ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 48 : บทที่ 48 นางฟ้าแสนสวย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    24 พ.ค. 54

บทที่ 48 นางฟ้าแสนสวย

                นานหลายชั่วโมงกว่าเพลิงสวาทที่ลุกโชนขึ้นมาแผดเผาร่างของสองหนุ่มสาวให้จมอยู่ในความหฤหรรษ์จะมอดดับลงไป ธามสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาทับช่วงลำตัวของเขาเอาไว้จนแทบหายใจไม่ออกแม้แต่จะขยับร่างกายก็ยังทำไม่ได้ ทีแรกชายหนุ่มตกใจนึกว่าถูกผีอำเข้าให้แล้ว แต่เมื่อเปิดตามองดูให้ดีกลับพบว่าที่แท้ไม่ใช่ผีสางนางไม้ตนใดแต่เป็นร่างเปลือยเปล่าของนางฟ้าสาวแสนสวยที่ยั่วยวนเขาให้หลงเมามัวอยู่ในเปลวไฟแห่งรักอันแสนรุ่มร้อนเมื่อครู่ก่อนนั้นเองต่างหาก

                ชายหนุ่มลืมตามองคนที่เปลี่ยนท่าจากการนอนหนุนอยู่บนท่อนแขนเป็นตะกายปีนขึ้นมานอนทับร่างแกร่งของเขาเอาไว้ทั้งตัวแล้วก็อดยิ้มขำกับท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของเธอไม่ได้ เมื่อได้เห็นรวินันท์นอนหลับตาพริ้มซบอยู่บนแผ่นอกกว้างของเขาพร้อมกับอมยิ้มน้อยๆ ด้วยใบหน้าเปี่ยมสุขราวกับนางฟ้าตัวน้อยก็ไม่ปาน เธอจะรู้ตัวไหมนะว่ากำลังนอนทับตัวเขาอยู่จนรู้สึกเหมือนร่างกายแทบจะกลายเป็นอัมพาตครึ่งซีกไปแล้วเช่นนี้ ธามได้แต่นึกคิดอยู่ในใจ

                ร่างกายของธามสั่นเทิ้มไหว เพราะพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้แต่ไม่สำเร็จ ทำให้สไตลิสต์สาวรู้สึกตัวตื่นพลางปรือตาขึ้นมาเล็กน้อยด้วยท่าทางงัวเงีย พร้อมกับพึมพำเบาๆ

                หืม? ตื่นแล้วเหรอคะ อืมวิขอนอนต่ออีกแป็บนึงนะคะ กำลังหลับฝันดีเลย

                ทีแรกธามคิดว่าสไตลิสต์สาวคงจะหลับต่ออีกแค่ครู่เดียวอย่างที่เธอบอก แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะรู้สึกสบายกับท่านอนแสนประหลาดนี้มากเป็นพิเศษจนเผลอเคลิ้มหลับไปอีกรอบ ชายหนุ่มยอมทนนอนอยู่นิ่งๆ ได้สักพักก็เริ่มทนไม่ไหวกลัวว่าเลือดจะไม่ยอมไหลเวียนไปทั่วร่างกายและอาจทำให้เขากลายเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตขึ้นมาจริงๆ จึงพยายามค่อยๆ ดันร่างของคนที่นอนนิ่งอยู่บนตัวเขาให้เลื่อนตัวลงไปนอนหนุนแขนของเขาต่างหมอนอยู่เคียงข้างแทน

แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจหญิงสาวก็ตะกายกลับขึ้นมานอนบนตัวเขาเหมือนเดิมทำเอาชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเมื่อเธอทำเหมือนเขากลายเป็นที่นอนส่วนตัวของเธอไปเสียแล้ว อดคิดไม่ได้ว่าเธอกำลังหลับอยู่จริงๆ หรือคิดจะแกล้งหยอกเขาเล่นกันแน่ ธามจึงทดสอบด้วยการเป่าลมเข้าไปในหูของหญิงสาวหลังจากที่กิจกรรมรักเมื่อครู่ก่อนทำให้เขาได้รู้โดยบังเอิญว่าจุดอ่อนของหญิงสาวนั้นอยู่ที่ตรงไหน

                ว้าย!ทำอะไรของคุณน่ะ มาแกล้งฉันทำไมเนี่ย คนกำลังนอนอย่างมีความสุขอยู่เลยแท้ๆ น่ะ”

                รวินันท์สะดุ้งสุดตัวลืมตาตื่นขึ้นมาอุทานเสียงหลง พร้อมกับจ้องหน้าชายหนุ่มตัวการที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่ถึงคืบด้วยสายตาเคืองขุ่นที่ถูกปลุกให้ตื่นทั้งที่ยังรู้สึกง่วงงุนนัก อีกฝ่ายได้แต่หัวเราะกับท่าทีงุนงงของเธอแล้วจึงบอกถึงสาเหตุที่เขาต้องทำแบบนี้

                ก็วิน่ะเล่นนอนทับผมจนแทบหายใจไม่ออก พอจัดท่านอนให้ใหม่ก็ยังปีนกลับขึ้นมาได้อีก ที่จริงผมไม่อยากจะปลุกวิหรอกนะ แต่คุณน่ะไม่ยอมลงจากตัวผมสักทีก็เลยนึกว่าแกล้งกันเสียอีก ไม่คิดว่าวิจะพิศวาสผมถึงขนาดนี้นี่ครับ

                รวินันท์ได้ยินดังนั้นก็หันรีบก้มลงมองสภาพของตัวเองในตอนนี้ แล้วก็ได้เห็นว่าเป็นอย่างที่ชายหนุ่มพูดจริงๆ หญิงสาวรู้สึกเขินอายเป็นอย่างมาก เธอไม่เคยนอนกับใครแล้วรุกรานคนอื่นมากเท่านี้มาก่อน จึงรีบกลิ้งลงจากลำตัวของชายหนุ่มแล้วมานั่งจุ้มปุกอยู่ข้างๆ เขา พลางแกล้งทำเป็นเก๊กเสียงเข้มกลบเกลื่อนความอายและโยนความผิดให้อีกฝ่ายทันที

