เทพบุตรซาตาน-นิยายลำดับ 2 ซีริส์ชุดหนึ่งนางกลางใจ

ตอนที่ 16 : บทที่ 5 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 ส.ค. 58

บทที่ (3) 

                        “ที่จริงแล้วฉันไม่คิดจะแต่งงานกับใครสักคน ต่อให้คนๆ นั้นจะรวย เป็นสาวพรหมจารี ก็ไม่คิดแต่งด้วย ฉันชอบอยู่แบบชายโสดไร้พันธะ ถ้าเธอยอมให้ฉันดูแล ต้องขอบอกเอาไว้เลยว่าบางครั้งมีเศษมีเลยบ้าง แต่จะไม่ทอดทิ้งไปไหนหรอก จะเลี้ยงดูให้ดี และถ้าเธอเบื่ออยู่กับผู้ชายที่ไม่สามารถยึดเอามาเก็บเป็นของตัวเองได้ ก็ขอให้บอกกัน ฉันจะได้เปิดกิจการอะไรสักอย่างให้ ก่อนจะแยกจากกันไปซะ”

 

                        “ลงนรกไปซะเถอะ ไอ้คนหลงตัวเอง ชอบดูถูก ข่มเหงจิตใจเพศแม่ คุณมันไอ้คนทุเรศ ทุเรศที่สุดด้วย!” โสภิญากล่าวเท่านั้นก็ขว้างขนมปังในมือใส่หน้าเขา แล้วสาดด้วยน้ำชาอุ่นๆ ทำให้อีกฝ่ายสบถออกมาหัวเสีย นัยน์ตาลุกวาว

 

                        “คุณตีค่าการอยู่กับใครสักคนอย่างกับคุยเรื่องธุรกิจ ต่อไปอย่ามาคุยกับฉันแบบนี้อีก ฉันจะอยู่แต่กับคนที่ฉันรักเท่านั้น ถึงคนๆ นั้นจะไม่มีอะไรมาเสนอให้ก็ตาม แต่ฉันก็ยินดีที่จะอยู่กับเขา”

 

                        กล่าวจบก็เดินจากไป แต่แล้วก็เสียวสันหลังวูบ เมื่อเสียงเย็นเยียบดังขึ้น

 

                        “ก่อเรื่องแล้วหนีหรือ กลับมา แล้วนั่งลงขอโทษฉันเดี๋ยวนี้โสภิญา”

 

                        คำสั่งนั้นทำให้โสภิญาหันกลับ มองไปก็เห็นเขาจ้องตนสายตาชืดชา ดวงหน้าหวานคมยังมีเศษขนมปังและน้ำชาชั้นดีเกาะพราว จึงค่อยๆ เดินกลับไปนั่ง พอนั่งได้ก็เชิดคอสูง

 

                        “ฉันพบกับคุณครึ่งทางแล้ว ยอมกลับมานั่งตามเดิม แต่จะไม่ให้คำขอโทษ”

 

                        “น้ำตาล อย่าทำตัวเป็นเด็กดื้อ”

 

                        หน้าเชิดๆ ปากแดงตามธรรมชาติ และสายตาที่มองมาอย่างท้าทาย อย่างคนตั้งหลัก และพร้อมจะสู้นั้น ทำให้กรุงพูดไม่ออก

 

                        “เมื่อกี้นี้เธอไล่ฉันไปลงนรกใช่ไหม”

 

                        “จำได้ว่าไม่ได้บอกให้ไปสวรรค์”

 

                        เสียงเถียงหน้าตายของคนหน้าหวานแววตาซื่อหน่อยๆ นั้น ทำให้กรุงกัดฟันกรอด

 

                        “ความจำเสื่อมแต่พยศอย่างร้าย รู้ไหมว่าทุกคนบนเรือนี้จะไม่เถียงฉัน”

 

                        “แต่ดิฉันเป็นโสเภณี ไม่ใช่ลูกน้องคุณ ไม่ชอบก็เถียงได้”

 

