Love On Air รักนี้ออกอากาศ 24 ชั่วโมง

ตอนที่ 4 : ❥ p.3 Love On Air Kavin & Mobile

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 287
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 เม.ย. 55


3

                   


                อ๊ากกก ทำไมนายนี่ถึงโหดร้ายกับผู้หญิงที่น่ารักเยี่ยงนี้ โอ๊ย แล้วฉันจะทำยังไงเนี่ยถ้าฉันวิ่งออกจากบ้านแล้วขึ้นรถโดยสาร กลับมาฉันก็ต้องโดนนายนี่เอาเรื่องอยู่ดี

                “อะๆ ฉันไปกับนายก็ได้” แล้วมันก็ลงเอยที่ ฉันยอมแพ้เควินเพราะเถียงเขาไม่เคยชนะซักครั้ง นี่เป็นปมด้อยของฉันไปแล้วหรอ

                “มันก็แค่นี้ ทำไมต้องให้ฉันดุ”

                เชอะ ฝากไว้ก่อนเถอะนายเควิน ทำไมฉันถึงเถียงนายไม่เคยชนะเลยนะ ให้ตายเถอะ เพราะนายเป็นผู้ชายหรอกนะ ผู้หญิงอ่อนแออย่างฉันคงชนะผู้ชายอย่างนายไม่ได้หรอก

                แต่เอาน่าโมบายล์ อย่าเพิ่งยอมแพ้ มันต้องมีซักวันที่เป็นวันชนะของเรา

 

                ฉันกับเควินมาถึงมหาวิทยาลัยช่วงเที่ยงกว่าๆเพราะวันนี้ฉันเข้าเรียนตอนบ่ายโมง นายเควินขับรถมาส่งฉันที่หน้าตึกเรียนของฉันแล้วก็บอกฉันว่าเย็นนี้ให้ฉันรอเขาอยู่ที่นี่ เดี๋ยวเขาจะมารับฉันกลับไปด้วย แล้วตอนที่ฉันกำลังจะเดินเข้าไปในตัวอาคารฉันก็เห็นว่ายัยพาสต้าเดินมาทางนี้พอดี ตึกเรียนของพาสต้าอยู่ถัดไปน่ะ เลยต้องเดินผ่านตึกฉันก่อน

                “อ้าว ว่าไงโมบายล์”

                “หวัดดีพาสต้า แกมีเรียนช่วงบ่ายเหมือนกันหรอ”

                “อื้ม แหม ไม่ได้เจอแกตั้งวันนึง คิดถึงที่ซู้ดดด” ว่าแล้วยัยพาสต้าก็โผเข้ามากอดฉัน จนฉันต้องปรามว่าให้พอได้แล้ว ยัยนี่ถึงได้ผละออก

                “เออๆ ฉันก็คิดถึงแกเหมือนกัน”

                “แล้วอยู่ที่นู่นเป็นไงบ้างหรอ?” พาสต้าถามขึ้น

                “โอ๊ย แกอย่าไปพูดถึงมันเลย พูดแล้วมันอารมณ์เสีย”

                “อ้าว ไหงเป็นงั้น... เออ แล้วนี่แกมากับใครอ่ะ”

                “ก็มากับนายเควินนั่นแหละ”

                “เอ๊ะ ไปอยู่ด้วยกันแค่วันเดียว ถึงกับไปรับไปส่งกันแล้วหรอ ฮี่ๆ” นี่ๆ ไม่ต้องมาทำหน้าตากะล่อนอย่างนั้นเลยนะยัยพาสต้า

                “พูดบ้าอะไรของแก ไม่ใช่ซะหน่อย เขาก็แค่เรียนอยู่ที่นี่แล้วก็เวลาเรียนตรงกันเท่านั้นแหละ หมอนั่นถึงให้ฉันมาด้วย ก็แค่นี้เอง”