                ฉันเปล่านะ คุณนั่นแหละแกล้งจับฉันมานอนบนตัวคุณใช่ไหมล่ะ

                ฮ่าๆ ยังจะมาเถียงข้างๆ คูๆ อีก ใครเขาจะเอาคนอื่นมานอนทับตัวเองให้หายใจไม่ออกกันเล่า

                เมื่อธามฟังสิ่งที่หญิงสาวพูดออกมาก็ถึงกับปล่อยเสียงหัวเราะก๊ากดังลั่นขำจนน้ำตาแทบเล็ด นึกในใจเธอช่างเป็นคนที่โกหกได้หน้าตายที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้จักมาเลย พลันเสียงครืดๆ คล้ายเสียงโทรศัพท์ที่ถูกตั้งระบบสั่นเอาไว้ก็ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบภายในห้องเมื่อเสียงหัวเราะของชายหนุ่มเงียบลงไปชั่วขณะ

สองหนุ่มสาวมองหน้ากันอย่างงุนงงพลางมองไปรอบตัว ก่อนที่ธามจะเริ่มจับทิศทางของเสียงได้ เขามองไปยังโต๊ะข้างเตียงก็ได้เห็นกระเป๋าสะพายของรวินันท์วางอยู่ เมื่อหญิงสาวมองตามไป เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเธอตั้งระบบสั่นเอาไว้ก่อนนอน จึงรีบถลาไปคว้ามากดรับสายอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันได้มองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอพลางกรอกเสียงลงไป

                “ฮัลโหล”

                “น้องวิทำอะไรอยู่คะ พี่โทร.หาเป็นสิบๆ รอบก็ไม่ยอมรับสายเสียที”

                น้ำเสียงร้อนรนของนฤมลดังเข้ามาในสาย ทำให้รวินันท์อดข้องใจไม่ได้ว่าบรรณาธิการสาวใหญ่จะสั่งงานอะไรเธออีก ในเมื่อเธออุตส่าห์บอกไว้แล้วว่าเธอขอลางานสักสองสามวันเพราะไม่อยากไปทำงาน เนื่องจากยังไม่กล้าสู้หน้าภวัฐ

                “เอ่อ วิ ตอนนี้ คือ เอ๊ะ คุณมลคะ วิแจ้งคุณมลไปแล้วนี่คะว่าจะขอลางานช่วงสองสามวันนี้...”

                ยังไม่ทันที่สไตลิสต์สาวจะพูดจนจบประโยค อีกฝ่ายก็โพล่งออกมาเสียก่อน

                “อันนั้นพี่เข้าใจค่ะ แต่ว่างานคืนนี้น้องวิสัญญากับพี่แล้วนี่คะว่าจะไป คงไม่ใช่ว่าลืมไปแล้วหรอกนะคะ”

                หลังจากรวินันท์คุยกับหัวหน้าของเธอเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงหันมาถามคนที่นอนยิ้มเผล่แอบฟังเธอคุยโทรศัพท์อย่างคนอารมณ์ดีด้วยสีหน้าตระหนกตกใจกับงานด่วนที่นฤมลถึงกับโทร.มาย้ำเตือนด้วยตนเอง

                “วันนี้เป็นวันเปิดตัวรถของบริษัทคุณเหรอคะ”

                ใช่ครับ ที่ผมต้องรีบกลับมาก็เพราะเรื่องนี้แหละ แต่ไม่นึกเลยนะว่าจะได้มาเจอคุณที่นี่ ตอนแรกผมคิดว่าผมฝันไปเสียอีกที่เห็นคุณนั่งอยู่ในห้องนอนของผม แถมยังเอาชุดของผมมาใส่ด้วย อืม จะว่าไปวิแต่งตัวแบบนั้นมันเซ็กซี่มากเลยรู้ไหม หัวใจผมแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว ไม่คิดว่าสุดที่รักของผมจะน่ารักได้ขนาดนี้เลยนะเนี่ย”

                ธามเอ่ยพลางลุกขึ้นนั่งบ้างเขามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาที่เอ่อล้นท่วมท้นขึ้นมาจากใจ มือใหญ่ยื่นไปประคองใบหน้าของเธอเอาไว้ก่อนจะโน้มหน้าลงจุมพิตบนเรียวปากนุ่มอีกครั้งด้วยความรู้สึกโหยหาราวกับว่าความต้องการลิ้มรสหวานซาบซ่านจากริมฝีปากอวบอิ่มของหญิงสาวนั้นมีมากมายแม้จะจุมพิตเธออีกเป็นสิบเป็นร้อยครั้งก็ยังไม่รู้สึกพอเสียที

                หัวใจของรวินันท์เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้งเมื่อไฟรักถูกจุดประกายขึ้นมาชวนให้รู้สึกวาบหวามเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของชายหนุ่ม แต่เธอก็ยังมีสติพอที่จะควบคุมตัวเองได้ จึงรีบเบี่ยงตัวหลบการกระทำของเขาพร้อมทั้งเอ่ยถามถึงเรื่องงานที่หญิงสาวได้รับมอบหมายในคืนนี้ด้วยหมายจะเบี่ยงเบนความสนใจจากคนที่กำลังทำตัวเป็นปลาหมึกทั้งกอดรัดไต่สัมผัสไปทั่วเรือนร่างของเธอแทบทุกที่

ต่อ

                “พอก่อนเถอะค่ะ นี่มันบ่ายกว่าแล้วนะ งานของคุณเริ่มตอนหกโมงเย็นไม่ใช่หรือคะ จะไม่รีบไปเตรียมตัวรึไงกัน”

                น้ำเสียงสั่นของสไตลิสต์สาวซึ่งเกิดจากอารมณ์หวิวไหวเมื่อถูกปลุกสัญชาตญาณภายในกายให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ธามได้แต่ยิ้มกริ่มพลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้อีกฝ่ายอย่างรู้สึกพึงพอใจกับปฏิกิริยาตอบสนองอันที่ไวต่อสัมผัสของเขายิ่งนัก ชายหนุ่มเลื่อนริมฝีปากบางจากซอกคอหอมกรุ่นขึ้นมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงกระเส่าที่ทำเอาคนฟังถึงกับหน้าบานในทันใด

