Hello dear ! สวัสดีที่รัก

ตอนที่ 8 : ใจเอ๋ยใจคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 125
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ส.ค. 53

บทที่  8  ใจเอ๋ยใจคน

 

           

น้ำเย็นระบายลมหายใจจากปาก หลังจากที่ถอดซิมโทรศัพท์ของเดิมออกและแทนที่ด้วยเบอร์ที่ไปเดินหาซื้อมาใหม่แล้ว

 

สายตาเหงา ๆ จับจ้องที่ซิมเจ้ากรรมอย่างใคร่ครวญ... แล้วถ้าเจ๋งโทร.มาล่ะ ? แล้วถ้าเขาอยากจะติดต่อเธอบ้างแล้วติดต่อไม่ได้...

 

เสียงเล็ก ๆ ในหัวใจร้องถามขึ้นมาทันควัน ... แน่ใจเร้อ ว่าเค้ายังอยากจะติดต่อกับเธออยู่...

 

เสียงที่เหมือนกันกะเสียงเมื่อกี้ แต่เหมือนจะมาจากอีกใจ เหมือนจะแย้งมาทันที ... ใช่ ตอนนี้เค้าอาจจะยังไม่อยากคุย แต่... ถ้าอีกไม่นานเค้าอยากจะขอคืนดีล่ะ ?

 

เสียงแรกเหมือนจะร้องฮึ คล้ายอยากจะแสดงความสมเพชที่ใจหนึ่งของน้ำเย็นยังคงหวังอะไรที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เช่นนั้น หากแต่... ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เป็นไปไม่ได้ไม่ใช่เหรอ ?

 

จะมีสักวันไหมที่เจ๋งจะนึกถึงเธอขึ้นมา คิดได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่มีค่าสำหรับเขาที่สุดในโลกแล้วเราก็จะกลับมาคบกัน อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป...

 

หัวหน้า หัวหน้า หัวหน้า !

 

น้ำเย็นสะดุ้งสุดตัว เหลียวเลิ่กลั่กหันไปทางเจ้าของเสียงเรียกที่ตอนนี้ยืนเท้าเอว มองตรงมายังเธอด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย เป็นความเป็นเธอที่น่าเบื่อแต่ปักเป้าก็เริ่มจะชินกับมันบ้างแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนามสกุลของเธอ

 

ทำไมต้องเสียงดัง ? ทำเป็นคนไม่มีอารยธรรมไปได้... ต่อว่าหน้าเครียดเลยทีเดียว คนโดนต่อว่าหัวเราะหึ

 

ผมนึกว่าคุณน่ะ เข้าข่ายพวกแก่แล้วหย่อนยานหมดทุกอย่าง มีตึงอยู่อย่างเดียวก็คือหู ก็เลยนึกว่าต้องใช้ระดับเสียงที่มันดังกว่าปรกติหน่อยน่ะสิครับ... ประชดกระแทกแดกดันจบแล้วก็เข้าเรื่อง นี่เป็นเอกสารสเป็คของลูกค้าครับ เค้าขอสีตัวนี้มา แต่มันเป็นสีต้องสั่งผลิตนะครับ...

 

คุยกับแฟนนายมั่งรึยัง ?

 

ปักเป้าชะงัก หลุบสายตาลงมองคนที่ยังคงทิ้งสายตาไว้ที่เอกสารตรงหน้า ถามเรื่องสำคัญระดับชาติโดยไม่มองหน้าเขาเลยสักนิดเดียว ยังไงนะครับ ?

 

ฉันถาม ว่านายกับนางฟ้าน่ะ คุยกันรึยัง ... ถามย้ำด้วยเสียงดังขึ้นอีกหน่อย ก่อนเงยหน้ามามองอีกฝ่ายด้วยสายตากวน ๆ ตามประสา แสดงว่าเป็นพวกเดียวกะฉันดิ มีแค่หูอย่างเดียวใช่มะที่ยังตึงอยู่น่ะ...

 

คนโดนประชดกลับบ้างก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ นี่มันยังไม่เที่ยง ในเวลางานผมไม่คุยเรื่องส่วนตัวครับ...

 

เหรอ ก็ดี ... เพิ่งรู้ว่านายเป็นคนที่เคร่งครัดกับกฎระเบียบของบริษัท ฉันว่าจะเสนอชื่อนายให้ได้ไปเป็นตัวแทนแผนกไปสัมมนาที่บางแสนซะหน่อย เอาไว้ให้ถึงเวลาที่อายุงานนายถึงก่อนก็แล้วกันนะ...

