คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

CUBIC (ภาคFINAL)(ตีพิมพ์แล้ว)

ตอนที่ 10 : ผีบนเรือ(รีไรท์)


     อัพเดท 11 ก.ค. 55
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : B 13 s.t ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ B 13 s.t
My.iD: https://my.dek-d.com/satancrow
< Review/Vote > Rating : 100% [ 156 mem(s) ]
This month views : 387 Overall : 1,169,503
22,583 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 2267 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
CUBIC (ภาคFINAL)(ตีพิมพ์แล้ว) ตอนที่ 10 : ผีบนเรือ(รีไรท์) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 39985 , โพส : 172 , Rating : 89% / 171 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด






ว่าไงนะ!” ชายหนุ่มตวัดเสียงถามเป็นภาษาอังกฤษอย่างตื่นตัวทันใด รวมถึงลูกน้องของเขาต่างก็เริ่มแสดงท่าทางกังวลเมื่ออยู่ๆ ก็รู้ว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญขึ้นไปบนเรือลำใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

 

เดนิสเดินมาหาร่างที่ยังก้มตัวน้อยๆ ซึ่งมีผมปรกหน้าจนเกือบมิด โดยมีตำรวจหนุ่มช่วยพยุงตัวไว้ให้ และเขาสังเกตเห็นด้วยว่ามีหยดเลือดไหลลงมาจากมุมปากขวาของเธอ... ดูถ้าเธอจะบาดเจ็บจริงๆ

 

จำหน้าเขาได้ไหมว่าเป็นใครเดนิสถามหญิงสาวเป็นภาษาอังกฤษทันใด

 

ซึ่งเขาก็เห็นนายตำรวจแปลเป็นภาษาจีนกวางตุ้งถามเธอต่อ ซึ่งเธอก็กระซิบงึมงำตอบนายตำรวจข้างตัวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันมาตอบเป็นภาษาอังกฤษแทนเธอว่า

 

เธอบอกว่าจำได้ และบอกว่าเหมือนได้ยินเขาพูดถึงชื่อไป๋ซิง แถมยังเป็นคนโทรแจ้งตำรวจเรื่องคนโดนทำร้ายร่างกายเองด้วยครับ

 

พูดถึงไป๋ซิง แล้วยังเป็นคนโทรแจ้งตำรวจเองด้วย... นี่มันเรื่องบ้าอะไร!

 

เธอฟังภาษาอังกฤษออกไหมร่างสูงสง่าถามหญิงสาวเสียงเข้มจนแทบเป็นคาดคั้น นัยน์ตาสีฟ้าเคร่งเครียดมากขึ้นจนทำให้ลูกน้องรอบตัวเขาเริ่มกระวนกระวายตาม... ทำไมถึงมีคนพูดถึงไป๋ซิง และโทรแจ้งตำรวจเสียเอง หรือมันจะเกี่ยวกับคนที่เคยทำให้พวกเขาพลาดในการลักตัวหญิงสาวครั้งแรก

 

ซึ่งเธอที่ก้มหน้าอยู่ก็พยักรับเล็กน้อย ก่อนที่อีกคำถามจากร่างสูงใหญ่ตรงหน้าจะตามมาทันใด

 

แล้วพูดได้ไหม

 

หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ อีกครั้ง ซึ่งทำให้เดนิสหันไปยังตำรวจที่ประคองร่างเธอไว้แทนพลางว่าอย่างรวดเร็ว

 

ผมขอยื่มตัวเธอครู่หนึ่งจบคำเขาก็ก้มมาถามร่างเล็กกว่าอีกครั้ง ไปชี้ตัวมันกับฉันได้ไหม

 

ร่างที่ก้มหน้าอยู่เงยมองเขาเล็กน้อย แม้จะไม่เห็นดวงตาหลังเส้นผมยุ่งเยิงนั่นว่าเป็นอย่างไร แต่เขาก็เห็นว่าเธอพยักหน้ารับแทนการเอ่ยตอบ

 

แบบนั้นไม่ได้หรอกครับ เธอเป็นผู้เสียหาย เราต้องเอาเธอไปหาหมอ และแจ้งความที่โรง...

 

ผมจะรับผิดชอบเอง เดนิสย้ำคำตนเสียงกร้าวอย่างไม่ให้นายตำรวจตรงหน้าปฏิเสธ และเป็นฝ่ายคว้าตัวหญิงสาวที่เดินไม่มั่นคงนักมาประคองไว้แทน ก่อนสำทับกับคนในเครื่องแบบตรงหน้าว่า ผมรู้ว่าคุณต้องทำตามหน้าที่ แต่ผมเองก็ต้องหาคนร้ายที่บุกขึ้นเรือผมเหมือนกัน

 

และตำรวจหนุ่มที่ฟังอยู่จำต้องรีบเสนอ “ถ้าอย่างงั้นพวกเราจะช่วยหา...”

 

“ไม่ต้อง นี่เรือผม ผมมีคนของตัวเองจัดการได้” เขาปล่อยให้คนนอกมารู้ไม่ได้ว่าสาเหตุอะไรถึงมีคนบุกรุกขึ้นมาบนเรือเขา เมื่อสาเหตุที่ว่าคงไม่พ้นร่างบางของสาวไต้หวันที่อยู่ในห้องเคบินส่วนตัวของตนยามนี้

 

“และเพื่อความสบายใจผมจะเลทเวลาออกเรือไปอีกครึ่งชั่วโมง และจะส่งตัวผู้หญิงคนนี้คืนก่อนเรือออกจากท่า” เดนิสให้คำมั่นอย่างหนักแน่นอีกครั้งเมื่อยังเห็นความกังวลบนใบหน้าของคู่สนทนา แต่ก็ไม่วายยื่นเงื่อนไข “แต่คนร้ายผมจะจับตัวไว้ก่อน เพราะเมื่อเจ้านั้นอยู่บนเรือของอังกฤษแล้ว ก็หมายถึงอยู่ใต้กฎหมายของอังกฤษ ไม่ใช่ฮ่องกง”    

 

“แต่...”

 

ร่างสูงสง่าไม่สนการประท้วงของนายตำรวจตรงหน้าอีก และปล่อยให้ลูกน้องที่เหลือกันทางไว้ ส่วนเขาก็พยุงหญิงสาวที่บาดเจ็บไปบนเรือขนส่งสินค้าลำใหญ่อย่างไม่ให้เสียเวลา

 

ในขณะคนที่ถูกเขาพาตัวขึ้นมานั้นไม่มีอาการขัดขืนนัก ซึ่งเดนิสเดาว่ามันคงเป็นเพราะเธอยังช็อกกับการถูกทำร้ายอยู่ ซึ่งเมื่อถึงดาดฟ้าเรือ ร่างสูงใหญ่ก็ส่งเธอให้ลูกน้องประคองตัวแทน ส่วนตัวเองก็เดินนำหน้าไปยังห้องเคบินชั้นล่างซึ่งเป็นห้องที่มีชุดโต๊ะและเก้าอี้สำหรับหกคนนั่ง คล้ายเป็นห้องครัวง่ายๆ ที่มีแค่อาหารหลักเป็นกาแฟ และพวกของแห้งอีกเล็กน้อย เธอเดาว่าคงเป็นห้องพักจิบกาแฟสำหรับกัปตันเรือไม่ก็พวกต้นหนเรือ
 

อาคันตุกะแปลกหน้าถูกวางตัวไว้บนเก้าอี้เหล็กหน้าโต๊ะตัวใหญ่ ก่อนร่างสูงสง่าของเดนีสจะก้าวมายืนฝั่งตรงกันข้าม เพื่อให้ตนเผชิญหน้าหญิงสาวได้ถนัดตา ก่อนเอ่ยขึ้นว่า

 

ช่วยเปิดหน้าให้ฉันดูหน่อย

 

เธอดูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จนชายหนุ่มต้องเอ่ยขึ้นใหม่เสียงอ่อนลง ฉันไม่ได้จะทำอะไร แค่อยากเห็นหน้าเธอเพื่อกันปัญหาอะไรนิดหน่อย

 

คนบาดเจ็บที่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จาบนเก้าอี้ยังคงไม่ขยับตามคำขอราวไม่กล้า ซึ่งชายหนุ่มตรงหน้าก็ยังใจเย็นพอที่จะไม่บังคับให้ทำเดี๋ยวนั้น แม้พอจะดูออกว่าเขารำคาญตนอยู่บ้าง ทว่าไม่นานเธอก็เริ่มยกมือขึ้นช้าๆ ก่อนค่อยๆ เสยเส้นผมสีดำยุ่งเยิงนั้นขึ้นจนเผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนไว้...

