เทพบุตรซาตาน-นิยายลำดับ 2 ซีริส์ชุดหนึ่งนางกลางใจ

ตอนที่ 22 : บทที่ 7 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 658
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 ส.ค. 58

บทที่ (3) 

                        “ขึ้นมาได้แล้ว เธอจะป่วนเรือฉันไปถึงไหนกันฮ้า น้ำตาล”

 

                        กล่าวเท่านั้นก็ยกร่างบางขึ้น ไม่สนใจเสียงเล็กๆ ที่ประท้วง พอฉุดอีกฝ่ายเข้ามาในเรือได้ ก็ต้องสบถอย่างหัวเสีย เมื่อเท้าเล็กๆ ดันเตะหน้าแข้งเขาอย่างแรง ไม่สำนึกบุญคุณกันแล้วยังมาแว้งกัดอีก

 

                        “ไป อยากไปตายที่ไหนก็ไป!” บอกอีกฝ่ายอย่างหัวเสียตาวาวไม่แพ้กัน ได้ยินคนขี้โมโหร้องฮึจากนั้นก็วิ่งไปยังหัวเรืออีกครั้ง

 

                        “นั่นเธอจะทำอะไรอีกล่ะน้ำตาล”

 

                        ถามงงๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายตะกายร่างลงไปยังหัวเรือใหม่ เขาเดินตรงไปหาอย่างใจเย็น สอดมือกระชากเอวบางขึ้นมาเหมือนกระชากลูกลิง ท่ามกลางเสียงฮึดฮัดไม่พอใจของอีกฝ่าย

 

                        “เธอนี่มันทั้งโหด ทั้งหัวดื้อ ไม่เข้ากับหน้าหวานๆ เอาซะเลยนะ เลิกแผลงฤทธิ์ได้แล้วแม่ลิงบ้า!

 

                        ปรามอย่างเข่นเขี้ยว แล้วก็ต้องร้องโอ๊ย เมื่ออีกฝ่ายก้มลงมาหา อ้าปากงับไหล่ของเขาเฉย ธนาธรสบถดังๆ ใช้มือหนาผลักหน้าสวยๆ ที่แยกเขี้ยวใส่ออกไปอย่างระอา ก่อนหันไปสั่งลูกน้องเสียงเครียด

 

                        “ตัดเชือกซะ ปล่อยมัน 2 ตัวลงไปข้างล่าง อย่าลืมให้เรือลำเล็กและอาหารมื้อสุดท้ายด้วย”

 

                        “ครับกัปตัน”

 

                        สิ้นเสียงนั้นโสภิญาก็หยุดชะงัก หันกลับไปมองหัวเรืออย่างสนใจ ได้ยินเสียงดังตูม จึงรีบวิ่งไปดู เห็นรอปโปกับริคโซตกลงไปน้ำ สองคนตะเกียกตะกายขึ้นไปยังเรือลำเล็ก พอขึ้นไปได้รอปโปก็วิ่งไปยังปืนสั้นเป็นอันดับแรก จากนั้นก็เล็งปลายกระบอกปืนไปยังริคโซทันที

 

                        เปรี้ยง!!!!!!

 

                        สิ้นเสียงนั้นฝ่าเท้าอันชั่วช้าของรอปโปก็ยันโครมไปที่ร่างริคโซเพื่อนร่วมอุดมการณ์โฉด จากนั้นก็ทิ้งปืนแล้วถลาไปยังเสบียงอาหารมื้อสุดท้าย รีบหยิบกินอย่างหิวโหยตะกละตะกลาม ระหว่างนั้นก็แหงนหน้าขึ้นมองทุกคนบนลำเรืออย่างอาฆาต

 

                        “ฉันจะกลับมาแก้แค้นแกนังโสเภณี และแกด้วยไอ้กัปตันลาร์นาโด”

 

                        มันกล่าวเท่านั้นก็สตาร์ตเรือออกไปทันที พอมันลับตาไปได้โสภิญาก็ตวัดตามองไปยังคนที่ถูกฝากรอยแค้นไว้อีกคนอย่างไม่ชอบใจ

 

                        “แบบนี้เขาเรียกว่าตีงูให้หลังหัก”