                “หรอ แล้วทำไมแกต้องหน้าแดงด้วยอ่ะ ^O^

                “หน้าแดงที่ไหนกันล่ะ ฉันไปดีกว่าเดี๋ยวเข้าเรียนสาย”

                “ชิ่งกันหรือเปล่า โชคดีและกันแล้วเจอกันใหม่” ยัยพาสต้าพูดไล่หลังฉันมาแล้วฉันก็หันหน้าไปโบกมือให้พาสต้านิดหน่อย

                ฉันเดินงุ้มๆเข้ามาในอาคาร... บ้าหรือเปล่านะ ก็แค่เวลาเรียนตรงกัน ยัยพาสต้าคิดไปถึงไหนกันเนี่ย เอ๊ะ แล้วทำไมฉันถึงรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนๆล่ะ แถมเริ่มจะร้อนไปทั้งตัวแล้วด้วย ไม่หรอกมั้ง มันคงเป็นปฏิกิริยาซักอย่างของร่างกาย

 

                ตอนนี้ฉันยืนรอนายเควินที่หน้าตึกเรียนของฉัน สักพักฉันก็เห็นรถสีดำคุ้นๆค่อยๆขับเข้ามาใกล้ๆ แต่ฉันก็ยืนอยู่นิ่งๆ

                “นี่ยัยซุ่มซ่าม ยืนทำอะไรอยู่ รีบขึ้นรถมาสิวันนี้ฉันต้องเข้าบริษัทไปคุยเรื่องงานอีก”

                แล้วฉันก็ค่อยๆเปิดประตูฝั่งข้างๆคนขับและปิดลงเมื่อฉันเข้ามานั่งแล้ว

                “เมื่อไหร่นายจะเลิกเรียกฉันว่ายัยซุ่มซ่ามซะที” ฉันทำหน้าดุใส่เขานิดหน่อย

                “ก็เธอมันซุ่มซ่ามจริงๆนี่ จะให้ฉันเรียกว่าอะไรล่ะ ยัยซุ่มซ่ามหรือยัยเบ๊อะดี”

                “ถ้างั้นจะเรียกว่าอะไรก็เรียกไปเถอะ ชิ”

                เมื่อกี้ฉันเห็นว่าเขาแอบหัวเราะออกมานิดหน่อยด้วยแหละ นี่เรื่องจริงหรอเนี่ยเป็นประวัติศาสตร์ของโลกเลยนะ ปกติเขาจะชอบสั่งแล้วก็ทำหน้าดุๆใส่ฉัน แต่ว่าเมื่อกี้ที่เขาแอบหัวเราะมันก็น่ารักดีนะ เฮ้ย! นี่ฉันคิดอะไรเนี่ย ไล่มันออกไปเดี๋ยวนี้โมบายล์ ฉันพูดกับตัวเองในใจแล้วก็ถอนหายใจออกมา

                “เป็นอะไร ถอนหายใจซะยาวยืดเลย”

                “เปล่านี่ ไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย” ฉันปฏิเสธเขาไป

                ผ่านไปประมาณราวๆสี่สิบนาทีฉันก็เห็นว่านายเควินจอดรถที่บริษัทที่เขากำลังจะเข้าทำงานเป็นวีเจ ฉันลงมาจากรถแล้วก็เดินตามนายเควินเข้ามาในตัวบริษัท แต่นั่นที่นายเควินกำลังจะเดินไปหาคือวีเจสปอร์ตนี่นา กรี๊ดดดดดด หล่อเหลาอลังการอะไรขนาดนี่ค๊า เขากินอะไรมาเนี่ยดูดีมีเสน่ห์ม๊ากมาก ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งหัวใจเต้นแรง ><

                “อ้าว ว่าไงเควินหายตื่นเต้นไปบ้างหรือยัง”

                “ก็หายไปบ้างแล้วแหละ เออ ว่าแต่ฉันต้องเริ่มงานวันไหนหรอ”

