Hello dear ! สวัสดีที่รัก

ตอนที่ 10 : ผจญคลื่นยักษ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 ก.ย. 53

บทที่  10  โอ้ทะเลแสนงาม

 

           

น้ำเย็นมองตอบสายตาของคนที่ยังคงกำข้อมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อย แม้จะไม่ใช่คนฉลาดนัก แต่สิ่งที่มองเห็นในดวงตาคู่ตรงหน้านี้มันปน ๆ กันทั้งความฉงนสงสัย คลางแคลงใจ

 

“ มันเรื่องอะไรกัน ? “

 

“ หือ ? “ ...แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ ที่ทำให้นายมายืนกำมือฉันแน่นจนเริ่มจะเจ็บ แล้วก็ถามกันด้วยน้ำเสียงเอาเรื่องแบบนั้นน่ะ ... “ เรื่องอะไร ? “

 

“ น้ำเย็นจะคบกับปักเป้าเหรอ ? “

 

“ ไม่ใช่นะ “ เธอตอบรวดเร็ว แน่ละ ก็ไอ้ความคิดนั้นน่ะ อย่าว่าแต่อยู่ในหัวเลย แม้แต่จะนึกเฉียดกรายไปทางนั้นสักนิดยังไม่มี “ จะบ้ารึไง “

 

“ แล้วให้พี่พาเพลงมาทำไม ?  ให้มาเห็นน้ำเย็นกับปักเป้ากะหนุงกะหนิงกันเนี่ยนะ ? “

 

“ ไม่ใช่ “

 

สีหน้ายุ่งยากใจของเธอมันทำให้เขายิ่งหงุดหงิด และความหงุดหงิดก็ทำให้เขาลงน้ำหนักมือที่กำข้อมือเธออยู่หนักขึ้นไปอีก “ แล้วมันยังไงล่ะ ? “

 

“ มันก็ไม่ยังไงหรอก... “

 

น้ำเย็นมองสีหน้าจริงจังของคู่สนทนา ประเมินว่าอีกฝ่ายจะเชื่อถือได้แค่ไหน ประเมินว่าถ้าเธอบอก เล่าเรื่องบังเอิญที่มันเกิดขึ้นและทำให้นายปัก-เป้ากับแฟนนางฟ้าต้องเลิกกันนั่นไปแล้ว เขาจะรักษาความลับของเธอได้ไหม...

 

บอมทอดสายตามองเธอ ความจริงควรใช้คำว่าจ้อง เขากำลังมองหาคำตอบจากพิรุธบนใบหน้า ในสายตาของเธอ เธอดูเหมือนกำลังลำบากใจที่จะบอกเขา ลำบากใจที่จะพูด ความจริง ในใจของเธอให้เขาฟัง...

 

“ คือ... “

 

“ น้ำเย็น “

 

เสียงคุณปรียาดังแว่วมาจากด้านหลัง เหมือนเสียงระฆังหมดยก มาช่วยพาน้ำเย็นออกจากสถานการณ์ชวนอึดอัด “ ไปที่พักกันได้แล้ว... “

 

“ ค่า... “ ขานรับแล้วหันมาทางเขาพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อน ๆ “ ...ไว้น้ำบอกทีหลังได้มั้ย ? “

 

“ ได้ แต่พี่จะขอบอกตอนนี้ พี่กำลังคิดว่าน้ำหลอกให้พี่พาเพลงมาเห็นน้ำกับไอ้ปักเป้าสนิทสนมกัน เพราะน้ำชอบมันจริง ๆ  แล้วน้ำก็อยากจะให้สองคนนั่นเลิกกัน และถ้าสิ่งที่น้ำจะบอกทีหลังนั่นน่ะ ถ้ามันเป็นเรื่องนี้ละก็ เราไม่ต้องคุยกันอีก... “

 

น้ำเย็นยืนอ้าปากค้าง จะเรียกอีกฝ่ายเอาไว้แก้ความเข้าใจผิด ๆ นั่นก็ไม่ได้เพราะหัวหน้างานที่เดินมาถึงตัวแล้ว “ ใครน่ะ ? “

 

“ คนรู้จักน่ะค่ะ บังเอิญมาเจอกัน... ไปกันเถอะค่ะ “

 

