Love On Air รักนี้ออกอากาศ 24 ชั่วโมง

ตอนที่ 11 : ❥ p.10 Love On Air Kavin & Mobile

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 เม.ย. 55



10

 

“เพิ่งจะพูดถึงไปเมื่อกี้นี้เอง แกว่าตายยากอย่างที่ฉันบอกมั้ยล่ะโมบายล์...”

“...” ฉันไม่ได้ตอบอะไรพาสต้ากลับไป โดยที่ตอนนี้สายตาของฉันมองไปที่คนสองคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

“แหม ไม่นึกเลยนะคะว่าจะเจอคุณโมบายล์ที่นี่” เมื่อนายเควินกับคุณพัดชาเดินมาถึงโต๊ะที่ฉันกับยัยพาสต้านั่งอยู่ คุณพัดชาก็เป็นคนทักฉันก่อน พร้อมกับกระตุกยิ้มที่มุมปาก

ส่วนฉันก็ทำได้แค่เพียงยิ้มตอบเธอกลับไปเท่านั้น

“เอ่อ... เชิญนั่งก่อนดีกว่าค่ะ” ประโยคนี้ยัยพาสต้าเป็นคนพูด พร้อมกับดึงเก้าอี้ออกมาให้ทั้งคุณพัดชาและนายเควิน ก่อนที่ทั้งสองคนนั้นจะนั่งลงที่โต๊ะเดียวกันกับฉัน

“จะสั่งอะไรก็สั่งกับพนักงานร้านได้เลยนะคะ...” ว่าจบยัยพาสต้าก็เรียกพนักงานหญิงคนหนึ่งของร้านให้มารับออเดอร์

เมื่อพนักงานที่ถูกเรียกเดินมาถึงโต๊ะแล้ว ยัยพาสต้าก็หันมากระซิบกับฉัน

“นี่โมบายล์ แกเข้าไปข้างในช่วยฉันทำเค้กหน่อยสิ” มันไม่ค่อยเหมือนเป็นการกระซิบสักเท่าไหร่ เพราะฉันคิดว่านายเควินคงได้ยินด้วย ไม่งั้นคงจะไม่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันหรอก

“หืม ฉัน?” ฉันพูดเบาๆกลับไปแล้วชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“เออ ก็แกนั่นแหละ ไปเร็ว” ยัยพาสต้าพูดแล้วหันไปยิ้มให้นายเควินและคุณพัดชาอีกครั้ง ก่อนจะลากฉันเข้ามาข้างในซึ่งเป็นห้องสำหรับทำเค้กและอาหารต่างๆที่มีขายอยู่ในร้าน

“อะไรของแกพาสต้า แกก็รู้นี่ว่าฉันไม่มีฝีมือทางด้านนี้น่ะ”  เดินเข้ามาถึงข้างในฉันก็ยืนกอดอกออกปากพูดขึ้นมา

“ฉันรู้ๆ แต่แกจะให้ฉันปล่อยให้แกไปนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ที่โต๊ะเดียวกันกับสองคนนั้นน่ะเหรอ”

“อืม แล้วยังไงต่อ”

“เฮ้อ แค่ฉันเห็นท่าทางแล้วก็การพูดคุยของผู้หญิงคนนั้นที่พูดกับแกน่ะ ฉันก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างแล้วแหละ”

“รู้สึกอะไรของแกอีกล่ะ” ฉันเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งซึ่งวางอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แล้วถามยัยพาสต้าออกไปด้วยความสงสัยและงงงวย... ยัยนี่ชอบพูดอะไรเข้าใจยากจัง

“รู้สึกได้ว่าผู้หญิงคนนั้นใช่เล่นเลยล่ะ บางทีเธออาจคิดจะทำอะไรบางอย่างอยู่ก็ได้”

“แกคิดมากไปหรือเปล่าพาสต้า”

“ฉันก็ยังไม่แน่ใจอ่ะนะ มันก็เป็นแค่ความรู้สึกอย่างหนึ่งน่ะ”

