Love On Air รักนี้ออกอากาศ 24 ชั่วโมง

ตอนที่ 5 : ❥ p.4 Love On Air Kavin & Mobile

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 เม.ย. 55


4

               

 

             Kavin’ talk.

         จู่ๆยัยซุ่มซ่ามก็อยากรู้เรื่องของผมขึ้นมา ไม่รู้ว่านึกยังไง หรือว่าผมทำท่าทางไม่เป็นปกติงั้นเหรอ ยัยนี่ถึงจับผิดผมแล้วก็อยากรู้ว่าผมเป็นอะไร ผมว่าผมก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่นา แค่คิดถึงเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเท่านั้นเอง

                ผมนั่งอยู่ที่โซฟากับโมบายล์ที่ตั้งหน้าตั้งตารอฟังผม เอาล่ะในเมื่ออยากรู้ผมก็จะไม่ปิดบัง

                “คือว่า...” เมื่อผมเอ่ยขึ้นมาได้แค่นี้โมบายล์ก็เอียงคอนิดหน่อยและมองหน้าผมอย่างอยากรู้

                “ฉันกับพัดชาเคยคบกันมาก่อนน่ะ”

                ใช่ ผมกับพัดชาเคยคบกันมาก่อนจริงๆ เมื่อตอนที่เรียนอยู่ปีหนึ่งน่ะ และผมก็คิดว่าตอนนี้ผมก็ยังทำใจไม่ค่อยได้เท่าไหร่เวลาเจอหน้าเขา

                “แล้ว... ทำไมถึงเลิกกันล่ะ” คำถามนี้ของโมบายล์ทำให้ผมอึกอักขึ้นมา จริงๆแล้วมันเป็นการเลิกกันที่ไม่สวยเท่าไหร่อ่ะน่ะ ผมเลยไม่ค่อยอยากจะนึกถึงมัน

                โมบายล์จ้องหน้าผมเมื่อผมยังเงียบอยู่... เอาล่ะไหนๆก็บอกไปแล้วว่าเคยคบกัน บอกให้มันหมดเลยและกัน ผมก็อยากจะระบายมันออกไปเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาผมเก็บมานั่งคิดอยู่คนเดียวตลอด ไม่เคยจะเล่าหรือระบายให้ใครฟังเลย

                “พัดชาไปมีแฟนใหม่น่ะ...”

                โมบายล์ทำหน้าตกใจ สักพักสีหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นเหมือนเดิม ผมรู้สึกได้เลยว่าตอนนี้ผมทำหน้าหม่นหมองแค่ไหน ตั้งแต่ผมเจอพัดชาผมรู้สึกว่าไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

                “ขอโทษนะที่ถาม ฉันไม่รู้ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้”

                “...” ผมไม่ตอบอะไรแต่ก็พยักหน้าแทนคำตอบ

                “นายโอเคใช่มั้ย?

                ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ดีๆก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา ที่ได้พูดเรื่องนี้กับใครบางคน ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว

                “อืม... ฉันโอเค”

                เราสองคนเงียบไปสักพักหนึ่ง เพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี แล้วจู่ๆโมบายล์ก็โพล่งขึ้นมา

                “เออนี่ ฉันซื้อเค้กจากร้านใกล้ๆมหาลัยฯมาสองก้อน กินด้วยกันนะ”

                ว่าแล้วโมบายล์ก็ยิ้มกว้างให้ผมแล้วเดินแกมวิ่งไปหยิบจานกับช้อนที่ครัว ผมยิ้มออกมานิดหน่อยกับท่าทางของเขา

                บางทีอยู่กับยัยซุ่มซ่ามนี่ก็ทำให้สบายใจขึ้นมาได้เหมือนกัน

   Kavin’ end.

