Hello dear ! สวัสดีที่รัก

ตอนที่ 5 : วิวาทะ ยกที่หนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 ส.ค. 53

บทที่  5  วิวาทะ ยกที่หนึ่ง ?!

 

           

รถตีวงเลี้ยวเข้าจอดที่ช่องจอดประจำของรถบริษัท ปักเป้าขึ้นเบรกมือ ดับเครื่อง แล้วหันมาทางคุณนายอบเชยที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการถอดเข็มขัดนิรภัย ปลดพันธนาการระหว่างตัวเองกับเบาะที่นั่งออก

 

ก่อนจะได้ปลง เมื่อเข็มขัดที่เจ้าหล่อนปลดออกนั้นเลื่อนตัวเองตวัดพรืด เฉี่ยวเข้าที่แก้มป่อง ๆ ของเธออย่างรวดเร็วจนหลบไม่ทัน

 

อ๊าย ! “

 

ชายหนุ่มส่ายหน้ากับตัวเอง ยังมึนไม่หายเมื่อเห็นอดีตศัตรูหัวใจให้ความสนใจกับผู้หญิงเบ๊อะเซอะแบบนี้ ...

 

ไอ้พี่บอมเป็นรุ่นพี่ที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน และมันเรียนคณะเดียวกันกับเพลง เป็นหนุ่มหล่อมาดเนี้ยบ ในขณะที่เขาเป็นนักศึกษาศิลปะหน้ามอม

 

ถึงจะมอมแต่ปักเป้าคนนี้ก็เป็นเบอร์หนึ่งของคณะศิลปกรรมศาสตร์ในยุคนั้น เป็นหนุ่มที่แม้จะมีลุคส์ที่ดูสกปรก ๆ แต่ก็มีสาว ๆ ให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว และเมื่อเขาเลือกที่จะจีบเพลงอย่างจริง ๆ จัง ๆ เธอก็เลือกที่จะสลัดแฟนเก่าอย่างไอ้พี่บอมไปโดยไม่ลังเลเช่นกัน...

 

คุณเป็นแฟนกับพี่บอมเหรอ ? สุดท้ายก็อดรนทนไม่ไหวหันไปถาม แต่อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยสีหน้าเหมือนเขาโคตรสอดรู้

 

เกี่ยวไรกะนาย ? ว่าแต่... สีหน้าอยากรู้เหมือนได้รับถ่ายทอดไปจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน นายรู้จักกะเค้าด้วยเรอะ ?

 

เกี่ยวไรกะคุณ... ตอบด้วยสีหน้าเดียวกับเธอเมื่อครู่เช่นกัน น้ำเย็นทำหน้าบึ้ง ก่อนขยับเปิดประตูลงไปอย่างหงุดหงิดที่ถูกย้อน หญิงสาวเดินอ้อมรถมา มองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ๆ

 

ปักเป้าถอยหลังแนบรถ มองเธออย่างหวาดหวั่นปนงง ... อะไรคุณ ?

 

นายเอาแฟ้มพวกนี้ไปวางที่โต๊ะฉัน เก็บให้เรียบร้อย ฉันจะกลับบ้านแล้ว...

 

เธอยื่นแฟ้มทั้งหอบมาตรงหน้า เอกสารบันทึกข้อตกลงและDrawing ของงานที่ทางลูกค้าให้มา...  ทำไมคุณไม่เข้าไปเองล่ะ ?

 

ฉันเป็นหัวหน้าไง ยังจำได้ใช่มั้ย ? ... กระแทกแฟ้มทั้งหมดนั่นมาที่อกเขา แม้ไม่แรงแต่ก็ทำให้ปักเป้าต้องรีบยื่นมือออกมาหอบมันเอาไว้ทันที เอาไปวางให้เรียบร้อยนะ อย่าให้ขาด ให้หาย ให้ชำรุดแม้แต่แผ่นเดียว ไม่งั้น...

 

เธอยกมือทำท่าปาดคอ น่ากลัวเหลือเกินแม่คู๊ณ... คร้าบ หัวหน้า รับรองได้ ผมจะเก็บอย่างดี... มองตามหลังคนตัวเล็กที่หมุนตัวเดินห่างไปแล้ว ก่อนจะพูดกับตัวเอง มันจะดี... จนแม้แต่คุณเองก็หามันไม่เจอเลยละ...

