คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

CUBIC (ภาคFINAL)(ตีพิมพ์แล้ว)

ตอนที่ 3 : ตัวละครปริศนา (1)(รีไรท์3)


     อัพเดท 28 มิ.ย. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : B 13 s.t ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B 13 s.t
My.iD: https://my.dek-d.com/satancrow
< Review/Vote > Rating : 100% [ 156 mem(s) ]
This month views : 362 Overall : 1,169,478
22,583 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2267 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
CUBIC (ภาคFINAL)(ตีพิมพ์แล้ว) ตอนที่ 3 : ตัวละครปริศนา (1)(รีไรท์3) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 35855 , โพส : 79 , Rating : 90% / 100 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



สองเดือนก่อนหน้านั้น

อังกฤษ คฤหาสน์คาเว่น

หลาน เซ่อยังจับจ้องนิ่งนานยังรูบิคคิวบ์ในมือ และเพราะแบบนั้นเขาถึงสังเกตเห็นบางอย่างบนของเล่นนั่น นัยน์ตาคู่งดงามที่เคยมีเพียงความอดกลั้นทรมานเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสนเท่ห์ พร้อมคำถามมากมายในหัวที่ก่อตัวขึ้นช้าๆ เขาตวัดนัยน์ตาคู่คมกริบก้มไปมองร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวข้างตัวอีกครั้ง และมองคิวบิกในมือตนสลับกันไปมาอยู่ครู่หนึ่ง  และ วินาทีต่อมาร่างสูงสง่ากลับเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืน และถอยเท้าออกห่าง ก่อนหันมายังลูกน้องและคนใช้ของตนที่ยืนร้องไห้กันอย่างเศร้าโศกอยู่ที่หน้า ประตูห้อง พร้อมออกคำสั่งเสียงเคร่งเครียด ออกไปให้หมด!

คำสั่งนั้นทำทุกคนเลิ่กลั่ก สับสนไปทันใด เมื่อจู่ๆ เจ้านายก็ออกปากไล่เอาดื้อๆ แม้แต่จงซินเองก็เลิกคิ้วเล็กน้อยกับปฏิกิริยานั่นของหลานเซ่อ จนมาเฟียหนุ่มต้องย้ำเสียงกร้าวดุ เฉียบขาด ฉันบอกให้ออกไปจากห้องนี้ให้หมด

เหล่า คนใช้และลูกน้องของมาเฟียหนุ่มงงงันเล็กน้อยที่โดนไล่ออกมาจากหน้าห้องของ คุณผู้หญิงของบ้าน ทว่าพวกเขาที่กำลังเศร้าโศกก็ทยอยลงไปด้านล่าง ทิ้งให้นายของบ้านอยู่ในห้องของหญิงสาวที่เพิ่งเสียชีวิตกันตามลำพัง

หากเมื่อจงซินจะก้าวตามทุกคนออกไปด้วย เสียงคำสั่งเฉียบก็เอ่ยรั้งไว้

ไม่ต้องไปจงซิน อยู่ที่นี่ และปิดประตูนั่นซะ

           มือขวาคนสนิทชะงักร่างเล็กน้อย ก่อนพยักใบหน้ารับคำ และเดินไปปิดประตูห้องนอนของนาคตามคำสั่ง ก่อนเดินมาหยุดอยู่ข้างกายสูงสง่าของนายตน พลางนัยน์ตาเฉี่ยวสีดำก็ก้มมองร่างของนาคเล็กน้อย ซึ่งจากที่เห็น เป็นฤทัยนาคไม่ผิดแน่ แม้จะเละเทะไปครึ่งหนึ่งเพราะโดนไฟคลอกก็ตาม

มันมีอะไรผิดพลาดในเรื่องนี้งั้นเหรอ... ทั้งที่ฤทัยนาค หรือ CUBIC ไม่มีวันหวนกลับมาอีกแล้ว

มีอะไรหรือครับท่าน จงซินถามนายของตน ที่ยามนี้ในมือเรียวแข็งแรงของมาเฟียหนุ่มกำคิวบิกแน่น และไม่ได้สนใจร่างไร้วิญญาณตรงหน้าอีก แต่ให้ความสนใจทั้งหมดกับของเล่นในมือแทน ในขณะคนที่ยังรอคำตอบกลับได้รับเพียงสายตาของนายตนที่ปรายลงไปยังศพตรงหน้า ราวเป็นคำสั่งว่าให้เขาดูที่ศพหญิงสาวแทนฟังคำตอบจากตัวเอง

จงซินต้องก้มสำรวจร่างที่เละเทะไปครึ่งหนึ่ง แต่มองมุมไหนเขาก็เห็นว่าไม่มีส่วนใดที่ไม่เหมือนนาค หากเมื่อสายตาสีดำเฉี่ยวเลื่อนลงไปมองที่มือของเธอ โดยเฉพาะมือข้างซ้าย เขาก็เริ่มหรี่ตาลงพินิจ และเข้าใจสิ่งที่เจ้านายตนจะสื่อ เพราะที่นิ้วนางบนมือซ้ายของศพตรงหน้าไม่มีแหวนหมั้นที่เจ้านายเขาเคยมอบให้ เธอไว้ ซ้ำต่อให้ถอดแหวนออกไป แต่บนนิ้วก็ไม่มีร่องรอยของรอยแหวนให้เห็นเลยแม้แต่น้อย... นั่นก็มากพอที่จะสรุปทุกๆ อย่าง

ศพตรงหน้าไม่ใช่ฤทัยนาค!

ผมจะรีบเรียกหมอมาชันสูตรศพที่นี่ เดี๋ยวนี้ครับจงซินว่าขึ้นทันใด เมื่อเขาสันนิษฐานว่าศพผู้หญิงตรงหน้าน่าจะผ่านการศัลยกรรมหน้ามา และถ้าใช่ คำตอบก็จะยิ่งชัดเจนมากขึ้น

หากแต่หลานเซ่อกลับไม่ได้ฟังเขาเลย ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับเอาแต่บิดเจ้าของเล่นคิวบิกในมือไปมา จนกระทั่งเสียงแกร็กสุดท้ายดังลอดเข้าหูคนใบหน้าตายด้าน และหลานเซ่อจ้องมองมันเขม็ง ขณะแววตาที่เคยกราดเกรี้ยวเศร้าหมองกลับแปรเปลี่ยนเป็นเฉียบคมและมีประกาย แสงบางอย่าง ก่อนเสียงเฉียบเย็นจะออกคำสั่งใหม่อีกครั้ง

หาหลักฐานมาให้หมด อย่าให้ตกหล่นแม้แต่นิดเดียว จากที่เห็นบ้านคงถูกวางเพลิงด้วย ว่าจบนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่คมกริบก็ตวัดปรายหางตามองศพที่ตนเพิ่งกอดไป พลางออกคำสั่งเหี้ยมอีกครั้ง ส่วนศพนั่นเอาไปแยกส่วน บนตัวมันมีหลักฐานอะไรก็ชำแหละออกมาให้หมด... ซากที่เหลือจะโยนให้ตัวอะไรกินก็ได้

ครั้งนี้หลานเซ่อต้องก้มมองเสื้อโคทราคาแพงของตนที่บนหน้าอกมีรอยเลือดและ เศษเขม่าควันจากศพที่ตนกอดไปเต็มอ้อมแขน ร่างสูงใหญ่ถอดโคทตัวยาวนั้นออกทันใด และโยนมันไปคลุมร่างหญิงสาวบนเตียงอย่างไม่ใยดี ซ้ำบอกมือขวาคนสนิทอย่างเน้นหนักด้วยว่า เอาโคทนั่นไปเผาทิ้งด้วย... มันน่าขยะแขยง

สายตาสีน้ำตาลคมรอบนี้ส่งความรังเกียจให้เสื้อโคทหรูหรากับศพบนเตียงนั่น ชัดเจน ก่อนก้าวเดินออกไปจากห้องนอนกว้าง โดยในมือยังคงกำคิวบิกไว้แน่น และไม่หันหลังกลับมามองอีก

และทันทีที่ร่างสูงสง่ากลับลงมาโดยมีสายตางงงันของเหล่าคนใช้มองตาม เขาก็ขึ้นรถยุโรปของตนพร้อมสั่งให้คนขับพาไปยังสนามบินทันใด... เขาหมดธุระกับที่นี่แล้ว