และทั้ง ๆ ที่น้ำเย็นยังคงคิดไม่ตกว่าจะจัดการกับเรื่องวุ่น ๆ ที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร ข่าวจากปากของผู้ที่มาใหม่ก็เหมือนจะยิ่งซ้ำเติมให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายไปกว่าเก่า

 

“ เออ ท่านมาแล้ว ถามถึงน้ำเย็นแน่ะ ... “

 

 

 

 

 

คุณลุงยังคงเป็นคุณลุงเหมือนทุก ๆ ครั้งที่ได้พบกัน หากคราวนี้ ความรู้สึกของน้ำเย็นมันหนาวเย็นเสียจนมองรอยยิ้มอบอุ่นนั่นเป็นรอยยิ้มคล้ายมีนัยแอบแฝงไปเสียได้

 

“ เป็นยังไง ? “

 

“ สบายดีค่ะ “ ตอบสั้น ๆ  พร้อมกับพาตัวเองไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ กันนั้น คุณยินดีหรี่ตามองหลานสาวคนโปรด

 

“ เหรอ สบายดีแล้วเปลี่ยนเบอร์ทำไม ? “

 

คนเป็นหลานสะอึก อึ้งไปครู่ใหญ่ “ อ๋อ หนูทำโทรศัพท์ตกน้ำน่ะค่ะ... “

 

คนเป็นลุงพยักหน้าหงึกหงัก “ เหรอ แต่ เอ... ได้ยินมาว่าเดี๋ยวนี้เค้าทำซิมใหม่เบอร์เดิมให้ได้ ไม่ใช่เหรอ ? “

 

“ เหรอคะ... “ ทำทีเป็นเพิ่งรู้ซะเลย “ แหม... สมัยนี้นี่ อะไร ๆ ก็ง่ายไปหมดเลยเนอะ... “

 

“ แล้วทำไมเราไม่ไปทำ ? “

 

น้ำเย็นมองตอบกลับสายตาจับผิดของญาติผู้ใหญ่ด้วยแววตาใสซื่อสุดชีวิต “ ... ก็หนูเพิ่งรู้ตอนที่คุณลุงบอกนี้ละค่ะ... “

 

“ ไม่เคยรู้มาก่อนเลย ? “ ถามกลับเสียงสูง คนถูกถามส่ายหน้าทันที

 

“ ไม่เคยรู้เลยจริง ๆ ค่ะ แหม หนูก็รู้อยู่ว่าคุณลุงห้ามหนูเปลี่ยนเบอร์ ถ้ารู้ว่ามันทำยังงั้นได้ก็ทำไปแล้วสิคะ... “

 

น้ำเย็นทำสีหน้าจริงจังสู้สายตากับอีกฝ่ายอยู่ครู่ใหญ่ ก็ได้ถอนหายใจโล่งอกเมื่อคุณลุงยิ้มออกมาได้ ไม่มีท่าทีจับผิดหาพิรุธอะไรจากเธออีกต่อไป

 

  ลุงก็ว่าอย่างนั้นแหละ ดีจังที่ลุงรู้จักหลานรักของลุงดียิ่งกว่าใครทั้งหมด ก็เลยจัดการมาให้แล้ว... “

 

หญิงสาวย่นคิ้ว และทั้ง ๆ ที่ยังไม่เข้าใจอะไรเลยในคำพูดนั้น คุณลุงก็ยื่นมือมาตรงหน้า “ เอาโทรศัพท์เรามาสิ ลุงจะเปลี่ยนซิมให้... “

 

“ คะ ? “

 

“ โทรศัพท์น่ะ “ ย้ำคำบอกเล่าด้วยรอยยิ้มระรื่น “ ... ก่อนกลับมาอาให้คุณแคทเค้าจัดการเรื่องขอซิมใหม่เบอร์เดิมเอาไว้ให้แล้ว มันเรื่องธรรมดาออกนี่นะที่เราจะทำกะเปิ๊บกะป๊าบจนได้เรื่อง นึกอยู่แล้วว่าโทรศัพท์ต้องมีปัญหาแน่ ๆ ...เอาโทรศัพท์เรามาสิ เดี๋ยวลุงให้คุณแคทเค้าเปลี่ยนให้... “