 

                        “มันเป็นกฎ และต่อไปนี้ทุกอย่างจะขึ้นอยู่ที่โชคชะตาของรอปโปเอง”

 

                        “งูที่ไม่ตาย สุดท้ายก็จะแว้งกลับมากัดคนที่ตีมัน”

 

                        โสภิญากล่าวได้เท่านั้นก็เดินกลับ หน้าหวานเหยน้อยๆ รู้สึกปวดแผลที่ข้อเท้า นึกในใจว่าคนเราตอนโมโหนี่ทำได้ทุกอย่างจริงๆ เธอกระทืบรอปโปอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่พอทุกอย่างสงบลงก็เจ็บแผลชะมัด

 

                        “แผลเธอคงไม่หายง่ายๆ หรอกนะน้ำตาล ถ้ายังหัวดื้อและอาละวาดไม่หยุดแบบนี้”

 

                        กรุงเอ่ยเสียงเครียด ช้อนร่างบางขึ้นอุ้มกลับเคบิน

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        มือสีแทนออกประกายทองหน่อยๆ ยามต้องแสงไฟละจากอาการขะมักเขม้นเช็ดศีรษะ เมื่อประสานเข้ากับดวงตากลมโตของคนที่มองมาที่เขาอย่างหงุดหงิดไม่ได้ดังใจ

 

                        “ฉันว่านะ ถ้าคุณจะปล่อยให้รอปโปลอยนวลไปแบบนี้ สู้คุณจับเขาส่งตำรวจไปไม่ดีกว่าเหรอ คนๆ นั้นไม่มีทางสำนึกยอมรับว่าตัวเองผิด รอปโปจะไม่ยอมอยู่เฉยโดยไม่หาหนทางกลับมาเอาคืนคุณแน่ เฮ้อ! แค่เห็นแววตาเขา ฉันก็รู้แล้วว่ามันต้องกลับมา”

 

                        โสภิญารีบบอกทันทีเมื่อมีโอกาสอยู่กันตามลำพัง ฮึดฮัดฉุนเฉียวใส่เขาอย่างไม่ปิดบัง

 

                        “มันเป็นกฎ จะชอบหรือไม่ชอบ วันข้างหน้าจะเป็นยังไง ก็ต้องทำเพราะมันคือกฎ!

 

                        กรุงเอ่ยแล้วมองไปยังร่างบางที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ยิ้มชอบใจเมื่อเห็นว่าหล่อนยอมใส่ชุดนอนเซ็กซีที่เขาซื้อให้ แม้จะพันด้วยผ้าพันคอหลายตลบไปหน่อยก็ตาม และเมื่ออีกฝ่ายเห็นเขามองมากขึ้น ก็ขมวดคิ้วมุ่น

 

                        “คุณมองอะไร?”

 

                        จบคำถามพร้อมสายตาระแวงนั้น เขาก็ส่ายหัว เดินไปหย่อนสะโพกลงข้างๆ คนที่ทำหน้าระแวงไม่เลิกรา

 

                        “พันผ้าพันคอไปตั้งหลายตลบ ระวังเถอะมันจะรัดคอจนหายใจไม่ออก ทีนี้ล่ะคงได้ตายก่อนรอปโปจะกลับมาเอาคืนแน่”

 

                        กล่าวพร้อมยื่นมือไปจะปลดผ้าพันคอให้อีกฝ่าย แล้วก็เลิกคิ้วสูงเมื่อเจ้าหล่อนลุกพรวด ใบหน้านวลแดงก่ำ ไม่รู้ว่าโกรธ เขิน หรือประหม่ากันแน่

 

                        “เดี๋ยวฉันไปปูผ้าปูที่นอนให้ คุณคงง่วงแล้ว”

 

                        เอ่ยพร้อมหอบผ้าผ่อนเตรียมจะลงไปข้างล่าง แต่ถูกคว้าข้อมือเอาไว้ซะก่อน

 

                        “พื้นข้างล่างมันเย็น ฉันและเธอจะไม่มีใครลงไปนอนข้างล่างทั้งนั้น เตียงนี้แม้จะเล็กแต่มันก็นอนสองคนได้สบาย มาเถอะ ไม่ปล้ำหรอก ไว้รอตอนเต็มใจ”

