เทพบุตรซาตาน-นิยายลำดับ 2 ซีริส์ชุดหนึ่งนางกลางใจ

ตอนที่ 19 : บทที่ 6 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 ส.ค. 58

บทที่ (3) 

                        “พ..พะ...พวกแกอย่าเข้ามานะ”

 

                        เอ่ยไปแล้วมองซ้ายมองขวา ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากพวกมัน สองคนชั่วค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาเธออย่างใจเย็น ดวงหน้าเรียวงามมีเหงื่อแตกซิก หันไปเห็นมีดเล่มใหญ่วางอยู่บนเขียง หญิงสาวเลยวิ่งเข้าห้องครัว คว้ามีดได้ก็วิ่งกลับมาอย่างว่องไว

 

                        “ใครจะตายก่อนเข้ามา ฉันไม่ยอมให้พวกแกเป็นฝ่ายเชือดเพียงฝ่ายเดียวหรอกนะ บอกแล้วไงว่ามีโอกาสเมื่อไรฉันจะฆ่าแก!

 

                        เอ่ยพร้อมจ้องไปที่มันด้วยประกายกร้าว เห็นริคโซชะงักลังเล แต่รอปโปนั้นดวงตาฉายประกายเกรี้ยวกราด ร่างบางสะท้านเมื่อมันตวาดลั่น

 

                        “หน็อยแน่ นังโสเภณี ถือมีดออกมาเพื่อให้ฉันจับแกแล่เป็นชิ้นๆ หรือไง คิดว่าฉันกลัวเหรออีตัวสถุล ผู้หญิงถือมีดก็เหมือนเด็กห้าขวบถือปืนฉีดน้ำ”

 

                        “แก” โสภิญาเอ่ยเท่านั้นก็ค่อยๆ ถอยหนี เมื่อมันพาร่างใหญ่ก้าวมาหาเธออย่างไม่หวั่น ดวงตาคู่สวยมีน้ำตาคลอ หวาดกลัวที่สุดในชีวิต มือบางที่จับมีดอยู่ก็เริ่มสั่นไหว

 

                        “ข้อมือแค่นี้เอง หักทีเดียวก็หลุดแล้ว ยังริอ่านมาเล่นมีดกับฉัน”

 

                        มันเอ่ยเท่านั้นโสภิญาก็ร้องวี้ด ดวงตาโตเบิ่งกว้างอ้าปากค้างด้วยความช็อก เมื่อร่างหนากระโจนเข้าหามีดเธออย่างไม่หวั่นกลัว

 

                        “อย่าเข้ามานะ อย่า”

 

                        หญิงสาวร้องลั่นราวคนเสียสติ ตกใจเงื้อง้างมีดไปสุดแขนโดยอัตโนมัติ พอมันพุ่งมาถึงตัว มือบางก็ฟันฉับลงไปที่ซีกหน้าของมัน โสภิญาอ้าปากหวอนัยน์ตาเบิ่งกว้างหาเสียงของตนเองไม่เจอ ได้ยินเสียงร้องด้วยความทรมานลั่น เห็นมันรีบผละออกห่างหน้าตาชุ่มโชกไปด้วยเลือด

 

                        “ริคโซ แกจะยืนงงอยู่ทำไม จับมันไว้สิ ฉันจะแก้แค้นที่มันทำให้ฉันหน้าแหก มันทำให้ฉันเสียลูกตา!