 

“ แต่... “ ขยับจะประท้วง

 

คุณยินดีย่นคิ้ว “ แต่อะไร ? “

 

นั่นสิ แต่อะไร น้ำเย็นก็ยังไม่รู้เหมือนกันเพราะคิดไม่ทัน รู้แต่ว่าต้องแต่ รู้แต่ว่าให้โทรศัพท์กับอีกฝ่ายไม่ได้ รู้แต่ว่า ถ้าเปลี่ยนกลับมาเป็นเบอร์เดิม ชีวิตจะไม่สงบอีกสืบไป...

 

แต่กระนั้น เพราะรู้จักคุณลุงดีพอ น้ำเย็นเลยได้แต่ควานมือลงในกระเป๋าเสื้อคลุมของตัวเอง หยิบโทรศัพท์ส่งให้กับคุณลุงแต่โดยดี

 

... ไม่หรอกน่า ไม่หรอก เปลี่ยนซิมแค่ระยะเวลาไม่กี่วันที่คุณลุงจะอยู่ที่เมืองไทยนี่ มันคงไม่นานพอที่จะทำให้นายปักเป้าหาตัวเธอได้หรอก... ใช่ไหม?

 

 

 

 

 

 

เพลงนั่งหงอยอยู่ริมทะเล ไม่รู้จะจัดวางตัวเองอย่างไรกับความรู้สึกที่เหมือนจะไม่เป็นที่ต้องการของใครเลย...

 

พี่บอม... คนที่พูดเสมอว่าเธอคือนางฟ้าของเขา คนที่คบกันมาตั้งแต่อนุบาล คนที่ทำให้เธอเลือกเรียนคณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเดียวกันกับเขา...

 

ปักเป้า... เจ้าของดอกกุหลาบสีเหลืองบนโต๊ะเลคเชอร์ตัวประจำของเธอทุก ๆ วัน เจ้าของเพลงรักคลอเสียงกีต้าร์ขาด ๆ เกิน ๆ แต่ไพเราะเหลือเกินสำหรับเธอในเวลานั้น...

 

ไม่อยากจะเชื่อว่าทั้งสองคนนั่น คือผู้ชายคนเดียวกับสองคนที่ไปยืนดึงแขนแม่แสนเชยนั่นคนละข้าง สีหน้าเชือดเฉือนห้ำหั่นกันราวกับสิ่งที่ยื้อแย่งกันอยู่เป็นของสำคัญกระนั้น

 

...มันเรื่องอะไรกัน ?

 

พี่บอมเดินหน้าเคร่งกลับมาจากที่เกิดเหตุที่เธอเองก็เพิ่งจะเดินผละมาเช่นกัน สีหน้าของเขาเครียดมาก คล้ายเรื่องที่เพิ่งผ่านมานั้นมีความสำคัญเท่าชีวิต

 

“ ไปไหนมาคะ ? “

 

“ เดินเล่น “ ตอบสั้น ๆ ห้วน ๆ ไม่ยอมสบตาด้วยซ้ำไป เพลงถอนหายใจ

 

“ พี่บอมชอบผู้หญิงคนนั้นเหรอคะ ? “

 

“ ใช่ “ ตอบโดยไม่ต้องหยุดคิด แน่นอน เขารู้เรื่องนั้นดีตั้งแต่วันที่เจอเธอที่ร้านอาหารนั่นแล้วละ

 

สีหน้าของคนฟังดูเหมือนจะเจื่อนไปทันควันแต่เขาก็ยังคงไม่ได้สังเกต จิตใจหมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวหนักสมองที่เพิ่งจะผ่านไปอย่างสด ๆ ร้อน ๆ  ไม่อยากจะคิดว่าเธอจะหลอกใช้เขา หลอกให้เขาพาเพลงมาเห็นเธอกับปักเป้า ไม่อยากเชื่อว่าที่เธอทำนั้นก็เพียงเพื่อให้ปักเป้ากับเพลงเลิกกัน ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะทำเช่นนั้นเพราะเธอชอบไอ้หมาปักเป้าเลยจริง ๆ

 

เขาไม่อยากจะคิดว่าเธอจะเป็นคนแบบนั้น แต่ก็นั่นละ เขาอาจยังไม่รู้จักเธอดีพอก็เป็นได้...

