Hello dear ! สวัสดีที่รัก

ตอนที่ 13 : ความพยายามของคนผิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 129
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ก.ย. 53

บทที่  13  ความพยายามของคนผิด

 

           

บอมถอนหายใจ ก่อนจะพาตัวเองเดินไปยืนอยู่ข้างหลังเธออย่างเงียบเชียบ หลังจากที่ปักเป้าเดินไปได้สักพักแล้ว “ น้ำเย็น มาทำอะไรตรงนี้น่ะ ? “

 

เธอสะดุ้ง ก่อนหันมามองเขาอย่างเคือง ๆ  “ ตกใจหมด มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง ถ้าน้ำเป็นโรคหัวใจจะทำไง ? “

 

“ เก๊าะจะดูแลไปตลอดชีวิตเลย... “

 

“ เหรอ... เอาตัวให้รอดก่อนเหอะ... “ เธอตอกกลับทันควัน ก่อนลดเสียงลงเป็นกระซิบ “ นี่ ๆ ๆ ๆ  แล้วนางฟ้าไปไหน ? “

 

ชายหนุ่มยักไหล่ “ กลับไปแล้ว... “

 

“ กลับไปไหน ? “ ถามเพราะตกใจมากกว่าอยากได้คำตอบ แต่อีกฝ่ายก็ยังอุตส่าห์ตอบ

 

“ กลับบ้านเค้าสิ ทำไม ? อยากให้กลับไปบ้านนายปักเป้าหรือไง ? “

 

หญิงสาวค้อนขวับ “ ถ้าเป็นอย่างงั้นก็ดีน่ะสิ ถ้าเป็นงั้นแล้วทำไมนายปักเป้าถึงได้พูดจาเหมือนว่าเลิกกับนางฟ้าแล้วล่ะ ? “

 

“ พี่จะไปรู้ได้ไง ... “

 

“ นั่นสิ คนอย่างนายมันจะไปรู้อะไร... “ สรรพนามของเขาย้อนกลับไปเป็นเหมือนวันที่ไร้ประโยชน์ต่อเธออีกครั้ง “ นึกอยู่แล้วละว่าพึ่งพาอะไรไม่ได้น่ะ... “

 

“ นิสัยเสีย “

 

“ แล้วจะทำไม ? “

 

บอมถอนหายใจ “ ไม่ได้อยากทะเลาะด้วยหรอกนะ... กินข้าวยัง พี่ยังไม่ได้กินข้าวเลย ไปหาอาหารทะเลกินกันมะ ? “

 

เธอเบ้ปากใส่เขาทันควัน “ กฎข้อห้าย่ะ “

 

แล้วก็เดินเลยผ่านเขาไป ชายหนุ่มทำหน้าละห้อยมองตามเธอก่อนชะงักเมื่อได้เห็นคนที่ใคร ๆ ก็เรียกว่า ท่านประธาน และเขาเองก็เคยเห็นท่านผ่าน ๆ บ้างตามหน้าหนังสือธุรกิจในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามคนหนึ่งของประเทศไทย

 

ท่านประธานมองมายังเขาด้วยสีหน้าไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก ก่อนจะหมุนตัวโอบบ่าน้ำเย็นแล้วเดินเข้าไปด้านในตัวโรงแรม ทิ้งเขาไว้กับความรู้สึกแสนเซ็ง และลมทะเลพัดโกรกหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ

 

 

 

 

 

“ นั่นใครอีกล่ะจ๊ะ หลานรัก... “

 

ลองถ้ามีคำถามด้วยน้ำเสียงเย็น ๆ แบบนี้ละก็ แปลว่าสถานการณ์ไม่ธรรมดาแล้ว น้ำเย็นหันไปชี้แจงทันที “ อ๋อ คนนั้นก็เป็นลูกของคุณลุงบูรณ์ไงคะ ที่แม่ให้มาอยู่เป็นเพื่อนหนูที่บ้านน่ะ... “

 

“ เหรอ... “

 

“ แหม คุณลุงก็ หนูจะโกหกทำไมล่ะค้า... “ ตอบกลั้วหัวเราะเฝื่อน ๆ

 

“ อยู่บ้านเดียวกัน... สองต่อสอง ? “

 

“ หนูให้เค้านอนที่ห้องทำงานของพ่อที่ชั้นดาดฟ้าน่ะค่ะ ไม่ให้ลงมายุ่มย่ามในบ้านหรอก... “ แก้ตัวพัลวัน แหม แต่มันก็เป็นความจริงนี่นา แม้จะถูกบวกไปประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ก็เหอะ “ ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ นั่นน่ะ ไม่ใช่สเป็คหนูหรอก... “