 

 

ฉันนั่งอยู่ที่โซฟาตัวเดิม สถานที่เดิม แน่นอนฉันอยู่ที่... ห้องยัยพาสต้า

ตอนนี้เวลาสิบโมงกว่าๆ ฉันออกมาซื้อพวกของใช้ของจิปาถะต่างๆน่ะ เลยแวะมาหายัยพาสต้าด้วยเลย

“เออ แล้วไปอยู่กับเขามาก็สองอาทิตย์กว่าๆแล้วนี่ เป็นไงบ้าง” ยัยพาสต้าเดินมาพร้อมกับถือแก้วน้ำส้มมาสองแก้ว

“ก็ไม่เป็นไงหรอก” พูดจบฉันก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

“แล้วนี่เป็นอะไร ทำหน้าอย่างกับเบื่อโลก” ว่าแล้วยัยพาสต้าก็กระดกน้ำส้มลงหลอดอาหาร

“นี่ แกว่าถ้ามีใครคนหนึ่งกำลังเศร้า เราจะทำยังไงดีให้เขาหายเศร้าเหรอ” ฉันถามยัยพาสต้าออกไป

ยัยพาสต้ามองหน้าฉันเหมือนจะจับผิดอะไรบางอย่าง... อะไรของมัน

“ทำไมแกมองหน้าฉันอย่างนั่นอ่ะพาสต้า”

“ฉันก็กำลังสงสัยอยู่น่ะสิ ว่าแกจะถามไปทำไม... อย่าบอกนะว่านายเควินกำลังเศร้า แล้วแกอยากจะทำให้เขาหายเศร้าน่ะ”

กรี๊ดดด ยัยนี่มันเป็นหมอผีหรือไง รู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่

แต่ว่าทุกคนหยุดคิดเลยเถิดเลยนะ ฉันก็แค่อยากทำให้เขาหายเศร้าเพราะเขาก็เป็นเพื่อนร่วมโลกคนหนึ่งเหมือนกัน ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้นเล้ยยย (แล้วทำไมต้องทำเสียงสูงปรี๊ดขนาดนั้นล่ะ =_= – นักเขียน)

“บ้าเหรอ ฉันก็แค่อยากถามเก็บไว้เป็นความรู้เท่านั้นแหละ เผื่อในอนาคตแกโดนแฟนทิ้งแล้วเกิดเศร้าขึ้นมา ฉันจะได้ช่วยแกได้ไง แกจะได้ไม่ต้องคิดสั้นไปโดดตึกตาย” ปฏิเสธหน้าด้านๆค่ะ

“นี่ยัยโมบายล์ แกแช่งฉันเหรอ หา!” ยัยพาสต้าตะคอกใส่ฉันจนฉันแทบเอามือปิดหูไม่ทัน

“เอาน่า อย่าโกรธสิ ฉันก็แค่สมมุติเท่านั้นเอง” ยัยพาสต้ากัดฟันกรอดๆใหญ่เลยล่ะ “แล้วนี่จะบอกได้หรือยังว่าควรทำยังไงดี” ฉันถามไปอีกเมื่อยัยพาสต้าไม่พูดอะไร

“เชอะ ฉันไม่โกรธแกก็ได้” ยังไม่เลิกนะเรื่องนี้น่ะ = =

“...” ฉันไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองยัยพาสต้าว่ามันจะให้คำปรึกษาฉันว่าอะไรบ้าง

“อืม...”

ยัยพาสต้าทำหน้าครุ่นคิด แล้วก็เด้งตัวลุกจากโซฟาเล่นเอาฉันตกใจหมด อะไรของม๊านนนน

“เอางี้สิ พาไปเที่ยวไง” ยัยพาสต้าพูดไปทำท่าดี๊ด๊าไปด้วย

“พาไปเที่ยว... แล้วไปเที่ยวไหนอ่ะ?” ยัยพาสต้าเอามือมาเขกหัวฉันจนแทบหงายหลัง มันเป็นบ้าอะไรเนี่ย

“ยัยบื้อ ก็พาไปที่ๆทำให้สบายใจขึ้นมาน่ะสิยะ” เขกหัวไม่พอแถมยังด่าฉันอีก ก็คนมันไม่รู้นี่หว่าว่าจะพาไปไหน

“เช่น?...<<< ก็ยังบื้อเหมือนเดิม

“ก็เช่น... ทะเลไงล่ะ”

ทะเลเหรอ...