 

“ แล้วเค้า... กับปักเป้า... “

 

“ พี่ก็ไม่รู้... “ ตอบเสียงสะบัด หงุดหงิดเป็นกำลัง “ เรากลับกรุงเทพฯ กันดีกว่ามั้ย ? “

 

“ ไม่ค่ะ เพลงไม่กลับ “

 

ชายหนุ่มเงยหน้ามองเธอ ยอมรับว่าฉงนไม่น้อยกับคำตอบนั้น แล้วไอ้สีหน้าจริงจังของเธอนั่นด้วยอีก “ แล้วเราจะอยู่ทำไมล่ะ ? “

 

“ เพลงไม่เชื่อว่าปักเป้าจะชอบผู้หญิงคนนั้น... “ ใช่ นั่นเพราะยัยคนนั้นไม่มีอะไรสักอย่างที่เหมือนเธอ เธอที่ปักเป้าเคยบอกว่ารักเพราะเธอเป็นเธอ แล้วเขาจะไปชอบผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเหมือนเธอแม้สักกระผีก ยกเว้นเป็นผู้หญิงเหมือนกันได้อย่างนั้นเหรอ... ไม่มีทางหรอก... “ พี่บอมชอบเค้าไม่ใช่เหรอคะ เพลงมีแผนนะ... “

 

เขาถอนหายใจ “ พี่คิดว่า พี่คงไม่เกี่ยวกับแผนนั่นหรอกนะ... “

 

หญิงสาวยักไหล่ “ ก็ตามใจ แต่ถ้าเกิดผู้หญิงคนนั้นเกิดชอบปักเป้าขึ้นมาจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ปักเป้าก็แค่พูดอย่างนั้นไปเพราะน้อยใจแล้วก็อยากประชดเพลง พี่บอมไม่คิดว่าเค้าจะต้องเสียใจขนาดไหนเหรอคะ ? “

 

แม้จะรู้สึกคล้าย ๆ จะถูกหลอกใช้อีกแล้ว แต่... ไอ้ที่เธอพูดมานั่นมันก็น่าคิดน้อยอยู่เมื่อไหร่ “ แล้ว... เพลงจะให้พี่ทำยังไง ? “

 

เจ้าของแผนยิ้มในหน้า “ ไม่ยากหรอกค่ะ ก็แค่... “

 

 

 

 

 

เขามั่นใจว่าร้านอาหารในละแวกหาดบางแสนนั้นน่าจะมีมากมายจนเลือกไม่ถูก น่าจะเกินร้อยร้านด้วยซ้ำไป แล้วทำไม...

 

“ อ้าว “

 

นั่นน่ะ เสียงอุทานของเธอ นางฟ้าของหมาวัดอย่างปักเป้า สีหน้าเธอไม่ได้บอกว่าเธอประหลาดใจเหมือนกับที่อุทานออกมาเลยสักนิด “ บังเอิญจังแฮะ ว่าไหมคะพี่บอม... “

 

ปักเป้าแค่นยิ้ม เรื่องบังเอิญขนาดนี้มันมีในโลกด้วยเหรอ ?  หวังว่าเธอคงไม่พูดออกมาหรอกนะว่า พักที่โรงแรมนี้เหมือนกัน...

 

“ อย่าบอกนะว่าปักเป้าก็มาพักที่โรงแรมนี้เหมือนกับเราสองคนน่ะ บังเอิญจริง ๆ เลยนะคะพี่บอม... “

 

น้ำเย็นหน้าเหวอ มองดูผู้หญิงแสนสวยที่ยืนคล้องแขนกับผู้ชายที่เธอได้เจอที่บ้านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน สีหน้าของทั้งเธอและพี่บอมมันชวนให้โมโหจับใจ แต่ขอโทษ... มันไม่ได้ทำให้น้ำเย็นซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับบ่วงรักแรงแค้นของคนพวกนี้รู้สึกรู้สาอะไรขึ้นมาได้หรอกน่า

 

