เทพบุตรซาตาน-นิยายลำดับ 2 ซีริส์ชุดหนึ่งนางกลางใจ

ตอนที่ 21 : บทที่ 7 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 564
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 ส.ค. 58

บทที่ (2)

 

                        “มันทำอะไรเธอตรงนี้หรือน้ำตาล ทั้งช้ำทั้งบวมไปหมดแล้ว”

 

                        “ชกค่ะ” ตอบไปเสียงราบเรียบ เห็นอีกฝ่ายนัยน์ตาลุกโชน

 

                        “ชกเหรอ คนไหนมันบังอาจชกเธอล่ะ ใครชกผู้หญิงที่อยู่ภายใต้การดูแลของฉัน!

 

                        เสียงถามเข้มงวดพร้อมแววตาอาฆาตนั้นทำให้โสภิญาที่ขวัญยังไม่เข้าที่สะดุ้ง และธนาธรคงรู้สึกตัว รีบรวบร่างบางเข้ามากอดปลอบโยนใหม่

 

                        “จำไม่ได้หรอกค่ะ มันมั่วไปหมด อีกอย่างไม่มีเวลาจำด้วยเพราะต้องหนีเอาตัวรอด”

 

                        เอ่ยเท่านั้นก็รีบผลักเขาออก ดวงตาคู่สวยแหงนขึ้นไปจ้องอย่างจริงจัง

 

                        “เอ่อ แล้วคุณจะทำยังไงกับสองคนนั้นหรือคะ?”

 

                        “ก็ทำตามกฎ ส่วนชีวิตที่เหลือก็แล้วแต่ดวงของพวกมัน”

 

                        “ยังไงคะ?” ถามได้เท่านั้นมือบางก็ถูกฉุดไป โสภิญาโดนบังคับให้นั่งบนเตียง

 

                        “นั่งนิ่งๆ นะ ฉันมีอะไรจะให้ดู”

 

                        ธนาธรเอ่ยเท่านั้นก็เดินออกจากเคบิน ไม่นานก็หอบข้าวของพะรุงพะรังเข้ามา จัดการวางมันลงบนเตียง พอเห็นข้าวของลานตาเท่านั้น โสภิญาก็เบิ่งตากว้าง นั่งตัวแข็งทื่อ

 

                        “ข...ขะ....ของใครคะ เยอะแยะจัง?”

 

                        “ของเธอนั่นแหละน้ำตาล ฉันไปหาซื้อมาให้ตอนลงเรือ ก็พวกเสื้อผ้า น้ำหอม กิ๊บติดผม ลองดูสิว่าชอบหรือเปล่า”

 

                        เสียงสั่งพร้อมถุงอะไรสักอย่างที่ถูกหย่อนลงมาบนตักเหมือนกับยัดเยียดกันกลายๆ นั้น ทำให้โสภิญาต้องเปิดดูอย่างเสียไม่ได้ เห็นผ้าเนื้อลื่นสวยโผล่ออกมา จึงรีบหยิบขึ้นมาคลี่ดูอย่างอยากรู้อยากเห็นตามภาษาสาวๆ พอเห็นชิ้นแรกสวยก็เผลออมยิ้ม จากนั้นก็หยิบถุงนั้นถุงนี้ขึ้นมาดูจนเตียงรกไปหมด

 

                        “สวยๆ ทั้งนั้นเลย ใครเป็นคนเลือกคะ?”

 

                        ถามจบก็หน้าแดงนิดๆ เมื่อคนที่ยืนเงียบอยู่นานฉวยโอกาสนั่งลงข้างๆ มองตนตาเยิ้ม

 

                        “ฉันเอง หรือน้ำตาลจะให้ใครเลือกล่ะ ลูกเรือที่ออกไปด้วยกันก็มีแต่ผู้ชายทั้งนั้น แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปหาความสุขสำราญส่วนตัวหมด รบกวนใครไม่ได้เลยสักคน”

 

