เทพบุตรซาตาน-นิยายลำดับ 2 ซีริส์ชุดหนึ่งนางกลางใจ

ตอนที่ 11 : บทที่ 4 (1) โสเภณีเจ้าเสน่ห์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 686
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    1 ส.ค. 58


นิยายเรื่องเทพบุตรซาตาน ราคาปก 279 บาท มีจำหน่ายแล้วตามร้านหนังสือทั่วไปและเว็บไซต์สำนักพิมพ์ค่ะ

http://www.lightoflovenovel.com/showbook.php?bid=38

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บทที่ (1) โสเภณีเจ้าเสน่ห์

 

                        มือหนาที่กำลังส่งน้ำซุปกะลาสีเข้าปากอิ่มเต็มยั่วเย้ารีบดึงช้อนกลับ เมื่อเขาป้อนหล่อนกี่ครั้ง เจ้าของดวงตากลมโตก็ยังจ้องเป๋งไม่ยอมเลิกรา

 

                        “เธอมีอะไรกับฉันนักหนา มองหน้ากันอยู่ได้”

 

                        “เอ่อ...คุณโกหกหรือเปล่าคะ ที่ว่าดิฉันเป็นโสเภณี” จบคำถามนั้นโสภิญาก็หน้าเจื่อน เมื่อเจ้าของดวงตาคมขนตายาวงอนเช้งตวัดตามองตนอย่างขุ่นเขียว

 

                        “ฉันก็แค่ต้องการความมั่นใจ....”

 

                        เอ่ยเสียงอ่อย ได้ยินอีกฝ่ายถอนใจ บอกชัดว่าชักจะรำคาญกันแล้ว

 

                        “ฉันจะโกหกเธอไปทำไมล่ะ ก็เธอเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผู้หญิงดีๆ ที่ไหนจะขึ้นมาบนเรือที่มีแต่ผู้ชายเป็นร้อยๆ คนแบบนี้ อีกอย่างเพื่อนที่มากับเธอทั้ง 4 คนน่ะ เขาก็ไม่ได้ปิดบังนี่นาว่าตัวเองเป็นโสเภณี หนำซ้ำยังมีหน้ามาต่อรอง ขอติดเรือไปกับพวกเราด้วย”

 

                        “แต่....คือ.....เอ่อ...มันคงไม่ใช่ คุณอาจกำลังเข้าใจผิดอยู่ก็ได้นี่คะ มันต้องไม่ใช่สิ ฉันจะเป็นผู้หญิงแบบนั้นไปได้ยังไง ถ้าเป็นจริง ทำไมฉันถึงต้องรู้สึกเกลียดตัวเอง แล้วก็เจ็บปวดแบบนี้ด้วย......”

 

                        เสียงเถียงสวนกลับมา พร้อมแววตาเจ็บปวดรวดร้าวนั้น ทำให้กรุงปิดปากฉับ ลอบผ่อนลมหายใจอีกหน เมื่อคนตรงหน้ากล่าวเสียงสั่นเครือ

 

                        “ฉันไม่เชื่อและไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด ว่าตัวเองจะเที่ยวนอนกับผู้ชายเป็นสิบเป็นร้อย ใช้เรือนร่างแลกเงิน ดีไม่ดีคุณเองนั่นแหละ ที่กำลังเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวฉันอยู่”

 

                        “ไม่มีการเข้าใจผิดอะไรทั้งนั้นแหละ ทุกอย่างเป็นอย่างที่ฉันพูดจริงๆ”

 

                        กรุงกล่าวหน้าเครียด ส่ายศีรษะช้าๆ เมื่อเห็นหยาดน้ำวับวาวบนหน่วยตาคู่สวย

 

                        “เอาล่ะนะน้ำตาล ถ้าเธอรับไม่ได้กับอาชีพที่เธอเลือกเองในอดีต ก็จงปิดปากไปซะ แล้วก็เลิกคิดถึงมันเดี๋ยวนี้ กินอาหาร กินยา แล้วก็นอน รักษาตัวเองให้หายเสียก่อน ส่วนเรื่องอื่นเอาไว้ว่ากันทีหลัง เธอยังมีเวลาคิดเรื่องของตัวเองอีกเยอะ”

 

                        กรุงเอ่ยพร้อมหยิบถ้วยขึ้นมา ส่งซุปอุ่นๆ ไปยังปากของคนที่สั่นระริก แต่ไม่นานก็ต้องถอนใจ เมื่อคนที่นั่งอยู่น้ำตาคลอเม้มปากแน่น ไม่ยอมกินอาหารตามคำสั่ง แถมยันเบือนหน้าหนีเขาอีกด้วย

 

                        “ฉันไม่อยากเป็นโสเภณี”

 

                        “ถ้าไม่อยากเป็น เธอก็ไม่ต้องเป็นสิ เลิกมันไปซะวันนี้เลยก็ได้”

 

                        เอ่ยอย่างอารมณ์เสีย ชักหงุดหงิดนิดๆ ที่ต้องมาปรนนิบัติผู้หญิงซึ่งไม่ยอมให้ความร่วมมืออะไรสักอย่าง ทั้งที่ตัวเขาเองนั้นก็มีสตรีมากหน้าหลายตามาออดอ้อนเอาใจอยู่เสมอ แต่วันนี้ทำไมต้องตกเป็นข้าทาสของหล่อนด้วย

 

                        “หมายความว่ายังไงคะ ที่คุณบอกว่า ฉันไม่ต้องเป็นโสเภณีอีกแล้ว ก็ฉันเป็น……เอ่อ......

