Hello dear ! สวัสดีที่รัก

ตอนที่ 12 : เทพอุ้มสม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ก.ย. 53

บทที่  12  เทพอุ้มสม

 

           

“ น้ำเย็น วู้ หลานรัก ลุงอยู่ตรงนี้ !

 

น้ำเย็นเขม้นมองเสียงทักสดใสยามเช้าที่แว่วมาเข้าหูทันทีที่ก้าวออกมาจากลิฟต์ คุณลุงในเสื้อฮาวายสีสดใสแสบตานั่งยิ้มกว้างอยู่ที่โซฟากลางล็อบบี้นั่นเอง “ ไปกินข้าวกัน... “

 

“ ค่า... “ เดินไปส่งมือให้คุณลุงจูงเหมือนเมื่อครั้งยังเด็ก ก่อนหน้าที่คุณลุงและครอบครัวจะพากันย้ายไปอยู่ต่างประเทศนั้น คุณลุงก็มักจะจูงมือเธอ พาไปเที่ยวที่โน่นที่นี่กับลูก ๆ ของคุณลุงเสมอ ๆ

 

คุณลุงยินดีมีลูกสามคน และทั้งหมดนั้นเป็นผู้ชาย นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ท่านรักและเอ็นดูน้ำเย็นซึ่งเป็นลูกสาวของน้องสาวคนเดียวของท่านอย่างเหลือเกิน “ น้ำเย็นอยากกินอะไร ? เอางี้ ๆ เดี๋ยวลุงสั่งให้ดีกว่า... “

 

คุณลุงหันไปทางพนักงานสาวที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ “ ... อาหารทะเลไม่ได้เพราะน้ำเย็นแพ้อาหารทะเล... เอาเป็นพวกเนื้อดีกว่า มีอะไรแนะนำบ้าง ? “

 

หญิงสาวเท้าคางมองดูคุณลุงอย่างปลื้มใจ ท่าทางเอื้ออาทรและเอาใจใส่ของคุณลุงทำให้น้ำเย็นคิดถึงใครบางคนขึ้นมาจับใจ...

 

“ คุณลุงขา... “

 

“ หือม์ “

 

“ คุณลุงรู้จักคุณลุงบูรณ์มั้ย ?  “ มองอาการเลิกคิ้วงุนงงของอีกฝ่ายแล้วตัดสินใจขยายความอีกนิด “ ...แฟนใหม่ของแม่ พ่อใหม่ของน้ำเย็นน่ะค่ะ... “

 

“ อ๋อ... “ ตอบด้วยอาการลากเสียงยาวคล้ายกำลังใช้ความคิด “ ...ก็...พอจะรู้จักนิดหน่อย ทำไมเหรอ ? “

 

“ หนูไม่รู้เลยว่าแม่กับเค้าคบกันตอนไหน ตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมจู่ ๆ แม่ถึงทิ้งหนูไปอยู่ที่ฮ่องกงกับเค้าได้... “

 

คุณยินดีถอนหายใจยาวกับคำถามเสียงเครือนั้น เรื่องครอบครัวของน้องสาวเป็นเรื่องที่ท่านรู้ดีพอ ๆ กับเรื่องของตัวเอง ความรักที่น้องสาวมีให้กับเด็กผู้หญิงตรงหน้าซึ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ ๆ นั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่ามากมายเพียงใด อาจมากกว่าชีวิตของตัวเองเสียด้วยซ้ำไป...

 

“ เจ๋งก็บอกเลิกหนู แม่ก็ไม่อยู่บ้านด้วย แถมยังส่งใครมาอยู่เป็นเพื่อนก็ไม่รู้... “

 

“ น่า... แม่เค้าคงจะมีเหตุผล... “ ปลอบไปอย่างนั้น ด้วยเหตุผลที่แท้จริงนั้นมันเอ่ยได้ยากยิ่ง “ ... เอาไว้เค้ากลับมาก็คงเล่าให้ฟังเองนั่นละ ไม่ต้องสงสัยไปหรอก... “

 

