Hello dear ! สวัสดีที่รัก

ตอนที่ 6 : แผนการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ส.ค. 53

บทที่  6  แผนการ

 

           

อาหารเที่ยงบนโต๊ะไม่อร่อยอีกต่อไป... กระวนกระวายจนไม่รู้รสชาติอะไรเลยด้วยซ้ำ เธอคงต้องหาเบอร์ใหม่มาใช้ละมั้ง ใช่ ๆ ๆ ๆ ๆ ต้องหาเบอร์ใหม่...

 

ลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที ยัยเมย์ เดี๋ยวฉันมา

 

ไปไหน ?

 

ไปซื้อซิมโทรศัพท์...

 

ทำท่าจะวิ่ง คงจะไปได้ไกลแล้วถ้ายัยเพื่อนรักจะไม่คว้ามือเอาไว้ เปลี่ยนทำไม ? เปลี่ยนได้ไง ? ไหนแกบอกว่าคุณลุงของแกเป็นคนซื้อเบอร์นี้กับเครื่องนี้ให้ ห้ามเปลี่ยนเด็ดขาด ไม่งั้นจะตัดเงินแกไงล่ะ ?

 

หญิงสาวชะงัก ลืมไปเสียสนิทกับข้อตกลงที่มาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือเบอร์แรกในชีวิต กับโทรศัพท์เครื่องแรกในชีวิตที่เธอฟูมฟายกับแม่ว่าอยากได้นักได้หนาตอนอายุสิบเก้า สุดท้ายก็กลายเป็นคุณลุงที่อดรนทนไม่ได้เลยซื้อให้เสียเองด้วยความรำคาญ พร้อมกับคำมั่น(ที่ถูกบังคับให้)สัญญา

 

ลุงจะซื้อให้ แต่มีเงื่อนไขสองอย่าง ห้ามเปลี่ยนเบอร์...

 

ไม่มีปัญหาค่า... ตอบโดยไม่ต้องคิด แน่นอน จะเอาของฟรีจะกล้ามีปัญหากะเจ้าของเงินเรอะ

 

ข้อสอง ลุงโทร.มาเมื่อไหร่ก็ต้องได้คุย ห้ามปิดเครื่อง ห้ามไม่ว่าง...

 

สบายมากค่า...

 

แม้โทรศัพท์เครื่องนั้นจะกลายเป็นวัตถุโบราณประจำบ้านไปแล้ว และแม้น้ำเย็นจะเปลี่ยนมามากมายหลายเครื่องแล้ว เบอร์นี้ก็ยังคงอยู่ยงคงกระพันคู่กับโทรศัพท์ของเธอมาตลอดไม่ว่าเวลาจะผ่านมาเกือบสิบปีแล้วก็ตาม...

 

น้ำเย็นหยุดคิด สมองหมุนติ้ว ๆ จนจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกเลย ทำไงดี ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

 

แล้วอยู่ดี ๆ ทำไมคิดจะเปลี่ยนเบอร์ ?

 

เอ่อ... เห็นสายตาสงสัยแกมคาดคั้นของอีกฝ่ายแล้วก็ยิ่งทำให้ร้อนรน ไม่... ไม่มีอะไรซะหน่อย ก็แค่... ไม่อยากให้เจ๋งโทร.มาหาฉันอีก...

 

แม่เพื่อนรักทำหน้าเหมือนจะเข้าใจ ยังกะมันจะโทร.หาแกงั้นแหละ ฉันว่ามันคงลบเบอร์แกทิ้งไปเรียบร้อยแล้วละมั้ง ...

 

แล้วแม่คนช่างซักก็ไม่ให้ความสนใจอีกต่อไป น้ำเย็นเป่าปาก ระบายลมที่โหมพัดอยู่ในหัวอกจนหวิวไปหมด ฉัน... จะทำไงดี ?

 

 

 

 

 

นายปัก-เป้า...