 

“ เหรอ... “ ลากเสียงยาวอีกครั้ง ก่อนหรี่ตามองคล้ายอยากจับพิรุธบางอย่าง “ แล้ว... แบบไหนล่ะ สเป็คของน้ำเย็นน่ะ... “

 

เธอหัวเราะเก้อ    “ ก็แหม... ปูนนี้แล้ว ไม่มีแล้วละค่ะสเป็ค... “

 

“ ไม่ได้ ๆ ๆ “ ขัดเสียงเข้มทันควัน “ อายุขนาดไหนก็แล้วแต่ เป็นผู้หญิง ถึงยังไงก็ต้องเลือกแล้วก็เลือกให้ดีที่สุดด้วย ปล่อยตามมีตามเกิดไม่ได้นะ "

 

“ ค่า... “

 

“ ไม่ใช่แค่ค่ะ ๆ ๆ ให้ลุงสบายใจ ต้องทำให้ได้ด้วย... “ คุณยินดีวางมือบนบ่าทั้งสองของหลานสาว เอ่ยย้ำ “ ... รู้มั้ย คนที่ดีที่สุดไม่มี แต่ต้องเลือกคนที่ทำให้น้ำเย็นมีความสุขที่สุด เข้าใจมั้ย ? “

 

“ คุณลุงขา แล้วเราจะรู้ได้ยังไงคะ ว่าใครจะทำให้เรามีความสุขไปตลอดชีวิต ก็ความรู้สึกแล้วก็ความต้องการของมนุษย์เรามันไม่มีที่สิ้นสุด แล้วก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอไม่ใช่เหรอคะ... “ เธอแย้งเสียงอ่อนเมื่อนึกถึงเรื่องของตัวเอง “ ...ขนาดเจ๋ง เค้าเคยบอกว่าชอบหนูที่หนูเป็นแบบนี้ แต่ก็ยังบอกเลิกกันเฉยเลย... “

 

คนอายุมากกว่ารั้งร่างเล็กของหลานสาวเข้ามาในอ้อมกอด สงสารจับหัวใจ “ นั่นน่ะ เพราะคนมันไม่มีศีลธรรมแล้วก็หัวใจไงล่ะ จริงอยู่ คนเราน่ะนะ ความสุขแล้วก็ขีดจำกัดของความต้องการน่ะมันเปลี่ยนแปลงได้ แล้วน้ำเย็นคิดว่า พระพุทธเจ้าท่านทรงเหนื่อยยากค้นหาธรรมะมาเพื่ออะไร ? ก็เพื่อให้คนเรามีกรงมีคอกให้ความต้องการของตัวเองมันอยู่ในกรอบไงล่ะ...”

 

น้ำเย็นเงยหน้าขึ้นยิ้ม “ ... คอกของคนเรามันกว้างไม่เท่ากันนี่คะ “

 

“ มันไม่เท่าหรอก นั่นขึ้นอยู่กับระดับความเป็นมนุษย์กับความเป็นสัตว์ในร่างกาย สำหรับคนดี ๆ ทั่ว ๆ ไปมันก็จะสมดุลกัน แต่สำหรับคนบางพวก ก็ปล่อยให้บางอย่างมันมากกว่า... “ ขยี้ผมหลานสาวอย่างเอ็นดู “ ...จำไว้นะ อย่าคิดว่าความรักไม่ใช่สิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นความรักในรูปแบบไหน จริงอยู่ ความรักไม่ทำให้เราอิ่ม แต่ก็ทำให้เรามีแรงที่จะทำเพื่อให้คนอีกคนได้อิ่ม ความรักไม่มีมูลค่า แต่ความรักเติมเต็มเสมอเมื่อเรารู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ... จะรักใคร ต้องมองดูระดับความเป็นมนุษย์ในตัวเขาด้วย และต้องมองดูระดับความอ่อนไหวในหัวใจเราด้วย จะได้ไม่เสียเปรียบ เข้าใจมั้ย ? “

 

“ เข้าใจค่ะ “ เธอยกมือขึ้นตะเบ๊ะ คุณลุงหัวเราะเบา ๆ ก่อนคลายอ้อมแขน

 

“ ไปนอนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ยังต้องทำงานกันอีก... “

 

 

 

 

 

 

ความรักคืออะไร...

 

คนเราต้องการความรักมากกว่าสิ่งอื่นใด จริงเหรอ ?...