ก่อนจะจ้องสีหน้าน้อยใจของหลานสาว เอ่ยจริงจัง “ แต่ลุงขอบอกเอาไว้อย่าง จะสงสัยอะไรก็ได้ แต่อย่าได้สงสัยในความรักที่แม่เรามีให้เป็นอันขาด เข้าใจมั้ย ? “

 

หญิงสาวยิ้มทั้งน้ำตาคลอตา “ ที่หนูไม่เคยฟูมฟายว่าแม่ทิ้งหนู ก็เพราะหนูมั่นใจในข้อนั้นค่ะ... “

 

คนอายุมากกว่าวางมือลงบนศีรษะของหลานสาว “ ดีมาก... เลิกคุยแล้วกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวจะต้องเริ่มประชุมแล้ว... “

 

น้ำเย็นกำลังจะก้มลงจัดการอาหารที่ถูกวางมาตรงหน้า เมื่อได้ยินเสียงคุณลุงแว่วมาเข้าหู “ เฮ้ ไอ้หนุ่ม มานั่งที่นี่สิ... “

 

และสิ่งที่ได้เห็นที่ปลายนิ้วของคุณลุงชี้ไป... นายปักเป้า ! ... หมอนั่นยืนทำหน้าเหรอหราคล้ายไม่แน่ใจว่าเป็นคนที่ถูกเรียกหรือเปล่า

 

“ เออ เธอนั่นละ จะยืนงงอะไรกันนักกันหนานะ... “ บ่นเบา ๆ อย่างหงุดหงิด แต่เพราะภาพความห่วงหาอาทรที่อีกฝ่ายมีให้หลานสาวหรอกน่า ที่ทำให้ยังกวักมือเรียกไม่หยุด “ ... มาสิ มากินข้าวด้วยกัน... “

 

ปักเป้าเดินงง ๆ มาหยุดที่โต๊ะกลมเล็ก ๆ ในมุมสวยสุดของห้องอาหารของโรงแรม ยอมรับว่าเขากำลังงง งงที่ผู้ใหญ่ระดับนี้ให้ความสนใจ

 

“ จะยืนกินเรอะ ? นั่งสิ... “

 

“ ครับ “ รับคำแล้วนั่งลงอย่างงง ๆ ปรายตามองคุณนายอบเชยนิดหนึ่ง เห็นเธอทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน เฮอะ กลัวละเซ่  “ ขอบคุณครับที่เชิญผมนั่งด้วย... “

 

“ ไม่ได้เชิญโว้ย เธอเป็นผู้หลักผู้ใหญ่มาจากไหนฉันถึงต้องเชิญ ฉันชวนตะหาก ใช้คำให้ถูกด้วย... “

 

ได้ยินนะ ยัยตัวแสบ เธอแอบหัวเราะ มันน่าจะหัวเราะให้สำลักไอ้สลัดผักนั่นขึ้นจมูกไปซะ “ ครับ... ขอบคุณที่ชวนครับ... “

 

“ กินอะไรดีล่ะ ? “

 

“ เดี๋ยวผมไปตักก่อนดีกว่าครับ... “

 

“ ไม่ต้อง จะกินอะไร จะไปตักให้ ... “ กดบ่าอีกฝ่ายให้นั่งลงกับเก้าอี้อย่างรวดเร็ว

 

“ หา ? “

 

“ อะไร ? “ ย้อนถามเสียงขุ่น อะไรวะ ไอ้หมอนี่ คนเปิดทางให้ขนาดนี้ยังมาทำซื่อบื้อ “ มีปัญหาเหรอที่ฉันจะไปตักอาหารให้ หรือกลัวไม่ถูกใจ ? “

 

“ เปล่าครับ เปล่า... “ ปฏิเสธอย่างเกรง ๆ ก่อนจะตัดสินใจที่จะนั่งเงียบ ๆ ต่อไปด้วยยังไม่อยากเสียงานดี ๆ เงินเดือนเกือบสองหมื่นอย่างนี้

 