 

                        วี้ด! ปล่อย!” สิ้นเสียงนั้น มือบางก็ถูกบีบแน่นจนมีดหลุดไปจากมือ

 

                        “อีนังตัวดี! ก่อนตายฉันจะแก้แค้นแกให้สาสม”

 

                        รอปโปเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยว ในขณะที่โสภิญาถูกริคโซจับเอามือไพล่หลัง หญิงสาวร้องวี้ด ไม่รู้ว่ามันเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนโถมเข้าใส่เธอ ทั้งที่มีเลือดเขรอะเต็มตัวแบบนี้

 

                        “แก อีโสเภณีตัวแสบ แกทำให้ฉันเสียลูกตา หลังจากฉันจัดการกับหุ่นสวยๆ นมใหญ่ๆ ของแกจนสมใจแล้ว ฉันจะควักลูกตาแกออกมาให้ฉลามกิน อีนังโสเภณีชั่วช้า นังเศษขยะ”

 

                        วี้ด! อย่านะ”

 

                        หญิงสาวร้องลั่นเมื่อมือหนาหยาบชวนขยะแขยงกระชากเสื้อเธอออก แต่ไม่นานมันก็ต้องมีอันกระเด็น แล้วก็มีมือหนึ่งกระชากเธอเข้าไปหา จากนั้นริคโซกับรอปโปก็ล้มคว่ำทับกันไปต่อหน้า

 

                        “ค..คะ..คุณ ช่วยด้วย” เหมือนสวรรค์มาโปรดก็ไม่ปาน หญิงสาวร้องเรียกธนาธรเสียงหลง

 

                        “ดูแลผู้หญิงของฉันเอาไว้ให้ดี ฉันขอคิดบัญชีกับไอ้ชิงหมาเกิดสองตัวนี้ก่อน”

 

                        กรุงกล่าวจบก็ผลักร่างบางไปให้ลูกน้อง ส่วนร่างสูงก็เดินอาดๆ ไปหาชายชั่วอย่างเข่นเขี้ยว โสภิญาขนลุกชันเมื่อเห็นแววตาของมัจจุราชร้ายปรากฏชัด กลบดวงตาที่เคยคมหวานเป็นเอกลักษณ์ไปสิ้น แม้แต่โสภิญาซึ่งไม่ใช่คนที่ก่อให้เกิดเพลิงพิโรธนั้นก็ยังกลัว แล้วคนที่ก่อเรื่องล่ะ

 

                        “อย่านะครับกัปตัน นังโสเภณีนั่นต่างหากที่มายุ่งกับเราสองคนก่อน มันแอบออกมาขายตัวให้กับเราตอนที่กัปตันไม่อยู่ครับ แล้วพอเราตกลงใจนอนกับมันเสร็จ มันก็แอบขโมยเงินของเราไป พวกเราไล่ตามจับตัวมัน หวังจะเอาเงินคืน แต่นังชาติชั่วนี้มันกลับอยากได้ของของคนอื่นซะเหลือเกิน นอกจากหน้าด้านไม่ยอมคืนเงินให้แล้ว มันยังเอามีดฟันรอปโปทีเผลอจนหน้าเหวอะหวะอีกต่างหาก”

 

                        ริคโซรีบแก้ตัวเป็นฉากๆ ขณะที่รอปโปฟุบลงไปตั้งแต่เห็นเจ้าของเรือปรากฏ

 

                        “ไอ้ลูกหมา!

 

                        กรุงกระชากคอมันขึ้นมาอย่างเข่นเขี้ยว ริคโซอึกอักดิ้นหนีเมื่อสบเข้ากับสายตาดุดัน

 

                        “ในเคบินฉันมีร่องรอยการต่อสู้ แล้วมาเอสโต้ก็ไม่ใช่พวกขี้เซาหรือนั่งหลับในด้วย ฉันกลับมาถึงเรือ เรียกเขาเป็นสิบๆ ครั้งก็ยังไม่ตื่น นี่มันไม่ใช่แค่การลากตัวผู้หญิงของฉันมาสนองตัณหาของแกเท่านั้นหรอกนะ แน่นอนว่ามันมีเบื้องลึกเบื้องหลัง สารภาพมาซะดีๆ ริคโซ ว่าแกทำแบบนี้กับผู้หญิงของฉันทำไม”

 

                        คำถามพร้อมสายตาที่จ้องนิ่งนั้น ทำให้ริคโซอึกอักหน้าซีดเซียว

 

