Love On Air รักนี้ออกอากาศ 24 ชั่วโมง

ตอนที่ 13 : ❥ p.12 Love On Air Kavin & Mobile [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ก.ย. 55

 

12


            อุว้าววววว นี่มันที่ไหนกัน ในเมืองไทยมีภัตตาคารหรูหราสวยงามขนาดนี้เชียวรึ *0*

ฉันตาโตอ้าปากค้าง เพราะว่าภัตตาคารอันสวยหรูที่ตั้งอยู่ตรงหน้าฉันมันสวยมาก สวยมากจริงๆ เหมือนฉันอยู่ในนิยายเลยอ่ะ เกิดมาไม่เคยเจออะไรสวยขนาดนี้มาก่อน

“นี่ๆ เรามาทำอะไรกันที่นี่เหรอ” ฉันขยับปากถามแจ็คที่ยืนอยู่ข้างๆ โดยที่สายตาของฉันยังคงยืนมองภัตตาคารอยู่

“ก็มาทานข้าวกันไง”

“หา! ทานข้าว! ที่หรูๆแบบนี้น่ะเหรอ” โอ้วจ๊อด มันยอดมากกกก

“ใช่ อาหารที่นี่อร่อยมากๆ ฉันรับประกัน เพราะถ้าไม่อร่อยจริงคงไม่ได้ชื่อว่าเป็นภัตตาคารระดับ 8 ดาวหรอกนะ”

หา!! แปดดาวเลยเรอะ ปกติฉันเคยได้ยินแค่ห้าดาวเองนะ มันพัฒนาไปถึงแปดดาวแล้วเหรอเนี่ย...แต่ก็ดีแล้วแหละ ได้กินอาหารระดับนี้ แถมยังมีคนเลี้ยงด้วย คุ้มสุดๆแล้วยัยโมบายล์เอ๊ยยยยย

“รีบเข้าไปข้างในเถอะ” แจ็คพูดแล้วเดินนำหน้าฉันไป จากนั้นฉันเลยเดินตามหลังเขาไป

กรี๊ดดดดดดดดด ยิ่งได้เข้ามาเห็นในตัวภัตตาคารยิ่งสวยเข้าไปใหญ่ มีแต่พวกเครื่องประดับเคลือบทองทั้งนั้น ฉันคิดว่าถ้าฉันซุ่มซ่ามเดินไปชนแจกันแถวนี้นะ ฉันคงต้องมาเป็นแม่บ้านชดใช้เค้าสักสองปีได้อ่ะ (เว่อร์)

โอ้ววววว มุมนั้นก็สวย มุมนี้ก็สวย สรุปสวยทุกมุมมอง ทำไมมันช่างสวยอย่างเน้ๆๆๆ เจ้าของที่นี่เขาคงรวยน่าดูเลยอ่ะ...เอ่อคือ แบบว่ามีลูกชายมั้ยคะ สนใจรับโมบายล์คนนี้เป็นลูกสะใภ้มั้ยเอ่ยยย อ๊ายยยยยย พูดแล้วก็เขิน  -//- (ยัยนี่คงจะบ้าไปแล้วสินะ - -)

แจ็คพาฉันเดินเข้ามาข้างในจนถึงส่วนที่เป็นร้านอาหาร โอ้โห อะไรมันจะเลิศหรูอลังการขนาดนี้ ฉันจะกล้านั่งเก้าอี้มั้ยเนี่ย

“นั่งก่อนสิ” แจ็คขยับเก้าอี้ออกมานิดหนึ่งให้ฉันได้นั่งได้สะดวก

“ขอบคุณมากนะ” ฉันกล่าวแล้วนั่งลงช้าๆ

“เธออยากทานอะไร สั่งได้ตามสบายเลยนะ” แจ็คบอกเมื่อพนักงานเสิร์ฟยื่นเมนูอาหารให้กับเราทั้งสองคน

“อืม...งั้นเอา #$@&*(^)%#@**...