                        เสียงรวนนั้นทำให้กรุงกัดฟันอีกกรอด แล้วไอ้หน้าเชิดๆ ไม่แลกันแม้แต่หางตานั้นก็ทำให้เขาหมดความอดทน มือหนากระชากแขนคนตัวบางเพียงทีเดียว อีกฝ่ายก็ลอยหวือมานั่งบนตัก เห็นคนตัวเล็กเบิ่งตากว้างหน้าตาตกใจ ปากสั่นน้อยๆ ก็สะใจยิ่งนัก

 

                        “เธอไล่ฉันไปลงนรก แต่ฉันเป็นคนไม่ยอมรับคำสั่งของใคร แล้วก็ชอบทำอะไรตรงกันข้ามกับคนที่บังอาจสั่งกันเสียด้วยสิ งั้นน้ำตาล ฉันคิดว่าเราสองคน...”

 

                        กัปตันเรือหนุ่มกล่าวอ้อยอิ่งทิ้งช่วงไปดื้อๆ ดวงตาคู่คมออกหวานเยิ้มขึ้นมากะทันหันยามมองริมฝีปากสั่นระริก หน้าหวั่นๆ สุดท้ายก็จับนิ่งไปที่ร่องอกขาวๆ เห็นนวลเนินรำไร

 

                        “คุณจะทำอะไรฉัน ปล่อยนะ”

 

                        โสภิญาบอกเสียงสั่น ผงะหน้าออกห่างจากใบหน้าสวยเกินชาย เบิ่งตากว้างเมื่อมือหนากดลงมาที่สะโพก บังคับให้ชิดใกล้เขามากขึ้น

 

                        “อย่าดิ้นสิทูนหัว เดี๋ยวจะพาไปสวรรค์”

 

                        เสียงทุ้มเอาจริงดังขึ้น หญิงสาวเลยหลับตาปี๋ ระดมกำปั้นทั้งทุบทั้งผลักเขาไม่ยั้ง แล้วก็ร้องโอดโอยเมื่อสองมือถูกรวบไปด้านหลัง อกนุ่มๆ เบียดกับแผงอกกว้างสนิทแนบ ยิ่งเธอหน้าร้อน เขาก็ยิ่งกดบังคับให้มันเสียดสีกัน

 

                        “เวลาเธอโกรธนี่ ปากยิ่งแด๊งแดง เห็นแล้วอยากจูบชะมัด”

 

                        “ไอ้บ้า ไอ้คนถ่อย”

 

                        โสภิญากล่าวเท่านั้นก็สะดุ้งน้ำตาซึม เมื่อกรุงใช้ฟันขาวขบลงมา มันไม่ได้จูบแบบที่เขาพูดแต่มันเป็นการกัดเพื่อกำราบกันมากกว่า

 

                        “ผู้หญิงอวดดี จองหอง วาจาสามหาว ฉันจะทำให้เธอหมอบราบคาบแก้วให้ได้”

 

                        “ไม่มีวัน ไอ้อสูรทะเลจอมกุ๊ย ไอ้กัปตันขี้เบ่ง หน้าตาก็ดี แต่ชอบรังแกผู้หญิง”

 

                        “อะไรนะน้ำตาล อยากลองดีหรือไง นอกจากจะไม่ขอโทษแล้ว ยังไม่หยุดปากดีอีก”

 

                        “ก็คุณมันแย่จริงๆ นี่นา ไปลงนรกซะไป๊ ฉันขอให้คุณตกทะเลแล้วโดนฉลามกินตาย”

 

                        สิ้นคำพูดนั้นโสภิญาก็ร้องแอ้ก เมื่อโดนทุ่มลงไปบนโซฟาเล็กๆ เท่าแมวดิ้นตาย หญิงสาวเบิ่งตากว้างเมื่อร่างสูงตามติดมา ขาเรียวเล็กหดหนีสะโพกเพรียว รู้สึกได้ถึงปฏิกิริยาทางกายที่เกิดขึ้นกับเขาทันที เขาพูดจาร้ายๆ แต่ร่างกายกลับเรียกร้อง ต้องการกันอย่างน่าทุเรศ

 