และเพียงไม่นานที่รถแล่นออกมาจากคฤหาสน์ มือเรียวแข็งแรงก็ค่อยๆ ยกคิวบิกขึ้นมาจ้องมองอีกครั้ง และครั้งนี้เขากลับก้มลงไปประทับจุมพิตฝังแน่นบนผิวหน้าตัดของมันอย่างอ่อน โยนราวมันเป็นสมบัติล้ำค่า พร้อมแววตาก็ฉายความหวังเต็มเปี่ยม ขณะกล่าวขึ้นเสียงแผ่วเบากับของในมือว่า

แล้วเจอกัน... ฤทัยนาค

นัยน์ตา สีอ่อนยังจับจ้องนิ่งบนผิวหน้าตัดด้านหนึ่ง ที่ยามนี้ผิวของคิวบิกนั้นไม่เรียบลื่นอีกแล้ว ทว่ามันมีรอยขูดขีดอยู่บนเนื้อแก้วหน้าตัดของคิวบิกแต่ละลูกด้วย  ซึ่งเมื่อจ้องมองดีๆ มันกลับกลายเป็นตัวหนังสือที่เขียนเรียงกันว่า

i ll b

bck 2 u

in 2 m

(ฉันจะกลับไปหานาย ในอีก 2 เดือน)


                                                     *****************************

 

ฮ่องกงปัจจุบัน

“ยัยบ้านั่น!” มันเป็นคำสบถเดียวที่หลุดออกมาจากปากเขาได้ยามนี้ แถมเป็นการหลุดออกมาตามสัญชาตญาณมากกว่าการจงใจ เมื่อภาพหลักฐานมากมายและข้อสันนิษฐานต่างๆ ที่เป็นเอกสารปึ๊งหนาจากเหตุการณ์ในคฤหาสน์เมื่อสองเดือนก่อนถูกวางลงตรงหน้า และเขาได้อ่านมันจนเข้าใจแจ่มแจ้งราวเห็นภาพค่ำคืนนั้นเป็นฉากๆ ในหัวของตน

            และไม่รู้ว่าเวลานี้ตนควรตกใจหรือดีใจกันแน่กับเพื่อนตัวดีที่ยังคงทำให้เขาทึ่งในความเป็นเธออีกครั้ง

            นั่นสิ... เขาน่าจะรู้ว่านาคเป็นใคร... และควรจะรู้ดีที่สุดว่า CUBIC ทำอะไรได้บ้าง

            “หึ” เป็นเพียงเสียงอีกคำที่หลุดออกมาจากลำคอได้ แดนเงยหน้าจากเอกสาร โยนมันกลับไปที่โต๊ะทำงานไม้เนื้อดี ทว่ายังคงกำรูบิคคิวบ์ของเพื่อนซี้ในมือ ก่อนยิ้มเหยียดที่มุมปากราวกับจะหัวเราะออกมา แต่ก็กลั้นไว้ เพราะเขากลัวว่าเสียงที่ออกมาจะเป็นการหัวเราะเยาะตัวเองที่โดนเจ้า CUBIC นี่หลอกเต็มเปามากกว่าหัวเราะดีใจที่เธอรอด

 “ถ้าได้เจอตัวครั้งนี้สงสัยคงต้องสั่งสอนกันหนักแล้วมั้ง แดนที่ควบคุมอาการของตนได้บ้างต้องว่าขึ้นพร้อมทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้บุนวมหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ราวปล่อยวางทุกสิ่งลงได้ แม้จะแอบคาดโทษคนต้นเรื่องไว้แล้วก็เถอะ

             และคนที่คาดโทษเธอไว้อีกคน และคงหนักกว่าเขาคงไม่พ้นคนเป็นมาเฟียใบหน้าเย็นชาแน่นอน

           “ว่าแต่นี่ก็สองเดือนแล้วนี่ คิดว่ายัยนั่นมาถึงฮ่องกงรึยัง แดนต้องหันมาถามหลานเซ่อใหม่ ใบหน้าคมที่เคยเคร่งเครียดเมื่อไม่ถึงสิบนาทีก่อนกลับมายิ้มยียวนดูน่าโมโหเช่นเดิม จนหลานเซ่อรู้สึกว่าไม่น่าบอกความจริงมัน

            ไม่แน่” เขาก็ไม่รู้ว่านาคจะเข้ามาได้ยังไง หรือพักอาศัยอยู่กับใคร เพราะตอนนี้ต่อให้อยากสั่งคนของตนทุกคนตามหาตัวเจ้าหล่อนทุกซอกทุกมุมของเกาะฮ่องกงเขาก็ไม่มีทางทำได้ เพราะนั่นจะเหมือนประกาศว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และศัตรูในเงามืดอาจจะรู้ตัวได้ ซึ่งมันคงไม่ใช่เรื่องดีกับนาคแน่นอน

          “แล้วเรื่องศพ... มันยังไงกันแน่

          หลานเซ่อเงียบไปเล็กน้อย พลางตอบเรียบ ศัลยกรรม... เป็นพวกมืออาชีพ ค่าจ้างคงเป็นล้านยูโร และจากที่เห็นน่าจะเพ่งเล็งมาที่ฉันมากกว่าเด็กนั่น

           ใช่... เพราะศพที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นนาค น่าจะเป็นนักฆ่ามืออาชีพระดับแถวหน้า ประจำในแทบยูโรโซน และเน้นรับงานจากคนมีอิทธิพลที่หน้าฉากดูสะอาด ซึ่งจากการเตรียมตัวและวิธีการศัลยกรรมปลอมเป็นนาค จุดประสงค์จริงคงต้องการฆ่าเขามากกว่า บางทีหล่อนคงตามดูชีวิตนาคและเขาในอังกฤษมาเป็นปีๆ อาจแฝงเป็นเพื่อนในมหาวิทยาลัย หรือชาวบ้านแถวนั้น จนสบโอกาสลงมือตอนปิดเทอมนี้ของคู่หมั้นตน

คงกะฆ่านาคก่อน เพื่อแฝงตัวเป็นเธอ และรอโอกาสฆ่าเขาในวันที่มาอังกฤษ เป็นการถอนรากถอนโคนทีเดียว

แต่ถอนรากถอนโคนเพื่ออะไรเขาก็ยังไม่แน่ใจนัก

นายดูไม่ออกเหรอว่ามีใครตามมาจากฮ่องกงบ้าง ตอนไปอังกฤษน่ะ แดนหันมาถาม พร้อมย่นหัวคิ้วสงสัย เพราะเขาไม่คิดว่ากลุ่มมาเฟียระดับฉายหงกรุ๊ปจะหละหลวมในเรื่องนี้ได้

เพราะแบบนั้นฉันถึงคิดว่าพวกมันน่าจะเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลในอังกฤษมาเฟียหนุ่มว่า

      แน่นอนว่าคงโง่เกินไปที่เขาจะไม่รู้ว่ามีใครสะกดรอยตามพวกตนมาตลอดการเดินทาง เพราะทุกครั้งที่เขาจะไปหานาค เรื่องการสังเกตคนสะกดรอยตามเป็นเรื่องที่เขารัดกุมมากที่สุด หากแต่ที่พวกมันสามารถรู้เรื่องนี้ได้ อาจเป็นเพราะศัตรูของเขาครั้งนี้น่าจะมีฐานอำนาจหรือมีกลุ่มคนของตนอยู่ในอังกฤษอยู่แล้ว