                        “อย่าช้า ตอบมา”

 

                        เสียงตวาดของกรุง พร้อมมือที่ปาดผ่านคอมันในท่าเชือดนั้น ทำให้ริคโซตาเหลือก

 

                        “ตอบแล้วครับ กัปตันอย่าทำอะไรริคโซเลย”

 

                        ริคโซเอ่ยแล้วมองไปทางสตรีที่เป็นต้นเหตุให้ตัวเองโชคร้ายอย่างหวั่นๆ แล้วก็มองไปทางรอปโปที่กำลังจะหมดสติลงทุกเมื่อ

 

                        “วันแรกที่นังโสเภณีนี้ขึ้นมาบนเรือ......”

 

                        “อย่าเรียกเขาว่าโสเภณีอีกเพราะโสภิญาตกลงใจแล้วว่า หล่อนจะเป็นผู้หญิงของฉันคนเดียว”

 

                        เสียงเข่นเขี้ยวนั้นทำให้คนที่ยังไม่ได้ตกลงปลงใจตาโต ส่วนคนเรียกก็หน้าซีด แต่พอสบตากับคนเร่งรัดให้พูด ก็รีบละล่ำละลักเล่าต่อ

 

                        “วันที่มันขึ้นเรือวันแรก เราสองคนเจอมัน รอปโปวางแผนจะเอานังนี่ไปเล่นสนุกด้วย ระหว่างที่จะพาไปสนุก นังโสเภณี นี่ เอ่อ เลดี้ของกัปตัน” ริคโซรีบกล่าวแก้เมื่อเรียกตัวต้นเหตุว่าโสเภณี กัปตันของตนก็กัดฟันกรอดตาลุกวาว กะลาสีหนุ่มปาดเหงื่อที่ซึมเต็มหน้าผากออกไป แล้วกลั้นใจสารภาพต่อ

 

                        “มันดิ้นไปดิ้นมา หัวก็กระแทกพื้น แล้วมันก็สลบไป รอปโปกลัวมันจะฟื้นขึ้น แล้วกัปตันจับได้ ก็เลยเอามันโยนลงทะเล”

 

                        “ไอ้ริคโซ แกก็ด้วย”

 

                        รอปโปกัดฟันพูด มองเพื่อนอย่างขุ่นเคืองที่โทษตนแต่คนเดียว ทั้งที่ริคโซเองก็อยากได้โสเภณีโซนเอเชียขนานแท้เหมือนกัน

 

                        “รอปโปมันเป็นคนต้นคิดทุกอย่างแค่คนเดียวจริงๆ นะครับกัปตัน”

 

                        ริคโซรีบบอกเมื่อเห็นเพื่อนสลบไป ไม่มีปัญญาคัดค้านอีก แต่ไม่นานก็ต้องร้องเสียงหลงหน้าซีดเผือด เมื่อธนาธรพยักพเยิดกับคนของตนให้เข้ามาจับตัว

 

                        “จับฉันทำไม ก็บอกอยู่นี่ไง ว่าทั้งหมดเป็นแผนการของเจ้ารอปโปทั้งนั้น”

 

                        “จับมันไปผูกไว้กับหัวเรือทั้งสองคนนั่นแหละ ให้มันอาบแดดกินลมชมทะเลสักสองวันสองคืน หลังจากนั้นก็ว่าไปตามกฎ!