                “อืม... อันนี้ฉันก็ไม่แน่ใจนะ แต่วันนี้พี่หนิงสไตล์ลิสบอกฉันว่าจะมีการประชุมเรื่องนี้แหละ นายมาก็ดีแล้ว ฉันว่าสักพักฉันก็จะโทรเรียกนายพอดี”

                “อ้อ อืมๆ”

                “ว่าแต่ นี่ใครหรอ” วีเจสปอร์ตชี้มาทางฉันพลางถามว่าฉันเป็นใคร อ๊าย ทำอะไรก็ดูดีไปหมดเลย อยากตอบกลับไปจังเลยว่า เป็นแฟนของคุณในอนาคตค่ะ(รู้สึกจะอาการหนักนะโมบายล์ – นักเขียน)

                “อ้อ นี่ผู้จัดการส่วนตัวฉันน่ะ ชื่อโมบายล์ หรือจะเรียกว่ายัยซุ่มซ่ามก็ได้” กรี๊ดดด นายเควินทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ พูดอย่างนี้ฉันเสียหายหลายแสนนะ ฉันมองนายเควินด้วยหางตา

                “ฮ่าๆๆๆ” ฮือๆ นายทำให้วีเจสปอร์ตสุดหล่อหัวเราะฉัน ฝากไว้ก่อนเหอะ!

                “อ้อ ผมจำได้แล้วคุณที่ทำกาแฟหกใส่เควินในวันงานใช่มั้ย พอดีวันนั้นผมมองอยู่น่ะ” อ๊ายยยย วีเจสปอร์ตมองฉันอยู่หรอ เห็นมาดเข้มแบบนี้ก็มีมุมแบบนี้เหมือนกัน น่ารักที่สุด เรื่องเมื่อกี้ที่หัวเราะฉันๆให้อภัยนะค๊า คุณสปอร์ตสุดหล่อ ^^

                “ใช่ ยัยนี่แหละที่ทำกาแฟหกใส่ฉัน” นี่นายเควิน เขาถามฉันนะ ไม่ได้ถามนาย... แต่ก็ไม่เป็นไรถ้าฉันตอบเองคงจะน่าอายน่าดูเลย เอาเป็นว่าเรื่องนี้ฉันขอขอบคุณ

                “อ่า ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณโมยาล์ ผมสปอร์ต” พูดเสร็จแล้ววีเจสปอร์ตก็ยิ้มมาให้ฉัน โอ๊ย หัวใจฉันจะละลายอยู่แล้ว

                “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

                สักพักก็มีผู้หญิงคนนึงน่าจะอายุมากกว่าฉันประมาณ 5 ปีเดินเข้ามาหาพวกเราที่ยืนคุยกันอยู่

                “น้องสปอร์ตน้องเควิน ได้เวลาเข้าประชุมแล้วค่ะ”

                “ครับพี่หนิง”

                อ้อ คนนี้สินะพี่หนิงที่วีเจสปอร์ตพูดถึง

                “เธอรอฉันอยู่แถวนี้นะ ฉันจะเข้าไปประชุมก่อน” นายเควินพูดกับฉัน

                “อือ”

                แล้วนายเควินกับวีเจสปอร์ตก็เดินขึ้นไปชั้นบน รู้สึกว่าห้องประชุมน่าจะอยู่ที่ชั้นบนนะ เฮ้อ แล้วฉันจะทำอะไรแก้เซ็งดีเนี่ย ฉันเห็นว่ามีร้านกาแฟเล็กๆอยู่ร้านหนึ่งที่ข้างบริษัทฉันเลยเดินเข้าไปเพื่อไปหาอะไรดื่ม

                ฉันเดินไปที่เคาน์เตอร์แล้วสั่งนมร้อนมาแก้วหนึ่งกับเค้กสตรอเบอรี่หนึ่งก้อน แล้วเดินกลับมาหาที่นั่ง แต่ก่อนจะเดินมาถึงโต๊ะที่ว่างๆนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งที่เดินผ่านฉันไปทำกระเป๋าเงินตกฉันเลยเรียกเขาไว้