 

ปักเป้ามองหาต้นเสียงเรียกทอดสำเนียงหวานแหววชวนขนหัวลุกนั้น ไอ้เรียกเขาแบบนี้น่ะมันก็มีแค่คนเดียวเท่านั้นในโลกนี่ แต่น้ำเสียงหวานขนาดนั้นมันไม่น่าจะใช่เลยนี่หว่า...

 

คนแก้มป่องยืนยิ้มหวานเห็นฟันสามสิบสองซี่อยู่ที่อีกฟากของโต๊ะ ที่ชวนให้ประหลาดใจได้มากกว่านั้นก็คือ เธอถือแก้วกาแฟอยู่... ?

 

ถ้าจะมองในแง่ดีแต่ไม่มีวันจะเป็นไปได้ก็คือ เธอเอามาให้เขา แต่ก็อย่างที่บอก มันไม่มีวันจะเป็นไปได้...

 

ขมีขมันลุกขึ้นจากเก้าอี้ของตัวเองทันที จะให้ผมยกกาแฟเข้าไปให้คุณปรียาเหรอครับ ?

 

ไม่ใช่ยังง้าน... ยังคงทอดเสียงหวานเยิ้ม ฉันเอามาให้นายตะหากล่ะ เห็นขาเจ็บอยู่นี่...

 

ปักเป้าทำตาโตมองเธอ ลดมือลงไปหยิกต้นขาตัวเอง แหงะ... เจ็บง่ะ... ถ้าเขาไม่ได้ฝันก็แปลว่าเธอโดนผีเข้าอะดิ ? เอากาแฟมาให้... ผม ?

 

เธอพยักหน้าหนักแน่น และยังคงยิ้ม ชายหนุ่มยกมือขึ้นชี้หน้าตัวเอง ถามย้ำ ให้ผม... กิน ?

 

... หรือแกจะเอากาแฟไปอาบก็เรื่องของแกเหอะ แต่ช่วย ๆ ร่วมมือกะฉันหน่อย รับมันไปซะที ก่อนที่ความอดทนของฉันจะหมดลง... น้ำเย็นคิดในใจคนเดียวอย่างดุเดือด ขณะสาวเท้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอีกนิด นั่นละ ๆ ก็บอกแล้วไง ฉันเห็นว่านายเจ็บขาก็เลยเอามาให้กินไงเล่า...

 

เขายังคงมองเธออย่างระแวง ไม่ได้ใส่หมาแดงมาใช่มั้ยครับ ? นั่นน่ะ มันตายถึงรากถึงโคนเลยนะ...

 

ฉันไม่รู้จักหมาแดง... ยังคงตอบอย่างอดทน นายไม่เชื่อว่าคนอย่างฉันจะมีน้ำใจงั้นสิ ?

 

เขาก็ยังคงมองเธอ กำลังประเมินความเป็นไปได้ที่เธอจะดีกับเขาถึงขนาดนี้... มันจะเกิดในชั่วข้ามคืนได้ยังไง ? มันไม่ใช่อย่างงั้นครับ คุณนายอบเชย... เพียงแต่...

 

ช่างเหอะ... เธอถอนหายใจ ... ฉันก็รู้ว่าพูดจาไม่ดีกะนายไว้เยอะ ก็เลยแค่อยากจะ... ช่วย เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ  แบบนี้เท่านั้นเอง...

 

เดี๋ยวครับ ในที่สุดก็ทำไปแล้ว เขาเรียกคนตัวเล็กที่กำลังจะหมุนตัวเดินจากไปเอาไว้ รู้สึกผิดในใจเหมือนกันที่ระแวงเธอมากเกินไป แต่ถึงอย่างงั้นหัวใจก็ยังคงไม่ไว้วางใจในสถานการณ์ ... ขอบคุณครับ ที่ชงกาแฟมาให้ผม...

