ทาสรักในกรงทอง (ชีคหนุ่มล่ารัก) : สนพ.อินเลิฟ

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 9 แผนแก้แค้นของพญาอินทรีย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    9 ก.พ. 54

ตอนที่ 9

แผนแก้แค้นของพญาอินทรีย์

 

อาเฟีย...อาฟายา เดี๋ยวหล่อนสองคนช่วยกันเช็ดขัดถูเครื่องประดับทองเหลืองพวกนี้ให้เอี่ยมอ่องขึ้นเงาเชียวนะ

เจ้าค่ะ...คุณลิม่า

เสียงแขกยามเช้าที่ก้าวล่วงเข้ามาในห้องนอน รบกวนเจ้าของห้องที่กลับมาถึงเมื่อกลางดึกอย่างเงียบเชียบ และเพิ่งข่มดวงตาหลับลงเมื่อรุ่งสางนี้เอง

ชีคนัจมฺอัลดินขมวดคิ้ว ขยับตัวน้อยๆ รับรู้อาการเมื่อยขบไปทั้งร่าง เพราะนอนขดตัวอยู่บนเครื่องบิน ถึงจะชั้นเฟิร์สคลาส ก็ไม่สะดวกสบายเหมือนเตียงนุ่มกว้างขวางในห้องนอนของตัวเอง ที่ๆคุ้นชิน และหลับลงอย่างเต็มตา...และดูเหมือนว่า หลายวันที่ผ่านมานี้ เขาไม่อาจข่มตาหลับลงพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ เพราะเรื่องราวบางอย่างได้เข้ามากวนใจ...เรื่องของผู้หญิงคนนั้น...

อ้อ!แล้วอย่าซุ่มซ่ามทำตกหล่นเสียหายเชียวล่ะ แต่ละชิ้นราคาแพงยิ่งกว่าเงินเดือนของพวกหล่อนทั้งปีรวมกันซะอีก

เจ้าค่ะ...คุณลิม่า

ลิม่า...ข้ารับใช้เก่าแก่ของบิดาและมารดา เป็นบุคคลเดียวในบ้านที่รอดพ้นจากการสังหารอย่างเหี้ยมโหดของพลเอกคารีมเมื่อคราวทำรัฐประหารยึดอำนาจจากชีคชาซ อัลฟาร์ฮาบิดาของเขา เพราะนางกลับไปเยี่ยมบ้านพอดี และได้รับการช่วยเหลือให้ที่หลบซ่อนโดยพลตรีซาxในตอนนั้น

ญาติพี่น้องสกุลอัลฟาร์ฮา รวมทั้งข้าบริวารรับใช้ใกล้ชิดถูกฆ่ายกครัว และมันยังส่งคนตามไปปลิดชีพเขาที่แวะลงเที่ยวประเทศไทย หลังจบการศึกษา โดยไม่รู้ว่า เขารอดชีวิตได้ราวปฏิหาริย์

ลิม่าจึงเป็นเสมือนญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เลี้ยงดูเขามาแต่เด็กและยังมีชีวิตอยู่ ณ ขณะนี้...เป็นแม่บ้านอาวุโสและแม่นมที่เขาให้ความเคารพนับถือ

เมื่อเขายึดอำนาจกลับคืนได้อีกครั้งโดยการสนับสนุนของพลตรีซาx อัลบูดีล และข้าราชการที่ไม่เห็นด้วยกับการปกครองแบบกดขี่ประชาชนในระบอบคอมมิวนิสต์ของพลเอกคารีม จึงได้รับลิม่ากลับมาอยู่ด้วยกัน และมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยและปกครองข้าบริวารรับใช้ในคฤหาสน์ใหญ่โตอันเป็นที่พำนักของรัฐบุรุษแห่งคีกิสต้าห์ และนางทำหน้าที่ได้อย่างแข็งขันและเข้มงวดไม่บกพร่องเสียด้วย...อย่างเช่นในเช้าวันนี้

ผ้าม่านนี่ฉันสั่งให้เอาไปซัก..ซักมาแล้วใช่มั้ย?” แม่บ้านอาวุโสเดินเข้าไปจับเนื้อผ้าหาไรฝุ่น พร้อมสูดดมกลิ่นพิสูจน์ความสะอาด