น้ำเย็นเมินหน้าไปอีกทาง อาหารตรงหน้าไม่อร่อยไปในบัดดล ปักเป้านั่งเอนหลังพิงเก้าอี้ แม้จะยังงง ๆ กับท่าทีของท่านประธานต่อเขา แต่สถานการณ์ตรงหน้าก็น่าสนใจกว่าเยอะ

 

“ มีอะไรจะคุยกับผมหน่อยมั้ยครับ ? “ เปิดฉากทักไปก่อนเลย

 

เธอหันมายิ้มประจบทันควัน  “ คิดว่าไม่มีหรอกน้า... “

 

“ เหรอ... “

 

“ นายหิวแล้วสิ ใช่มะ... “ เลื่อนจานขนมปังปิ้งไปตรงหน้าอีกฝ่ายทันควัน “ กินอะไรก่อนมั้ย เดี๋ยวไม่มีแรงไปประชุมนะ... “

 

...หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ หาอะไรใส่ปากไปซะ จะได้ไม่ว่างมาถามเรื่องที่ไม่อยากจะตอบ... ปักเป้ายิ้ม “ ไม่เป็นไรครับ กลัวคุณไม่อิ่ม เห็นตั้งหน้าตั้งตากินจังเลย ไม่คิดจะรักษาหุ่นเหมือนสาว ๆ คนอื่นเค้าบ้างเหรอครับ ? “

 

หญิงสาวกัดริมฝีปาก มองอาการลอยหน้าลอยตาของอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิดเป็นกำลัง ...แล้วไอ้ที่ฉันมานั่งก้มหน้าก้มตากินอยู่เนี่ย ไม่ใช่เพราะนายทะลึ่งมาร่วมโต๊ะหรอกเรอะ ?!

 

“ กินเยอะ ๆ จะได้มีแรงไง... “ ยังพูดดีกับอีกฝ่ายอย่างอดทน “ อ๊ะ คุณลุงมาแล้ว... “

 

ท่านประธานเดินกลับมาพร้อมอาหารบุฟเฟ่ต์ที่เลือกตักมาจนพูนจานจนน่าตกใจ “ คุยอะไรกันอยู่เหรอ ท่าทางน่าสนุกเชียว... “

 

ปักเป้ายิ้มพร้อมกับรับจานอาหารจากผู้สูงวัยกว่า “ ไม่มีอะไรหรอกครับ เรื่องทั่ว ๆ ไป... “

 

คุณยินดียิ้มในหน้า “ เอาเถอะ ๆ  ฉันก็ไม่ได้อยากรู้หรอกนะว่าหนุ่ม ๆ สาว ๆ เค้าคุยเรื่องอะไรกัน... กิน ๆ กันเถอะ เดี๋ยวจะได้ไปเข้าประชุม... “

 

ชายหนุ่มปรายตามองเพื่อนร่วมโต๊ะที่เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตากินยังกะไม่เคยกินมาก่อนในชีวิตนี้อีกครั้ง เธอเหมือนจะรู้สึกได้ถึงสายตาของเขาจึงได้เงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง พอเห็นเขามองอยู่ก็สะดุ้งนิดหนึ่ง ก่อนจะส่งรอยยิ้มประจบมาให้ รอยยิ้มที่ทำให้อีกรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของปักเป้าโดยที่เขาเองไม่รู้ตัว...

 

 

 

 

 

บอมถอดแว่นกันแดดออกมองแสงแดดตรงหน้าเต็ม ๆ ตา ตามกำหนดการแล้วเธอจะต้องเข้าประชุมกับพนักงานคนอื่น ๆ ในบริษัทฯ ของเธอตั้งแต่เก้าโมงเช้า มีคอฟฟี่เบรกตอนประมาณสิบโมงครึ่ง แล้วก็พักเที่ยง...

 

เขาควรจะใช้จังหวะเวลาช่วงไหนดีนะที่จะเข้าไปถึงตัวเธอได้ เฮอะ อุตส่าห์วางแผนมาอย่างดิบดีว่าจะพาเพลงมาคืนดีกับปักเป้า จะได้เลิกเป็นหนามหัวใจของเขาเสียที...