 

 

 

 

 

น้ำเย็น... กลับมาแล้วเหรอ ?

 

น้ำเย็นผงะ ก่อนถอยออกจากประตูบ้านของตัวเอง พยายามจะจ้องมองบ้านเลขที่ ... สามสิบแปดทับสอง... บ้านเรานี่นา แล้วนายคนหล่อที่อยู่ในชุดกันเปื้อนสีชมพูหวานแหววนั่นใคร ?

 

ก่อนที่สมองจะลำดับความคิด อ๋อ... ไอ้พี่บอมของแม่นี่เอง นายนั่นกำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดโต๊ะอาหารอยู่เมื่อเธอไปถึง... คุณทำอะไรน่ะ ?

 

กฎข้อสี่ไง... ตอบเสียงหวานมาก นัยน์ตากรุ้มกริ่มเกินพิกัดนั้นมองมาที่เธอไม่วางตา ขณะสาวเท้ามาคว้าแขนเธออย่างรวดเร็วด้วยท่าทางกระตือรือร้นสุด ๆ วันนี้ผมทำกับข้าว ไม่มีผักมีกลิ่น ไม่มีหมู ไม่มีเนื้อ ไม่มีอาหารทะเล ตรงตามกฎกระทรวงเป๊ะ...

 

หญิงสาวที่ถูกลากมาหยุดที่เก้าอี้หัวโต๊ะ ปรายตามองกับข้าวควันกรุ่นมากมายนั้น แล้วถามเสียงเรียบกริบ เหรอ ? แล้วนั่นอะไร ?

 

ที่ปลายสายตาของเธอก็คือหอยลายผัดน้ำพริกเผา พ่อครัวจำเป็นหน้าซีดทันที นั่นมัน... หอยน้ำจืด...

 

หอยลายเนี่ยนะ ?

 

ลายเนี้ยมันเป็นหอยที่เค้าเลี้ยงในน้ำจืดน้า... ยังคงแถกไปน้ำขุ่น ๆ ... ถ้ามาจากทะเลมันจะเป็นอีกลายนึง

 

เหรอ ? กอดอกมองจำเลยตรงหน้า ดูซิ จะแถไปทางไหนได้อีก รักจะแหลต้องแหลให้รอดนะยะ มันต่างกันยังไงล่ะ ?

 

คือ... ตอนผัดกับข้าวอยู่หน้าเตายังไม่ร้อนเท่านี้ ยิ่งเห็นสายตาเย็นเยียบของเธอ เหงื่อที่ไรผมก็ยิ่งตกลงมายังกะห่าฝน ... หอยทะเลมันจะเป็นลายแบบ... ดูอาร์ต ๆ หน่อย ถ้าหอยน้ำจืดมันจะเป็นเหมือนลายไทยยังงี้ไง...

 

คนฟังพยักหน้าหงึกหงัก ไม่ได้พอใจไอ้เหตุผลนั่นหรอก แต่ทึ่งกับความสามารถของคนตรงหน้ามากกว่า ...หน้าด้านได้ใจมาก ... จริงอ่ะ ?

 

ผัดผักก็มีน้า... พยายามจะเปลี่ยนประเด็น ผมผัดหวานให้คุณด้วยนะ ชอบป่ะ ?

 

หญิงสาวย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างช้า ๆ แม้การต้องมาอยู่ร่วมบ้านกับคนไม่คุ้นเคยมันจะทำให้อึดอัดบ้างในบางครั้ง แต่... มันก็ดีกว่าต้องอยู่คนเดียวในบ้านที่เราเคยอยู่กันสองคนแม่ลูกใช่มั้ยคะแม่...

 

แม่... ทำไมถึงทิ้งหนูไป แล้วส่งหมอนี่มา ทำไม ทำไม ทำไม

 

ในสมองของเธอตอนนี้ ทำไมมันมีแต่คำถาม ทำไมเจ๋งถึงเลิกกับเธออย่างง่ายดาย ทำไมเค้าถึงไปมีสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่เลิกกันยังไม่ถึงวันด้วยซ้ำ ทำไมแม่ถึงได้เลือกที่จะไปอยู่กับคุณลุงบูรณ์มากกว่าจะอยู่กับเธออย่างมีความสุขเหมือนกับที่เคยอยู่ด้วยกันมาตลอด ทำไม...