เจ้าค่ะ...คุณลิม่าดูเหมือนว่าหญิงรับใช้ทั้งสองจะกล่าวคำอื่นใดไม่เป็นนอกจากถ้อยคำซ้ำๆที่ฟังดูก็รื่นหูดีสำหรับผู้เป็นเจ้านาย

เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อน แล้วทำไมถึงได้รูดม่านปิดทึบอย่างนี้เล่า...บอกแล้วใช่มั้ยว่าเวลาท่านชีคไม่อยู่ให้เปิดห้องระบายอากาศ...ใครเป็นคนปิดม่าน

ฉันเอง เสียงคนที่จำต้องงัวเงียตวัดผ้าห่มคลุมร่างลุกขึ้นมานั่งกลางเตียง เผยแผงอกกว้างล่ำเปลือยเปล่าแสดงตัว เพื่อประกาศให้ผู้บุกรุกทั้งคณะได้รับทราบว่า ได้ก่อกวนการพักผ่อนอันแสนสงบของเขาลงพินาศย่อยยับ

ใบหน้าทั้งหมดหันขวับมองไปยังเตียงนอนใหญ่โต ที่บัดนี้ผู้เป็นเจ้าของกำลังนั่งงัวเงียใบหน้ายับย่นไปด้วยร่องรอยผ้าปูที่นอนมองมาตาเขียว

พอเห็นว่าเจ้าของห้องหนุ่มหล่ออยู่ในสภาพไหนเท่านั้น ทั้งอาเฟีย และอาฟายาก็ร้องวี๊ดว้ายเป็นที่น่ารำคาญหู...อายม้วนจนมืออ่อนทำไม้ขนไก่หลุดมือ หลบสายตาผู้เป็นนายเอียงอาย จนลิม่าต้องไล่ออกไปให้พ้นห้อง เพราะทนอาการสะบัดสะบิ้งของพวกสาวๆไม่ไหว

ท่านชีคกลับมาเมื่อไหร่คะนี่? แม่บ้านอาวุโสยอบตัวขออภัย รู้สึกตนเองบกพร่องในหน้าที่ขนาดที่เจ้านายกลับมาก็ยังไม่รู้เรื่อง

เช้านี้...ราวตีสามกระมัง ชีคหนุ่มปิดปากหาวหวอดๆยังรู้สึกง่วงงุนเพราะนอนหลับไม่เพียงพอ เมื่อคืนบนเครื่องบินแทนที่จะได้พักผ่อน เขากลับนอนลืมตาค้าง เมื่อนึกทบทวนถึงสิ่งที่กำลังทำอยู่

ห้วงความคิดสับสนไปหมด...ตำหนิตัวเองว่าควรที่จะละทิ้งความทรงจำแสนร้าวรานนั่นไป แล้วเริ่มต้นใหม่...แต่นี่กลับผูกเรื่องแก้แค้นให้เธอได้เจ็บปวด...เรื่องราวที่ควรจะจบ กลับเริ่มต้นใหม่

และคนที่เจ็บปวดมากกว่าใคร...ในท้ายที่สุดอาจจะเป็นเขาเอง...

เพราะกับคนที่ไม่จดจำคำสัญญาลืมหมดไปแล้วทุกสิ่ง...กับคนที่ความรักแท้จริงยังสิงสถิตย์ในหัวใจ ใครกันจะรู้สึกไปกับเรื่องราวนี้มากกว่ากัน

ขอโทษด้วยค่ะที่ฉันเข้ามารบกวน ฉันไม่ทราบจริงๆว่าท่านชีคกลับมาถึงแล้ว ไหนกำหนดว่าจะไปเจ็ดวันไงคะ...นี่เพิ่งสี่วันเท่านั้นเอง

ดวงหน้าเข้มยุ่งเหยิง ปวดหัวหนึบขึ้นมา จนเวลานี้ก็ยังคิดไม่ตก พอดีธุระที่ว่าเสร็จลงเร็วกว่ากำหนด