 

                        “เฮ้ย ไม่นะ ฉันไม่อยากถูกปล่อยทิ้งลงกลางทะเล”

 

                        ริคโซเอ่ยเท่านั้นก็คอหดเมื่อกรุงเดินเข้ามากระชากเสื้อ

 

                        “ฉันลงโทษแกในกฎข้อที่เบาที่สุดของลูกเรือลำนี้แล้วนะริคโซ ที่ยกให้เพราะแกสารภาพ อีกอย่างผู้หญิงของฉันก็ไม่เป็นอะไรมาก เรือลำเล็กหนึ่งลำ กับปืนสั้นหนึ่งกระบอก พวกแกต้องเสี่ยงดวงกันเอาเองนะริคโซ ว่าแกกับคู่หูสุดชั่วของแก ใครจะอยู่หรือใครจะไป”

 

                        กรุงเอ่ยเท่านั้นก็พยักพเยิดกับลูกน้องของตนให้พาลูกเรืออันธพาลไปลงโทษ พอทุกคนไปหมดแล้วก็เหลือแค่เพียงตนและโสภิญา เห็นอีกฝ่ายถอนใจโล่งอก หน้าที่ซีดเซียวเริ่มมีสีสันขึ้นมาบ้างแล้ว ร่างสูงเดินไปตรงหน้า สบตาอีกฝ่ายครู่หนึ่ง กระตุกมุมปากยิ้ม มือหนายกขึ้นตบแก้มนวลเบาๆ อย่างหยอกเอิน

 

                        “เก่งเหมือนกันนะกุ๊กไก่น้อย เล่นซะหน้ารอปโปเยินเหมือนผีเลย ไม่ยอมอยู่เฉยให้ใครทำร้ายเลยนะ ฉันชักชอบเธอขึ้นมาซะแล้วสิหนูกุ๊กไก่”

 

                        จบคำพูดมือหนาก็ถูกผลักออก ใบหน้าสวยงอง้ำมองเขาตาขุ่น กรุงเลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถาม

 

                        “อย่าเรียกฉันว่ากุ๊กไก่อีก เพราะมันเหมือนอีตัวที่มาจากเล้า ฉันไม่ชอบ! ฉันไม่อยากเชื่อหรอกนะว่าฉันเป็นโสเภณีอย่างที่พวกคุณทั้งลำเรือพูดกันจริงๆ รอให้ฉันจำความได้ก่อนเถอะ แล้วฉันจะบอกเองว่าฉันเป็นอะไรกันแน่”

 

                        “น้ำตาล”

 

                        โสภิญาชะงักเมื่อไปได้ไม่กี่ก้าวมือหนาก็รวบเอวไว้ ร่างบางรู้สึกปลอดภัยขึ้นทันใด เมื่อคนตัวโตโอบกอด แล้วจูบที่ขมับเบาๆ

 

                        “อันที่จริงมันก็มีอะไรขัดแย้งกันอยู่ ตาใสๆ ร่างสวยๆ ดูไร้ราคีของเธอ ช่างขัดแย้งกับอาชีพของเธอจริงๆ เอ หรือจะไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดนะ เพราะก่อนที่เราจะพูดคุยกันรู้เรื่อง เธอก็ดันมาสูญเสียความทรงจำไปซะก่อน”

 

                        “นั่นสิเห็นไหมล่ะ ในที่สุดคุณก็ยอมรับแล้ว ว่าที่พูดมาทั้งหมด คิดเองเออเองทั้งนั้น”

 

                        โสภิญาตอบรับห้วนๆ ดวงหน้างามแหงนขึ้น กว่าจะรู้ว่าหลวมตัวติดกับดักกัปตันจอมเจ้าเล่ห์เข้าให้ก็หน้าแดงก่ำ เมื่อสบประสานกับนัยน์ตาที่ฉายแววปรารถนามีนัยแอบแฝงเด่นชัด คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง อ้อมแขนอบอุ่นกอดเธอแน่น แถมยังเขยิบร่างสูงมาชิด จนโสภิญาและเขาแทบจะหลอมเป็นเนื้อเดียวกัน การจู่โจมที่รวดเร็วทำให้หญิงสาวอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แล้วก็ใจเต้นตึกตัก เมื่อดวงหน้าคมเข้มแต่ทว่าสวยเซ็กซีเกินชายโน้มลงมาหา

 