 

อร่อยมั้ย ?

 

ถามอย่างเอาใจ ก่อนชะงัก แม้ตาของเธอจะหยี ๆ แต่หยาดน้ำตาที่ส่องประกายแวววาวอยู่ในนั้นก็สามารถมองเห็นได้ไม่ยากเลย รสชาติมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ?...

 

ฉันไม่เคยกินกับข้าวคนอื่นนอกจากฝีมือของแม่... เงยหน้ามาพูดเสียงแข็ง น้ำตาคลอเต็มสองตา แม่อยู่กับฉันมาตลอดชีวิต แม่เป็นคนรีดเสื้อผ้าให้ฉันทุกชุด แม่เป็นคนทำกับข้าวทุกคำที่ฉันกิน ทำข้าวกล่องให้ฉันทุกวัน เราสองคนแม่ลูกไม่เคยแยกจากกันเลยตั้งแต่พ่อตายไป แล้วพ่อนายเป็นใคร ? ทำไมต้องมาเอาแม่ของฉันไปด้วย ?

 

น้ำตาไหลหยดลงบนแก้มป่อง ๆ ดูแล้วชวนให้อยากจะเข้าไปซับ แต่แววตาที่จ้องเขม็งมานี่สิ แค่จะคิดยังไม่กล้าเลย ผม...

 

เอาแม่ฉันคืนมาเซ่ !

 

ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงจะเถียงไปแล้ว แต่เพราะเป็นเธอ เป็นคนที่เขาเพิ่งจะเห็นกับตาว่าเธอถูกแฟนบอกเลิก เป็นคนที่เขารู้ดีแก่ใจว่าเพิ่งจะเสียแม่ไป แม้จะเป็นเพียงแค่การจากกันในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นก็ตาม...

 

บังอาจเลื่อนมือไปวางทาบบนมือเล็กของเธอที่กำแน่นอยู่ด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ จนกระทั่งแน่ใจว่าเธอกำลังมุ่งมั่นกับการร้องไห้จนไม่ทันสังเกตว่าถูกแต๊ะอั๋งนั่นละ จึงบีบมันเบา ๆ แล้วเอ่ย

 

อย่าร้องเลยนะ อีกไม่นานท่านก็จะกลับมา เพราะท่านเองก็รักน้ำเย็น และทั้งชีวิตก็มีแต่น้ำเย็นคนเดียวเหมือนกัน...

 

เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา แม้น้ำตายังท่วมตาเธอก็ใช้หลังมือป้ายมันออกอย่างรวดเร็ว มือขวาคว้าช้อน ส่วนมือซ้าย...

 

จะกินข้าว

 

เอาเลย ทำสีหน้ายินดีมาก แต่... เธอมองหน้าเขาทำไม ? จะกินก็กินสิ มองหน้าผมแล้วอิ่มเหรอ ?

 

มือ ตอบสั้น ๆ เพียงเท่านั้น พระเอกก็สะดุ้ง ชักมือกลับทันที

 

ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ...

 

เธอทำเสียงฮึในลำคอ ขนาดไม่ตั้งใจนะ ยังกำซะแน่น...

 

บอมทอดสายตามองคนตรงหน้า เมื่อไม่นานมานี้ตอนที่เจอกัน ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันนั้น... แม้แต่ความหวังที่จะได้พบกันอีกครั้งก็แทบจะเป็นศูนย์ด้วยซ้ำ แต่วันนี้ เธออยู่ตรงนี้แล้ว นั่งกินข้าวอยู่ตรงนี้ ร้องไห้กับเขา พูดกับเขา เธอเป็นยิ่งกว่าฝันที่เป็นจริง เพราะเธอคือ ความจริง

 

และเป็นความจริงที่เขาปรารถนาอย่างเหลือเกินที่จะให้มันเป็นอยู่เช่นนี้ตลอดไป...

 

 

 

 

 

สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ต่อความต้องการในหัวใจของตัวเอง และพาตัวเองมาอยู่ที่นี่ ที่หน้าหอพักของเพลง...

 

เพลงอยู่มั้ยครับ ?

 

เดินไปถามเจ้าหน้าที่ของหอพัก อีกฝ่ายเงยหน้ามามองเขานิ่งอยู่ครู่ใหญ่ก็เอ่ย น้องเพลงกลับบ้าน...