                “ไปครับ แต่ก่อนไปขอผมกอดคุณให้หายคิดถึงอีกสักหน่อยแล้วกันนะ ที่รักของผม”

                รวินันท์ยิ้มปลื้มกับสรรพนามใหม่ที่ชายหนุ่มใช้เรียกเธอ หัวใจของหญิงสาวเต้นระรัวไหวทั้งพองโตจนแทบล้นทะลักออกมาจากอกด้านซ้าย ร่างกายเหมือนถูกสะกดไว้ด้วยมนตราจากวาจาแสนหวานชวนเคลิ้มฝัน สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปไกลจนเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสรักของเขาอย่างมิอาจทัดทานได้

 

                กว่ากิจกรรมบอกรักผ่านภาษากายจะจบสิ้นลงได้ก็กินเวลาไปอีกราวชั่วโมงเศษ รวินันท์ที่เปลี่ยนกลับมาใส่ชุดของตัวเองแล้วได้แต่นั่งมองชายหนุ่มคนรักหมาดๆ ของตนยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจก ในสมองของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ทั้งดีใจ ปลื้มใจ ระคนไหวหวั่น ผสมปนเปกันจนเริ่มสับสนไปหมด แม้ว่าตลอดเวลายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเธอจะเคยคิดถึงเรื่องการแต่งงานและการใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนอยู่บ้าง แต่เธอไม่เคยนึกเพ้อฝันจินตนาการถึงภาพของการดำเนินชีวิตประจำวันร่วมกับผู้ชายอีกคนที่กำลังจะกลายมาเป็นคนสำคัญในชีวิตอย่างเช่นในเวลานี้เลยแม้แต่น้อย

                ร่างสูงโปร่งหุ่นเพรียวบางทว่าแกร่งกำยำของธามนั้นแม้จะไม่ได้แลดูล่ำสันและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเหมือนอย่างชายชาตรีทั่วไปที่หญิงสาวหลายต่อหลายคนใฝ่ฝัน แต่เรือนกายขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องอันแสนงดงามของเขาโดยเฉพาะช่วงปีกไหล่กว้างและท่อนแขนแข็งแรงนั้นก็พอจะทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น มั่นคงและปลอดภัยยามได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา

                เหมือนคนที่ยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกนั้นจะรับรู้ได้ว่ามีสายตาของใครบางคนที่กำลังมองจ้องมายังแผ่นหลังของเขาอย่างไม่วางตา ธามจึงหันกลับมายังเตียงนอนและได้เห็นสายตาหวานเชื่อมเป็นประกายที่ถูกส่งมาจากสไตลิสต์สาวที่นั่งนิ่งมองเขาอย่างลืมตัวอยู่นานแล้ว ริมฝีปากบางเผยยิ้มน้อยๆ พอให้เห็นเขี้ยวเก๋ตรงมุมปาก ก่อนชายหนุ่มจะสาวเท้าก้าวเข้ามาหาเจ้าของสายตาคู่นั้นพร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงนุ่มที่กระตุกหัวใจคนฟังให้วูบไหวได้อย่างร้ายกาจ

                “อย่าบอกนะครับว่าคุณกำลังตกหลุมเสน่ห์ของผมจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วน่ะ”

                วาจาหยอกล้อของธามในคราบนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทำให้รวินันท์ถึงกับเขินอายขึ้นมาทันทีเมื่อถูกรู้ทัน ใบหน้างามพลันแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู หญิงสาวพยายามจะก้มหน้าหลบสายตากรุ้มกริ่มที่มองมา แต่ก็ไม่สำเร็จเมื่อถูกมือใหญ่เชยคางขึ้นมาจึงจำใจต้องสบตากับเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้

                “ปละ เปล่าสักหน่อย ฉันก็แค่กำลังพิจารณาชุดที่คุณใส่อยู่ต่างหากล่ะคะ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้จ้างฉันให้มาเป็นสไตลิสต์ส่วนตัว แต่ด้วยอาชีพของฉันถ้าต้องไปงานนั้นพร้อมกับคนที่แต่งตัวไม่ได้เรื่องล่ะก็ คนอื่นๆ คงดูถูกฝีมือและผลงานของฉันแน่ๆ เลยล่ะ คุณหันมาก็ดีแล้ว ตรงนี้หูหระต่ายมันเบี้ยวไปหน่อยให้ฉันช่วยจัดให้เข้าที่แล้วกันนะ”

                แม้อยากจะยอมรับว่าคำพูดที่เขาบอกออกมานั้นช่างตรงกับความรู้สึกข้างในใจของเธอนักก็ตามที แต่มีหรือที่สไตลิสต์สาวจะยอมเอ่ยปากเยินยอให้เขาได้ใจ จึงรีบยกเอาเรื่องหน้าที่การงานของตนขึ้นมากล่าวอ้าง พลางแสร้งทำเป็นตรวจตราความเรียบร้อยของชุดที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่แทน

รวินันท์มิอาจปฏิเสธได้เลยว่าเมื่อธามแต่งกายอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมทับไว้ด้วยเสื้อกั๊กผ้าซาตินสีฟ้าพาสเทลและผูกโบว์แบบหูกระต่ายสีเดียวกันอันเป็นธีมสีบนโลโก้ของบริษัท ภายใต้สูทแบบทักซิโด้สีดำสนิทกับกางเกงแสล็คเข้าชุดกัน อีกทั้งยังจัดแต่งทรงผมสีน้ำตาลแกมทองนั้นให้แลดูสุภาพเรียบร้อยและภูมิฐานกว่าทุกครั้ง จะทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวจนหัวใจเต้นระรัวไปหมดเช่นนี้ บางทีอาจเพราะรูปลักษณ์ที่ดูแปลกตาไปของชายหนุ่มมาดเพลย์บอยที่กลายมาเป็นท่านชายเจ้าเสน่ห์จนเธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลยสักนิด

                “แหม ได้ยินคุณพูดแบบนี้ ผมชักอยากจะจ้างคุณมาเป็นสไตลิสต์ส่วนตัวไปตลอดชีวิตเสียแล้วสิครับเนี่ย แต่ดูท่าทางค่าตัวคุณคงจะแพงน่าดูเลย ถ้ายังไงผมขอจ่ายค่าจ้างด้วยร่างกายแทนแล้วกันนะครับ”