 

หา ?   ทำตาโตทันที หัวหน้าว่าจะให้ผมไป... สัมมนา ?

 

เออ แต่ก็ลืม ๆ มันไปซะเหอะ...

 

ลืมได้ไงล่ะครับ คุณบอกผมแล้ว... ได้ยินพวกที่แผนกบัญชีคุยกันว่านายใหญ่ก็จะมาด้วยใช่มั้ยครับ ? ผมละอยากเจอท่านจริง ๆ เลย...

 

น้ำเย็นลอบยิ้ม มองสีหน้าตื่นเต้นดีใจของอีกฝ่ายอย่างสมใจ ดีแล้วที่นายทำให้ชีวิตของฉันมันง่ายดายอย่างงี้ นายต้องไปสัมมนา แล้วฉันก็จะหาทางให้พี่บอมนัดนางฟ้าไปที่โน่นด้วย ให้พวกนายสองคนได้เจอกันท่ามกลางบรรยากาศอันแสนโรแมนติกของทะเลบางแสน แล้วทั้งสองคนก็จะได้คุยกัน ปรับความเข้าใจ สุดท้ายก็กอดกันกลมที่ชายหาดขาวสะอาดนั่นแบบย้อนแสง ช่างเป็นภาพที่สวยงาม...

 

ปักเป้าเขม้นมองตาลอย ๆ ของหัวหน้าอย่างงวยงง เหมือนเธอกำลังคิดอะไรสักอย่างและมีความสุขกับมันเหลือเกิน  หัวหน้า หัวหน้า ว้า... ไปอีกละ...

 

ตกลงนายไปแน่นะ ? จู่ ๆ ก็หันมาถามเสียงแข็งอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ปักเป้าสะดุ้งโหยง

 

บอกว่าไปก็ไปสิครับ ผมจะโกหกทำไม ?

 

ชี้หน้าคาดโทษมาทันที อย่ามากวน ไม่ใช่เพื่อนเล่น

 

โทษคร้าบ...

 

น้ำเย็นสะบัดหน้ากลับมาที่งานตามเดิม ในหัวใจรู้สึกผ่อนคลายขึ้นหากความกังวลก็ยังแอบ ๆ ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง... คุณลุงจะมา และมีกำหนดจะกลับมาในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว นั่นหมายถึง ถ้าหากคุณลุงไม่สามารถติดต่อน้ำเย็นที่เบอร์เดิมได้ละก็...

 

 

 

 

 

บอมไล่สายตาไปบนผักหลากชนิดที่เรียงรายกันอยู่บนแผง วันนี้เขาเลิกงานเร็วกว่าทุกวัน จึงได้มีเวลามาเดินเฉิดฉายในตลาดเย็นได้อย่างนี้...

 

นึกถึงตัวเองที่ลนลานขึ้นรถบึ่งกลับบ้านอย่างขำ ๆ ใครจะเชื่อ ผู้หญิงท่าทางเอาเรื่องคนหนึ่งจะทำให้เขาต้องรีบกลับบ้านด้วยสมองที่เต็มไปด้วยเมนูที่ต้องไม่หมู ไม่เนื้อ ไม่ทะเล และไม่มีผักกลิ่นแรง !

 

นั่นเพราะเขาชอบเธอ... เป็นคำตอบที่เขารู้แน่แก่ใจและไม่คิดจะเถียงแม้แต่นิดเดียว...

 

มือขาวเลื่อนหยิบผักกาดขาวขณะในหัวกำลังนึกถึงเมนูแกงจืดเต้าหูอ่อน โทรศัพท์ก็ดังขึ้นพร้อม ๆ กัน หมายเลขที่เขาไม่อยากจะรับ หากก็ห่วงเช่นกัน...

 

พี่บอม... ว่างมั้ยคะ ? เพลงอยากไปดูหนังอีกจัง...

 

พี่ทำงาน... ตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้สมองคิดให้เมื่อย ... ไม่ว่างหรอก ไว้คราวหลังเถอะ...

 

เพลงเหงา...