                        คำพูดมีนัยนั้นทำให้หน้านวลแดงอีกหน แต่คำว่าหาความสำราญ และคำพูดของรอปโปที่ว่าธนาธรก็ออกไปหาผู้หญิงเหมือนกัน เลยทำให้โสภิญารู้สึกตงิดๆ หมดอารมณ์จะดูข้าวของเอาดื้อๆ

 

                        “อ้าว เลยไม่สนใจของใช้ซะอย่างนั้น จ้องหน้าฉันเหมือนเคืองกันมาสักสิบชาติแบบนี้ มีอะไรเหรอ”

 

                        คำถามนั้นทำให้โสภิญายิ่งหน้าร้อน

 

                        “เอ่อ...ฉัน......ฉัน....”

 

                        “อ้าว เลยพูดไม่ออก คิดอะไรอยู่หรือน้ำตาล?”

 

                        คำถามพร้อมดวงตาที่จ้องจริงจังแต่คาดคั้นกันเห็นๆ นั้น ทำให้โสภิญาต้องขยับกายอึดอัด มือบางพยายามดึงมือหนาออก เมื่อจู่ๆ เขาก็คว้ามือตนไปกุมแน่น

 

                        “ว่าไง มองแปลกๆ สงสัยอะไร”

 

                        โดนอีกฝ่ายคาดคั้นไม่หยุดหย่อน จึงลอบถอนใจ ก่อนจะตอบไปหน้าแดงก่ำ

 

                        “แค่แปลกใจ ตอนรอปโปเข้ามา เขาบอกว่าคุณไปหาผู้หญิงที่สวยที่สุดของเมืองนี้ แล้วทำไมถึงมีเวลาซื้อข้าวของมากมายขนาดนี้ได้ คงเหนื่อยกับการทำเวลามากเลยสินะ เมื่อต้องดูแลผู้หญิงถึงสองคน”

 

                        เสียงสะบัด หน้าแดงหน่อยๆ พร้อมมือที่พยายามดึงหนีเขานั้น เรียกรอยยิ้มอ่อนๆ จากธนาธรโดยไม่รู้ตัว

 

                        แปลก! ปกติแล้วเขาไม่ชอบนักหากผู้หญิงจะแสดงอาการหวงตน แต่พอเจ้าของดวงหน้าเล็กๆ แก้มแดงๆ กล่าวเสียงสะบัดใส่ยามเจ้าตัวพลั้งเผลอเท่านั้น กรุงกลับชอบใจ อยากดูอยากฟังนักหนา แถมยังคิดบ้าๆ อยากจับร่างระหงนั้นกดลงไปบนเตียงแล้วตามแนบสนิทให้มันรู้แล้วรู้รอดไป

 

                        “เที่ยวนี้งด! เพราะภารกิจหาของใช้ให้คนไม่มีชุดจะใส่สำคัญกว่า”

 

                        กรุงเอ่ยพร้อมยื่นหน้าไปชิดดวงหน้างาม ทำให้คนหน้างอง้ำที่ไม่รู้ตัวเองเอาซะเลยยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่ กัปตันหนุ่มหน้าสวยกระตุกยิ้มเก๋ เมื่อเห็นเจ้าของริมฝีปากอิ่มเต็มขมุบขมิบจับใจความไม่ได้ว่าพูดอะไร แต่แก้มนี้แดงเป็นสตรอว์เบอร์รีเชื่อมเชียว

 

                        “ฉันไม่ใช่พวกสำส่อนหรอกนะคนสวย”

 

                        กรุงกล่าวเสียงนุ่ม ยกมือบางขึ้นมาจุมพิตเอาใจ ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ตนต้องเสียโอกาสอีกหนโดยไม่รู้ตัว

 

                        “ฉันมีผู้หญิงอยู่บนเรือแล้ว จะเที่ยวไปเสาะหาคนอื่นให้วุ่นวายทำไม ตลอดทางของการเดินเรือครั้งนี้ ตัวของฉันเป็นของเธอคนเดียวนะหวานใจ”

 