                ธามยิ้มเจ้าเล่ห์พลางทำท่ายักคิ้วหลิ่วตาใส่คนตรงหน้า ก่อนจะฉวยโอกาสขโมยจุมพิตลงบนเรียวปากอิ่มของหญิงสาวอีกครั้งแบบไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัว ผลก็คือถูกผู้เสียหายฟาดลงบนต้นแขนดังป้าบใหญ่โทษฐานที่เขาแอบมาฉกทั้งความหวานชุ่มฉ่ำบนเรียวปาก ทั้งโทษฐานที่เขาขโมยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักของเธอไปโดยไม่บอกไม่กล่าวกันสักคำ

                “คนบ้านี่ ในหัวคุณมีแต่เรื่องลามกแบบนั้นเต็มไปหมดเลยรึไงนะ ฉันไม่อยากคุยด้วยแล้วล่ะ ทีนี้ก็รีบพาฉันกลับไปส่งที่คอนโดฯ เสียที เหลืออีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงงานก็จะเริ่มอยู่แล้วแต่ฉันยังไม่ได้แต่งตัวเลยเห็นรึเปล่าเนี่ย”

                แม้จะแกล้งทำเป็นตีหน้าขรึมเก๊กเสียงเข้มดุดันใส่คนที่อยากจ่ายค่าจ้างเธอด้วยร่างกายไปอย่างนั้น แต่ครั้นเห็นชายหนุ่มเผลอรวินันท์ก็อดลอบยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อนึกไปถึงสีหน้าทะเล้นและคำพูดทะลึ่งตึงตังของเขา ก่อนจะเร่งให้นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นเจ้าของงานพากลับไปส่งยังที่พักอาศัยของเธอเพื่อจะได้เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับไปร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์ทั้งสามรุ่นที่เธอได้รับมอบหมายหน้าที่ออกแบบชุดให้กับเหล่าพรีเซ็นเตอร์ของเขา

                “โถๆ อย่าบ่นนักเลยนะครับคุณผู้หญิง เขาว่ากันว่าคนที่บ่นมากๆ จะแก่เร็วรู้ไหม เอ้า ไปก็ไปครับ แต่ก่อนไปขอชื่นใจอีกสักทีแล้วกันนะ”

                ธามแกล้งทำเป็นโอดครวญด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ก่อนจะอาศัยความรวดเร็วโน้มหน้าลงมาใกล้แล้วหอมแก้มเนียนนุ่มของสไตลิสต์สาวฟอดใหญ่ แล้วจึงจับจูงมือเธอพาเดินลงจากห้องนอนบนชั้นสองของบ้านเพื่อไปขึ้นรถสปอร์ตสีแดงเพลิงคันหรูคู่ใจของเขาอย่างอารมณ์ดี

ต่อ

                จากตอนแรกที่รวินันท์คิดว่านักธุรกิจหนุ่มจะพาเธอไปส่งยังที่พักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ แต่เขากลับพาเธอไปเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่รวมทั้งรองเท้าและเครื่องประดับที่ห้องเสื้อแห่งหนึ่งในย่านสีลมไม่ใกล้ไม่ไกลจากโรงแรมหรูระดับหกดาวซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานแทนด้วยเหตุผลที่ว่าเขาอยากจะพาเธอไปเปิดตัวที่งานแถลงข่าวในฐานะคู่ควงและคนรักอย่างเป็นทางการ จึงต้องการเลือกชุดที่จะทำให้เธอดูดีและโดดเด่นที่สุดในงานและเพื่อให้เข้ากันกับชุดของเขาด้วย สไตลิสต์สาวจึงไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมละทิ้งอาชีพของตนชั่วคราว เพื่อให้สไตลิสต์หนุ่มจำเป็นได้เป็นฝ่ายเลือกเฟ้นสรรหาชุดที่เขาคิดว่าเหมาะสมกับเธอและงานเลี้ยงที่จัดขึ้นในค่ำคืนนี้แทน

                หลังจากที่ธามได้เลือกชุดให้กับคนรักของเขาเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็ถูกพาเข้ามาในร้านเสริมสวยชื่อดังที่ผู้คนในแวดวงสังคมชั้นสูงมักจะมาใช้บริการกันอยู่เป็นเนืองนิจ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งอ่านหนังสือฆ่าเวลาระหว่างรอให้ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมช่วยกันแปลงโฉมคนรักของเขาให้พร้อมสำหรับการเปิดตัวในงานแถลงข่าวคืนนี้ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา

นักธุรกิจหนุ่มหยิบโทรศัพท์ของตนขึ้นมาดูภาพที่ปรากฏบนหน้าจอ เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ถึงกับชักสีหน้ารำคาญใส่ก่อนจะกดรับสายและกรอกเสียงเนือยๆ ลงไปด้วยยังรู้สึกเคืองขุ่นไม่หายเมื่อได้รู้ความจริงจากปากของสไตลิสต์สาวว่า สาเหตุที่ทำให้เธอไม่ยอมเชื่อใจเขาก็เพราะถูกใครบางคนเป่าหูมาว่าเขามองผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมาเป็นแค่ของเล่นฆ่าเวลายามเหงาเท่านั้น

“มีอะไรเหรอเมนี่”

“ธามอยู่ที่ไหนคะ ใกล้จะได้เวลาเริ่มงานแล้วนะ แขกเหรื่อก็เริ่มทยอยมากันแล้วด้วย อย่าบอกนะคะว่าลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันแถลงข่าวงานเปิดตัวรถของบริษัทคุณเองน่ะ”

เสียงบ่นกระปอดกระแปดของมณิการ์ดังมาจากปลายสาย ทำให้ธามถึงกับลอบถอนหายใจยาวอย่างเบื่อหน่ายกับนิสัยจอมเจ้ากี้เจ้าการของเพื่อนสาวคนสนิทที่ชอบมาทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับเขามากเกินความจำเป็น แถมยังทำให้ใครต่อใครเข้าใจผิดคิดว่าเธอคือแฟนสาวของเขา ทั้งที่ชายหนุ่มไม่เคยแสดงออกว่าเขาคิดเกินเลยกับเธอมากเกินไปกว่าความเป็นเพื่อนเลยสักครั้ง