 

ที่ไหนได้ จังหวะมันพาไปเหมือนพาเขากับเพลงมาปรับความเข้าใจกันซะงั้น...

 

พอนึกมาถึงตรงนี้ก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอกลับไปแล้วเมื่อตอนเช้า กลับไปพร้อมกับหัวใจที่บอบช้ำที่ไม่รู้ว่าเพราะเขาหรือปักเป้าเป็นคนทำ

 

เพลงกลับก่อนดีกว่าค่ะ มันไม่สนุกแล้ว...

 

พี่ขอโทษ...  จำได้ว่าบอกเธอไปอย่างนั้น และสิ่งที่ได้ตอบกลับมาก็คือรอยยิ้มเซียว ๆ ของเธอ

 

พี่บอมจะขอโทษเพลงเรื่องอะไร เพลงต่างหากที่ต้องขอโทษที่พูดจาเพ้อเจ้อกับพี่ ทำให้พี่อึดอัดใจ...

 

อึดอัดใจหรือ ? เปล่าเลย เขาไม่ได้อึดอัดที่เธออยากจะกลับมา เขาอาจยินดีเสียด้วยซ้ำถ้าในโลกนี้จะไม่มีน้องแก้ม...

 

พระเจ้าสร้างเธอมาทำไมกันนะ ? สร้างเพื่อให้เธอมาทำให้หัวใจของเขามันอยู่ไม่สุข สร้างมาเพื่อให้เขาได้รู้ว่า การเลิกกับเพลงในวันนั้นมันก็เพื่อที่จะมีวันที่ได้พบเธออย่างนี้

 

...หรือ... สร้างมาเพื่อที่จะให้เขากับปักเป้าต้องบาดหมางกันอีกครั้ง ? หวังว่ามันจะไม่ใช่อย่างนั้น...

 

 

 

 

 

การสัมมนาในครั้งนี้ แม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานที่ต้องจับอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่มันก็ลึกซึ้งและหนักอึ้งมากพอที่จะทำให้คนที่ไม่ค่อยจะใช้สมองมากอย่างปักเป้าเหนื่อยได้เหมือนกัน

 

อาหารกลางวันวันนี้เป็นแบบบุฟเฟ่ต์อีกตามเคย แต่เขาก็ชอบ การได้ทำอะไรโดยที่ไม่ต้องปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์คนอื่นในเวลาที่เราไม่พร้อมนั้นเป็นเรื่องที่ดีจริง ๆ ...

 

และแม้จะนั่งอยู่กับอาหารหน้าตาน่ารับประทาน แม้สมองจะถูกยัดเรื่องงานใส่มาจนเต็มเอี้ยด แต่มันก็ยังคงมีที่ว่างพอที่ภาพเมื่อคืนจะแทรกตัวเข้ามาให้ได้นึกถึงอีกครั้ง

 

...เธอ...กับ...พี่บอม... ภาพที่เหมือนกับคู่รักในฝัน กิ่งทองใบหยก ไม่ใช่ดอกฟ้ากับหมาวัดเหมือนเมื่อเธออยู่กับเขา

 

มันอาจจะดีกับเธอก็ได้ ถ้าเธอจะกลับไปคบกับพี่บอมอีกครั้ง แม้จะไม่อยากให้เป็นพี่บอมแต่ก็ต้องยอมรับว่าหมอนั่นเป็นผู้ชายแบบที่ผู้หญิงสามารถจะฝากอนาคตเอาไว้ได้เป็นอย่างดี เป็นผู้ชายในแบบที่ปักเป้าไม่มีวันจะเป็นได้เลยจริง ๆ ในชีวิตนี้

 

เขาไม่มีวันจะเป็นอย่างพี่บอมได้ หรือเขาไม่คิดจะเป็นแบบนั้นก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะภาพผู้ชายในแบบที่พี่บอมเป็นมันไม่ใช่ผู้ชายในฝันที่ปักเป้าอยากจะเป็นก็เป็นได้ เขาไม่อยากเห็นภาพตัวเองแต่งตัวเนี้ยบ ดูดีจากหัวจรดเท้า เขาอยากให้ตัวเองเป็นตัวเองที่ไม่ว่าจะห่มด้วยอะไร หรือจะไม่ห่มด้วยอะไร เขาก็ยังเป็นเขา และมีคนที่พร้อมจะรักตัวเขาในรูปแบบนั้นเสมอ...