ไอ้ที่ต้องโมโหเลือดขึ้นหน้ามันคือไอ้คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นี่ต่างหาก... “ เหรอ ? บังเอิญจังนะ บังเอิญเหมือนกับที่มีผู้หญิงบ้า ๆ โทร.เข้าเครื่องผมเลยนะ... “

 

แต่คราวนี้ ไอ้ที่โดนน่ะเธอเต็ม ๆ ... น้ำเย็นสะดุ้งเฮือก “ เอ่อ เราจะมาทะเลาะกันตรงนี้เหรอ ? คนมันเยอะออกนะ... “

 

“ ไม่ได้ทะเลาะ ไม่อยากจะลดตัวลงไปทะเลาะกับไอ้พวกลอบกัดหรอกนะ... “ หันมาพูดเสียงดังฉะฉานกับเธอ เล่นเอาสะดุ้งโหยง หากพอพูดจบ กลับป้ายสายตาไปทาง อริ ที่ยืนหน้าซีดอยู่ตรงข้าม

 

“ หมายความว่าไง ลอบกัด ? “ บอมย้อนถามเสียงแข็ง

 

“ งั้นมันหมายความว่าไงล่ะ ไอ้ที่พี่มายืนอยู่กับคนของผมน่ะ ? “ ย้อนถามกลับเช่นกันอย่างไม่กลัวเกรงเลยสักนิด กลัวเหรอ ? ไม่หรอก ไม่มีความจำเป็นต้องรู้สึกอย่างนั้นเลยสักนิด แม้จะรูปร่างผอมบางกว่าอีกฝ่ายอยู่มาก หากถ้าพูดถึงความบ้าแล้วละก็ หมอนั่นไม่มีทางวัดกับเขาได้แม้กระผีกด้วยซ้ำ

 

บอมโต้ทันควัน “ มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่า... “

 

“ ไปกินข้าวกันดีกว่านะ “

 

สายตาของคนอีกสามในวงสนทนาดุเดือดเปลี่ยนมายังเจ้าของเสียงสูงปรี๊ดที่แทรกเข้ามาทันควันนั้น น้ำเย็นอึกอัก “ ก็... หิวแล้วน่ะ... “

 

“ ผมกินไม่ลงหรอก ถ้าไม่พูดกันให้รู้เรื่อง ... “ เสียงดังใส่เธอแล้วหันกลับไปทางคู่กรณีอีกครั้ง “ ... พี่จะบอกเหรอว่าพี่ไม่รู้เรื่อง ? “

 

“ เรื่องอะไร ? “

 

“ เรื่องโทรศัพท์ที่... “

 

“ โอ้โห สลัดนั่นน่ากินจังเลย “ น้ำเย็นเสียงแหลมขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนมองสบสายตาเบื่อหน่ายของนายปัก-เป้าด้วยรอยยิ้มหวานหยดเกินความจำเป็น “ รีบไปกินก่อนเหอะ เดี๋ยวคนอื่นจะกินซะหมดนะ... “

 

“ อยากกินคุณก็ไปกินสิ ผมจะคุยกับพี่บอมให้รู้เรื่อง... “

 

“ ทำไมต้องมาคุยกันตรงนี้ ไม่อายคนอื่นเค้ามั่งเหรอ คนอื่นเค้าไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยนะ... “ เธอทำเสียงดังใส่อีกฝ่ายบ้าง “ จำไม่ได้เหรอ ฉันเป็นหัวหน้างานของนายนะ... “

 

“ จำได้ แต่ตอนนี้เวลาพักผ่อน ไม่ฟังหรอก “ ตอบแบบไม่ไว้หน้ากันสักนิด

 

“ นาย... “

 

บอมตวัดมือ เหนี่ยวไหล่ไอ้ตัวกวนให้หันมาสนทนากันต่ออย่างเริ่มกรุ่นโกรธ “ เมื่อกี้นายว่าไงนะ ? เรื่องโทรศัพท์อะไร ? “

 

น้ำเย็นทำท่าเหมือนจะเป็นลม ...หรือควรจะเป็นลมไปจริง ๆ ดีนะ จะได้ออกไปจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนี่ซะที...

 

แต่... ตั้งแต่เกิดมาจนโตป่านนี้ ไม่เคยเป็นลมเลยสักครั้ง มันจะต้องประมาณไหนกันนะ เหมือนกับในละครรึเปล่า...