 

นัยน์ตาสีฟ้าต้องหรี่ลงพินิจหญิงสาวที่ดูน่าจะอายุน้อยกว่าเขาหลายปี อาจจะพอๆ กับไป๋ซิง ที่ยามนี้บนใบหน้าธรรมดาที่ไม่ได้น่ามอง เหมือนจะดูแย่ลงไปอีก เมื่อมีรอยช้ำหราอยู่ที่มุมปากขวาพร้อมเลือดสดๆ ที่ยังเลอะอยู่ และเลยไปถึงแก้มเสี้ยวหนึ่ง ขณะตาซ้ายก็มีสีคล้ำแดงออกเขียวไม่ต่างกัน แถมยังเริ่มบวมจนหนังตาแทบปิดมิดทำให้ดูไม่ออกว่าหน้าจริงๆ เป็นยังไง กระนั้นก็สั่งให้ลูกน้องเอาผ้าชุบน้ำ กับน้ำแข็งมาให้เธอประคบเพราะมันดูเจ็บไม่น้อยเลย

 

ทำไมเขาถึงทำกับเธอแบบนั้นเดนีสยังถามขึ้นต่อ

 

ฉัน... ไม่รู้เธองึมงำตอบ ก่อนว่าขึ้นใหม่เสียงแผ่วไม่เปลี่ยนเหมือนคนสะลึมสะลือ ฉันแค่หลงเข้ามาที่นี่ แล้วอยู่ๆ หมอนั้นก็เข้ามาทำร้าย... ก่อนสลบไปฉันจำได้แค่ว่าเขางึมงำว่าไป๋ซิงออกมา และเห็นลางๆ ว่าเขาขึ้นมาบนเรือนี่... ฉันไม่ใช่คนแถวนี้”

 

คำตอบว่าฉันไม่ใช่คนแถวนี้เหมือนจะเป็นการปิดคำถามของเขาว่าเธอหลงเข้ามาที่นี่ได้ยังไงได้ทันที

 

“งั้นเธอชื่ออะไร”

 

เป็นอีกครั้งที่ฝ่ายตรงกันข้ามเงียบไปเล็กน้อย และไม่นานถึงตอบอ้อมแอ้มกลับมา “เฉิน... เอ็มม่า เฉิน”

 

ได้... นาคยอมรับเลยว่ามันเป็นการผสมชื่อที่ห่วยแตกที่สุด

 

โอเค เอ็มม่า... พอจะจำอะไรเกี่ยวกับคนที่ทำร้ายเธอได้บ้างไหม ชายชาวอังกฤษยังถามต่อแม้รู้สึกว่าคนตรงหน้าต้องการพักผ่อนมากกว่าการถูกซักไซ้แบบนี้ หากเขาเองก็ปล่อยให้เจ้าศัตรูในเงามืดมาทำให้งานเขาเสียไม่ได้อีก... แต่จะว่าไป ไอ้คนที่กล้าต่อยหน้าผู้หญิงได้ก็คงไม่ใช่คนดีเท่าไหร่นักหรอก แล้วที่มันเป็นฝ่ายโทรแจ้งตำรวจเองก็คงกะถ่วงเวลาเขาเพื่อช่วยไป๋ซิงด้วย... ผู้หญิงตรงหน้าคงอาจมาเห็นเจ้านั่นพอดี เลยถูกทำร้ายแบบนี้

 

ครั้งนี้ร่างที่ดูครึ่งหลับครึ่งตื่นเหมือนยังไม่ได้สติเต็มร้อยพยักใบหน้าช้ำๆ นั่นเล็กน้อย พอ... จะได้ จบคำก็ปรายนัยน์ตามองไปยังบอดี้การ์ดรอบตัวของเดนิส และว่าขึ้นใหม่ เขาใส่ชุดเหมือนคนของคุณ

 

แบบพวกบอดี้การ์ดงั้นเหรอเสียวทุ้มต่ำย้ำให้แน่ใจ

 

หญิงสาวพยักหน้ารับเบาๆ ทำให้เดนีสต้องตวัดนัยน์ตาคมดุไล่มองหน้าบอดี้การ์ดรอบตัวตนเอง ซึ่งพวกเขามีอาการกระสับกระส่ายไปตามๆ กันเมื่ออยู่ๆ เรื่องก็พาลมาถูกพวกตนซะเฉยๆ หากทว่าผู้หญิงคนเดียวในห้องก็เอ่ยขัดบรรยาการมาคุขึ้นเสียก่อนว่า แต่ไม่ใช่พวกเขา... ฉันไม่คุ้นหน้าเลยเธอหยุดเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาใคร่รู้เหมือนเด็กขี้สงสัย พลางถาม “ใครคือ... ไป๋ซิง”

 

คำถามนั้นทำให้ชายหนุ่มชาวอังกฤษเงียบไปครู่ ก่อนตอบด้วยเสียงที่ติดห้วนเล็กน้อย “นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องรู้”

 

คนถามเหมือนนิ่งไปทันทีที่โดนนัยน์ตาสีฟ้าคมส่งความไม่ชอบใจมา หากไม่นานเจ้าหล่อนกลับถามขึ้นใหม่แบบคนไม่มั่นใจตัวเองว่า “แต่ถ้าคนที่ทำร้ายฉันกำลังตามหาคนที่ชื่อไป๋ซิง... เขาก็น่าจะไปในที่ที่ไป๋ซิงอยู่รึเปล่า”

 

ใบหน้าคมเข้มเกร็งหัวคิ้วแน่นทันใดเมื่อคำถามนั่นทำให้ตนสะกิดเรื่องนี้ได้ เขาตวัดตัวออกไปทันที พร้อมออกคำสั่งให้ลูกน้องตนพาหญิงสาวแปลกหน้านั้นตามพวกตนไปด้วย และไม่นานเดนิสและลูกน้องของเขาก็มาถึงห้องพักใหญ่ ซึ่งมีบอดี้การ์ดยืนเฝ้าอยู่ถึงห้าซีวิต

 

ใช่... เขาพาเธอมาถึงตัวไป๋ซิงอย่างง่ายดาย... แค่เลือกคำถามมาให้ถูกเท่านั้น เธอก็ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยแรงค้นหาว่าสาวไต้หวันอยู่ที่ไหนบนเรือลำใหญ่นี้ เหมือนที่ไม่ต้องทำตัวเป็นขโมยแอบขึ้นเรืออย่างลับๆ ล่อๆ และเสี่ยงโดนจับตัวได้ แต่เดินขึ้นมาในฐานะผู้เคราะห์ร้ายที่น่าเห็นใจโดยเจ้าของเรือเป็นผู้เชิญเธอขึ้นมาด้วยตัวเอง

 

ที่เหลือก็แค่ไปให้ถึงตัวไป๋ซิงเท่านั้น ...

 

แล้วตรงนี้มีไหมร่างสูงสง่าหันมาถามเสียงเครียด

 

นัยน์ตาสีดำที่เหลือเพียงข้างปรายมองประตูห้องเคบินชั้นบนที่ถูกปิดสนิท และมีคนเฝ้าแน่นหนา ทว่าการเงียบไปนานของหญิงสาวตรงหน้าก็ทำให้เดนีสต้องถามซ้ำเสียงหนักขึ้น

 

ฉันถามว่ามีมันอยู่ที่นี่ไหม

 

เธอต้องหันกลับมาสำรวจบอดี้การ์ดห้าชีวิตที่เฝ้าอยู่หน้าห้องเล็กน้อย พวกเขายังคงวางท่าทางนิ่งเฉียบสมเป็นคนอารักขาแม้คงกำลังตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงมีหญิงสาวแปลกหน้าสภาพบอบช้ำโผล่มาที่นี่ ซ้ำยังเหมือนมาตามหาใครในหมู่พวกเขา และซีอีโอหนุ่มยังให้การร่วมมือด้วยอย่างน่าแปลกใจ

 

หากไม่นานเธอกลับสายหน้าช้าๆ อีกครั้ง ซึ่งนั่นทำให้เดนิสเริ่มขมวดคิ้วยุ่ง เพราะเหมือนพยานที่อุตส่าห์พาขึ้นเรือมาจะช่วยอะไรไม่ได้สักอย่างเลย แถมทำให้เขาเสียเวลามากขึ้นอีกด้วย

 

เธอแน่ใจว่าจำหน้ามันได้แน่นะ ร่างสูงสง่าหันมาถามเสียงเข้มขึ้นชัดเจน แสดงความหงุดหงิดกับการต้องมายืนทนหญิงสาวหน้าบวมช้ำตรงหน้า แทนที่เวลานี้เขาควรจะได้อยู่กับเจ้าของร่างบอบบางแสนสวยในห้องของตน... แม้จะรู้ดีว่าเธอไม่น่าจะมีพิษมีภัยเพราะเป็นแค่ผู้หญิงคนเดียว ซ้ำตอนที่ประคองตัวขึ้นเรือมา เขาก็รับรู้ได้ว่าบนตัวเธอไม่มีอาวุธ อะไรสักชิ้น ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์มือถือด้วยซ้ำไป

 

“เรียกลูกเรือทั้งหมดและกัปตันมา ฉันจะเริ่มถามทีละคนแทน และไปตามนายยามเรือจอดมาด้วย” ซีอีโอหนุ่มเลือกเปลี่ยนวิธีการเมื่อคิดว่าคงไร้ประโยชน์ที่จะได้อะไรจากพยาน และเตรียมจะให้คนส่งสาวเอเชียตรงหน้าลงท่าเรือไปให้จบเรื่อง ทว่าเมื่อเขาก้าวผ่านร่างของเธอไป เสียงกระซิบแผ่วจากคนตัวเล็กกว่าก็เอ่ยขึ้น

 

ฉัน... ได้ยินเสียงบางอย่างในนั้น

 

เดนิสตวัดสายตาลงมองหญิงสาวใบหน้าบวมช้ำทันใด พร้อมขมวดคิ้วเรียวเข้มของตนพลันกับถ้อยคำปุบปับนั่น

 

ได้ยินเสียงบางอย่างในนั้นความว่ายังไง...