“มันก็คง... ไม่มีอะไรหรอกมั้ง”

ถึงฉันจะพูดออกไปว่าไม่มีอะไร แต่ในใจของฉันกลับรู้สึกกังวล

“ยังไงก็ตามแต่ ถ้ามันมีเรื่องอะไรล่ะก็ แกรีบบอกฉันเลยนะ”

“ขอบใจนะที่เป็นห่วงฉัน” ฉันพูดแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยนไปให้เพื่อน

“งั้นฉันขอตัวทำเค้กก่อนล่ะ...” ยัยพาสต้าบอกแล้วเดินไปเตรียมอุปกรณ์อย่างคล่องแคล่ว

“แล้วแกจะปล่อยให้ฉันนั่งดูแกทำเนี่ยเหรอ ฉันก็เบื่อเป็นนะ” ฉันนั่งห่อไหล่แล้วทำหน้าบูด แสดงอาการว่าเบื่อเต็มที

“อ่า เอาไงดี แล้วแกจะทำอะไรอ่ะ” ยัยพาสต้าทำท่าคิดว่าจะให้ฉันทำอะไรดี

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันไปนั่งคิดเงินที่เคาน์เตอร์ดีกว่า ตอนนี้คนก็เริ่มเยอะแล้ว พนักงานของแกยังมีไม่เยอะนี่” ฉันเสนอขึ้นมา

“โอเค เอางั้นก็ได้ ฝากด้วยละกันนะ”

สิ้นคำของพาสต้า ฉันก็ส่งยิ้มไปให้แล้วลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ก่อนที่จะเดินออกมาที่หน้าเคาน์เตอร์

“เดี๋ยวตรงนี้ฉันดูแลเอง เธอไปคอยรับออเดอร์เถอะจ้ะ” ฉันพูดกับพนักงานคนหนึ่งที่กำลังง่วนอยู่กับทั้งการรับออเดอร์และการคิดเงินค่าอาหารของลูกค้า

“ค่ะ” เธอตอบกลับมาแล้วโค้งศีรษะให้อย่างสุภาพ จากนั้นก็เดินออกไป

ฉันเขย่งเท้าขึ้นนิดหน่อยเพื่อที่จะนั่งบนเก้าอี้ที่มีเบาะสูงเตรียมพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ แต่สายตาของฉันก็ดันเหลือบไปเห็นตอนที่คุณพัดชากำลังป้อนเค้กนายเควินพอดี

ทำไม... ฉันถึงรู้สึกแปล๊บๆที่หน้าอกนะ...

“เอ่อ คุณโมบายล์คะ คุณโมบายล์” สติของฉันที่ล่องลอยไปกลับคืนมาเพราะเสียงเรียกของพนักงาน

“จ้า ว่าไงจ๊ะ”

“ฉันเรียกคุณตั้งหลายรอบ แต่คุณไม่ได้ยิน” เธอพูดแล้วเอียงคอนิดหน่อย ทำท่าทางเหมือนสงสัยว่าทำไมฉันไม่ได้ยินเสียงเรียกของเธอ

“ขอโทษทีจ้า พอดีคิดอะไรเพลินๆน่ะ” ฉันส่งยิ้มให้เธอเพื่อเป็นการกลบเกลื่อน

“ฉันไม่ว่าอะไรคุณหรอกค่ะ แล้วก็ไม่กล้าว่าด้วย” เธอยิ้มตอบกลับมา

“หะๆ แล้วตกลงเรียกฉัน มีอะไรเหรอจ๊ะ” ฉันถามเข้าประเด็นอีกครั้ง

“อุ้ย! เกือบลืมแน่ะ คุยซะเพลิน... ช่วยคิดค่าอาหารออเดอร์นี้หน่อยค่ะ” เธอบอกแล้วยื่นกระดาษใบหนึ่งซึ่งมีรายการที่ลูกค้าสั่งจดไว้ข้างใน จากนั้นฉันจึงรับมันมาคำนวณให้