                        “ไม่ต้องทำหน้าตกใจแบบนั้นก็ได้ อารมณ์พิศวาสบาดจิตนี่ มันเกิดได้ทุกสถานการณ์อยู่แล้ว ยิ่งได้เห็นผู้หญิงสวย เถียงเก่ง ปากแดง หน้าแดง ตาวาววับแบบนี้ มองมุมไหน อารมณ์มันก็ไม่หยุดพลุ่งพล่านเสียที อยู่เฉยๆ เลยแม่ตัวดี นั่งนิ่งๆ เตรียมตัวชดใช้ให้ฉันเดี๋ยวนี้ แม่สาวลำโพงแตก”

 

                        กรุงกล่าวเท่านั้นก็คว้าลำคอนวลเนียนกำไว้หลวมๆ แต่ก็ทำเอาอีกฝ่ายตาเหลือกลาน ไม่กล้าดิ้นหนีขยุกขยิกไปไหน พอเห็นอีกฝ่ายจ้องมาหวั่นๆ ก็เลิกคิ้วล้อเลียน จากนั้นก็ค่อยๆ โน้มหน้าลงไปหา ฉกไปที่กลีบปากอวบอิ่ม ที่กรุงรู้ดีว่ามันหวานล้ำขนาดไหน

 

                        “ถ้าทุบอีกหนนะน้ำตาล ฉันจะพาเธอไปลงนรกตามที่เธอบอก แต่ถ้ากอดแน่นๆ ละก็ รับรองสวรรค์รำไร”

 

                        เสียงจริงจังนั้นทำให้โสภิญาชะงัก แต่ก็ไม่มีเวลาคิดนานเมื่อเขาฉกวูบลงมาที่ริมฝีปากอีกครั้ง ธนาธรใช้มือหนารวบสองมือบางของเธอไปอยู่เหนือศีรษะ หญิงสาววูบวาบหวามไหวไปทุกอณู ร่างบางเกร็ง กำมือแน่น ซาบซ่านทั่วสรรพางค์ เมื่อริมฝีปากร้อนๆ จุมพิตไปตามดวงหน้านวลเนียน ไม่นานก็ไถลลงมาที่ลำคออ่อนนิ่ม ร่างบางที่แข็งขืนอ่อนลงไปชั่วพริบตา

 

                        โสภิญาน้ำตาคลอเมื่อความรู้สึกร้อนเร่าพุ่งขึ้นสูง อนิจจา เธอคงเป็นโสเภณีจริงๆ นั่นแหละ เพราะแค่เขาจูบคลอเคล้า อารมณ์ปรารถนาอยากจะให้เขาเสพจนสมรักก็ลุกกระพือ น่าอายจริงๆ แค่เขาต้องแตะ ร่างกายเธอก็พร้อมยิ่งกว่าพร้อมซะอีก แขนเรียวบางผวากดศีรษะเขาซุกลงที่ทรวงอกคู่สวย สะบัดศีรษะไปมาอย่างสะกดกลั้นไม่อยู่ กระนั้นก็ยังฝืนตะโกนบอกเขาเสียงแหบแห้ง

 

                        “อย่า ฉันไม่ต้องการ ฉันไม่อยากไปไหนกับคุณทั้งนั้น ไม่ว่าสวรรค์หรือนรกก็ตาม ได้โปรดปล่อยฉันซะทีเถอะ ได้โปรดปล่อยฉัน”

 

                        “ชู่ว์ เลิกคิด หยุดพูดได้แล้ว นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาใช้เสียง”

 

                        เสียงเขาดังขึ้น พร้อมเคลื่อนตัวมามองหน้าเธอ โสภิญางงงันเมื่อเห็นอกเปล่าเปลือยของอีกฝ่าย เขาถอดเสื้อออกไปตอนไหนกัน? ร่างบางสะดุ้งเมื่อมือหนาทาบลงมาเบาๆ ที่หน้าท้องแบนราบ แล้วก็เบิ่งตากว้างเมื่อรู้ว่าตนนอนอยู่ในสภาพไร้อาภรณ์ใต้ร่างเขา

 