แม้จะรู้สึกดีที่มีคนคอยช่วยอำนวยความสะดวกจัดการความเรียบร้อยในงานต่างๆ ให้แก่เขาอยู่บ้าง แต่บางครั้งชายหนุ่มก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าเธอล้ำเส้นเข้ามายุ่มย่ามวุ่นวายในชีวิตของเขามากเกินไป อย่างเช่นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสไตลิสต์สาวแสนสวยคนนี้

“อีกเดี๋ยวก็ถึงแล้วล่ะ ขอบใจมากนะเมนี่ที่ช่วยดูแลงานให้ แค่นี้ก่อนนะ”

เจ้าของโปรเจ็กต์หนุ่มเอ่ยตอบพลางทำท่าจะกดวางสายหากแต่อีกฝ่ายทักท้วงเอาไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะกดวางสายไป

“เดี๋ยวค่ะ เห็นคุณนฤมลเธอบ่นๆ อยู่ว่ายังไม่เห็นลูกน้องของเธอในงานเลย เอ่อ ธามได้ชวนคุณวิ...”

“คุณวิอยู่กับผมนี่แหละ บอกคุณมลว่ารอหน่อยแล้วกัน โทษทีนะเมนี่ผมมีสายเข้า ไว้ไปถึงงานค่อยคุยแล้วกัน”

เมื่อได้ยินว่าคนในสายถามถึงสไตลิสต์สาวคนสำคัญเจ้าของผลงานออกแบบชุดให้กับบรรดาพรีเซ็นเตอร์ในภาพยนตร์โฆษณารถของเขา ธามก็รีบชิงตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่อีกฝ่ายนั้นยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำแล้วจึงอาศัยจังหวะนั้นรีบชิงกดวางสายไปดื้อๆ ก่อนที่เพื่อนสาวจะทันได้เอ่ยถามอะไรต่อ

                หลังวางสายจากมณิการ์แล้ว ธามจึงกลับมาให้ความสนใจกับหนังสือพิมพ์แนวธุรกิจที่เขาอ่านค้างเอาไว้เมื่อครู่ แต่ไม่ทันไรเสียงของสาวใหญ่เจ้าของร้านเสริมสวยที่มีชื่อเสียงโด่งดังในแวดวงไฮโซมานานนับสิบปี ก็ทำให้นักธุรกิจหนุ่มต้องละสายตาจากหนังสือพิมพ์ในมือแล้วหันไปมองตามต้นเสียงก่อนจะตกตะลึงงันไปในทันใดกับภาพของใครบางคนที่มายืนอยู่ตรงหน้า

                รวินันท์อยู่ในชุดราตรีสายเดี่ยวตัดเย็บด้วยผ้าไหมสีฟ้าอ่อน จับจีบรูดตรงกลางอกและปักลายลูกไม้ด้วยดิ้นเงินและดิ้นทองสลับกัน ตัวกระโปรงเป็นแบบสองชั้นด้านหน้าเป็นแบบทรงเอสั้นเหนือเข่า ด้านหลังมีผ้าชีฟองแก้วโปร่งบางสีโทนเดียวกันเย็บทับซ้อนเอาไว้จากช่วงใต้อกปล่อยชายยาวกรุยกรายลงมาถึงครึ่งน่องด้านหลัง หากมองดูเผินๆ จะเห็นว่าคล้ายกับปีกของนางฟ้า

เรือนผมยาวสลวยดำขลับเป็นมันเงาถูกม้วนขดเป็นเกลียวแล้วจับเกล้าขึ้นสูงปล่อยไรผมลงมาระต้นคอเล็กน้อย เผยให้เห็นเนินไหล่และแผ่นหลังขาวนวลเนียนน่าสัมผัส บนลำคอยาวระหงนั้นมีสร้อยไข่มุกสีขาวครีมพันม้วนกันเป็นสองทบสวมประดับเอาไว้ทำให้แลดูไม่โล่งจนเกินไป ใบหน้าของหญิงสาวแต่งแต้มไว้ด้วยสีสันในโทนสว่างขับเน้นดวงตาคมให้แลดูโดดเด่น รับกับพวงแก้มสีชมพูอ่อนและเรียวปากอวบอิ่มที่เจือไว้ด้วยลิปกลอสสีชมพูเบจเนื้อมุกส่องประกายสีขาวสว่างเรื่อ ทำให้หญิงสาวแลดูสวยสดใสและสง่างามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายก็ไม่ปาน

สายตาของธามจับจ้องมองไปยังสไตลิสต์สาวคนรักอย่างตกตะลึงในความงามของเธอจนแทบลืมหายใจ ชายหนุ่มลุกขึ้นจากที่นั่งพร้อมทั้งเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวราวกับต้องมนตร์ก่อนจะคว้าร่างบอบบางในชุดราตรีสีหวานเข้ามากอดไว้อย่างลืมตัว

“ทำอะไรของคุณน่ะ ดูสิคนเขามองกันใหญ่แล้ว ฉันอายเขานะรู้ไหม”

รวินันท์กระซิบบอกชายหนุ่มพร้อมกับพยายามดันกายตนเองออกจากอ้อมกอดของเขาพลางหันซ้ายแลขวามองไปยังเจ้าของร้านและเหล่าบรรดาลูกน้องที่มายืนเรียงกันหน้าสลอนด้วยใบหน้าแดงก่ำ ด้วยความรู้สึกเขินอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีได้อยู่แล้ว

                ขอโทษครับลืมตัวไปหน่อย ก็คุณเล่นสวยออกขนาดนี้จะให้ผมห้ามใจไหวได้ยังไงกันล่ะ

                ชายหนุ่มในชุดทักซิโด้สวมเสื้อกั๊กและผูกหูกระต่ายสีเดียวกันกับชุดราตรีของคนในอ้อมแขนเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงระรื่น และไม่วายกระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิมพร้อมกับโน้มหน้าจรดปลายจมูกลงมาบนแก้มเนียนนุ่มของหญิงสาวโดยไม่สนใจกับสายตาวาววับของเหล่าบรรดาไทยมุงที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านเป็นงานอดิเรกที่ยืนอยู่ด้านหลังของพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว

                คุณธาม! เล่นอะไรแบบนี้คะ นี่มันใกล้เวลาเริ่มงานแล้วนะเดี๋ยวก็ไปไม่ทันกันพอดีหรอก

                สไตลิสต์สาวร้องปรามเสียงหลง แต่ดูเหมือนว่าคนที่แอบฉวยโอกาสจุมพิตแก้มของเธอนั้นจะไม่ได้มีท่าทีสลดลงเลยแม้แต่น้อย ดวงตารียาวยังคงมองมาที่เธอด้วยสายตาเป็นประกายบ่งบอกถึงความปรารถนาในใจที่ปิดบังเอาไว้แทบไม่มิด จนหญิงสาวต้องรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างขัดเขินและเกรงว่าร่างของเธอจะอ่อนปวกเปียกระทดระทวยอยู่ในอ้อมแขนของธามไปเสียก่อน เหมือนช็อกโกเลตที่กำลังจะหลอมละลายเพราะถูกแผดเผาด้วยคลื่นรังสีความร้อนเร่าจากสายตาของเขาที่มองมาแทบไม่วางตานั้น

ต่อ

                ภายในห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมหรูระดับหกดาวซึ่งมีทำเลที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและสามารถมองออกไปเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของกรุงเทพเมืองฟ้าอมรยามราตรีได้อย่างชัดเจน บรรดาแขกเหรื่อ อาทิ ศิลปิน ดารา นักแสดงและเหล่าเซเลบริตี้คนดังในแวดวงสังคมชนชั้นสูงก็ทยอยกันเข้ามาร่วมงามกันอย่างคับคั่ง นั่นยังไม่รวมถึงบรรดานักข่าวและสื่อมวลชนจากทั่วทุกแขนงที่ต่างก็ได้รับเชิญให้มาร่วมเก็บภาพบรรยากาศภายในงานนี้ด้วยเช่นกัน จึงทำให้มองเห็นแสงแฟลชสว่างวูบวาบไปตามจุดต่างๆ ที่เหล่าคนดังปรากฏกาย

                มณิการ์อยู่ในชุดเดรสแบบเกาะอกชายกระโปรงทรงบอลลูนสั้นเหนือเข่ามีเข็มขัดเส้นใหญ่ทำจากผ้าซาตินสีเดียวกันคาดทับไว้ตรงช่วงเอวอ้อมไปผูกเป็นรูปโบว์เอาไว้ที่ด้านหลังซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าซาตินสีฟ้าน้ำทะเลทั้งหมด เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนถูกม้วนเป็นลอนหลวมๆ ปล่อยให้ยาวลงมาเคลียไหล่ บนศีรษะของเธอประดับด้วยที่คาดผมสีเงินรูปมงกุฎอันเล็กจิ๋วแบบเดียวกับจี้ห้อยคอที่คล้องไว้กับสร้อยทองคำขาวเส้นบางบนลำคอขาวเนียน  ทำให้หญิงสาวแลดูสวยหวานน่ารักราวตุ๊กตาญี่ปุ่นจนชายหนุ่มหลายคนในงานนั้นอดหลงใหลมิได้

                “ป่านนี้แล้วเจ้าธามยังมัวแต่หายหัวไปไหนของมันนะ ดูสิหนูเมนี่เลยต้องมาเหนื่อยทำหน้าที่ต้อนรับแขกเหรื่อแทนเจ้าลูกชายของคุณเลยเห็นไหมล่ะ”

                ธนา ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำสนิทผูกเน็กไทด์สีน้ำเงินเข้มบ่นอุบเมื่อยังไม่เห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตน ก่อนจะหันไปกล่าวกับผู้เป็นภรรยาในชุดราตรียาวเปิดไหล่ตัดเย็บอย่างประณีตงดงามด้วยผ้าไหมสีน้ำเงินสดโทนสีเดียวกับเน็กไทด์บนลำคอของเขา

                “แหม คุณก็อย่าเพิ่งโมโหไปเลยค่ะ บางทีลูกอาจจะกำลังทำสมาธิเตรียมตัวที่จะขึ้นไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานบริษัทต่อหน้าสื่อมวลชนอยู่ก็ได้นะคะ อีกอย่างหนูเมนี่เองก็เต็มใจที่จะมาช่วยงานของเราด้วยอยู่แล้ว จริงไหมจ๊ะ”

                มธุรินรีบแก้ตัวออกรับแทนลูกชายสุดรักสุดหวงของตนทันที พลางหันไปหาสาวหน้าหวานทายาทร้านทองที่เธอหมายปองเอาไว้อยากได้มาเป็นลูกสะใภ้อย่างออกหน้าออกตา

                “จริงค่ะคุณป้า คุณลุงเองก็ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะคะ งานของธามก็เหมือนงานของเมนี่นั่นแหละค่ะ”

                “โถ หนูเมนี่ของป้าน่ารักขนาดนี้ เอาไว้ให้งานนี้เสร็จสิ้นไปก่อน ป้าคงจะต้องบอกให้ตาธามพาหนูเมนี่ไปเที่ยวพักผ่อนที่ต่างประเทศสักสองสามอาทิตย์เป็นรางวัลตอบแทนสำหรับคนขยันที่มาช่วยงานเสียแล้วล่ะ”

                เมื่อเห็นว่ามารดาของเพื่อนชายที่เธอแอบรักถือหางข้างเธออย่างออกนอกหน้าเช่นนี้แล้ว มีหรือที่มณิการ์จะไม่คว้าโอกาสงามรีบทำคะแนนกับบิดาของธามเสียยกใหญ่ รู้สึกเหมือนมีกำลังใจเพิ่มขึ้นมาอีกเป็นเท่าตัว หญิงสาวได้แต่ยิ้มหน้าบาน ช่วยยืนต้อนรับแขกอยู่หน้างานร่วมกับบิดาและมารดาของเพื่อนชายคนสนิทด้วยท่าทีขยันขันแข็ง เพราะนอกจากจะอยู่ในฐานะแม่งานใหญ่ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและคอยควบคุมดูแลกำกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว เธอยังคาดหวังว่าจะทำให้เหล่าผู้ถือหุ้นหรือแม้แต่สื่อมวลชนที่มาคอยทำข่าวของคนในแวดวงไฮโซหลายต่อหลายคนนั้น รับรู้ว่าเธอคือว่าที่ลูกสะใภ้หนึ่งเดียวของตระกูลอัครสินธุ์โสภณ เจ้าของกิจการชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอีกด้วย