                “เอ่อ คุณคะนี่กระเป๋าคุณหรือเปล่าคะ พอดีฉันเห็นมันตก”

                “อ๋อ ใช่ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เธอตอบกลับฉันมา แต่ฉันมีอะไรจะบอก เธอคนนี้ดูดีมีสกุลมากเลย แต่งตัวเปรี้ยวๆปนกับความเซ็กซี่ หุ่นดี หน้าตาดีมาก ถ้าใครได้ไปเป็นแฟนนี่ถือว่าโชคดีมากเลยนะ

                ผ่านไปประมาณเกือบยี่สิบนาทีฉันก็จ่ายเงินค่าอาหารที่ฉันสั่งแล้วก็เดินออกมาจากร้านกลับไปที่บริษัท เฮ้อ ยังประชุมไม่เสร็จแล้วจะทำอะไรต่อดีเนี่ย ฉันเดินอยู่ในตัวอาคารดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย

                ตอนนี้เวลาก็ใกล้จะหกโมงแล้ว ฉันเห็นนายเควินเดินลงมาจากชั้นบน คงประชุมเสร็จแล้วสินะ

                “ว่าไงยัยซุ่มซ่าม”

                “เชอะ ชื่อมีให้เรียกไม่เรียก นายนี่ยังไงนะ... เออ แล้วนี่ประชุมเสร็จแล้วใช่มั้ย ฉันหิวจะแย่แล้วนะ”

                “งั้นวันนี้ไปกินอาหารที่ร้านและกัน”

                “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยววันนี้ฉันทำเอง”

                “เธอทำเองเดี๋ยวมีดก็บาดอีก ยิ่งซุ่มซ่ามอยู่”

                “รับรองว่าคราวนี้ไม่พลาดแน่ย่ะ”

                 “ก็ได้ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าฝีมือเธอจะดีแค่ไหนกัน”

                หึๆ คราวนี้นายเสร็จฉันจริงๆแน่...


                    ตอนนี้ฉันกับเควินกลับมาถึงบ้านแล้วแหละ จากนั้นฉันก็ตรงดิ่งมาที่ห้องครัวทันที เอาล่ะฉันจะทำอะไรดีนะ... เอาเป็นว่าทำผัดผักและกันส่วนของฉันก็ไข่เจียวเพราะไข่เจียวนี่ถือว่าเป็นอาหารที่ฉันทำอร่อยที่สุด พูดง่ายๆฝีมือฉันโคตรห่วยเลยแหละ

                ฉันลงมือหั่นผักและตั้งกะทะจากนั้นก็เริ่มผัด ใช้เวลาประมาณสิบนาทีฉันก็ทำเสร็จ ฉันยกจานผัดผักมาวางที่โต๊ะอาหารและนายเควินก็เดินมาจากห้องนั่งเล่นมาที่โต๊ะพอดี

                “เสร็จและ นายทานได้เลยนะฉันทำให้นายเป็นพิเศษ”

                “แล้วเธอไม่กินด้วยกันหรอ”

                “ไม่ล่ะ เดี๋ยวฉันจะกินอีกอย่างนึง มื้อฉันฉันทำให้นายเป็นพิเศษเลยนะ”

                “ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเธอจะทำดีกับฉัน เพราะตอนเด็กๆฉันแย่งขนมเธอเป็นประจำ” นายเควินมองฉันอย่างสงสัย

                “แหม ก็นั่นมันตอนเด็กนี่... เอาล่ะๆนายรีบกินเถอะเดี๋ยวมันจะเย็นซะก่อน” ฉันดันตัวนายเควินให้นั่งลงที่เก้าอี้แล้วขยับจานข้าวให้เขานิดหน่อย