คิดไหมว่าเจ้าพวกนั้นจะรู้ว่านาคเป็น CUBIC

คำถามครั้งนี้ดูตึงเครียดกว่าครั้งไหนๆ เพราะหากมีใครรู้ว่า CUBIC ตัวจริงเป็นใคร เรื่องวุ่นวายอาจตามมา เพราะถึงแม้ส่วนใหญ่จะไม่มีใครรู้จักใบหน้าของนาคในฐานะ CUBIC เนื่องจากช่วงสี่ปีก่อนที่นาคยังอยู่ในฐานะของลูกหนี้หลานเซ่อ เธอไม่ได้ดูมีความสำคัญอะไรสำหรับมาเฟียหนุ่ม เพราะไม่ได้ถูกยกขึ้นมาเป็นพิเศษในทางไหนเลย ไม่เคยออกงานกับเขา ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันจนโดดเด่นให้ต้องจับตามอง นอกจากเคยลงข่าวหน้าหนึ่งตอนมาต่อรองธุรกิจกับคารอส ทาร์เปีย ซึ่งหลานเซ่อก็จัดการกับเรื่องนั้นไปแล้ว และที่สำคัญทุกคนก็คิดว่ามันเป็นแค่ข่าวลวงที่ถูกสร้างขึ้นมากลบเกลื่อนเรื่องการเซ็นสัญญาของฉายหงกรุ๊ปกับเจ้าพ่อค้าอาวุธเถื่อน

ส่วนศัตรูที่รู้เรื่องนาคว่าเป็น CUBIC ตัวจริง ก็ถูกเก็บไม่เหลือ เพราะหลานเซ่อคงไม่ปล่อยให้ใครรอดตั้งแต่เรื่องหลาง หย่งเหวินแล้ว รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องระเบิดทั้งหมดเมื่อสี่ปีก่อน ไม่ว่าจะลูกน้อง ทีมแพทย์ หรือคนสนิทอย่างซานกุ้ย หรือเพ่ยอิง ก็ถูกเขาสร้างเรื่องใหม่เข้าไปเรียบร้อย โดยเปลี่ยนจากที่นาคเป็น CUBIC ให้เป็นว่าเธอถูกหย่งเหวินใส่ร้ายว่าเป็น CUBIC เพราะเธอถือเป็นจุดอ่อนของผู้นำสูงสุดแห่งฉายหงกรุ๊ปที่หย่งเหวินจะหาทางแยกตัวเธอออกมาเพื่อใช้ประโยชน์... และ CUBIC ตัวจริงยังคงเป็นปริศนา ในขณะที่แผนการเรื่องระเบิดตึกและจับหย่งเหวินนั้น หลานเซ่อก็ยกความดีความชอบให้เจ้า CUBIC ปริศนานี้ไป และให้นาครับบทเป็นเพียงตัวหมากตัวหนึ่งในเกมนี้เท่านั้น

ซึ่งไม่มีใครมีหลักฐานมาแย้งเรื่องนี้ได้ด้วย เพราะฝ่ายศัตรูที่รู้ ก็ไม่มีปากเสียงอีกแล้ว  ซ้ำคนที่รู้ต้นตอการกำเนิด CUBIC จริงๆนั้น มีเพียงแค่เขา หลานเซ่อและจงซินเท่านั้น มาเฟียหนุ่มจึงสามารถปั้นแต่งเรื่องแบบไหนก็ได้ เรื่องของนาคที่เคยเป็นข่าวว่าเป็น CUBIC จึงถูกหยุดไปทันที่ เมื่อหลานเซ่อออกมาอธิบายเรื่องนี้ และไม่ยากที่หลายคนจะเชื่อ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าฤทัยนาคนั้นเป็นแค่เด็กสาวอายุสิบเจ็ด และจากทิฐิเรื่องอายุและเพศ เลยกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้เรื่องของผู้นำสูงสุดน่าเชื่อถือได้มากขึ้น เนื่องจากคงมีผู้ชายอกสามศอกน้อยคนที่จะกล้ายอมรับว่าหญิงสาวอ่อนวัย ที่อายุเพียงสิบกว่าๆ จะเก่งกาจเหนือตนเองได้...  แต่กระนั้นความสัมพันธ์พิเศษที่หลานเซ่อถึงขนาดเอาตัวนาคมาซ่อนถึงอังกฤษ ก็น่าจะบอกอะไรศัตรูพวกนั้นได้บ้าง

ยัยนั่นต้องแกล้งตายเพราะสาเหตุนี่รึเปล่าครั้งนี้แดนพึมพำถามขึ้นกับตัวเองมากกว่าอีกคนในห้อง

อาจมีส่วนหลานเซ่อต่อถ้อยคำนั้น พลางว่าขึ้นใหม่ แต่เท่าที่เห็นจากวิธีการก็อาจจะไม่รู้ เพราะดูเหมือนพวกมันแค่ต้องการฆ่าเด็กนั่น เพื่อปลอมตัวมาให้เข้าถึงตัวฉันมากกว่าจะฆ่าเพราะเธอเป็น CUBIC... ที่สำคัญถ้าพวกมันรู้ว่าเด็กนั้นเป็น CUBIC จริง เรื่องน่าจะลุกลามและบานปลายกว่านี้ แต่นี่หยุดแค่เรื่องที่เธอตายเท่านั้น

            แดนเงียบไปนิดและรู้สึกเบาใจขึ้นกับเรื่องนี้ ก่อนคิ้วเรียวเข้มจะมุ่นขึ้นใหม่ เมื่อนึกถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องได้ ก่อนปรายนัยน์ตาหยั่งเชิงไปที่ร่างสูงสง่า แล้ว...หยาง ไป๋ซิงที่มาอยู่ในฐานะผู้หญิงของนาย... มันหมายความว่ายังไง

      นัยน์ตา คู่เรียวยาวสีอ่อนเพียงปรายมองไปยังคนถามเล็กน้อย ก่อนเลื่อนไปจับจ้องทางหนึ่งด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งความรู้สึก และไม่ได้ตอบคำถาม ทว่าท่าทางของมาเฟียทรงอำนาจกลับดูหนาวเยือกจนน่าขนลุก ราวจุดประสงค์ที่เขาซ่อนไว้สำหรับเรื่องนี้ มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าพูดนัก...


                                                          ******************

 

            เป็นครั้งแรกที่หยาง ไป๋ซิงรู้สึกเจ็บในอกอย่างไม่รู้สาเหตุ ยามเมื่อก้าวเข้ามาให้ห้องชุดหรูหราที่ตนอาศัยมาอาทิตย์กว่าๆ แล้วได้มาเห็นร่างสูงระหงของหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องทำงานกว้างของหลานเซ่อ ในขณะที่เจ้าหล่อนหันใบหน้าสวยๆ ไปพูดคุยอย่างสนิทสนมกับมาเฟียหนุ่มซึ่งนั่งอยู่บนโซฟาสีเข้มอีกฝั่งหนึ่ง

             และไป๋ซิงต้องสะดุ้งตัวน้อยๆ เมื่อนัยน์ตาคมกริบทรงอำนาจปรายขึ้นมาเห็นเธอที่ยืนค้างอยู่หน้าประตู และการที่หลานเซ่อหันมา ก็ทำให้ร่างบางระหงที่คุยกับเขาอยู่อีกฝั่งของโซฟาต้องหมุนนัยน์ตาทรงเสน่ห์มาจับจ้องเธอเช่นกัน

         คนตกเป็นเป้าสายตาต้องรีบก้มศีรษะเคารพคนสูงวัยกว่าทั้งสองคนตรงหน้าอย่างเก้ๆ กังๆ

สะ... สวัสดีค่ะ ฉันกลับมาแล้วค่ะ ไป๋ซิงรู้สึกว่าเสียงของตนฟังไม่มั่นคงเอาเสียเลย ยิ่งได้เห็นว่าหญิงสาวที่อยู่กับหลานเซ่อดูเหมือนจะเป็นดาราหรือนางแบบ ซ้ำยังสวยจัดจ้านเป็นผู้ใหญ่ทุกกระเบียดนิ้วจนทำให้เธอเหมือนเด็กกะโปโล ก็ยิ่งทำให้ร่างเล็กทำตัวไม่ถูกแล้วรู้สึกมือไม้ของตนช่างเกะกะ  

            ฉันขอตัวนะคะเธอรีบเอ่ย เมื่อกลัวว่าจะเป็นคนขัดการสนทนาระหว่างหญิงสาวแสนสวยตรงหน้ากับมาเฟีย หนุ่ม ในขณะที่ใบหน้านวลต้องรีบหลบสายตาเรียวคมจากร่างสูงสง่าที่จับจ้องมาทว่าไม่ได้กล่าวสิ่งใด และเพราะท่าทางเฉยชานั้นเลยยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าตนอยู่ผิดที่และเจ็บในอกอย่างประหลาด จนพานให้ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา

          หากไป๋ซิงยังไม่ได้หมุนตัวไปไหนเสียงหวานแต่ฟังดูสุขุมแบบผู้ใหญ่ของหญิงสาวบนโซฟาสีเข้มก็เอ่ยขึ้นไล่หลังจะรีบไปไหนล่ะคุณหนูหยาง ฉันมาที่นี่เพราะมีธุระกับเธอนะ

          ไป๋ซิงจำต้องหมุนตัวมามองร่างสูงระหงของหญิงสาวที่นั่งมองเธอด้วยแววตาประกายวิบวับอย่างสนุกสนานและไม่ได้แสดงความเป็นศัตรูอย่างที่คาด

           “อะ... เอ่อ คือฉันไม่อยากรบกวน... พวกคุณสองคน...ไป๋ซิงพูดติดๆ ขัดๆ และเอาแต่ก้มหน้ามองพื้นพรม เพราะคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าน่าจะมีความสัมพันธ์พิเศษกับหลานเซ่อ เมื่อเธอไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมีสิทธิ์ขึ้นมาชั้นนี้ได้ ถ้าคนๆ นี้ขึ้นมาได้ ซ้ำยังพูดคุยกับมาเฟียหนุ่มอย่างคุ้นเคย เธอก็น่าจะเป็นคนพิเศษของเขา ความน้อยใจเริ่มประดังเข้ามาอย่างไม่อาจห้าม หากก่อนที่ร่างบอบบางจะคิดไปไกลกว่านี้ ใบหน้าสวยหวานที่เริ่มแดงเรื่อจากความรู้สึกอัดอั้นก็ถูกมือเรียวสวยของนางแบบสาวที่ก้าวเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เชยขึ้นดู

         และไป๋ซิงยิ่งตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูกไปพักใหญ่เมื่อถูกนัยน์ตาเรียวสวยของเหม่ยจิงหรี่มองจับจ้องในระยะประชิด และสำรวจใบหน้าที่เริ่มแดงก่ำของเธออย่างละเอียด ก่อนเพียงไม่นานที่ร่างเล็กยังสับสนกับการกระทำของหญิงสาวร่างสูง ริมฝีปากอิ่มสวยที่เคลือบลิปสติกสีนู้ดก็คลี่รอยยิ้มทรงเสน่ห์จนสะกดสายตามาให้ ก่อนเธอจะกล่าวว่า

           “สวยขนาดนี้ ไม่เห็นต้องให้ฉันมาช่วยเสริมแต่งเพิ่มก็ได้นี่หลานเซ่อ ว่าจบนางแบบสาวก็หันไปปรายตามองร่างสูงใหญ่ที่ยังนั่งมองพวกเธออยู่ที่เดิม

          “ฉันอยากให้จัดการเรื่องการแต่งตัว และมารยาทการเข้าสังคมให้ถูกต้องที่สุดเสียงเย็นชาตอบกลับมาเรียบเฉย

          ในขณะคนที่ยังถูกรั้งใบหน้าเนียนค้างไว้กลับเริ่มงุนงนสับสนกับสิ่งที่คนสองคนในห้องพูดคุยกัน

... การแต่งตัวอะไร... และมารยาทการเข้าสังคมอะไรกัน!?

           “เธอเป็นลูกคุณหนูนี่นะ น่าจะรู้เรื่องพวกนี้ดีแล้ว ครั้งนี้ร่างสูงระหงละมือจากคางของไป๋ซิงแล้วหันมาแย้งหลานเซ่อเต็มตัว

            งั้นก็สอนให้รู้เพิ่มขึ้นอีก หลานเซ่อว่าอย่างชินชา ทว่าเด็ดขาดในที

แต่ก่อนที่เหม่ยจิงจะได้เอ่ยอะไรอีกร่างเล็กของสาวไต้หวันก็พูดขัดขึ้นมาก่อน

           “ขะ... ขอโทษค่ะ แต่นี่มันเรื่องอะไรเหรอคะ ไป๋ซิงรวบรวมความกล้าหันไปถามคนต้นเรื่องที่ยังนั่งหน้าเรียบเฉยบนโซฟา หากแต่คำตอบที่ได้รับ กลับมาจากหญิงสาวข้างตัวแทน

          “ก็ตอนนี้เธอเป็นผู้หญิงของหลิน หลานเซ่อแล้ว ก็ต้องรู้เรื่องพวกนี้ไว้... ที่สำคัญอีกสามวันข้างหน้า ก็จะถึงงานเลี้ยงก่อตั้งฉายหงกรุ๊ป เธอที่เป็นผู้หญิงของเขาก็ต้องเตรียมออกงานไว้สิจริงไหม เหม่ยจิงหยุดพูดอยู่แค่นั้น ก่อนปรายนัยน์ตาคู่สวยไปมองที่หลานเซ่อ และอดเปรยขึ้นไม่ได้ว่า ชักรู้สึกเหมือนเดจาวูเลยนะหลานเซ่อ

          แน่นอนล่ะว่ามันต้องเหมือน เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้มันช่างเหมือนเรื่องของนันทกาเมื่อสี่ปีก่อน ที่มาเฟียหนุ่มต้องพาหญิงสาวแสนสวยไปออกงานเลี้ยงกับเขา และ ไป๋ซิงก็ช่างเหมือนตัวแทนนันทกาในวันนั้นจริงๆ ทั้งรูปการณ์และท่าทางของเจ้าหล่อนที่มองหลานเซ่อ... จะแตกต่างก็แค่เมื่อสี่ปีก่อนเขาไม่ได้จ้างให้เธอมาดูแลเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม หรือเรื่องสอนมารยาทการเข้าสังคมให้นันทกาแบบครั้งนี้เท่านั้นเอง

          ซึ่งไป๋ซิงที่รู้ความจริง ก็หันไปมองมาเฟียหนุ่มด้วยแววตาที่มีประกายบางอย่าง อย่างที่เหม่ยจิงเดาความคิดของสาวน้อยได้ทันทีว่ารู้สึกเช่นไรกับชายหนุ่มตรงหน้า... คงดีใจที่รู้ว่าเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหลานเซ่อ ซ้ำยังดูเหมือนคนเย็นชาใส่ใจตนในฐานะผู้หญิงของเขาอย่างเต็มขั้น ด้วยการให้ไปออกงานด้วย และให้คนมาดูแลอย่างใกล้ชิด

          ใช่ มันดูพิเศษ... พิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ ข้างนอก... แต่เหม่ยจิงก็ไม่อยากทำลายความฝันของสาวน้อยด้วยการบอกว่า... คู่ควงของหลานเซ่อทุกคนก็ถูกทำแบบเดียวกันนี้ ไม่แตกต่าง... ถูกตกแต่งอย่างสวยงามด้วยเสื้อผ้าหน้าผมที่หรูหรา รวมถึงการถูกฝึกมารยาทที่ถูกต้องทุกกระเบียดนิ้ว เพื่อให้พวกหล่อนเหมาะสมในการเป็นผู้หญิงของเขา หลานเซ่อไม่เคยให้ใครแตกแถวออกไป ทุกคนที่ยืนอยู่ข้างกายในงานเลี้ยงต้องถูกจัดแต่งอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้เหล่าหญิงสาวที่ควงออกงานด้วยไม่ต่างจากผู้ร่วมงานของเขาคนหนึ่ง และเขาต้องควบคุมผู้ร่วมงานของตนให้เพียบพร้อมเสมอ ซึ่งการโชว์ตัวในงานเลี้ยงหรูหราก็ไม่ต่างอะไรกับงานชิ้นหนึ่งที่เขาต้องทำให้ดีที่สุดโดยไม่มีข้อบกพร่องใด

         ตลอดชีวิตของเหม่ยจิงที่รู้จักมาเฟียทรงอิทธิพลคนนี้มา... คนที่หลานเซ่อไม่เคยจัดแต่ง ไม่เคยบงการ หรือชี้สั่งให้เธอต้องสมบูรณ์พร้อมยามอยู่ใกล้เขามีเพียงคนเดียว... ฤทัยนาค... นาคเป็นผู้หญิงคนเดียวที่มาเฟียทรงอำนาจคนนี้ไม่คิดบังคับหรือควบคุมสิ่งใด แต่จงใจปล่อยเธอ ให้เป็นไปตามธรรมชาติของตนเอง และสิ่งเดียวที่เขาต้องการจากนาค คือให้เธอเป็นตัวเองมากที่สุดยามอยู่กับเขา...