                ในขณะที่มณิการ์กำลังทำคะแนนกับบุพการีทั้งสองของธามอยู่นั้น เสียงฮือฮาของผู้คนในบริเวณนั้นก็ดังขึ้นมาพร้อมด้วยแสงแฟลชที่สว่างวาบราวกับประกายของสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงมาบนพื้นดิน เมื่อชายหนุ่มเจ้าของโปรเจ็กต์ยิ่งใหญ่อลังการในค่ำคืนนี้ปรากฏกายที่ซุ้มประตูโค้งตกแต่งด้วยดอกไม้สีฟ้าสลับขาวด้านหน้าทางเข้างานพร้อมด้วยหญิงสาวปริศนาที่ควงคู่กันมาและทำให้ใครต่อใครพากันให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์ถึงคนที่มาร่วมงานพร้อมกันกับเขาไปต่างๆ นานา จนเกิดเสียงดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ

                คนที่กำลังยืนต้อนรับแขกร่วมอยู่กับเจ้าภาพประหนึ่งว่าตนเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวด้วยนั้น เมื่อได้หันมามองตามเสียงฮือฮาของเหล่าบรรดาสื่อมวลชนและผู้ที่ให้เกียรติมาร่วมงาน มณิการ์ก็แทบอยากจะกรีดร้องให้ลั่นห้องจัดเลี้ยงด้วยความไม่พอใจกับภาพของธามและรวินันท์ในชุดแต่งกายที่คล้ายคลึงกันทำตัวราวกับเป็นคู่รักยืนอิงแอบแนบชิดจนตัวแทบติดกันให้บรรดานักข่าวและช่างภาพรุมกดชัตเตอร์ถ่ายรูปของทั้งคู่ในฐานะดาวเด่นของงานจนแสงแฟลชสว่างวูบวาบไปหมด แต่หญิงสาวก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากจะยืนกำมือแนบลำตัวแน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธอันเกิดจากความอิจฉาริษยาเอาไว้เพียงในใจ และแสร้งปั้นหน้ายิ้มรับแขกต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                บุพการีทั้งสองของธามเมื่อได้เห็นบรรดาสื่อมวลชนจากแขนงต่างๆ ยืนรุมล้อมอยู่รอบตัวบุตรชายของทั้งคู่ ต่างก็หันมามองหน้ากันด้วยความประหลาดใจที่ชายหนุ่มมาพร้อมกับผู้หญิงแปลกหน้าและทำทีราวกับว่าเขาและเธอมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกันในฐานะคู่รักอย่างไรอย่างนั้น ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วคนที่ยืนเคียงคู่กับบุตรชายควรจะเป็นเด็กสาวในชุดเดรสสีฟ้าน้ำทะเลที่ยืนอยู่ข้างๆ พวกเขาตรงนี้เสียมากกว่า

                แม้ธนาจะเคยได้ยินกิตติศัพท์ความเป็นหนุ่มเพลย์บอยของบุตรชายมาบ้างจากบรรดาขาเม้าท์ที่เอาไปนิทาร่ำลือกันให้หนาหู แต่เขาก็ไม่คิดว่าธามจะพาผู้หญิงคนไหนมาเปิดตัวในงานใหญ่ระดับนี้ เพราะรู้ดีตามประสาคนที่เคยอาบน้ำร้อนมาก่อนว่าคนที่รักสนุกแต่ไม่คิดผูกพันอย่างลูกชายเขาจะหาเรื่องทำให้ตัวเองต้องมาถูกผูกมัดตัวติดอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งคนใดให้เสียเวลาและโอกาสที่จะได้เชยชมหญิงงามอีกตั้งมากมายทำไมกันเล่า ชายวัยกลางคนได้แต่มองลูกชายของตนอย่างไม่เข้าใจ            

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันน่ะ เมนี่รู้จักหรือเปล่าลูก”

                มธุรินหันมาถามว่าที่ลูกสะใภ้อย่างอดสงสัยไม่ได้ เธอไม่เคยเห็นหน้าของผู้หญิงที่ธามพามาเป็นคู่ควงออกงานด้วยในวันนี้มาก่อนเลย แม้จะพยายามนึกอยู่หลายต่อหลายครั้งว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นดารานางแบบหรือสาวไฮโซลูกคุณหญิงคุณนายที่ไหน กระทั่งได้รับคำตอบจากมณิการ์ จึงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

                “อ๋อ ผู้หญิงคนนั้นคือสไตลิสต์ที่เมนี่เป็นคนเลือกให้มาช่วยออกแบบชุดของพรีเซ็นเตอร์เองแหละค่ะคุณป้า สงสัยว่าคงจะมาเจอธามที่หน้างานพอดี เลยเดินเข้ามาพร้อมกันมั้งคะ”

                สาวหน้าหวานตอบคำถามมารดาของเพื่อนชาย พลางมองไปยังคนทั้งสองด้วยแววตาเคืองขุ่นแม้บนใบหน้าจะยังมีรอยยิ้มประดับไว้อยู่ก็ตาม ถึงจะตอบหญิงวัยกลางคนไปอย่างนั้นแต่ในใจของมณิการ์รู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสนิทของตนกับคนที่มาด้วยกันนั้นเป็นเช่นไร แต่เธอคิดว่าคงจะเป็นการดีกว่าหากรอให้ธามนั้นเป็นคนบอกความจริงกับบุพการีทั้งสองของเขาด้วยตัวเอง เพราะลึกๆ แล้วเธอก็ยังคงเชื่อว่าสักวันหนึ่งคนอย่างรวินันท์ก็คงไม่พ้นที่จะถูกเขี่ยทิ้งไปเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ของเขาอย่างที่แล้วมา