 

น้ำเย็นเดินพรวดพราดมาที่โต๊ะของอีกฝ่ายอย่างยินดี ชายหนุ่มทอดสายตามองเธอที่เดินอ้อมโต๊ะมาถึงตัวเขา ก่อนที่จะสะดุด เซถลา กาแฟหกเต็มเสื้อ และที่สำคัญ... เสื้อเขา !!!

 

ปักเป้าก้มลงมองหน้าอกตัวเองที่เวลานี้เปียกชุ่มไปด้วยกาแฟที่ไม่มีความร้อนเลยสักนิด คล้ายวัตถุประสงค์ของมันไม่ใช่เพื่อกิน ก่อนเงยหน้ามองสีหน้าเหมือนสำนึกผิด หากก็แฝงด้วยความรู้สึกคล้าย ๆ จะสมใจในอะไรบางอย่างของเธอ

 

ตายแล้ว ฉันขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจ นายไปล้างก่อนดีกว่าเดี๋ยวฉันเช็ดโต๊ะให้...

 

เขามองมือที่พยายามอย่างเหลือเกินที่จะแงะเขาออกจากเก้าอี้ให้ได้ ปักเป้ามองมือเล็กของเธอ... เข้าใจแล้ว ฉันเข้าใจเธอแล้วยัยตัวแสบ เธอจงใจแกล้งฉันงั้นสิ ... ไม่ต้องหรอกครับ ไม่ต้องลำบากคุณหรอก เดี๋ยวผมทำเอง...

 

ไม่ได้ ๆ ๆ ... ลุกไปเซ่ ลุกไปซะ ลากสังขารนายให้พ้นไปจากโต๊ะนี่แล้วฉันจะได้เอาโทรศัพท์ของนายมาลบเบอร์ฉันทิ้งซะ ... ไป ๆ ๆ ๆ  ไปล้างเดี๋ยวนี้เลย ห้องนี่แอร์เย็นจะตาย เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก...

 

คุณปรียาโผล่ออกมาจากห้องทำงาน เห็นลูกน้องสองคนกำลังยื้อยุดฉุดกระชากกันอย่างเพลิดเพลิน เล่นอะไรกันน่ะ ?

 

 

 

 

 

น้ำเย็นกอดอก หน้าหงิก เมื่อต้องมายืนอยู่ที่หน้าห้องน้ำชาย... นายปัก-เป้า แก... มัวแต่ยักท่าอยู่ได้ สุดท้ายพอเจ้านายมาเห็น ฉันเลยต้องเป็นคนพานายมาที่ห้องน้ำเนี่ย... ซวยได้อีกนะยะโชคชะตา..

 

... สุดท้าย แผนก็เลยเป็นหมัน...

 

นี่ นาย เปลี่ยนเสื้อหรือเปลี่ยนขาเทียม ทำไมมันต้องนานขนาดนั้น ?

 

ส่งเสียงถามเข้าไปอย่างหงุดหงิด อีกฝ่ายตอบกลับมาทันที ผมต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะใครล่ะครับ ?...

 

อยากจะต่อด้วยว่า ...ยังมีหน้ามาหงุดหงิดใส่ผมอีก ? ...แต่ก็หยุดปากตัวเองเอาไว้ นั่นเพราะประสบการณ์สอนว่า การทะเลาะกับคนที่มีนามสกุลเดียวกับ MD ในบริษัทที่เราทดลองงานอยู่นั้น ย่อมไม่เป็นผลดี

 

จะโทษฉันงั้นสิ ?

 

มันก็เห็น ๆ กันอยู่น่ะนะ คุณ... ถ้ารู้จักผิดชอบชั่วดีก็จะคิดได้เองแหละ ไม่ต้องมาถามผมหรอก...