เมื่อเราสองคนสั่งอาหารกันจนพอใจแล้ว ฉันจึงหันไปถามแจ็คบ้าง

“นายเคยมาที่นี่ด้วยเหรอ”

“ก็มาบ่อยอยู่เหมือนกันนะ”

“งั้นเหรอ...แต่ฉันว่าที่นี่สวยมากเลยล่ะ ฉันชอบๆ ><

“เธอชอบเหรอ ไว้วันหลังจะพามาใหม่ ^^

!!!!!!

ประโยคนี้...ทำให้ในหัวสมองฉันนึกถึงใครบางคนทันที มันเหมือนกับเป็นเดจาวูยังไงยังงั้น ฉันจะนึกถึงเขาทำไมนะ ฉันนึกถึงเขาอีกแล้ว...

“นี่ เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมเงียบไป” สติของฉันกลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของแจ็ค

“อะ อ้อ เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร” ฉันตอบกลับเขาไปพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ “แล้ว...ชวนฉันมาเนี่ย นายไว้ใจฉันได้เหรอ”

“หึ ฉันว่าประโยคนี้ฉันควรถามเธอมากกว่านะว่ามากับฉันเนี่ย เธอไว้ใจฉันได้เหรอ”

พูดงี้ฉันก็ระแวงเป็นนะ -0- แถมเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวด้วย...

“เอ่อ งั้นฉันกลับบ้านก่อนดีกว่า...” ฉันทำท่าจะลุก แต่แจ็คก็ห้ามไว้

“อ่าวเฮ้ย เชื่อด้วยเหรอ ฉันพูดเล่น นั่งลงก่อนๆ”

 “แล้วนายจะพูดให้ฉันกลัวเพื่อ?

“ก็เธอถามฉันก่อนนี่”

เราสองคนเถียงกันอยู่พักหนึ่ง ไม่นานพนักงานก็เดินมาพร้อมกับอาหารจานเด็ด ฉันจึงเลิกสนใจแจ็คแล้วหันไปสนใจอาหารแทน

“อื้อหือ น่ากินจังเลยอ่ะ” ฉันจ้องอาหารที่อยู่ตรงหน้าตาไม่กระพริบ “นี่! ถ้าฉันกินมูมมามนายห้ามติฉันนะ” ฉันพูดเสียงแข็งเป็นเชิงสั่ง

“เธอจะกินยังไงก็แล้วแต่เธอเถอะ ตามสบาย”

ทางสะดวก ฉันจะเขมือบของที่อยู่ตรงหน้านี่ล่ะนะ ง่ำๆๆๆ

 

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป...

โอ้ อาหารที่นี่อร่อยจริงอะไรจริง ไม่อยากจะบอกว่าวันนี้เป็นวันที่ฉันสุขสำราญกับอาหารมาก...ก็แน่สิ ไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้านู่นนน มื้อนี้เลยต้องจัดเต็มหน่อย

เมื่อแจ็คเช็คบิลค่าอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราสองคนจึงพากันเดินออกมาจากตัวภัตตาคารเพื่อจะไปขึ้นรถที่จอดอยู่ข้างนอก ระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้นแจ็คก็หันมาพูดกับฉัน

“นี่ก็ยังไม่ดึกเลย ฉันจะพาเธอไปที่ๆนึง”

“หืม นายจะพาฉันไปไหนอีกล่ะ”

“เอาไว้ค่อยบอก ตามฉันมาเถอะ” ว่าแล้วเขาก็ขยิบตาให้ข้างหนึ่งแล้วเดินนำหน้าไป

            อะไรของเขากันเนี่ย จะพาไปไหน อะไรยังไง?