 

ที่จริงแล้ว การค้นหาความรักนั้น ไม่ยากเท่ากับการต้องรักษามันเอาไว้ให้ยาวนานเลยจริง ๆ ...

 

ปักเป้าถอนหายใจ เขานอนไม่หลับ อยากจะโทร.ถึงเธออีกครั้ง แต่... การสนทนาครั้งสุดท้ายหยุดเขาเอาไว้ได้ชะงัดนัก

 

เธอกำลังไม่แน่ใจอะไร ไม่แน่ใจในตัวปักเป้า หรือไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง...

 

ตัดสินใจโทร.หาไอ้เพื่อนซี้ “ เฮ้ย บิ๊ก นอนยังวะ ? “

 

“ นอนแล้วจะรับสายมึงเหรอ ? ถามโง่ ๆ ... “

 

“ เออ กูโง่ ถ้าไม่โง่ก็คงรักษาความรักของตัวเองเอาไว้ได้หรอกนะ... “ ตอบกลับพร้อมกับถอนใจเฮือกใหญ่

 

น้ำเสียงของอีกฝ่ายดูเหมือนจะกระตือรือร้นขึ้นทันควัน  “ ทำไม ? มีอะไรวะ ? “

 

“ เพลงเค้าบอกว่า ไม่แน่ใจว่าเค้ายังรักกูอยู่มั้ย... “

 

ปลายสายถอนหายใจ ดังมาเข้าหูคนทางนี้ด้วย “ เออ ก็ยังดีที่เค้าไม่บอกว่าแน่ใจแล้วว่าเค้าไม่รักมึง... “

 

“ นี่กูโทร.มาให้มึงซ้ำเติมเหรอ ? “ คนกำลังเศร้าก็อารมณ์ขึ้นได้เหมือนกัน ไอ้เพื่อนรักหัวเราะมาตามสายทันที

 

“ ก็กูพูดความจริง ฟังไม่ได้รึไงวะ ? “ ก่อนจะเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจัง “ เฮ้ย เป้า มึงเข้าใจความรักมั้ยวะ ? “

 

“ ก็คิดว่าเข้าใจมากกว่ามึง... “

 

มันทำเสียงฮึ “ ดี งั้นตอบหน่อยสิ มึงรักเพลงเพราะอะไร ? “

 

“ ความรักไม่มีเหตุผลโว้ย ตอบไม่ได้หรอก... “

 

“ ตอบไม่ได้เพราะความรักหรือมึงกันแน่ที่ไม่มีเหตุผล ? “ มันย้อนถามกลับมาด้วยคำถามเสมือนหมัดขวาตรงของปาเกียว น็อคเขาได้ในทันที  “ กูรู้ ความรักไม่มีเหตุผล แล้วระยะเวลาเจ็ดปีที่มึงคบกับเพลงมาก็ทำให้กูรู้ด้วยว่า เพลงไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอที่มึงจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเลย มันเพราะอะไรวะ ? “

 

ปักเป้าได้แต่เงียบ เงียบเพราะจนซึ่งคำพูดและความคิด ปล่อยให้อีกฝ่ายพูดไปเรื่อย ๆ  “ ...มึงตอบกูหน่อยสิ มึงคิดว่าจะแต่งงานกับเค้าเมื่อไหร่ ? แต่งแล้วจะมีลูกกี่คน ? คิดว่าจะซื้อบ้านราคาสักกี่ล้าน ? คิดว่าจะซื้อรถตอนไหน ? คิดว่าจะหาเลี้ยงเค้ายังไง ? มึงวางแผนอนาคตระหว่างมึงสองคนเอาไว้ยังไง ? “

 

“ กู... ไม่เคยคิดเรื่องนั้น เฮ้ย บิ๊ก กูกะเพลงยังไม่สามสิบเลย ใครจะไปรีบคิดเรื่องพวกนั้นวะ ? “

 

“ เพลงไง “

 

คำตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ ได้ใจความ ตามด้วยคำอธิบาย “ ถามจริง มึงคิดว่าเพลงเค้าพอใจเหรอที่มีชีวิตหลักลอยแบบนี้น่ะ คิดว่าเค้าจะมั่นใจมั้ยที่จะฝากอนาคตกับผู้ชายอย่างมึง ตั้งแต่เรียนจบมา มึงก็ยังไม่มีอะไรเลยนอกจากหอพักที่เช่าผูกขาดนั่นกับมอเตอร์ไซค์คันเดียว แล้วมึงจะทำไงต่อ ? แต่งงานแล้วให้เพลงมาอยู่ที่หอกับมึง ขับมอเตอร์ไซค์พาเมียไปคลอดลูก ว่างั้น ? “