                จากนั้นฉันก็เดินไปหยิบจานไข่เจียวในครัวและเดินออกมาเพื่อมานั่งกินที่โต๊ะ โถ่เอ๊ย แล้วเมื่อไหร่เขาจะตักข้าวเข้าปากซักทีเนี่ย

                “กินเลยสิกินเลย” ฉันบอก แต่เขาก็มองหน้าฉันเหมือนสงสัยว่าฉันเป็นอะไรไปถึงทำท่าทางกับเขาแบบนี้ แต่ฉันก็ส่งยิ้มให้เขา ไม่ได้อยากยิ้มให้หรอกนะยะถ้าเพื่อไม่ให้ฉันได้แกล้งนายสำเร็จน่ะ

                แล้วเขาก็ตักผัดผักไปไว้ในจานข้าว และแล้วก็... กินเข้าไป กรี๊ดดดดดด ฉันกรีดร้องอยู่ในใจ

                “แฮ่กๆๆ นี่เธอเอาอะไรมาให้ฉันกินเนี่ย ทำไมมันถึงเค็มขนาดนี้” เขาพยายามกลืนมันลงคอแล้วรีบหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม

                ฉันหันหน้ามาทางด้านหลังแล้วหัวเราะกับตัวเองเบา yes! ฉันพูดเบาๆแล้วกำมือแน่นเมื่อทำสำเร็จ

                “อุ๊ย โทษทีๆ สงสัยฉันคงเผลอใส่น้ำปลาเยอะไปหน่อยน่ะ” ฉันทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่องแล้วก็ส่งกระดาษทิชชู่ให้เขา คิกๆ

                “ฉันไม่เชื่อ นี่เธอจงใจแกล้งฉันใช่มั้ย เธอคิดจะแก้แค้นใช่มั้ยที่ตอนเด็กๆฉันชนะเธอตลอด” เขาทำหน้าหยีไปพูดไป

                รู้ก็ดีแล้วนี่ที่ฉันแกล้งนาย แต่ใครจะโง่บอกล่ะว่าฉันตั้งใจจะแกล้ง

                “ขอโทษๆ ฉันขอโทษจริงๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ฉันทำท่ายกมือขึ้นมาขอโทษขอโพย

                “เอาล่ะๆ ครั้งนี้ฉันจะไม่เอาเรื่อง แต่ถ้าครั้งหน้าฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่” เขาพูดจบก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินขึ้นไปชั้นบน

                เมื่อฉันเห็นว่าเขาเดินลับสายตาไปแล้ว ฉันก็หัวเราะออกมาดังๆ

                “ฮ่าๆๆ สะใจจริงๆ ครั้งหน้านายแกล้งฉันไม่ได้ง่ายๆหรอกย่ะ”

 

 

                วันนี้เป็นวันเสาร์ ฉันไม่ได้ออกไปมหาวิทยาลัย แต่เมื่อกี้นายเควินบอกฉันว่าวันนี้เป็นวันไปทำงานของเขาวันแรก บอกให้ฉันเตรียมตัวไว้ช่วงเที่ยงๆเขาจะพาฉันไปที่สตูดิโอเพื่อไปทำหน้าที่วีเจของเขา เฮ้อ วันเสาร์ทั้งทีทำไมฉันต้องออกไปทำงานด้วยเนี่ย ปกติฉันก็จะอยู่บ้านกับพาสต้า

                เพราะนายแท้ๆเลยเควิน

                เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วตอนนี้ก็สิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว ฉันจึงขึ้นไปเตรียมของที่จำเป็นใส่กระเป๋า แล้วเดินลงมาที่ชั้นล่าง ก็ต้องมานั่งรอนายเควิน เพราะเขากำลังแต่งตัวอยู่

                ตอนนี้ก็เที่ยงห้าสิบแล้วนายเควินก็เดินลงมาพอดี

                “รีบไปเถอะ เดี๋ยวสาย” ว่าแล้วเขาก็เดินนำฉันไปที่รถ ฉันก็เดินตามเขาไป เขาบอกให้ฉันช่วย้ปิดประตูบ้านให้ที ฉันเลยไปเปิดให้เขาแต่โดยดี