แจ็คขับรถออกมาจากภัตตาคาร ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รถก็แล่นมาถึงที่ๆหนึ่ง ที่นี่เป็นเหมือนถนนคนเดิน มีผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่เต็มไปหมด ตามสองฝั่งถนนก็มีของขายอยู่ละลานตา มีตั้งแต่ของชิ้นเล็กๆไปจนถึงของชิ้นใหญ่ แสงสีในยามค่ำคืนแบบนี้ทำให้ที่นี่มีความสวยงามมาก

“ถนนคนเดิน...?” ฉันพูดกับแจ็คเมื่อเราทั้งสองคนก้าวออกมาจากรถเรียบร้อยแล้ว

“เป็นไง ถูกใจเธอมั้ยล่ะ” เขาตอบกลับพร้อมกับยักคิ้วให้

ฉันยิ้มให้เขาเล็กน้อยไม่ได้ตอบกลับไป ทำเพียงแค่เดินนำหน้าเขาเท่านั้น

อืม...มีของขายเยอะแยะเลยแฮะ จริงๆได้มาเดินแบบนี้ก็น่าสนุกดีเหมือนกัน เพราะฉันเองก็ไม่เคยมาเดินเล่นหรือเดินซื้อของในที่แบบนี้ แถมตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับนายเควินฉันก็ไม่เคยได้ออกไปเที่ยวไหนอย่างจริงๆจังๆสักครั้ง ก็จะมีแต่ออกไปทำงานเท่านั้นแหละ

“นายนี่รู้จักที่สวยๆเยอะเนอะ” ฉันพูดกับคนที่เดินอยู่ข้างๆโดยที่สายตายังคงมองแต่ของที่วางขายอยู่ที่งสองฝั่งถนน

“มันแน่นอนอยู่แล้ว ฉันมันพวกชอบเข้าสังคม เวลาเบื่อๆก็ชอบออกมาขับรถเล่น แล้วก็มาเจอที่นี่แหละ”

“นี่นายแอบหลอกด่าฉันหรือเปล่า ว่าฉันมันไม่ใช่พวกชอบออกไปไหน ถึงไม่ค่อยรู้จักที่แบบนี้” ฉันพูดพร้อมกับมองค้อน

“เฮ้ย ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย” เขารีบปฏิเสธแล้วโบกมือทั้งสองข้างไปด้วย

“งั้นก็ดี” ฉันเชิดหน้าใส่ “โอ๊ะ!!” ฉันอุทานออกมาเมื่อเห็นพวงกุญแจรูปโบว์อันหนึ่งวางขายอยู่ในร้านข้างหน้า ฉันไม่รอช้า รีบเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาดู

“อันนี้น่ารักดีแฮะ” ฉันหยิบพวงกุญแจรูปโบว์ที่หมายตาไว้ขึ้นมาดูอย่างสนใจ มันเป็นโบว์ที่ทำจากอะลูมิเนียมสีพีชอ่อนๆ ตรงกลางมีเพชรติดอยู่เม็ดหนึ่ง เวลาที่เพชรเม็ดนั้นกระทบเข้ากับแสงไฟแล้วมันประกายวิบวับมากเลยล่ะ

“เธอชอบเหรอ” แจ็คถามขึ้นเมื่อเขาเดินมาหยุดยืนข้างๆฉัน

“อื้ม”

“ป้าครับ ผมเอาอันนี้” อยู่ดีๆเขาก็พูดกับป้าคนขายแล้วชี้มาที่พวงกุญแจที่ฉันถืออยู่

“อันนั้นสี่สิบเก้าบาทจ้ะ” ป้าคนขายบอกราคาแล้วส่งยิ้มให้พวกเรา

“หืม นายจะซื้อไปทำอะไรอ่ะ?

“ฉันก็ซื้อให้เธอไง”

“เนื่องในโอกาสอะไรมิทราบ”

“ไม่มีโอกาสพิเศษอะไร ถือว่าเป็นของขวัญที่เธอมาเป็นเพื่อนฉันวันนี้แล้วกัน”

พูดจบเขาก็หยิบเงินแบงค์ร้อยจากกระเป๋าสตางค์ตัวเองยื่นให้ป้าคนขาย

“ไม่ต้องทอนนะครับ J” ว่าจบเขาก็ดึงมือของฉันออกมาจากร้านแล้วเดินต่อ

“ขอบใจนะสำหรับพวงกุญแจ...แต่จริงๆแล้วฉันซื้อเองก็ได้นะ ไม่เห็นต้องให้นายซื้อให้เลย”