 

หญิงสาวกำมือแน่น ร่ำ ๆ จะล็อคประตูห้องน้ำจากข้างนอกเสียด้วยซ้ำไป ปากดีเหลือเกิน ทำไมมอเตอร์ไซค์ไม่เฉี่ยวปาก จะได้เข้าเฝือกปากเอาไว้ ไม่ต้องมาพูดจากวนประสาทได้อย่างงี้...

 

น้ำเย็นชะงัก ...ถ้าเข้าเฝือกที่ปากได้จริง ไอ้เฝือกนั่นหน้าตามันจะเป็นยังไงกันนะ ? คงจะเหมือนตะกร้อครอบปากหมา... หมาที่ชื่อ ปัก-เป้า...

 

คนที่โผล่มาจากห้องน้ำในเสื้อตัวใหม่กางเกงตัวใหม่ย่นคิ้ว เมื่อได้เห็นคนที่ยืนกอดอกพิงผนังรออยู่หน้าห้องน้ำทำตาลอย กำลังยิ้มเหมือนมีอะไรถูกใจสักอย่างหนึ่ง

 

นี่ คุณ...

 

รอยยิ้มนั้นเลือนหายอย่างรวดเร็วเมื่อเธอหันมาเห็นเขา ... เสร็จซะทีนะ นึกว่าเข้าไปถ่ายหนังซะอีก นานขนาดนั้นน่ะน่าจะได้หลายเรื่องอยู่หรอก...

 

คนโดนเหน็บแนมพยักหน้าหงึกหงัก ครับ ก็ได้หลายเรื่องอยู่ ที่แน่ ๆ ก็อนาคอนดา งูยักษ์อ่ะครับ ไม่ทราบคุณเชยอยากจะดูและสัมผัสด้วยตัวเองมั่งมั้ย ?

 

น้ำเย็นหน้าแดง จนคำพูดและจนใจจะต่อปากต่อคำกะไอ้คนไร้มารยาทอีกต่อไป หญิงสาวสะบัดหน้าพรืด เดินดุ่ม ๆ นำหน้ากลับไปห้องทำงานทันที ทิ้งให้คนที่ยืนเอามือเท้ากรอบประตูอยู่ตรงนี้ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา...

 

 

 

 

 

บรรยากาศยามเย็นเหงาจนเจียนจะบ้า ปรกติแล้ว แค่คิดถึงเวลาที่ได้กลับบ้าน ได้กินกับข้าวฝีมือแม่ ได้นอนเตียงนุ่ม ๆ อุ่น ๆ ที่คุ้นเคย ได้คุยออนไลน์กับเจ๋ง ก็ทำให้น้ำเย็นมีแรงที่จะทำงานได้อย่างเต็มที่

 

แต่ตอนนี้... ชีวิตหลังเลิกงานของเธอมันไม่มีอะไรเลย ไม่มีแฟนให้นัดกินข้าวหรือว่าดูหนัง ไม่มีแม่รออยู่ที่บ้านให้เธออ้อนอีกต่อไปแล้ว...

 

เหงา

 

คำ ๆ นี้กลับมาเยือนอีกครั้ง กลับมาพร้อมกับความรู้สึกหนาวเหน็บในหัวใจ ดวงเธอช่วงนี้เป็นอะไรกันนะ ? คนสำคัญในชีวิตต่างพากันเดินออกไปหมด

 

...พระเจ้าขา หนูทำอะไรผิด ...

 

ภาพของนายปัก-เป้าแวบเข้ามาในความคิด มันอาจเป็นผลกรรมละมั้ง กรรมที่เธอทำให้นายปัก-เป้ากับแฟนของเขาต้องผิดใจกัน แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่มันก็ทำให้เธอต้องเสียแม่ไป...

 

หรือมันจะจริงอย่างที่เขาพูดกัน เวรกรรมมันติดจรวด ความจริงแล้วมันคงจะออนไลน์แล้ว ฝากปุ๊บมียอดโชว์ปั๊บ ถอนได้ทุกเวลาที่ต้องการหรือแม้จะไม่ต้องการ...

