[รอบรู้โลกรอบ] เรื่องนี้มีจริงแน่หรือ?

ตอนที่ 10 : ก็อดซิลล่า จระเข้หรือสัตว์ประหลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 211
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    29 ก.ย. 53

ทีมนักวิจัยของอาร์เจนตินาและสหรัฐซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก National Geographic Society เผยผลการค้นพบซากฟอสซิลจระเข้โบราณสายพันธุ์ใหม่อายุ 135 ล้านปีในยุคครีเตรเซียส ผลงานนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร journal Science ฉบับวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน 2005 และจะตีพิมพ์ใน National Geographic magazine ฉบับเดิอนธันวาคม 2005


การค้นพบครั้งนี้น่าตื่นเต้นมากทีเดียว สัตว์รูปแบบจระเข้มีวิวัฒนาการในช่วงเวลาเดียวกับไดโนเสาร์ ในช่วงแรกพวกมันอยู่บนดินก่อน ในยุคจูราสสิค(200-145 ล้านปี)มันจึงมีวิวัฒนาการคล้ายกับจระเข้ในสมัยปัจจุบันมากขึ้น และได้ลงไปอาศัยในทะเล แขนขาของมันเปลี่ยนเป็นครีบเหมือนครีบปลาและมีหางคล้ายปลา 

ในปลายยุคจูราสสิคและยุคครีเตรเซียส(146-65 ล้านปี) เป็นยุคที่จระเข้ทะเลมีอยู่ทั่วไป พวกมันมีขนาดใหญ่และเป็นนักล่าที่ดุร้ายในทะเล แต่อาหารของพวกมันก็แค่ปลาเล็กๆ เพราะจระเข้ทะเลส่วนใหญ่จะมีจมูกที่ยาวและฟันซี่เล็กๆ ทำให้ไม่สามารถล่าสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่าปลาหรือปลาหมึกได้



แต่ฟอสซิลหลายชิ้นรวมทั้งกะโหลกศีรษะที่ค่อนข้างสมบูรณ์ที่ ศาสตราจารย์ซัลมา แกสปารินี นักดึกดำบรรพ์วิทยาของมหาวิทยาลัยแห่งชาติ ลา พลาตา อาร์เจนตินา หัวหน้าทีมวิจัย พบที่ลุ่มน้ำนอเควน ปาตาโกเนีย ทางใต้ของประเทศอาเจนตินา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นมหาสมุทรแปซิฟิกนั้นกลับไม่ใช่จระเข้ทะเลทั่วไปที่นักวิทยาศาสตร์รู้จัก เพราะส่วนหัวของมันคล้ายส่วนหัวของไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้ออย่าง Tyrannosaurus rex และส่วนหางของมันคล้ายหางของปลาเหมือนจระเข้ทะเลทั่วไป มันยังมีกรามขนาดใหญ่และมีฟันที่แหลมคมคล้ายฟันปลา ขณะที่จระเข้ทะเลอื่นๆ มีจมูกที่บางและมีฟันเล็กๆ เหมือนเข็มสำหรับใช้จับปลาเล็กๆ และสัตว์จำพวกหอย 

ความยาวของจระเข้สายพันธุ์นี้วัดจากจมูกถึงหางเท่ากับ 13 ฟุตหรือ 4 เมตร มีครีบ 4 ครีบใช้ในการทรงตัว และหางเหมือนปลาใช้ในการเคลื่อนที่ในน้ำ 

ไม่มีใครเคยคาดหมายกันมาก่อนว่า จะพบจระเข้ทะเลโบราณที่มีลักษณะแปลกประหลาดเช่นนี้ แกสปารินีบอกว่า กายวิภาคของสัตว์ชนิดนี้แตกต่างกับจระเข้ทะเลอื่นๆ ที่พัฒนาในช่วงจูราสสิค