แล้วทำไมไม่มีใครแจ้งให้ฉันทราบคะ ตอนขึ้นตึกมายังไม่เห็นทั้งนาซาฟทั้งคาลิคลิม่ายังไม่คลายความสงสัยเพราะทั้งสองคนต้องติดตามเจ้านายราวกับเป็นเงาเลยก็ว่าได้ แต่ทำไมผู้ติดตามทั้งสองถึงได้บกพร่องต่อหน้าที่ไปพร้อมๆกันเช่นนี้

ชีคนัจมฺอัลดินโบกมือวุ่นวายกับข้อสงสัยไม่เลิกของแม่บ้านวัยชรา ไม่เป็นไรหรอกลิม่า ฉันกลับมาก่อนกำหนด เลยไม่มีใครรู้ และก็ไม่อยากบอกใครด้วย ดีเหมือนกันจะได้เอาเวลาสองสามวันที่ว่างนี่พักผ่อนให้เต็มที่ แล้วอีกอย่าง นาซาฟกับคาลิคก็ไม่ได้กลับมาด้วย เจ้าถึงไม่เห็นทั้งสองคน

ตายแล้ว ทำไมสองคนนั่นถึงละเลยหน้าที่อย่างนี้ ทิ้งให้ท่านชีคกลับมาเพียงลำพังได้อย่างไร เสียงลิม่าตระหนกดูเหมือนจะตื่นเต้นไปซะทุกอย่างที่เขาเล่า

นาซาฟกับคาลิคอยู่ทำธุระให้ฉันที่ประเทศไทย อีกไม่กี่วันก็จะกลับแล้ว เขาแก้ต่างให้ทั้งสอง

ลิม่าย่อตัวพินอบพิเทา ถ้าอย่างนั้นฉันเห็นจะไม่รบกวนท่านชีคแล้ว มีอะไรเรียกใช้ฉันได้นะคะ

ชีคนัจมฺอัลดินพยักหน้า แม่บ้านชราค่อยถอยหลังกรูดออกจากห้องนอนของเจ้านายหนุ่ม

เดี๋ยวตอนสายๆช่วยเรียกช่างมาพบฉันหน่อยนะ ฉันอยากตกแต่งห้องนี้เพิ่มเติมเสียหน่อยคำสั่งตามหลังมาถูกบันทึกไว้ในสมองของลิม่า ที่ต้องรีบทำตามบัญชา แม้จะยังเต็มไปด้วยความสงสัยว่า ห้องนอนใหญ่โตที่ครบครันไปเสียทุกสิ่งนี่ ยังต้องมีอะไรเพิ่มเติมอีก

แต่ทุกข้อสงสัยก็ได้เพียงแต่เก็บไว้ในใจ เมื่อคำสั่งของผู้เป็นนาย ถือว่าเด็ดขาด และไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้หล่อนฟังทั้งนั้น

 

เช็คใบนั้นสามารถขึ้นเงินสดได้ในทันที เคียงดาวไม่รอช้าที่จะพาบิดาย้ายโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษายังโรงพยาบาลเอกชนซึ่งสามารถผ่าตัดให้นายเดชาได้ทันทีเมื่อมีเงินจ่าย

หญิงสาวเดินกระวนกระวายอยู่หน้าห้องผ่าตัดเนิ่นนานนับหกชั่วโมง ทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้รอบแล้วรอบเล่าถึงการตัดสินใจ โดยไม่คิดลังเลแม้แต่น้อย...ดวงตาสีเขียวคู่นั้นช่างมีอำนาจลึกล้ำสะกดใจเธอ

เพียงเพราะมันเหมือนดวงตาของใครบางคนอย่างนั้นหรือ?

หรือเพียงแค่ต้องการจะหาเงินมารักษาบิดาเท่านั้นเองหรือ?

คำตอบลึกๆที่อยู่ในใจ เหมือนจะร่ำร้องเสมอมาว่า เธอเองก็อยากได้โอกาสที่อาจจะได้พบใครบางคนอยากจะรู้ว่าตอนนี้เขาเป็นเช่นไร...อนาคตงดงามที่เคยวาดหวังไว้ด้วยกัน มันได้จบสิ้นลงเป็นเพียงอากาศธาตุที่โรยราบางเบารอบตัวเพียงเท่านั้นใช่หรือไม่?