 

                ตอนนี้ฉันมาถึงบริษัทเขาแล้วแหละ เขาบอกว่าสตูดิโออยู่ที่ฉันสามของบริษัท เดินมาซักพักเขาก็หยุดอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์เพื่อเซ็นอะไรซักอย่าง ฉันก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

                “สวัสดีค่ะ เควิน” ตอนที่เควินเซ็นชื่อเสร็จก็มีผู้หญิงคนหนึ่งทักเขาขึ้นมา

                นายเควินหันไปตามเสียงเรียก เขาไม่ได้ทักกลับและไม่ได้พูดอะไร แต่ว่าทำไมหน้าเขาซีดลงล่ะ หน้าเขาตอนนี้ดูหม่นหมองยังไงชอบกล

                “ยังจำกันได้หรือเปล่า...” ในเมื่อเควินไม่พูดอะไร ผู้หญิงคนนั้นจึงพูดขึ้นอีกครั้ง

                เควินพยักหน้านิดหน่อยแล้วตอบกลับไป

“พัดชา...” นายเควินพูดเบาๆ แล้วมองผู้หญิงคนนั้นตาเศร้าๆ ไม่เหมือนเควินคนเดิม

เอ... ผู้หญิงคนนี้ฉันคุ้นๆนะ... อ๋อ น่าจะเป็นผู้หญิงคนเมื่อวานที่ทำกระเป๋าเงินตกสินะ ว่าแต่พวกเขารู้จักกันด้วยหรอ

“ดีใจนะ ที่ยังจำกันได้” เธอพูดจบก็มองมาทางฉันแล้วทำหน้าครุ่นคิด แล้วเธอก็พูดขึ้น “คุณ ใช่คนที่เก็บกระเป๋าเงินให้ฉันเมื่อวานใช่มั้ยคะ”

“อ้อ ใช่ค่ะ” ฉันตอบเธอไป

“แล้วคุณเป็นเพื่อนกับเควินหรอคะ” ฉันมองหน้าเควินเพื่อหาคำตอบว่าฉันจะตอบเธอว่ายังไงดี แต่เขากลับไม่มองหน้าฉัน เขามองหน้าเธอคนนั้นอย่างหน้าตาเศร้าๆ

ในเมื่อเควินไม่บอกอะไรฉัน ฉันจึงไปตามตรงว่าฉันเป็นเพื่อนของเควินและเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขา

“ค่ะ แล้วก็เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขาด้วยค่ะ”

“งั้นหรอคะ ฉันพัดชา ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“ฉันโมบายล์ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” ฉันส่งยิ้มให้เธอนิดหน่อย

“ฉันต้องไปแล้วนะคะ พอดีมีธุระน่ะค่ะ แล้วเจอกันใหม่นะคะเควิน คุณโมบายล์” พูดเสร็จเธอก็โบกมือลานิดหน่อยแล้วเดินจากไป

“รีบขึ้นไปสตูดิโอเถอะ” นายเควินพูดขึ้นแล้วเดินนำฉันไป

เอ เขาเป็นอะไรไปนะ

 

ช่วงที่นายเควินกำลังดำเนินรายการนั้น ฉันก็นั่งดูเขาอยู่ห่างๆ ตั้งแต่เจอคุณพัดชาหน้าตาเขาดูหมองๆไปกว่าเดิมนะ ตอนที่เขาคุยกับแฟนคลับรายการที่โทรเข้ามาขอเพลงหรือเล่นเกมต่างๆ หน้าตาเขาก็ดูไม่สดชื่น ฉันว่าเขาพยายามฝืนยิ้มล่ะ เพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็นว่าเขาเป็นอะไร แต่ฉันสังเกตเห็นนะ