                        ลมหายใจอุ่นพร้อมกลิ่นบุรุษเพศผสมกับกลิ่นไอท้องทะเล ทำให้โสภิญาหายใจไม่ค่อยออก หรือเธอจะเคยเป็นโสเภณีอย่างที่เขากล่าวหาจริงๆ เพียงแค่เขากอดโอ้โลมเข้าหน่อย เธอก็ใจสั่น หน้าท้องบิดเกลียว ภายในร้อนผ่าวเหมือนมีกองไฟก่อตัวขึ้น ทั้งที่เพิ่งผ่านวิกฤติร้ายเกี่ยวกับความเป็นความตายมาแท้ๆ นี่มันเป็นปฏิกิริยาตอบรับของผู้หญิงจอมร่าน ที่ชอบเรื่องเพศรสมากๆ เท่านั้นแหละ โสภิญาแอบคิดอย่างใจคอไม่ค่อยดี

 

                        “น้ำตาลจ๋า ความจริงมันก็มีวิธีพิสูจน์ให้รู้กันไปชัดๆ รวดเร็วถึงใจ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้น้ำตาลหายจากอาการความจำเสื่อมก็ได้”

 

                        ธนาธรเอ่ยพร้อมลูบแก้มนวลตาปรอย ก่อนจะเคลื่อนนิ้วเรียวแกร่งไปลูบปากเต็มอิ่มอย่างหลงใหล

 

                        “ขอเพียงแค่น้ำตาลยอมเป็นของฉัน จะเมียน้อย เมียเก็บ เมียบำเรอ เป็นเมียอะไรก็ได้แล้วแต่น้ำตาลจะเรียก ถ้ายอมเมื่อไร แค่นี้ก็รู้แล้วว่าน้ำตาลเป็นโสเภณีเจนสังเวียนอย่างที่ฉันและพวกลูกเรือคิดเอาไว้หรือเปล่า”

 

                        ธนาธรพยายามหว่านล้อม ชักได้ใจเมื่ออีกฝ่ายแหงนหน้าฟังเฉย สองมือหนาเคลื่อนไปจับบ่าบอบบางอย่างถือสนิท

 

                        “ตกลงให้ฉันดูแลเธอเถอะนะ ฉันจะถนอม ให้ความสุข โดยที่เธอจะไม่อนาทรร้อนใจเลย สัญญาด้วยเกียรติของกัปตันเรือลำนี้เลยนะน้ำตาลนะ ให้ฉันได้เลี้ยงดูเธอเถอะ”

 

                        จบคำพูดที่หวานหูแต่เอาแต่ใจสุดๆ นั้น หน้าหวานก็แดงก่ำ แววตาเกรี้ยวกราด มือบางรีบผลักร่างหนาออก แล้วจ้องเขาด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อ พยายามไม่หวั่นไหวกับรอยยิ้มหวานเยิ้มของคนไม่ถือสาอาการหน้าตาบูดบึ้งหักงอของตน

 

                        “บ้า! คนเห็นแก่ตัว เสนอแต่ละอย่างมีแต่เรื่องเอาเปรียบเราทั้งนั้น อุ๊ย! ไม่อยากจะมองหน้าแล้ว” โสภิญาเอ่ยหน้างอ รีบวิ่งออกมา ขัดใจตัวเองนักที่รู้สึกโหวงๆ เมื่อต้องผละห่างจากไออุ่นของเขา

 

                        ธนาธรมองตามร่างบางไปแล้วกระตุกยิ้มบางเบา แต่พอนึกอะไรบางอย่างได้ก็หน้าเครียด รีบเดินไปยังหัวเรือทันที เมื่อมีเรื่องเลวทรามต่ำช้าเกิดขึ้นในเรือของเขา มันก็ถึงคราวที่ต้องใช้พระเดชกันบ้าง ลูกเรือคนอื่นจะได้ไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่าง

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

 

                       

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

34 ความคิดเห็น