                        เอ่ยเสียงหวาน ยื่นหน้าไปหาคนข้างๆ แล้วก็ล้มหงายไม่เป็นท่า เมื่อโดนคนตัวบางผลัก แถมยังขึ้นคร่อมเขาอีกซะด้วย กรุงยิ้มร่า คิดว่าหล่อนจะขอบคุณ ไม่นานก็สบถเสียงขรม เมื่อของที่ซื้อหามาให้ถูกเทลงใส่หน้า แถมบางชิ้นหล่อนยังหยิบขึ้นมาฟาดใส่เขาอีก

 

                        “นี่! เธอทำอะไรของเธอน่ะโสภิญา หยุดเดี๋ยวนี้เชียว ฉันยังไม่อยากรังแกผู้หญิงนะ”

 

                        กรุงตวาดลั่นเมื่อได้สติ จับร่างบางไปนั่งจุมปุ๊กข้างๆ ประสานสายตาอย่างขัดเคือง เห็นแม่คนฤทธิ์มากร้องฮึจากนั้นก็สะบัดหน้าหนี

 

                        “เอาไปเถอะฉันไม่อยากได้แล้ว! คิดว่าขนข้าวของพวกนี้มาปรนเปรอ แล้วนั่งทำหน้าหล่อๆ พูดจาดีๆ ด้วย ฉันจะยอมตกลงใจเป็นผู้หญิงของคุณง่ายๆ งั้นเหรอ ไม่มีทาง!

 

                        “แค่นี้นะ ถึงกับต้องเทของลงมาบนกบาลฉัน!” เสียงตวาดที่ไม่สนใจสารพัดเหตุผลของเธอนั้น ทำให้โสภิญาอึ้ง มองหน้าเขาแล้วก็มองข้าวของที่เกลื่อนกลาด

 

                        “เก็บมันซะเดี๋ยวนี้เชียวแม่ตัวดี ฉันจะออกไปหาอะไรดื่ม กลับมาอีกครั้งหวังว่าเธอคงใส่ชุดสวยๆ พรมตัวหอมๆ ทำตัวน่ารัก น่าให้ความเมตตามากกว่านี้นะ ฉันจะให้ช่างมาซ่อมประตูไวๆ ไม่ชอบให้เสียงของนางกลางตลาดเล็ดลอดออกไป!

 

                        “นี่! คุณว่าใครเป็นนางกลางตลาด กัปตันกลับมาเดี๋ยวนี้นะ”

 

                        โสภิญากระทืบเท้าเร่าๆ หมายจะเดินตามไปพูดกันให้รู้เรื่อง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อนึกได้ว่าตนอยู่ในสภาพไม่เรียบร้อย

 

                        “ธุระไม่ใช่ ที่ใครจะต้องมานั่งรอคุณแล้วคอยเอาอกเอาใจ”

 

                        เอ่ยจบก็หยิบชุดสวยที่ถูกใจที่สุดขึ้นมาใส่ ใช้หวีเก๋ไก๋ที่เขาซื้อมาให้หวีผมยาวสลวย จากนั้นก็เดินเขยกขา พาหน้าสวยแต่ฟกซ้ำออกจากเคบิน มุ่งตรงไปที่หัวเรือทันที เธอก็อยากเห็นเหมือนกันว่าเขามีวิธีลงโทษผู้ชายชั่วๆ สองคนนั้นยังไง

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

                        “นังตัวซวย นังโสเภณีโรคเอดส์ นังตัวเชื้อโรคร้าย”

 

                        เสียงด่าทอของหมาบ้าที่ดังลั่นนั้น ทำให้ดวงหน้างามที่กำลังชะโงกหน้าไปดูมันชักเคืองขุ่น หน็อยแน่ไอ้รอปโปหน้าผีบังอาจมาก มาตะโกนปาวๆ ว่าเธอเป็นเอดส์ ฮึหาว่าเธอเป็นเอดส์แต่ก็ยังอยากได้เธอ ด้วยความโมโหร่างบางที่อยู่ในชุดกระโปรงฟูฟ่องสีสันสดใสจึงพยายามตะกายร่างขึ้นไปบนหัวเรือ เมื่อขึ้นไปได้อย่างทุลักทุเลแล้ว ก็แยกเขี้ยวฮึ่มๆ ใส่มัน