                กระทั่งชายหนุ่มผู้ตกเป็นหัวข้อสนทนานั้นหันมาเห็นบุพการีของตนพร้อมด้วยเพื่อนสาวคนสนิทกำลังยืนมองมาทางเขากับหญิงสาวคนรักที่ตกอยู่ในวงล้อมของช่างภาพจากสื่อมวลชนกลุ่มใหญ่พอดี จึงสบโอกาสหาข้ออ้างขอปลีกตัวจากบรรดานักข่าวมาทักทายคนทั้งสามพร้อมด้วยสไตลิสต์สาวข้างกายทันที

                “วิครับ เดี๋ยวผมจะพาคุณไปแนะนำตัวกับพ่อแม่ของผมนะ”

                “ว่าไงนะคะ คุณพ่อคุณแม่ของคุณเหรอ”

                เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าว ก็ทำเอารวินันท์ถึงกับตาโตอย่างตกใจด้วยนึกไม่ถึงว่าจะต้องมาเจอกับบุคคลที่เธอไม่เคยคาดฝันเร็วเช่นนี้ สไตลิสต์สาวเริ่มออกอาการตื่นเต้นกระวนกระวายใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #1072 วนัน (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2554 / 11:45
    น่ารักคะ
    #1,072
    0
  2. #982 kaaka (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 21:37
     งานจะเข้าเพราะเมนี่รึเปล่าน๊า
    #982
    0
  3. #981 tungkn4841 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 20:17

    ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องตื่นเต้น อย่างไรวันหนึ่งก็ต้องไปพบและเจอท่านจนได้ 

    รอไรเตอร์มา up ต่อ

    #981
    0
  4. #980 sunisasa (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 19:55
     นางเอกของเราช่างน่ารัก แสนดีขนาดนี้ พ่อแม่สามีโอเคค่ะ
    #980
    0
  5. #979 jeabkiss (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 18:28
    เมนี่จะใส่ไฟวิหรือเปล่าหนอ
    #979
    0
  6. #978 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 16:32
     เเต่งงงงงงงงงงงงเลยยยยยยยยยยยยยยยยย
    ว่าเเต่สงสัยจะต้องเจอคุณเเม่ขัดเเหงๆ
    #978
    0
  7. #977 darika-grammy (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 02:24
    หวานกันจิงๆ อิจฉาตาร้อนนะเนี่ย
    #977
    0
  8. #976 เฉิ่ม (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2554 / 13:59
    น้ำตาลหกหมดถุงเลยค้า
    #976
    0
  9. #975 kaaka (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2554 / 12:44
     กรี๊ดดดดดด หวานกันใหญ่เลยนะจ๊ะ
    #975
    0
  10. #974 jeabkiss (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2554 / 19:53
    หวานตลอดเลยนะนายธามตอนนี้อิจฉาอ่ะ
    #974
    0
  11. #973 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2554 / 19:11
     นี่จะเเต่งเมื่อไหร่ช่วยประกาศด่วนเยค่ะคุณพี่ธาม
    เค้ารู้กันทั่วประเทศเเล้วค่ะคุณ 55555

     
    #973
    0
  12. #972 tungkn4841 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2554 / 18:56

    เมื่อทั้งคู่เกิดความเข้าใจกัน ความรักก็สมหวัง ทุกอย่างก็ดูสวยงาม คราวนี้ก็มาถึงคราวคุณเมนี่ บ้างล่ะ จะเป็นอย่างไรต่อไป
    #972
    0
  13. #971 ailly (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2554 / 17:45
    ว้าววว...จะสวีทกันมากไปแล้วนะค่ะ
    #971
    0
  14. #970 เซฟีเลีย (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2554 / 12:48
    สนุกมากค่ะ มาอัพไวไวนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #970
    0
  15. #969 salapao*_* (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 21:05
    โหยๆๆๆๆๆ

    ไม่ค่อยจะหวานกันเลยอ่ะ
    #969
    0
  16. #968 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 18:14
     โหยยยยยยยยยยย หายใจหายคอไม่ทันตามหนูิวิ หุหุหุหุ(คิดอะไร?)

    แบบนี้หล่อพอมั้ยอ่ะคะไรเต้ออออออออออออ~

     
    #968
    0
  17. #967 แฟน Mike He (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 16:20
    หวานๆกันแบบนี้เมื่อไรจะส่งกามเทพตัวน้อยมาขัดความหวานบ้างนะ อิอิ
    #967
    0
  18. #966 jeabkiss (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 14:07
    หวานจริงธามกับวิขออย่าให้มีอะไรมากั้นขวางอีกนะ
    #966
    0
  19. #965 kaaka (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 11:53
     อ๊ายยยยย หวานไม่เกรงใจป้าเลยนะธามจ๋า แต่ป้าปลื้มมากๆนะ อย่ามีอะไรมาขวางทางรักนะจ๊ะ
    #965
    0
  20. #964 ศรีนรา (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 03:47
    หวานนนนนน
    กรีดกร๊าดดดดหวานมากกก
    ขอแบบว่า ไปถึงงานก็ยังหวานนระคะ ไม่เอาดราม่าอ่ะ
    เจ๊บเจ็บที่ใจ
    #964
    0
  21. #963 tungkn4841 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 01:51

    เมื่อสมหวังในรัก ได้เป็นเจ้าของในรักที่เราต้องการ......ทุกอย่างในโลกก็ดูสดใสไปหมด  

    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #963
    0
  22. #962 yumekana (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2554 / 00:37
     

    หวานจัง
    อิอิ
    ขออย่าให้มีอุปสรรคอีกเรยน้า
    เฮ่อ
    พูดปุ๊บ คิดถึงแม่เมนี่ปั๊บ
    #962
    0
  23. #961 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2554 / 00:08
    ทีงี้ไม่มีใครเสียเปรียบใครล่ะเนาะ 555555555
    ตลกดีอ่ะ วิถึงกะตะกายเลยเลย อย่างฮา 5555
    #961
    0
  24. #960 salapao*_* (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2554 / 23:06
    55555+

    ปล่อยบ้างไรบ้างก็ได้หรอกธาม
    #960
    0
  25. #959 jeabkiss (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2554 / 19:41
    พอเข้าใจกันแล้วก็น่ารักเชียวทั้งธามและหนูวิเลย
    #959
    0