อย่างน้อยก็คืนคำสัญญาที่ให้ไว้ต่อกัน เพื่อจะให้หัวใจได้เป็นอิสระจากข้อผูกมัดนั้นเสียที

ห้าปี ผมจะไม่ให้คุณรอนานไปกว่านี้ ถึงวันนั้นผมจะมอบความสุขที่สุดให้กับคุณเพียงคนเดียว

เจ็ดปีที่ผ่านมา หรือว่าสัญญานั้น มันได้สิ้นสุดลงด้วยตัวมันเองด้วยเงื่อนเวลาสำหรับอีกฝ่าย...มีเพียงเธอที่ยังค้างคาใจ เหมือนชีวิตยังถูกกักขังอยู่ภายใต้คำมั่นสัญญาที่ให้ไว้แก่กัน

ประตูห้องผ่าตัดเปิดกว้าง เจ้าหน้าที่ในชุดเขียวเข็นเตียงของนายเดชาที่เต็มไปด้วยสายระโยงระยางออกมา

ไปไหนคะ? เธอถามหน้าตื่น

ห้องซีซียูครับ...ผ่าตัดเสร็จแล้ว แต่คนไข้ยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ...เราจะดูแลคนไข้เป็นอย่างดี

มันก็ควรเป็นอย่างนั้น เพราะทั้งหมดทั้งมวลแลกกับเงินเรือนล้าน...ที่เธออาจจะต้องขายทั้งชีวิตเพื่อมันทีเดียว

 

อะไรนะ ต้องไปต่างประเทศหกเดือน ลดาถามเสียงหลงอย่างตกใจ หลังจากหลานสาวเล่าให้ฟังถึงที่มาของเงินก้อนโตที่ได้มารักษาพี่เขย

ค่ะ ดวงหน้าเรียบเฉย เดาไม่ออกว่ากำลังครุ่นคิดอะไร ของคนที่เก็บพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางพยักเบาๆรับคำ

ดาวคิดดีแล้วหรือลูก...เขาจะให้เราทำงานอะไรก็ไม่รู้ แถมต้องไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองอีก ลดาสีหน้ากังวลใจเสียยิ่งกว่าคนไป ทุกข์ร้อนห่วงใยไปเสียหมด...เพราะมีหลานสาวเพียงคนเดียว

เคียงดาวละมือที่เก็บเสื้อผ้าพับใส่กระเป๋า หันมาหาน้าสาว กุมมือเหี่ยวย่นกร้านงานหนักมากว่าค่อนชีวิตไว้ มองสบลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความทุกข์ตรม

งานอะไรดาวก็ไม่เกี่ยงทั้งนั้นแหละค่ะน้าดาในเวลานี้ กล่าวอย่างตัดสินใจแล้ว

ถ้ามันจะทำให้ดาวสามารถหาเงินมาต่อชีวิต ต่อลมหายใจของพ่อได้

แต่น้าเป็นห่วง น้ำเสียงเจือเมตตาปราณีกล่าวออกมาสะเทือนความรู้สึกไม่น้อย

รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นที่กลีบปากอิ่มหยัก หากดวงตายังไม่พ้นร่องรอยกังวล ดาวรู้ค่ะ...ว่าน้าดาเป็นห่วง...แต่ตอนนี้อาการป่วยของพ่อน่าเป็นห่วงยิ่งกว่า และอีกอย่าง งานนี้ก็เหมือนสวรรค์มาโปรดจริงๆ เงินค่าจ้างดี ใช้เวลาแค่หกเดือน ดาวจะไปหาเงินที่ไหนมาได้มากมายอย่างนี้อีก

เอ่อ...มันคงไม่ใช่ ผู้ผ่านวัยร้อนหนาวมากมายมาก่อนอ้ำอึ้ง เมื่อต้องเอ่ยในสิ่งที่สังหรณ์ใจไว้

งานขายศักดิ์ศรีใช่มั้ยคะ? เคียงดาวอ่านร่องรอยกังวลนั้นออกได้ไม่ยากเย็น

ลดาพยักหน้า น้าคิดไม่ออกจริงๆนะดาว ยิ่งไปขุดทองต่างประเทศ งานไหนกันจะบันดาลเงินให้มากมายในระยะเวลาสั้นๆแค่นี้...ยิ่งหลานสาวของน้า ดวงตาพิศมองความงามผุดผาดของวัยสาวที่สะพรั่งไปทั้งกายด้วยความกังวลล้นพ้น