 

ถอนหายใจยาวเหยียด ไม่รู้จะแก้ปัญหายังไงดี ถ้านายปักเป้ารู้ว่าเบอร์ของเธอก็คือเบอร์เดียวกับที่ทำให้ชีวิตของเขาต้องโดนราหูอมละก็...

 

บางครั้ง คนที่ทำผิดด้วยความไม่ตั้งใจ มันก็สมควรแก่การได้รับการอภัย... ใช่ม้า ???

 

หรือว่าเธอควรจะเดินเข้าไปบอกนายปัก-เป้าว่า ที่เธอโทร.ผิดเข้าไปวันนั้นน่ะ มันเป็นเรื่องบังเอิญ เธอไม่ได้อยากทำให้เขากับแฟนเลิกกันเลยนี่นา ก็เราไม่รู้จักกันเสียหน่อยนี่ ฉันจะได้ประโยชน์อะไรจากการที่ทำให้พวกนายต้องผิดใจกัน

 

สูดลมหายใจเข้าปอด ... อย่างมากก็แค่ต้องไปขอโทษแฟนของนายปัก-เป้า ไปอธิบายความจริงให้รู้ มันก็ไม่ได้มากมายอะไรนี่นะ...

 

น้ำเย็นตัดสินใจเดินย้อนเข้าบริษัทไปอีกครั้ง นายปัก-เป้ายังอยู่ที่โต๊ะทำงาน กำลังสนทนากับบิ๊กอยู่อย่างเผ็ดร้อน หญิงสาวหลับตาลง รวมสมาธิ เอาวะ...

 

คอยดูนะ ถ้ากูรู้ว่ายัยนั่นเป็นใครละก็ กูจะลากเจ้าหล่อนไปขอโทษเพลงให้ได้ แล้วจะประจานหล่อนให้ได้อาย จะถ่ายรูปแล้วโพสลงอินเตอร์เน็ทให้ชาวบ้านชาวช่องคนอื่น ๆ เค้าระวังตัวไว้ จะได้ไม่เป็นเหยื่อของแม่คนนี้อีก ...

 

บ้ารึเปล่าไอ้เป้า... เสียงบิ๊กแย้งมากลั้วหัวเราะ ...มึงจะไปหาเค้าได้ยังไง ?

 

มันจะไปยากอะไร้... ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ กูมีเบอร์อยู่แล้ว ไม่น่าจะหายากนี่หว่า...

 

น้ำเย็นพาตัวเองมายืนหน้าซีดที่ป้ายรถเมล์อีกครั้ง ... ฉันจะเปลี่ยนเบอร์มือถือ !!!

 

 

 

 

 

กลับมาแล้วเหรอ ?

 

กลายเป็นความเคยชินไปแล้วที่เมื่อกลับถึงบ้านจะต้องเจอไอ้พี่บอมของแม่ยืนอยู่ที่โต๊ะอาหาร พร้อมกับข้าวเต็มโต๊ะอย่างนี้ หากวันนี้น้ำเย็นไม่มีอารมณ์จะมารู้สึกรู้สาอะไรกับอาหารหรือว่าผู้อาศัยอีกแล้ว...

 

ในสมองที่ผ่านการขบคิดเรื่องของนายปัก-เป้ามาอย่างหนักทำให้มันเบลอจนจับต้นชนปลายไม่ถูก และผลของการใช้สมองมาก ๆ ก็ทำให้อ่อนเพลียได้ราวกับการท่องหนังสือก่อนสอบเอ็นทรานซ์ก็ไม่ปาน

 

แต่... ไม่ว่าจะคิดยังไง ก็มองไม่เห็นทางออก...

 

ใครบางคนเคยบอกว่า ถ้าไม่รู้จะหาทางออกยังไง ให้ออกทางเข้า... จริงอยู่ นั่นเป็นความจริง แต่เธอจะเดินย้อนวันเวลาที่ผ่านมาแล้วกับสิ่งที่ทำไปแล้วได้อย่างไร ?