 

“แต่ฉันไม่ได้ยินอะไรในนั้น” เดนิสแย้ง

 

ในห้องนั่นมีใครอยู่บ้างทว่าเจ้าของนัยน์ตาสีดำที่เหลือเพียงข้างเดียวกลับถามมาอีก พร้อมจ้องนัยน์ตาสีฟ้าของเขาด้วยแววจริงจัง ซ้ำยังมีความกังวลปะปนมาด้วย ก่อนสำทับอย่างมั่นใจ “ฉันได้ยินเสียงในนั้นจริงๆ”

 

ซีอีโอหนุ่มต้องปรายนัยน์ตาคมไปมองที่ประตูของห้องเคบินตน ไป๋ซิงยังสลบอยู่ ดังนั้นเธอไม่น่าจะทำเสียงอะไรได้ แล้วเด็กตรงหน้าได้ยินเสียงจากอะไร... เพียงคิดถึงตรงนั้น เขาก็บอกให้ลูกน้องเปิดประตูห้องทันใด ก่อนก้าวพรวดไปสำรวจภายในโดยให้เพียงลูกน้องสองคนตามเข้ามา ส่วนที่เหลือถูกสั่งให้เฝ้าคนแปลกหน้าไว้

 

ประตูเปิดแล้ว... นาคหรี่นัยน์ตาลงมองตามร่างสูงสง่าและบอดี้การ์ดร่างใหญ่อีกสองคนที่หายเข้าไปในห้อง... และแน่นอนละว่ามันไม่มีใครอยู่ในนั้นนอกจากสาวไต้หวันที่เขาจับตัวมา... เสียงที่เธอบอกว่าได้ยินน่ะ โกหกทั้งเพ

 

ก็แค่ต้องการให้ประตูห้องนี้เปิดก็เท่านั้นแหละ

 

และเมื่อเดนิสย้อนกลับออกมาเมื่อไม่เจออะไร หญิงสาวที่ถูกคุมตัวอยู่ก็เอ่ยขึ้นทันทีว่า เขาไม่ได้อยู่ในลูกน้องคุณตอนนี้... อาจหนีไปส่วนอื่นของเรือแล้วก็ได้ เป็นผู้ชายสูงประมาณหกฟุต ผมสีน้ำตาลเข้ม ตัวค่อนข้างผอม

 

เดนิสเข้าใจสิ่งที่เธอบอกทันทีว่ามันหมายถึงคนร้ายที่เขากำลังตามหาอยู่ แต่กระนั้นชายหนุ่มก็แย้งกลับว่า

 

 ฉันไม่มีลูกน้องแบบนั้น เดนีสะกิดใจกับลักษณะที่เธอบอก เพราะถ้าคนร้ายเป็นหนึ่งในลูกน้องเขาจริง เขาต้องจำรูปร่างคร่าวๆ ได้

 

ทว่าหญิงสาวก็ตอบว่า งั้นก็แสดงว่าเขาไม่ใช่ลูกน้องคุณ แต่เป็นคนอื่นที่แฝงตัวเข้ามา

 

ใช่... และคำตอบนั้นของเธอก็ไม่ผิดเช่นกัน

 

และก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยอะไรอีก คนบาดเจ็บก็กล่าวอย่างกล้าๆ กลัวๆ ขึ้นใหม่อีกว่า “คุณให้ฉันซ่อนในห้องนี้ก่อนได้ไหม... มันดูปลอดภัยที่สุดในเรือ” ว่าพร้อมชะเง้อหน้าเข้าไป เพื่อยืนยันว่าตนอยากอยู่ในนี้จริงๆ ก่อนสำทับด้วยน้ำเสียงแผ่ว “ฉันไม่อยากถูกทำร้ายอีก”

 

“ห้องนี้ไม่ได้ ฉันจะส่งตัวเธอกลับลงไป” เดนิสปฏิเสธอย่างไม่ต้องคิด และพยักหน้าให้ลูกน้องตนมาพาตัวพยานไปส่ง

 

“แล้วใครจะยืนยันว่าคุณจับถูกคน” หากหญิงสาวกลับโพล่งแย้งขึ้นก่อน พลางรีบพูดด้วยท่าทางลนลานนิดๆ “ฉันอยากช่วยจริงๆ เพราะไม่อยากถูกทำร้ายฟรีเหมือนกัน... หรือว่ามีอะไรที่ไม่ดีในห้องนี้เหรอคะ”

 

คำถามท่อนท้ายพร้อมแววตาสงสัยทำให้ใบหน้าคมงดงามต้องชักหัวคิ้วชนกันฉับพลัน เพราะมันราวกับจงใจจี้ใจดำความผิดเขาที่กำลังพาร่างบอบบางออกนอกประเทศโดยไร้เอกสารเดินทางใดๆ... ถ้าไม่เห็นว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่บาดเจ็บ เขาคงคิดว่าเธอจงใจตั้งคำถามนี้เพื่อลองเชิงเขาไปแล้ว 

 

“นี่เป็นแค่ห้องส่วนตัวฉัน” ชายหนุ่มชาวอังกฤษตอบห้วนหลังชะงักไปครู่ และเริ่มส่งสายตาไม่สบอารมณ์มาให้หญิงสาวที่คล้ายจะเป็นตัวปัญหาขึ้นมา
 

แต่เธอก็ยังเหมือนไม่สนใจสายตาไม่ชอบใจของเขา แถมยังสำทับมาด้วยว่า “งั้นมันก็เป็นส่วนที่ปลอดภัยที่สุดใช่ไหม... ฉันสัญญาว่าจะรออยู่เฉยๆ ไม่แตะของอะไรในนั้น ฉันแค่อยากรู้สึกปลอดภัยที่สุดเท่านั้นเองตอนพวกคุณไปตามหาคนร้าย”

 

เธอพยายามอ้อนวอนอย่างจริงจัง แม้เขาจะไม่ได้รู้สึกใจอ่อนตาม แต่พอมาคิดว่าหากปฏิเสธไป เธออาจสงสัยได้ว่าทำไม และคงไม่ใช่เรื่องดีถ้าเธอเริ่มตั้งข้อสงสัยว่าเขาซ่อนอะไรไว้ในห้องนี้ แถมเจ้าหล่อนก็ดูแสนธรรมดา บนตัวก็ไม่มีอะไรสักอย่างที่จะสร้างปัญหาได้ และเขาเองก็ยังต้องการพยานยืนยันว่าจับถูกคน... การคิดสะระตะอยู่ครู่หนึ่งทำให้ซีอีโอหนุ่มต้องลอบระบายลมหายใจแผ่ว ก่อนตัดสินใจบอกกับคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนักว่า   

 

“อย่าเข้าไปในห้องนอนข้างในเด็ดขาด... คนของฉันพักผ่อนอยู่”

 

“ค่ะ ขอบคุณมาก” เธอรับคำทันทีอย่างกระตือรือร้น ก่อนเดินเข้าไปภายในเมื่อร่างสูงสง่าอนุญาต

 

หากก่อนท่านประธานคาเว่นคอร์ปอเรชั่นจะหมุนตัวหันหลังออกไป เขาก็มองข้ามไหล่มาพูดว่า อยากจะล็อกประตูจากข้างในก็เรื่องของเธอ... เพราะมันไม่มีความหมายถ้าฉันจะพังเข้าไปหากเกิดอะไรขึ้น และลูกน้องฉันก็จะเฝ้าอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนทั้งนั้น

 

คำขู่ทิ้งท้ายทำให้หญิงสาวต้องมองตามแผ่นหลังกว้าง กระนั้นก็ไม่มีกิริยาอะไรโต้ตอบ และก่อนที่เดนีสจะก้าวเดินลงบันไดเขาก็อดจะหันไปจับจ้องหญิงสาวปริศนาอีกครั้งไม่ได้ พลันหัวคิ้วต้องชนกันเล็กน้อยยามที่เห็นว่าก่อนบานประตูจะค่อยๆ ปิดลงบดบังใบหน้าที่บวมช้ำไปครึ่งหนึ่ง นัยน์ตาสีดำที่มองโต้ตอบเขามานั่นมันช่างคุ้นเคยราวเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...

 

ซึ่งทันทีที่ประตูตรงหน้าปิดลง ร่างที่ดูสะลึมสะลือกลับตวัดตัวสำรวจภายในห้องชุดกว้างขวางทันใดโดยไม่หลงเหลืออาการมึนเบลออย่างตอนแรกเลย เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง ก่อนตรงดิ่งไปยังประตูห้องที่น่าจะเป็นห้องนอน และรู้สึกขอบคุณเจ้าของห้องที่ไม่ได้ล็อกมันไว้อีกชั้น

 

เมื่อก้าวเข้ามาในห้องนอนนั่นแล้ว นัยน์ตาสีดำก็เห็นร่างบอบบางของไป๋ซิงนอนหลับอยู่ที่กลางเตียง ก่อนเธอจะรีบวิ่งกึ่งเดินมาสำรวจสภาพของหญิงสาวแสนสวย  และตวัดนัยน์ตามองหน้าต่างกระจกที่เวลานี้เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืน พร้อมแสงดาวมากมายที่ส่องประกายสวยงาม พลางก้มมามองใบหน้าสวยหวานที่ยังหลับตาพริ้มอยู่อีกครั้ง...



                                                                   ***********************


 

 

เพล้ง!

 

          ไม่ถึงยี่สิบนาทีที่เดนิสและบอดี้การ์ดส่วนหนึ่งออกห่างจากห้องพักเพื่อไปตามหาคนร้ายตามคำบอกเล่าของพยานเสียงกระจกแตกในห้องเจ้านายของพวกตนก็ดังออกมา จนทำให้เหล่าสูทดำห้าชีวิตต้องรีบวิ่งเข้าไปดูอย่างรวดเร็ว ก่อนพวกเขาจะเห็นว่ากระจกหน้าต่างในห้องเจ้านายของตนโดนเก้าอี้ทุบจนแตก พร้อมมีผ้าปูที่นอนซึ่งผูกเป็นปมจนยาวเหมือนเชือกมัดติดอยู่กับขาตู้เสื้อผ้า และพาดลงไปนอกหน้าต่างด้านนอก ซ้ำร่างของหยาง ไป๋ซิง และหญิงสาวที่บาดเจ็บก็ไม่อยู่ในห้องแล้ว

 

            “ติดต่อคุณคาเว่นเดี๋ยวนี้ว่าผู้หญิงสองคนหนีไปแล้ว ทีเหลือไล่ตามไป!หนึ่งในบอดี้การ์ดออกคำสั่งกับคนอื่น ก่อนพวกเขาจะแยกย้ายวิ่งออกจากห้องกว้าง เพื่อตามหาคนสองคนในจุดที่พวกเธอน่าจะไต่ลงไป

 

                        หากไม่นานที่ภายในห้องกลับมาสงบอีกครั้ง ร่างสองร่างที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงกลับค่อยๆ คลานออกมา แทนที่จะหนีไปทางหน้าต่างอย่างที่ควรเป็น          
 