ศาสตราจารย์ ดีเอโก โพล จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอ หนึ่งในทีมวิจัย บอกว่า มันเป็นจระเข้ที่ประหลาดที่สุดเท่าที่เคยพบมา กระโหลกศีรษะต่างจากจระเข้สายพันธุ์อื่นที่มีจมูกยาวและฟันซี่เล็ก แต่จมูกของมันสั้นและสูง มีฟันขนาดใหญ่แหลมคมและหยักเหมือนฟันปลา แบบเดียวกับไดโนเสาร์กินเนื้อ 


เจมส์ คลาร์ก ผู้เชี่ยวชาญไดโนเสาร์จากมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานวิจัยชิ้นนี้ให้ความเห็นว่า "มันเหมือนไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้อมากกว่าจระเข้ทะเล" และเขายังบอกว่า สิ่งที่ทำให้เขางงงวยเกี่ยวกับจระเข้สายพันธุ์นี้ก็คือรูปร่างหัวของมันไม่เหมาะสมกับการเคลื่อนที่ในน้ำได้อย่างรวดเร็ว และมันคงจะเคลื่อนที่ในแนวดิ่งมากกว่าในแนวข้างเหมือนจระเข้สายพันธุ์อื่น

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าจระเข้สายพันธุ์นี้จะขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำและจะดำดิ่งลงไปประมาณ 600-750 ฟุตเพื่อหาอาหาร 

ด้วยลักษณะที่ประหลาดของมัน ทีมวิจัยตั้งนิคเนมว่า "ก๊อดซิลลา" หรือ "ชิโค มาโล" ซึ่งหมายถึง "แบดบอย" ในมหาสมุทร และให้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "ดาโกซอรัส แอนดิเนียนซิส" (Dakosaurus andiniensis) 

ทีมวิจัยเชื่อว่า "ก๊อดซิลลา" เป็นนักล่าที่ดุร้าย เหยื่อของมันก็คือสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ในทะเล สัตว์ขนาดใหญ่อื่นๆ และนกทะเล แต่นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าจระเข้สายพันธุ์อื่นและฉลามขาวซึ่งในยุคนั้นมีขนาดไม่ใหญ่นักก็เป็นเหยื่อของมันด้วย



การศึกษากระดูกศีรษะ กระบอกตา และผิวหนังของ "ก๊อดซิลลา" บ่งชี้ว่ามันเป็นญาติใกล้ชิดกับจระเข้ขนาดเล็กมากว่าจระเข้ขนาดใหญ่ 

เมื่อ 135 ล้านปีก่อนไดโนเสาร์ครอบครองโลก และในมหาสมุทรพลีซีโอซอร์(plesiosaur)มังกรแห่งทะเลสาปล้อช เนสส์ ซึ่งมีช่วงคอยาวถึง 20 ฟุต หรือ 6 เมตร และอิชธิโอซอร์(ichthyosaurs)สัตว์เลื้อยคลานคล้ายปลาโลมาซึ่งมีขนาด 75 ฟุต หรือ 23 เมตรเป็นเจ้าแห่งมหาสมุทรในช่วงเวลา 250-65 ล้านปีก่อน 


แต่การค้นพบครั้งนี้บอกว่า "ก๊อดซิลลา" เป็นหนึ่งในนั้นด้วย คลาร์ก เชื่อว่าสัตว์ทั้งหมดนี้สูญพันธุ์ไปในช่วงเวลาเดียวกับไดโนเสาร์ หลังจากนั้น ปลาวาฬได้กลายมาเป็นเจ้าแห่งท้องทะเลแทน 

พอล เซริโน นักดึกดำบรรพ์วิทยาของมหาวิทยาลัยชิคาโกบอกว่า สปีซีส์ใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของจระเข้ในยุคไดโนเสาร์ที่ไม่น่าเชื่อ 

และเป็นตัวอย่างที่งดงามของวิวัฒนาการทางธรรมชาติที่เราทำนายไม่ได้

และเป็นความหลากหลายของสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคของไดโนเสาร์ 

 จะใช่จระเข้หรือสัตว์ประหลาด ยังไงๆเราก็ถือว่าคู่กัดอุลตร้าแมนอยู่ดีนั่นแหละ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น