แล้วฉันจะเอาเวลาไหนชวนเขาไปล่ะเนี่ย ปัจจุบันนายเควินก็เข้าบริษัทแทบจะทุกวันอยู่แล้ว

 

 

ตอนนี้ฉันก็อยู่ที่บริษัทกับนายเควินนั่นแหละ เพราะหลังจากที่ฉันกลับจากคอนโดฯยัยพาสต้าแล้ว เขาก็บอกว่าช่วงบ่ายเขามีงาน เฮ้อออ เหนื่อยอีกแล้วฉัน เมื่อไหร่จะครบสามเดือนเนี่ย TOT

ฉันยืนอยู่ข้างเควินที่กำลังคุยอยู่กับโปรดิวเซอร์ ฉันว่าฉันได้ยินแว่วๆนะว่าวันนี้เขาจะทำหน้าที่วีเจคู่กับวีเจสไปร์ อยากเห็นตัวจริงเหมือนกันแฮะ ไม่รู้ว่าจะน่ารักเหมือนในโทรทัศน์หรือเปล่า

เควินบอกว่าอีกห้านาทีจะเริ่มถ่ายแล้ว ฉันจึงรอดูเขาอยู่แถวๆตากล้อง สักพักฉันก็เห็นใครบางคนเดินออกมาจากห้องแต่งตัว ฉันลองสังเกตดีๆแล้วก็เห็นว่าเป็นวีเจสไปร์จริงๆด้วย เขาน่ารักมากกกกกกกกกก น่ารักเกินจะบรรยาย แถมยังดูไม่มีพิษมีภัยอีกต่างหาก ถึงตอนนี้แล้วฉันอยากเกิดเป็นผู้ชายจัง จะได้เดินไปขอเบอร์ซะเลย

“ห้า สี่ สาม สอง...“ สิ้นคำของตากล้องพวกเขาทั้งสองคนก็เริ่มทักทายแฟนๆรายการ และบรรยายอื่นๆอีกต่างๆนาๆ

ตอนนี้นายเควินก็เริ่มกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วแหละ บางเวลาฉันก็ยังเห็นว่าเขาก็ยังหลงเหลือความรู้สึกเศร้าอยู่ แต่มันก็ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน

หลังจากถ่ายรายการจบพี่หนิงสไตล์ลิสก็มาบอกนายเควินว่า ผอ. ให้เข้าพบเพื่อคุยเรื่องอะไรสักอย่าง และในเมื่อฉันเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขา ฉันเลยต้องเข้าร่วมประชุมด้วยนี่สิ ทำไมฉันถึงซวยอย่างนี้เนี่ย

ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ที่ห้องประชุมอยู่กับนายเควิน วีเจสไปร์ และผอ. ในการประชุมนี้เขาประชุมกันเรื่องที่มีบริษัทชื่อดังบริษัทหนึ่งอยากจะให้วีเจสไปร์กับนายเควินไปเป็นพิธีกรในงานเลี้ยงใหญ่ที่จะจัดขึ้นที่ชะอำเป็นเวลาสองวันหนึ่งคืน และยังมีกิจกรรมอีกหลายอย่างที่จัดขึ้นที่นั่น เขาสองคนก็ได้ตกลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าจะรับงานนี้

หลังจากประชุมเสร็จฉับกับเควินก็แวะไปซื้ออาหารกลับไปทานที่บ้าน

“นี่ยัยซุ่มซ่าม เธอต้องไปชะอำกับฉันด้วยนะ” เควินเอ่ยขึ้นขณะที่มาถึงบ้านแล้ว

“รู้แล้วน่า ถึงฉันไม่ไป นายก็บังคับให้ฉันไปอยู่ดี”

“รู้แล้วก็ดี ลูกไก่ตัวน้อยๆของฉัน” ว่าแล้วเขาก็เอามือมาจับหัวฉันโยกไปโยกมา เล่นถึงหัวกันเลยเหรอยะ