“เรียบร้อยจ้ะ ทั้งหมดสามร้อยบาทถ้วน” ฉันยื่นกระดาษใบเดิมกลับไปให้หลังจากเขียนราคาค่าอาหารทั้งหมดไว้บนนั้นแล้ว

“ขอบคุณค่ะ” จากนั้นเธอก็เดินกลับไปหาลูกค้าที่โต๊ะ

เฮ้อ ฉันเป็นอะไรไปอีกแล้วเนี่ย ตอนแรกก็เตรียมตัวทำงานซะอย่างเต็มที่ แต่ทำไมตอนนี้กลับไม่มีสมาธิเอาซะเลย หรือมันจะเป็นผลกระทบมาจากที่ฉันเห็นเมื่อครู่...

ฮึ่ม ไม่ๆๆ ฉันสะบัดหัวสองสามทีเพื่อไล่ความคิดเหล่านั้นออกให้หมด... ฉันจะต้องมีสมาธิให้มากกว่านี้สิมันถึงจะถูก

 

 

“ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะ” เควินพูดขึ้นในระหว่างที่พัดชากำลังนั่งกินเค้กด้วยท่าทางที่อ่อนช้อยราวกับกุลสตรีไทย

“รีบไปรีบมานะคะ”

เควินพยักหน้าให้พัดชานิดหน่อย ก่อนจะเดินออกมาจากโต๊ะ

“นี่ยัยซุ่มซ่าม” เควินเดินผ่านเคาน์เตอร์โดยที่ไม่ลืมเรียกโมบายล์ ที่ตอนนี้กำลังทำอะไรสักอย่างโดยที่ไม่รู้เลยว่าเควินเดินมาทางนี้

“มีอะไร...” หลังจากที่ได้ยินเสียงเรียกจากเควิน โมบายล์ก็เงยหน้าขึ้นมา

“วันนี้กลับบ้านพร้อมฉันรึเปล่า”

โมบายล์ยังไม่ตอบคำถามของเควิน แต่เธอมองเลยไปที่ด้านหลังของเควินเพื่อที่จะมองดูคนที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันกับเควิน ซึ่งตอนนี้พัดชาก็กำลังจ้องมาที่เขาทั้งสองคน

“นายไม่กลัวแฟนนายหึงเหรอ” โมบายล์กลับมาพูดกับเควินเหมือนเดิม

“เธอกำลังตอบไม่ตรงคำถามนะ แล้วใครแฟนฉัน หืม ?” เควินเอียงคอเป็นเชิงถาม

“นี่นายต้องให้ฉันพูดจริงๆใช่มั้ย... ก็คุณพัดชาไงล่ะ”

“เธอเอาอะไรมาพูด ฉันกับพัดชาเราเลิกกันไปนานแล้ว ตอนนี้เราก็เป็นแค่เพื่อนกัน”

“ก็เห็นตัวติดกันนี่ ใครมองก็นึกว่าแฟนกันหมดนั่นแหละ”

“นี่เธอกำลังประชดฉันอยู่หรือเปล่า”

“เปล่านี่ ฉันจะประชดนายไปทำไมกัน”

“เฮ้อ พูดอะไรไปตอนนี้เธอก็คงจะไม่เข้าใจ... แล้วตกลงจะกลับพร้อมกันมั้ย”

“ไม่ล่ะ วันนี้ฉันกลับเอง” โมบายล์ตอบโดยที่ไม่ได้มองหน้าเควิน แต่หันไปสนใจกับเครื่องคิดเลขแทน

“เธอแน่ใจนะ” เควินถามย้ำ

“ฉันโตแล้วนะ กลับเองได้น่า” โมบายล์ก็ตอบแบบเน้นย้ำเช่นกัน

“หึ...” เควินได้แค่พูดในลำคอแล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำ

เมื่อพัดชาเห็นว่าเควินเดินหนีไปแล้ว หลังจากที่นั่งจ้องมองโมบายล์กับเควินอยู่นาน ตอนนี้เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินมาที่เคาน์เตอร์อย่างใจจดจ่อ ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่พาสต้าถือเค้กที่เพิ่งอบเสร็จมาใส่ไว้ที่ตู้เค้กข้างๆเคาน์เตอร์พอดี

“เมื่อกี้คุณพูดอะไรกับเควินน่ะ” เดินมาถึงพัดชาก็เปิดประเด็นโดยไม่รีรอ

“เค้าก็แค่ถามว่าจะกลับพร้อมกันมั้ย... น่ะค่ะ”

“งั้นคุณก็ตอบไปว่าไม่กลับละกันนะคะ”

“ทำไมเหรอคะ ในเมื่อฉันกับเควินอยู่บ้านเดียวกัน ทำไมคุณถึงไม่อยากให้ฉันกลับกับเขา”

“มันเรื่องของฉันค่ะ เอาเป็นว่าฉันบอกยังไงคุณก็ทำอย่างนั้นละกัน อย่าให้ฉันต้องพูดอะไรมากมาย” พัดชาเห็นว่าเควินกำลังเดินมาจากทางห้องน้ำ เธอเลยจำเป็นต้องเดินกลับไปที่โต๊ะ โดยไม่ลืมที่จะจิกตาใส่โมบายล์

พาสต้าที่เฝ้ามองสถานการณ์อยู่ไม่ไกล เมื่อพัดชาเดินกลับไปแล้ว เธอจึงรีบเดินเข้ามาหาโมบายล์

“โมบายล์ ฉันว่าแกต้องระวังตัวไว้แล้วล่ะ” พาสต้าพูดแล้วเขย่าแขนโมบายล์เบาๆ

“แกได้ยินด้วยเหรอพาสต้า”

“ไม่ได้ยินก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว ฉันไม่ได้ยืนอยู่ไกลขนาดนั้นซะหน่อย... แต่ฉันว่าแกอยู่ห่างเธอไว้ก็ดีนะ” พาสต้าเตือนเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

“ฉันจะพยายาม แต่มันคงไม่ง่ายนะ เพราะคุณพัดชาเองก็เป็นตัวแทนของคณะที่จะต้องไปเดินแบบให้กับมหาวิทยาลัยด้วยน่ะ”

“หืม ใครกันนะที่เลือก สวยแต่ภายนอกเท่านั้นแหละ” พาสต้าพูดแล้วเบ้ปาก

“เอาน่า... แล้วนี่งานแกเสร็จแล้วหรอ”

“เฮ้ย! ลืมเลย ฉันอบเค้กไว้นี่หว่า เดี๋ยวฉันมาใหม่ๆ” พาสต้าพูดแล้วก็วิ่งเข้าไปข้างในทันทีที่นึกออกว่าตัวเองอบเค้กไว้

โมบายล์ส่ายหน้าเบาๆด้วยความเหนื่อยใจ ไม่ใช่เรื่องของพาสต้า แต่เป็นเรื่องของพัดชา...

 

หกโมงเย็น...

“โมบายล์ แล้วนี่แกกลับยังไงอ่ะ” พาสต้าพูดกับฉันหลังจากที่เก็บข้าวของทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว และเตรียมพร้อมที่จะกลับบ้าน

“เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่กลับเองก็ได้”

“หือ นี่มันก็เย็นมากแล้วนะ ฉันว่านั่งแท็กซี่มันอันตรายนะ” พาสต้าเตือนฉัน

“มันคงไม่มีอะไรหรอกน่า แกอย่ากังวลไปเลย รีบกลับไปทำงานของแกให้เสร็จเถอะ ต้องส่งอาจารย์พรุ่งนี้แล้วนี่”