 

กลับบ้าน ? ทำไมล่ะครับ ไม่ใช่วันหยุดซะหน่อยนี่...

 

สีหน้าของคนถูกถามเหมือนอยากจะบอกว่า กูไม่รู้ กูไม่ใช่เพลงนี่หว่า ชายหนุ่มถอนหายใจยาว เธอกลับบ้าน ร้อยวันพันปีเพลงไม่ค่อยจะกลับบ้านสักเท่าไหร่ เธอบอกว่าเบื่อที่พ่อกับแม่ชอบบังคับให้เธอไปกินข้าวกับปีเตอร์เสมอ

 

... การที่เธอกลับบ้าน มันอาจหมายถึงเธอยอมรับการถูกบังคับนั้นแล้วใช่มั้ย ? หรือว่าเธอไม่รู้สึกว่ามันคือการถูกบังคับอีกต่อไปเพราะเลิกกับเขาแล้ว ?

 

เพลง ผมยังไม่ได้ตกลงเลยนะ เพลงอย่าคิดเองเออเองดิ...

 

ปักเป้าคอตก หมุนตัวเดินออกมาจากที่นั่น หากยังไม่ทันจะเดินถึงสามก้าว พลันก็ได้ยินเสียงคุ้นหู

 

พี่เทิดคะ ก๊อกน้ำที่ห้องเพลง...

 

คำพูดต่อจากนั้นถูกกลืนหายลงลำคอเมื่อเห็นคนคุ้นตาที่หันขวับมาทันทีที่ได้ยินเสียงเธอ เพลงชะงัก นิ่งงัน งุนงง... ... ปักเป้า...

 

ในขณะที่เขาได้แต่มองเธอ มองเธอเหมือนเธอเป็นใครสักคนที่เขาไม่เคยรู้จัก... เธอโกหก ให้คนอื่นโกหกเขาว่าเธอไม่อยู่ ?

 

เพลง...

 

ช่องว่างขนาดกว้างใหญ่ทอดตัวลงเบื้องหน้าเขาทั้งสอง มันเป็นความว่างเปล่าที่ไม่อาจหาสิ่งใดมาถมให้เต็มได้อีกแล้วหรืออย่างไร ? ความผิดของเขาคือ การที่มีผู้หญิงงี่เง่าสักคนโทร.ผิดเข้ามาที่เครื่องของเขา แล้วเธอก็บอกเลิก แล้วเธอก็ให้ใครต่อใครโกหกเขา เพื่อกันเขาออกจากชีวิตของเธอ... อย่างนั้นเหรอ ?

 

มาทำไม ?   เธอทักมาเสียงแข็ง แค่นั้นปักเป้าก็รู้สึกเหมือนถูกทุบด้วยท่อนเหล็กเข้าที่ท้ายทอย ปวดแสบปวดร้อนจนเหมือนจะหายใจไม่ได้

 

ผมมาหาแฟนผม... แต่ตอนนี้เธอคงไม่อยู่แล้ว...

 

ตัดสินใจหมุนตัวกลับมา โกรธเหรอ ? นั่นไม่ใช่หรอก มันไม่ใช่ความรู้สึกโกรธ เขาผิดหวังต่างหาก ผิดหวังที่เรื่องเพียงแค่นี้แฟนของเขา คนที่เคยบอกว่ารักเขาหนักหนา คนที่เคยบอกว่ารักใครไม่ได้อีกแล้ว ก็กลับโกรธเขา เลิกกับเขาได้ง่ายดายถึงเพียงนี้...

 

เพลงยืนนิ่ง มองแผ่นหลังคุ้นเคยที่ห่างออกไปทุกทีด้วยหัวใจว้าวุ่น เธอทำเกินไปหรือเปล่านะ ? แต่ถ้อยคำสนทนาระหว่างเธอกับผู้หญิงคนนั้นยังแจ่มชัดในความทรงจำ...

 

ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ แค่ลองดูเท่านั้นเอง ไม่คิดว่าจะติดจริง ๆ น่ะค่ะ...

 

คนทรยศ ทำผิดร้ายแรงแล้วมาทำท่าหมางเมินใส่ฉันแบบนั้นน่ะ มันไม่ใช่ลูกผู้ชายเลยนี่นา...