ชิ ลูกไก่ในกำมือน่ะสิไม่ว่า... อ๊ะ เมื่อกี้เขาว่าอะไรนะ ลูกไก่ตัวน้อยๆของฉันงั้นเหรอ ฉันไปเป็นของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน โอยยย แล้วฉันคิดอะไรอยู่ หยุดเดี๋ยวเน้ ฉันเอามือทึ้งหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

“เป็นอะไรของเธอน่ะยัยซุ่มซ่าม” เควินมองฉันอย่างเกรงๆว่าฉันเป็นอะไร

“เปล่าๆ ฉันไม่ได้เป็นอะไร” โกหกอย่างหน้าไม่อายค่ะ

ว่าจบฉันก็รีบเดินขึ้นห้องเพื่อไม่ให้เขาจับสังเกตฉันได้ว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่

ตุ้บ!

      ฉันเปิดประตูแล้วก็ล้มหงายลงนอนที่เตียงเพราะความเหนื่อยมาทั้งวัน ไปชะอำเหรอ... ดีเหมือนกันแฮะ อาจจะทำให้นายเควินสบายใจขึ้นมาได้บ้าง ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วคิดอะไรอีกเรื่อยเปื่อย




            วันเดินทาง...

“เธอเก็บของเสร็จหมดแล้วใช่ไหม” เควินพูดขึ้นขณะที่เราสองคนกำลังแบกกระเป๋าเดินทางไว้ที่เบาะหลังของรถ

“อื้ม เรียบร้อยแล้ว”

“โอเค งั้นไปเลยและกัน จะได้มีเวลาไปพักผ่อนด้วย”

เควินพูดจบฉันก็เดินมาเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับแล้วขึ้นไปนั่งทันที จากนั้นเขาก็ออกรถ

 

2 ชั่วโมงผ่านไป...

ฉันกับเควินมาถึงที่ชะอำแล้วล่ะ มีพนักงานของโรงแรมนี้มาช่วยยกกระเป๋าเดินทางให้กับเรา แล้วเราก็เดินมาที่เคาน์เตอร์ของทางโรงแรมเพื่อมาติดต่อเรื่องห้องพัก

“สวัสดีค่ะ ติดต่อเรื่องอะไรคะ” พนักงานสาวสวยพูดขึ้นพร้อมกับยกมือสวัสดีต้อนรับเรา

“มาติดต่อเรื่องห้องพักครับ ขอสองห้อง” เควินตอบพนักงานกลับไป

“อ่า ขอโทษนะคะ พอดีว่าห้องพักเต็มเลยค่ะ มีคนจองไว้แล้วน่ะค่ะ ตอนนี้เหลือแค่ห้องเดียว”

หา? ห้องพักเต็ม แล้วจะไปนอนที่ไหนเนี่ย

“ไม่เหลือห้องสำรองเลยหรอครับ” เควินตอบไปอีกครั้ง

“ไม่เหลือแล้วจริงๆค่ะ”

ฉันหันไปมองหน้านายเควินเพื่อจะถามว่าจะทำยังไงต่อดี

“เอาไงต่อดีอ่ะ” ฉันพูดขึ้นขณะที่เขาก็หันมาหาฉันเช่นกัน

“ลองไปหาโรงแรมอื่นดูละกัน” เควินตอบกลับมา

“อืมๆ”

จากนั้นฉันกับเควินก็ตระเวนหาห้องพักของโรงแรมอื่นๆ นี่มันก็เกือบหนึ่งชั่วโมงแล้วเรายังหาห้องพักกันไม่ได้เลย เพราะทุกโรงแรมเต็มทุกห้อง สุดท้ายแล้วเราก็ต้องมาหยุดอยู่ที่โรงแรมเดิม...