ทั้งสวย น่ารักเสียขนาดนี้

เคียงดาวยิ้ม ตบหลังมือของน้าสาวเบาๆ น้าดาไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นนะคะ ดาวสัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด...จะไม่ยอมให้ใครมารังแกได้...น้าดาก็เห็นแล้วนี่คะ ว่าตลอดเวลา ดาวดูแลตัวเองดีมาตลอด ไม่เคยทำอะไรเสียหาย...มั่นใจเถอะนะคะ

แม้ได้รับฟังคำมั่น หากร่องรอยกังวลก็มิได้จืดจางหายไป แล้วพิทยาล่ะ ว่ายังไง?ถามถึงอีกคนที่เป็นมิตรแท้ พึ่งพิงได้ยามยาก และอ่านออกว่า ชายหนุ่มคิดเช่นไรกับหลานสาว

นั่นก็อีกคนที่คัดค้านหัวชนฝา พร้อมกับยกข้อพิรุธสงสัยตามประสาคนรู้กฎหมายมากมาชักจูงให้เธอเปลี่ยนใจ

พิทก็ห้ามเหมือนกัน...แต่ดาวตัดสินใจแล้ว เพราะนี่คือชีวิตของดาว และดาวก็อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในตัวดาว...ในการตัดสินใจของดาวด้วย คนรั้นกล่าวอย่างมาดมั่น

น้าว่าพิทรักดาว

ทำไมเคียงดาวจะไม่รู้ว่าพิทยาเป็นห่วง และเขาคิดกับเธออย่างไหนกัน? เคียงดาวไม่เถียง ดาวคิดกับพิทแค่เพื่อนจริงๆนะคะน้าดา

แล้วพิทล่ะ...สายตาน้ามองออกว่า พิทไม่คิดกับดาวอย่างเพื่อนธรรมดา

เรื่องนั้นดาวคงไปห้ามความคิดของใครไม่ได้...แต่มีคนรักก็ย่อมดีกว่ามีคนเกลียดไม่ใช่หรือคะ?

ลดาพยักหน้าเห็นพ้องกับหลานสาว แล้วดาวไม่คิดจะพิจารณาพิทยาไว้บ้างหรือไงหลาน ในเมื่อตอนนี้ดาวเองก็ไม่มีใคร พิทยาเองก็เป็นคนดี และดูท่าจะรักหลานน้าอยู่ไม่น้อย กล่าวยิ้มๆ จับพิรุธในใบหน้าหลานสาวว่ารู้สึกเช่นไรกับชายหนุ่มกันแน่ แม้ปากจะบอกว่าเพื่อน แต่ความดีของพิทยาก็เหมือนกับน้ำที่หยดลงบนหินทุกวัน จะไม่กัดกร่อนกินใจให้เคียงดาวหวั่นไหวเปลี่ยนใจบ้างหรือไร?

แต่ใครบอกเล่า...ว่าเธอไม่มีใคร หัวใจเธอยังไม่ลืมเขา ไม่ลืมผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่เป็นรักแรก แรกเดียว และรักมั่นคงจนถึงเวลานี้....เวลาที่แม้จะผ่านไปเจ็ดปี ไม่คลอนแคลนไหวความรักในใจเธอให้จืดจางลงไป

ตรงกันข้ามที่กลับถวิลหาเขาเข้มข้นขึ้นทุกลมหายใจเข้าออก...โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาประสบปัญหาเข้าตาจนอย่างยามนี้...อกอุ่นของเขาที่เคยให้พักพิง...อ้อมกอดของเขาที่เคยคุ้มภัย...คำพูดของเขาที่ปัดเป่าทุกข์หนักให้คลายหายไป...เวลาเพียงเดือน กลับทำให้เธอจดจำเขาคนนั้นมาได้ตลอดชีวิต

ผู้ชายคนนั้น....นัจมฺอัลดิน

ลูกชายมหาเศรษฐีแห่งคีกิสต้าห์ คนที่ขอคำมั่นสัญญาว่าจะใช้เวลาแค่ห้าปีในการทวงคืนสมบัติที่ถูกโกงไปคืนกลับมา...และเมื่อถึงวันนั้นเขาจะกลับมาหา...แต่ทุกอย่างก็เงียบหายเหมือนตายจาก