“แกรู้ได้ไงว่าฉันมีงานต้องส่งพรุ่งนี้น่ะ” พาสต้ามองฉันอย่างสงสัย

“ก็ฉันได้ยินแกบ่นอยู่ในครัว แค่นั้นยังไม่พอ แกยังขยี้หัวตัวเองจนยุ่งเหยิงไปหมด แค่นี้แกก็งานเยอะพอแล้ว ฉันไม่อยากเป็นภาระ” ฉันพูดพร้อมกับยักไหล่ตัวเองขึ้น

“เป็นภาระอะไรกัน แกเป็นเพื่อนฉันนี่ แค่ขับรถไปส่งแป๊บเดียวเอง”

“เอาเถอะๆ เอาเป็นว่าฉันจะกลับเอง โอเค?” ฉันพูดแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายของตัวเองที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ “ฉันไปล่ะ ขับรถกลับบ้านดีๆนะจ๊ะเพื่อน ^^

 “อ้าว เดี๋ยวสิยัยโมบาลย์!

พูดจบฉันก็เดินออกมาจากร้านโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับไปตามเสียงเรียกของพาสต้า

เดินออกมาจากร้านยัยพาสต้าไม่เท่าไหร่ก็มีแท็กซี่ขับมาพอดี ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลายืนรอให้เมื่อย

ประมาณยี่สิบนาทีแท็กซี่ก็ขับมาถึงหน้าหมู่บ้านพอดี ฉันจ่ายเงินค่ารถให้คนขับ แล้วเดินตรงไปที่ร้านหนังสือใกล้ๆหน้าปากซอยหมู่บ้าน แวะซื้อหนังสือซะหน่อยดีกว่า

ฉันเดินไปเลือกหนังสือที่หมวดอาหาร ฉันอยากจะตั้งใจฝึกทำอาหารจริงๆจังๆก็คราวนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองบ้าหรือเปล่า จู่ๆก็รู้สึกอยากทำอาหารเก่งเหมือนยัยพาสต้าขึ้นมา แต่ก็รู้ว่ามันคงไม่มีวันนั้น เอาแค่พอกินได้ฉันก็ภูมิใจตัวเองแล้วล่ะ

หยิบหนังสือที่อยากได้ประมาณสองสามเล่มฉันก็เดินไปจ่ายเงิน แล้วเดินออกมาจากร้าน... วินมอเตอร์ไซค์หายไปไหนกันหมด ไม่มีเลยสักคัน แล้วฉันจะเข้าหมู่บ้านยังไงล่ะทีนี้ อย่าบอกนะว่าฉันต้องเดินไปเองน่ะ

เดินมาจะเลี้ยวเข้าซอยอยู่แล้ว จู่ๆก็มีเด็กผู้ชายมัธยมปลายสองคนเดินมาทางนี้ ถ้าให้ฉันเดานะ คงจะอยู่ประมาณมอหก

“หวัดดีฮะพี่สาว จะไปไหนเหรอฮะ ให้พวกผมไปส่งมั้ย” คนผอมพูดขึ้น

“ไปฮะ พวกผมไปส่งเอง” ต่อมาเป็นคนอ้วนพูดแล้วตรงเข้ามาจับข้อมือฉันอย่างถือวิสาสะ

“พวกนายเป็นใครกัน ปล่อยฉันนะ” ฉันพยายามจะสะบัดข้อมือตัวเองออกมา แต่ก็สู้แรงไอ้คนอ้วนนี่ไม่ได้

“อย่าปฏิเสธพวกเราเลยฮะพี่สาว พวกผมไม่ใจร้ายกับพี่หรอกฮะ” ไอ้คนผอมพูดแล้วเดินมาจับข้อมือของฉันอีกข้างหนึ่งที่ยังว่างอยู่

โอ๊ยๆ ฉันจะทำยังไงดี TT

พลั่ก !!

หือ จู่ๆไอ้คนตัวอ้วนก็ล้มนอนกลิ้งลงไปกับพื้นเฉยเลย ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ

อั่ก !!