 

แต่มันจะมีเหรอ ผู้หญิงแบบนั้น...

 

“ เธอ ทำไมมานั่งกินคนเดียวล่ะ ฉันนั่งด้วยได้มั้ย ? “

 

ท่านประธานมาปรากฏตัวอีกครั้งตรงหน้าปักเป้า ภาพความเป็นท่านประธานที่เขาเคยอยากพบมาตลอดนั้นไม่ได้ผิดอะไรกันกับที่ได้เห็นจริง ๆ เลยแม้แต่นิด ผู้ชายวัยกลางคนบุคลิกสบาย ๆ ไม่เคร่งเครียด รอยยิ้มเอื้อเอ็นดูนั้นบอกได้ชัดว่าเจ้าตัวเป็นคนที่มีเมตตาจิตเพียงใด

 

“ เหนื่อยมั้ย ต้องทำงานกับน้ำเย็นน่ะ... “

 

เขาเงยหน้าจากอาหาร ยิ้มให้คู่สนทนา “ ... ผมพูดได้เหรอครับ ? “

 

คนฟังหัวเราะเสียงดังทันที “ ถึงจะเป็นหลาน แต่เค้าก็เป็นพนักงานคนหนึ่ง กินเงินเดือนเหมือนกันแม้จะมีส่วนที่ได้จากความพิศวาสของฉันอยู่มาก และถึงแม้จะรักเค้ามากแค่ไหน แต่ก็อยากจะฟังความคิดเห็นของคนวัยเดียวกันกะเค้าเหมือนกันนะ... “

 

ปักเป้าถอนหายใจ ความเป็นเธอที่เขาจะพูดออกไป มันจะไม่น่ารักน่าเอ็นดูเหมือนภาพในหัวของท่านประธานกระมัง... “ ... ไม่เหนื่อยหรอกครับ เธอเป็นคนที่เก่ง... “

 

คุณยินดียิ้มนิดหนึ่ง “ นั่นเป็นคำตอบแบบ... กลาง ๆ  สินะ... แล้ว... ถ้าถามในมุมที่... แบบ... ผู้ชายมองผู้หญิง...นายคิดว่าหลานฉันเป็นยังไง ? “

 

“ ครับ ? “ ชายหนุ่มนิ่วหน้า “ แบบ... ผู้ชายมอง...ผู้หญิง... ? “

 

“ คืองี้นะ ได้ข่าวมาว่าเธอ... กับน้ำเย็นน่ะมี... ข่าวด้วยกัน... “ ลดเสียงลงจนเหลือเพียงแค่กระซิบ “ งั้นเธอคงรู้สินะว่าน้ำเย็นน่ะ เพิ่งจะเลิกกับแฟนสิบเจ็ดปีของเค้าน่ะ ... “

 

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องนี้ เรื่องที่ชวนอึ้ง และชวนให้ทึ่งว่าภายใต้ท่าทางเหมือนคนไม่ทุกข์ไม่ร้อน ไม่รู้สึกรู้สาอะไรของเธอนั้น เธอเคยเลิกกับแฟนที่คบกันมาตั้งสิบเจ็ดปี !

 

“ ครับ ก็อย่างงั้น... “

 

“ นั่นสิ หมอนั่นน่ะนะ ฉันเคยเจอบ่อย ๆ เพราะเค้าคบกันตั้งแต่น้ำเย็นยังใส่คอซอง ก็... ยอมรับนะว่ามันหล่อ แต่ก็ดูหลักลอย ๆ พึ่งพาไม่ได้ แต่ก็นั่นละ เค้าก็เลิกกันไปแล้ว ฉันจะมาพูดว่ามันไม่ดีมันก็คงไม่ใช่ เธอจะหาว่าฉันเข้าข้างหลานสาวตัวเองละสิ... “

 