           เหม่ยจิงสลัดเรื่องนี้ออกจากหัว และเพียงระบายลมหายใจแผ่ว เมื่อคิดว่านาคตายไปแล้ว หญิงสาวแสนสวยตรงหน้าอาจมีโอกาสพิชิตใจมาเฟียหนุ่มคนนี้ก็ได้... สักวันหนึ่ง... อย่างน้อยความไร้เดียงสาของเจ้าหล่อนที่เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดได้ดีอย่างหนึ่ง

           นางแบบสาวต้องกลับมายิ้มสดใสให้ไป๋ซิง และนัดเรื่องโปรแกรมที่เธอจะฝึกหญิงสาว ก่อนจะปล่อยให้ร่างเล็กบางผงกศีรษะขอบคุณและลาเธอ ก่อนเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อทำธุระส่วนตัวของตน

          หากก่อนที่ร่างระหงจะบอกลาหลานเซ่อ และเดินออกไปเมื่อหมดธุระของตน ใบหน้าเรียวสวยก็หันกลับไปมองร่างสูงสง่าด้วยแววตาลำบากใจ พลางพูดขึ้นอย่างเสียไม่ได้ว่า นี่หลานเซ่อ ฉันไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรถึงให้เด็กนั้นมาเป็นผู้หญิงของคุณหรอกนะ นางแบบสาวฉายความกลัดกลุ้มชัดเจนยามสบนัยน์ตาคู่คบกริบของชายหนุ่ม แต่นาคก็ตายมาสี่ปีแล้ว คุณน่าจะลองเปิดใจให้ใครบ้าง โดยเฉพาะกับเธอ... ฉันบอกตรงๆ เลยว่าหยาง ไป๋ซิงคนนี้ดูเปราะบางกว่านันทกามาก จนฉันกลัวว่าเธอจะแตกสลายเอาง่ายๆ ถ้ารู้ว่าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย และสร้างความหวังลมๆ แล้งๆ ให้แบบนี้

           เพราะเท่าที่เห็น และประเมินไป๋ซิงเมื่อครู่ นางแบบสาวก็สามารถดูออกได้ง่ายดายว่าหญิงสาวคนนี้โดนทะนุถนอมมาราวไข่ในหิน อาจแทบไม่เคยเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจเลย เธอถึงได้ดูเหมือนแก้วใสๆ ที่พร้อมแตกได้เสมอ และแม้นันทกาจะมีความคล้ายไป๋ซิงในเรื่องนี้ หากนันทกานั้นอยู่ในฐานะของพี่สาว เธอมีนาคที่เป็นน้องให้ตนคอยปกป้อง เสียสละและรัก  ซึ่งนันทกาก็รักน้องสาวของตนเป็นพิเศษด้วยซ้ำ ทำให้ความจริงนันทกาเป็นผู้หญิงที่อ่อนนอกแต่แข็งใน ถึงจะไม่ได้แกร่งเท่านาค แต่ด้วยฐานะของคนเป็นพี่และไม่ได้ถูกถนอมมาจนเกินเหตุบวกกับมีนิสัยดื้อรั้น ทำให้นันทกาไม่เปราะบางแบบไป๋ซิง และสามารถที่จะรับมืออะไรหลายๆ อย่างได้ โดยเฉพาะการตัดใจจากหลานเซ่อได้เมื่อรู้ว่าเขาหลงรักน้องสาวตัวเอง ที่สำคัญ ณ ตอนนั้นนันทกายังไม่เรียกว่ารักหลานเซ่อด้วยซ้ำ เธอแค่ปลื้มเขาเหมือนที่เด็กสาวทั่วไปปลื้มไอดอลคนโปรด... แต่ไป๋ซิงที่ถูกยกขึ้นมาเป็นผู้หญิงของเขาเต็มขั้น ได้อยู่ใกล้ชิดเขาแทบตลอดเวลา และเหมือนจะถูกใส่ใจเพราะสิ่งที่มาเฟียหนุ่มให้เธอมา มันเป็นคนละเรื่องกันเลย...

            คำเตือนจากอดีตคู่ควงทำให้มาเฟียหนุ่มต้องเงียบนิ่งไป นัยน์ตาสีอ่อนปรายมองทางอื่นเล็กน้อยราวครุ่นคิด แต่นั่นก็แค่ครู่เดียว ก่อนเขาจะกล่าวอย่างเย็นชาแค่ว่า ฉันจัดการเรื่องนี้เองได้

           เหม่ยจิงจับจ้องร่างสูงกว่าตรงหน้าอย่างเงียบเชียบ ก่อนที่เธอจะระบายลมหายใจราวปลงอนิจจัง และทิ้งท้ายแค่ว่า ตามใจคุณเถอะ ฉันถือว่าฉันเตือนคุณแล้ว

           ภายในห้องกว้างกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เมื่อร่างสูงระหงของนางแบบสาวก้าวออกไป ทิ้งให้มาเฟียหนุ่มจมกับความคิดและคำเตือนจากเธอ ก่อนเขาจะปรายนัยน์ตาคมไปยังประตูห้องนอนของตนที่มีร่างบอบบางของไป๋ซิงอยู่ภายใน และไม่นานร่างสูงสง่าก็ลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะทำงาน ก่อนก้มมองของเล่นทรงลูกบาศก์บนนั้น

            มือเรียวแข็งแรงหยิบมันขึ้นมา พร้อมนัยน์ตาสีอ่อนที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึกก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงจนราวกับอ่อนล้า ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ยกคิวบิกในมือขึ้นแนบกับหน้าผากตนพร้อมปิดเปลือกตาลง

            ... ถ้าเพื่อเด็กนั่น...

ต่อให้เป็นต้องปีศาจร้าย... ฉันก็จะทำเสียงทุ้มต่ำกระซิบพร่ากับของเล่นในมือ... ท่ามกลางความเงียบสงัด ที่มีแค่ตนเองยืนอยู่เพียงลำพังในห้องกว้าง


                                                             ******************

 

          นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกเหมือนหนุ่มน้อยมาแอบดูบ้านสาวที่แอบชอบ และเข้าตำราถึงไม่เห็นหน้าเธอ แต่ก็ขอเห็นหลังคาบ้านเธอก็ยังดี เพราะยามนี้หญิงสาวในเสื้อหมวกและมีหมวกแก๊ปสวมทับบนศีรษะจนบดบังใบหน้าไปเกือบมิดกำลังจับจ้องตึกสูงของบริษัทฉายหงกรุ๊ปอยู่อีกฝั่งของถนนมาได้เกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ขณะที่สายตาก็ลอบมองไปยังยอดตึกอยู่บ่อยๆ เมื่อรู้ดีว่าเป็นที่อยู่ประจำของใคร

           นาคได้แต่ระบายลมหายใจอย่างเบื่อหน่าย เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำเรื่องไร้สาระ เพราะรู้ดีว่าถึงเฝ้าอยู่ที่นี่ไป ก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น และไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรสักอย่าง แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงลงทุนขี่จักรยานแม่บ้านเก่าๆ ที่ยืมมาจากคุณจางเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ปั่นมาถึงที่นี่ และยืนเป็นเจ้าเฝ้าศาลมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว...

หวังจะเจออะไร... หรือจะได้เห็นหน้าใครรึยังไง... คิดว่าคนระดับเขาจะได้เห็นกันง่ายๆ รึไง พอลงมาจากตึกปุ๊บ หมอนั้นก็คงขึ้นรถทันที แถมรถยังติดฟิลม์ทึบซะขนาดนั้น เส้นผมสีน้ำตาลทองสักเส้นก็คงไม่ได้เห็นหรอกยัยโง่!...