กระนั้นเธอก็ไม่เคยลืมเขา...ยังนึกถึงทุกครั้งที่เห็นบ้านหลังน้อยท้ายซอยเสรี สถานที่มากความทรงจำระหว่างกัน...ยังเฝ้าฝันถึงด้วยความคะนึงหาแทบทุกค่ำคืน

มัดจำของเขา...ชัดเจนและแจ่มแจ้งอยู่ในจิตใจ ว่าเธอหาใช่สาวบริสุทธิ์ผุดผ่องทั้งตัวและหัวใจ แต่ถูกคำมั่นและสัมผัสล้ำลึกของเขาตีตราจับจองเป็นเจ้าของเอาไว้ หัวใจจึงไม่เปิดแง้มให้ใครในเวลานี้...จนกว่า....

จนกว่า...จะได้พบอีกซักครั้ง เพื่อจะคืนคำมั่นสัญญาต่อกัน และจะได้ไม่ต้องมีใครผูกหัวใจ และชีวิตไว้กับคำมั่นระหว่างกัน เมื่อใครอีกคนหนึ่งไม่ได้ต้องการมันแล้ว

คนเงียบคะนึงคิด หลุดล่องลอยไกลไปจากตรงนี้ที่นั่งอยู่ ลดาได้เพียงทอดถอนใจ มองอาการเหม่อของหลานสาวด้วยความห่วงใย และปล่อยให้เจ้าตัวได้อยู่กับความคิดของตัวเอง

 

ให้เร็วหน่อยสิจัสมินา ทำอะไรชักช้าเป็นเต่าคลานยืดยาดอยู่นั่นแหละ

เชียร่าเจ้าอารมณ์กระฟัดกระเฟียดใส่น้องสาวต่างมารดาที่ใส่รองเท้าให้เธอไม่ทันใจ ก่อนจะเอ็ดอีกหนใส่คนหน้าซีดจนมือสั่น

โอ้ย! ไม่ทันใจเลย เธอจะไปทำอะไรก็ไป...ไป๊ มือบางผลักอีกฝ่ายที่นั่งยองๆใส่รองเท้าให้จนหงายหลังไป จัสมินาเงยหน้ามองพี่สาวต่างมารดาอย่างตื่นตะลึง ไม่ทันรับมือ เพราะเธอเพิ่งมาทำงานในคฤหาสน์ใหญ่ได้ไม่กี่วัน หลังจากที่พี่สาวได้หมั้นหมายไปกับลูกชายของนายกรัฐมนตรี งานรับรองแขกเหรื่อในคฤหาสน์ใหญ่โตของพลเอกซาx อัลบูดีลผู้บัญชาการเหล่าทัพพ่วงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมแห่งคีกิสต้าห์ จึงตกมาเป็นของลูกสาวคนรอง จากภรรยาคนที่สองแทน

หญิงสาวที่ถูกกดให้ต่ำกว่าพี่สาวเสมอ เจียมเนื้อเจียมตัวว่าศักดิ์ศรีด้อยกว่าลูกภรรยาแรกอย่างเชียร่า ก้มหน้ากลั้นน้ำตาและก้อนสะอื้นไว้แต่เพียงลำคอ มิกล้าเงยหน้าสู้สบกับแววตารำคาญใจและมองมาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อของพี่สาวต่างมารดาได้

งุ่มง่ามเงอะงะ...ทำอะไรไม่ทันใจซักอย่าง...อย่างเธอนี่มันน่าจะอยู่ก้นครัว ไม่น่าที่ท่านพ่อจะเอามารับรองแขกเสนอหน้าอย่างนี้...มีแต่จะขายขี้หน้าเจ้าของบ้านเปล่าๆ ว่าแล้วหล่อนก็จิ้มนิ้วกลางหน้าผากน้องสาวออกแรงเฉดหัวอย่างดูแคลน