รีบวิ่งเลยนาคหันกลับมาบอกร่างบอบบางที่มีแววหวาดกลัวหลังจากหลุดออกมาจากใต้เตียงได้ทั้งตัวแล้ว แต่เธอก็พยักหน้ารับ ซึ่งคนออกคำสั่งก็ไม่รอให้ไป๋ซิงเตรียมตัวมากนัก และคว้าขอมือของร่างบางพร้อมวิ่งพรวดออกไปทันใด

 

เธอพุ่งตัวไปด้านนอกโดยไม่สนว่าใครจะเห็นอีก เพราะแค่ได้ตัวหญิงสาวร่างบางมาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรแล้ว

 

ไป๋ซิงที่วิ่งตามยังคงมึนๆ เบลอๆ เมื่อเพิ่งโดนปลุกให้ตื่นได้ไม่นาน แล้วต้องมารับรู้ว่าตนถูกลักพาตัวอีกครั้ง และถูกคนตรงหน้าตามมาช่วยเป็นครั้งที่สอง แม้ว่าตอนที่เห็นหน้าบวมช้ำนั่นครั้งแรกเธอจะต้องเค้นความทรงจำของตนว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นใคร แต่เธอไม่ลังเลเลยที่จะเชื่อ ยิ่งมาเห็นว่าตนอยู่บนเรือที่ไหนไม่รู้ทุกอย่างก็ยิ่งกระจ่างชัด

 

หากยังไม่ทันที่จะไปถึงทางลงของเรือลำใหญ่ พวกเธอก็ต้องหยุดฝีเท้าฉับพลันจนไป๋ซิงที่ถูกลากตัววิ่งมาเกือบสะดุดล้ม เมื่อมาเจอกับร่างสูงสง่าที่เป็นฝ่ายย่างสามขุมมาดักตรงหน้าของผู้หญิงสองคนไว้ พร้อมปืนและลูกน้องหลายคนด้านหลังที่มีอาวุธครบมือ

 

นัยน์ตาสีฟ้าวาวโรจน์จ้องเขม็งที่หญิงสาวบาดเจ็บแปลกหน้าอย่างเหี้ยมเกรียม สายลมที่พัดต้องเส้นผมสีทองสว่างจนโบกสบัด และกลิ่นไอทะเลไม่ช่วยให้เดนิส เจมส์ คาเว่นรู้สึกสงบลงเลยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า

 

                        คำรายงานผ่านมือถือจากบอดิการ์ดที่เฝ้าหน้าห้องตนทำให้ท่านประธานใหญ่แหงคาเว่นคอร์ปอเรชั่นแทบปาอุปกรณ์สื่อสารในมือตนทิ้งกับเรื่องของคนที่เขาพาขึ้นเรือมาด้วยความตั้งใจของตัวเอง เพราะคิดว่าเธอคือพยานปากสำคัญที่จะช่วยจับตัวเจ้าศัตรูในเงามืดนั่น หากกลับกลายเป็นตัวเธอเองที่เป็นเจ้าฮีโร่ปริศนาที่เป็นคนช่วยไป๋ซิงไปต่อหน้าต่อตาเขา

 

คนตรงหน้ากล้าลองดีกับเขาขนาดนี้ถึงสองครั้ง!

 

มือเรียวแข็งแรงยกอาวุธในมือขึ้นเล็งไปที่ตัวปัญหาทันใด จนไป๋ซิงต้องสะดุ้งตัว และหลบไปยังด้านหลังของนาคด้วยสีหน้าซีดเผือดอย่างรวดเร็ว... ยามนี้พวกเธอถูกจับตัวได้แล้ว คงไม่มีทางที่จะหนีรอดได้แน่นอน

 

เธอเป็นใครกันแน่!” เดนีสต้องขบกรามแน่นกับหญิงสาวแปลกหน้าที่เห็นยามแรกว่าเป็นเพียงคนบาดเจ็บไม่ค่อยมีสติ หากแต่ตอนนี้เธอกลับไม่มีอาการของคนที่เลอะเลือนจากพิษบาดแผลแม้แต่น้อย ซ้ำยังเอาร่างบอบบางของไป๋ซิงไปซ่อนไว้ด้านหลังตน

 

ไม่รู้ว่าเธอตามเขาถึงท่าเรือนี่ได้ยังไงตั้งแต่ต้น ทั้งที่เขาแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครไล่ตามรถของตนมาแน่ๆ  

 

มีไม่กี่วิธีหรอกที่นายจะพาไป๋ซิงออกจากฮ่องกงได้... และรู้ไหมว่า Maybach 62 ของ นายมันเตะตา คำพูดนั้นทำให้ชายหนุ่มชาวอังกฤษรู้ทันทีว่าเธออ่านสีหน้าตนออก ซ้ำหญิงสาวยังสำทับด้วยว่า นายไม่ควรใช้รถเด่นเกินไปถ้าจะทำอะไร... แย่ๆ

 

เดนิสต้องขบกรามแน่น เขาเตรียมตะคอกถามว่าคนตรงหน้าเป็นใครอีกครั้ง หากเมื่อได้สบนัยน์ตาสีดำอย่างชัดเจน และทบทวนความทรงจำใหม่กับเสี้ยวหน้าที่ไม่เสียหายของเธอ แม้มันเลือนลางและต้องใช้เวลาเพ่งพินิจอยู่นานพอควร แต่คำตอบบางอย่างก็ผุดแทรกขึ้นมาจนร่างสูงสง่าต้องเป็นฝ่ายอึ้งค้างไปอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้า

 

เป็น... ไป... ไม่ได้ ชายหนุ่มชาวอังกฤษครางขึ้นในลำคอพร้อมเปิดนัยน์ตาสีฟ้ากว้างมองศัตรูอย่างตกตะลึง ก่อนชักหัวคิ้วเรียวแน่น ก่อนว่าขึ้นเสียงกร้าว เธอตายไปแล้ว!

 

ผู้หญิงตรงหน้าคือคนที่ถูกนักฆ่าฆ่า และตายไปแล้วเมื่อสองเดือนก่อน... เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะอยู่ที่นี่... เรื่องนี่ต้องมีบางอย่างผิดพลาด!

 

งั้นก็ถือซะว่าฉันเป็นแค่ผีบนเรือลำนี้ แล้วช่วยปล่อยไปด้วยก็แล้วกัน นาคว่าต่อทันใด พร้อมค่อยๆ ก้าวถอยหลังเล็กน้อย ขณะไป๋ซิงเกาะแขนของเธอแน่นอย่างหวาดกลัว โดยเฉพาะอาวุธสีดำจากมือเรียวแข็งแรงของเดนิสที่จ่อตรงมา

 

เธอคิดว่าจะหนีไปจากนี้ได้ยังไงทั้งที่ไม่มีแม้แต่อาวุธ ร่างสูงสง่าปรับอารมณ์กลับมาให้นิ่งสงบอีกครั้ง แม้จะยังคงมีคำถามมากมายว่าหญิงสาวตรงหน้ารอดออกมาได้ยังไง และทำไมถึงอยู่ที่นี่ ทำไมถึงมาช่วยไป๋ซิงต่อหน้าเขาถึงสองครั้งสองคราแบบนี้...  หากตอนนี้เขาไม่คิดตั้งคำถาม เมื่อครั้งนี้เจ้าหล่อนจะไม่มีทางทำมันสำเร็จแน่ คิดว่าจะหนีไปได้ยังไงทั้งที่ไม่มีอะไรในมือเลยเว้นหญิงสาวที่ชื่อหยาง ไป๋ซิง

 

หากนาคกลับยืดตัวตรงมากขึ้นพร้อมคำตอบมั่นใจว่า ได้สิ” นัยน์ตาสีดำนั้นไร้รอยหวาดหวั่นจนอีกฝ่ายหงุดหงิดมากขึ้น ก่อนเธอจะกล่าวขึ้นใหม่ นายคงไม่ลืมว่าฉันขึ้นเรือลำนี้มาในฐานะของผู้หญิงที่ถูกทำร้าย และนายสัญญาว่าจะพาฉันไปส่งอย่างปลอดภัยกับนายตำรวจสามคน... หวังว่านายคงไม่ได้คิดจะออกจากฮ่องกงในฐานะฆาตกรหรือผู้ร้ายลักพาตัวหรอกใช่ไหม... ยังไงอำนาจในฮ่องกงของนายก็มีไม่พอปิดปากตำรวจที่นี่ทุกนาย

 

ใช่... เพราะแบบนี้เธอถึงไม่กังวลว่าใครจะเจอ หลังตนได้ตัวไป๋ซิงมาแล้ว... เธอมีเกราะกำบังตั้งแต่แรกแล้ว

 

                        เดนิสกำมือเกร็งแน่นทันใดพร้อมคำตอบทั้งหมดของเรื่องที่ว่าทำไมตำรวจถึงถูกเรียกมา ทำไมเธอถึงถูกทำร้าย ทำไมถึงยอมขึ้นเรือเขามาได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีทั้งอาวุธหรือเครื่องมือ สื่อสารใดๆ ทั้งสิ้น... เพราะของพวกนั้นไม่ได้จำเป็นเลย... ไม่จำเป็นแม้แต่นิดเดียว

 

                        ตำรวจพวกนั้นไม่ได้ถูกเรียกมาเพื่อถ่วงเวลาเขา แต่มีไว้เป็นเกราะป้องกันหญิงสาวตรงหน้าที่จะเดินขึ้นมาพาตัวไป๋ซิงไปอย่างง่ายดาย  เธอจงใจบาดเจ็บเพราะป้องกันไม่ให้เขาจำหน้าได้ตั้งแต่แรกและให้มีสาเหตุอ้างเรื่องศัตรูปลอมๆ ของเขาทำร้ายเพื่อหลอกให้เขาเอาตัวเธอขึ้นเรือมาด้วยความตั้งใจของตัวเขาเอง ซ้ำใช้คำถามของตนหลอกล่อให้เขาพาตนมาถึงตัวเป้าหมายอย่างเรียบเนียนด้วย