 

                        คนที่หันกลับมาถามเกือบทำให้เขาระเบิดอารมณ์ใส่ ข้อหาที่เข้าใจยาก ซักไซ้ไต่ถามน่ารำคาญอยู่ได้ แต่เพราะหน้าหวานๆ น้ำตาเม็ดเล็กๆ ที่หยดแหมะ และสายตามีความหวัง ทำให้กรุงถึงกับพูดไม่ออก ถ้อยคำผรุสวาทถูกกลืนลงไปสิ้น

 

                        ยิ่งพิศกรุงก็ให้สงสัย ว่าหน้าตาหวานหยด สวยงามหมดจด ประดับด้วยเลือดฝาดของวัยแรกสาวแบบนี้ มันจะเป็นใบหน้าตาของโสเภณีกร้านโลกีย์ไปได้ยังไง

 

                        และด้วยความสวยงามน่าจับต้องนี้เอง ทำให้กรุงไม่อยากคิดถึงที่มาที่ไปของหล่อนให้เปลืองหัว มือหนาค่อยๆ วางชามลง ใช้หลังมือไล้ไปตามแก้มนวลช้าๆ ด้วยกลัวว่าเนื้อนุ่มใสนั้นจะปริแตก หรือฟกช้ำเพราะน้ำมือตน ก่อนจะวกกลับไปประสานกับดวงตาคู่สวยจริงจัง

 

                        “ก็หมายความว่า ถ้าเธอไม่ชอบอาชีพเก่าของเธอ ก็ไม่ต้องกลับไปทำมันอีกสิ บางทีการที่เธอจำอะไรไม่ได้เลยแบบนี้ มันอาจเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพื่อรับสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังเข้ามาในชีวิตก็ได้”

 

                        เสียงที่อ่อนลงแต่ไม่ถึงกับนุ่มนวลนั้น ทำให้โสภิญาต้องแหงนหน้าขึ้นจ้องเขานิ่ง แล้วน้ำตาก็ร่วงเผาะลงมาอีกหน

 

                        “ของมีคาวน่ะ ต่อให้ล้างยังไงมันก็ยังคาวอยู่ดี ถึงฉันจะฝังอดีตลงไปขนาดไหน ก็คงจะถูกขุดถูกคุ้ยขึ้นมาสักวัน ฉันเป็นโสเภณีนะคะ ฉันเคยนอนกับผู้ชายมาใช่น้อยเลย วันหนึ่งต้องมีคนจำฉันได้ แล้วทุกอย่างก็จะถูกรื้อฟื้น” โสภิญากล่าว หลับตาช้าๆ ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบสองแก้ม ก่อนจะลืมตาขึ้นใหม่จ้องหน้าเขาจริงจัง

 

                        “ความเป็นฉันในอดีต ต่อให้อยากลบกลบให้หายยังไง มันก็ไม่สามารถกำจัดไปได้ง่ายๆ หรอกค่ะ ไม่ว่าฉันจะล้างอดีตสักแค่ไหน ความเป็นอีตัวของฉันก็ยังคงอยู่ นอกเสียจากว่าหมดลมหายใจไปเท่านั้นแหละ ความเป็นอีตัวถึงจะถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา”

 

                        “เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือไงน่ะน้ำตาล พูดเหมือนคนบ้า! คนที่เขาเลิกเป็นโสเภณีโดยไม่ต้องตายก็มีถมไป บางคนได้ผัวดี มีความสุขจนสาวบริสุทธิ์หลายคนยังอิจฉา อย่าพูดถึงเรื่องตาย อย่าให้ฉันได้ยินความคิดโง่ๆ ของเธออีกหนนะน้ำตาล”

 

                        กรุงตวาดใส่คนที่น้ำตาร่วงเผาะอย่างแข็งกร้าว จ้องอีกฝ่ายตาดุจนร่างเล็กๆ ของคนที่กำลังใจเสียสั่นระริก กระถดกายห่างจากเจ้าของดวงตาที่ลุกเป็นไฟด้วยความหวาดกลัว

 

                        “ฉันจะไปแล้ว ขืนอยู่กับคนชอบพูดอะไรโง่ๆ แบบเธออีกแม้แต่วินาทีเดียว เป็นได้ฆ่ากันตายแน่”

 

                        เสียงห้วนพร้อมแววตาที่พุ่งตรงมาอย่างหมายมาด และส่อเค้าว่าฆ่าเธอได้จริงๆ นั้น ทำให้โสภิญาตัวสั่น เม้มริมฝีปากอิ่มเต็มเข้าหากันแน่น ซุกซ่อนความเจ็บปวดเสียใจเอาไว้มิดชิด เนื่องด้วยกลัวว่าเขาจะทำร้ายเอา