                        “ฉ..ฉะ..ฉัน ไม่ออกไป ได้โปรด อย่างน้อยก็ให้เสี้ยวเวลาหนึ่ง เสี้ยวเวลาที่ฉันไม่ใช่โสเภณี! อย่าทำกับเนื้อตัวฉันง่ายๆ ตอกย้ำให้ฉันรู้สึกไร้ราคามากไปกว่านี้”

 

                        กล่าวพร้อมพยายามผลักเขาออก แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อมือบางถูกตรึง ร่างหนาประชิด

 

                        “ไม่ปล่อย ตอนนี้ฉันไม่ได้คิดว่าเธอเป็นโสเภณีเลยนะ แต่ฉันคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุด” กรุงปลอบประโลมเสียงเบา ยื่นหน้าไปจุมพิตมุมปากสวย

 

                        “นะคนดี เมื่อคืนฉันนอนทรมานมาแทบทั้งคืนแล้ว ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้สิ ทั้งตัวนุ่ม เนื้อก็หอม เกือบจะบ้าตาย”

 

                        “ไม่ก็ใครใช้ให้คุณเอาฉันขึ้นไปนอนเองล่ะ”

 

                        “ยอกย้อนจริง เสียเวลาพาไปสวรรค์ชะมัด”

 

                        จบคำพูดนั้นคนจะเถียงต่อก็สำลักน้ำลายตัวเองเมื่อปลายลิ้นอุ่นๆ แทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัด หญิงสาวพยายามต่อต้านเมื่อมือหนาเริ่มอยู่ไม่สุข ธนาธรจริงจังตั้งใจ ร่างบางห่อตัว รีบเอามือปิดปทุมถัน เมื่อเขาเคลื่อนตัวลงต่ำ และมองมันด้วยสายตาชื่นชมหวานเยิ้ม

 

                        “สวย แล้วอีกไม่นานมันก็จะเป็นของฉัน ของฉันคนเดียวเท่านั้นนับจากนาทีนี้”

 

                        กรุงเอ่ยพร้อมดึงมือบางออก แต่ก่อนจะทำอะไรมากกว่านี้ เสียงเพล้งก็ดังขึ้น

 

                        “บ้าฉิบ!” ร้องออกมาด้วยภาษาไทยดังๆ มองไปยังต้นเสียงตาวาวโรจน์ เห็นมาเอสโต้กำลังมองถ้วยกระเบื้องหน้าเจื่อน จึงรีบกระโจนร่างทาบทับร่างบางแล้วกอดไว้แน่น ก่อนที่มาเอสโต้จะเห็นอะไรหลายๆ อย่างแบบที่ตนได้เห็น

 

                        “บ้าเอ๊ย อยู่กันมาตั้งนาน จะเข้ามาทำไมไม่ส่งเสียงก่อน”

 

                        “เพราะอยู่มาตั้งนานสิครับ ถึงได้ไม่เคาะประตู ก็กัปตันบอกผมอยู่บ่อยๆ ว่ารำคาญหนวกหู จะเอาอะไรก็เปิดเข้ามาเลย”

 

                        เสียงเถียงของคนสนิท ทำให้กรุงอึ้งไป ไม่นานก็เข่นเขี้ยวต่อ

 

                        “แต่เรามีผู้หญิงอยู่ด้วยนะ นายคิดเหรอว่าผู้หญิงสวยๆ แบบนี้เราจะนั่งคุยเฉยๆ”

 

                        “ขอโทษครับ”

 

                        “ออกไปก่อน”

 

                        “ครับผม” จบคำนั้นมาเอสโต้ก็รีบหายไป กรุงจึงหันกลับมามองหน้าหวานที่ออกอาการงงๆ อีกครั้ง ก้มลงจุมพิตมุมปากเบาๆ

 

                        “มาต่อกันนะ”

 

                        กล่าวจบก็เห็นอีกฝ่ายหน้าแดงก่ำ ดวงหน้าที่กำลังก้มต่ำไปหาผงะ เมื่อโดนอีกฝ่ายผลักจนหน้าหงาย

 

                        “คนบ้า ขืนฉันยังอยู่ในนี้ต่อ คนก็คิดกันสนุกไปสิว่าเราทำอะไรกัน”