 

“ ในกรุงเทพฯ แท็กซี่เยอะแยะนะ ชีวิตกูกะเพลงมันคงไม่ทุเรศถึงยังงั้นหรอกน่ะ... “ยังอุตส่าห์เถียงกลับด้วยนะ บิ๊กถอนหายใจ

 

“ เอาเหอะ ตราบใดที่มึงยังไม่เข้าใจเรื่องนี้ก็จงแสวงหาไปเหอะ แต่เชื่อมั้ย มึงจะไม่มีวันรักษาใครเอาไว้กับมึงได้  กูกล้าพนันได้เลย... “

 

พูดจบมันก็ตัดสาย ไม่มีกล่าวลา ไม่มีปลอบใจ ...ตกลงเขาโทร.ไปหามันทำไม ?

 

วางโทรศัพท์ลงข้างตัว ห้องล็อบบี้เวลาหลังเที่ยงคืนของโรงแรมช่างเงียบเหงา ไม่ผิดกับห้องหัวใจของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว...

 

 

 

 

 

“ เบอร์โทร.ของเพลง ? “

 

น้ำเย็นพยักหน้าหนักแน่น ประสานสายตาไม่เข้าใจของอีกฝ่ายอย่างมุ่งมั่นเต็มที่ “ ค่ะ น้ำขอเบอร์โทร.ของนางฟ้าหน่อย ... “

 

“ เอาไปทำอะไร ? “

 

“ แล้วเบอร์โทร.มันเอาไปทำอะไรได้บ้างล่ะ ? “ ย้อนถามอย่างเริ่มจะหงุดหงิดตามประสาคนใจร้อน “ ก็เอาไปโทร.น่ะสิ ถามได้... “

 

“ เออ ที่ถามน่ะเพราะอยากรู้ว่าจะโทร.ไปทำไม... “ ตอกกลับมาเหมือนกัน น้ำเย็นค้อนขวับ

 

“ ก็... อยากคุย อยากอธิบาย... “

 

“ เรื่องอะไร ? “

 

เธอมองกลับตาขวาง “ แล้วตัวอยากจะรู้ไปทำไม ? “

 

“ หรือกลัวปักเป้ากะเพลงจะเลิกกันไม่จริง ? “

 

“ กลัวจะเลิกกันจริง ๆ มากกว่า... “ ตอบเบา ๆ พลางถอนหายใจยาวเหยียดอย่างกลัดกลุ้ม “ ...ดูนายปัก-เป้าสิ ทำหน้ายังกะคนกำลังจะตาย... “

 

“ เป็นห่วง...ว่างั้น ? “

 

น้ำเย็นถอนหายใจอีกครั้ง หากคราวนี้ไม่ใช่เพราะความกลุ้ม แต่เป็นความรำคาญ “ ตกลงน้ำมายืนให้พี่กระแนะกระแหนเหรอ ? ตกลงมีมั้ยเบอร์น่ะ ถ้าไม่มีจะได้ไปถามจากคนอื่น... “

 

“ มี ๆ ๆ ๆ  ใจเย็น ๆ ก่อนสิ... “ เหนี่ยวแขนเธอไว้ทันทีเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะหมุนตัวเดินหนีเข้าโรงแรมไป น้ำเย็นหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา ตั้งหูรอฟัง...

 

“ ศูนย์แปดเก้า... “ เว้นวรรคมองเธอกดตาม พอเห็นว่าตามทันแล้วจึงบอกต่อ “ ... ศูนย์สามสี่ ... “

 

หญิงสาวกดเบอร์ทั้งหมดตามที่เขาบอกแล้วกดโทร.ออก ก่อนเข้าเมนูแล้วบันทึกว่า นางฟ้า ... “ ขอบคุณ... “

 

“ แค่เนี้ย ? “

 

“ ขอบคุณมากค่ะ... “

 

บอมส่ายหน้า  “ ไม่ได้อยากให้ขอบคุณยาวขึ้น แต่อยากได้อะไรมากกว่านั้น... “

 

น้ำเย็นทำหน้าหน่าย “ เคยทำอะไรแล้วไม่หวังผลตอบแทนมั่งมั้ย ? “

 

“ ไม่เคย “ ตอบอย่างไม่คิดจะอาย แล้วเอ่ยปาก “ ไปกินข้าวเย็นกับพี่ดีกว่า เป็นการตอบแทนที่พี่ให้เบอร์เพลงไง... “

 

“ เย็นนี้มีปาร์ตี้ของบริษัท ฯ จะไปกินข้างนอกให้เปลืองเงินทำไม ? “ ตอบแบบไม่รักษาน้ำใจเลยสักนิด ...รักษาทำไม ?  ก็หมดประโยชน์แล้วอ่ะ...