ตอนนี้เวลาบ่ายสามโมง นายเควินก็ทำงานเสร็จแล้ว เขาบอกฉันว่าจะพาไปกินข้าวเที่ยง เพราะเมื่อตอนเที่ยงพวกเราก็ตรงดิ่งมาที่บริษัทเลย ไม่ได้แวะกินข้าวหรือกินอะไรรองท้องเลย ตอนนี้ฉันก็หิวมากด้วย

ระหว่างที่นั่งรถมาที่ร้านอาหารเขาก็เงียบไม่ได้พูดอะไรกับฉันเลย ฉันก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี เลยเลือกที่จะเงียบดีกว่า

ฉันกับเควินสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว สักพักก็มีพนักงานเอามาเสิร์ฟ

ตอนนี้อยากบอกว่าบรรยากาศของฉันกับนายเควินเงียบมากๆเลยแหละ ฉันรู้สึกอึดอัดยังไงก็ไม่รู้ ฉันว่าฉันควรต้องพูดอะไรซักอย่างเพื่อทำลายความเงียบแล้วแหละ

“นี่นายเควิน นายเป็นอะไรกับคุณพัดชาหรอ”

และเมื่อพูดถึงผู้หญิงคนนั้นตาเขาก็เศร้าขึ้นมาทันที

“ก็เป็นเพื่อนกันตอนปีหนึ่งน่ะ” ถึงเขาจะหน้าเศร้าๆแต่เขาก็ตอบฉันอย่างโดยดี

“แล้วทำไม... ตอนที่เจอหน้าเธอ หน้าตานายถึงหม่นหมองลงล่ะ” อย่าหาว่าฉันอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านเลย ฉันแค่รู้สึกไม่สบายใจ

แต่เอ๊ะ! นี่ฉันกำลังเป็นห่วงเขาหรอ ไม่หรอกมั้งๆ มันคงเป็นแค่อาการที่คนเคยรู้จักกันมาก่อนมีให้กันก็เท่านั้นแหละ

“เธอจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ มันไม่ใช่เรื่องของเธอ รีบกินเถอะจะได้รีบกลับ” ชิ คนเขาถามดีๆก็ตอบกลับมาดีๆหน่อยสิ

แต่ฉันก็อยากรู้นี่นา ฉันต้องรู้ให้ได้เลยคอยดูสิ

 

กลับมาถึงบ้านฉันเห็นว่านายเควินนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่ห้องนั่งเล่น เอาล่ะได้โอกาสแล้ว ถามอีกซักครั้งก็ไม่เสียหายอะไร

ฉันเดินไปนั่งโซฟาตัวเล็ก คิดว่าวันนี้ฉันต้องรู้ให้ได้

“นี่นายบอกฉันหน่อยไม่ได้หรอ ว่านายเป็นอะไรหรือเปล่า ที่เวลาเจอคุณพัดชานายถึงทำท่าทางแบบนั้น”

นายเควินปรายตามองฉันนิดหน่อย เหมือนจะบอกว่าเขารำคาญฉันแค่ไหน

“ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ อย่าเซ้าซี้ได้มั้ย ฉันดูรายการทีวีอยู่”

โอย จะทำยังไงให้เขาบอกฉันดีนะ อืม... ใช่ ตอนเด็กนายเควินบ้าจี้นี่นา เพราะเวลานายเควินจะมาแกล้งฉัน ฉันก็ต้องจั๊กจี๊เขานี่แหละ เขาถึงจะยอมเลิกแกล้งฉัน

ตอนนี้เขาจะยังบ้าจี้อยู่หรือเปล่านะ

“นี่ นายเควิน” ฉันเรียกเขาแล้วขยับไปใกล้เขาอีกนิดหน่อย

“อะไรอีก...” ทันทีที่เขาหันมา ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ฉันก็จั๊กจี๊เขาทันที