         
ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ใบหน้าธรรมดาใต้หมวกแก๊ปก็ยังเงยขึ้นมองยอดตึกสูงเบื้องหน้าไม่ขยับ หากเพียงครู่นัยน์ตาสีดำของนาคกลับต้องตวัดลงด้านล่างอีกครั้ง เมื่อเห็นรถยุโรปคันสีดำมีตราสัญลักษณ์ของฉายหงกรุ๊ปมาจอดตรงข้างบริษัทยักษ์ใหญ่ และแอบมุมซะจนน่าสงสัย

          นาคขมวดคิ้วทันใดกับท่าทางแปลกๆ ของรถคันนั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่เข้าไปจอดรับคนด้านหน้า รถคุ้มกันคันอื่นอยู่ที่ไหน มันคิดจะทำอะไร... และคนด้านบนตึกรู้เรื่องนี้รึเปล่า


                                                  ***********************
 

         ร่างเล็กบางตะลึงค้างกับภาพหญิงสาวในกระจกที่ยืนอยู่ตรงหน้าตน เพราะเธอคนนั้นยามนี้อยู่ในชุดราตรีสั้นสายเดี่ยวสีแดงเปลือกมังคุด ไม่ดูจัดจ้านเกิน และช่วยขับสีผิวขาวนวลให้มีรัศมีและเด่นสะดุดตามากขึ้น โดยเฉพาะลาดไหล่เล็ก แขนกลมมน และเนินอกที่เปิดโชว์พอประมาณให้ชายหนุ่มใจสั่นเล่นช่างดูขาวใส ในขณะที่กระโปรงของชุดที่ยาวคลุมเข่าเล็กน้อยเป็นผ้าเนื้อนิ่มลื่น ดูพลิ้วไหว ช่วยให้ขาเรียวเล็กดูน่ามองมากกว่าเดิม ขณะที่บนกลางหน้าอกเป็นโบว์ที่ทิ้งหางยาวลงมาตามตัวไล่ไปสุดที่ปลายกระโปรงทำให้ชุดราตรีดูหรูหราและสวยงามยิ่งขึ้น

ซ้ำมันช่างเข้ากับคนใส่ที่เวลานี้ดูเหมือนเทพธิดาด้วยเครื่องหน้าที่สวยหวาน ซึ่งเติมแต่งด้วยเครื่องสำอางเบาบางเข้ากับดวงหน้าเนียนเป็นธรรมชาติ ในขณะดวงตาคู่โตหวานซึ้งซึ่งเป็นเอกลักษณ์บนใบหน้าเรียวก็ถูกทาขอบตาเพิ่มสีสัน ทำให้ดวงแก้วสีน้ำตาลเข้มนั้นมีมนต์สะกดมากขึ้น จนร่างสูงระหงของนางแบบสาวที่ยืนดูผลงานของตนต้องลอบยิ้มนิดๆ

วันนี้คุณหนูหยาง ไป๋ซิงถูกจัดแต่งอย่างสวยงามเพื่อรอเวลาที่เธอจะได้ไปร่วมงามเลี้ยงของฉายหงกรุ๊ปในฐานะผู้หญิงของซีอีโอคนสำคัญ ทำให้หญิงสาวถูกเนรมิตให้เพียบพร้อมจนเวลาปกติที่เธอถูกมองว่าสวยจับตาจับใจอยู่แล้วยิ่งกลายเป็นแทบพรากลมหายใจชายหนุ่มทุกคนที่เห็นในยามนี้ได้อย่างง่ายดาย

ไป๋ซิงยังอดตกตะลึงกับภาพสะท้อนของตนเองบนบานกระจกสูงตรงหน้าไม่ได้ เพราะถึงแม้ฐานะของเธอจะทำให้ต้องแต่งตัวบ่อยๆ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เธอถูกแต่งให้ลงตัวได้ขนาดนี้... คนข้างหลังช่างเป็นมืออาชีพที่เยี่ยมยอดจริงๆ

            “สะ... สวยจังเลยค่ะพูดไปแล้วไป๋ซิงก็อดจะแก้มแดงเรื่อ เขินที่เผลอชมตัวเองออกมาไม่ได้

ซึ่งเหม่ยจิงที่วันนี้มาทำหน้าที่จัดแต่งผู้หญิงของหลานเซ่อให้ดูดีที่สุด ก็เพียงส่งยิ้มสวยให้ร่างเล็กกว่าตรงหน้า ปกติเธอก็สวยอยู่แล้วล่ะสาวน้อย ฉันแค่ทำให้มันชัดเจนขึ้น... ถ้าหลานเซ่อเห็นคงอ้าปากค้าง ตะลึงในตัวเธอแน่นอน

ชื่อของมาเฟียหนุ่มทำให้คุณหนูตระกูลหยางต้องหน้าแดงกว่าเดิม และได้แต่บิดชายกระโปรงแสดงความเขินอายอย่างปิดไม่มิด และทำทีเป็นส่องกระจกดูตัวเองแก้เก้อ... ทว่าเหม่ยจิงกลับเพียงลอบถอนหายใจในสิ่งที่ตนพูดไป โดยเฉพาะประโยคหลังของตน...

            อ้าปากค้าง ตะลึงในความสวย... คนอย่างหลิน หลานเซ่อเนี่ยนะ... ฮึ

นางแบบสาวจำต้องเปลี่ยนเรื่องพลันก่อนคนตรงหน้าจะเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก หญิงสาวก้าวไปหยิบผ้าคลุมไหล่เนื้อบางเข้ากับชุดราตรียื่นให้ไป๋ซิง เพื่อให้เธอคลุ่มไหล่มนไว้ จะได้ถือเป็นการแต่งตัวที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ พลางบอก

เดี๋ยวฉันจะต้องกลับแล้ว ยังไงระหว่างรอ เธอก็ค่อยดูความเรียบร้อยของตัวเองด้วยล่ะสาวน้อย

ขอบคุณมากค่ะคุณเหม่ยจิง ไป๋ซิงรีบค่อมศีรษะลงจนเส้นผมสีดำดัดลอนทิ้งตัวลงมาด้านหน้า ซึ่งวันนี้เส้นผมสีดำเหมือนไหมจีนนั่น มีกิ๊บรูปผีเสื้อประดับไข่มุกแท้เม็ดเล็กติดไว้ด้านหนึ่ง พร้อมเกลียวผมก็ถูกดัดให้เป็นลอนใหญ่ และมีระเบียบมากขึ้น

นางแบบสาวเพียงยิ้มรับเล็กน้อยและเก็บอุปกรณ์ของตน โดยมีคนคุ้มกันของไป๋ซิงคอยช่วยถือของพวกนั้นลงไปส่งข้างล่างให้ ทำให้ยามนี้ร่างบางในชุดราตรีถูกทิ้งให้อยู่ลำพังคนเดียวในห้องกว้างด้วยใจที่เต้นถี่ เมื่อคิดไปถึงว่าถ้าหลานเซ่อได้เห็นเธอให้ชุดราตรีแสนสวยนี้ เขาจะรู้สึกยังไง... เขาจะชมเธอไหม หรือว่าจะตะลึงค้างอย่างที่เหม่ยจิงบอกรึเปล่า

ไป๋ซิงคิดไปก็หันไปส่องกระจกสำรวจตัวเองอีกครั้งด้วยหัวใจพองโต หากความคิดทั้งหมดต้องหยุดลงเมื่อจู่ๆ เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของหลานเซ่อก็ดังขึ้น

ร่างเล็กบางหันไปที่ต้นเสียงทันใด และจำต้องเดินไปรับมันอย่างเสียไม่ได้เมื่อมีเธอคนเดียวอยู่ที่นี่

สวัสดีค่ะเสียงหวานเล็กกรอกลงไปเมื่อยกโทรศัพท์เครื่องสีเทาเข้มแนบหู

คุณหยาง ผมโทรมารายงานเรื่องคุณหลินครับเสียงชายหนุ่มที่ลอดผ่านมาบ่งบอกว่าน่าจะเป็นลูกน้องของมาเฟียหนุ่ม ทำให้หญิงสาวต้องรีบตอบ

ว่าไงคะ

คุณหลินไม่ว่างมารับคุณเพราะติดธุระอยู่ ดังนั้นเลยให้ผมมารับคุณแทน ยังไงช่วยลงมาขึ้นรถเพื่อไปงานเลี้ยงตอนนี้เลยนะครับ... รถจอดรออยู่ข้างตึกด้านล่างแล้ว