คราวนี้เป็นไอ้คนตัวผอมที่ล้มลง เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย

“แกเป็นใคร มายุ่งเรื่องของพวกฉันทำไม” พอไอ้คนตัวผอมได้สติก็ลุกขึ้นยืนมาชี้หน้าด่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉัน

“ฉันเป็นใครไม่สำคัญ แต่พวกแกน่ะไปได้แล้ว ถ้าไม่อยากโดนตำรวจจับ”

“ฮึ!! ฝากไว้ก่อนเถอะ... เฮ้ย ไปเว้ย” ไอ้คนผอมพูดแล้วดึงไอ้คนอ้วนขึ้นมาแล้ววิ่งหนีไป

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนมั้ย?

“คุณ... แจ็ค” คนที่ช่วยฉันไว้คือคุณแจ็คที่เจอกันที่ห้องสมุดนี่นา

“ครับ ผมเอง ดีใจจังที่คุณจำได้ คุณไม่เป็นอะไรใช่มั้ยครับ”

“เอ่อ ค่ะ ฉันไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย”

“ไม่เป็นไร ผมเต็มใจครับ J” เขาพูดแล้วยิ้มอย่างจริงใจมาให้ “ว่าแต่คุณกำลังจะไปไหนเหรอครับ แถวนี้ดูเปลี่ยวๆนะครับ” เขาพูดแล้วมองไปรอบๆ

ฉันก็คิดว่ามันดูเปลี่ยวจริงๆนั่นแหละ

“ฉันกำลังจะกลับบ้านค่ะ แล้ว... คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกันคะ” ฉันถามเขาด้วยความสงสัย

“ผมก็กำลังจะกลับบ้านครับ ต้องขับรถผ่านซอยนี้ไปอีกนิดหน่อย แต่พอดีเห็นเหตุการณ์เมื่อกี้ ผมเลยลงมาดู”

“อ่อ บังเอิญจริงๆนะคะ ยังไงก็ขอบคุณมากจริงๆค่ะที่ช่วย ถ้าไม่ได้คุณฉันคงแย่”

“ครับ... ถ้างั้น คุณให้ผมไปส่งมั้ยครับ?

“เอ่อคือ...”

“ไม่ต้องกลัวผมหรอกครับ ผมไม่ทำอะไรคุณเหมือนไอ้พวกสองคนเมื่อกี้แน่ๆ ^^

จะไม่ให้กลัวได้ยังไงกันล่ะ แค่นั่งแท็กซี่มาฉันก็ระแวงจะตายอยู่ละ แต่สุดท้ายก็ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้จนได้

“งั้น... ก็ได้ค่ะ ขับเข้าซอยไปไม่ลึกเท่าไหร่ มันคงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น... ใช่มั้ยคะ” ถึงยังไงฉันก็ยังกลัวอยู่ลึกๆอยู่ดีนั่นแหละ

“ฮ่าๆๆ ผมสัญญาว่าผมจะไม่ทำอะไรคุณ ขึ้นรถเถอะครับ” เขาพูดแล้วเปิดประตูรถให้ฉันขึ้นไปนั่ง

 

กริ๊ง ~ !!

ฉันกดกริ่งหน้าบ้านเมื่อมาถึง... นายเควินมัวทำอะไรอยู่นะ มาเปิดประตูช้าเสียจริง

ครืดดดด (เสียงลากประตูรั้วบ้าน)

“เธอกลับบ้านช้าไปนะ” เขามองหน้าฉันแล้วพูดเสียงแข็ง ก่อนจะมองไปที่คนที่ยืนอยู่ด้านหลังฉัน

“นาย... มาที่นี่ได้ยังไงน่ะ?” นายเควินถามแบบงงๆ

“ฉันมาส่งคุณโมบายล์” แจ็คเป็นคนตอบกลับด้วยตัวเอง

“เธอสองคนมาด้วยกันได้ยังไง” คราวนี้นายเควินหันมาถามฉันบ้าง

“เขาช่วยฉันไว้จากพวกคนไม่ดี”