“นี่แน่ๆๆๆ” ฉันจั๊กจี๊เขา อยากบอกว่าตอนนี้เขาหัวฟัดหัวเหวี่ยง นั่งตัวบิดตัวเบี้ยวไปหมด นี่ยังบ้าจี้อยู่สินะ ฮ่าๆ

“เฮ้ย ยัยซุ่มซ่าม เธอทำอะไรเนี่ยปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” เขาพูดออกมาไม่เป็นคำ

“ในเมื่อนายไม่บอกฉัน ฉันก็ไม่ปล่อยหรอก นี่แน่ๆ”

ระหว่างที่นายเควินกำลังบ้าจี้นั้น อยู่ดีๆหน้าเราสองคนก็แทบจะปากชนกันด้วยซ้ำ ห่างเพียงแค่หนึ่งนิ้ว ฉันตกใจเลยต้องปล่อยมือออกจากเอวของเขา และทำตัวไม่ถูกเลยที่เราหน้าใกล้กันขนาดนี้

กว่าที่ฉันจะตั้งสติได้ก็ประมาณห้าวินาที ฉันจึงถอยห่างเขาออกมา ตอนนี้หน้าฉันร้อนผ่าวเหมือนเพิ่งโดนน้ำร้อนลวกมาหยกๆ แถมความร้อนนี้ก็เริ่มลามไปถึงคอและเริ่มลามไปทั่วตัว ฉันเองก็แอบสังเกตเห็นว่าหน้านายเควินแดงๆเหมือนกัน

“เอ่อ...” ฉันพูดอะไรไม่ออกเลย

“โทษทีนะ” ในที่สุดฉันก็พูดออกจนได้ โล่งอกไป ก็ในเมื่อฉันเองไม่ใช่หรอที่ทำให้เป็นแบบนี้น่ะ ฉันก็ต้องเป็นคนพูดก่อน

“อืม...” นายเควินครางออกมาเบาๆเท่านั้น

จากนั้นความเงียบก็เริ่มครอบงำ โถ่เอ๊ย แบบนี้ก็อึดอัดน่าดูน่ะสิ แล้วฉันจะพูอะไรดีเนี่ย

“เธออยากรู้จริงๆน่ะหรอ เรื่องนั้นน่ะ...” เฮ้อ ในที่สุดเขาก็ชวนพูดขึ้นมา

เขาหมายถึงเรื่องที่ฉันถามสินะ ว่าทำไมเวลาเจอคุณพัดชาเขาถึงทำท่าทางแบบนั้น

“อืม...”

“ฉันจะบอกเธอก็ได้”





 

 



 
ครบตอนแล้วนะคะ ยังไงก็ฝากติดตามต่อด้วย
อย่าเพิ่งหนีไปไหนกันน้าาาาา ><



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

126 ความคิดเห็น

  1. #64 -❀NICKNICKYNICKNICKY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2554 / 21:34
     ยัยพัดชาจะสวยแค่ไหนกันห๊าาาาาาาาา!!!! =[]=^^
    #64
    0
  2. #63 Kyoya_N (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2554 / 19:54
    ยัยพัดชานั้นเป็นใคร บังอาจมาแย่งซีนนางเอกชั้น =^=(พาลไปทั่วแล้วเจ้าค่ะT^T)
    #63
    0
  3. #62 b.bew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2554 / 18:54
    ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะค่ะ
    และขอบคุณที่สนใจกระทู้แปลกๆของเราด้วยนะค่ะ


    ตัวละครน้อยดีนะค่ะ เรื่องของเรานี่ 8 คนน่าจะได้ แฮ่ๆ ^^
    ภาพรวมถือว่าโอเคแล้วนะค่ะ
    เราชอบตรงชื่อเรื่องล่างสุดอ่า ตอนจบแต่ละตอน


    ยังไงก็สู้ๆแล้วกันนะค่ะ :) ขอโทดที่มาเม้นท์ให้ช้าด้วย
    ปล.ถ้ารับแลกแบนเนอร์นิยายช่วยมาบอกด้วยค่ะ


    #62
    0