“เถอะน่า ก็ฉันแค่อยากซื้อให้นี่ เป็นของขวัญให้เธอสำหรับวันนี้ เธอก็เก็บมันไว้ให้ดีๆด้วยล่ะ”

“ย่ะ แน่นอนอยู่แล้ว” ฉันตอบกลับเขาอย่างหมั่นไส้เล็กๆ ก่อนจะหย่อนพวงกุญแจลงไปในกระเป๋าสะพายของตัวเอง

“นี่ เธอรออยู่ตรงนี้แป๊บนึงนะ เดี๋ยวฉันไปซื้อน้ำมาให้”

ฉันมองไปทางด้านขวามือก็เห็นมีร้านขายน้ำตั้งอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้มาก

“อืม โอเค” ฉันตอบ จากนั้นแจ็คก็วิ่งไปทางร้านน้ำทันที

แจ็ควิ่งออกไปจากตรงนี้ได้ไม่นานเท่าไหร่ จู่ๆก็มีมือปริศนามือหนึ่งมาฉุดฉันให้เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ฟึ่บ!!

“นี่ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” ฉันพูดออกมาด้วยความตกใจ คนที่เดินอยู่ข้างหน้าฉันดูเหมือนจะเป็นผู้ชาย แถมแรงจับที่ข้อมือของฉันยังแน่นมากด้วย ฉันสะบัดเท่าไหร่ก็ไม่หลุดสักที

ผู้ชายคนนี้พาฉันเดินออกมาไกลพอสมควร จนสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ตรงที่ชิงช้าสวรรค์ ฉันได้จังหวะจึงรีบสะบัดมือออกแรงๆ แล้วมันก็ได้ผลซะด้วย

โอ๊ยยยย เจ็บเป็นบ้า! หมอนี่จับมือฉันแน่นมากจนมันแดงเป็นปื้นเลย!

“นี่นายเป็นใครกันเนี่ย อยู่ดีๆลากฉันออกมาทำไม!” ฉันโวยวายใส่หมอนั่นแล้วก็กุมข้อมือตัวเองไปด้วย

จากนั้นหมอนั่นก็หันหน้ามา นั่นแหละจึงทำให้ฉันได้รู้ว่า...

“เฮ้ย! นายมาที่นี่ได้ไงน่ะนายเควิน! O.O” ฉันพูดออกมาด้วยอาการตกใจปนแปลกใจ

“เรื่องนั้นเธอไม่ต้องรู้หรอก ตอนนี้มากับฉันก่อน” ว่าจบเขาก็ดึงข้อมือฉันแล้วลากฉันไปอีกครั้ง ฉันยังไม่หายเจ็บเลยนะเฟ้ยยย

เขาเดินตรงไปซื้อบัตรขึ้นชิงช้าสวรรค์สองใบ แล้วก็ยังลากฉันไปนั่งบนชิงช้าสวรรค์กับเขาอีกด้วย อะไรของเขากันเนี่ย

เมื่อชิงช้าสวรรค์เริ่มเคลื่อนตัวหลังจากที่ฉันกับนายเควินขึ้นมานั่งเรียบร้อยแล้ว ฉันก็มองเขาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วพูดขึ้น

“นี่นายกำลังทำอะไรของนายฮะ ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อยซิ”

“แล้วตอนนี้ฉันกำลังทำอะไรอยู่ล่ะ?” เขาไม่ได้ตอบแต่กลับกลายเป็นว่าถามฉันแทน

“ก็นั่งชิงช้าสวรรค์”

“เธอก็รู้แล้วนี่ งั้นเธอจะถามทำไม” เขาพูดแล้วหันไปดูวิวทิวทัศน์ที่อยู่รอบๆ

นายนี่กำลังจะทำให้ฉันปรี๊ดล่ะ -___-++

“นายนี่มัน...” ฉันไม่รู้ว่าจะด่าเขาว่าอะไรดี ทำได้แค่ขมุบขมิบปากอยู่คนเดียว จากนั้นฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเจ็บข้อมืออยู่