 

 

 

 

 

น้ำเย็นมองโทรศัพท์ที่ดังขัดจังหวะขณะกำลังดื่มด่ำกับอาหารเย็นฝีมือผู้อาศัย หญิงสาวหยิบมันขึ้นดูอย่างหงุดหงิด ก่อนจะกลายเป็นหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นหมายเลขนั้นชัด ๆ ...

 

ศูนย์แปด หนึ่งเจ็ด หนึ่งเจ็ด หนึ่งเจ็ด หนึ่งเจ็ด... !!!

 

สองจิตสองใจว่าจะรับดีหรือไม่ การสนทนากับคนที่ปลายสายจากเบอร์นี้ยังคงติดแน่นอยู่ในหัว ผู้หญิงคนนั้น...

 

คนที่อีกฝั่งโต๊ะมองมาอย่างสงสัย น้ำเย็นถอนหายใจเฮือก การหนีปัญหาไม่ใช่เรื่องดี แต่... เรากะยัยเจ้าของเบอร์นี่ยังมีอะไรต้องสนทนากันอีกเหรอ ?

 

เดินเลี่ยงมาคุยที่หน้าบ้าน กล้า ๆ กลัว ๆ หากสุดท้ายก็ตัดสินใจรับ สวัสดีค่ะ...

 

ยัยผู้หญิงงี่เง่า ! สะใจแล้วใช่มะที่ทำให้คนเค้าเลิกกันได้น่ะ ! เธอ... ! ยัยผู้หญิงโรคจิต เห็นคนอื่นเค้ารักกันไม่ได้ใช่ป่ะ เห็นคนอื่นเค้ามีความสุขแล้วมันหนักหัวเธอใช่มั้ย ถึงได้ทำอะไรเลว ๆ แบบนี้ได้น่ะ คอยดูนะ คอยดู อย่าให้ฉันเจอเธอ ไม่งั้นเธอตายแน่ !!! “

 

น้ำเย็นผงะ ดึงโทรศัพท์ออกจากหู มองมันเหมือนเป็นสัตว์ประหลาดจากนอกโลก ไม่ใช่หรอก... ไอ้ที่มาจากนอกโลกน่าจะเป็นไอ้เสียงบริภาษนั่นต่างหาก

 

มันเรื่องอะไรกัน ?... นี่ คุณ โทร.ผิดแล้วละค่ะ...

 

ไม่ผิดอ่ะ ไม่ผิดแน่ ๆ ฉันจำเธอได้ จำได้แม่นเลยด้วยเพราะเธอมันเลว ! ทำให้เพลงบอกเลิกฉันอ่ะ โทร.มาหาฉัน แล้วก็ทำให้เพลงบอกเลิกฉันอ่ะ ยัยผู้หญิงขี้เหร่ ! ยัยขี้อิจฉา !

 

สมองน้อย ๆ ของน้ำเย็นลำดับเหตุการณ์ เข้าใจได้ในทันที... เรื่องวันนั้น วันที่เธอโทร.ผิด...

 

บอมย่องมาแอบที่ข้างกรอบประตู ลอบมองสีหน้าขาวซีดของคนแก้มป่องที่สุดท้ายก็กลายเป็นใบหน้าแดงก่ำ สีหน้าโกรธจัด

 

แกเป็นใคร ?! วันนั้นฉันก็บอกว่าขอโทษแล้วไง จะเอาไงอีก ?! “

 

เป็นใครไม่สำคัญว้อย น้ำเสียงกวนประสาทยังถูกส่งมาไม่หยุด เหมือนหมอนั่นจะเมา พูดลิ้นพันกันจนฟังแทบไม่ออก แต่ก็พอฟังได้ว่ากำลังด่าเธออย่างเมามัน จำไว้เลย ยัยผู้หญิงโรคจิต ให้ทายนะ ยังไม่มีแฟนละดิ หรือว่าโดนทิ้งแล้วถึงได้ทำนิสัยงี้อ่ะ เลว... !!! “

 

คลื่นความร้อนแล่นปรื๊ดปร๊าดไปทั่วร่างอีกครั้ง... ไอ้คนที่ปลายสายนี่ สงสัยยังไม่เคยได้เห็นนรกมาก่อนละมั้ง พูดพอยัง ? พูดพอแล้วก็หุบปากแล้วฟัง ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ แค่โทร.ผิด นายจะมาด่าฉันได้ไง ? แฟนนายอยากงี่เง่าเองนี่ ! “