 

ความเดือดดาลเมื่อรู้ความจริงทั้งหมดพุ่งสูงจนแทบทะลุเพดานอารมณ์กับการถูกหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าตลบหลังโดยที่เธอไม่มีอะไรบนตัวเลยแม้แต่ปืนสักกระบอก ทว่ากลับทำทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด มือเรียวแข็งแรงกำด้ามปืนในมือแน่น โทสะที่โหมเริ่มไม่สนใจเหตุผลและเดินตรงดิ่งเข้าหาร่างของนาคที่ยืนนิ่งอยู่ พร้อมปืนในมือก็กดลงบนกลางหน้าผากของเธอทันใด ซึ่งนั่นทำให้ร่างบอบบางของไป๋ซิง ผละถอยเท้าไปด้านหลัง ออกห่างจากตัวนาคด้วยร่างกายที่สั่งเทาอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่สวยเปิดกว้างอย่างหวาดกลัวชายหนุ่มชาวอังกฤษ เมื่อบัดนี้ใบหน้าหล่อเหลาซึ่งมีส่วนคล้ายหลานเซ่อนั่นช่างน่าหวาดหวั่นราวปีศาจร้าย 
 

 งั้นผีอย่างเธอก็ควรตายไปซะให้จบเรื่อง คิดว่าแค่ตำรวจสามคนฉันหาทางจัดการไม่ได้รึไง เสียงทุ้มต่ำคำรามรอดไรฟันอย่างเหลืออด เขาไม่เคยโดนใครจับเดินเหมือนตัวหมากแบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะกับคนที่ดูไม่มีค่าอะไรเลยเช่นหญิงสาวคนนี้

 

“ก็ไม่ได้น่ะสิ” นาคสวนกลับอย่างนิ่งเฉียบ และยังคงไม่ขยับหนีแม้ปากกระบอกสีเข้มจะกดลึกบนผิว ขณะเอ่ยขึ้นใหม่ว่า เพราะผีอย่างฉันลืมบอกนายว่า ที่ท่าเรือนี่ ไม่ได้มีแค่นายตำรวจสามคนที่รอฉันอยู่ แต่มีตัวช่วยที่ถ่ายทั้งภาพ และคลิปวิดีโอของเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่นายพาฉันขึ้นเรือนี้อยู่ด้วยอีกคน นายคงไม่คิดว่าฉันจะต่อยหน้าตัวเองได้ขนาดนี้หรอกใช่ไหม ถ้าไม่มีใครช่วย” นาคหยั่งเชิงกลับ พร้อมเชิดหน้าขึ้นนิดๆ ให้เห็นรอยแผลบนใบหน้าบวมช้ำ เพื่อยืนยันคำพูดของตนว่าจริงทุกประการ “ดังนั้นถึงไม่มีนายตำรวจสามคนนี้ แต่หลักฐานที่จะมัดตัวว่านายฆ่าผู้หญิงบาดเจ็บบนเรือของนายก็ยังคงอยู่ หรืออย่างน้อยถ้าภาพหรือคลิปในเหตุการณ์วันนี้แพร่ออกไป คนอื่นก็ต้องสงสัยว่าทำไมซีอีโอแห่งคาเว่นคอร์ปอเรชั่นไม่ส่งตัวสาวฮ่องกงกลับมาที่ท่าเรือ... เธอหายไปไหน เขาทำอะไรกับเธอ นายตำรวจอีกสามคนทำอะไรอยู่... ฉันว่านายคงไม่อยากเสียชื่อเสียง หรือหาเรื่องวุ่นวายใส่ตัวเองตอนที่มีเรื่องมันยุ่งยากอยู่แล้วแบบนี้หรอกใช่ไหม”

 

“เธอ!...”

 

“ที่สำคัญเพื่อนฉันพร้อมจะติดต่อฉายหงกรุ๊ปให้ตรงดิ่งมาที่เรือของนายเสมอ ถ้าฉันไม่ลงไปที่ท่าเรือตามเวลาที่กำหนดไว้... นายอาจรอดปลอดภัยบนเรือลำนี้ แต่ลูกน้องนายคนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่บนเรือ คงไม่ได้ปลอดภัยไปกับนายด้วย... หวังว่านายคงไม่คิดเอาชีวิตคนบริสุทธิ์มาทิ้งไปเปล่าๆ หรอกนะ

 

ถ้อยคำครั้งนี้ทำให้มือเรียวแข็งแรงคลายความเกร็งที่อาวุธตนลงทันใด พร้อมนัยน์ตาสีฟ้าที่มองค้างนิ่งมาทางเธอก็เปิดกว้างขึ้น ก่อนเสียงทุ้มต่ำที่เหมือนยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งจะถามขึ้นตามสัญชาตญาณ “พวกนั้น... รู้แล้ว...”

 

เธอยังจ้องตาสีฟ้านั่นนิ่ง ไม่ได้ตอบ ทว่ากลับเป็นฝ่ายยิงคำถามเสียงหนักขึ้น “แล้วนายก็ควรจะบอกว่าเอามอร์แกนกับแมทธิวไว้ที่ไหน”

 

มือเรียวแข็งแรงที่กำลังกดอาวุธแน่นบนศีรษะของนาค ต้องค่อยๆ ห่างออกไปช้าๆ ตามการก้าวถอยหลังของตน เขาต้องพยายามควบคุมอารมณ์ให้กลับมาสงบลงอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นยามนี้ไม่อาจทำอะไรบุ่มบ่ามได้อีกแล้ว เพราะคำถามจากนาคแสดงชัดว่าเธอประติดประต่อเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดสองเดือนได้เรียบร้อย ใบหน้าคมที่เคยกราดเกรี้ยวกลับมาเหลือเพียงรอยไม่สบอารมณ์ระหว่างหัวคิ้วผสมปนเปด้วยความฉงนและไม่เข้าใจ ก่อนที่เขาจะถามด้วยเสียงคำรามต่ำในลำคอ

 

เธอ... เป็นใครกันแน่แววตาที่ส่งมาหรี่ลงอย่างคาดคั้น ทว่าเขากลับเดาคำตอบแทนอีกฝ่ายเสียเองว่า “ใช่... คนที่ตายไปแล้วที่ชื่อฤทัยนาค... ใช่ไหม”

 

เป็นครั้งแรกที่นาคเงียบไปครู่ ก่อนตอบชัดเจน “ฉัน... ไม่ใช่ฤทัยนาค”

 

“นั่นแปลว่าใช่” เดนิสสวนขึ้นรวดเร็วด้วยแววตาคมกริบดุจเหยี่ยว และการที่เธอไม่ปฏิเสธก็คือคำตอบที่ดี... ดูเหมือนอย่างน้อยเขาก็มีแต้มนำเธออย่างหนึ่ง... หากเขาก็ไม่ได้บีบคั้นอะไรมากกว่านั้น นอกจากลดปืนในมือลง และตัดสินใจเอ่ยว่า “ลงไปซะ”

 

เสียงดุดันที่สั่งมาบ่งชัดว่าร่างสูงสง่ายอมเป็นฝ่ายถอยให้พวกเธอ ข้อต่อรองของเธอประสบผล หากนาคก็ยังคงอยู่ที่เดิมและอดจะย้ำคำถามเก่าของตนไม่ได้ “แล้วเรื่องมอร์แกนกับแมทธิว ถ้านายบอกว่าซ่อนพวกเขาไว้ที่ไหน ฉันรับรองว่าเรื่องนี้จะจบ จะไม่มีความแค้นต่อกันอีก เราจะยุติเรื่องนี้ได้ แค่...”

 

“ฉันไม่รู้!” เสียงเข้มตวาดกร้าวกลับมาทันที และใบหน้าหล่อเหลากลับมาชักหัวคิ้วเรียวชนกันแน่น เขาอุตส่าห์ยอมปล่อยแล้ว แต่ก็ยังถูกคะยั้นคะยอไม่เลิก ทั้งที่เวลานี้เจ้าหล่อนไม่มีสิทธิ์พูดอะไรกับเขาด้วยซ้ำ


 

“ลงไปจากเรือฉันซะ!... เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับเธอ” ชายหนุ่มต้องไล่เสียงเหี้ยมอีกครั้งอย่างใกล้หมดความอดทน

 

หากนาคไม่ได้สนใจเสียงตวาดน่ากลัวนั่น ทว่าสิ่งที่เธอสนคือคำตอบว่า ไม่รู้จากเขาเมื่อครู่ เขาต้องรู้จักแม่ลูกวูลฟ์ และน่าจะรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรกับสองคนนั้น ทว่ากลับตอบว่าไม่รู้ว่าทั้งสองคนถูกซ่อนไว้ไหน มันหมายความว่ายังไง

 

“นายจ้างคนฆ่าฉัน คิดว่ามันจะไม่เกี่ยวได้ยังไง” นาคพยายามเลือกคำถามในหัวเพื่อดึงเรื่องครั้งนี้ต่อ... ขออีกนิด... ขอข้อมูลให้เธออีกสักนิดก็ยังดี นี่เป็นโอกาสเดียวที่มีแล้ว
 

“เธอแค่โดนลูกหลง” เดนิสตอบห้วนราวไม่เห็นว่าเรื่องนี้สำคัญอะไร

 

“ใครบอกนายว่าฉันโดนลูกหลง!” หากนาคกลับเริ่มหรี่นัยน์ตาตนลงบ้าง เธอแทบรู้สึกว่ามือตนกำลังคว้าหางของบางอย่างในความมืดได้ตอนถามเขาอีกครั้งว่า “... มีคนบอกนายว่าฉันโดนลูกหลงใช่ไหม”

 

มีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ใช่ไหมๆ...