 

โทร.หาปักเป้าสิ แม้ไม่อยากจะเอ่ยชื่ออีกฝ่ายให้เสียปาก หากก็ยังคิดว่านั่นเป็นคำแนะนำที่ดีที่สุด และน่าจะแก้ปัญหาของคนที่อีกปลายสายได้ชะงัดนัก ... อย่าทิฐิเลย คนเรารักกันน่ะ...

 

แต่ถ้ายังรักกัน ทำไมปักเป้าไม่โทร.หาเพลงเลยล่ะคะ... ปลายประโยคนั้นสั่นเครือ บอกอารมณ์สะเทือนใจของคนพูดได้ชัดเจน ทำไมตั้งแต่วันนั้นที่ไปเจอกันที่โรงหนัง เค้าก็ไม่โทร.มาเลย...

 

ชายหนุ่มที่ปลายสายด้านนี้ถอนหายใจยาวเหยียด แน่นอน เขาไม่ใช่ศิราณี และถึงใช่ เขาก็ไม่คิดว่าตัวเองอยากจะมาแก้ปัญหาหัวใจให้คนที่เคยเขี่ยเขาทิ้งอย่างไม่ไยดีหรอกนะ 

 

เรื่องนั้น เพลงต้องถามกับปักเป้า ถึงจะได้คำตอบที่เป็นจริงที่สุด พี่คงตอบอะไรไม่ได้... ก่อนจะตัดบท แค่นี้ก่อนนะ แม่ค้า... เอ่อ เจ้านายเรียกแล้ว...

 

หญิงสาววางโทรศัพท์ลงอย่างเชื่องช้า ความเหงาที่เกาะกินหัวใจอันก่อเกิดมาจากทิฐิของตัวเอง ทิฐิที่มาจากความเชื่อมั่นที่ว่าปักเป้าเป็นฝ่ายผิดและเขาต้องขอโทษ เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เธอหายโกรธเหมือนทุกครั้งที่งอนกันสิ ไม่ใช่ไปควงกับผู้หญิงหน้าตาเหวอ ๆ แต่งตัวสะเหร่อ ๆ ท่าทางเปิ่น ๆ แบบนั้น

 

เธอแฟร์พอที่จะคิดว่า เขาจะมองผู้หญิงคนอื่นก็ได้ แต่นั่นต้องเป็นผู้หญิงที่อยู่ในข่ายที่ไม่หนีจากเธอมากนัก อย่างน้อย ๆ ปักเป้าก็น่าจะเลือกบ้างนี่

 

หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง กด ๆ ๆ จนเบอร์คุ้นเคยนั้นปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ปลายนิ้วโป้งไล้ไปมาที่ปุ่มโทร.ออกคล้ายกำลังตัดสินใจในเรื่องสำคัญยิ่งยวด...

 

ก่อนจะวางมันลงอีกครั้ง ถอนหายใจยาวแล้วลุกจากเตียง...

 

 

 

 

 

อาหารเย็นรอพร้อมอยู่แล้วที่โต๊ะเหมือนทุก ๆ ครั้ง...

 

แต่ที่แตกต่าง... สีหน้าของเธอ มันไม่เคยมีวี่แววของการรู้สึกรู้สาอะไรกับรอยยิ้มและอาหารฝีมือเขา แต่... วันนี้ เธอยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่ชวนให้รู้สึกเหมือนงานจะเข้ามากกว่าจะทำให้หัวใจพองโต

 

เท่านั้นยังไม่พอ ยังแถมเรียก... พี่บอม...

 

ครับ กลายเป็นเขาไม่กล้าพูดเล่นกับเธอไปซะงั้น

 

น้ำมีเรื่องจะขอให้ช่วย...

 

ว่า... ? ถามด้วยสีหน้าโคตรอยากรู้ ก่อนดักคอ ... ห้ามพูดว่าช่วยออกไปจากบ้านนี้ซะ หรือว่าช่วยเลิกยุ่งกับน้ำนะ

 

แหม... หัวเราะเสียงสูงอย่างอารมณ์ดีสุด ๆ ที่ยิ่งกว่านั้นคือมือที่ยื่นมาตบปั้บ ๆ ที่ไหล่เขายังกะเป็นเพื่อนสนิทกันมาแต่ชาติปางไหน ใครจะไปพูดยังง้านนน ...