“โอ๊ย แล้วข้อมือฉันจะช้ำมั้ยเนี่ย เพราะนายคนเดียวเลย!” ฉันก้มดูข้อมือตัวเอง

ฉันเหลืบขึ้นไปมองเขาก็เห็นว่าเขาเองก็ชะเง้อมองมาที่ข้อมือของฉันเหมือนกัน แต่พอเขารู้ว่าฉันเห็นเขา เขาก็หันหน้าไปทางอื่นทำเป็นไม่สนใจ

“ขอโทษด้วยละกันที่ทำให้เธอเจ็บ” เขาพูดโดยที่ไม่ได้หันหน้ามามอง

“นี่ ขอโทษอย่างจริงใจน่ะเป็นไหม”

“ก็นี่แหละจริงใจที่สุดแล้ว เดี๋ยวกลับบ้านไปฉันทายาแถมให้ด้วยก็ได้เอ้า”

“ชิ ไม่ต้องมาทำเป็นพูดประชดหรอก” ฉันพูดออกไปอย่างหมั่นไส้ แล้วหันหน้าไปมองวิวที่อยู่รอบๆอย่างไม่อยากจะทะเลาะต่อ

มองไปด้านล่างมีดวงไฟอยู่เต็มไปหมด มันเรียงรายกันอย่างสวยงามมากจริงๆ ประกอบกับลมเย็นๆโชยมา รู้สึกใจชื้นดีแฮะ

“ที่นี่สวยมากจริงๆ” ฉันพูดเปรยออกมาลอยๆ

จากนั้นความเงียบก็เข้าควบคุม ได้ยินแต่เพียงเสียงลมพัดเท่านั้น...ถ้าฉันเดาไม่ผิดชิงช้าสวรรค์หมุนไปสองรอบแล้วล่ะ ถ้าครบสามรอบเมื่อไหร่ฉันก็คงอดได้เห็นความสวยงามนี่แล้วสินะ

“เธอเคยขึ้นชิงช้าสวรรค์ไหม...” จากที่เราสองคนนั่งเงียบชมบรรยากาศกันอยู่นาน นายเควินก็พูดขึ้นมา

“ก็เคยนะ ตอนเด็กๆ แล้วนายล่ะ?

“ฉันเคยคิดไว้ว่า ฉันจะพาคนที่ฉันรักมานั่งชิงช้าสวรรค์แบบนี้” จบคำพูดของเขาอยู่ดีๆหัวใจฉันก็เต้นแรงขึ้นมา ฉันไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองหน้าเขาว่าเขาจะพูดอะไรต่อ

“แล้วครั้งนั้นแหละจะเป็นครั้งแรกที่ฉันนั่งชิงช้าสวรรค์” พูดจบเขาก็หันมามองหน้าฉัน

“ถ้างั้น...นี่คงไม่ใช่ครั้งแรกของนายสินะ”

ใช่ เพราะเขาต้องเคยพาคุณพัดชามานั่งชิงช้าสวรรค์แบบนี้แน่ๆ

ตึกตัก ตึกตัก

 “...”

“...”

“นี่เป็นครั้ง...” นายเควินไม่ทันได้พูดจบ ชิงช้าสวรรค์ก็หมุนครบสามรอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่เดินมาเปิดประตูให้พวกเรา

“ครบสามรอบแล้วครับ ขอบคุณที่มาใช้บริการครับ” เจ้าหน้าที่โค้งหัวให้น้อยๆ

นายเควินลุกออกไปก่อน ฉันจึงลุกตามเขาออกไป

“นี่ก็ดึกแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะ” นายเควินดูที่นาฬิกาข้อมือของตัวเองแล้วหันมาพูดกับฉันที่เดินอยู่ข้างหลังเขา