 

“ แล้วไม่คิดจะชวนพี่ไปร่วมสนุกมั่งเหรอ... “ ส่งสายตาออดอ้อน แต่ดูเหมือนจะ...ไม่ได้ผล

 

“ แล้วพี่จะเข้าไปในฐานะอะไร ? “

 

“ นั่นสิ... “ ส่งสายตากรุ้มกริ่มกลับไปให้คนถามซะอย่างงั้น น้ำเย็นทำหน้านิ่ว

 

“ ไม่ต้องหรอก ขี้เกียจตอบคำถามคุณลุง... “ แล้วเธอก็ถอยไปก้าวหนึ่ง ก่อนเอ่ยคำลา “ ...ขอบคุณนะ สำหรับเบอร์ของนางฟ้า แล้วไว้น้ำจะตอบแทนวันหลัง... “

 

คนตัวเล็ก แก้มป่องของเขาเดินกลับไปแล้ว โดยมีสายตาของเขามองตามไปอย่างนี้จนลับสายตา...

 

 

 

 

 

เพลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ เบอร์ที่ปรากฏอยู่ตอนนี้ไม่คุ้นเลย แต่ก็ตัดสินใจรับสายแม้หัวใจจะไม่อยู่ในอารมณ์ที่พร้อมจะคุยนักก็ตาม

 

“ สวัสดีค่ะ... “

 

“ สวัสดีค่ะ... “ เสียงที่ตอบกลับมานั้นคุ้นหู แต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็นใคร เพลงนิ่วหน้า

 

“ ค่ะ จากที่ไหนคะ ? “

 

“ อ๋อ จำฉันได้มั้ยคะ น้ำเย็นไง...ที่เป็นหัวหน้างานของนายปัก-เป้า... “ อีกฝ่ายอธิบายมาอีกหน่อย คิ้วเรียวสวยของคนฟังย่นเข้าหากันยิ่งขึ้นไปอีก แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะนึกไม่ออกว่าคนโทร.มาเป็นใคร หากเพราะไม่เข้าใจว่าเจ้าหล่อนจะโทร.มาทำไมมากกว่า

 

“ จำได้ค่ะ ... “

 

“ ค่ะ... คือ... “ แม้จะคิดบทสนทนาเอาไว้เป็นฉาก ๆ แล้ว แต่พอได้คุยกับอีกฝ่ายจริง ๆ น้ำเย็นก็กลับคิดไม่ออกว่าควรจะพูดอะไรก่อน อะไรหลังดี “ ... เรื่องนายปัก-เป้า... “

 

นางฟ้าปลายสายนิ่งเงียบ ไม่ตอบกลับมาแม้เพียงอาการแสดงการรับรู้หรือสนใจในเรื่องที่น้ำเย็นจะพูดเลยสักนิด  “ เรื่องโทรศัพท์ที่โทร.เข้าไปวันนั้น... ที่ฉันโทร.นั่นน่ะค่ะ... ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ... “

 

เพลงถอนหายใจ “ วันนั้นคุณก็บอกแล้วนี่คะ ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ แค่เผลอไป... “

 

“ ค่ะ แต่มันก็... นั่นน่ะ มันเป็นเพราะ... วันนั้น... “ เว้นวรรคกลืนน้ำลายและความกระดากลงคอ ก่อนเอ่ยต่อ “ ...ฉันเพิ่งเลิกกับแฟนที่คบกันมาสิบเจ็ดปี แล้ว... ไม่รู้เพราะอะไรฉันก็เลย... กดเบอร์โทร.นั่น... ศูนย์แปด สิบเจ็ด สิบเจ็ด สิบเจ็ด สิบเจ็ด แล้วก็ยังกดโทร.ออกด้วย... “

 

ปลายสายเงียบไปพักใหญ่ สุดท้ายจึงตอบกลับมา “ เสียใจด้วยนะคะ... “

 