นายเควินเดินไปที่เคาน์เตอร์อีกครั้ง

“คุณพนักงานครับ ผมเอาห้องที่เหลือหนึ่งห้องนั้นแล้วกันครับ”

“อ๋อ ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

อ้าว แล้วฉันจะทำยังไงล่ะเนี่ย

“เฮ้ย นายเควิน แล้วฉันจะไปนอนที่ไหนล่ะ” ฉันพูดพร้อมกับชี้นิ้วชี้เข้าหาตัวเอง

“เธอก็นอนกับฉันนั่นแหละ”

“ฮะ! บ้าหรือเปล่า ฉันจะนอนกับนายได้ยังไง” เขาบ้าหรือไง ฉันเป็นผู้หญิงนะจะไปนอนร่วมห้องกับผู้ชายได้ยังไงกัน

“ได้สิ ก็ในเมื่อเธอเป็นผู้จัดการส่วนตัวของฉัน” พูดออกมาได้หน้าตาเฉยนะยะ

“แต่ฉันเป็น...” พูดยังไม่ทันจบประโยค พนักงานก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ได้แล้วค่ะ นี่กุญแจห้องค่ะ” ว่าแล้วเธอก็ยื่นกุญแจมาให้

“ขอบคุณมากครับ” แล้วนายเควินก็ยื่นมือไปหยิบกุญแจมาจากพนักงาน แล้วหันมาพูดกับฉันอีก “ถ้าไม่นอนที่นี่ก็ไปหาที่อื่นเอาเองและกันนะ” พูดจบก็เดินไปเฉยๆ

เฮ้ย นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย จะให้ไปนอนกับหมอนี่เนี่ยนะ โธ่เอ๊ย! ทำไมมันถึงดวงซวยอย่างนี่นะ ฉันกระทืบเท้าลงกับพื้นและพูดอยู่ในใจคนเดียว จากนั้นก็ทำใจเดินตามเขามา

ห้องที่เขาได้กุญแจมานั้นอยู่ที่ชั้น 4 ของโรงแรม นายเควินเดินมาหยุดอยู่ที่ห้อง 260 แล้วเริ่มไขประตูห้องทันที

แอ๊ด...

เมื่อประตูเปิดออกฉันก็ตกใจทันที

“เฮ้ย ตะ...เตียงเดี่ยวเหรอ” ฉันพูดไปทำตาโตไปด้วย

“เธอเห็นเป็นเตียงคู่รึไงล่ะ” นายเควินพูดพลางเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับกระเป๋าเดินทางของตัวเอง “เอ้า ยืนอึ้งอยู่ทำไม เข้ามาสิ”

จากนั้นฉันก็เดินถือกระเป๋าของตัวเองเข้าไปในห้อง

“ละ...แล้วฉันจะนอนยังไงเล่า”

“เออน่า เรื่องนอนค่อยคิดอีกที”

ชิ! ใช่ซี่ นายเป็นผู้ชายมันไม่เสียหายอะไรนี่ แต่ฉันเป็นผู้หญิง คนอื่นเขาจะมองฉันยังไงล่ะ นึกถึงคนที่เขาจะลำบากบ้างเซ่

“เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนนะ” จู่ๆนายเควินก็โพล่งขึ้นมา

“จะไปไหนก็ไปเถอะย่ะ”

เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมาแต่กลับมองหน้าฉันแบบค้อนใส่ แล้วเดินถือผ้าขนหนูเข้าไปในห้องน้ำ

แล้วฉันล่ะ จะเอายังไงกับชีวิตดี เฮ้อ ไปเดินเล่นสักหน่อยดีกว่า... ฉันเดินออกมาจากห้องแล้วลงไปที่ชั้นล่าง จะไปไหนต่อดีนะ ริมทะเลและกัน มันก็มีอยู่แค่นี้

ตอนที่ฉันกำลังจะไปเดินแถวริมทะเลนั้น ฉันก็เห็นคนๆหนึ่งที่คุ้นๆหน้า

เอ๊ะ! นั่นมัน คุณพัดชานี่นา เมื่อเห็นคุณพัดชาฉันก็นึกไปถึงเควิน ตายล่ะ ถ้าคุณพัดชามาอยู่ที่นี่ด้วยแล้วนายเควินจะสบายใจขึ้นมาได้เหรอ นอกจากจะไม่สบายใจขึ้นมาแล้วยังจะทำให้เควินเจ็บปวดลงไปอีกน่ะสิ ฉันเดินไปคิดเรื่องนี้ไป เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นว่าคุณพัดชากำลังเดินมาทางนี้