“ ไม่หรอกครับ ใคร ๆ ก็ต้องเข้าข้างคนที่เรารักด้วยกันทั้งนั้น... “ ปักเป้าเว้นวรรคเพื่อให้อีกฝ่ายได้ตักอาหารเข้าปาก ก่อนเอ่ยต่อ “ ... ไม่ว่าใครจะมองยังไง แต่คนที่เรารักก็ย่อมดีที่สุดเสมอ ไม่ใช่เหรอครับ ? “

 

คนอายุมากกว่าถอนหายใจ “ นั่นสิ เพราะงั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม การที่คนสองคนจะเลิกกัน มันไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่มากไปกว่าไม่รักกันแล้วหรอก เธอว่างั้นมั้ย ? เพราะความรักทำให้เรามองข้ามสิ่งไม่ดีของเค้า เพราะความรักทำให้เราเห็นข้อบกพร่องของเค้าเป็นจุดเด่นที่ไม่มีใครเหมือน เพราะความรักทำให้เราไม่รู้สึกอะไรเลยที่จะต้องยอมอยู่เสมอ... “

 

คนฟังนั่งนิ่ง คำพูดนั้นตรงหัวใจอย่างที่สุด ไม่ว่าอย่างไร เขาไม่เคยมองเพลงเปลี่ยนไปเลย ไม่ว่าจะมีคนเป็นร้อยเป็นพันมาแสดงความสนใจในตัวเธอ ไม่ว่าจะเธอจะขี้งอน เอาแต่ใจสักแค่ไหนแต่ปักเป้าก็คิดเสมอว่าเธอทำเพราะรักเขามาก

 

จนกระทั่งวันนี้ วันที่ถอยห่างและมองความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ชัดเจน เขาก็มองเห็น ความแตกต่าง ที่ซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบอยู่ใต้ความรักของเขาและเธอ...

 

“ นั่นสินะครับ... “

 

“ มันเป็นสัจธรรมไงล่ะ... ความรักไม่ยั่งยืนหรอก ที่เราเรียกว่านิรันดร์นั่นน่ะ มันคือความผูกพันต่างหาก ความผูกพันทำให้เราห่วงใย ทำให้เราใส่ใจ ทำให้เราเข้าใจ นั่นละ คือความจริงละ... “

 

ใครกันนะ ที่จะรักเขาด้วยความเข้าใจ ใครกันนะที่จะเปลี่ยนปักเป้าคนนี้ทั้งความคิดและการใช้ชีวิต ใครคนนั้น... มาเกิดรึยังนะ ?

 

 

 

 

 

เพลงกอดกระเป๋าเดินทางใบย่อมของตัวเอง ห่อพยายามอย่างเหลือเกินที่จะห่อตัวให้พ้นจากช่องแอร์เบื้องบนที่หนาวเหน็บเหลือเกิน

 

แต่พอมองเห็นเหงื่อรำไรของผู้โดยสารคนอื่น ๆ แล้วก็ได้รู้ว่า ความหนาวเหน็บนั้นเกิดจากในหัวใจของตนเอง...

 

สิ่งที่พูดไปเมื่อคืนนั้น มันมาจากหัวใจที่แท้จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอรักใครมากกว่ากัน เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ความรักก็จะไม่มีวันมีความหมาย เพราะความรักไม่อาจอยู่ในอนาคตได้เลย

 

สำหรับความรักแล้ว มันมีแต่ปัจจุบัน กับอดีต เพียงเท่านั้นจริง ๆ ...

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หัวใจของเธอเต้นแรงเมื่อเห็นเบอร์ที่หน้าจอ ...ปักเป้า...