“งั้นเหรอ ถ้าหมดธุระแล้ว งั้นนายก็กลับบ้านไปเถอะ” นายเควินพูดแล้วมองหน้าแจ็ค

“นี่นายพูดดีๆหน่อยสิ เขาช่วยฉันไว้นะ” ฉันพูดขัดขึ้นมา

“เธอน่ะหยุดพูดแล้วเข้าบ้านไปเถอะ ก่อนที่ฉันจะปิดประตูบ้าน” เขาพูดแล้วดึงมือฉันให้เดินเข้ามาในบ้าน

เฮ้อ เขาเป็นบ้าอะไรไปอีกเนี่ย

“งั้นฉันเข้าบ้านก่อนนะคะ ขับรถกลับดีๆนะคะ ขอบคุณมากจริงๆค่ะ” ฉันพูดแล้วโค้งหัวให้แจ็คนิดหน่อยแทนการขอบคุณ

“ไม่เป็นไรครับ ผมดีใจที่คุณไม่เป็นอะไร ^-^” แจ็คพูดแล้วโค้งตอบฉัน ฉันยิ้มให้เขาแล้วเดินเข้ามาในบ้าน

 

Kavin’ talk.

“เอาล่ะ ทีนี้นายก็กลับบ้านนายไปได้แล้ว ฉันจะได้ปิดประตูบ้านสักดี ยืนนานจนเมื่อยแล้ว”

“ก่อนกลับ ฉันมีอะไรจะถามนายนิดหน่อย” ไอ้หน้าจืดพูดกับผม

“มีอะไรก็รีบๆพูดมาเร็วเข้า -_-“

“นายกับคุณโมบายล์ เป็นอะไรกันเหรอ”

“นายจะถามไปทำไม” ไอ้หมอนี่ๆเซ้าซี้จริงๆเลย

“...พวกนายเป็นแฟนกันใช่มั้ย” ผมชักจะรำคาญจริงๆแล้วนะ

“ถ้าใช่แล้วนายจะทำไม ?

“ฉันก็แค่สนใจเธอน่ะ ฉันจะเอาชนะใจเธอให้ได้ นายดูแลคุณโมบายล์ให้ดีๆละกัน”

“เฮอะ!! มันไม่มีวันที่นายจะเอาชนะใจยัยนั่นได้หรอก”

“หึ ฉันเตือนนายแล้วนะ อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน” ว่าจบไอ้หน้าจืดก็เดินขึ้นรถแล้วขับรถออกไปเลย

เฮอะ! ไอ้หมอนี่บ้าหรือเปล่า นึกยังไงมาชอบผู้หญิงอย่างยัยซุ่มซ่ามเนี่ย แถมยังจะมาตามจีบอีก

ใช่! ไอ้หมอนี่บ้าไปแล้วแน่ๆ

Kavin’ end.




    

  


 



 
เย้ๆ!! นุ่นกลับมาอัพแล้วค่าาา
ตอนนี้สอบเสร็จแล้ว ขอโทษที่มาช้านะคะ
ตอนต่อไปก็รอหน่อยน้าา สมองไม่แล่นเลย :(
คอยติดตามกันด้วยนะคะ ~



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

126 ความคิดเห็น

  1. #95 l ฟิ $ u (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มีนาคม 2555 / 17:41
    โอ้ว เควิน แกพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า แฟน ช่างกล้า
    #95
    0
  2. #93 Playpuz. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2555 / 20:47
     พัดชาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา -____-
    #93
    0
  3. #89 Playpuz. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2554 / 18:02
     นังพัดชา ฉันเกลียดแก - -+
    #89
    0
  4. #88 Kyoya_N (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2554 / 13:17
    ยัยพัดชาชอบออกนอกหน้ามาก น่าตบดีแท้ =_=

    พาสต้าน่ารักดีจ้าา^O^
    #88
    0