 

และในขณะที่น้ำเย็นกำลังกวาดสายตามองหาพื้นที่พอจะล้มลงไปแล้วไม่เจ็บ ไม่เปื้อนอยู่นั่นเอง การสนทนาที่ผ่านหูไปอย่างไร้ความหมายก็เป็นดังนี้

 

“ เพลง ผมรู้แล้วว่าผู้หญิงที่โทร.เข้าเครื่องผมวันนั้นน่ะ มาจากไหน ... “

 

“ จากไหน ? “ เพลงย้อนถาม ความอยากรู้ในคำตอบนั้นไม่มากเท่ากับอยากเห็นว่าอีกฝ่ายจะจนมุมและแก้ตัวในเรื่องนี้อย่างไร

 

“ ผมรู้แล้ว มีคนสมคบคิดกัน ให้ผู้หญิงคนนั้นโทร.หาผม... “

 

สายตาประณามที่ตวัดมองมาเหมือนจะบอกคำตอบมาแล้วร้อยเปอร์เซ็นต์  “ นายอยากจะบอกว่าเป็นฉันงั้นสิ ? “

 

“ หรือจะลองพิสูจน์กันหน่อยมั้ย ?  หลังจากวันนั้นที่ผมโดนรถเฉี่ยวขาเคล็ดนั่นน่ะ ผมโทร.กลับไปอีก เป็นพี่รับสายไงล่ะ... “

 

ผู้ต้องสงสัย หัวเราะทันที “ บ้าไปแล้ว ฉันไปรับสายนายเมื่อไหร่ ?... “

 

เพลงหันมองคนข้างกายที่อมยิ้มกริ่ม คล้ายมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง สลับกับอีกคนที่ดูเหมือนจะมั่นใจในสิ่งที่เจ้าตัวกำลังพูดออกมาไม่แพ้กัน งุนงง สงสัย และสุดท้ายคือความอยากรู้อย่างสุดหัวใจ

 

แน่นอน การได้รู้ว่าตัวเองมีความหมายต่อใครสักคนนั้นทำให้รู้สึกดี แต่หากคนที่จะรู้สึกดี ๆ กับเรานั้นจะมีมากกว่าหนึ่ง ใครจะไม่ดีใจ ?

 

ปักเป้าล้วงเอาโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกงออกมา กดไล่หาเบอร์โทร.ที่บันทึกเอาไว้อย่างดี โชว์ให้อีกฝ่ายดู “ ผมจะโทร. และถ้ามันจะดังขึ้นที่นี่ เวลานี้ มันก็คงไม่แปลกเลยสักนิด ใช่มั้ย ? “

 

...อะ รู้แล้ว รู้แล้ว ล้มมันตรงนี้ละ แล้วเอาแขนรองหัวไว้ เท่านี้ก็คงไม่เจ็บเท่าไหร่แล้ว...

 

น้ำเย็นหลับตาลง พยายามจินตนาการภาพตัวเองล้มตึงลงไปกับพื้นในเวลานี้ ถ้าใครถามก็บอกว่าหิวจนเป็นลม มันช่าง...เหมาะเหม็ง...

 

เธอปล่อยตัวเองทรุดลงกับพื้นในวินาทีนั้นเอง พร้อม ๆ กับที่...

 

...และฉันต้องทำอย่างไร

เมื่อความคุ้นเคยที่เราเคยมียังทำร้ายฉันจนวันนี้

อีกนานไหมกว่าใจฉันจะเคยชิน

...กับการไม่มีเธอ

 

                                                            ความเคยชิน       :           บอย Peacemaker

 

... และเสียงสั่นของโทรศัพท์ที่ดังลอดออกมาจากกระเป๋ากางเกงห้าส่วนของน้ำเย็นที่ดังกระหึ่มกึกก้องไม่แพ้เสียงริงโทนนั่นเลยทีเดียว !

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #14 nuri.j (@nuri) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กันยายน 2553 / 14:52
    เรียบร้อยโรงเรียนจีน ไอ่ที่พยายามทำมานักหนา...

    ก็แค่รู้..เท่านั้นเอง
    #14
    0