 

“ สวัสดีค่ะ “

 

“ ผมเองนะ เพลง... “ น้ำเสียงที่ผ่านโทรศัพท์มานั้นยังคงเป็นเขาคนเดิม ไม่เปลี่ยนไปแม้กระทั่งสำเนียงแห่งความเอื้ออาทรในนั้น หากก็ยังรู้สึกได้ถึงความห่างเหิน “ ...อยู่ที่ไหน ? “

 

“ บนรถทัวร์ กำลังจะกลับ... “

 

“ กลับแล้วเหรอ ? “ เหมือนเขาจะเสียงดังขึ้นมานิดหนึ่ง หญิงสาวยิ้มกับตัวเอง

 

“ ใช่ กลับแล้ว ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม... “ แล้วเธอก็ถอนหายใจยาวเหยียด “ นี่... ปักเป้า เราสองคนเลิกกันแล้วใช่มั้ย... “

 

ชายหนุ่มที่ปลายสายด้านนี้ชะงัก นิ่งงันไป “ เพลง... อยากจะบอกกับผมอย่างนั้นเหรอ ? “

 

“ เราสองคนคบกันมาตั้งเจ็ดปี แต่ทำไมความรักมันถึงได้ดูเหมือนจะไม่มากพอที่จะทำให้เพลงอยู่ฟังเหตุผลของปักเป้าได้เลยใช่มั้ย... “ ปลายประโยคนั้น น้ำเสียงของเธอเครือลงเล็กน้อย “ ...เพลงก็แปลกใจในเรื่องนั้น แปลกใจที่ทำไมเพราะสายเข้าเพียงสายเดียว มันทำให้เราเลิกกันได้ง่ายดายเหลือเกิน... “

 

“ เพลง ฟังนะ ผมไม่ได้อยากเลิก... “ เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ ...และผมมีคำอธิบายสำหรับเรื่องนั้น มีพยาน หลักฐานพร้อม เพลงกลับมาสิ ผมจะทำให้เพลงเข้าใจผม... “

 

เธอถอนหายใจอีกครั้ง “ ถ้าเพลงจะเข้าใจ ไม่ว่าเรื่องนั้นมันจะจริงหรือไม่จริง ถ้าเรารักกัน เพลงก็ต้องเข้าใจอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ? “

 

“ แล้ว... เพลงอยากจะบอกผมว่า... เพลงไม่ได้รักผมแล้ว... ใช่มั้ย ? “

 

ยอมรับว่าที่ถามไปอย่างนั้น ถามไปทั้ง ๆ ที่หัวใจวิบไหวอย่างนั้น เพียงเพราะอยากจะฟังเธอพูดว่า มันไม่ใช่อย่างนั้นนะปักเป้า หรืออะไรประมาณนั้นก็เท่านั้นเอง ไม่ได้อยากได้ยินเสียงเธอถอนหายใจยาวราวกับกำลังกลัวว่าสิ่งที่กำลังจะพูดต่อไปจากนี้ มันจะทำร้ายเขาเพียงใด

 

“ ...เรื่องนั้น เพลงเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน... “

 

เขากดวางสายหลังจากที่เธอวางไปก่อนแล้ว หลังจากที่เธอทิ้งเขาเอาไว้กับสัญญาณที่บอกว่า ... เรา จะไม่มีวันกลับไปเป็น เรา ได้อีกต่อไป...

 

 

 

 

 

น้ำเย็นสูดลมหายใจเข้าปอด เรียกความกล้าหาญเข้าร่างเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่ได้นับ รู้แต่ว่าถ้าสูดอีกสักครั้ง เธออาจจะลอยขึ้นฟ้าออกนอกโลกไปเลยก็เป็นได้

 

แผ่นหลังของนายปักเป้าที่นั่งนิ่งอยู่ริมทะเลมาตั้งแต่การสัมมนาในวันแรกจบลงตอนเกือบ ๆ สี่โมงเย็น เขายังคงนั่งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งคนอื่น ๆ ต่างก็จบอาหารมื้อค่ำของตัวเองกันไปหมดแล้ว

 

สุดท้าย เธอก็ตัดสินใจเดินเข้าไป แม้ทะเลจะเสียงดังสักแค่ไหน แต่นายปักเป้าก็ยังอุตส่าห์ได้ยินและรู้สึกว่ามีใครมาหยุดด้านหลังของเขา

 

“ คุณ... “

 