 

ณ ตอนนี้ เท่าที่สมองน้อย ๆ จะคิดได้ ถึงยังไงฉันก็ต้องเปลี่ยนเบอร์มือถือ แม้จะถูกคุณลุงตัดเงินเดือนก็ตาม การถูกตัดเงินเดือนคงดีกว่าการต้องมีภาพตัวเองประจานว่อนเน็ตเป็นไหน ๆ ...

 

ทำไมวันนี้กลับมืดจัง ? ถามอย่างห่วงใย เห็นใบหน้าซีดเซียวของเธอแล้วก็ให้อยากจะเข้ามาเอามือแตะหน้าผากเธอด้วยซ้ำ ติดอยู่อย่างเดียว... ใจไม่กล้าพอ...

 

งานเยอะ...   ตอบสั้น ๆ ก่อนปลดกระเป๋าสะพายใบโตลงวางที่เก้าอี้

 

ผู้อาศัยพยายามทำสีหน้าสดใส เอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงร่าเริงเกินพอดี กินข้าวกันน้า...

 

ขอไปล้างมือก่อน...

 

คนตัวเล็กเดินแยกไปยังห้องน้ำชั้นสองด้วยสีหน้าเนือย ๆ ทำไมต้องชั้นสอง ? เท่าที่สังเกตดู เธอจะไม่ใช้ห้องน้ำที่ชั้นล่างเลยตั้งแต่เขาเข้ามาอยู่ในบ้านนี้ อารมณ์คล้าย ๆ คงจะรังเกียจที่จะต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับชายโสดอย่างเขาละมั้ง...

 

เธอเป็นผู้หญิงที่แปลก เธออยู่ตรงกลางระหว่างความน่ารักและความน่ากลัว เธอคงจะเป็นลูกครึ่งเหมียวคิดตี้กับเฟรดดี้ศุกร์สิบสาม...

 

เขาไม่รู้ว่ามันเป็นความชอบหรือเปล่า รู้แค่ว่าอยากอยู่ใกล้ ๆ อยากให้เธอร้องไห้กับเขา กินข้าวกับเขา ทะเลาะกับเขา พูดกับเขาแรง ๆ ก็ได้

 

แต่ถ้าสักวันจะออดอ้อนกันสักหน่อยก็คงจะดีเหมือนกันแฮะ...

 

ความคิดสะดุดเมื่อโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น ชายหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวา ยังไม่มีวี่แววว่าเธอจะลงมา ไม่อยากจะยุ่ง แต่ว่า... เธอไม่ลงมาเสียทีนี่

 

พออีกฝ่ายโทร.มาประมาณครั้งที่ห้า เขาก็ตัดสินใจรับสายให้เธอ ...

 

สวัสดีครับ...

 

บังเกิดความเงียบคล้ายหลุมอากาศอยู่เพียงอึดใจ สายก็ตัด ...

 

เหลือทิ้งไว้เพียงแต่เขากับความงุนงง และเสียง ตู๊ด... ตู๊ด...

 

 

 

 

 

เพลงหยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียงขึ้นมาดู ปักเป้าไม่โทร.หาเธออีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น...

 

อันที่จริง ตอนที่เธอเปลี่ยนซิมนั่นน่ะ เขาโทร.มาเป็นร้อย ๆ สาย ฝากข้อความเสียงพร่ำรำพันอะไรต่าง ๆ นานามากมายหลายอย่าง แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้น แม้เธอจะเปลี่ยนเบอร์กลับมาเป็นเบอร์เดิมแล้ว แต่มันก็กลับเงียบเสียยิ่งกว่าตอนที่เธอเปลี่ยนเบอร์หนีปัญหาเสียอีก...

