morning Kiss เขาเพื่อเป็นการจูบทักทายในเช้าวันใหม่แล้วแหละ

แต่เอ๊ะ! เมื่อคืนฉันนอนที่โซฟาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมตอนนี้ฉันมาอยู่ที่เตียงได้ล่ะ อ๊ากกกกกกก (เพิ่งรู้ตัว -_-)

“นายเควินตื่นขึ้นมาเดี๋ยวเน้!” ฉันพูดแล้วเขย่าๆตัวเขาอย่างสุดแรงที่มี เอาให้ตายไปเลย!

“...” ไม่มีเสียงตอบรับ ด๊ายยยยย

“ไอ้บ้าเควิน ตื่นๆๆ ตื่น! เดี๋ยว! นี้!” ฉันพูดตะโกนใส่หูเขาไปทีละคำ ถ้าไม่ตื่นให้มันรู้ไปสิ!

“โอ๊ย อะไรของเธอเนี่ย ตะโกนทำไม” เขาพูดแล้วค่อยๆลุกขึ้น จากนั้นก็หรี่ตามองฉัน

“ทำไมฉันถึงมานอนอยู่บนเตียงได้” ฉันพูดแล้วมองหน้าเขาแบบจะเอาเรื่องที่สุด ฮึ่ม!

“ฉันก็อุ้มเธอมายังไงล่ะ = =

“แล้วนายอุ้มฉันมาทำไมหา!

“เพราะฉันอยากปล้ำเธอมั้ง”

“ไอ้บ้า! ไอ้ลามก! ไอ้ทุเรศ! ไอ้...!

“นี่ หยุดตะโกนก่อนได้มั้ย ฉันปล้ำเธอไม่ลงหรอกน่า!

ไอ้บ้านี่ ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ยอมให้นายปล้ำฉันหรอก!

“แล้วตกลงฉันมานอนอยู่บนเตียงได้ยังไง”

“ก็เมื่อคืนฉันลุกมาเข้าห้องน้ำ ฉันเห็นว่าเธอนอนตัวสั่นๆเลยคิดว่าเธอคงหนาว เลยพามานอนที่เตียงนี่แหละ!

หืม เมื่อคืนฉันนอนสั่นจริงๆหรอ (ก็จริงน่ะสิ - -)

สงสัยผ้าห่มที่ถือไปห่มมันจะบางเกินไปแน่ๆเลยแฮะ... โอ๊ะโอ! เมื่อกี้ฉันไม่ได้พูดอะไรน้า ฉันไม่ได้ด่าเขาน้า  ( . .)

“เลิกตะคอกได้หรือยังล่ะ”

“กะ... ก็นายพูดกวนประสาทฉันทำไมล่ะ ชิ” ว่าจบฉันก็เดินลงจากเตียงหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินไปทางห้องน้ำ

“แล้วนั่นจะไปไหนล่ะ”

“เดินเข้าห้องน้ำนายคิดว่าฉันจะไปจับกบหรอ ฉันก็ไปอาบน้ำน่ะสิ - -*”

“เฮ้ อย่าเพิ่งไปสิ เธอยังไม่ได้ขอบคุณฉันเลยนะที่ฉันพาเธอมานอนบนเตียง แล้วเธอยังต้องขอโทษฉันด้วยที่เธอตะคอกใส่ฉันน่ะ เฮ้!” ฉันไม่สนใจที่นายเควินประท้วงและเดินเข้าห้องน้ำมาโดยที่ไม่หันไปมองเขาเลย

ชิ! เรียกร้องเหรอยะ ฉันถือว่าหายกันที่นายพูดจากวนประสาทฉันเมื่อกี้ เชอะ! =^=


 

                 


  



 
มาอัพแล้วค่ะ T^T
ช่วงนี้เริ่มขี้เกียจและไม่ค่อยมีเวลา
แต่จะพยายามแต่งให้จบ
สู้ๆ! (ให้กำลังใจตัวเองก็เป็น)

100% สักที เหนื่อยยยยยย แต่ต้องสู้!



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

126 ความคิดเห็น

  1. #70 -❀NICKNICKYNICKNICKY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2554 / 21:47
     ยัยพัดชาริอ่านจะเปนศัตรูกับโมบายล์งั้นเรอะ!!! เดี๋ยวโดนรีดเดอร์กระทืบคางเหลืองหรอก
    #70
    0
  2. #69 Kyoya_N (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2554 / 20:06
    เรื่องแรก......ยัยพัดชาเกลียดเธอ!!!

    เรื่องสอง......พระเอกน่ารักโฮกกกก (กรี้ดดด>0<)
    #69
    0