 

                        ร่างบางกล่าวเท่านั้นแล้วรีบลงจากโซฟา มือบางหยิบเสื้อเชิ้ตมาสวมสั่นๆ แล้ววิ่งพรวดหนีไป

 

                        “น้ำตาลระวัง”

 

                        “โอ๊ย! หญิงสาวร้องได้เท่านั้นก็น้ำตาร่วง เมื่อเท้าไปเหยียบเศษแก้วเข้าอย่างจัง

 

                        “โธ่เอ๊ย ทำไมโง่อย่างนี้นะ ไม่มีหัวคิดซะบ้างเลย ว่าที่ประตูนั่นน่ะมันมีแต่เศษแก้วทั้งนั้น”

 

                        เสียงตวาดที่ดังลั่นนั้น ทำให้คนเจ็บอยู่แล้วน้ำตาร่วง หญิงสาวมีแรงฮึดวิ่งหนีออกมาทันที เมื่อเขาจะเข้ามาหา

 

                        “กลับมานี่นะแม่ตัวดี ถ้าไม่อยากโดนหวดก้น เศษแก้วยังตำคาเท้าอยู่เลย เธอจะวิ่งให้บาดทะยักมันกินตายหรือไงล่ะ โว้ยยยยยยย ใครมันก่อเรื่องวะ อ้อ..มาเอสโต้นี่เอง ฉันจะฆ่าแก”

 

                        โสภิญาวิ่งไปได้สักพักก็งง บ้าแท้ๆ ด่าเธออยู่ดีๆ ก็ไปพาลคนของเขาเฉยเลย แต่เธอก็ไม่มีเวลาต่อล้อต่อเถียงมากนัก เพราะต้องรีบหนีให้พ้นหน้าคนลามก ขี้โมโห

 

                        “มานี่น้ำตาล เธออยากเป็นบาดทะยักตายนักหรือไง อย่าวิ่งสิ กลับมา เดี๋ยวฉันจะเอาเศษแก้วออกให้”

 

                        “จ้างให้ก็ไม่หยุด ฉันยอมเป็นบาดทะยักตาย ดีกว่าให้คนอย่างคุณมาแตะอีกหน”

 

                        “ผู้หญิงบ้า ใครก็ได้ที่อยู่แถวนั้น จับโสเภณีความจำเสื่อมมาให้ฉันหวดก้นที”

 

                        คำว่าโสเภณีนั้นทำให้โสภิญาโกรธนัก ไหนบอกจะไม่รื้อฟื้นไง แต่เขาก็เผลอหลุดออกมาทุกที หญิงสาวรีบหนีเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเคลื่อนเข้ามาหา แต่แล้วร่างบางก็ต้องกระเด็น เมื่อไปปะทะเข้ากับอะไรบางอย่าง ผู้ชายผมสีฟางแห้ง กับผมสีแดงหยาบๆ แววตาร้ายกาจดังปีศาจจากห้วงอเวจีจ้องมาที่เธออย่างมุ่งร้าย หญิงสาววิงเวียน ปวดศีรษะตุ้บๆ แล้วก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น โสภิญากรีดร้องเมื่อจู่ๆ ก็บังเกิดความรู้สึกหวาดกลัวสุดขั้วหัวใจ จากนั้นทุกอย่างรอบกายก็มืดสนิท ก่อนที่จิตสำนึกลึกสุดจะบอกว่าผู้ชายสองคนนี้คือบุคคลอันตราย ก็ได้ยินเสียงแผดลั่นจนร้าวรูหู

 

                        “ริคโซ รอปโป แกสองคนยืนทำบ้าอะไรกันอยู่ ถ้าหล่อนหัวฟาดพื้นไปละก็ ฉันจะไล่แกสองคนลงไปจากเรือของฉัน!

 

                        สิ้นเสียงโวยวายนั้น ร่างที่เหมือนใจจะขาดรอนๆ ก็ถูกช้อนขึ้นสูง แล้วหญิงสาวก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

                       

 

                       

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

34 ความคิดเห็น