 

เป็นน้ำเย็นในเวอร์ชั่นคล้าย ๆ จะเป็นน้ำร้อนที่เขาไม่อยากยื่นมือเข้าไปแตะ แต่เพราะกลัวเธอจะเดือดจริง ๆ ก็เลยทำได้แค่เพียง “ ... งั้น มันคือ... ? “

 

“ มันไม่ใช่เรื่องยากหรอก เรื่องง่ายนิดเดียวแล้วน้ำก็รู้ว่าพี่บอมต้องทำเพื่อน้ำได้แน่ ๆ ... เนาะ... “ ท้ายประโยคหันมาพยักเพยิดกับเขาที่เหมือนจะไร้วิญญาณไปเสียแล้ว การได้เห็นเธอในรูปแบบนี้คล้ายเป็นความฝันของเขามาหลายวัน แต่ตอนนี้ทำไมรู้สึกเหมือนมันกำลังจะพาไปสู่ฝันร้าย ?

 

“ แล้ว... มันคือ ... ? “

 

“ ที่จริงแล้วที่น้ำต้องมาขอร้องเพราะว่าพี่บอมเป็นคนเดียวที่จะจัดการเรื่องนี้ให้น้ำได้ แล้วน้ำก็เชื่อมั่นว่าพี่บอมคงจะเต็มใจที่จะช่วยเหลือน้ำ... เนาะ... “

 

ท้ายประโยคของเธอหันมาพยักเพยิดกับเขาอีกครั้ง สีหน้าของชายหนุ่มคู่สนทนาดูเหมือนจะทวีความงุนงงสงสัยขึ้นเรื่อย ๆ  “ ถ้าอย่างงั้น มันคือ... ? “

 

“ อันที่จริง... “

 

“ ถ้าน้ำจะพูดอันที่เป็นเรื่องที่จะขอให้ช่วยจริง ๆ แล้วเมื่อไหร่ ส่งโทรเลขไปบอกพี่ได้เลยนะครับ... “ ทำท่าจะลุกจากโต๊ะอาหาร พร้อม ๆ กับที่มือเล็กของคนข้าง ๆ คว้าแขนเสื้อเขาเอาไว้ทันที

 

“ กำลังจะบอกอยู่เนี่ย... “

 

“ มันคือ... ? “ หันหน้ามองเธอด้วยสายตาแป๋วแหวว น้ำเย็นยิ้มหวานอีกครั้ง ก่อนเอ่ยประโยคที่บอมไม่คิดว่ามันจะออกมาจากปากของเธอได้

 

“ น้ำอยากให้พี่บอมชวนนางฟ้า... เอ่อ ... แฟนของนายปัก-เป้า... “ แก้ให้เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของอีกฝ่าย “ ... ไปเที่ยวทะเลบางแสนกันหน่อย... “

 

ชายหนุ่มย่นคิ้ว อันที่จริงคิ้วของเขามันคงจะย่นมาตั้งแต่เธอเริ่มจะเกริ่นด้วยซ้ำ “ คงไม่ว่าใช่มั้ย ถ้าพี่จะขอเหตุผล ว่าทำไมต้องให้พี่ชวนเพลงไปด้วย... “

 

น้ำเย็นยิ้มหวานอีก เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของค่ำคืนนี้ “ ... ก็... ไปกันเยอะ ๆ สนุกดีออก... “

 

เขาหรี่ตามองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของ เด็ก ตรงหน้า ไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าเธอจะอายุใกล้สามสิบอย่างที่แฟนใหม่ของพ่อ (ซึ่งก็คือแม่ของเธอ) เคยบอก ผู้ใหญ่ที่ไหนจะแสดงทุกอย่างโจ่งแจ้งออกทางสายตา รู้สึกอะไรหน้าก็ออกหมดได้อย่างนี้

 

“ เยอะที่ว่า... มันมีใครบ้างล่ะ ? “

 

“ ก็... ที่จริงแล้ว มันเป็นงานสัมมนาของบริษัทฯ น้ำต้องไปกับนายปัก-เป้า แต่... น้ำไม่อยากให้แฟนเค้าเข้าใจผิดอีก ก็เลย... “

 

“ อยากให้พี่ชวนเพลงไปด้วย ? “ ย้อนถามเสียงสูง ยอมรับว่าไม่เข้าใจความคิดของเธอเอาเลยจริง ๆ “ ... แล้วน้ำไม่กลัวนายปักเป้านั่นจะโกรธที่เพลงไปกับพี่เหรอ ? “

 

... เออว่ะ ... น้ำเย็นชะงักไปนิด ลืมความเป็นจริงข้อนั้นไปเสียสนิท ระหว่างคนสามคนที่เธอไม่รู้จักดีเลยสักคนแต่ก็กำลังมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกันอยู่นี้ มันคล้าย ๆ จะมีความเป็นไปอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง...