 

“ลงไปซะ ก่อนข้อตกลงของเธอมันจะไม่ได้ผล” และเป็นอีกครั้งที่เดนิสต้องไล่หญิงสาวที่ยังทำตัวน่ารำคาญไม่หยุด พร้อมกำปืนในมือแน่นราวเป็นสัญญาณว่าเขาจะเอาจริงหากเธอยังไม่เลิกถามซักไซ้ ทั้งที่สถานการณ์ของเธอไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมาตั้งคำถามเขา

 

ซึ่งจากท่าทางของชายหนุ่มชาวอังกฤษ ก็ทำให้นาคต้องถอนหายใจยาวอย่างปลงอนิจจัง เพราะดูเหมือนเขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอจับตัวอะไรสักอย่างในเงามืดนั่นอีกแล้ว แต่ก่อนที่เธอจะจูงมือไป๋ซิงลงจากเรือลำใหญ่ ใบหน้าธรรมดาก็ไม่วายหันกลับมามองที่ร่างสูงสง่า พร้อมทิ้งคำพูดสุดท้ายว่า “ฉันยังยืนยันว่าตอนนี้เรายังยุติเรื่องทุกอย่างได้”

 

“งั้นฉันก็ยืนยันว่ามันจะไม่ยุติ และเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเธอ... ลงไปจากเรือฉันเดี๋ยวนี้!” เดนิสยังคงฉายความเกลียดชังใส่หญิงสาวตรงหน้าชัดเจน ไร้ท่าทางอ่อนลงกับข้อเสนอ และหากนาคไม่หูฝาดไป เธอได้ยินเขาขบฟันตนเองพูดรอดกระซิบผ่านมาว่า “แค่หลานเซ่อ... กับผู้หญิงคนนั้นเท่านั้น”


                                                               *****************************

 

 

นัยน์ตาสีฟ้าคู่คมงดงามต้องมองไปยังท่าเรือที่มีร่างของหญิงสาวสองคนยืนอยู่และหายไปจากสายตาเรื่อยๆ เมื่อเรือของเขาแล่นออกมาจากท่าทันทีที่คนทั้งสองเอาเท้าเตะพื้นคอนกรีต พร้อมหนึ่งในนั้นยังทิ้งความคุกรุ่นให้ร่างสูงสง่าของเดนิส คาเว่นไว้แน่นอก เพราะเขาไม่เคยนึกว่าในชีวิตเขาจะต้องมาโดนหญิงสาวที่ดูแสนธรรมดาแบบนั้นต้อนจนจนมุม และพลาดพลั้งให้ถึงสองครั้งสองครา แถมต่อหน้าต่อตาด้วย

 

นี่มันเรื่องบ้าอะไร ทั้งเรื่องตำรวจที่ถูกเรียกมาที่ท่าเรือทำให้เขาแตะต้องตัวเธอไม่ได้ และเรื่องที่เธอรู้ถึงตัวตนของเขาได้มันเป็นเพราะใคร... หลานเซ่องั้นเหรอ!... เจ้านั้นสืบเรื่องของเขาได้หรือว่ายังไง ประติดประต่อเรื่องทั้งหมดได้ยังไง ทั้งที่ คนๆ นั้นบอกเขาแล้วว่าไม่มีทางที่เรื่องจะลามมาถึงแน่นอน ทุกอย่างถูกจัดวางไว้ดีอยู่แล้ว

 

ซ้ำตลอดสองเดือนที่ผ่านมามันไม่เคยเกิดปัญหาแท้ๆ แต่ทำไมอยู่ๆ พอหญิงสาวคนนี้โผล่ออกมาจากความตาย เรื่องทั้งหมดก็หยุดชะงัก ทุกอย่างที่เคยราบรื่นกลายเป็นยุ่งวุ่นวายและกลับตาลปัตร แถมสิ่งที่เธอบอกว่ามีคนรอติดต่อกับฉายหงกรุ๊ปอยู่ถ้าเธอกลับไปที่ท่าเรือไม่ตรงเวลาที่กำหนด ก็เป็นการแสดงว่าคนของฉายหงกรุ๊ปไม่ได้รู้เรื่องที่เธอมาไป๋ซิงตั้งแต่ต้น... แต่เป็นแค่เจ้าหล่อนคนเดียวที่มาช่วยด้วยตัวเอง

 

แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง ดูยังไงเด็กนั้นก็ไม่มีทางคิดแผนพวกนี้เองได้ และไม่มีทางรอดจากนักฆ่ามืออาชีพไปได้ด้วย มันต้องมีอะไรมากกว่านี้ ต้องมีบางอย่างมากกว่านี้... ผู้หญิงที่ชื่อหลิน หย่งไท่ หรืออาจจะชื่อฤทัยนาคด้วยไม่มีทางทำเรื่องพวกนี้เองได้

 

เธอเป็นใครกันแน่ เสียงทุ้มต่ำต้องถามขึ้นกับตนเอง เขาไม่อาจสลัดหญิงสาวที่มองสบนัยน์ตาสีฟ้าของเขาโดยไม่หลบได้ ทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่าเจ้าหล่อนไม่น่าจะทำเรื่องพวกนี้เองได้ และเธอไม่น่าจะมีค่าพอจนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หากนัยน์ตาสีดำที่มองตรงมานั้นก็ไม่ได้โกหกหรือหวั่นไหวแม้แต่น้อย... มันไม่ใช่สายตาของคนธรรมดาๆ อย่างที่เห็นภายนอก

 

แต่จะให้เขายอมรับว่าถูกผู้หญิงแค่คนเดียว แถมเหมือนไม่สำคัญอะไรเลยนั้นไล่ต้อนมันก็ไม่อาจยอมรับได้อยู่ดี

 

คนที่ขึ้นมาบนเรือเขาตัวเปล่าๆ ไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวเองคนเดียวเนี่ยนะที่เขาเสียท่าให้... ยังไงเขาก็ไม่เชื่อเรื่องนี้เด็ดขาด!

 

เอายังไงต่อครับคุณค่าเว่น ครั้งนี้เป็นชายแก่ที่เป็นคนคอยทำงานเบื้องหลังให้เขาต้องถามขึ้นใกล้ตัว เมื่อคนสูงวัยรู้แล้วว่าปัญหาใหญ่กำลังเกิดกับเจ้านายของตนเมื่อฉายหงกรุ๊ป รู้ความจริงแล้ว แม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานชัดว่าทุกอย่างเกี่ยวข้องกับเจ้านายเขาทั้งหมด เพราะหญิงสาวที่เป็นชู้กับหยาง จินซานยังไม่ถูกเจอตัว หากแต่แค่นี่ก็ทำให้มาเฟียอันดับหนึ่งของฮ่องกงหาข้ออ้างมาโจมตีพวกเขาได้แล้ว

 

เดนิสปรายนัยน์ตาคมสวยของตนมองชายสูงวัยเล็กน้อย ก่อนออกคำสั่งสั้นๆ เพียงว่า ติดต่อลุงเรเวน... เราจะหาทางปิดบัญชีเรื่องนี้ให้จบก่อนพวกนั้นจะไหวตัว



                                                                  ***************************

 

 

นาคต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอกเมื่อเรือขนส่งสินค้าของคาเว่นไกลออกไปมากแล้ว

 

ให้ตายเถอะ ยืนเก็กหน้าขรึมนี่มันเหนื่อยจริงๆ ... ยังดีที่วิธีของเธอได้ผล เพราะถึงเรื่องนายตำรวจสามคนที่เธอจงใจเรียกมาเป็นเกราะป้องกัน พร้อมเรื่องคลิปและรูปถ่ายจะเป็นความจริง แต่เรื่องที่บอกว่าถ้าเธอไม่ได้กลับไปที่ท่าเรือจะมีคนติดต่อไปหาฉายหงกรุ๊ปแทนนั้นเธอโกหก เพราะสิ่งที่ตนบอกต้าห่ายไว้ก่อนมาคือ ถ้าเกินครึ่งชั่วโมงเธอยังไม่กลับมาที่ท่าเรือก็ให้เขาหนีไปก่อนได้เลย

 

เอ่อ... ขอบคุณมากนะคะ

 

เสียงจากหญิงสาวอีกคนข้างตัวทำให้นาคต้องหันใบหน้าไปมองเธอ ก่อนเห็นว่าเป็นครั้งแรกที่ไป๋ซิงพูดกับตนหลังจากยืนเงียบตัวสั่นมาตลอดตั้งแต่ลงเรือนั่นมา ซึ่งร่างบอบบางที่ยังมีอาการหวาดกลัวไม่หายก็เอ่ยขึ้นใหม่ตะกุกตะกัก

 

คุณมาช่วยฉัน...ถึงสองครั้งแล้ว... ขอบคุณจริงๆ ค่ะ

 

ครั้งนี้นาคเป็นฝ่ายถอยหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนต้องเอ่ยถามอย่างเสียไม่ได้ว่า เธอออกมาจากมหาวิทยาลัยคนเดียวได้ยังไง

 

“คือ... เพื่อนฉัน...”