 

เธอว่าไงนะ ? ปักเป้าตะโกนลั่น พลางสาวเท้าออกจากร้านลาบที่มาฝังตัวเองอยู่ตั้งแต่กลับมาจากหอพักของเพลงนั่นละ ความโกรธ เสียใจ หรือผิดหวัง อันนี้เขาเองก็ไม่รู้ได้ แต่มันทำให้เขาโทร.มาหาเบอร์ที่เขาอุตส่าห์บันทึกเอาไว้ในเครื่อง รอวันเอาคืน เฮอะ ทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิดอีกนะ เธอ... หน้าไม่อาย !!!

 

ฉันผิดตรงไหนล่ะ ? ทางฝั่งนี้ก็ตะโกนเสียงดังไม่แพ้กัน ไม่รู้ว่ามันดังสักแค่ไหน แต่ก็ทำให้ชาวบ้านชาวช่องพากันโผล่หน้าจากบ้านมาดูกันเป็นแถวละ ... ไม่คิดว่าเป็นความผิดของตัวเองมั่งรึไง ? หรือว่านายน่ะมันบ่มิไก๊แล้ว แฟนนายเค้าหาเรื่องเลิกอยู่ทุกลมหายใจอยู่แล้วละมั้งถึงได้เลิกกันง่าย ๆ อย่างเงี้ย ?

 

เธอ ! “ โกรธจนพูดไม่ออก กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตัว มองหาว่าจะเอาอะไรมาเป็นข้อมูลได้บ้าง ยัย... ยัยผู้หญิงหน้าไม่อาย ! ยัย... ขยะเปียก ! ยัยท่อน้ำทิ้ง ! ยัยแมลงสาปข้างถนน ! “

 

โอ๊ย... ด่าเจ็บจังเลย ~ ทำไงดีล่า เจ๊บ~ เจ็บ...

 

ปักเป้าหูอื้อตาลายทันทีกับน้ำเสียงกวนประสาท คำพูดกวนบาทาของคนอีกฝั่งที่ไม่รู้ว่าหน้าค่าตาเป็นยังไง เฮอะ จะเป็นยังไง้ ก็คงจะขี้เหร่ขี้ริ้ว ไม่มีใครเอาละซี้ !

 

เธอมัน... ฉันจะแช่งเธอ ให้มีแฟนก็โดนแฟนทิ้ง ขอให้ไม่มีใครมาจีบ ขอให้ขึ้นคานไปจนแก่ตายเลยเว้ย ! “

 

คนที่ถูกด่าหน้าตึงทันที อ๊ายยย !!! ไอ้บ้านี่ ด่าเรื่องอะไรไม่ด่า มาเล่นปมกันอย่างงี้ได้โดนดีแน่ ๆ  เออ ฉันก็ขอให้คำอวยพรของนายจงได้แก่ตัวนายเองเหอะ นิสัย ทีหลังหาแฟนหาที่ดี ๆ หน่อยสิ เลือกที่หูหนวกตาบอดก็ได้เค้าจะได้ทนผู้ชายเฮงซวยอย่างนายได้น่ะ

 

เธอนั่นแหละ ผู้หญิงบ้า ยัยลาบค้างปี ยัยน้ำเข็งตกพื้น ยัย ยัย... !!! “

 

โอ๊ะ ! ด่ามาอีกเซ่ ยังไม่รู้สึกเลยอ่ะ ว่าไงนะ ? ...

 

น้ำเสียงกวนประสาทที่เร่งเร้ามานั้นทำให้ลมดันขึ้นหัวเพราะความโมโหสุดขีด ลมออกหูจนไม่สามารถได้ยินอะไรอีกแล้ว...

 

ไม่ได้ยินเสียงกระทั่งมอเตอร์ไซค์ที่วิ่งมาบนฟุตบาธ ตรงมาทางเขาด้วยความเร็วสูง !

 

เฮ้ย ! ไอ้น้อง หลบบบบบ...