 

                        เสียงทิ้งท้ายนั้นทำให้คนฟังหน้างอ กรุงเลยดึงร่างบางนั่นผลักลงไปบนเตียง ใช้แขนแข็งแรงบังคับให้นอน กอดล็อกเสียแน่นหนาไม่ยอมให้คนตัวเล็กลุกหนีไปไหน

 

                        “ฉันจะหลับเอาแรงสัก 3-4 ชั่วโมง ก่อนที่จะต้องขึ้นไปเปลี่ยนเวรกับผู้ช่วยกัปตัน ไม่ต้องห่วงหรอกว่าจะทำอะไรเธอ ฉันจำเป็นต้องพัก วันนี้เหนื่อยกับการไล่ล่าลูกน้องจอมโฉดและรบกับเธอมาพอควรแล้ว”

 

                        ประโยคอันยืดยาวนั้นทำให้โสภิญาจำยอมนอนนิ่ง ไม่กล้าปริปากหรือดิ้นแรงๆ กวนใจเขาอีก ไม่นานก็ได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอ เขาหลับแล้ว แต่เธอยังลืมตาโพลง ภายในใจก็คิดสับสนวุ่นวายไปหมด

 

                        เธอเป็นใคร? มาจากไหนกันแน่? แล้วมาอยู่บนเรือลำนี้ได้ยังไง เป็นโสเภณีอย่างที่หลายคนคิดจริงๆ หรือ ไม่น่าจะใช่โสเภณีน่ะหรือ ไม่อยากจะเชื่อเลย

 

                        จากการสำรวจร่างกายยามอาบน้ำนั้น ร่างเธอเต่งตึงไร้ราคี ไม่มีส่วนไหนหย่อนคล้อยบุบสลายเหมือนสตรีที่เจนสังเวียนด้านเกมกามารมณ์เลย คิดไปคิดมาก็เริ่มปวดหัว หญิงสาวงอตัว ยกมือกุมขมับ บอกกับตัวเองว่าอย่าไปคิด สักวันความทรงจำของเธอก็จะกลับคืนมาเอง

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        ร่างที่นอนแผ่หลาอยู่ที่ชายหาดร้องโอดโอย ขยับกายที่เหมือนกระดูกจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ อย่างทรมาน มันร้องอุ๊บ! สบถออกมาหยาบคาย เมื่อมีอะไรสักอย่างเตะเข้าให้ที่หลัง

 

                        “ว่าไงไอ้หน้าผี หาดโจรสลัดแห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่ใครๆ จะมานอนเล่นได้ง่ายๆ นะโว้ย ถ้าแกมาแล้วพาซวย ไม่มีโชคลาภมาแจก ก็เตรียมตัวตายซะ”

 

                        จบคำพร้อมหน้าที่ชะโงกมาอย่างหมายมาดนั้น รอปโปหรือไอ้หน้าผีก็ตาเหลือก มองชายชุดดำที่ยืนเท้าสะเอวจ้องตนอย่างกลัวๆ เห็นแต่ละคนแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมใส่

 

                        “ว่าไง แกเอาโชคลาภติดตัวมากำนัลพวกเราหรือเปล่า มีช่องทางให้พวกเราได้ปล้นเรือของเศรษฐีบ้างไหม ช่วงนี้ฉันกำลังอยากได้เงิน และผู้หญิงเพิ่มอีกสักคนสองคน แกมาพร้อมกับเงินและสิ่งที่ฉันต้องการหรือเปล่า?”

 

                        คำว่าปล้นเรือที่มาจากปากเจ้าถิ่นนั้น ทำให้คนที่จวนเจียนจะจบชีวิตลงเริ่มคิดอะไรออก รอปโปยิ้มอย่างสะใจ กวาดตามองไปยังทุกคนแล้วพยักหน้า เท่านั้นเองบรรดาโจรสลัดที่ซุกซ่อนกันอยู่บนเกาะลึกลับแห่งนี้ก็พากันหัวเราะลั่น ฉุดรอปโปขึ้นไปกับพวกมันทันที

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

 

                       

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

34 ความคิดเห็น