 

“เพื่อน?” คนถามต้องเลิกคิ้วดักคอเธอทันใดกับสิ่งที่ได้ยิน

 

“ค่ะ... เราเพิ่งรู้จักกัน เธอชื่อแอนนี่ หวัง เธอชวนฉันออกมาด้วยน่ะค่ะ” ไป๋ซิงต้องรีบเล่า เมื่อเห็นชัดว่าคนข้างตัวดูสนใจเพื่อนของเธอเป็นพิเศษ

 

กะไว้แล้วเชียว... นาคเพียงปรายตาด้านหนึ่งคิดในใจ เมื่อเรื่องเล่าจากไป๋ซิงตรงกับการคาดเดาของตน

 

“เขาเอากระเป๋าเธอไปด้วยใช่ไหม” นาคหันมาถามเพื่อความแน่ใจอีกข้อ

 

“ค่ะ”

 

“แล้วทำไมถึงตามคนที่เพิ่งรู้จักออกมาล่ะ” คำถามครั้งนี้จากผู้มีพระคุณ ทำให้สาวไต้หวันสะท้านตัวขึ้นจนสังเกตได้ ซ้ำใบหน้าสวยหวานดูตื่นๆ ในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นก้มหนีสายตาเธออย่างคนที่กลัวความผิด จนนาคต้องเป็นฝ่ายเดาอย่างเสียไม่ได้ “เรื่องหลานเซ่องั้นสิ”

 

ไป๋ซิงนิ่งงันไปทันใดกับคนตรงหน้าที่เหมือนจะอ่านใจเธอได้ หรือไม่เธอก็แสดงออกชัดเกินไป และครั้งนี้ร่างบอบบางกลับค่อยๆ ก้มหน้ามองปลายเท้าของตนด้วยความสำนึกผิด ก่อนเธอจะตอบเสียงแผ่วหวิวอย่างเศร้าสร้อยว่า ฉันรู้ว่าคุณหลินเคยมีคนรักแล้วค่ะ... แล้วเขาก็กำลังจะส่งฉันกลับไต้หวัน ฉันก็เลย...

 

ประชดนาคต่อคำของไป๋ซิงให้อย่างรู้ทัน แต่ก็ดูไม่ได้จริงจังที่จะคาดโทษนัก

 

ฉะ... ฉัน ไม่ได้จะ... ไม่คิดว่ามันจะทำให้เป็นเรื่องเดือดร้อน... ฉัน หญิงสาวพยายามระล่ำระลักแก้ตัว แต่ทว่าเธอก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็นอย่างที่นาคพูด... เธอประชด... และก็ทำให้ทุกอย่างยุ่งวุ่นวายจนคนตรงหน้าต้องมาช่วยเธออีกเป็นครั้งที่สอง ซ้ำยังต้องมาเจ็บตัว ซึ่งนั่นทำให้ไป๋ซิงต้องงึมงำขึ้นมาอย่างสำนึกผิดอีกว่า “... ขอโทษ... ค่ะ

 

จบคำที่ลอบมองคนข้างตัว แต่ก็เห็นว่าเธอไม่ได้หันมาส่งสายตาเอาผิด และนั้นทำให้ไป๋ซิงเริ่มสะกิดใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมาช่วยเธอเสมอทั้งที่ไม่รู้จักกัน ซ้ำตอนพูดคุยกับชายหนุ่มชาวอังกฤษที่หน้าคล้ายหลานเซ่อก็เหมือนพวกเขาจะเคยรู้จักกัน แม้ตนจะไม่ได้ยินทั้งหมดเพราะกลัวเกินกว่าจะรับรู้ทุกอย่างได้ แต่มันก็บ่งบอกได้ว่าหญิงสาวคนนี้ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับฉายหงกรุ๊ป...

 

คุณรู้จักคนรักของคุณหลินไหมไป๋ซิงอดจะถามไม่ได้เมื่อประมวลผลแล้วว่านาคน่าจะพอรู้เรื่องนี้บ้าง

 

ซึ่งนั้นก็ทำให้คนถูกถามชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันมาสบนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่หวานซึ้งที่ยังมีน้ำตาคลอหน่วงที่ขอบตา ยามแรกนาคกะจะโกหกอีก แต่สายตาอ้อนวอนและหม่นหมองจากสาวไต้หวันคนสวย ก็ทำให้ตนต้องพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ รู้จัก... ดี

 

อาจถูกของหลานเซ่อ... เธอแพ้ทางผู้หญิงแบบไป๋ซิงจริงๆ ด้วย...

 

ไป๋ซิงรีบถามต่อทันใดเมื่อได้ฟังคำตอบนั่น เธอเป็นคนยังไง สวยมากเลยใช่ไหมคะ คงเป็นคนที่สมบรูณ์แบบมาก คุณหลินถึงได้หลงรักเธอ
 

เอ่อ... นาคลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากทันใด ยิ่งเห็นสายตาที่คาดหวังส่งมาก็ยิ่งรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ แล้วรู้สึกว่าจะปวดรอยช้ำบนหน้าขึ้นมาเสียเฉยๆ กระนั้นก็จำต้องลอบระบายลมหายใจ และกล่าวขึ้นราบเรียบ ไม่ได้เรื่อง ...แถมไม่สวย ทำแต่เรื่องกับปัญหา งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเอง ความรู้สึกช้า โดยเฉพาะการรับรู้ความรู้สึกจากหลานเซ่อ... แล้วก็ชอบทำให้หมอนั้นเสียใจแล้วรอเก้อบ่อยๆ... ก็ไม่รู้ว่ารักลงไปได้ยังไง...

 

ไม่จริงหรอกค่ะ!... ถ้าเป็นยังงั้นจริงๆ คุณหลินคงไม่มีทางเลือกเธอ ไป๋ซิงโพล่งแย้งทันทีอย่างไม่เห็นด้วย... แน่นอนล่ะ คนอย่างหลิน หลานเซ่อไม่มีทางเลือกคนที่มีข้อเสียมากมายแบบนั้นอยู่แล้ว คนข้างตัวคงแค่ตอบปัดๆ ให้จบเรื่องไปเท่านั้น

 

แต่มันเป็นแบบนั้น... ผู้หญิงไม่ได้เรื่องก็คือผู้หญิงไม่ได้เรื่อง คนรักของหลานเซ่อเป็นแบบนั้นแหละ นาคเอ่ยแย้งคำของไป๋ซิงขึ้นจนอีกฝ่ายเถียงไม่ออก เพราะความจริงแล้วเธอไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับอดีตคนรักของมาเฟียหนุ่มเลย ที่โต้ไปนั้น ก็เป็นแค่ทิฐิของตนเท่านั้น

 

และทันทีที่ปิดบทสนทนาได้ นาคก็เดินกลับไปในตัวท่าด้านใน เพื่อมองหานายตำรวจ และต้าห่าย

 

น่าแปลกที่ตอนลงมาเธอไม่เจอใครสักคนเลย... หรือความจริงควรจะเรียกว่าที่นี่ดูเงียบผิดปกติเสียด้วยซ้ำ

 

และก่อนที่นาคจะเริ่มสำรวจหาคนอื่นที่ควรมีอยู่ เธอก็เห็นต้าห่ายวิ่งกระหืดกระหอบมาทางตนด้วยหน้าตาตื่นๆ

 

นาค นาค!” ชายหนุ่มตะโกนเรียกหญิงสาวด้วยท่าทางดีใจจนแทบกระโดดโลดเต้นเมื่อเห็นว่าเธอกลับมาได้

 

พวกตำรวจอยู่ไหน แล้วทำไมนายยังอยู่ที่นี่ นี่มันเกินครึ่งชั่วโมงแล้วนะ นาคต้องถามคนอ่อนวัยกว่าพลันเมื่อเขามาถึงตัว

 

แต่คำถามเป็นชุดครั้งนี้ กลับทำเอาคนที่กำลังยิ้มด้วยความดีใจต้องค้างใบหน้าอยู่แค่นั้น ก่อนที่มันจะเริ่มหุบลงมาช้าๆ พร้อมถ้อยคำอ้ำๆ อึ้งๆ ส่งมาแทน

 

เอ่อ... คือว่า ที่นาคบอกผมว่า ถ้าเกินครึ่งชั่วโมง แล้วนาคยังไม่กลับมาให้ผมหนีไปก่อนน่ะ... เขาหยุดถ้อยคำอีกครั้งอย่างลำบากใจ และมองหน้านาคด้วยความสำนึกผิด ยิ่งเห็นเธอเลิกคิ้วขึ้นข้างเพื่อย้ำคำถามก็เล่มเอาเขาไม่อยากสารภาพความจริง และทำให้ชายหนุ่มต้องก้มหัวให้เธออย่างรวดเร็ว แล้วหลับหูหลับตาอธิบายเสียงดัง

 

ผมขอโทษนาค แต่ผมหนีไปคนเดียวไม่ได้จริงๆ... ก็เลย... ก็เลย... เหมือนจะติดอ่างขึ้นมากะทันหัน ก่อนจำใจเงยหน้ามองใบหน้าที่ช้ำไปเสี้ยวหนึ่งของเธอใหม่ และรีบพูดรัวเร็วว่า ผมติดต่อคุณแดนนี่ ให้ติดต่อคุณหลินไปแล้วอ่ะ

 

ห๊า!”