 

ภาพพี่บอมกับนายปัก-เป้าเขม่นกันที่ลานจอดรถของลูกค้า ภาพสามคนที่ยืนเหมือนจุดเพราะฉะนั้น มองซึ่งกันและกันอย่างหวาดระแวง พากันไหลเข้ามาในหัว พร้อมกับความคิดบางอย่าง...

 

หรืออาจเป็น... รัก...สาม...เส้า... ?

 

เธอจ้องมองใบหน้าเรียบนิ่งของเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ ไม่มีร่องรอยอะไรนอกจากคิ้วที่ย่นนิด ๆ บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังไม่เข้าใจ ยุ่งยากใจ หรือ... ทำใจลำบาก...

 

“ หรือว่า... ที่จริงแล้วพี่บอมเอง... “

 

น้ำเย็นหยุดคำถามไว้เพียงแค่นั้น ...มันจะอะไรเสียอีกล่ะ หมอนี่ก็คงชอบนางฟ้าของนายปัก-เป้าอยู่เหมือนกันละสิ !

 

 

 

 

 

“ ไปทะเล ? “

 

หญิงสาวมองคนคุ้นเคยตรงหน้าอย่างพิจารณา สีหน้าของเขาเรียบเฉยมาก ขัดแย้งกับคำพูดที่เหมือนกับว่ากำลังชวนสาวสักคนไป เดทที่ทะเลแบบสุด ๆ

 

“ พี่บอม... ชวน... เพลง ? “ ยกมือขึ้นจิ้มปลายนิ้วที่อกตัวเองด้วยอาการงุนงง

 

“ แล้วพี่กำลังคุยกับใครอยู่ล่ะจ๊ะ ? “ ย้อนถามเสียงเรียบ บอกตรง ๆ ว่าสีหน้าประหลาดใจของเธอทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดหัวใจขึ้นมานิด ๆ อย่างช่วยไม่ได้ ... ไม่อยากให้เธอคิดว่าเขากำลังอยากจะ เสียบ อีตอนที่เธอกับไอ้หนามหัวใจกำลังหมางเมินกันหรอกนะ

 

แต่เป็นเพราะคำขอร้องของน้องแก้มของเขาตะหาก ที่ทำให้เขาต้องมานั่งกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่อย่างนี้ เพราะคำพูดสุดท้ายนั่น...

 

อันที่จริง ก็ดีเหมือนกันนะคะ เหมือนเราสองคนจะได้เที่ยวด้วยกันเลยอ่ะ...

 

จริตจะก้านมารยาของเธอนั้นมันไม่เนียนเอาเลย ถึงเธอจะพยายามพูดให้ดูเหมือนเธอต้องการเช่นนั้นแต่...เขารู้หรอกน่า ที่พูดมานั่นน่ะเธอไม่ได้คิดแบบนั้นสักนิด แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกของเขาในตอนนี้ก็คล้าย ๆ กับ ...รู้เขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอก... อะไรประมาณนั้น

 

แต่... พอลองใคร่ครวญดูแล้ว ถ้าปักเป้ากับเพลงดีกันได้ ก็เหลือแค่เขาและเธอ กับบรรยากาศชายทะเลสองต่อสอง... มันก็อาจจะดีจริง ๆ อย่างที่ว่านั่นก็เป็นได้

 

“ ก็... พี่เห็นเพลงเครียด ๆ อยู่... ก็เลย... “  ไม่รู้จะอธิบาย โอ้โลมปฏิโลมต่อไปยังไงดี ก็เขามาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาให้สำเร็จเท่านั้นนี่นา

 

หญิงสาวถอนหายใจ อันที่จริงมันก็ดีไม่น้อยที่จะได้พักสมองจากเรื่องยุ่ง ๆ ที่ประดังประเดกันเข้ามาในเวลานี้ แต่... ถ้าปักเป้ารู้เข้าละก็...

 

“ เพลงอยากไปนะคะ แต่...  