จัสมินา กลั้นน้ำตาที่แทบหยดกลิ้งลงมาไว้เป็นสามารถเมื่อถูกกระทำเยี่ยงคนรับใช้

นี่ท่านพ่อคงหวังว่าจะเอาเธอมาโชว์อวดคนอื่น เผื่อจะมีใครติดตาต้องใจในความไม่ได้เรื่อง แล้วมาขอเธอไป จะได้ไม่ต้องเลี้ยงดูต่อไปให้เปลืองข้าวสุก

พี่เชียร่า สายตาตื่นตะลึงมองพี่สาว ตกใจกับความคิดดูแคลนถึงเพียงนี้ ทั้งๆที่เธอได้ชื่อว่าเป็นน้องสาว สายเลือดเดียวกันแท้ๆ

เชียร่านิ่วหน้า ย่นจมูกเข้าใส่ หรือว่าไม่จริงล่ะ หล่อนกอดอกเชิดหน้าเริดไปอีกทาง

หารู้ไม่ว่าเป็นความคิดที่ผิดมหันต์...เพราะคงไม่มีผู้ชายคนไหนในคีกิสต้าห์ อยากได้ผู้หญิงหน้าตาจืดชืด เข้าสังคมชั้นสูงไม่เป็นอย่างเธอไปเชิดหน้าชูตาหรอก

ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้น เสียงโพล่งท้วงขึ้นมาเมื่อถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ดวงตาคมสวยของเชียร่าหันมามองน้องสาวต่างมารดาด้วยหางตา ดีแล้วล่ะที่ไม่คิดอย่างนั้น เพราะถ้าคิด เธอก็จะผิดหวัง...เพราะอย่างเธอน่ะ ก็เป็นได้แค่เมียรอง..เมียสอง เมียสามเหมือนแม่เธอ ไม่มีวันที่จะได้เป็นสตรีหมายเลขหนึ่งเหมือนอย่างฉันที่กำลังจะเป็นลูกสะใภ้ของนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นอย่าคิดสะเออะจะมาเทียบกับฉันโดยเด็ดขาดเข้าใจมั้ย?

หญิงสาวที่ถูกกระทำย่ำยีจิตใจด้วยคำพูดของคนสายเลือดเดียวกันนิ่งอึ้ง หากมือบางกำแน่น

ไม่มีผู้ชายคนไหนต้องการเธอ จำเอาไว้...แม้แต่ท่านพ่อ ถ้าเกิดว่าฉันไม่ต้องแต่งงานไปเป็นคนสกุลอื่น เธอก็จะถูกเก็บอยู่ก้นครัว ไม่มีวันได้ออกมาเห็นโลกข้างนอกอย่างนี้

ร่างงามเฉี่ยวในชุดสากลอย่างสาวสมัยใหม่ของพี่สาวจากไป ทิ้งไว้เพียงถ้อยคำกัดกร่อนหัวใจให้รู้สึกต่ำต้อยถูกเหยียบย่ำ ไหล่ที่งองุ้มสะท้านสั่นค่อยหยัดตรงขึ้นมา หายใจถี่รัวระบายความคับแค้นอัดอั้นตันใจ

ไม่จริงหรอก...ผู้ชายที่ฉันรักยิ่งใหญ่กว่าโอมาร์ของพี่นัก...

ฉันจะจดจำคำของพี่ไว้...รอวันที่เขากลับมาเมื่อไหร่ วันนั้นฉันจะพูดถ้อยคำเหล่านี้กับพี่บ้าง...พี่เชียร่า ความแค้นที่อัดแน่นในใจของหญิงสาวมาช้านาน เหมือนระเบิดเวลา พลานุภาพร้ายแรงที่รอวันระเบิดเพื่อความหายนะของคนในสกุลอัลบูลดีนทั้งหมด...โดยเฉพาะพี่สาวผู้หยิ่งทระนงตน

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

553 ความคิดเห็น

  1. #242 oopearnqoo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 17:54
     เป็นพี่สาวสที่ทำร้ายจิตใจมาก
    #242
    0
  2. #98 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 / 14:17
    เอาเข้าไปอิจฉาน้องตัวเอง
    #98
    0
  3. #92 porb (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:07
     รอต่อค่ะ
    #92
    0
  4. #91 jeabkiss (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:37
    เชียร่าเป็นพี่สาวที่นิสัยไม่ดีเลย


    #91
    0