 

น้ำเย็นย่นคิ้ว เสียงด่าที่ปลายสายหายไปแล้วหลังเสียงดังกึก ๆ กัก ๆ เหมือนโทรศัพท์ตกพื้น สุดท้ายก็กลายเป็นเสียงโวยวายดังแว่ว ๆ เหมือนมีเหตุชุลมุนอยู่ไกล ๆ ... หญิงสาวนิ่งฟังอยู่พักใหญ่ก่อนตัดสินใจวางสาย พอหมุนตัวกลับเข้าบ้านสายตาก็ประทะเข้ากับผู้อาศัยที่ยืนเกาะประตูมองเธออยู่ด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นสุด ๆ

 

บอมสะดุ้ง ยิ้มแหย ... กินข้าวกันต่อน้า ~ “

 

 

 

 

 

ปักเป้าลากสังขารมาทำงานด้วยข้อเท้าที่หุ้มเฝือกหนาปึ้ก...

 

เจ็บใจยิ่งนักที่เอาเรื่องยัยผู้หญิงปากร้ายนั่นไม่ได้ คอยดู คอยดู๊ วันพระไม่ได้มีหนเดียวหรอกว้อย...

 

หัวหน้า เงยหน้าจากโต๊ะทำงานที่กองเอกสารสุมเต็มทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาเข้างานด้วยซ้ำไป ถามเขาด้วยน้ำเสียงร้อนรน

 

นี่ นายปัก-เป้า เอกสารที่เมื่อวานฉันให้นายเอามาเก็บน่ะ มันอยู่ไหน ? นายเอาไปเก็บไว้ที่ไหนน่ะ ?

 

ไอ้ที่คิดจะแกล้งคนตรงหน้าก็กลายเป็นไม่มีอารมณ์อีกต่อไปหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน ชายหนุ่มเดินกระเผลกไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง น้ำเย็นออกปากถามทันที

 

แล้วนั่นไปทำอะไรมา ?

 

เจอหมาน่ะครับ... ตอบอย่างไร้อารมณ์จะกวนประสาทเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อวานมันคงจะเป็นวันซวยของเขา พอได้เจอไอ้พี่บอมอีกครั้ง สิ่งดี ๆ ในชีวิตก็พากันกระจัดกระจายหายหัวไปกันหมด...

 

ตั้งแต่ช็อตนั้นที่หอพักของเพลง จนกระทั่งช็อตสุดท้ายที่โรงพยาบาล...

 

หมากัดทำไมใส่เฝือก ?

 

หมามันไม่ได้กัดหรอกครับ มันแค่เห่า... เห่าแล้วก็น่ารำคาญจนผมโมโห พอโมโหแล้วก็ไม่ได้เห็นว่ามีมอเตอร์ไซค์วิ่งมา เฉี่ยวเต็ม ๆ เลย...

 

น้ำเย็นส่ายหน้า ไม่สนใจอาการเจ็บของอีกฝ่ายอีกต่อไป คนอาไร้ ทะเลาะกับหมาก็ได้ด้วยแฮะ มันบ้าหรือดีกันแน่ ?

 

แต่เรื่องไม่ได้จบลงแค่นั้น เพราะตอนพักเที่ยง ยัยเมย์เพื่อนซี้ ฉายาครอบจักรวาลประจำออฟฟิศมากระซิบที่ข้างหู ยังกะเรื่องของนายปัก-เป้าเป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ใครไม่รู้มันจะทำให้กลายเป็นคนโคตรเชยยังงั้นละ

 

น่าสงสารปักเป้าจัง...

 

เรื่องไร ?

 

ไม่เห็นเหรอยะ ลูกน้องแกขาเข้าเฝือกขนาดนั้น... ทำน้ำเสียงเหมือนเธอนี่ช่างไร้น้ำใจกับเพื่อนร่วมงาน รู้มั้ย ? เมื่อวานนี้ปักเป้าน่ะ ทะเลาะกับผู้หญิงหน้าไม่อายที่ทำให้เค้าต้องเลิกกับแฟนหงส์ที่แกเคยบอกฉันละ...

 

คนเจ้าชู้อย่างงั้นมันก็สมควรแล้วนี่ ฉันว่าแล้วว่าหมอนี่ไม่ใช่ผู้ชายดีหรอก นิสัย...