 

                        “ฉันจะออกไปทำงานสัก 2-3 ชั่วโมง มาเอสโต้จะเฝ้าเธออยู่ด้านนอก ต้องการอะไรก็เรียกใช้เขาได้เลย” กรุงบอกเท่านั้นก็ใช้นิ้วเรียวแข็งแรงชี้ไปที่ใบหน้านวลอย่างคาดโทษ

 

                        “อย่าออกไปข้างนอก หรือเดินเพ่นพ่านลำพังอีกเชียวนะ และถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาเหมือนก่อนหน้านี้ละก็ ฉันจะไม่ลงไปงมเธอขึ้นมาอีกแล้ว จะปล่อยให้ฉลามมันเขมือบร่างสวยๆ ของเธอแทน เข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่าน้ำตาล?” กรุงเอ่ยพร้อมจ้องนิ่งอย่างคาดโทษ

 

                        “ฉัน...เอ่อ...คือ.......”

 

                        เสียงหวานอึกอัก มองเขาอย่างกริ่งเกรง กรุงจึงรีบดักคอ

 

                        “อย่าดื้อเชียวนะน้ำตาล ถ้าเธอยังดันทุรังออกไปอีก คราวนี้อาจไม่ใช่แค่เจ็บตัวหรือสูญเสียความทรงจำแบบครั้งนี้นะ” กรุงบอกพร้อมจ้องอีกฝ่ายจริงจัง เสียงห้าวย้ำหนักๆ

 

                        “มันอาจมีคนทำร้ายเธอถึงชีวิตได้ เอาเป็นว่า ตราบใดที่เรายังหาตัวคนร้ายไม่พบ ก็อยู่เงียบๆ ในเคบินนี้ไปก่อนแล้วกัน ถ้าหากฉันจับตัวมันได้เมื่อไรละก็ จะอนุญาตให้เธอออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง แต่ต้องมีฉันและมาเอสโต้ตามไปด้วยทุกครั้งนะ!

 

                        “คุณ...”

 

                        โสภิญาอ้าปากจะเถียง ก็มันยังไงล่ะ พูดเหมือนกับว่าแม้จะเจอตัวคนที่ทำร้ายเธอแล้ว หญิงสาวก็ต้องถูกกักบริเวณอยู่อย่างนี้ ยังไม่ทันได้เรียบเรียงคำพูดที่จะคัดค้านเลย เสียงเขาก็ดังขึ้นมาซะก่อน

 

                        “สรุปง่ายๆ ก็คือ เธอต้องอยู่ในนี้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละ ลูกเรือลำนี้มันมีแต่ผู้ชายทั้งนั้น”

 

                        “ค่ะ” โสภิญาเอ่ยเท่านั้นก็ยกมือกุมขมับ ถึงเขาไม่สั่ง เธอก็ออกไปไหนไม่ได้อยู่ดี เพราะยังมึนๆ อยู่ ในหัวก็โคลงเคลง หึ่งๆ เหมือนมีแมลงนับสิบบินวนอยู่รอบๆ กาย

 

                        “นอนลงซะ แล้วก็จงลืมอะไรที่ไม่อยากจำเสีย”

 

                        “ค่ะ”

 

                        เสียงสั่งพร้อมดวงตาที่จ้องนิ่ง สะกดให้โสภิญาค่อยๆ เอนกายลง แต่ไม่นานก็ทะลึ่งกายขึ้นมาใหม่

 

                        “ฉันขอผ้าปูที่นอนของคุณมาปูที่พื้นข้างล่างได้ไหมคะ คือ...เอ่อ...ดิฉันคิดว่าไม่ค่อยเหมาะเท่าไร ที่โสเภณีสกปรกเลอะโลกีย์อย่างฉันจะมานอนบนเตียงเดียวกับคุณ”

 

                        กล่าวไปก็หน้าเจื่อน เมื่อเขาจ้องมาสายตาเกรี้ยวกราด

 

                        “เลิกทำตัวเรื่องมากได้แล้วนะน้ำตาล ฉันต้องสะกดใจกับความน่ารำคาญของเธอหลายหนแล้วนะ เธอถูกน้ำทะเลล้างจนสะอาดเอี่ยมอ่องไปหมดทั้งตัวแล้ว เลิกจุกจิกงี่เง่าแล้วหลับซะ ฉันจะออกไปข้างนอก เลิกไหว้วานวุ่นวายให้ฉันเสียเวลาซะที”

 

                        “ขอโทษค่ะ” โสภิญาเสียงอ่อย ชำเลืองมองคนขี้โมโหกล้าๆ กลัวๆ ร้องขอออกไปเสียงอ่อยๆ

 

                        “บอกก็ได้ค่ะ ว่ามันอยู่ที่ไหน เดี๋ยวดิฉันจะเดินไปหยิบมาเอง”

 

                        หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่ว เมื่อเขาประกาศชัดเจนว่า เธอมันน่ารำคาญ

 

                        “บอกว่าให้เลิกจุกจิกไง นอนลงไปซะ ฉันยังไม่มีกิจที่จะใช้เตียงตอนนี้หรอก!

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

34 ความคิดเห็น