 

                        “หน็อยแน่! ไอ้เชื้อโรคร้าย แกน่ะสิเป็นเอดส์ แถมยังหน้าผี ทำเลวแล้วยังไม่สำนึกอีกเหรอ อย่างนี้มันต้องโดน”

 

                        เอ่ยจบร่างบางก็โน้มกายลงไปไขว่คว้าเชือกหมายจะกระตุกแกล้งมัน แต่ด้วยความที่เรือแล่นเร็ว ลมทะเลแรงมากเลยทำให้ร่างแบบบางแกว่งไกว คว้าเท่าไรก็ไม่ได้สักที ขณะที่กำลังขะมักเขม้นห้อยหัวไปมาอยู่นั้น เสียงดุจกัมปนาทก็ดังขึ้น

 

                        “นั่นเธอจะทำอะไรน่ะโสภิญา?”

 

                        สิ้นเสียงนั้นคนโก้งโค้งอยู่ก็เสียหลัก ข้อศอกที่พยุงกายไว้ลื่นไถล โสภิญาได้ยินเสียงตัวเองกรีดร้องก้อง มารู้สึกตัวอีกทีมือบางก็จับราวเหล็กห้อยโตงเตงอยู่ที่หัวเรือ ขณะที่ฝ่าเท้าน้อยๆ เหยียบลงไปบนหัวชายชั่วทั้งสองขาละข้าง

 

                        โอ๊ะ! แม่คุณ ทำไมเธอถึงช่างหาเรื่องใส่ตัวได้เก่งขนาดนี้”

 

                        กรุงเอ่ยแล้วถลาเข้าไปหาร่างที่กำลังจะตกเรือ จับมือบางเอาไว้แน่น เห็นอีกฝ่ายดิ้นหยุกหยิกๆ ไปมา ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อได้ยินเสียงต่อสู้เล็กๆ ดังมาจากทางด้านล่าง

 

                        โอ๊ย! ฉันจะฆ่าแกนังโรคเอดส์ นังปีศาจร้าย”

 

                        เสียงรอปโปดังขึ้น กรุงหรี่ตามองก็เห็นเจ้าของข้อเท้าเรียวเล็กกำลังใช้ส้นรองเท้าหรูที่ตนซื้อให้กระทืบไหล่มันแรงๆ เขาส่ายหน้าอย่างระอา ไม่รู้จะโกรธหรือขำดี ตัวก็เล็กแต่เจ้าคิดเจ้าแค้นเหลือเกิน

 

                        “อยู่เฉยๆ อยากตกลงไปหรือไง ฉันจะเอาเธอขึ้นมา อย่าดิ้นสิ”

 

                        เอ่ยได้เท่านั้นคนที่กำลังกระทืบรอปโปอย่างเอาเป็นเอาตายก็ตวัดตามามองเขาขุ่นเขียว มือบางกำราวเหล็กแน่น แต่บ่าเล็กบิดหนีมือหนาที่สอดมาใต้รักแร้ ไม่ยอมให้เขาดึงตนขึ้น

 

                        “อย่าเพิ่งสิ ฉันจะเอาเรื่องมันก่อน มันว่าฉันเป็นเอดส์ เป็นเชื้อโรคร้าย ไอ้บ้า! สมแล้วที่หน้าผี!

 

                        โสภิญากัดฟันกรอดไม่ยอม เท้าเล็กๆ เหยียบกระแทกไปที่ไหล่ของมันใหม่ ทำให้รอปโปทั้งโกรธทั้งคลั่งมากยิ่งขึ้น ชายชั่วดิ้นแรงๆ หาหนทางเอาคืนคนตัวเล็ก กรุงถอนใจให้กับความบ้าบิ่นของทั้งคู่ ก่อนจะตัดบทคนฤทธิ์เยอะด้วยน้ำเสียงรำคาญ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

34 ความคิดเห็น