 

บอมถอนหายใจบ้าง เขารู้ดีถึงคำพูดที่อยู่หลังคำว่า แต่ คำนั้น หากกระนั้นการไปในครั้งนี้ มันอาจมีผลดีต่อเธอกับปักเป้ามากกว่าการที่เธอจะมาห่วงกังวลอะไรกับเรื่องแค่นั้น แต่ก็นั่นละ เธอไม่รู้นี่ว่าที่ทะเลนั่น มีอะไรรออยู่

 

...อันที่จริงไม่ใช่แค่เธอหรอก เขาเองก็ด้วยนั่นละที่ไม่รู้เลยสักนิด ว่าสิ่งที่รอพวกเขาอยู่ที่ทะเลนั่นมันจะเหนือความคาดหมายหกคะเมนตีลังกาได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ

 

สุดท้าย เขาก็สรุป “ ไปเถอะ ไปพักสมองเสียบ้าง ไม่แน่นะ การไปครั้งนี้ มันอาจทำให้เพลงได้อะไรดี ๆ กลับมาก็ได้... “

 

สาวสวยทอดสายตามองเขา ผู้ชายตรงหน้ายิ้มบาง ๆ ตอบกลับมาให้เธอ ...พี่บอมพูดถูก การไปในครั้งนี้มันอาจทำให้เธอคิดได้ถึงทางออกระหว่างเธอกับปักเป้า

 

“ งั้น... ก็ได้ค่ะ เพลงจะไปเที่ยวกับพี่บอม... “

 

 

 

 

 

เพราะความสำเร็จนั้นเองที่ทำให้เขาได้มา กินข้าวนอกบ้าน กับเธอ... เป็นการกินข้าวนอกบ้านที่มันช่าง...

 

“ เอ้า พี่บอม มัวทำอะไรอยู่อ่ะ ? ยกเก้าอี้แค่สองตัวทำไมมันนานจัง ? “

 

คำถามนี้ถ้ามันไม่ได้ออกมาจากปากของคนแก้มป่องตรงหน้านี่ละก็ คงได้มีการฟาดปากกันบ้างล่ะ “ ... ทำไมเราต้องออกมานั่งกินข้าวที่ลานหลังบ้านนี่ด้วย ? “

 

“ อ้าว แล้วใครล่ะที่บอกว่าอยากกินข้าวนอกบ้าน ? “ ย้อนถามมาหน้าตาเฉย เฮอะ แค่ทำเรื่องเล็ก ๆ สำเร็จแค่เนี้ย มาเรียกมาร้องอะไรนักหนาไม่ทราบ ? “ น้ำก็เลี้ยงที่พี่ทำสำเร็จแล้วไง ยังไม่ดีอีกเหรอ ? “

 

ชายหนุ่มแค่นยิ้ม ในใจนึกเกลียดไอ้เก้าอี้ไม้โบราณที่ยกอยู่อย่างยากลำบากขึ้นมาจับใจ ใครจะคิดว่าแค่คำพูดที่ว่า พี่ทำงานสำเร็จแล้ว ขอรางวัลเป็นข้าวนอกบ้านสักมื้อได้มั้ย ? มันจะทำให้ตัวเองต้องมาลำบากได้อย่างนี้...

 

โต๊ะไม้เล็ก ๆ ที่ปรกติเป็นโต๊ะสำหรับตั้งกระถางเล็ก ๆ ที่คุณเย็นฤดีใช้ปลูกพืชผักสวนครัวเล็ก ๆ น้อย ๆ  วันนี้ขอกลับใจมาเป็นโต๊ะอาหารเย็นที่ถูกคลุมเอาไว้ด้วยผ้ายางลายสก็อตสีแดงสด กระถางต้นไม้ที่เคยกองอยู่เต็มโต๊ะถูกกวาดลงไปกองรวมกันอยู่ที่หน้าประตู มีเพียงกระบองเพชร์ต้นกลมป้อมไม่กี่กระถางที่ได้รับเกียรติให้ร่วมโต๊ะด้วย

 

บอมวางเก้าอี้ทั้งสองตัวไว้ตรงข้ามกัน ความมืดโรยตัวลงรอบ ๆ ตัวเมื่อเวลาล่วงเข้าเกือบสองทุ่มแล้ว แสงไฟจากหลอดตะเกียบเพียงหลอดเดียวนั้นส่องสว่างไปทั่วลานซีเมนต์ราดหยาบ ๆ ส่องให้เห็น รางวัล ที่ถูกยกมาเสิร์ฟ...