“สวัสดีค่ะคุณโมบายล์” เธอยิ้มให้ฉันนิดหน่อย

“สวัสดีค่ะ” ฉันยิ้มตอบเธอไป

“อยู่นี่เองหรอ ฉันก็นึกว่าเธอหายไปไหน...” หันไปมองทางข้างหลังฉันก็เห็นนายเควินกำลังยืนเท้าเข่าหอบแฮ่กๆอยู่ คนอะไรอาบน้ำเร็วเป็นบ้า นี่ฉันเพิ่งลงมาได้ประมาณยี่สิบนาทีเองนะ แล้วหอบมาอย่างนี้สงสัยคงจะวิ่งมาสินะ

“เธอมา...” นายเควินพูดยังไม่ทันจบก็เงียบไป เพราะเขาเงยหน้าขึ้นมาเจอคุณพัดชาพอดี

“สวัสดีค่ะเควิน” คุณพัดชาทักทายเควิน

“...พัดชา คุณมาทำอะไรที่นี่” นายเควินซักถามคุณพัดชา

“พอดีพ่อฉันให้มาดูงานที่นี่น่ะค่ะ งานที่คุณมาเป็นพิธีกรไงคะ”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมมาทำงานที่นี่”

“จะไม่รู้ได้ยังไงล่ะคะ ก็ในเมื่อพ่อของฉันเป็นหุ้นส่วนใหญ่กับบริษัทที่คุณกำลังทำงานเป็นวีเจอยู่ พ่อฉันเลยบอกว่าให้ฉันมาดูงานเก็บไว้เป็นประสบการณ์ไว้ช่วยงานท่านน่ะค่ะ”

หา? คุณพัดชาเป็นลูกของหุ้นส่วนใหญ่กับบริษัทที่นายเควินกำลังทำงานอยู่งั้นเหรอ แล้วเรื่องมันจะไม่แย่ลงหรอเนี่ย

“ว่าแต่พวกคุณพักอยู่ที่ไหนกันหรอคะ” คุณพัดชาพูดขึ้นอีกครั้ง

“อ้อ โรงแรมนี้แหละค่ะ” ฉันเป็นคนตอบกลับไป

“อุ๊ย บังเอิญจังเลยนะคะ ฉันก็พักที่นี่เหมือนกัน” เห? ห้องพักมันเหลือห้องเดียวไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงพักที่เดียวกันล่ะ

“เอ่อ คุณจองห้องไว้ก่อนหน้านี้แล้วหรอกเหรอคะ” คำถามนี้ฉันถามเองแหละ ถ้าพักที่เดียวกันมันก็มีข้อเดียวคือ คุณพัดชาจองห้องไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“อ๋อ เปล่าหรอกค่ะ ^^

“งั้นฉันขอตัวเอาของไปเก็บที่ห้องก่อนและกันนะคะ บายค่ะ” ว่าจบเธอก็ยิ้มให้แล้วฉันก็ยิ้มตอบเธอไป จากนั้นคุณพัดชาก็เดินไปทางโรงแรม

หันมามองทางเควินก็เห็นว่าเขายืนนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

“นายเป็นอะไรหรือเปล่า”

“เปล่า ฉันไม่เป็นไร...” สีหน้าหม่นหมองกลับมาอีกครั้ง เฮ้อ มาทะเลทั้งทีแทนที่จะได้สบายใจขึ้น กลับต้องมาเจอต้นเหตุซะงั้น

“นี่...” ฉันเรียกนายเควินพร้อมกับใช้นิ้วชี้จิ้มๆไปที่ต้นแขนของเขา

“...” เขาหันมาหาฉันแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“ไปเดินเล่นแถวนู้นกันมั้ย” ฉันพูด แต่ก็เกิดอาการเขินนิดหน่อย ก็ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนี่นา แถมตอนนี้ฉันก็ไม่สามารถแสดงอาการเขินได้ด้วย น่าอายจะตาย

“อืม” เขาตอบและเดินนำฉันไป

เงียบจังเลยแฮะ ได้ยินแต่เสียงคลื่นทะเลกระทบเข้าฝั่ง

“นาย... ชอบทะเลหรือเปล่า” ฉันพูดออกไปเพื่อทำลายความเงียบ บรรยากาศตอนนี้มันเงียบมากจนได้ยินแต่เสียงคลื่นทะเลและกระแสลมพัดผ่านเท่านั้น

“ก็ชอบนะ โดยเฉพาะทะเลที่มีสีฟ้าครามสวย เวลามองแล้วมันทำให้สบายตาน่ะ”

“อ้อ เหรอ อืม...”