“ ฉันจะมาขอโทษ... เรื่องนั้น... “ เธอเอ่ยช้า ๆ คล้ายไม่มั่นใจ ยอมรับว่ากลัวอีกฝ่ายจะลุกขึ้นมาบีบคอเหมือนกัน ใครจะไปรู้ หมอนี่ท่าทางมันบ้า ๆ อยู่ด้วย

 

“ ไม่เป็นไร ก็อย่างที่คุณเคยพูดนั่นแหละ... บางที แฟนผมเค้าอาจจะอยากเลิกกับผมอยู่ทุกลมหายใจอยู่แล้วก็ได้ ถึงได้เลิกกับผมง่ายนัก เรื่องแค่นี้เองนี่... “

 

น้ำเสียงตัดพ้อนั้น แม้จะไม่ใช่คนปราดเปรื่องสมองไวสักเท่าไหร่ แต่น้ำเย็นก็พอฟังออกว่าเขาไม่ได้มีนัยที่ตั้งใจจะกระทบถึงเธอ “ หมายความว่าไง... “

 

“ ไม่มีอะไรหรอก... “ ชายหนุ่มถอนหายใจ ก่อนพาตัวเองลุกจากผืนทราย ทะเลที่นี่ไม่เคยสวยในสายตาเขา มันสกปรก มันมีแต่ขยะ แต่วันนี้ มันนั่งเป็นเพื่อนเขาหลายชั่วโมงเลยทีเดียว นั่งอยู่กับเขาโดยไม่พูดอะไรแม้สักคำ “ เข้าที่พักเถอะครับ ผมไม่อยากให้มีใครเห็นเราสองคนอยู่ด้วยกัน แล้วเอาเรื่องของเราไปพูดอีก... “

 

น้ำเย็นมองอีกฝ่ายอย่างงง ๆ  ไม่เข้าใจอะไรเลยที่เกิดขึ้นตรงหน้าในเวลานี้ อันที่จริงเขาต้องโกรธเธอ ไม่ใช่เหรอ ?

 

“ นี่ ๆ ๆ  “ เหนี่ยวแขนอีกฝ่ายเอาไว้เบา ๆ เมื่อเขาเดินผ่าน “ นายกับนางฟ้ามีอะไร ? ยังโกรธกันอยู่เหรอ ? ยังไม่เข้าใจกันใช่มั้ย ? ให้ฉันไปอธิบายให้เค้าฟังรึเปล่า ฉันทำได้นะ... “

 

“ ไม่ต้องหรอกครับ... “ ตอบเนือย ๆ

 

“ ต้องสิ หรือว่านายยังโกรธเค้าเรื่องที่มากับพี่บอม ? นั่นน่ะมันก็เป็นความคิดของฉันอีกนั่นแหละ ฉันให้พี่บอมชวนนางฟ้ามาเพราะอยากให้ปรับความเข้าใจกับนายไงล่ะ... “

 

ปักเป้าทอดสายตามองเธอ มองสีหน้าร้อนรน ท่าทางกระวนกระวายคล้ายรู้สึกผิดของเธอ ชายหนุ่มถอนหายใจ ปลดมือเล็กของเธอจากแขนเขาอย่างแผ่วเบา

 

“ ไม่ต้องหรอกครับ คนเราจะเลิกกัน มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับ คนอื่น มากไปกว่าเราสองคนหรอกครับ... “

 

น้ำเย็นยืนนิ่ง สีหน้าคล้ายกำลังจะร้องไห้ เธอทำอะไรลงไป เพราะความรักสิบเจ็ดปีที่พังลงของเธอกับเจ๋ง ทำให้เธอทำอะไรบ้า ๆ    อะไรบ้า ๆ ที่ทำให้คนสองคนที่รักกันต้องแยกทางกันไป...

 

มันต้องมีวิธี ต้องมีวิธีสิน่า วิธีที่จะทำให้นายปัก-เป้า กับนางฟ้ากลับมารักกันอีกครั้ง...

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #16 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กันยายน 2553 / 14:59

    หาวิธีเข้าไป..เดี๋ยวก็ได้เรื่องอีก น้ำเย็นอาจกลายเป็นน้ำร้อน


    ลวกใจใครบางคน

    #16
    0