 

หรือมันเป็นเพราะหัวใจของเธอเองที่มันเงียบงันไปแล้ว...

 

รู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ หากเธอก็เลือกที่จะกลบและเกลี่ยมันเอาไว้ด้วยความผิดของอีกฝ่ายที่เธอถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง เสียงของผู้หญิงคนนั้นยังติดหู ถ้อยคำที่ปักเป้าบอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของผู้ชายยังคงติดอยู่ในหัวจนแกะไม่ออก...

 

เธอไม่ยอม เธอเลือกเขาโดยไม่เคยเอาไปเปรียบเทียบกับใคร แต่มาวันนี้ เขากล้าเอาคนอื่นมาเทียบกับเธอ เธอควรจะยอมหรือ ?

 

ความรักแม้ไม่เกี่ยวกับศักดิ์ศรี แต่การจะรักใครสักคนโดยการต้องโยนศักดิ์ศรีที่มีอยู่ทิ้งขยะไปนั้น คนอย่างเธอก็ยอมไม่ได้เช่นกัน...

 

ตัดสินใจโทร. หา ใครบางคน

 

พี่บอมเหรอคะ ? พรุ่งนี้ว่างมั้ย ? เพลงอยากชวนไปดูหนังน่ะค่ะ...

 

พี่ไม่ว่าง... ... เพราะพี่มีภารกิจสำคัญที่ต้องทำกับข้าวไม่มีผักกลิ่นแรง ไม่มีเนื้อ ไม่มีหมู ไม่มีอาหารทะเลให้ใครบางคน... คงจะไม่ได้หรอก...

 

เพลงเหงา... พี่บอม... เหงามาก ๆ เลย...

 

น้ำเสียงของเธอที่ส่งมาตามสายให้อารมณ์ตามคำพูดนั้นได้จริง ๆ ชายหนุ่มถอนหายใจ ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเรื่องของเธออีกแล้วหลังจากวันที่เธอบอกว่า พี่บอม เพลงจะคบกับปักเป้า เราเลิกกันนะคะ นั่นละ...

 

แต่เพราะอะไรไม่รู้อีกเหมือนกันที่ทำให้เขาพูดว่า ก็ได้ เจอกันตอนสิบโมงที่... นะ แต่พี่ต้องกลับบ้านก่อนห้าโมงเย็น พอดีมีงานสำคัญที่ต้องทำ...

 

และนั่นอาจเป็นเพราะว่าเธอกำลังเหงา... เหงาเหมือนที่เขาเคยเป็น... เหงาเมื่อคนที่เคยรักมาจากกันไป...

 

 

 

 

 

น้ำเย็นปรือตาตื่นขึ้นมา... เช้าแล้ว ???

 

ลุกพรวดจากที่นอน ให้ตายเหอะ ยังทรงเครื่องทำงานเต็มสูบอยู่เลยอ่ะ... หันไปทางกระจกก็ได้เห็นผู้หญิงหน้ากลมมันเยิ้มเพราะไม่ได้ล้างหน้าก่อนนอน ผมที่รวบเป็นหางม้ายุ่งเหยิงพอ ๆ กับรังนกบนคบไม้ในป่า...

 

เด้งจากเตียง พรวดพราดไปคว้าผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำอย่างเร่งรีบ วันนี้เป็นวันเสาร์ หากเธอก็ยังต้องทำงานอยู่ดี ...

 

รอยยิ้มสว่างไสวของคนร่วมบ้านรอต้อนรับเธออยู่แล้วที่โต๊ะอาหาร   หิวละสิ เมื่อคืนหลับเพลินใช่มั้ย ?

 

หญิงสาวไม่ตอบคำ หากแต่พาตัวเองนั่งลงที่โต๊ะอาหารอย่างเงียบ ๆ จัดการกับข้าวต้มหมูสับแสนอร่อยอย่างหิวโหย... ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายท่าทางสำอาง สายตาเจ้าชู้แบบไอ้พี่บอมจะ สามารถ ในการทำอาหารได้ขนาดนี้...