“แล้วเธอล่ะ ชอบหรือเปล่า” เมื่อฉันเงียบไปเขาก็ถามฉันขึ้นมา

“อื้ม ชอบสิ ฉันชอบทะเลมากๆเลย” ฉันพูดแล้วก็กวาดสายตายาวมองท้องทะเลที่กว้างใหญ่

“เอาไว้คราวหลัง ฉันจะพามาอีกเอามั้ยล่ะ” เขาพูดว่าอะไรนะ

“หืม เมื่อกี้นายพูดว่าไงนะ” ฉันถามไปและเงี่ยหูฟังอีกนิดหน่อย

“ฉันบอกว่า... ถ้าเธอชอบ ฉันจะพาเธอมาอีก” เขาพูดพร้อมกับหันมาสบตากับฉัน

ตอนนี้สายตาของเขา รู้สึกเหมือนว่าความเศร้าของเขาเริ่มคลายออกแล้ว ต่างจากสายตาที่เขาเจอคุณพัดชาเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา...








                 
 



 



 
อัพต่อแล้วนะคะ หลังจากดองไว้หลายวัน TT
 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

126 ความคิดเห็น

  1. #122 kh' (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:03
    เอาอีพัดชาออกป้ายยยยยยย!!
    #122
    0
  2. #68 -❀NICKNICKYNICKNICKY (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2554 / 21:38
     =.= ยัยพัดชา ไรเตอร์เอาไปไกลๆได้มั้ยเนี่ยก่อนที่รีดเดอร์จะเขี่ยหล่อนตกเหวน่ะ 
    #68
    0
  3. #67 Kyoya_N (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2554 / 20:00
     กรี้ดดดดดด   'ถ้าเธอชอบ ฉันจะพามาอีก'   ขอเป็นนางเอกแทนได้มั้ยเนี้ยยย>0<

    ไม่ชอบยัยพัดชาเลยอ่ะ
    #67
    0
  4. #66 b.bew (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2554 / 19:15
    ชอบกล* พิมผิดนะค่ะ ขอโทดที
    (ในคห.17นะ)
    #66
    0
  5. #65 b.bew (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2554 / 19:15
    แวะมาอ่านหน่อย
    อัพไปหนึ่งตอนยาววๆๆ ฮ่าๆ

    ส่วนตัวเราชอบที่เควินบรรยายน่ะ
    หลังๆใกล้จบตอนแล้ว บรรยายน้อยไปหน่อยนะค่ะ
    เน้นแต่คำพูดใช่ม้า งั้นเราแนะนำให้บรรยายเกี่ยวกับลักษณะท่าทางก็ได้นะ
    อย่างเช่น

    "ไปเดินเล่นแถวนู้นกันมั้ย"
    ฉันพูดพร้อมกับเกิดอาการเขิลนิดหน่อย แต่ก็แสดงออกไม่ได้มากต่อหน้านายเควิน และัที่สำคัญฉันก็ไม่เคยชวนใครหรือทำอะไรแบบนี้กับผู้ชายสักหน่อย =w=
    "อืม"
    "นาย...ชอบทะเลหรือเปล่า" ฉันพูดออกไปเพื่อทำลายความเงียบ เขาเงียบมากจนได้ยินแต่เสียงคลื่นทะเลกระทบชายฝั่งจนฉันรู้สึกหวิวๆแบบกล

    แบบนี้อ่าน่ะ ลองแก้ๆดูนะค่ะ
    ขออภัย หากทำให้ไม่พอใจจ้า ^^

    #65
    0