 

ไม่ใช่ย่ะ ไม่ใช่อย่างงั้น... กระซิบมาพร้อมกับเลื่อนตัวเองและกวาดสายตาเลือกอาหารเที่ยงไปพลางด้วย ผู้หญิงคนนั้นน่ะโทร.ผิดมา แล้วแฟนของปักเป้าก็เลยเข้าใจผิด ขอเลิก... ทีนี้เมื่อคืนปักเป้าโทร.หาผู้หญิงคนนั้นอีก แม่คนนั้นพูดจากวนประสาทมากเลย แถมไม่ยอมรับผิดอีก ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา ปักเป้าเลยโดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวอย่างที่เห็นนี่ละ แหม... อย่าให้รู้นะว่านังคนไหนทำให้ปักเป้าของฉันต้องเป็นขนาดนี้ ฉันจะตบล้างน้ำ ไม่ใช่น้ำธรรมดาด้วยนะยะ น้ำส้มสายชู เอาให้หน้าแหก จมูกพังกันไปข้างเล้ย...

 

คนฟังย่นคิ้ว ทำไมเรื่องนี้มันคุ้น ๆ นะ ? เหมือนเคยได้ยินได้รู้จากที่ไหนมาก่อน...

 

นี่ ปักเป้ายังบอกอีกนะว่า จะตามหาแม่คนนั้นให้เจอ แล้วลากคอให้ไปอธิบายกับแฟนเค้าแล้วก็ขอโทษเค้าให้ได้...

 

ยัยเมย์... น้ำเย็นรู้สึกถึงเหงื่อที่ออกเต็มฝ่ามือจนเหนียวไปหมด ในหัวใจเต้นตุบ ๆ จังหวะเดียวกับขมับที่กำลังเต้นระบำด้วยความตึงเครียด แก... รู้มั้ยว่าเบอร์ของนายปัก-เป้าน่ะ มันเบอร์อะไร...

 

รู้สิ เลขสวยด้วยนะแก... เหลือบตามองเพดาน ทำท่านึกอยู่พักเดียวเท่านั้น ก็พูดสิ่งที่น้ำเย็นไม่อยากได้ยินที่สุดออกมา จำง้าย~ง่ายละแก ศูนย์แปดหนึ่ง เจ็ดหนึ่งเจ็ดหนึ่งเจ็ดหนึ่งเจ็ด...

 

วูบ วิญญาณเหมือนจะหลุดออกจากร่างไปแล้ว เวร... แล้ว... แล้ว... นายปัก-เป้ามันบอกว่า จะหาตัวผู้หญิงคนนั้นให้เจอ... ถ้าเจอแล้วจะลากคอไปขอโทษแฟนมัน ขอโทษมัน... งั้นเหรอ ?

 

ช่าย... เออ แต่... แก๊... ทำน้ำเสียงตื่นเต้นอีกครั้ง ... แกว่าฉันควรจะเอาใจช่วยปักเป้ามั้ยอ่ะ ? ถ้าเค้าหายัยนั่นเจอละก็ เค้าก็ดีกะแฟน แล้วฉันก็อดเสียบน่ะสิ...

 

แกอย่าช่วยเลย... ถ้อยคำเหล่านั้นหลุดมาจากปากของน้ำเย็นอย่างแผ่วเบา อย่าให้มันเจอผู้หญิงคนนั้นน่ะถูกต้องที่สุดแล้ว...

 

ใช่มะ ? ย้อนถามกลับพร้อมกับรอยยิ้มพอใจสุด ๆ แหม ในที่สุดแกก็เห็นตรงกะฉันสักทีน้า... ดวงตาเห็นธรรมแล้วสิแก...

 

ใช่ ดวงตาฉันเห็นแล้ว เห็นชัด ๆ เลยว่า ถ้าหมอนั่นมันตามหาฉันจนเจอละก็... ฉันได้บอกลาชีวิต(เพิ่ง)โสดของฉัน ไปรอเกิดใหม่ในโลกหน้าแหง ๆ !!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #8 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2553 / 15:48

    ซวยแล้วล่ะน้ำเย็น ถ้าหาเจอ งานนี้มีเจ็บ    
    อะไรมันจะบังเอิญขนาดนั้น ว่าแต่เสียงในโทรศัพท์มันคงไม่เหมือนเสียงจริง
    นายปักเป้าเลยจำไม่ได้ ...  พี่บอมคงแห้วแล้วมั้ง

    #8
    0