 

วันนี้พี่ไม่อยู่นะ ...ไปธุระ... บอกไปแม้จะรู้ว่าเธอไม่อยากรู้เสียหน่อย แต่ก็อยากบอกอ่ะ จะทำไม.. ... แต่จะกลับมาให้ทันทำมื้อเย็นให้น้ำเย็นนะ...

 

ไม่ต้องหรอก... เธอโบกมือ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ... วันนี้ไม่กลับเร็วหรอก ว่าจะชวนเพื่อนไปเที่ยวต่อ...

 

เพื่อนคนไหน ?

 

เพื่อนเรา บอกไปแล้วรู้จักเหรอ ? น้ำเสียงรวนเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าก้มตากวาดข้าวต้มคำสุดท้ายใส่ปากแล้วลุกจากเก้าอี้ คว้าถ้วยไปล้างเสียงดังโคล้งเคล้งอยู่ในครัวครู่หนึ่งก็กลับออกมาอีกครั้ง หยิบกระเป๋าแล้วออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ล่ำลา

 

 

 

 

 

ปักเป้านั่งหน้านิ่ว หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วที่เขายังคงหน้านิ่ว ครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตัวเอง...

 

มันเกิดอะไรขึ้น ? ...

 

จู่ ๆ ช่วงที่เขามีปัญหากับเพลง ยัยผู้หญิงงี่เง่าร้ายกาจนั่นก็โทร.มา ทำให้เพลงเข้าใจเขาผิดและบอกเลิก หลังจากนั้นเมื่อเขาโทร.ไปหา เจ้าหล่อนก็กลับพูดจากวนประสาท ทำให้เขาต้องเจ็บตัว และเมื่อคืนนี้...

 

ทำไม ? เขาโทร.ไปที่เบอร์นั้น แล้วคนที่รับกลายเป็นไอ้คุณพี่บอม ???

 

แค่ได้ยินคำว่า สวัสดีครับ เขาก็จำได้แล้ว ไม่ต้องมากกว่านั้น ใช่ เขาจำเสียงอีกฝ่ายได้ดีเพราะไม่ได้เมา เพราะคุ้นเคย เพราะเคยคุยกันบ่อย ๆ หลังจากที่มีเรื่องต้องเขม่นกัน ชกกันก็เคยมาแล้ว ใครมันจะไปลืมได้กันล่ะ ?

 

มันคงจะเป็นแผนการของไอ้พี่บอมมาตั้งแต่ต้น หมอนั่นต้องการอะไร ? ยังต้องการให้เพลงกลับไปอย่างงั้นเหรอ ? ทั้ง ๆ ที่เขามองเห็นอีกฝ่ายจ้องยัยคุณนายอบเชยตาเยิ้มอย่างนั้นน่ะนะ หรือนั่นมันจะเป็นเพียงแค่ภาพลวง...

 

เขาคิดไม่ออกจริง ๆ ว่าพี่บอมต้องการอะไร มันจะเป็นอะไรเสียอีกถ้าไม่ใช่อยากจะเอาชนะเขา อยากจะทำให้เขากับเพลงต้องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เพื่อแก้แค้น...

 

พี่บอม พี่ร้ายกว่าที่ผมคิดมากนัก แต่ผมจะไม่มีวันยอมให้พี่เล่นผมอยู่ฝ่ายเดียวหรอกโว้ย !!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #9 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2553 / 13:51

    ความลับจะแตกแล้ว...ถ้าจำเสียงไอ่พี่บอมได้ เดี๋ยวก็คงนึกออก

    เพลงจะหวนกลับมาหาพี่บอมอีกครั้ง หรือว่าพี่บอม..ไปไหนไม่รอด อ้อนหน่อยก็ อ่อน...

    #9
    0