“ อ๋อ...นั่นน่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ... “ น้ำเย็นหัวเราะเฝื่อน ๆ  “ ... ที่ฉันโทร.มาหาคุณ ก็แค่อยากจะบอกว่า ที่มันเกิดขึ้นแล้วทำให้คุณกับนายปัก-เป้าต้องแคลงใจกันน่ะ มันเป็นแผนของฉันทั้งหมด เป็นแผนของฉันเพราะฉันรู้สึกว่าฉันผิดที่ทำให้คุณสองคนต้อง... เอ่อ... เหมือนจะ...เลิก... “

 

สาวสวยที่ปลายสายถอนหายใจอีกครั้ง “ ...มันไม่เหมือนหรอกค่ะ เราเลิกกันแล้ว... “

 

“ หา ? “

 

“ เราสองคนเลิกกันแล้ว และถ้านั่นมันทำให้คุณน้ำเย็นรู้สึกไม่ดีละก็ มันไม่ได้เป็นเพราะคุณหรอกค่ะ... “ เธอพูดเร็ว ๆ ราวกับกลัวว่าคนที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความงวยงงที่ฝั่งนี้จะขัดอย่างนั้นละ “ ...เพราะงั้น ไม่ต้องอธิบายอะไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจดี... “

 

“ ก็ถ้าเข้าใจดี ก็ดีกับนายปักเป้าสิคะ กลับไปคบกันเหมือนเดิม อย่าเลิกกันเลยนะ... “ น้ำเย็นทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เอาจริง ๆ ในตอนนี้นี่เอง ตอนที่ได้ฟังคำว่า เลิก จากปากของนางฟ้า คำว่า เลิก ด้วยน้ำเสียงที่ว่างเปล่าคล้ายไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการต้องแยกกับใครบางคนที่เคยรักสุดหัวใจ  “ คุณเพลง... กว่าจะรักกันมาได้จนถึงวันนี้ มันไม่ได้ง่ายเลยนะคะ แล้วทำไมจะปล่อยมันไปง่าย ๆ ล่ะ... “

 

“ คุณน้ำเย็น... “ คนสวยยังคงคุยกับเธอด้วยน้ำเสียงเรื่อย ๆ คล้าย ๆ ผู้ใหญ่ที่กำลังอธิบายอะไรบางอย่างให้เด็กสามขวบที่กำลังงอแงฟัง “ คุณน้ำเย็นเคยเดินบนสะพานเชือกมั้ย ? สะพานเชือกที่แกว่งไกวไม่เคยมั่นคงน่ะ  ตอนแรกที่เราได้เห็นแล้วกำลังจะก้าวขึ้นไปบนนั้น มันทั้งท้าทาย ทั้งน่าค้นหา แล้วก็ทำให้เราหัวใจเต้นแรง พอเดินไปได้สักพักมันก็สนุก มันทำให้เราไม่เบื่อ แต่... พอถึงวันที่เราต้องการสิ่งที่มั่นคงกว่านั้น สะพานที่สามารถพาชีวิตของเราเดินข้ามผ่านเวลา ผ่านความเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามที่ชีวิตต้องเจอไปได้อย่างมั่นคง วันนั้น สะพานเชือกมันก็ไม่ใช่คำตอบของเราอีกต่อไปแล้ว... “

 

น้ำเย็นรู้สึกได้ถึงน้ำตาของตัวเองที่คลออยู่เต็มสองตา เมื่อได้ฟังประโยคสุดท้ายของเธอ  “ ... ปักเป้าก็คือสะพานเชือกนั่นล่ะค่ะ ฉันมีความสุขที่ได้อยู่กับเค้า ฉันได้หัวเราะ ฉันได้ผ่อนคลาย แต่... ฉันไม่ได้อยากหัวเราะอย่างเดียวไปตลอดชีวิตหรอกนะคะ... “

 

คนทางปลายสายวางสายไปนานแล้ว แต่น้ำเย็นยังคงยืนนิ่งอยู่กับความคิดมากมายในหัวสมองของตัวเอง ความรัก... มันไม่เคยง่ายเลยจริง ๆ ...

 

เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจหม่นหมองอยู่ในตอนนี้ เป็นเพราะสงสารนายปัก-เป้า หรือเป็นเพราะ... เธอเองก็คือสะพานเชือกเหมือนกัน...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

28 ความคิดเห็น

  1. #17 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2553 / 15:24

    สะพานเชือกนั่น ดูเหมือนจะไม่มั่นคง แต่มันทนฝน ทนลม

    ไม่หักพังง่ายๆ    อาจจะดูอ่อนไหวไปบ้าง แต่มันอาจจะไม่อ่อนแออย่างที่เห็น

    #17
    0