“อ่า กลับก็กลับ” จากนั้นเขาก็เดินนำหน้าฉันไปที่รถ

เฮ้อ ฉันว่าป่านนี้แจ็คคงกลับบ้านไปแล้วแหละ แถมฉันก็ไม่มีเบอร์เขาซะด้วยสิ เขาคงไม่ตามหาฉันหรอกมั้ง ไว้ไปเจอกันที่มหา’ลัยแล้วค่อยไปบอกขอโทษเขาละกัน

 

“เฮ๊ยแก อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันงานแล้วนี่หว่า แกพร้อมยัง?” พาสต้าถามถึงเรื่องเดินแบบขึ้นมา หลังจากที่เราเจอกันที่มหาลัยเมื่อสิบห้านาทีที่แล้ว

“ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมแหละแก” ฉันตอบไปแต่ในมือก็ยังไม่หยุดเขียนงานที่อาจารย์สั่ง

“เฮ้อออ อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆจัง”

ฉันเงยหน้าขึ้นมองหน้าเพื่อนแล้ววางปากกาลง

“ทำไมแกถึงอยากให้ถึงนักล่ะ”

“ก็...ฉันอยากเห็นแกแต่งหน้า ทำผม ใส่ชุดสวยๆ...” ยัยพาสต้ามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “แล้วก็เดินอย่างเป็นสง่าอยู่บนเวทีเต็มทีและ เพราะตั้งแต่ฉันเป็นเพื่อนกับแกมา นานๆทีแกจะแต่งหน้าครั้งนึง”

“โอยยยยย พูดแล้วก็ตื่นเต้นว่ะแก ><

“หืมมม ให้มันน้อยๆหน่อยยัยพาสต้า ก็ฉันไม่รู้จะแต่งสวยไปทำไมให้มากมายนี่นา นอกจากจะต้องไปงานที่สำคัญๆ” ฉันว่าแล้วยักไหล่ขึ้น

“ฉันขอเตือนนะยัยโมบายล์ ผู้หญิงอย่าหยุดสวยจ้ะ ; )

“ค่ะคุณเพื่อนสุดที่รัก ฉันจะจำไว้” ฉันพูดจบ หลังจากนั้นทั้งฉันและพาสต้าก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน

และเผอิญสายตาฉันก็มองไปเห็นแจ็คยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตรงที่ฉันนั่งอยู่ จะว่าไปแล้วมีโอกาสได้เจอก็เดินไปขอโทษเขาหน่อยดีกว่าที่วันนั้นฉันหายตัวไป

“นี่พาสต้า เดี๋ยวฉันมานะ” ฉันบอกเพื่อนแล้วลุกเดินตรงไปที่ๆแจ็คยืนอยู่

            “เอ้า ไปไหนล่ะ...อะไรของมัน จะไปไหนก็ไม่บอก”



           


 


 
 
มาต่อครบตอนแล้วนะคะ...

แจ้งนิดหนึ่งนะคะ ช่วงปิดเทอมนี้นุ่นเรียนติวเตอร์ค่ะ
คงมีเวลาไม่มากเท่าไหร่ที่จะมาอัพนิยายได้บ่อยๆ
แต่จะพยายามหาเวลามานะคะ เข้าใจกันน้าาาา ^--^

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

126 ความคิดเห็น

  1. #126 nrttitu2548 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กันยายน 2556 / 21:22
    อัพ=.=เคอะ!!
    #126
    0
  2. #120 Meaning (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2555 / 00:16
    อัพเถอะ !
    #120
    0
  3. #117 Playpuz. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 23:18
    อัพไว ๆ น๊าา *O*
    #117
    0
  4. #116 l ฟิ $ u (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กันยายน 2555 / 18:06
    *0* พี่นุ่นมาอัพแล้ว ดีใจอ่ะ 5555'
    #116
    0
  5. #115 Looktan'Oversmile (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กันยายน 2555 / 17:45
    อัพด่วนค่ะ
    #115
    0
  6. #110 l ฟิ $ u (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 11:43
    อัพไวๆน๊าค๊า สู้ๆ ^๐^
    #110
    0