 

อุทานได้แค่นั้น หญิงสาวทั้งสองคนก็ต้องสะดุ้งตัววาบ เมื่ออยู่ๆ ท่าเรือที่เงียบสงบก็มีเสียงเครื่องยนต์ของรถยุโรปนับสิบคันขับเข้ามาจอดเรียงเป็นแถวยาวหน้ากระดาน และดักทางคนทั้งสามคนบนท่าเรือไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนชายชุดดำหลายสิบชีวิตจะค่อยๆ ทยอยมายืนนิ่งประจำอยู่หน้ารถของตนเป็นวงกว้างล้อมรอบพวกเธอไว้ราวกันทางหนี

 

และนาคที่ยังงุนงงต่อเหตุการณ์เบื้องหน้า ก็ต้องหันไปเจอร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งที่เธอคุ้นเคยดี ซึ่งกำลังเดินแทรกกลุ่มชายชุดดำพวกนั้นเข้ามา และตรงมาหาพวกเธอด้วยใบหน้าคมคายที่นิ่งเฉียบเป็นเอกลักษณ์ทว่าสามารถละลายหัวใจของหญิงสาวแทบทุกคนให้สยบแทบเท้าได้ไม่ยาก ในขณะที่ด้านหลังของเขา ยังคงมีชายหนุ่มใบหน้าตายด้านก้าวตามมาติดๆ

 

นาคถึงกับตัวแข็งนิ่งลืมหายใจไปชั่วครู่ และเผลอครางชื่อของชายหนุ่มที่กำลังเดินตรงมาทางเธอและไป๋ซิงอย่างแผ่วเบาว่า

 

“... หลาน... เซ่อ
 




 




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
CUBIC (ภาคFINAL)(ตีพิมพ์แล้ว) ตอนที่ 10 : ผีบนเรือ(รีไรท์) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 39985 , โพส : 172 , Rating : 89% / 171 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7
# 172 : ความคิดเห็นที่ 22582
ลงต่อได้มั้ยอ่านไม่ได้เรยหนังสือหมดแร้ว
Name : kalnrowob < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kalnrowob [ IP : 49.230.213.98 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มีนาคม 2562 / 16:12
# 171 : ความคิดเห็นที่ 22559
มาเจอนาคตอนตาบวม ขำ 55555
Name : มายด์ อึ้บส์ๆ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ มายด์ อึ้บส์ๆ [ IP : 171.96.183.77 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 ตุลาคม 2558 / 19:15
# 170 : ความคิดเห็นที่ 22424
ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงคร่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

มาอัพต่อไว้ๆๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆๆๆ
Name : อิอิ [ IP : 58.8.21.242 ]

วันที่: 23 มีนาคม 2557 / 19:49
# 169 : ความคิดเห็นที่ 22418
ได้เจอกันแล้ว
Name : ramita tuksinakui [ IP : 115.67.198.219 ]

วันที่: 21 มีนาคม 2557 / 19:15
# 168 : ความคิดเห็นที่ 22415
อยากอ่านอ่าาาาาาาาาา ค้างงงงงงงงงงงงงงงงงงง
PS.  เพียงรู้สึกว่าสู้ไม่ไหว เราก็จะแพ้ เพียงแค่รู้สึกอ่อนแอ หนทางที่จะประสบความสำเร็จจะลดลง
Name : สีนะโยชิ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สีนะโยชิ [ IP : 49.230.85.41 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 มีนาคม 2557 / 04:07
# 167 : ความคิดเห็นที่ 22407
อยากอ่านมากครับแต่ไปเดินหาในไทยทาว์ไม่มีเลย ToT
PS.  ฉันไม่ใช่คนดี
Name : Game Min < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Game Min [ IP : 99.190.112.202 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 มีนาคม 2557 / 03:57
# 166 : ความคิดเห็นที่ 22386
ค้างอ่ะ อยากอ่านนนนนนนนน
Name : taemin [ IP : 113.53.203.182 ]

วันที่: 9 มีนาคม 2557 / 17:26
# 165 : ความคิดเห็นที่ 22378
ตัดค้างสุดๆอ่ะค่ะ ขออีกตอนน้าาา please!!!
Name : Gaderiana [ IP : 125.24.39.23 ]

วันที่: 3 มีนาคม 2557 / 17:01
# 164 : ความคิดเห็นที่ 22377
ตัดค้างสุดๆอ่ะค่ะ ขออีกตอนน้าาา please!!!
Name : Gaderiana [ IP : 125.24.39.23 ]

วันที่: 3 มีนาคม 2557 / 17:01
# 163 : ความคิดเห็นที่ 22365
ตัดได้ค้างมากบ่องตงงง ถ้ายังไม่ซื้อหนังสือนี่คลั่งตายแน่ๆ
Name : PunaLatte < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ PunaLatte [ IP : 58.8.250.47 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 กุมภาพันธ์ 2557 / 14:46
# 162 : ความคิดเห็นที่ 22325
ช่วยรีไรท์อีกนะคะ สักตอนยังดีเลยค่ะ please plz please นะคะ ขอร้องล่ะค่ะ ><


น้าาาคร้า~ ชอบมากเลยอ่ะ ติดแทบไม่กระดิกไปไหนเลยค่ะ นาคสวดยอดอ่าาาา
Name : Nui Ja [ IP : 124.121.68.150 ]

วันที่: 17 ตุลาคม 2556 / 14:09
# 161 : ความคิดเห็นที่ 22282
ได้โปรดลงต่อเถอะค่ะ
Name : มาย [ IP : 124.122.4.206 ]

วันที่: 3 สิงหาคม 2556 / 20:23
# 160 : ความคิดเห็นที่ 22249
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ไม่ไหวแล้ว มันจะมีอะไรต่อ......
อ๊ากกก อยากรู้......
ลงให้หน่อยได้ไหม please_______
หรือต้องใช้ภาษาจีน
Name : opor [ IP : 101.109.203.198 ]

วันที่: 25 กรกฎาคม 2556 / 18:54
# 159 : ความคิดเห็นที่ 21750
สีฟ้าสวยมว๊ากกกกกก ...
PS.  รักตูมตามกันรักตูมตามกันรักตูมตามกันรักตูมตามกันรักตูมตามกันรักตูมตามกัน รักทั้งกันทั้งตูมตาม <3
Name : `ttg_LUKPAT¨̮ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ `ttg_LUKPAT¨̮ [ IP : 101.108.249.49 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 พฤษภาคม 2556 / 22:16
# 158 : ความคิดเห็นที่ 21555
อยากตายเร็วๆ เหรอ ต้าห่าย
โทรไปทำม๊ายยยยย
ฆ่าตัวตายชัดๆ =_=
Name : Poppin_ii < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Poppin_ii [ IP : 124.122.51.134 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 พฤษภาคม 2556 / 13:26
# 157 : ความคิดเห็นที่ 21065
ยืนไว้อาลัยให้ต้าห่าย 1 นาที ไปสู่สุขคติเถอะนะ 555555
Name : Sassy girl ^^ < My.iD > [ IP : 125.27.232.38 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 เมษายน 2556 / 18:45
# 156 : ความคิดเห็นที่ 20944
ในที่สุดก็ได้เจอกันซักที
Name : iop [ IP : 110.171.182.228 ]

วันที่: 6 เมษายน 2556 / 09:23
# 155 : ความคิดเห็นที่ 20835
นาคเอ๋ย รอดตายมาแบบฉิวเฉียด แต่คนนี้นี่....ท่าจะไม่รอดนะ

ในที่สุดพระเอกเราก็ได้ออกโรงซักที >________________<
Name : POYZ [ IP : 87.142.11.24 ]

วันที่: 4 เมษายน 2556 / 02:08
# 154 : ความคิดเห็นที่ 20121
ไว้อาลัยให้ต้าจัง...ไปโทรเรียกยมฑูตมาฆ่าตนได้ไงห๊ะ!...แต่ก็คงรู้อยู่แล้ว....อืมเห็นเพื่อนดีกว่าความเสี่ยงสินะ
Name : นักอ่าน...lnwcool < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นักอ่าน...lnwcool [ IP : 49.49.203.200 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2556 / 07:09
# 153 : ความคิดเห็นที่ 18737
สงสารต้าห่าย ฮ่าๆ
Name : Al๏n.Evil.NighT < My.iD > [ IP : 182.52.41.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2556 / 13:22
# 152 : ความคิดเห็นที่ 18657
ค่อยยังชั่วคิดว่าต้องเสียน้ำตากับตอนนี้เสียแล้ว รอดไปรอดไป
Name : Bar_bell < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Bar_bell [ IP : 124.122.157.84 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มีนาคม 2556 / 02:28
# 151 : ความคิดเห็นที่ 16374
ยิ่งรีไรท์ยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆเลยค่ะ ดูมั่นใจมากขึ้น เดนิสดูอ่อนโยนขึ้นนะคะ
Name : Hisaki Hime [ IP : 171.100.223.166 ]

วันที่: 3 มกราคม 2556 / 17:09
# 150 : ความคิดเห็นที่ 16229
นางเอกของเราสุโค่ยอ่ะแต่ท่าตะไม่รอดมือหลานเซ่อ หึหึ
ต้าห่าย...ขอให้รอดนะจ๊ะ
Name : hara.moonlight [ IP : 110.49.227.104 ]

วันที่: 29 ธันวาคม 2555 / 11:22
# 149 : ความคิดเห็นที่ 15442
รอดคนแรก แต่มาตายคนที่สอง
งานนี้โดนกักขังแน่ๆ นาคเอ๋ย
PS.  ขอบคุณครับ ที่แวะตริ ชม ทางเราจะเก็บทุกความเห็นมาปรับใช้นะครับ
Name : [:.Last_Ray.:] < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [:.Last_Ray.:] [ IP : 125.26.131.220 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤศจิกายน 2555 / 03:21
# 148 : ความคิดเห็นที่ 15143
ต่าห่ายตายเเน่ๆๆๆเลยทั้งความผิดเรื่องอาศัยอยู่กับนาค 2ต่อ2 เเละทำร้ายร่างกายด้วยต่างหากเเต่สงสารไปซิงนิดหนึ่ง
ก็หลานเซ่อดันไปให้ความหวังเธอนี่นาเเต่ถ้าไรเตอร์เปลี่ยนให้หลานเซ่อเกิดมีใจให้ไปซิงล่ะก็คงไม่ชอบเเน่ชอบนาคเเหละดีเเล้วชอบนางเอกแบบเข็มเเข็ง ไม่หัวอ่อน รู้ทันโลกแถมต้องฉลาดอีกนาคนี้เป็นนางเอกเรื่องเเรกที่ไม่สวยตั้งเเต่อ่านนิยายออนไลน์นี่เป็นเรื่องเเรกจริงๆ เเถมตอนนางเอกตอนโดนจับได้ลุ้นตั้งนานกลัวนางเอกโดนจับได้เเน่ะเรื่องนี้สนุกมากๆๆเพราะชอบอ่านนิยายเเนวมาเฟียกับผู้หญิงเก่งอยู่แล้ว
Name : Mystery man < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mystery man [ IP : 125.24.103.198 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 ตุลาคม 2555 / 16:04
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android