 

ข้าวสวยร้อน ๆ ที่ถูกโปะมาด้วย... ไข่เจียว ?

 

เขาเงยหน้าขึ้นมอง เจ้ามือ ที่กำลังย่อตัวลงนั่งตรงข้ามเขาอย่างสบายอารมณ์ ท่าทางเหมือนอาหารเย็นทั้งหมดจบสิ้นแค่จานสองจานเบื้องหน้าเขาและเธอกระนั้น

 

“ น้ำเย็น... “

 

เธอเงยหน้ามาเลิกคิ้วมองเป็นเชิงถาม ชายหนุ่มก้มมองจานข้าวไข่เจียวตรงหน้า ก่อนเปลี่ยนกลับไปที่เธออีกครั้งหนึ่ง “ ...นี่คือ...? “

 

“ อ้าว ก็อยากให้น้ำเลี้ยงข้าวไม่ใช่เหรอ นี่ไงข้าว หรือว่าไม่ใช่ ?... “

 

“ แค่เนี้ย ? “ โอดครวญมาทันที “ ...ที่พี่สู้อุตส่าห์นัดเพลงไปเลี้ยงข้าวเกือบห้าร้อย ดูหนังอีกเรื่องด้วย กล่อมซะจนน้ำลายแห้ง... ได้แค่เนี้ย ? “

 

น้ำเย็นกอดอกทันควัน ทอดสายตามองเขา สีหน้าเอาเรื่อง “ ... ก็อยากให้เลี้ยงตอบแทนก็ตอบแทนแล้วไง อยากกินนอกบ้านก็พามากินนอกบ้านแล้วด้วย จะเอาไรอีก ? “

 

บอมชะงักหลังประโยคคำพูดในน้ำเสียงรวน ๆ นั้น แม้จะรู้สึกเหมือนโดนโกงซึ่ง ๆ หน้า แต่... พอเห็นท่าทางเอาเรื่องของเธอ อาการอัมพฤกษ์ก็มากินปากเขาอีกตามเคย... “ มัน... น้อยไปนิดนึงอ่ะ กลัวไม่อิ่ม... “

 

“ จะกินอะไรกันนักหนา คนเรากินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่อกิน... “

 

“ เอางี้มั้ย เปลี่ยนเป็นพี่พาน้ำเย็นไปเลี้ยงข้างนอกบ้านก็ได้ หมูกระทะเป็นไง ? “

 

“ ไม่เอา “ ตอบรวดเร็ว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นรำคาญเต็มพิกัด “ กิน ๆ เข้าไปเหอะน่า อย่าพูดมากอยู่เลย... “

 

น้ำเย็นหมดความสนใจกับคนตรงหน้า หันมาตักข้าวกับไข่เจียว อันที่จริงนี่เป็นครั้งแรกที่เธอทำอาหาร ก็อย่างที่บอก... กับข้าวทุกคำที่น้ำเย็นกินมาตั้งแต่เล็กจนโต ล้วนเป็นฝีมือแม่...

 

ตักข้าวเข้าปากแล้วก็ชะงัก อันที่จริงควรเรียกอาการแบบนี้ว่าผงะมากกว่า ...เธอยังคงเบิ่งตามองดูอาหารตรงหน้า มันก็ข้าวโปะไข่เจียวเห็น ๆ นี่นา แล้วทำไมในปากนี่มันไม่ใกล้เคียงเลยล่ะ ?  มันเหมือน... ไข่เค็มเจียว ?

 

ชายหนุ่มตรงข้ามเลยได้ลอบยิ้มเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาจากจานข้าว แล้วเอ่ยหน้าตาเฉย “ ... เมื่อกี้ว่าจะเลี้ยงอะไรเรานะ ? “

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #11 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2553 / 07:11

    เข้ามาหลายรอบเลย กว่าจะได้โพส..อิอิ

    น้ำเย็นยุ่งเกินไปแล้วมั้ยเนี่ย   ไปกะเกณฑ์ให้คนอื่นเค้าวุ่นวาย

    ก็แค่สารภาพไปก็สิ้นเรื่อง  ฉันเองที่โทรเข้ามือถือนาย....

    #11
    0