ไป๋ซิงลังเลเล็กน้อยกับคำรายงานของชายอีกฟากสาย เพราะว่าคนคุ้มกันของเธอยังไม่กลับขึ้นมา เธอกลัวว่าถ้าตนลงไปแล้ว พวกเขากลับขึ้นมาไม่เจอเธอ แล้วจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวาย

ตอนนี้เลยหรือคะหญิงสาวถามออกไปเพื่อความแน่ใจ

ครับ คุณหลินสั่งลูกน้องทุกคนไว้แล้ว อีกอย่างท่านไม่ชอบรอใคร คุณหยางน่าจะต้องรีบหน่อย

ครั้งนี้ทำให้เธอต้องรับปากทันใดเมื่อไม่อยากให้มาเฟียหนุ่มต้องเป็นฝ่ายรอ ร่างเล็กรีบสวมส้นสูงที่เข้าคู่กับชุดก่อนเดินกึ่งวิ่งออกไป โดยไม่ทันสะกิดใจถึงความผิดปกติบางอย่างแม้แต่น้อย

ไป๋ซิงที่เดินเร็วๆ ออกมาจากลิฟต์ ถึงชั้นล่าง ต้องหมุนศีรษะหาคนที่เรียกตนลงมาเล็กน้อย ก่อนชายในสูทสีดำคนหนึ่งจะเดินมาเชิญเธอไปยังรถยุโรปคันสีดำที่จอดไว้ด้านนอก และค่อนข้างหลบสายตาคน กระนั้นร่างบางที่ไม่เห็นว่ามีใครอื่นนอกจากชายตรงหน้าแล้ว เธอจึงเดินตามเขาขึ้นรถไปอย่างไร้ข้อกังขา

ซึ่งเขาก็เปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อม ก่อนประจำที่เบาะคนขับก่อนแล่นรถออกไปอย่างไม่เร่งรีบนัก ราวรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ที่ตึกฉายหงแทบไม่มีคนเฝ้าอยู่ เนื่องจากหลานเซ่อต้องไปจัดการดูแลเรื่องงานเลี้ยงครั้งสำคัญ และมีคนถูกดึงไปช่วยงานฝั่งนั้นมากกว่าทุกที ทำให้ที่ตึกยามนี้มีแค่บอดี้การ์ดของไป๋ซิง แต่คนเหล่านั้นก็กำลังไปส่งนางแบบสาวอยู่เช่นกัน

เอ่อ... โรงแรมที่จัดงานไปทางนี้เหรอคะ ร่างบอบบางในชุดราตรีจำต้องเอ่ยถามคนขับรถที่เบาะหน้า เมื่อเธอรู้สึกว่ารถที่นั่งอยู่มันขับออกมาไกลกว่าที่คิด ทั้งที่โรงแรมที่ว่าอยู่ในย่านเซ็นทรัลเหมือนกัน ถึงเธอจะไม่รู้หรือชำนาญทางในฮ่องกง แต่ก็พอจะรู้สึกว่ามันไกลเกินไป

ไม่มีคำตอบจากคนที่ประจำตำแหน่งคนขับ หากแต่เป็นผ้าสีดำผืนยาวถูกส่งให้หญิงสาวแทน พร้อมคำสั่งเสียงเฉียบจากชายตรงหน้า

เอามันผูกตาไว้ซะ

เอ๊ะ... ทำไม...ไป๋ซิงพูดได้แค่นั้น และจำต้องเงียบกริบไปทันใด เมื่อปืนกระบอกสีดำจากมือข้างหนึ่งของชายตรงหน้ายื่นมาจ่อหน้าเธอ

เธอจะได้ไม่เห็นอะไรที่ไม่ควร... แล้วต้องตายก่อนน่ะสิเสียงเหี้ยมว่าพร้อมสายตาข่มขู่ที่มองเธอผ่านกระจกหน้ารถ

ไป๋ซิงเริ่มตัวสั่น และเกร็งตัวแน่นกับอาวุธร้ายที่จ่อตรงมา ความหวาดกลัวพุ่งขึ้นมาจับตามร่างกายบอบบางทันใดกับสิ่งที่ไม่ได้คาดคิด แต่ก็ยังพยายามเอ่ยออกมาอย่างหวาดหวั่น นะ... นี่มันเรื่อง... อะไร...

ฉันบอกให้เธอเอาผ้านั่นปิดตา และหุบปากซะ!” เสี้ยงกร้าวตะคอกขึ้น จนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก และเริ่มมีหยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นมาขณะกำผ้าในมือแน่น

... นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ คนตรงหน้าเธอไม่ใช่ลูกน้องของมาเฟียหนุ่มหรือ แล้วเขาเป็นใคร จับตัวเธอมาทำไม!

ทำสิ!” คนที่ขับรถอยู่ตวาดเข้มอีกครั้งเมื่อหญิงสาวยังตัวสั่นระริกทำอะไรไม่ถูก และไม่ยอมทำตามที่เขาสั่งซะที

ไป๋ซิงต้องหลับหูหลับตาร้องอุทานด้วยความตกใจ ก่อนจำต้องยกผ้าขึ้นมาผูกตาตนอย่างเก้ๆ กังๆ ยิ่งโดนปืนสีดำจ่อชิดมากขึ้น เธอก็ยิ่งลนลาน มือไม้สั่นจนแทบไม่มีแรงผูกผ้า

ใครก็ได้ช่วยที่... ช่วยด้วย... คุณหลิน  ขอให้คุณหลินรู้ แล้วมาช่วยที่!... ไป๋ซิงได้แต่คร่ำครวญจากก้นบึ้งหัวใจในความมืดมิด อ้อนวอนให้ชายหนุ่มที่สะกดดวงตาของเธอเพียงแรกเห็น และทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอนคนนั้นมาช่วยตนให้ได้ยามนี้อย่างสุดหัวใจ

แต่ในขณะที่รถยุโรปซึ่งมีร่างบางของหยาง ไป๋ซิงต้องมาจอดติดไฟแดงที่แยกหนึ่ง และภายในรถคันหรูมีแต่ความคุกรุ่นตึงเครียด พร้อมคนที่ถูกจับตัวไว้กำลังเฝ้าอ้อนวอนให้เจ้าพ่อมาเฟียอันดับหนึ่งของฮ่องกงตามมาช่วยเธอ จักรยานแม่บ้านเก่าๆ คันหนึ่ง กลับขี่ทะลุออกมาจากตรอกแคบๆ ของอาคารใกล้ๆ ไฟแดงตรงนั้นแทน

และถ้าคนบนจักรยานเก่าๆ นั่นรับรู้ถึงคำภาวนาของไป๋ซิงยามนี้ คงมีแต่คำกล่าวให้สาวน้อยแสนสวยได้แค่ว่า...เสียใจด้วย... เพราะยามนี้คนที่ไล่ตามเธอทัน ไม่ใช่พระเอกที่เธอหวังไว้ หรือใกล้เคียงอะไรแบบนั้น... แต่เป็นแค่หญิงสาวที่สวมเสื้อกันหนาวมีหมวก และสวมหมวกแก๊ปบดบังใบหน้าบนจักรยานแม่บ้านรุ่นโบราณ ซึ่งกำลังจ้องเขม็งไปยังรถยุโรปเป้าหมายที่มีป้ายทะเบียน 8424 MN เท่านั้น... แถมเจ้าหล่อนยังหอบหายใจเล็กน้อย พลางบ่นขึ้นกับตัวเองไปด้วยแบบหมดมาดว่า

ให้ตายสิฤทัยนาค... เธอมันเครื่องฝืดขึ้นเยอะเลยสงสัยสี่ปีมานี่จะอยู่สบายตัวสบายใจไปหน่อยล่ะมั้ง เธอถึงรู้สึกว่าการปั่นจักรยานไล่ตามรถยุโรปคันสีดำในระยะไม่ไกลมากนัก มันถึงได้เหนื่อยกว่าที่คิดขนาดนี้

              ... แต่ก็เอาเถอะ ตามทันแล้วนี่!






Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
CUBIC (ภาคFINAL)(ตีพิมพ์แล้ว) ตอนที่ 3 : ตัวละครปริศนา (1)(รีไรท์3) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 35855 , โพส : 79 , Rating : 90% / 100 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4
# 79 : ความคิดเห็นที่ 22565
ไรท์ชอบหลอกอะๆๆๆๆๆๆ🙎🙎🙎🙎🙎🙎🙎🙎
Name : wphiriyaphisal < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ wphiriyaphisal [ IP : 124.122.131.91 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2559 / 09:33
# 78 : ความคิดเห็นที่ 22502
Woww เธอฮีโร่สุดๆ  ช่วยทั้งพระเอกและคนอื่นทั้งเรื่อง   แอบมองหลังคาก็ยังดีมีมุมนี้ด้วยฮ่าๆ ก็น่าคิดถึงมากจนทำอย่างนี้อยู่หรอกไม่ได้เจอหลานเซ่อตั้งสองเดือน 
Name : Fraeya < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Fraeya [ IP : 223.205.249.107 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มิถุนายน 2557 / 20:20
# 77 : ความคิดเห็นที่ 22471
ทำไมเหม่ยจิงยังไม่ตาย? ตอนดูแบบหนังเห็นว่าตายแล้วนะ ช่วยตอบน้อยนะค่ะ
Name : ฟ้า [ IP : 81.166.203.77 ]

วันที่: 16 เมษายน 2557 / 02:31
# 76 : ความคิดเห็นที่ 22350
นาคคคค คุณแมนมาก 5555
Name : nookyunjae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nookyunjae [ IP : 223.206.50.232 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 ธันวาคม 2556 / 21:55
# 75 : ความคิดเห็นที่ 21628
นาคจองช้านนนนนนนนน โครตแมนน >
Name : PPxoxo [ IP : 1.1.203.125 ]

วันที่: 13 พฤษภาคม 2556 / 21:47
# 74 : ความคิดเห็นที่ 21616
แอบชอบเหม่ยจิง แอบเซ็งคุณหนูแบ้ว
Name : rot [ IP : 125.24.221.53 ]

วันที่: 12 พฤษภาคม 2556 / 22:35
# 73 : ความคิดเห็นที่ 21058
นางเอกขี่ม้าขาวมาช่วยแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ
Name : Sassy girl ^^ < My.iD > [ IP : 182.52.193.50 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 เมษายน 2556 / 00:02
# 72 : ความคิดเห็นที่ 20920
นาคออกโรงแล้ว :)
Name : iop [ IP : 110.171.182.228 ]

วันที่: 5 เมษายน 2556 / 17:16
# 71 : ความคิดเห็นที่ 20794
แก้คำผิดค่ะ ตรง ' ต่อให้ ต้อง เป็น ปีศาจร้าย ' สลับกันอยู่ ๆ

Name : POYZ [ IP : 87.142.11.24 ]

วันที่: 3 เมษายน 2556 / 18:45
# 70 : ความคิดเห็นที่ 20792
น่าจะเขียนเป็น คฤหาสน์คาเว่น ประเทศอังกฤษ เนอะ

รู้สึกทะแม่งนิด ๆ แต่สนุกโคตร ๆ >0<

Name : POYZ [ IP : 87.142.11.24 ]

วันที่: 3 เมษายน 2556 / 17:49
# 69 : ความคิดเห็นที่ 20733
ภาคหยางไป๋ซิงเหมือนนิยายตบจูบทั่วไป ไม่ค่อยมีปริศนาให้ทายเท่าไร เน้นเหตุการให้พระเอกที่ตอนแรกทำรุนแรงกับนางเอกสารพัด สุดท้ายพอนางเอกมีอันตรายก้รีบไปช่วยทันทึ อือ....
ชอบแบบcubicที่สุดล่ะ :)
Name : ฮารุนะจัง [ IP : 171.98.26.94 ]

วันที่: 28 มีนาคม 2556 / 12:49
# 68 : ความคิดเห็นที่ 20688
อั๊ยย ยยย ~ ตื่นเต้น -///-
PS.  ...คุณจะรู้หรือเปล่า...?
Name : ▉ U N I Q U E ▉ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ▉ U N I Q U E  ▉ [ IP : 110.168.165.38 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มีนาคม 2556 / 19:10
# 67 : ความคิดเห็นที่ 20246
ชอบบบบบบบบบบบบ_++
Name : มืใหม่คาซึ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มืใหม่คาซึ [ IP : 171.6.243.103 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2556 / 19:46
# 66 : ความคิดเห็นที่ 20029
อ่านกี่ครั้งๆๆๆ ก้ไม่เบื่อ กลับชอบมากขึ้น :D
Name : Aqila-tae < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Aqila-tae [ IP : 125.26.49.211 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 มีนาคม 2556 / 00:20
# 65 : ความคิดเห็นที่ 18710
ลงทุนรอพี่แต่งจบมานั่งอ่านใหม่///กลัวขาดใจตายก่อน ฮานาตคจริงอะไรจริง 
Name : Al๏n.Evil.NighT < My.iD > [ IP : 182.52.41.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2556 / 10:54
# 64 : ความคิดเห็นที่ 18216
ฮานาคเป็นบ้าเลยให้ตายสิ เพราะนาคเป็นแบบนี้จะไม่รักได้ยังไงไหว >_<
Name : TZ'sTZ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TZ'sTZ [ IP : 115.67.164.95 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มีนาคม 2556 / 18:20
# 63 : ความคิดเห็นที่ 17589
นาคฮีโร่อ่ะดิ5555
Name : loocbomb < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ loocbomb [ IP : 61.90.66.198 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 14:18
# 62 : ความคิดเห็นที่ 17313
ว้ากกกกก สนุกมากกกก นาคสู้เขา!
PS.  เฮ้อ~เศร้า
Name : One thunder < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ One thunder [ IP : 223.206.22.158 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2556 / 12:47
# 61 : ความคิดเห็นที่ 17308
พึ่งอ่านสองเล่มแรกจบ สนุกมากกกค่ะ ไป๋ซิงเหมือนพวกนางเอกนิยายทั่วไปเลยอ่ะ แนวนี้เลยจิงๆ นะ 555
แอบสงสารนะ ดูไร้เดียงสา ><
แต่ไม่มีใครแทนนาคได้จริงๆ
Name : Chouchou [ IP : 115.67.34.243 ]

วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 22:24
# 60 : ความคิดเห็นที่ 17303
เฮ้ย! พระเอก เอ๊ย!นางเอกขี่จักรยานมาช่วยแล้ว โคตรเท่(ประชดสุดๆ)
Name : O[]Ovampire < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ O[]Ovampire [ IP : 49.48.23.238 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:54
# 59 : ความคิดเห็นที่ 16949
เอ้ยยยยยยยยยยย นางเอกของเรามาแล้ว -/////////////-
PS.  พวกข้านั้น มาจากที่แห่งใด....พวกข้านั้น ตามหาอะไร....พวกข้านั้น เดินทางเพื่ออะไร.... พวกข้านั้น เล่นดนตรีเพื่ออะไร...
Name : ❦Sofia Filunze Faratear❧ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ❦Sofia Filunze Faratear❧ [ IP : 58.9.170.6 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2556 / 20:22
# 58 : ความคิดเห็นที่ 16785
นาคๆ รักนากมากเลย
Name : s-saphi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ s-saphi [ IP : 110.77.238.188 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มกราคม 2556 / 19:23
# 57 : ความคิดเห็นที่ 16436
ยอมรับตามตรงเลยค่ะว่า ถ้านาคไม่กลับมาก็คงจะอ่านแค่นี้

เพราะสำหรับเค้าแล้วคิวบิกมีแค่นาคเท่านั้น

ดีใจจังที่นาคกลับมา จะอ่านต่อนะคะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ
Name : ministar < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ministar [ IP : 171.4.149.43 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 มกราคม 2556 / 20:01
# 56 : ความคิดเห็นที่ 16223
เจ๋งมากๆๆๆๆ ชอบนาคขึนทุกวัน 555
Name : น้องโป๋ว < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ น้องโป๋ว [ IP : 58.8.36.124 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 29 ธันวาคม 2555 / 08:24
# 55 : ความคิดเห็นที่ 16217
ไม่เห็นหน้าเจ้าเห็นหลังคาบ้านก็ยังดี ....
นาคหญิงแกร่งของเราก็มีมุมนี้กะเขาด้วย ฮิฮิ
Name : hara.moonloght [ IP : 58.97.55.158 ]

วันที่: 29 ธันวาคม 2555 / 03:07
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android